Friday, 7 August 2026
POLITICS NEWS

“อัครเดช” ฟาด “อันวาร์” สิ่งที่ทำสะท้อนการรักพรรคอย่างไร? ยืนยัน “จุรินทร์-เฉลิมชัย” รับฟังความเห็นลูกพรรคทุกคน ท้าเปิดหลักฐานคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเข้าร่วมรัฐบาล แซะ หากเป็นพรรคอื่นโดนยึดเก้าอี้ ปธ.กมธ.คืนแล้ว

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ออกมากล่าวหาว่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคไม่ชอบหน้านายอันวาร์นั้น ขอชี้แจงว่าหัวหน้าและเลขาธิการพรรคไม่ได้เกลียดหรือไม่ชอบนายอันวาร์ ซึ่งเท่าที่ตนได้พูดคุยกับหัวหน้าและเลขาธิการพรรคทั้ง2ท่านก็รับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคทุกคน ดังนั้นจึงคิดว่าน่าจะเข้าใจผิดของนายอันวาร์ และการที่นายอันวาร์ออกมาบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนเผด็จการนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ความจริง 

เนื่องจากการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นมติส่วนใหญ่ของพรรคที่ให้เข้าร่วมรัฐบาล โดยมีเงื่อนไข 3 ข้อ คือ ต้องรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายรัฐบาล  ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลต้องบริหารราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ดังนั้นการอ้างว่าคนส่วนใหญ่ไม่พอใจนั้นไม่เป็นความจริง และคนส่วนใหญ่ที่นายอันวาร์กล่าวอ้างคือใคร ขอให้เอาหลักฐานมา อย่ากล่าวอ้างลอยๆ

เบิร์ธเดย์ “บิ๊กตู่” 68 ปี เข้าทำเนียบ ขอบุคคลภายนอกงดเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิด เหตุโควิดแพร่ระบาด  รองนายกฯ-รมต.ทยอยส่งดอกไม้ขึ้นตึกไทย

ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจภายในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เวลา 09.00 น.ตามปกติ โดยไม่มีวาระงานหรือกำหนดการอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ขณะเดียวกันวันเดียวกันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 68 ปี ของนายกรัฐมนตรี และเนื่องจากมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่ได้เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าอวยพรในวันคล้ายวันเกิดในปีนี้ 

โดยขอให้ส่งเป็นหนังสือหรือบัตรอวยพรแทนเท่านั้น ขณะเดียวกันได้มีแจกันดอกไม้ จากรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และบรรดาบุคคลสำคัญต่างๆ ทยอยส่งมาอวยพรให้นายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้าต่อเนื่องเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 68 ปี บรรดาคณะทำงานในทำเนียบรัฐบาล โฆษกรัฐบาล เข้าอวยพรตั้งแต่ช่วงเช้า

อย่างไรก็ตาม มีรายงานแจ้งว่า ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางเข้าพบที่บ้านพักในร.1 พัน.1 รอ. คาดว่าได้เข้าอวยพรเป็นการส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวอวยพร ว่า เนื่องในโอกาสวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดของนายกรัฐมนตรี ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก บุญพระบารมีพระสยามเทวาธิราชย์และพระแก้วมรกต ตลอดจนพระบารมีแห่งองค์บูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ จงดลบันดาลประทานพร แผ่พระบารมีปกป้องคุ้มครองท่านนายกฯทำงานที่ยิ่งใหญ่เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชน อย่างราบรื่น ปราศจากปัญหาและอุปสรรคใดๆทั้งหลายทั้งปวง ขอให้ท่านนายกฯได้รับชัยชนะทุกเรื่อง ชนะศัตรูหมู่มาร ทำงานประสบความสำเร็จทุกสิ่ง เพื่อให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งอยู่ดีกินดี ขอให้ท่านนายกฯมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นผู้นำบ้านเมืองอยู่บริหารประเทศชาติสืบต่อไป

