Friday, 7 August 2026
POLITICS NEWS

'วิโรจน์' ลั่น กรุงเทพเปลี่ยนได้ ถ้าผู้ว่าฯ สร้าง “เมืองที่คนเท่ากัน"

วิโรจน์ ประกาศกลางวงดีเบต การสร้างเมืองที่คนเท่ากันเป็นหนทางเดียวที่จะแก้ปัญหา กทม. ได้ ย้ำชัดทางออกปัญหารถเมล์ น้ำท่วม พื้นที่สีเขียว ต้องแตะที่ต้นตอ กล้าประสานงาน แบ่งงบประมาณมีประสิทธิภาพ และหยุดเอาใจนายทุน 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล เข้าร่วมการเสวนา "เลือกตั้งผู้ว่าฯ แก้ปัญหาคนกรุง" ณ หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ว่า ทุกปัญหาใน กทม. คนที่แบกรับปัญหาทั้งหมดคือคนจนที่ไม่มีสิทธิเลือก ไม่มีอภิสิทธิ์มีบ้านเป็นของตัวเอง มีบ้านที่มีสวน มีรถยนต์ส่วนบุคคล ขณะที่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เข้าถึงได้ก็ถูกทิ้งร้างและไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร เช่น รถเมล์ เพราะไม่มีนายทุนได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน

"เมืองทั้งหลายในโลก คนจนคนรวยสามารถใช้บริการรถเมล์ได้เท่าเทียมเสมอหน้า ตรงกันข้ามกับกรุงเทพ ที่คนจนเมืองเท่านั้นที่ใช้บริการรถเมล์"

‘ส.ว.สมชาย’ ชี้ตั้ง ‘อุ๊งอิ๊ง’ หน.ครอบครัวฯ ไม่ผิด แต่เตือน ระวัง ‘พฤติกรรม-กิจกรรม’ เสี่ยงขัดกม.

‘ส.ว.สมชาย’ ชี้ตั้ง ‘อุ๊งอิ๊ง’ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย-หาสมาชิกพรรค ไม่ผิดกฎหมาย เตือนระวัง ‘พฤติกรรม-กิจกรรม’ ขัดกฎหมายพรรคการเมือง

23 มีนาคม 2565 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่...) พ.ศ. ... และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่...) พ.ศ. ... คนที่ 4 รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเลี่ยงกฎหมายเพราะเปิดให้ประชาชนสมัครเป็นสมาชิกครอบครัวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับปัจจุบันกำหนดให้ผู้จะเป็นสมาชิกพรรคต้องชำระค่าสมัคร ว่า ตนมองว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยดำเนินการนั้นยังไม่ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะตามกฎหมายพรรคการเมืองและระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีคำนิยามหรือคำใดที่ระบุถึงประเด็นหัวหน้าครอบครัวและสมาชิกครอบครัว

'อนุทิน' เปิดประชุมวิชาการ กัญชาทางการแพทย์ เผยคืบ ปลดล็อกจากบัญชียาเสพติด ย้ำ อสม. พาผู้สูงอายุฉีดวัคซีน รับสงกรานต์

จ.บึงกาฬ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อเป็นประธานในการเปิดงานประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 8 พร้อมกับปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "กัญชา กัญชง ความมั่นคงทางสุขภาพและเศรษฐกิจของชาติ" โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย คณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขร่วมลงพื้นที่ด้วย  

โดยครั้งนี้เป็นการสัญจรให้ความรู้กัญชา กัญชง แก่ประชาชนในทุกมิติเป็นครั้งที่4  จากเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาสังคมในการสัญจรให้ความรู้โดยการจัดประชุมวิชาการใน 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ   

