Sunday, 21 June 2026
POLITICS NEWS

'บิ๊กป้อม' สั่งติดตาม 'พายุโนรู' อ่อนกำลัง ย้ำ!! เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง - เร่งช่วยเหลือปชช.

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำ รอง นรม.เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ สทนช.และ มท. ยังคงติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากพายุโนรูที่อ่อนกำลังลงต่อเนื่องไป โดยขอให้ สทนช.และกรมชลประทาน บริหารจัดการรักษาสมดุลการระบายน้ำทั้งเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน โดยคำนึงผลกระทบกับประชาชนส่วนใหญ่และพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

ขณะเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับขอให้ฝ่ายปกครอง ให้ความสำคัญทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ยังคงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงที่มีฝนตกหนักน้ำสะสมต่อเนื่อง อันอาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลันได้ โดยให้แจ้งเตือนและนำประชาชนออกจากพื้นที่ให้ทันกับเหตุการณ์ และยังคงเฝ้าระวังให้การช่วยเหลือประชาชนริมฝั่งแม่น้ำสายหลัก ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำริมสองฝั่งที่สูงขึ้น จากการระบายน้ำท้ายเขื่อนที่มากขึ้น

พร้อมกันนี้ จากสถานการณ์พายุที่เริ่มอ่อนกำลังลง พล.อ.ประวิตร’ ยังได้ย้ำ ขอให้ฝ่ายปกครองในทุกพื้นที่ประสบอุทกภัย เร่งหนุนเรื่องเข้าไปช่วยดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือเยียวยาอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ต่อเนื่องกันไป เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบกลับมาใช้ชีวิตโดยปกติเร็วที่สุด โดยเฉพาะการเร่งเข้าไปช่วยเหลือดูแลโรงเรียนและวัดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เด็กนักเรียนส่วนใหญ่สามารถกลับมาเรียนได้ตามปกติโดยเร็ว
 

'บิ๊กป้อม’ ชม ‘ครอบครัวสามะ’ อบรมลูกเยี่ยม หลังพาเหรดคว้ารางวัลยิ่งใหญ่โลกอิสลาม

'บิ๊กป้อม’ ปลื้มครอบครัวสามะ ในนามคนไทย ที่สอนอบรมลูก 3 คน คว้ารางวัลยิ่งใหญ่โลกอิสลาม ขอช่วยเป็นครูเผยแพร่สิ่งดีงามถูกต้อง 3 จชต.

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับครอบครัว สามะ ณ ห้องรับรอง ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ที่ฝึกสอนอบรมบุตรหลานเป็นอย่างดี ตามหลักการศาสนาได้รับรางวัลชนะเลิศระดับโลก สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในหลายรายการสำคัญ

'สุทิน' แนะ 'ประยุทธ์' ควรเสียสละได้แล้ว หากได้อยู่ต่อ เกิด 'วิกฤตการเมือง' แน่นอน

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 65) เวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการนัดหมายของฝ่ายค้านเพื่อรอลุ้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ปมนายกรัฐมนตรี 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า เราไม่ได้มีการนัดหมายอะไรกันเป็นพิเศษ แต่ใครมาสะดวกก็มาพบกันในเวลา 14.00 น. วันนี้ ที่ห้องผู้นำฝ่ายค้าน และหลังคำวินิจฉัยออกมาแล้วก็จะมีการหารือกันเพื่อกำหนดท่าทีกันว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป โดยฝ่ายค้านจะฟังคำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด ไม่ว่าจะออกมาแนวทางใด ก็เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะอธิบายเพื่อให้สิ้นกระแสความ หากอธิบายได้ดีมีเหตุผล เราก็คงไม่มีอะไร แต่ถ้ายังมีข้อที่ยังคาใจสังคม เราก็จะพิจารณาดูว่าในเชิงวิชาการเราจะแสดงอะไรให้เป็นบรรทัดฐานในอนาคตเพื่อให้มีการพูดถึงและแสดงความคิดเห็นบ้าง ทั้งนี้ การแสดงความคิดเห็นจะอยู่ในกรอบที่เรายอมรับและไม่ละเมิดต่อศาล

“ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่ธุระที่ส.ส.จะต้องมาเขียนคำร้องแล้วยื่นศาลรัฐธรรมนูญ และไม่ใช่ธุระที่ประชาชนจะต้องมาตึงเครียดจนถึงระดับว่าต้องมาพูดเรื่องรัฐประหาร หรืออาจจะไม่มีเลือกตั้ง ความจริงเรื่องนี้ผมเตือนมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นเรื่องของพล.อ.ประยุทธ์คนเดียวเท่านั้นที่จะเสียสละ ถ้าตัดสินใจตั้งแต่ก่อนวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา บ้านเมืองก็จะไม่ต้องเดินมาถึงจุดนี้ และยิ่งเกิดอะไรขึ้นจากวิกฤตครั้งนี้คนที่จะต้องรับผิดชอบคือพล.อ.ประยุทธ์ที่นำประเทศมาถึงจุดนี้โดยไม่จำเป็น ไม่ควรทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก เสียสละคนเดียวจบ นับเลข 1 ถึง 8 คนเดียวจบ นี่คือกรรมของคนไทยที่ผู้นำประเทศเหนียวเก้าอี้มากเกินไป จึงทำให้ประเทศชาติไปสู่ปัญหา ถ้าลดการติดยึดบ้าง ผมว่าบ้านเมืองไม่วิกฤต และไม่ควรมีวันนี้” นายสุทิน กล่าว

