Tuesday, 15 September 2026
NEWS FEED

สสส.-มสส.จับมือสื่อมวลชนถกประเด็นจัดประชุมโฟกัส กรุ๊ป ในหัวข้อ “ทิศทางแนวโน้มกัญชาเพื่อการแพทย์...ทำได้จริงหรือ?” 

สสส.-มสส.จับมือสื่อมวลชนถกประเด็นกัญชาทางการแพทย์แม้จะมีผลดีหลายอย่าง แต่เป็นห่วงเด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่ายนำกัญชาไปผสมยาเสพติดชนิดอื่นส่งผลต่อปัญหาจิตเวช เผยร่างพ.ร.บ.กัญชาฉบับประชาชนที่เสนอสภาฯห้ามโฆษณาสื่อสารการตลาดและมีมาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ด้านบอร์ดสสส.ย้ำจุดยืนหนุนใช้กัญชาทางการแพทย์ ทั้งศึกษาวิจัยทางคลินิกในการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ชัดเจน และรณรงค์สื่อสารให้ความรู้กับสังคม

(23 ก.ค.68) ณ ห้องกรรณิการ์ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพมหานคร, มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ(มสส.) โดยการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมโฟกัส กรุ๊ป ในหัวข้อ “ทิศทางแนวโน้มกัญชาเพื่อการแพทย์...ทำได้จริงหรือ?” โดยมี นายจิระ ห้องสำเริง สื่อมวลชนอาวุโส เป็นผู้ดำเนินรายการ

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ด้านการสื่อสารมวลชน กล่าวเปิดการประชุมว่าประเด็นการใช้ประโยชน์และอันตรายจากการใช้กัญชายังเป็นที่ถกเถียงของคนทั่วโลก แม้หลายประเทศอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อนันทนาการแล้วเช่นอุรุกวัย แคนาดา เม็กซิโก มอลตา ลักเซมเบิร์ก แอฟริกาใต้ เยอรมนี แต่ประเทศไทยยังมีความเห็นที่แตกต่างกันเรื่องการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการ ส่วนการใช้กัญชาทางการแพทย์นั้นดูเหมือนว่าสังคมส่วนใหญ่จะไม่ต่อต้าน ด้านบทบาท สสส.กับการขับเคลื่อนประเด็นกัญชาและสิ่งเสพติดนั้น สสส.มีจุดยืนชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการและการนำไปผสมในผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพเนื่องจากยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานและมาตรการควบคุมที่ชัดเจนจึงสนับสนุนให้ภาคีที่เกี่ยวข้องดำเนินกิจกรรมใน 2 แนวทางคือ การสนับสนุนให้มีการศึกษาและวิจัยสร้างองค์ความรู้เรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวม ส่วนอีกแนวทางหนึ่งคือการสื่อสารรณรงค์ให้ความรู้กับเด็ก เยาวชนและสังคมให้รับทราบถึงอันตรายของการใช้กัญชาในทางที่ไม่เหมาะสมเช่นการใช้กัญชาไปผสมกับผลิตภัณฑ์ต่างๆรวมทั้งการสื่อสารให้รับรู้ถึงอันตรายจากได้รับกัญชามือสองเช่นเดียวกับบุหรี่มือสอง  

นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด หนึ่งในองค์กรที่ร่วมเสนอร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ...กล่าวว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 พ.ศ.2565 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 กำหนดให้ทุกส่วนของกัญชาไม่ถือเป็นยาเสพติดและสารสกัดกัญชาที่มีสาร THC หรือ CBD ไม่เกิน 0.2% ไม่ถือเป็นยาเสพติด และการที่รัฐสภามีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดพ.ศ.2564 โดยการถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด เท่ากับว่าตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นการเปิดเสรีทางกัญชาอย่างไม่มีข้อจำกัด ประชาชนคนไทยจึงอยู่กับสถานการณ์เสรีกัญชามากกว่า 3 ปี มีทั้งคนที่ได้ประโยชน์และได้รับผลกระทบจากกัญชา เป็นโจทย์ทางสังคมที่ถกเถียงกันตั้งแต่ฝ่ายการเมืองจนถึงครอบครัวและชุมชน ปัญหาคือเด็กเยาวชนหาซื้อได้ง่ายใช้กัญชาผสมกับสารเสพติดประเภทอื่น ส่งผลให้เกิดปัญหาการเสพติดและบางคนกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวช การใช้กัญชาเป็นเรื่องปกติของคนที่ต้องการใช้กลายเป็นค่านิยมทางสังคม ถึงเวลาแล้วที่ควรต้องมีกฎหมายที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและลดผลกระทบจากการใช้กัญชาในทางที่ผิด 