"นายกฯ"หนุน วิจัย-พัฒนายาและเวชภัณฑ์ ให้เข้าถึงง่าย ด้านสธ.ยัน “ฟาวิพิราเวียร์” มีประสิทธิภาพรักษาผู้ป่วยโควิด -19 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ย้ำให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด – 19 เน้นคำนึงถึงทุกปัจจัยอย่างครอบคลุม ทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความสามารถในการจัดหาเวชภัณฑ์ การจัดระบบบริการรองรับผู้ป่วยให้สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ ในคราวการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ยังกำชับให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามประสิทธิภาพเวชภัณฑ์ ทั้งวัคซีนและยารักษา โดยเฉพาะให้สำรวจงานวิจัยและการพัฒนา เพื่อนำมาขึ้นทะเบียน สำหรับประชาชนได้ใช้เพิ่มเติม เพี่อส่งเสริมระบบสาธารณสุขไทยมีความเข้มแข็ง พร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดและผู้ป่วยโควิด – 19 ด้วย

นายธนกร กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าประสิทธิภาพของยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับองค์การอาหารและยา(อย.)ในการรักษาไข้หวัดใหญ่ พบว่าผู้ป่วยหลายรายมีอาการดีขึ้น มีผลการรักษาที่ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาและควบคุมป้องกันโรคจึงพิจารณาให้นำยาฟาวิพิราเวียร์มาใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด – 19  ประกอบกับไทยเองสามารถจัดหายาฟาวิพิราเวียร์จำนวนมากได้ในราคาที่ไม่แพง
ยืนยันว่าไม่มีการนำยาที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือเป็นอันตรายมาใช้ในการรักษาผู้ป่วย 

'รองโฆษกรัฐบาล' เผย ส่งออกขนมไทย ไปจีน-ญี่ปุน พุ่ง

รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการ ให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(DITP)ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคกลุ่มต่างๆในประเทศที่เป็นตลาดส่งออก เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการผลิตและส่งออกให้กับผู้ประกอบการของไทย ซึ่งกลุ่มสินค้าขนม เป็นหนึ่งในสินค้าหมวดอาหารที่มีโอกาสเติบโตอย่างมากในหลายประเทศ โดยเฉพาะในจีน และญี่ปุ่น กอปรกับภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่คนหาสิ่งเพลิดเพลินทำในบ้านแทนการออกไปใช้เวลาในที่สาธารณะ ถือเป็นปัจจัยเสริมการส่งออกในภาพรวมอีกด้วย

น.ส.รัชดา กล่าวว่า การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทย ผลิตสินค้าให้ตรงกับพฤติกรรมการบริโภค โดยให้ผู้ซื้อเป็นตัวตั้ง และที่ผ่านมาตัวเลขการส่งออกสินค้าอาหารที่โตขึ้นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ข้อมูลที่น่าสนใจจากการศึกษา อาทิ กลุ่มนักศึกษาจีน กลุ่มเพศหญิงจะนิยม ขนมแป้งเส้นรสเผ็ด ขนมหรืออาหารกระป๋อง และคุกกี้หรือเค้ก กลุ่มเพศชายจะนิยมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถั่ว และผลไม้อบแห้ง เครื่องดื่ม กลุ่มนักศึกษาที่เกิดหลังปี 2000 ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือชายนิยมดื่มน้ำผลไม้และชานม 

เปิดตัว ‘อุ๊งอิ๊ง’ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินหน้าลุยสร้างบ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ศูนย์ประชุมมณฑาทิพย์ จ.อุดรธานี มีการจัดกิจกรรมเปิดตัว “ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม” โดยมีแกนนำพรรค อาทิ น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และรองหัวหน้าพรรคพท. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคพท. นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคพท. นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพท. นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานโซน 2 กทม. พรรคพท. น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคพท. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคพท. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ร่วมกิจกรรม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีส.ส.ของพรรคพท. สมาชิกพรรค และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 1500 คนด้วย

