Friday, 7 August 2026
POLITICS NEWS

'เทพไท'​ ปวดใจ!! ส.ส.ยุคกินกล้วย ไม่ต่างจาก ส.ส.โสเภณีในอดีต ชี้!! ทำการเมืองถอยหลังลงคลองไป 50 ปี

18 มี.ค. 65​ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า... 

ตนเห็นบรรยากาศการจัดเลี้ยงอาหารมื้อค่ำ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับกลุ่มส.ส.พรรคเล็ก ที่สโมสรราชพฤกษ์แล้ว สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้กลายเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว ทำให้ย้อนถึงบรรยากาศการเมืองในยุคการเลือกตั้งปี 2512 ของจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งส.ส.ในยุคนั้นรัฐธรรมนูญ ปี 2511 บัญญัติให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค ซึ่งไม่ต่างอะไรกับรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่มีส.ส.ปัดเศษ ทำให้เกิดสภาพ ส.ส.พรรคเล็กจำนวนมาก ที่มีอำนาจการต่อรองทางการเมืองกับรัฐบาลสูงมาก จนทำให้คนระดับนายกรัฐมนตรี จะต้องแคร์ความรู้สึก และเอาใจกลุ่มพรรคเล็กกลุ่มนี้ และมีการตั้งเงื่อนไขต่อรอง เรียกร้องการดูแลเป็นพิเศษ ทำให้การเมืองไทยถอยหลังเข้าคลองไปอีก 50 ปี

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าในพ.ศ. นี้ เรายังได้เห็นบรรยากาศการแจกล้วยให้กับส.ส. หรือส.ส.กินกล้วย ไม่ต่างอะไรกับ ส.ส.โสเภณีในยุคปี 2512 เพียงแต่มีการเปลี่ยนถ้อยคำเป็น ลิงกินกล้วย ให้ฟังแล้วดูดีกว่า ส.ส.โสเภณีขายตัวในอดีต” นายเทพไท ระบุ

ศบค.ถกเคาะ ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 เดือน เม.ย.-พ.ค. พร้อมปรับพื้นที่สีคุมโรคใหม่ สีส้ม 21 จังหวัดยังห้ามดื่มน้ำเมาในร้าน  ส่วนสีเหลือง 47 จังหวัด ก๊งได้ถึง 5 ทุ่ม สีฟ้า 9 จังหวัด   

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 18 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล รายงานข่าวจากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด 19 (ศบค.) ระบุว่าในที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. มีการพิจาณาขยายระยะเวลา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 17 ) เพื่อเอื้อต่อการบริหารจัดการด้านสาธารณสุข และควบคุมการติดเชื้อโรคโควิด 19 ไม่ให้เกินขีดความสามารถของระบบสาธารณสุข เพื่อเตรียมความพร้อมอยู่กับโรคโควิด 9 ในระยะยาว

รวมถึงการบริหารจัดการการเดินทางสัญจรข้ามจังหวัด และการรวมกลุ่มทางสังคมของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงการบริหารจัดการชายแดน การป้องกันการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านจึงมีการพิจารณาขยายระยะเวลาพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คราวที่ 17 ออกไปอีก 2 เดือน จากวันที่ 1 เม.ย. -31 พ.ค. 2565 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาปรับลดระดับพื้นที่โซนสีจากพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) เดิม 44 จังหวัด ปรับลดเหลือ 21 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) เดิม 25 จังหวัด เพิ่มเป็น 47 จังหวัด พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) จาก 8 จังหวัด เพิ่มเป็น 9 จังหวัด ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. เป็นต้นไป โดยพื้นที่สีส้มอนุญาตให้ร้านอาหารทั้งในและนอกศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่อื่นใดที่มีร้านอาหารสามารถรังรับประทานในร้านได้ เปิดได้ตามปกติ แต่ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน ส่วนพื้นที่สีเหลือง สามารถรับประทานอาหารในร้านได้ เปิดได้ตามปกติ ส่วนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านจำกัดเวลาไม่เกิน 23. 00 น.  