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ในการปาฐกถารองนายกฯระบุ ถึงความคืบหน้าของกฎหมายที่จะปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดว่าประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 จะมีผลบังคับ 120 วันหลังการประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือมีผลบังคับประมาณเดือนมิ.ย. แต่ช่วงนี้สามารถขออนุญาตปลูกในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนได้ ขณะที่ พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ... ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร สำหรับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันให้พืชกัญชา กัญชง เป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่เป็นทางเลือกการสร้างรายได้ของประชาชนเพิ่มเติมจากพืชเศรษฐกิจหลักอื่นๆ โดยการที่หน่วยงานต่างๆ ได้ให้การสนับสนุนปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดนั้นแสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ และโอกาสทางเศรษฐกิจที่จะตามมาอีกมาก  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายอนุทินได้ฝากถึงพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ทั่วประเทศ ขอให้ร่วมกันนำผู้สูงอายุในหมู่บ้านและชุมชนมารับวัคซีนให้ครบให้ได้ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยต้องอธิบายผู้สูงอายุให้ทราบถึงความเสี่ยงของการไม่รับวัคซีนซึ่งขณะนี้ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เสี่ยงและเสียชีวิตสูงสุด ซึ่งหากทำสำเร็จ อสม. จะเป็นกลไกหลักที่ทำให้ประเทศไทยสามารถผ่านเทศกาลสำคัญที่สุดของคนไทยปีนี้ผ่านไปด้วยดีและมีความสุข และขอฝากลูกหลานที่ไปทำงานต่างถิ่นที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อเยี่ยมพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ในเทศกาลสงกรานต์ ให้ดูแลล้างตัวเองให้สะอาดทั้งการไม่ร่วมสังสรรค์ ไม่ไปสถานที่เสี่ยง 1 สัปดาห์ พร้อมตรวจ ATK ก่อนเดินทาง  
 
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า งานประชุมวิชาการทางการแพทย์เขตสุขภาพที่8 ซึ่งครอบคลุมจังหวัดบึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยวเริงร่า กัญชาริมโขง’ ที่เชื่อมโยงการเป็นแหล่งกัญชาที่ดีที่สุดกับแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างหินสามวาฬและถ้ำนาคา โดยตลอดงาน 3 วัน ระหว่างวันที่ 23-25 มี.ค. 2565 มีทั้งการประชุมวิชาการ ให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชา กัญชง ในมิติต่างๆ การสาธิตนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากกัญชา การให้บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ มีการตรวจรักษาและจ่ายยากัญชาทางการแพทย์ และมหกรรมกัญชา กัญชง การออกร้านให้ชิมและเลือกซื้ออาหารที่ปรุงด้วยกัญชา กิจกรรมให้คำปรึกษาด้านการขออนุญาตปลูกกัญชา โดยเขตสุขภาพที่8 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ประมาณ 5,000 คน ซึ่งภายในงานมีการคัดกรองผู้เข้าร่วมงานและดำเนินการภายใต้มาตรการ Covid Free Setting อย่างเคร่งครัด    

“ประวิตร” เร่งปราบค้ามนุษย์ สั่งคุ้มครอง-ช่วยเหลือ ผู้เสียหายปลื้ม งานคืบ ส่งผลดี ทิปรีพอร์ต

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(ปคม.)ครั้งที่ 1/2565 และเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(ปกค.)ครั้งที่ 1/2565 

โดยที่ประชุมปคม. เห็นชอบร่างข้อเสนอแนวทางการพัฒนากลไกการส่งต่อระดับชาติ และร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกลไกการส่งต่อระดับชาติ และเห็นชอบร่างมาตรฐานการปฎิบัติงานการตรวจคัดกรอง เบื้องต้น เพื่อแสวงหาข้อบ่งชี้ สำหรับบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน 

นอกจากนั้นเห็นชอบร่างรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย และกรอบเวลาการจัดทำรายงาน รวมทั้งเห็นชอบการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ครั้งที่5 และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสครั้งที่15 ในปี2565 ที่ประเทศไทยจะดำรงตำแหน่งประธานคอมมิท (COMMIT Task Force)

นอกจากนั้นที่ประชุมรับทราบรายงานการประเมินการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์กลางปี ประจำปีค.ศ.2022 และรายงานผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ประจำปี 2564 ที่นายกรัฐมนตรี เห็นชอบแล้ว และ กระทรวงการต่างประเทศ ได้นำรายงานฉบับภาษาอังกฤษ ส่งให้สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย เมื่อ 21 ม.ค.65 เพื่อใช้ประเมินจัดระดับประเทศไทยในทิปรีพอร์ตแล้ว