นายสุทิน กล่าวว่า ครอบครัวแรกของตนคือไทยรักไทย (ทรท.) ที่มาพร้อมความหวังของพี่น้องประชาชนขณะนั้น ครอบครัวเราเกิดขึ้นครั้งแรกภายใต้การนำของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ชาวบ้านอยู่ดีกินดี ลืมตาอ้าปาก และได้เรียนรู้ประชาธิปไตยกินได้ ในวันนั้นเรามีเงินคงคลังเยอะมาก ในขณะที่ประเทศไทยกำลังแข็งแรงเกิดกระบวนการที่จะถอดปลั๊กประเทศด้วยความอิจฉา พรรคการเมืองบางพรรคเริ่มมองไม่เห็นหนทางที่จะกลับมา ในวันที่ 30 พฤษภาคม 50 มีคำสั่งศาลยุบพรรคทรท. แต่พี่น้องเราวันนั้นก็ยังไม่ตาย เราร่วมกันสร้างบ้านหลังใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมชื่อ พลังประชาชน (พปช.)

จากนั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า ชาวทรท.ได้ตัดสินใจสร้างบ้านหลังใหม่อีกครั้งภายใต้ชื่อ พปช. เรารวบรวมสมาชิกที่แตกกระเสนซ่านเซ็นกลับบ้านอีกครั้ง และทำงานภายใต้ดีเอ็นเอเดิมของ ทรท. เราชนะการเลือกตั้ง ขณะที่เราเข้ามาบริหารประเทศเราเจอวิกฤตโลกหลายอย่าง ทั้งวิกฤตค่าเงินแพงวิกฤติพลังงาน น้ำมันแพงสูงถึง 140 เหรียญสหรัฐต่อบางเรล เราเร่งแก้ปัญหาด้วยการเราลดค่าแก๊ส ค่าน้ำ ค่าไฟ และรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี แต่สุดท้ายผู้นำของเราคือ นายสมัคร สุนทรเวช ถูกศาลตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง ขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หัวหน้าพรรคพท.คนใหม่ก็เข้าทำเนียบไม่ได้ เนื่องจากถูกกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ปิดล้อมทำเนียบ จนต่อมาถูกพรรคพปช.ถูกยุบ ทำให้สมาชิกแตกกระเซ็นอีกครั้งไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ แต่เราเลือกที่จะตั้งพรรคอีกครั้งชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) โดยในขณะนั้นมีพี่น้องคนเสื้อแดงออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างท่วมท้น

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า พรรคพท.ชนะการเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 54 ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เราได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จากที่ประชาชนสิ้นหวังประชาชนเหมือนได้รับแสงสว่าง และชีวิตดำเนินต่อไปได้อย่างมีความหวัง เรามีนโนบายค่าแรงขั้นต้ำ กองทุนหมู่บ้าน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ นโยบายจำนำข้าว นโยบายพักชำระหนี้เกษตรกร ฯลฯ ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย เราตั้งแต่ทรท. พปช. มาพท. เราเป็นบ้านหลังใหญ่ที่อยู่เคียงข้างประชาชน แม้จะมีความพยายามจากกลุ่มคนที่จะลำบากบ้านของเรา มีโจรขึ้นบ้านเพื่อขโมยสมาชิกในบ้านของเรา แต่เรายังจะจับมือกันแน่นเพื่อฝ่าฟันไปด้วยกัน ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาส ที่เผด็จการที่ช่วงชิงความหวัง และความฝันของพวกเรา พท.จะจดจำความรู้สึกนี้ของประชาชนเอาไว้ และเราจะกลับมาสานต่อนโยบายที่ค้างกันเอาไว้ให้สำเร็จ เราจะคืนความหวัง และคืนชีวิตใหม่ให้กับประชาชนอีกครั้ง ให้สมกับความเชื่อมั่นที่มีมาให้กันโดยตลอด 23 ปีอย่างแน่นอน