สำหรับพื้นที่ สีส้ม 21 จังหวัดได้แก่ เชียงใหม่ ตาก นครนายก นครปฐม นครราชสีมา  นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก ระนอง ระยอง ราชบุรี  สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี อุดรธานี อุตรดิตถ์ 

รองปลัด ก.แรงงาน เปิดโครงการสัมมนาการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    

วันที่ 18 มีนาคม 2565 เวลา 09.00 น. นางบุปผา พันธุ์เพ็ง รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมโครงการสัมมนาการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565  เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงแรงงานให้สามารถปฏิบัติงานได้ตรงตามแนวทางการประเมิน ITA และสามารถนำข้อเสนอแนะจากผลการประเมินฯ มาปรับปรุงเพื่อยกระดับการประเมินด้านธรรมาภิบาล และการบริหารจัดการภาครัฐของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานอย่างต่อเนื่อง

หัวหน้าพรรคเล็ก เปิดเผยหลังร่วมดินเนอร์ 3 ป.บรรยากาศชื่นมื่น ใจถึงใจ ด้านหัวหน้าพรรคไทรักธรรม ระบุ นายกฯ เปรย "หากพวกเราร่วมมือกันทำงาน ก็ไม่มีเหตุผลต้องยุบสภา"

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2565 นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เปิดเผยหลังร่วมดินเนอร์กับนายกรัฐมนตรีว่า เป็นการหารือแบบใจถึงใจ เป็นกันเอง นายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้ทุกคนพูดคุย นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า เมื่ออยู่ด้วยกันต้องมั่นใจกัน มีอะไรเสนอนายกรัฐมนตรีได้เลย ซึ่งก็ได้มีการเสนอไปแล้ว

ขณะที่ทุกคนที่ถูกเชิญร่วมวงรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็มาร่วมดินเนอร์ด้วยและไม่มีสัญญาใจต่อกัน ยืนยันไม่มีการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี ขณะที่ไม่สามารถการันตีได้ 100% ว่า 30 เสียงพรรคเล็กจะสนับสนุนรัฐบาล แต่ทุกพรรคยังมีทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ ไม่มีการวางตัวผู้ประสานงานระหว่างพรรคเล็กร่วมรัฐบาล แต่ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดูแลพรรคเล็กมาโดยตลอด ทั้งนี้หากมีโอกาสได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีบ่อยขึ้นก็จะเป็นเรื่องดี

ด้านนายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท เปิดเผยว่า ยังคงให้ความมั่นใจหนุนรัฐบาลไปตลอดรอดฝั่ง ไม่มีการพูดเรื่องยุบสภา หรือโควตารัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีขอให้ร่วมทำงานเพื่อประเทศชาติ ส่วนตัวมองว่าเมื่อพูดคุยกันแล้วเข้าใจกันดี สถานการณ์ชื่นมื่น เป็นกันเอง

“นายกรัฐมนตรีบอกไม่อยากอยู่หรอก เหนื่อยจะตาย จะไปเที่ยวไหนก็ไม่ได้ ไม่อยากตายคาเก้าอี้ และไม่ส่งสัญญาณอยู่ต่อสมัยหน้า ย้ำว่า ไม่ได้หวงตำแหน่ง”

ด้านนายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ มองว่า นายกรัฐมนตรีมีความสามารถที่จะยังดูแลประเทศได้ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน

 “กอ.รมน.” โต้ ฝ่ายการเมือง แจง งบฯ เป็นไปตามระเบียบ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)  เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวการจัดกิจกรรมเสวนาของฝ่ายการเมือง ภายใต้ชื่อโครงการ “ฝ่ายค้านรับฟังปัญหาทั่วไทยเพื่อประชาชน” โดยเนื้อหาพบว่ามีผู้ร่วมเสวนาที่ได้กล่าวถึง เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณของ กอ.รมน. ในลักษณะที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง อาทิ มีการกล่าวว่า “กอ.รมน. มีคนไม่ถึง 300 คน แต่มีงบประมาณไปเกือบหมื่นล้าน บางปีหมื่นกว่าล้าน พอเดินเข้าไปดูการใช้จ่ายเงินจะใช้เป็นงบลับ ปีละเกือบ 6,000 ล้าน แล้วงบลับตัวนี้ไม่มาเขียนในระบบงบประมาณแต่ไปซ่อนไว้ และคนใช้งบลับก้อนนี้ก็คือ นายกรัฐมนตรี เป็น ผอ.รมน. กับ ผบ.ทบ.”

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า การกล่าวถึงตามเนื้อหาข้อความดังกล่าว มีความคลาดเคลื่อนมากจากความเป็นจริง สำหรับข้อมูลความจริงของ กอ.รมน. นั้น ในส่วนของข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานอยู่กับ กอ.รมน. ในแต่ละปีจะมีอยู่ประมาณ 64,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นเจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจและทหาร ที่ปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จชต. ประมาณ 54,000 อัตรา และส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10,000 อัตรา จะปฏิบัติงานในพื้นที่ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ สรุปได้ว่า กอ.รมน. ไม่ได้มีบุคลากรเพียงแค่ไม่ถึง 300 คน   

'น้องแรมโบ้' ซัด 'สุรทิน'  ไม่ไปกินข้าวร่วมนายกฯ ไม่มีใครว่า แต่อย่าหิวแสง เหน็บนายกฯให้เป็นประเด็นการเมือง ย้ำกินข้าวพรรคร่วมหารือแก้ปัญหาบ้านเมือง ส่วนนายสุรทินอยู่กับเจ้าของสวนกล้วยคนไหนใครก็รู้กันทั่วหมดแล้ว

นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปไตยใหม่ ไม่ร่วมรับประทานอาหารกับนายกฯ พร้อมเหน็บว่าลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านมีประโยชน์มากกว่า
โดยระบุว่าหากนายสุรทินไม่อยากร่วมรับประทานอาหารกับนายกฯก็ไม่เป็นไรและการลงพื้นที่ก็เป็นเรื่องที่ดี

แต่อยากให้นายสุรทินรู้เอาไว้ว่าการร่วมรับประทานอาหารของนายกฯก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่ได้มีการพูดคุยถึงการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและประเทศชาติที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้เช่นเดียวกัน

นายชนะศักดิ์ยังระบุว่าไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เป็น ส.ส.นายสุรทินได้ลงพื้นที่บ้างหรือไม่ หรือว่ามาลงแค่ช่วงนี้เท่านั้น ทั้งนี้ยังขออย่านำมาเป็นประเด็นทางการเมืองให้เกิดความขัดแย้ง เพราะขณะนี้ไม่ใช่เวลามาเล่นการเมือง

“อยากลงพื้นที่ก็ลงไป แต่ไม่ควรเอามาเหน็บนายกฯแบบนี้ เพราะนายกฯ หรือรัฐมนตรีทุกคนก็เป็นห่วงประชาชนลงพื้นที่ช่วยประชาชนกันทุกคน ซึ่งตนมองว่าน่าจะทำมากกว่านายสุรทินอีก 

'สน.บางขุนนนท์' ล็อกเป้า!! ส่อสั่งขัง 'โรม' หวังให้หลุดสถานะ ส.ส. เจ้าตัวเผย!! เป็นผลพวงจากอภิปราย 'ป่ารอยต่อ - ค้ามนุษย์'

(17 มี.ค.65) รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่เพิ่งได้รับหมายจับจาก สน.บางขุนนนท์ ว่าหลังจากที่ตนได้อภิปรายทั่วไปเรื่องการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาเป็นต้นมา ก็ได้มีความพยายามที่จะเร่งรัดกระบวนการของคดีต่างๆ ที่ยัดเยียดมาให้จากการปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะคดีที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ฟ้องตนในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อต้นปี 2563