“หากมองในมุมบวกประโยชน์ที่เกิดจากการใช้กัญชาในทางสร้างสรรค์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด คือ การใช้กัญชาทางการแพทย์ที่มาจากฐานงานวิจัยเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ และสามารถบรรเทาอาการและรักษาโรคได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังข้อมูลจากกรมการแพทย์ได้ให้กับสังคม เช่น กรณี การรักษาโรคลมชักรักษายากในเด็กด้วยสารสกัดกัญชา CBD สูง การใช้กัญชาทางการแพทย์ในกลุ่มแคนนาบิไดออล (Cannabidiol) เป็นยาเสริมการรักษาโรคพาร์กินสันจึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วย หรือกรณีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งแบบประคับประคองผ่านคลินิกกัญชาทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยมะเร็ง ลดอาการไม่พึงประสงค์ระหว่างการรักษา ไม่ได้มุ่งผลการรักษาต่อก้อนมะเร็งโดยตรงก็ตาม หรืออาจกล่าวได้ว่าการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ทุกภาคส่วนในสังคมนั้นเห็นด้วย เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยและใช้เป็นทางเลือกในการรักษา” นายวัชรพงศ์ กล่าว

ด้านนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ทนายความ และผู้ประสานงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย). กล่าวว่าเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2568 มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 เพื่อกำกับการขายในประเทศให้เข้มงวดมากขึ้นและเน้นให้ใช้กัญชาทางการแพทย์เท่านั้น โดยเพิ่มเงื่อนไขที่ผู้ได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2552 ต้องปฏิบัติอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น สังคมไทยจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันใช้ประโยชน์จากกัญชาอย่างปลอดภัย การมีพระราชบัญญัติควบคุมกัญชาจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ขณะนี้เครือข่ายนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 17,343 คน ได้ร่วมกันเสนอ ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ... ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีเนื้อหาเน้นการใช้กัญชาทางการแพทย์ ไม่ส่งเสริมการขายหรือใช้กัญชาเพื่อนันทนาการ โดยมีคณะกรรมการกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ที่ชัดเจน มีการออกใบอนุญาตกัญชาแยกออกจากกัญชง  

มีการป้องกันและควบคุมการใช้กัญชาไม่เหมาะสม ควบคุมการโฆษณาการสื่อสารการตลาดกัญชาหรือผลิตภัณฑ์กัญชา ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงพันธุ์ที่มีคุณภาพ สถานพยาบาลปลูกกัญชาเพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้  ผู้ป่วยปลูกกัญชาได้ถ้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งการคุ้มครองเด็กเยาวชน โดยเชื่อว่าจะทำให้คนไทย อยู่ร่วมและใช้ประโยชน์จากกัญชาได้อย่างปลอดภัย โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลจะประกาศให้กัญชาเป็นยาเสพติด เพราะหากมีการเจรจากันได้ปัญหากัญชาก็จะถูกมองข้าม ดังนั้นเราควรจะมีกฎหมายควบคุมกัญชาเป็นการเฉพาะ เพื่อให้เกิดการควบคุมอย่างจริงจัง โดยประชาชนสามารถร่วมแสดงความเห็นได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=474 ) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2568 นี้