'เฉลิมชัย' มั่นใจประชาธิปัตย์ได้ส.ส.เพิ่ม ย้ำปชป.ยุคนี้เปิดกว้างไม่ใจแคบให้โอกาสทุกคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการสัมมนา ส.ส. กรรมการบริหารพรรค และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมแคนทารีฮิลล์ จังหวัดเชียงใหม่ว่า 

การสัมมนาครั้งนี้เป็นเหมือนธรรมเนียมปฏิบัติที่พรรคจัดสัมมนาสัญจรในต่างจังหวัดช่วงปิดสมัยประชุม เพื่อให้ ส.ส. กรรมการบริหารพรรค และรัฐมนตรีได้มีโอกาสพูดคุยกัน  ซึ่งการจัดสัมมนาแต่ละครั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ภายในพรรคที่ตนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่เราจะได้มีช่วงเวลาหลังจากได้ทำงานแล้วมาพูดคุย ให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้พรรคเดินไปข้างหน้า 

ซึ่งจากจำนวน ส.ส. 51 คนที่เรามี แม้จะไม่มาก แต่พลังที่จะมีมากหรือน้อยไม่ได้อยู่ที่จำนวน แต่อยู่ที่การกระทำของเราทั้งหมด เราจะทำให้มีพลังก็ได้ จะทำให้เบาอ่อนแรงเลยก็ได้ ตนจึงเรียกร้องทุกคนว่าเราคือครอบครัวเดียวกัน ขอให้ทุกคนมาช่วยกันสร้างพรรค มาช่วยกันพาประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้า 

“วันนี้ถึงเราจะมี ส.ส.ไม่มาก เราต้องช่วยกัน สิ่งที่จะทำให้ประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้า สิ่งที่จะทำให้ประชาธิปัตย์กลับคืนมาอีกครั้ง นั่นคือเราต้องเพิ่มจำนวน ส.ส.ให้ได้ สร้างความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนให้ได้ และมีนโยบายที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งทั้งนโยบาย ชื่อเสียงพรรค อุดมการณ์พรรค ต้องตรงกับคนที่ใช่ด้วย ถึงจะนำไปสู่ชัยชนะได้” นายเฉลิมชัยกล่าว 

พร้อมกับได้ให้คำมั่นกับ ส.ส. ประชาธิปัตย์ว่า ตนจะไม่มีวันปล่อยท่านสอบตกเด็ดขาด และมาช่วยกันสร้าง ส.ส. เพิ่ม เพราะตนเชื่อว่าเราจะกลับมาได้ จะกลับมาได้ด้วยพลัง และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกพรรค รวมทั้งการทุ่มเทการทำงาน การเสียสละ 

“ผมพูดวันนี้คือสิ่งที่ผมพยายามปฏิบัติ ผมรู้ว่าทุกคนเหนื่อยในสภาวะอย่างนี้ ก็ได้พยายามให้กำลังใจ พยายามพูดคุย แม้จะทำได้ไม่ครบ 100% อาจจะทำได้ไม่ถูกใจ 100% แต่กรรมการบริหารพรรคชุดนี้ขึ้นมาเมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จ และต้องรับผิดชอบพรรคที่จะพาไปสู่การเลือกตั้งในครั้งหน้า ผิดพลาดหรือสำเร็จไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความรับผิดชอบ และคงไม่มีมนุษย์คนไหนที่อยากจะล้มเหลว ผมก็เช่นเดียวกัน เรามีพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันทางการเมือง เรามีผู้ใหญ่ที่ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา เรามีสมาชิก มี ส.ส. ที่มีคุณภาพ นี่คือต้นทุนการเมืองที่ดีที่สุด แต่อยู่ที่ว่าเราจะใช้สิ่งที่เรามีให้เกิดประโยชน์ เกิดประสิทธิภาพและเดินไปสู่เป้าหมายได้อย่างไรเท่านั้น” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าว 

