Saturday, 20 June 2026
POLITICS NEWS

‘บิ๊กป้อม’ ไฟเขียว 3 จังหวัด เจ้าภาพซีเกมส์ครั้งที่ 33 ย้ำ!! นักกีฬาทุกประเภทต้องมุ่งมั่นฝึกซ้อมเพื่อคว้าชัย

‘บิ๊กป้อม’ ถก ‘คณะกรรมการกีฬา’ ไฟเขียว 3 จังหวัด ‘กรุงเทพ-ชลบุรี-สงขลา’ เจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่33  โคราช เจ้าภาพ พาราเกมส์ ชมนักกีฬาสร้างชื่อเสียง ย้ำ กกท.เร่งพัฒนา-ดูแลสวัสดิการ 

(25 ม.ค. 66) ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2566 

โดยที่ประชุมเห็นชอบ จัดสรรเงินอุดหนุนให้กีฬาจังหวัด ประจำปี 2566 เพื่อส่งเสริมการพัฒนากีฬาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และเห็นชอบให้เสนอแผนโครงการจำนวน 33 โครงการ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบจากกองทุนพัฒนาการกีฬาฯ ปี 66 รวมทั้งเห็นชอบ ตามที่ กกท.เสนอให้ กทม.จ.ชลบุรี และ จ.สงขลา เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค.2568 และให้ จ.นครราชสีมา เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกม ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 ม.ค. 2569 ก่อนเสนอ ครม.ทราบต่อไป

‘บิ๊กป้อม’ จ่อไลฟ์สดแจงนโยบาย ขอบคุณทุกคนติดตามเฟซบุ๊ก

‘บิ๊กป้อม’ ขอบคุณคนติดตามเฟซบุ๊ก เผย นักการเมืองต้องคิดเก่ง-ประสานทุกฝ่ายไม่ขัดแย้ง เร่ง 3 เรื่อง ‘สร้างโครงสร้างพื้นฐาน-พลังงานเป็นธรรม-ปฏิรูประบบสุขภาพปฐมภูมิชุมชน’ จ่อไลฟ์สดแจงนโยบาย

(25 ม.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวเพจเฟซบุ๊ก พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์ข้อความทาง เฟซบุ๊กเป็นครั้งที่สอง ว่า... 

ขอขอบคุณสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนที่ให้ความสนใจจดหมายเปิดใจ ที่สื่อสารผ่านแฟนเพจ 'พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ' เมื่อ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ทราบว่าวันแรกมียอดสืบค้นหาทางกูเกิลถึง 8 แสนครั้ง และเพิ่มขึ้นจนทะลุ 1.5 ล้านครั้ง ในวันที่สอง ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกสำหรับผมและพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้รับเสียงตอบรับจากสังคม ตรงตามเจตนารมณ์ที่ผมต้องการจะสื่อสารสองทาง ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ได้เต็มที่

ผมอาจจะเป็นมือใหม่บนโลกโซเชียลมีเดีย แต่ไม่ใช่มือใหม่ทางการเมือง  ตลอด 8 ปี การเมืองมีคุณค่ามากสำหรับผม ซึ่งจะทยอยเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป ว่าผมได้เรียนรู้อะไรบ้าง ขอได้โปรดติดตาม

แต่สำหรับวันนี้ ผมอยากจะบอกว่า ผมได้เรียนรู้ว่านักการเมืองไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่จะต้องคิดเก่งและที่สำคัญคือต้องหาคนเก่งมาร่วมงานด้วย เพราะคนเรานั้นไม่มีใครเก่งไปทุกเรื่อง

นอกจากนั้น นักการเมืองต้องสามารถประสานกับทุกฝ่าย ประนีประนอมกับทุกพรรค เพื่อลดความขัดแย้ง โดยยึดถือผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหัวใจสำคัญ จึงจะสามารถผลักดันประเทศชาติให้เดินหน้าไปได้

ผมพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว ทั้งในฐานะ ผบ.ทบ. และนักการเมือง โดยเฉพาะในรัฐบาลชุดนี้ ในฐานะหัวหน้าพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้ประคับประคองมาจนจะครบวาระ ดังเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว

เป้าหมายที่พรรคพลังประชารัฐให้ความสำคัญในขณะนี้ คือจะต้องนำพาประเทศฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไปให้ได้ เพราะทั้ง IMF และธนาคารโลก ต่างก็เตือนว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้ จะยังชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศ

‘บิ๊กตู่’ ร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊ก ลั่น!! คุกไม่ได้มีไว้ขังคนจน ยัน!! รัฐมีนโยบายปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

ไม่เว้นช่องไฟ ‘บิ๊กตู่’ ร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แจ้งประชาชนรัฐบาลมีนโยบายปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ดูแลสาธารณสุข -ความเป็นธรรม ลั่น คุกไม่ได้มีไว้ขังคนจน ‘ชี้’ ต้องการพิทักษ์ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทยทุกคน ให้ทั่วโลกยอมรับ

(25 ม.ค. 66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเพจ Facebook ประยุทธ์ จันทร์โอชาPrayutChan -O -cha โดยมีข้อความระบุว่า...

“ผมมีเรื่องที่มีความสำคัญมากต่ออนาคตของประชาชนชาวไทยในภาพรวม อันเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของรัฐบาล ที่ต้องการสร้างสรรค์สังคมไทย ให้เป็นสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security) ในด้านต่างๆ ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ซึ่งผมมีความยินดีที่จะขอหยิบยกมากล่าวบางส่วน ดังนี้...