'บิ๊กตู่' ทำบุญใส่บาตรพระ ก่อนเข้าทำงานตามปกติ กล่าวขอบคุณ บรรดา 'รมต.-นักการเมือง' ที่ส่งกำลังใจให้

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 30 ก.ย.ที่หน้ากระทรวงกลาโหม ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี 

โดยในช่วงเช้าพล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำบุญตักบาตรตามปกติที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) เหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา ก่อนที่เวลา 09.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางเข้ากระทรวงกลาโหม เพื่อปฏิบัติภารกิจในฐานะรมว.กลาโหม 

โดยบรรยากาศที่ด้านหน้ากระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่ทหารไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในกระทรวงกลาโหม ทำให้สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศต้องปักหลักเก็บบรรยากาศด้านหน้าทางเข้ากระทรวงกลาโหมอย่างคึกคัก  

‘บิ๊กป้อม’ หนุน ‘กองทุนดีอี’ พัฒนาปท.ด้วยดิจิทัล ยกระดับบริการ 5G ต่อยอดสู่เมืองอัจฉริยะ

พล.อ.ประวิตร นั่งหัวโต๊ะประชุมกองทุนดีอี ผลักดันโครงการ ต่อยอด 5G เพื่อส่งเสริม ศก./สังคม อนุมัติ โครงการสำคัญ มุ่งเน้น บริการปชช./ส่งเสริมการศึกษา และรองรับการพัฒนาประเทศ ตามนโยบายรัฐบาล

เมื่อ (29 ก.ย. 65) เวลา 14.30 น. พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่4 /2565  ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ ผลการดำเนินงานของกองทุนตามแผนปฏิบัติการ ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 5 ของแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน และบริการเพื่อสังคมปี60-64 ซึ่งมี 2 กิจกรรม ได้แก่ การจัดให้มีศูนย์บริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะ จำนวน 1,722 ศูนย์ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการประกาศประกวดราคาจ้าง และการพัฒนาระบบจัดการศูนย์ดิจิตอลชุมชน และงานบำรุงรักษา 5ปี อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำ TOR 

ศาลรธน. ประกาศ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ มีผล 1 ทุ่มคืนนี้ หวั่นเกิดเหตุไม่สงบ ปมวินิจฉัยวาระนายกฯ 8 ปี

ด่วน! ศาล รธน. ออกประกาศ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ มีผล 1 ทุ่มคืนนี้-6 โมงเช้าวันจันทร์ หลังฝ่ายความมั่นคงประเมินความเสี่ยงเกิดความไม่สงบ ปมวินิจฉัยวาระนายกฯ 8 ปี

วันที่ (29 กันยายน 2565) นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ลงนามประกาศศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง อาณาบริเวณ หรือพื้นที่ที่กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย โดยระบุว่า

ตามที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติกรณีรับคำร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ยื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ และออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในเวลา 15.00 น.

ทางหน่วยงานความมั่นคงได้แจ้งต่อสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า จะมีสถานการณ์ที่มีสิ่งบอกเหตุ หรือข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าอาจจะมีเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยและความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้น

'ธันวา' สวน ศรีสุวรรณ 'สร้างอนาคตไทย' เล่นตามกติกา ขออย่าเลือกปฏิบัติ หากจะตรวจสอบควรทั่วถึง

นายธันวา ไกรฤกษ์ รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟสบุ๊กสวนกลับนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กรณีไปยื่นคำร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบป้ายหาเสียงของพรรคสร้างอนาคตไทย โดยกล่าวหาว่าไม่เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการหาเสียง ปี 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมาได้กำหนดไว้ โดยระบุว่า การที่นายศรีสุวรรณจะดำเนินการฟ้องร้องพรรคใดนั้นก็ถือเป็นสิทธิของนายศรีสุวรรณ แต่การที่พรรคสร้างอนาคตไทยเอาป้ายใหญ่ซึ่งมีขนาดเกินที่กำหนดไว้ในระเบียบดังกล่าวลงตั้งแต่ก่อนเริ่มนับกรอบเวลา 180 วันนั้น พรรคได้แสดงเจตนาชัดเจนว่าเราพร้อมทำตามกฎหมาย