พร้อมกับเพิ่มเติมว่า แม้ปัจจัยการเมืองปัจจุบันเปลี่ยนไปหลายอย่าง เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเมือง แต่ต้องไม่ทิ้งอุดมการณ์และหลักการของพรรค ถ้าเราทิ้งหลักการและอุดมการณ์ของพรรค ก็หมดสิ้นความเป็นประชาธิปัตย์ แต่ถ้า 2 อย่างนี้ยังไม่พอ ก็ต้องหาสิ่งที่มาเสริมเพื่อให้พรรคเดินไปข้างหน้าได้ ตามสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต

“ผมขอให้กำลังใจ ส.ส. และผู้สมัครทุกท่าน ยังไม่มีการเลือกตั้ง อย่าไปกลัว มี 1 สมอง 2 มือ 2 ขา เหมือนกัน อย่าไปกลัว ถ้ากลัวตั้งแต่ยังไม่ทันเลือก กลัวตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่สงครามไม่มีวันเจอคำว่าชนะหรอก ผมมั่นใจว่าท่านหัวหน้า ท่านกรรมการบริหารพรรค ท่านประธานที่ปรึกษา พร้อมที่จะยืนเคียงข้างกับพวกเราทุกคน และ ณ วันนี้ ผมก็มั่นใจว่าประชาธิปัตย์ต้องได้ ส.ส. มากกว่าเดิม 100% ไม่ใช่แค่ขอรักษา ส.ส. เท่าที่มีอยู่ ผมยืนยันด้วยเกียรติ ด้วยศักดิ์ศรี และพร้อมจะรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้นของประชาธิปัตย์ทั้งหมด” 

‘วิโรจน์’ เชื่อแนวทาง ‘ก้าวไกล’ โดนใจคนกรุง ชูแนวคิด 'เมืองที่คนเท่ากัน' พร้อมเปิด 12 นโยบายหลัก 27 มีนาคมนี้

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล ร่วมเวทีเสวนาวิชาการ BKK move forward ณ ลานปรีดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 65 โดยวิโรจน์ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายในงานถึงความพร้อมในการลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และการเปิดตัวนโยบายเพื่อสร้าง "เมืองที่คนเท่ากัน" ในวันที่ 27 มีนาคมที่จะถึงนี้ วิโรจน์ตอบผู้สื่อข่าวภายในงานและย้ำถึงความมั่นใจในศึกเลือกตั้งครั้งนี้

ระหว่างการสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความมั่นใจภายหลังคะแนนนิยมจากผลโพลเพิ่มขึ้นในรอบเดือนที่ผ่านมา วิโรจน์ ได้ให้ความเห็นว่า ความนิยมของตนที่เพิ่มขึ้น สะท้อนความต้องการของคนกรุงเทพที่สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของพรรคก้าวไกล วิโรจน์ยังย้ำว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ตนเพียงคนเดียว แต่ยังมีทีมที่พร้อมซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลังอย่างพรรคก้าวไกล พร้อมชูจุดเด่น "สามประสาน" ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากพรรคก้าวไกลเป็นพรรคฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียวที่ได้ส่งว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทั้งผู้สมัครส.ก. ครบทีม และมีส.ส. เขต ทำงานในพื้นที่กรุงเทพ ซึ่งจะช่วยให้คนกทม. สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะจะมีการทำงานอย่างอย่างไร้รอยต่อ สอดประสานราบรื่นในแง่ของงบประมาณ นโยบาย และความรวดเร็ว

“ยุทธพงศ์” แฉ 3ป. - 1 ช. คาดฮั้วประมูลโครงการท่อส่งน้ำฯ ในอีอีซี ให้บริษัทวงษ์สยามฯ แทนบริษัท East Water ยักษ์ใหญ่เรื่องท่อส่งน้ำฯ พร้อมจ่อ ยื่นญัตติซักฟอก 23 พ.ค.นี้ ย้ำ! ต้องทำทันทีกัน “บิ๊กตู่” ยุบสภาหนี พร้อมถามหายาฟาวิพิราเวียร์ หลังชาวบ้านติดโควิดได

ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่าการประมูลระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกของกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นท่อส่งน้ำในพื้นที่อีอีซี ที่มีอยู่ 3 เส้นหลักคือเส้นที่ 1 โครงการท่อส่งน้ำดอกกราย - มาบตาพุด - สัตหีบ ที่กรมธนารักษ์ได้จ้าง บริษัท East Water บริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ มาจัดทำบริการโดยสัญญาจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.2566 เส้นที่ 2 คือโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล - หนองค้อ และเส้นที่ 3 โครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ - แหลมฉบัง (ระยะที่สอง) ซึ่งทั้งหมดนี้มีความไม่โปร่งใสในการประมูลโครงการ

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า โดยบริษัทที่ชนะประมูลในครั้งนี้ คือ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเสนอส่วนแบ่งให้กับรัฐเป็นค่าแรกเข้าเพื่อทำสัญญา (ชำระปีแรก) 1,450 ล้านบาท และส่วนแบ่งรายได้รายปี 21,335 ล้านบาท รวมทั้งหมด 25,693 ล้านบาท ส่วนบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท East Water เสนอค่าแรกเข้าเพื่อทำสัญญา (ชำระปีแรก) 1,550 ล้านบาท และส่วนแบ่งรายได้รายปี 19,755 ล้านบาท รวมทั้งหมด 24,213 ล้านบาท หมายความว่าบริษัท วงษ์สยาม เสนอให้มากกว่า 1,480 ล้านบาท ความน่าเชื่อถือของบริษัท East Water ซึ่งเป็นบริษัทกึ่งของรัฐบาล เพราะการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ถือหุ้นอยู่ 40% และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยถือหุ้นอยู่ 5% รวม 2 หน่วยงานถือหุ้นกว่าประมาณ 46% เพราะหากถือเกิน 50% จะเรียกว่ารัฐวิสาหกิจ ซึ่งอาคารที่ทำการก็ใหญ่โต ส่วนบริษัท วงษ์สยาม อยู่ใน ซ.พหลโยธิน 8 อาคารเล็กๆ แต่ว่าประมูลชนะบริษัท East Water 

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับ 3 ป. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานอีอีซี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะกำกับแล กปภ. และ 1 ช. คือนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรค พลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ซึ่งไม่ได้เป็นโดยตำแหน่ง เพราะคนที่เป็นจริงๆ คือนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ซึ่งทั้งหมดมีความเกี่ยวโยงกัน 

นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า หากบริษัท East Water ไม่ได้ชนะประมูลก็จะเจ๊ง และต้องปิดบริษัท ซึ่งหลังแพ้ประมูลราคาหุ้นตกจาก 8.05 บาท เหลือ 7.40 บาท โดยเมื่อวันที่ 14 มี.ค.2565 นายสันติ ประธานกรรมการที่ราชพัสดุให้บริษัทวงษ์สยามชนะประมูลด้วยมติ 6:3 โดยรายชื่อ 6 คนประกอบด้วย 1.นายสันติ 2.นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ 3.ตัวแทนปลัดกระทรวงการคลัง 4.ตัวแทนปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5.ตัวแทนปลัดกระทรวงกลาโหม และ 6.ตัวแทนปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนรายชื่อ 3 คนที่ค้าน ประกอบด้วย 1.ปลัดกระทรวงมหาดไทย 2.อธิบดีกรมโยธา และ3.อธิบดีกรมที่ดิน ส่วนอีก 3 คนที่เหลือ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ลาเพื่อหนีการประชุม หมายความว่ามติไม่ได้เป็นเอกฉันท์ และมีปัญหา 

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ดังนั้นในวันพุธ ที่ 23 มี.ค.นี้ ตนจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายอาคม ถึงความไม่โปร่งใสของการประมูลโครงการท่อส่งน้ำฯ ที่เปลี่ยนมาให้บริษัท วงษ์สยาม ชนะประมูลแทน เพราะมีการเปลี่ยนทีโออาร์ ทำให้รัฐเสียประโยชน์ คือไปเอาคำว่าบริษัทจะต้องไม่เคยเป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐออก ทุนจดทะเบียนบริษัทจาก 600 ล้านบาท เหลือ 300 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนคุณสมบัติสำคัญคือจากเดิมกำหนดไว้ว่าผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพและประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจ และบริหารจัดการท่อส่งน้ำ 