โดยสหรัฐฯ แสดงความพอใจต่อการดำเนินงาน และชื่นชมผลการดำเนินคดีค้ามนุษย์ในภาพรวมที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าปี2563 รวมถึงการดำเนินงานที่สำคัญของรัฐบาลไทย เช่น การจัดตั้งศูนย์คัดแยกผู้เสียหาย (ดอนเมือง) การจัดทำกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) และการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการค้ามนุษย์ ระยะเร่งด่วน 4รุ่น จำนวน 120 คน รวมทั้งการจัดตั้งสถาบันฝึกอบรม เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งแรกในภูมิภาค ภายใต้ความร่วมมือ กับรัฐบาลออสเตรเลีย เป็นต้น

“โฆษกรัฐบาล” โว โครงสร้างพื้นฐาน“บก-ราง-น้ำ-อากาศ” คืบ  เร่ง เคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาว ยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.ประชาชน 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงสร้างขนาดใหญ่ของประเทศ  ที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นระบบสาธารณูปโภคต่างๆเช่น ไฟฟ้า น้ำประปา โครงข่ายด้านการสื่อสาร ระบบคมนาคมขนส่งทั้งทางราง ทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ รวมถึงการเกิดของนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการลงทุนทั้งจากในและต่างประเทศ 

นายธนกร กล่าวว่า รัฐบาลดำเนินโครงการ ให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปในทิศทางที่ดีมากยิ่งขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบขนส่งทางราง (รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง) การเปิดประมูลและให้บริการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ การพัฒนาโครงข่ายถนน เช่น การสร้างมอเตอร์เวย์ พัฒนาท่าเรือ รวมถึงการพัฒนาท่าอากาศยาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือ SEZ โดยออก พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ปี 2561 เพื่อรองรับการดำเนินการที่สำคัญในอนาคต เช่น เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่ออุตสาหกรรมเป้าหมาย เมืองใหม่อัจฉริยะน่าอยู่ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นต้น 

นายธนกร กล่าวว่า เพื่อให้คนไทยมีความสุข อยู่ดี กินดี สังคมมีความมั่นคง เสมอภาคและเป็นธรรม รัฐบาลได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เกิดโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์ในประเทศและเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งโครงการต่าง ๆ มีความคืบหน้าค่อนข้างมาก หลายโครงการเป็นการลงทุนต่อเนื่อง  เมื่อโครงการต่าง ๆ แล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศกับนานาประเทศได้ และประชาชนคนไทยจะได้รับประโยชน์จากแผนการการลงทุนด้านคมนาคม  โดยเฉพาะในเชิงเศรษฐกิจจากเม็ดเงินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม 

'บิ๊กตู่' จับ 7 กระทรวง เซ็น MOU เร่งขับเคลื่อน พัฒนาคุณภาพชีวิต เด็กปฐมวัย-ผู้สูงอายุ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม 2565 นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง: การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต (กลุ่มเด็กปฐมวัย และผู้สูงอายุ) พ.ศ. 2565 – 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล 

นายธนกร กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง: การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต (กลุ่มเด็กปฐมวัย และผู้สูงอายุ) พ.ศ. 2565 – 2569 เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ ที่มีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัยภายใต้แผนแม่บทที่ 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามร่วมกันเมื่อ 30 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

'รองโฆษกรัฐบาล' แจง คืบหน้า แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ช่วยครู-ตำรวจ ไปแล้วหลายราย

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.65 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ความคืบหน้าการแก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชนตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน ว่า รัฐบาลดำเนินการมาระยะหนึ่งปรากฏผลอย่างเป็นรูปธรรม จากนี้จะเร่งสร้างการรับรู้ต่อสาธารณะให้มากขึ้นอีก เพื่อประชาชนที่มีปัญหาหนี้สินจะได้ใช้ประโยชน์จากมาตรกการช่วยเหลือของรัฐบาลอย่างเต็มที่ คณะกรรมการติดตามการดำเนินนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา และรายงานความคืบหน้าให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ เมื่อ 22 มี.ค. ได้แก่

1.การแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่ง กยศ.ได้ให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาไปแล้ว 6.15 ล้านราย วงเงินรวม 6.75 แสนล้านบาท พร้อมออกมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินช่วยผู้กู้ยืม เช่น ลดเบี้ยปรับร้อยละ 100 กรณีปิดบัญชีคราวเดียว 58,286 ราย และลดเบี้ยปรับร้อยละ 80 กรณีชำระหนี้ทันงวด 325,231 ราย นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมได้บูรณาการแก้ไขปัญหาหนี้สิน กยศ.อย่างเป็นระบบทั้งก่อนศาลมีคำพิพากษาและหลังจากศาลมีคำพิพากษาเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้