ส่วนกรณีตามที่ถูกยื่นร้อง ถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะเป็นป้ายของผู้เสนอตัวลงสมัครในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีแถวบ้านนายศรีสุวรรณ ตนได้ตรวจสอบแล้วได้ข้อเท็จจริง ดังนี้

เปิด 20 ผลงาน 'รัฐบาลลุงตู่' 8 ปีที่พัฒนา 'ภาคกลาง'

ตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเข้ามาบริหารประเทศ เกิดการพัฒนาทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูปคุณภาพชีวิตในชุมชน แก้ไขปัญหาสะสมเรื่องความไม่สงบในประเทศ ออกมาตรการทางเศรษฐกิจ มีการจัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  มารดาประชารัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการชิมช็อปใช้ โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนจับต้องได้ทั้งสิ้น และคนที่ได้รับประโยชน์คือประชาชนไทยทุกคน

ในส่วนภาคกลาง มีการประกาศระเบียงเศรษฐกิจภาคกลาง-ตะวันตก ประกอบด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อผลักดันการลงทุนของภาครัฐและเอกชนเพื่อเป็นศูนย์กลางขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกและตะวันตก และภาคตะวันตกกับภาคใต้ตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน

เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปอาการเกษตร การท่องเที่ยว และการพัฒนาอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยสามารถพัฒนาศักยภาพในการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศและระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC  มีโครงการที่สามารถจับต้องและเอื้อประโยชน์ต่อชาวภาคกลางดังนี้

1. โครงการทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหาคร เพื่อขยายโครงข่ายทางพิเศษไปทางตะวันตกของ กทม

2. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – นครราชสีมา

3. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี

4. โครงการก่อสร้างทางหลวงชนบท สาย ฉ และ ค ผังเมือง รวมเมืองชัยนาท จ.ชัยนาท 

5. โครงการถนนสาย ค ผังเมืองรวมเมืองนครสวรรค์ (บริเวณถนนมหาเทพ) 

6. โครงการขยายถนนราชพฤกษ์ระยะที่ 2 (ตอนที่ 2) ซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 - คลองมหาสวัสดิ์)

7. โครงการถนนต่อเชื่อมถนนราชพฤกษ์ – ถนนกาญจนาภิเษก (แนวเหนือ - ใต้) ตอน NS1

'สมคิด' ชี้!! ผลเลือกตั้งท้องถิ่นสะท้อนความรู้สึกปชช. มั่นใจ!! 'เพื่อไทยแลนด์สไลด์' เหตุปชช. เบื่อรัฐบาล

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงาน พรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงผลการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดที่ผ่านมา พบว่าประชาชนตอบรับผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยเกินกว่าที่คาดหมายไว้ สะท้อนว่าประชาชนส่งสัญญาณถึงรัฐบาล ว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมาทั้ง 3 แห่ง คือ กรุงเทพมหานครหรือ ส.ก. ที่พรรคเพื่อไทยคว้าชัยชนะได้มากกว่า 20 เขตในกรุงเทพ ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และล่าสุดเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ทั้ง 3 แห่ง ประชาชนออกมาลงคะแนนเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก ตอกย้ำว่าประชาชนเบื่อรัฐบาลนี้เต็มทีแล้ว

'อนุสรณ์' ชี้ กฎเหล็กกกต. ห้ามสร้างความเหลื่อมล้ำ ต้องบังคับใช้อย่าง 'เท่าเทียม - เที่ยงธรรม'

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ประชาชนจับตามองกฎเหล็กของ กกต. จะบังคับใช้อย่างเสมอภาค และเป็นธรรมกับพรรคการเมืองและนักการเมืองทุกพรรคหรือไม่ ว่า หลังกฎเหล็กกกต.มีผลบังคับใช้ ก็ถูกทดสอบทันที โดยเฉพาะการลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประเด็นตั้งแต่การทำป้ายต้อนรับพล.อ.ประวิตร โดยป้ายดังกล่าวยังเกินขนาด และมีภาพว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 6 เขตของพรรคพลังประชารัฐ ประชาชนตั้งคำถามว่าเจตนาให้เป็นการหาเสียงแฝงหรือไม่ การแจกสิ่งของ การโปรยทาน หรือการสัญญาว่าจะให้ ล้วนแต่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง เข้าข่ายทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าสิ่งเหล่านี้ฝ่ายรัฐบาลทำได้ทั้งหมด แล้วฝ่ายค้านไม่สามารถทำได้เลย จะเกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมได้อย่างไร

“อย่าลืมว่า แม้วันนี้ฝ่ายรัฐบาลจะสวมหมวกรัฐมนตรีลงพื้นที่ แต่หมวกอีกใบที่ใส่ซ้อนทับลงไปคือการเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส. กฎเหล็ก กกต.ต้องไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำเพิ่ม หรือไม่สร้างปัญหา จนทำให้การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ไม่สามารถเกิดขึ้นได้” นายอนุสรณ์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top