โดยเอาคำว่าท่อส่งน้ำออกไป ทั้งที่เป็นสาระสำคัญ อีกทั้งบริษัท วงษ์สยาม ไม่เคยบริหารจัดการท่อส่งน้ำเลย ตรงข้ามกับ บริษัท East Water ที่มีประสบการณ์บริหารท่อส่งน้ำกว่า 30 ปี รายได้ปีละ 5 พันล้านบาท รวม 30 ปีรายได้ 1.5 แสนล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ บริษัทวงษ์สยาม ได้ยื่นประมูลโครงการโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์กับการประปานครหลวง มูลค่า 6.4 พันล้านบาท แต่ไม่ผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติ แต่กลับมาชนะประมูลโครงการท่อส่งน้ำฯ ที่มีบริษัท East Water เป็นคู่แข่ง จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัย โดยหากมีความผิด นายอาคมต้องรับผิดชอบที่มอบหมายให้นายสันติดูแลเรื่องนี้

'กรณ์' ลงภูเก็ต ควงผู้สมัครทำงานต่อเนื่อง ย้ำยุทธศาสตร์ภูเก็ตจัดการตนเอง ชี้เป็นทางรอดด้านเศรษฐกิจและโอกาสทำกิน ยุคหลังโควิด

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2565 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยนายเทมส์ ไกรทัศน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดภูเก็ต ได้เข้าร่วมงาน กับสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดอันดามัน เรื่องการใช้ Digital Hub พัฒนาการท่องเที่ยว จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ โดยย้ำถึง นโยบายสำคัญต่อภูเก็ตว่า พรรคกล้ามีความชัดเจนมาแต่แรกว่าสิ่งที่เราจะทำให้ภูเก็ต คือเรื่องของการสร้างโอกาสการทำมาหากิน เศรษฐกิจปากท้อง เป็นหลัก ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่านโยบาย “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ที่ผ่านมา ถือเป็นนวัตกรรมทางนโยบายซึ่งเป็นตัวยืนยันว่าภูเก็ต มีโอกาส ศักยภาพ และความต้องการที่แตกต่างกว่าหลาย ๆ จังหวัด ซึ่งควรต้องกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในยุคหลังโควิด 

นายกรณ์ กล่าวว่า การเปิดโอกาสให้ภูเก็ตบริหารตัวเองได้ ก็จะสามารถกำหนดนโยบายได้อย่างแม่นยำ ทันต่อสถานการณ์และทันต่อความต้องการ คนภูเก็ตต้องได้บริหารงบประมาณของตนเอง ภาษีที่เก็บได้ต้องเข้าจังหวัดมากขึ้น สามารถกำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายที่เป็นอนาคตที่เหมาะสมของตัวเองได้ และควรได้เลือกผู้ว่าฯ เลือกผู้บริหารเมืองได้เอง รวมถึงการปฏิรูประบบราชการล้าหลังด้วยเทคโนโลยีสามารถทำทุกอย่างได้บนมือถือจะสามารถลดขั้นตอนและเวลาในการติดต่อราชการที่ล่าช้า  ขณะเดียวกันภูเก็ตยังควรบริหารงานตำรวจเอง เวลาเกิดเหตุกับนักท่องเที่ยว สามารถจัดการกันได้ในพื้นที่ ไม่ต้องขึ้นกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคกล้า ยังมองถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังเกิดสงคราม ยูเครน รัสเซีย โดยมองว่า หลายอย่างจะเปลี่ยนไป ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความเป็นมิตรประเทศ ประเทศคู่ค้ากัน ผลของค่าของชีพ ซึ่งเราได้รับผลกระทบแล้วจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าหลายชนิด และมันจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย สะท้อนถึงความสำคัญของความยืดหยุ่นที่ต้องมี ในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมกับตัวเรา และนี่คืออีกสาเหตุที่ต้องให้ภูเก็ตมีการบริหารที่มีความยืดหยุ่นได้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที และเมื่อเปลี่ยนแปลงไปแล้ว โอกาสที่จะทำให้ ประเทศไทย และภูเก็ต