2.กำหนดให้การไกล่เกลี่ย และการปรับโครงสร้างหนี้เป็นวาระของประเทศ ซึ่งเน้นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFls) และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ได้จัดโครงการพักชำระหนี้ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามความสมัครใจ ซึ่งมีกองทุนเข้าร่วม 413 กองทุน สมาชิกรวม 32,055 ราย รวมวงเงินกู้ที่พักชำระหนี้จำนวน 901 ล้านบาท 

นอกจากนี้กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ ดำเนินโครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน ซึ่งเป็นการพัฒนาเว็บไซต์ แชตบอท และไลน์ เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางปรับธุรกิจและมาตรการต่างๆ ให้กับลูกหนี้เป็นรายกรณีด้วย

3.การแก้ปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กระทรวงยุติธรรมได้จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยช่วยเหลือลูกหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ และพักชำระหนี้ ประมาณ 5,000 คัน ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดแนวทางกำกับดูแลสินเชื่อและธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายสินเชื่อ

4.การแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการครู และข้าราชการตำรวจ ในส่วนกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการ เช่น ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สวัสดิการตัดเงินเดือนให้เป็นสวัสดิการที่แท้จริง โดยสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไม่น้อยกว่า 10 แห่ง ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงเหลือไม่เกินร้อยละ 5 และขยายผลการแก้ไขหนี้ครูผ่านสหกรณ์ต้นแบบ  สำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ข้าราชการตำรวจได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้สินแล้วหลายพันราย

'ไทยสร้างไทย'​ ส่ง 'ศิธา ทิวารี'​ ชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม. พร้อมเปิดตัวว่าที่​ ส.ก. 50​ เขต​ 30​ มี.ค.นี้

รายงานข่าวจากพรรคไทยสร้างไทยแจ้งว่า พรรคไทยสร้างไทย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ตัดสินใจส่ง​ 'ผู้พันปุ่น'​ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลไทยรักไทย และอดีต ส.ส.กทม. ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) ในนามพรรคไทยสร้างไทย โดยจะมีกำหนดการเปิดตัวเป็นทางการในวันที่ 30 มี.ค. พร้อมการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต

เบื้องต้นทางพรรคไทยสร้างไทยติดต่อขอจัดงานเปิดตัว น.ต.ศิธา และผู้สมัคร ส.ก. รวมทั้งการเปิดนโยบายที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (หอศิลป์ กทม.) แยกปทุมวัน


ที่มา : https://mgronline.com/politics/detail/9650000028007
 

ธอส. ดันบ้านล้านหลัง เฟส 2 ปล่อยสินเชื่อแล้วเกือบ 1 หมื่นล้านบาท

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ได้จัดทำโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน ผู้ที่เริ่มต้นทำงานเพื่อสร้างครอบครัว และผู้สูงอายุ ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำและผ่อนปรนเงื่อนไขภายใต้กรอบวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท สำหรับซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1,200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรกเท่ากับ 1.99% ต่อปี 

ล่าสุด ณ วันที่ 21 มีนาคม 2565 มีลูกค้าติดต่อยื่นกู้ที่สาขาของธนาคารทั่วประเทศแล้วจำนวน 12,696 ราย วงเงินสินเชื่อ 11,195 ล้านบาท และ ธอส. ได้อนุมัติสินเชื่อเพื่อสานฝันให้ลูกค้าได้มีบ้านเป็นของตนเองสำเร็จไปแล้วกว่า 11,500 ราย วงเงินสินเชื่อ 9,850 ล้านบาท 

ครม.ไฟเขียว สกพอ. เข้าใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. 14,619 ไร่ในอีอีซี  

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 22 มี.ค. 2565 ได้อนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) จำนวน 14,619 ไร่  ในท้องที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  เพื่อดำเนินโครงการศูนย์ธุรกิจ EECและเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ   
          
ทั้งนี้ เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 มาตรา 36 ที่บัญญัติให้คณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) โดยความเห็นชอบของ ครม. มีอำนาจให้ สกพอ. เข้าใช้ประโยชน์ของ ส.ป.ก..เพื่อดำเนินการอื่นใดนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top