​ด้านสื่อมวลชนที่เข้าร่วมการประชุมได้มีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะว่า จะต้องให้ความรู้กับสังคมว่า การปลูกกัญชาที่ใช้ในทางการแพทย์ต้องเป็นการปลูกในโรงเรือนที่เป็นระบบปิด มีการควบคุมแสงแดดและอุณหภูมิ ซึ่งต้องลงทุนสูง ไม่ใช่การปลูกในพื้นที่ระบบเปิดทั่วไปอย่างที่เป็นอยู่ นอกจากนี้จะต้องมีการวิจัยทางคลินิก ในกลุ่มโรคที่มีหลักฐานหนักแน่นว่าสามารถใช้กัญชารักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ ควรมีการจำกัดใบอนุญาตและกำหนด Zoning ให้เป็นพื้นที่ควบคุม รวมทั้งการมีมาตรการห้ามนำกัญชาไปผสมในสูตรอาหารต่าง ๆ และควรหาวิธีการในการสื่อสารกับเยาวชน กลุ่มเปราะบางให้รู้เท่าทันถึงอันตรายของกัญชา

​สุดท้าย นายอภิวัชร์ เกตุทัต ประธานมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ ได้กล่าวขอบคุณวิทยากร และสื่อมวลชนรวมทั้งให้ความเห็นว่า กัญชานั้นเป็นได้ทั้งพระเอกและผู้ร้าย มิติทางการแพทย์ หรือสุขภาพถือเป็นความหวังของผู้ป่วย มิติทางเศรษฐกิจอาจมีส่วนสร้างรายได้ แต่มิติทางสังคมอาจก่อให้เกิดผลกระทบตามที่หลายฝ่ายเป็นห่วง ดังนั้นสมดุลในเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ทำอย่างไรจะให้เกิดประโยชน์มากกว่าโทษ โดยคำนึงผลกระทบทางบวกและทางลบให้ดี

‘เอกนัฏ’ ส่งทีมสุดซอย ปราบปลั๊กไฟ-สวิตช์ไฟเถื่อน ‘ตราแรด’ พบแปะ มอก. ปลอม!! หลอกขายทั่วประเทศกว่า 6 แสนชิ้น

(23 ก.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการให้ “ทีมสุดซอย” ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้าตรวจค้นคลังสินค้าย่านบางขุนเทียน หลังพบเบาะแสการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานให้ร้านค้าตามต่างจังหวัด

จากการตรวจสอบ พบว่าบริษัท ดีเอส ทูลส์ จำกัด มีการนำเข้าปลั๊กไฟ สวิตช์ไฟ เต้ารับ และอุปกรณ์อื่นๆ รวมกว่า 6 แสนชิ้น โดยไม่มีเครื่องหมาย มอก. หรือแสดงหมายเลข มอก. ปลอม รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงยึดอายัดสินค้าและดำเนินคดีตามกฎหมาย

สินค้าที่ตรวจยึดได้เป็นยี่ห้อ "ตราแรด" และ "SWORDFISH" ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นเจ้าของแบรนด์ และใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) นำเข้าสินค้าจากจีน ก่อนกระจายขายทั่วประเทศผ่านร้านวัสดุก่อสร้างและร้านค้าเบ็ดเตล็ด

นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เตือนว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้และเป็นอันตรายร้ายแรงต่อประชาชน พร้อมเตรียมแจ้งกระทรวงอุตสาหกรรมให้ประสานกรมศุลกากรเพิ่มมาตรการตรวจเข้มการนำเข้าสินค้าประเภทปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่อไป

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับเด็ดขาดหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดทุกระดับ X -ray ค้นหาผู้เสพ/ผู้ค้ายาเสพติด บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน

(23 ก.ค.68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 3/2568 เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการตามที่รัฐบาลได้มอบนโยบายการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดภัยยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดภายใน 3 เดือน เพื่อให้หมู่บ้าน/ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดเป็น “หมู่บ้านปลอดยาเสพติด” ที่จะต้องไม่มีผู้ค้าและผู้เสพอีกต่อไป

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำหนดแนวทางการดำเนินการให้กับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดทุกระดับทั่วประเทศ เพื่อกำชับ เร่งรัดการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและแนวทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ X -ray ค้นหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ หมู่บ้าน/ชุมชน บังคับใช้กฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน มุ่งเน้นการสร้างชุมชนเข้มแข็งที่ร่วมกันป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติด เพื่อนำไปสู่ชุมชนปลอดยาเสพติดสีขาว โดยจะมีการประเมินผลการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายปกครองหลังสิ้นสุดการดำเนินการ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์วางแผนกำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินการในปีงบประมาณถัดไป ทั้งนี้ หากหน่วยใดไม่สามารถดำเนินการได้ตามนโยบายและแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด จะพิจารณาข้อบกพร่องกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ

‘ธีราทร’ โพสต์ภาพหน้าปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ แต่โดนทัวร์และนักบอลกัมพูชา คอมเมนต์ Welcome to Cambodia

เมื่อวันที่ (22 ก.ค. 68) ‘อุ้ม’ ธีราทร บุญมาทัน นักฟุตบอลคนดังของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โพสต์ภาพร่วมกับเพื่อนร่วมทีมโดยมีฉากหลังเป็น ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ พร้อมแคปชั่น “แล้วพี่ๆ ของผมมา 4 คน ใครก็เอาไม่ลง” ซึ่งทำให้เกิดกระแสในโซเชียลทันที โดยเฉพาะในฝั่งกัมพูชา

หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ ซิน คาคาดา กองกลางทีมชาติกัมพูชา จากสโมสรวิสาขา ได้แชร์ภาพของธีราทร พร้อมเขียนแคปชั่น “Welcome to Cambodia 🙏” ราวกับจะบอกว่าปราสาทดังกล่าวอยู่ในกัมพูชา สร้างความไม่พอใจในหมู่แฟนบอลไทย

ต่อมา ชาวเน็ตกัมพูชาจำนวนมาก บุกคอมเมนต์ในเพจของธีราทรด้วยข้อความว่า “Welcome to Cambodia” แม้ปราสาทพนมรุ้งจะตั้งอยู่ในประเทศไทยชัดเจน 

สำหรับ ซิน คาคาดา เคยติดทีมชาติกัมพูชาชุดใหญ่ 10 นัด แต่ยังไม่เคยได้ลงสนามพบกับทีมชาติไทย มีชื่อเป็นเพียงตัวสำรองในแมตช์อาเซียนคัพ 2024 ที่กัมพูชาแพ้ไทย 2-3 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

สมุทรปราการ-ชื่นมื่น!! นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง ร่วมอวยพรพี่ใหญ่ สส.ยงยุทธ สุวรรณบุตร

(23 ก.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 (ที่ผ่านมา) นักการเมือง ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการระดับสูง ฝ่ายปกครอง นักธุรกิจ ร่วมอวยพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 63 ปี ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 สมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา

โดยมี นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย นายเมธากุล สุวรรณบุตร กรรมการผู้จัดการ และประธานมูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา คณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล ร่วมให้การต้อนรับ

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติเดินทางมาร่วมอวยพรพร้อมทั้งร่วมรับประทานอาหารค่ำ เนื่องในโอกาสครบรอบ 63 ปี วันคล้ายวันเกิด ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร 

นอกจากนี้ ยังมีคณะผู้บริหาร อบจ.สมุทรปราการ คณะสมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ และทางผู้นำท้องถิ่น อาทิ นายอิม แพหมอ นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษา นาวาเอกอนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง นายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู ตลอดจนข้าราชการตำรวจ นักธุรกิจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้บริหารสถานศึกษา และแขกผู้ทรงเกียรติจำนวนมากร่วมรับประทานอาหารค่ำ เนื่องในโอกาสครบรอบ 63 ปี วันคล้ายวันเกิด ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ซึ่งตรงกับวันที่ 22 กรกฎาคม ของทุกปี

โดยก่อนหน้านี้ทางครอบครัวสุวรรณบุตร ได้เลี้ยงอาหารกลางวัน พร้อมทั้งไอศครีม ขนมเค็ก แก่เด็กนักเรียน และน้องๆหนูๆ ทุกคนรวมถึงนักเรียนชั้นอนุบาล จำนวนกว่า 4,000 คน ได้แก่ โรงเรียนวัดแพรกษา โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (ชั้นประถม) โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ระดับเตรียมอนุบาล บ้านเอื้ออาทร 1 บ้านเอื้ออาทร 3 และบ้านเอื้ออาทร 14

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างชื่นมื่นและอบอุ่น มีซุ้มอาหารจำนวนมากนำมาจัดเลี้ยงแก่แขกที่เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ พร้อมทั้งรับของที่ระลึกจากทางครอบครัวสุวรรณบุตรที่นำมามอบให้แก่แขกทุกคนที่มาร่วมงาน