'บิ๊กตู่' ย้ำ ให้รีบฉีดวัคซีน 'ลดป่วย ลดตาย' ขอให้ กลไก อสม. กระตุ้น พร้อม รองรับสงกรานต์

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในไทยแม้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องแต่ยังน้อยกว่าหลายประเทศในอาเซียนและของโลก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เสนอแนะให้ อสม. เป็นกลไกสำคัญในระดับพื้นที่เชิญชวนบุคคลใกล้ชิด คนในชุมชน รวมทั้งกลุ่ม 608 คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัว  และหญิงตั้งครรภ์ เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ได้มากกว่าร้อยละ 70 เพื่อลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตหากติดเชื้อ รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่รองรับเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทยที่กำลังจะมาถึง

นายธนกร กล่าวว่า ศบค. ย้ำมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ โดยเฉพาะการเตรียมตัวก่อนร่วมงานว่าประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา เข้าร่วมงานสงกรานต์ และกลุ่ม 608 ต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด มีการประเมินความเสี่ยงของตนเอง ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงาน หรือให้พิจารณาตรวจ ATK ก่อนเดินทาง หรือก่อนร่วมงานภายใน 72 ชั่วโมง ขณะเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ ต้องเข้มงวดการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ และงดรับประทานอาหาร 

นายธนกร กล่าวว่า สำหรับผู้จัดงาน และกิจการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานสงกรานต์ให้ลงทะเบียนบนระบบ TSC2+ และประเมินตนเองตามประเภทมาตรการ COVID Free Setting ได้แก่ การจัดกิจกรรมพิเศษ (แสดงคอนเสิร์ต แสดงดนตรี งานอีเวนต์ งานเทศกาล มหกรรม) การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มในชุมชน ศาสนสถาน ร้านอาหาร ขนส่งมวลชนสาธารณะ ซึ่งการขออนุญาตจัดงานให้เป็นไปตามเขตพื้นที่สถานการณ์ หรือตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร กำหนด ระหว่างช่วงงานสงกรานต์ กรณีพื้นที่จัดงานสงกรานต์ที่มีการจัดเตรียมสถานที่และควบคุมกำกับนั้น อนุญาตให้เล่นน้ำ และจัดกิจกรรมตามประเพณี เช่น รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ การแสดงทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ขบวนแห่ การแสดงดนตรีพื้นบ้าน โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting และมีการกำกับอย่างเคร่งครัด  ห้ามประแป้ง ปาร์ตี้โฟม จำหน่ายและบริโภคแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน  พื้นที่สาธารณะไม่มีการควบคุม เช่น ท้องถนน ห้ามเล่นน้ำ ประแป้ง และปาร์ตี้โฟม 

ส่วนมาตรการหลังกลับจากสงกรานต์ว่า ให้สังเกตอาการตนเอง 7 วัน  หากพบว่ามีอาการสงสัยติดเชื้อให้ทำการตรวจ ATK และขอให้หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนจำนวนมากโดยไม่จำเป็นพิจารณามาตรการ WFH ให้เป็นไปตามความเหมาะสม

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีห่วงใยในกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม 608 และกลุ่มเด็ก (5 - 11 ปี) ที่พบว่ามีการเข้ารับการฉีดวัคซีนเข้มกระตุ้นน้อยอยู่ จึงขอความร่วมมือผู้ที่ยังไม่เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นรีบเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นโดยเร็วด้วย เพราะจะ “ลดป่วย ลดตายได้ ต้องมารับวัคซีน” พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมกันเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจ และการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ถูกต้องให้กับประชาชนเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย (Living with COVID-19) 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top