"จากกรณีที่เกิดขึ้น ผลที่ฝ่ายรัฐบาลคาดหวังจากความพยายามเหล่านี้ ก็คงหนีไม่พ้นการให้ผมได้ถูกศาลสั่งขังโดยไม่ให้ประกันตัว แม้เพียง 1 วันก็พอ เพื่อให้หลุดพ้นจากความเป็น ส.ส. โดยล่าสุดผมทราบว่าทางตำรวจ สน.บางขุนนนท์ ถึงขั้นมีการออกหมายจับผมในคดีนี้ โดยอ้างว่าไม่ได้ไปเข้าพบตามหมายเรียกที่ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งผมขอชี้แจงดังนี้..

“หมายเรียกแรกที่ออกมานั้น ออกเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างสมัยประชุมของสภาผู้แทนราษฎร จึงได้โต้แย้งไปแล้วว่าเป็นการออกหมายเรียกโดยไม่ชอบ เนื่องจากในรัฐธรรมนูญมาตรา 125 ได้ห้ามไม่ให้มีการออกหมายเรียกตัว ส.ส. ในระหว่างสมัยประชุม

"ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ทาง สน.บางขุนนนท์ก็ได้ออกหมายเรียกอีกครั้งให้ไปพบในวันที่ 11 มีนาคม อย่างไรก็ตามตนติดภารกิจในฐานะ ส.ส. ในวันดังกล่าว จึงได้ทำหนังสือต่อ สน.บางขุนนนท์ เพื่อชี้แจงความไม่สะดวกและขอเลื่อนการเข้าพบออกไปเป็นวันอื่นที่ได้ระบุไว้ ทว่าทางตำรวจกลับมีคำสั่งไม่อนุญาตเลื่อนการนัดหมายดังกล่าว และอ้างเหตุนี้ในการขอศาลเพื่อออกหมายจับตน” รังสิมันต์ กล่าว

รังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 กำหนดว่าหมายจับจะออกได้ก็ต่อเมื่อ (1) มีหลักฐานการกระทำความผิดอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี หรือ (2) มีหลักฐานการกระทำความผิดและมีเหตุควรเชื่อว่าจะหลบหนี (ซึ่งให้สันนิษฐานกรณีไม่มาตามหมายเรียกโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควรด้วย) กรณีของตนนั้นไม่ใช่ข้อ (1) แน่ๆ เพราะข้อหาหมิ่นประมาทมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ส่วนตามข้อ (2) นั้น เมื่อมีหมายเรียกมาตนก็ได้ยื่นหนังสือชี้แจงถึงความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ไปแล้ว พร้อมทั้งระบุวันที่สะดวกเข้าพบอย่างชัดเจนด้วย ยังไม่นับว่าในอดีตที่ผ่านมาเมื่อมีการแจ้งข้อหาแก่ตนในคดีนี้ ซึ่งตนก็ได้ไปแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ อีกทั้งตลอดเวลาที่ผ่านมายังมาปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. อย่างสม่ำเสมอไม่หนีหายไปไหน จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะต้องออกหมายจับผมแต่อย่างใดเลย

คนไทยซม! ค่าไฟขึ้น ส่วนเอ็นจีวีตรึงราคาต่อ 3 เดือน

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า จากการประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2565 ได้มีมติให้ปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2565 โดยให้เรียกเก็บที่ 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 4.00 บาทต่อหน่วย

ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อค่าเอฟทีมาจากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลต่อวิกฤตราคาพลังงานโลกเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้ กกพ. ต้องปรับสมมุติฐานการประมาณการค่าเอฟทีใหม่ให้สะท้อนราคาเชื้อเพลิงในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมจากสถานการณ์ที่ก๊าซธรรมชาติ (LNG) ในอ่าวไทยลดลงในช่วงปลายสัมปทาน