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

รวบสาวใหญ่ ‘หลอกระดมทุน’ เพื่อเด็กยากไร้-รพ.สงฆ์ 2.7 ล้าน สุดท้ายเอาเงินไปใช้ส่วนตัว โพสต์กินหรูอยู่สบายลงโซเชียล

(23 ก.ค. 68) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นางสาวเกศรินทร์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับคดี “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ได้ที่บ้านพักใน ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังพบว่าเคยร่วมจัดงานเลี้ยงอ้างเป็นกิจกรรมระดมทุนเพื่อการกุศลที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี เมื่อเดือนมีนาคม 2567

โดยภายในงานดังกล่าวมีการเชิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมนำของที่ระลึกประจำจังหวัดและภาพวาดชื่อดังมาประมูล โดยอ้างว่าจะนำเงินไปช่วยโรงเรียนยากไร้และโรงพยาบาลสงฆ์ กลุ่มนักธุรกิจจำนวนมากจึงหลงเชื่อร่วมประมูล รวมเป็นเงินกว่า 2.7 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม หลังงานจบลง ผู้ต้องหาและพวกกลับไม่นำเงินไปบริจาคตามที่กล่าวอ้าง แต่กลับใช้จ่ายส่วนตัวอย่างฟุ่มเฟือยและโพสต์ลงโซเชียล ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความ ก่อนเจ้าหน้าที่จะสืบจับตัวได้และส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘สมเกียรติ อ่อนวิมล’ เชื่อ ‘ทักษิณ’ ดิ้นตอบ ‘อ.วีระ’ ได้ แต่คนถามต่างหากที่จอดไม่ยอมแจวต่อให้คนสิ้นสงสัย

(22 ก.ค. 68) บนโซเชียลฯ แชร์ไฮไลต์รายการโลกยามเช้า ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 96.5 คลื่นความคิด ดำเนินรายการโดย นายสมเกียรติ อ่อนวิมล สื่อมวลชนอาวุโส และอดีตสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา แสดงความเห็นถึงกรณีที่นายวีระ ธีระภัทร ถามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บนเวทีปลดล็อกอนาคตประเทศไทยสู้วิกฤตโลก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 68 ในประเด็นการกลับประเทศไทย มีดีลลับอะไรหรือไม่ ซึ่งคำถามดังกล่าวทำให้นายทักษิณ มีท่าทีอึดอัดที่จะตอบคำถาม หลายคนใช้คำว่า “ถูกต้อนจนไปไม่เป็น”

โดยนายสมเกียรติ ได้แสดงความเห็นว่า จากคำถามที่คุณวีระถามไปนั้น เชื่อว่าคุณทักษิณไปเป็นและไปต่อได้ แจวต่อไม่ยอมจอดแน่นอน เนื่องจากคุณวีระ ถามนำไปแล้ว แต่ไม่ยอมถามตามให้สิ้นกระบวนความ

พร้อมอธิบาย เพิ่มเติมว่า ความผิดของคุณทักษิณนั้นทุกคนล้วนทราบดีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องรอการตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญและศาลอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่ในแง่การให้สัมภาษณ์ของคุณทักษิณนั้น ไม่ว่าจะถามอย่างไรก็จะมีทางออกและสามารถตอบต่อไปได้ แต่การชะงักต่อคำถามในบางครั้งนั้น เป็นเพราะตัวคุณทักษิณเองนั้นเป็นคนที่มีลวดลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับมาดูในเวลาที่คุณวีระสัมภาษณ์อีกครั้ง อาจกล่าวได้ว่าคุณวีระต่างหากที่ไปไม่เป็น ด้วยการออกตัวไว้ก่อนว่า “ขอถามตรง ๆ ว่ามีดีลลับหรือไม่มี? ว่าอย่างไรก็อย่างนั้น จะไม่ถามต่อ” เมื่อเป็นเช่นนี้ เท่ากับคุณวีระจอดแล้วไม่แจวต่อ เพราะถามนำไปแล้วแต่ไม่ถามต่อให้สิ้นสงสัย เมื่อคุณทักษิณตอบว่า “ไม่มีดีลลับ” แล้วหยุดชั่วครู่ก่อนจะบอกว่า “ทางการเมือง” นั่นหมายความว่า มีดีลอย่างอื่นใช่หรือไม่ 

“หากเป็นคนที่เป็นนักสัมภาษณ์ที่ดุดันต้องเค้นความจริงออกให้ได้เช่นอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทองหรือคุณสุทธิชัย หยุ่น การยิงคำถามก็จะเป็นสไตล์เค้นหาให้ได้ความจริงจากปากผู้ถูกสัมภาษณ์ แต่ผมกับคุณวีระจะมีส่วนคล้ายกันในด้านอารมณ์และสไตล์การถาม หากรุกถามจนผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นั่งคุยกับเราทำท่าจะไปไม่ไหว ทางคุณวีระหรือผมจะคล้ายกันในแง่ที่ว่า เราจะหยุดและไปถามต่อ แต่สำหรับผมจะถามให้พอดี ๆ โดยให้ผู้ฟังจับทางได้ว่า ผู้ที่กำลังให้สัมภาษณ์เรานั้นเขาหลบความจริงหรือเขากำลังจะโกหกมากขึ้น ผมก็จะหยุดถาม”

‘นโรดม แพน โมนิก้า’ ชี้หน้าด่าทหารไทย โดนข้อหาหนัก แจ้งเอาผิด ม.116 ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ประสาน กต. เรียกตัวให้ปากคำ

(22 ก.ค. 68) ตำรวจ สภ.พนมดงรักษ์ จ.สุรินทร์ รับแจ้งความดำเนินคดี 'นโรดม แพน โมนิก้า' หลานสาวของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์แห่งกัมพูชา ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานและยุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 หลังขึ้นไปชี้หน้าด่าทหารไทยที่ประจำการอยู่ที่ปราสาทตาเมือนธม เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา

รายงานเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทหารและชาวบ้านร่วมกันแจ้งความ พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างมากต่อชาวไทย และคลิปเหตุการณ์ก็ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ จนกลายเป็นประเด็นร้อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรายงานผู้บังคับการจังหวัดสุรินทร์ เพื่อแต่งตั้งชุดสอบสวนคดีนี้โดยเฉพาะ

เบื้องต้นมีการตั้งทีมสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม และคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ในโซเชียล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ ตำรวจเตรียมทำหนังสือเรียกตัว 'แพน โมนิก้า' มาให้ปากคำ โดยประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการในขั้นตอนถัดไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ

รวบ ‘ผศ.ดร’. มหาวิทยาลัยดัง และลูกมือ ค้าไอซ์ในเมืองขอนแก่น หนักรวม 35.8 กรัม!! สารภาพโพสต์ซื้อ-ขาย ผ่านแพลตฟอร์ม X

(22 ก.ค. 68) ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด วางแผนล่อซื้อยาเสพติดที่หอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ก่อนจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายราช (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ชาวอุบลราชธานี และอีก 1 รายเป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ (ผศ.ดร.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น อายุ 39 ปี ชาวขอนแก่น 

จากการตรวจค้นพบยาไอซ์ซุกซ่อนในกล่องน้ำหอมและทิชชูเปียกรวม 21 รายการ น้ำหนักรวม 34.65 กรัม ภายในห้องพักของนายราช เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถยนต์พบสารเสพติดเพิ่มเติม 1.15 กรัม และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องที่ใช้ติดต่อซื้อขายยาเสพติดทางแอปพลิเคชันไลน์และทวิตเตอร์ ผศ.ดร. ยอมรับสารภาพและพาไปตรวจค้นบ้านพักในตำบลศิลา รวมของกลางยาไอซ์ทั้งหมด 35.8 กรัม ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดเฉพาะนายราช 

พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดจากข้อมูลการล่อซื้อยาไอซ์ผ่านนายประธานพร ผู้เสพในพื้นที่ ได้สั่งซื้อยาไอซ์จากหอพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์และจับกุม นายราช ขณะนำถุงยาไอซ์ไปแขวนไว้หน้าหอพัก 