'พท.' ซัด 'ลุง' แก้ปัญหาตามเสียงด่า ปล่อยประชาสู้ตามยถากรรม แนะ 6 แนวมาตรการเก่า พปช.ไปใช้ ไม่คิดค่าลิขสิทธิ์

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขณะนี้คนไทยต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจที่ซ้ำซ้อน ต่อเนื่องและยาวนาน จากความผิดพลาด บกพร่องและไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้คนไทยต้องตกอยู่ในภาวะวิกฤติโควิด-19 แบบโงหัวไม่ขึ้นเข้าปีที่ 3 ต่อเนื่อง วันนี้เมื่อเกิดความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและสินค้าวัตถุดิบต่างๆ ที่ราคาพุ่งสูงขึ้น เศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่อยู่แล้วจากโรคระบาด ยิ่งวิกฤติหนักกว่าเดิมซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กลับนิ่งเฉยต่อปัญหาความล่าช้า ไร้มาตรการที่ชัดเจน 7 ปีที่บริหารประเทศ ทำงานไล่ตามปัญหา แก้ปัญหาตามเสียงก่นด่าของประชาชน 

น.ส.อรุณี กล่าวต่อว่า ในช่วงปี 2551 ได้เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐฯ สร้างผลกระทบไปทั้งโลก ราคาน้ำมันในตลาดโลกยกระดับสูงขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ สร้างผลกระทบกับค่าครองชีพพี่น้องประชาชน รัฐบาลพรรคพลังประชาชนได้เร่งรัดหาทางแก้ไขปัญหาในทันทีและรวดเร็ว โดยได้ประกาศ 6 มาตรการ 6 เดือนฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน ที่ครอบคลุมและชัดเจนในการแก้ไขสถานการณ์บรรเทาปัญหาค่าครองชีพพี่น้องประชาชนเมื่อวันที่ 15 ก.ค.51 ประกอบด้วย... 

>> ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันทุกประเภท โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลเหลืออัตราการจัดเก็บเพียง 0.005 สตางค์ 
>> ชะลอการปรับราคาก๊าซหุ้งต้ม (แอลพีจี) ในภาคครัวเรือน 
>> ฟรีค่าน้ำประปาสำหรับผู้ใช้น้ำในประเภทที่อยู่อาศัยที่มีปริมาณการใช้น้ำตั้งแต่ 0-50 ลูกบาศก์เมตร (คิว) ต่อเดือน 
>> ไฟฟ้าฟรีสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 80 หน่วยต่อเดือน และจ่ายค่าไฟฟ้า 50% สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วย 
>> รถเมล์ฟรีในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 
>> รถไฟฟรีทุกขบวนเป็นเวลา 6 เดือน 

‘ไพร พัฒโน’ ลาออกสมาชิกพรรคปชป.อีกราย เผยแจ้ง 'อภิสิทธิ์' รู้เป็นคนแรกในการตัดสินใจ

นายไพร พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และอดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแนบหนังสือลาออก ลงวันที่ 11 มีนาคม 2565 มีรายละเอียดดังนี้... 

“กราบเรียนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกท่าน ผมได้ใช้เวลาในการตัดสินใจเรื่องนี้อยู่นานมาก ด้วยความรัก ความผูกพันที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์รวมตลอดถึงผู้ใหญ่ในพรรคหลายๆท่านที่ผมทั้งรัก ทั้งเคารพ และสุดแสนจะเกรงใจครอบครัวของผมอยู่กับประชาธิปัตย์มากว่า 53 ปี ตั้งแต่สมัยคุณพ่อคือนายไสว พัฒโน และผมเองก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรในนามพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว 2 สมัย คือปีพ.ศ.2539 ถึง พ.ศ.2546 จึงเป็นเรื่องยากและยิ่งใหญ่มากในชีวิตของผมต่อการตัดสินใจครั้งนี้….. พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ผมรัก และยังรักอยู่จนถึงตอนนี้ แต่เส้นทางทางการเมืองบางครั้งมันไม่มีทางเลือกให้แก่เรามากนัก”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top