ทั้งนี้ นายราชรับสารภาพว่ายาเสพติดทั้งหมดเป็นของตนเองและของ ผศ.ดร. ที่ฝากให้ขาย โดยใช้แพลตฟอร์ม X ติดต่อซื้อขายยาเสพติดและลบข้อมูลทุกครั้ง ซึ่งยาไอซ์ส่วนใหญ่สั่งมาจากกรุงเทพฯ ล่าสุดสั่ง 20 กรัม ในราคา 10,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์)” และแจ้งข้อหาเสพยาเพิ่มกับนายราช

‘แอร์แคมโบเดีย’ ยันไม่ได้เลียนแบบสายการบินอื่น ชี้เครื่องแบบพนักงานต้อนรับเหมือนกันแค่เรื่องบังเอิญ

(22 ก.ค. 68) สายการบินแอร์แคมโบเดีย (Air Cambodia) หรือแอร์กัมพูชา สายการบินประจำชาติกัมพูชา ได้ออกคำแถลงเพื่ออธิบายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับลวดลายบนเครื่องบินและเครื่องแบบของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบิน โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ของสายการบินครั้งนี้ เป็นผลจากการพัฒนาอย่างรอบคอบและคำนึงถึงวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกในมรดกอันล้ำค่าและความภาคภูมิใจของชาติกัมพูชา

คำชี้แจงนี้เกิดขึ้นในขณะที่บริษัทแอร์แคมโบเดียเตรียมการรีแบรนด์อย่างเต็มรูปแบบจากสายการบินแคมโบเดียอังกอร์แอร์ (Cambodia Angkor Air) เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 โดยสายการบินยืนยันว่าจะยังคงรักษาโลโก้และสีประจำแบรนด์เดิมไว้ คือสีม่วงรอยัลและสีทอง

สายการบินระบุว่าสีม่วง หมายถึงศักดิ์ศรี ความสงบ และความจงรักภักดี โดยได้แรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์เขมรดั้งเดิม และเฉดสีม่วงที่ใช้ในแบรนด์แอร์แคมโบเดียนั้น ได้มาจากการผสมผสาน 3 สีที่พบในธงชาติกัมพูชา คือสีน้ำเงิน สีแดง และสีขาว ในสัดส่วนที่เท่ากัน

สำหรับสีทองนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง ความภาคภูมิใจ และมรดกทางวัฒนธรรมอันยั่งยืนของกัมพูชา

คำแถลงยังระบุว่า องค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์เหล่านี้ทำให้ดีไซน์ของสายการบินแอร์แคมโบเดียแตกต่างไปจากสายการบินอื่น ๆ นอกจากนี้ ตราสัญลักษณ์สีทองและเฉดสีม่วงที่มีเอกลักษณ์ยังสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจ ที่สืบย้อนกลับไปถึงปี 2499 ภายใต้ชื่อเดิมของสายการบินแห่งชาติคือรอยัลแอร์กัมพูชา

องค์ประกอบทั้งหมดของอัตลักษณ์ทางสายตาของแอร์แคมโบเดีย ทั้งลวดลายบนเครื่องบิน เครื่องแบบ และตราสินค้า ได้รับการสร้างสรรค์และพัฒนาอย่างเป็นอิสระตามมาตรฐานของเครื่องหมายการค้าในอุตสาหกรรมการบินและทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งความคล้ายคลึงใดๆ กับสายการบินอื่นเป็นเพียงความบังเอิญ และไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นการเลียนแบบ สายการบินระบุ

แอร์กัมพูชาระบุว่าสายการบินยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และความเคารพซึ่งกันและกันกับสายการบินอื่นๆ ทั่วภูมิภาค บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการเติบโตด้านการบินในภูมิภาคผ่านความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

“เรายินดีรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนและชุมชนการบิน และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านช่องทางที่เป็นมืออาชีพและเหมาะสม การสนทนาอย่างสร้างสรรค์ช่วยส่งเสริมความเข้าใจ ความคิดเห็นที่คาดเดาหรือไวรัลบนสื่อสังคมออนไลน์อาจเสี่ยงต่อการตีความผิดและไม่สะท้อนถึงบริบททั้งหมดของมรดกแบรนด์ของเรา” สายการบินแอร์กัมพูชา ระบุ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top