1. ด้านสุขภาพอนามัย : ครม.เห็นชอบ "โครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางด้านสาธารณสุขของไทย" สำหรับเชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพของทุกคน ซึ่งโรงพยาบาลทุกระดับสามารถเข้าถึง ใช้ประโยชน์ และตรวจสอบประวัติการรักษา การวินิจฉัยโรค สิทธิประโยชน์ ฯลฯ ที่จะช่วยให้คนไทยทุกคนสามารถเข้ารับการรักษาที่ไหนก็ได้ ใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน อยู่ระหว่างเดินทาง หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งการส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพต่อไป

2. ด้านการมีงานทำ รายได้ และเงินออมที่พอเพียงสำหรับอนาคต : ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวง สำหรับปรับเพิ่มเพดานการจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการออม ส่งผลให้มี "เงินบำนาญ" ใช้ตลอดชีพหลังเกษียณมากขึ้น เช่น ถ้าเริ่มออมตั้งแต่อายุ 15 ปี และเกษียณ 60 ปี ก็จะได้รับบำนาญ "รายเดือน" เพิ่มขึ้นมากว่าเดิม 2 เท่า คือ จาก 7,387 เป็น 16,779 บาท เป็นโอกาสที่ดีสำหรับพี่น้องแรงงานนอกระบบ รวมทั้งเด็กนักเรียน/นักศึกษา ที่อยากมีบำนาญบ้าง สามารถวางแผนการออม โดยรัฐบาลก็จะสนับสนุนเงินสมทบให้ตามสัดส่วนด้วย

‘เทพมนตรี’ แฉ!! แผนล้มสถาบัน ‘การเมือง-ขรก.-สื่อ’ ส่อหนุน ฝาก 'ลุงตู่-ป้อม-พี่หนูอนุทิน-ลูกท็อป' ช่วยธำรงหัวใจคนไทย

(25 ม.ค. 66) นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘Thepmontri Limpaphayorm’ มีเนื้อหาดังนี้...

“สำคัญเหลือเกิน

เรื่องคดีมาตรา 112 ของปิยบุตรกว่าจะมาถึงจุดที่เป็นความหวังของประชาชนผู้รักรัฐธรรมนูญ รักประชาธิปไตย รักระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้หน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทย ใช้สิทธิทางกฎหมายที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ละเมิดอย่างเขาได้ ใช้เวลานาน เหตุเพราะเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องสืบสวนสอบสวน มีความรอบคอบ และต้องค้นคว้าหาหลักฐาน ที่ออกมาพูดว่าผู้กระทำผิดมาตรา 112 ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ถูกใส่ร้ายป้ายสี หรือตัวกฎบทกฎหมายไม่มีความเป็นธรรมนั้นไม่จริง

'อนุทิน' เปิด 'พรรคภูมิใจไทย' รับรอง 'ทูตอินเดีย' หารือประเด็น 'สาธารณสุข-การท่องเที่ยว-การเมือง'

เมื่อวานนี้ (24 ม.ค. 66) ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายนาเกช ซิงห์ (Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตอินเดียประจำราชอาณาจักรไทย พร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย, นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และนายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ เพื่อแนะนำตัว และหารือถึงเรื่องต่าง ๆ ภายหลังรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย 

สำหรับประเด็นที่มีการพูดคุย หารือแลกเปลี่ยน คือเรื่องสาธารณสุข รวมถึง MOU ด้านการสาธารณสุขระหว่างไทยและอินเดีย เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวอินเดียประสงค์ที่จะเดินทางมา ปัจจุบันพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น

'นิพนธ์' ปลื้ม นโยบาย 'สันติภาพ' สู่ 'สันติสุข' ของ' ปชป.ที่ ปลายด้ามขวาน มีเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่”นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค/ผู้อำนวยการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ และที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการชูนโนยาย สันติภาพ สู่ สันติสุข”ในการแก้ปัญหาความไม่สงบใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรากฏว่า นโยบายดังกล่าว ได้รับการเห็นด้วยจาก ประชาชน กลุ่มต่างๆ ใน 3 จังหวัด คือ ปัตตานี,ยะลา ,นราธิวาส” และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เพราะเห็นว่า เป็นนโยบายในการแก้ปัญหาความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกต้อง

'มูฮัมมัด เด็ง' จาก อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี กล่าวว่า ความไม่สงบละลอกใหม่ ที่เกิดตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปี 2566 ย่างเข้า 20 ปี  มีแต่เรื่องของความสูญเสีย ทั้ง เจ้าหน้าที่ และ ประชาชน คนในพื้นที่รู้สึก ผิดหวัง และ เบื่อหน่าย กับการแก้ปัญหาของ หน่วยงานความมั่นคง ที่มีการแต่การ ตรวจค้น จับกุม ปะทะกัน ทุกคนในพื้นที่ต้องการเห็น 'สันติภาพ' ที่จะเป็นหนทางนำไปสู่ 'สันติสุข' ซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยการ 'พูดคุย' ทำความเข้าใจ และ 'จริงใจ' ที่ผ่านมา มีการ 'พูดคุย' แต่ไม่ จริงใจ จึงทำให้ไม่เกิด”สันติภาพ”ที่ต้องการ

เห็นด้วยกับนโยบายของประชาธิปัตย์ที่ สนับสนุนการพูดคุย กับขบวนการผู้เห็นต่าง ทั้งในพื้นที่ และนอกพื้นที่อย่าง จริงจัง และต่อเนื่องที่ผ่านมา มีการเจรจากันเป็นเวลา 10 ปี แต่การเจรจา ไม่มีผลในการนำ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกจากความขัดแย้ง ที่สำคัญ พรรคการเมืองทุกพรรค ไม่มี นโยบาย ที่ชัดเจน  ในการดับไฟใต้ ปล่อยให้ ทหาร ทำหน้าที่ โดยไม่มีการ คัดค้าน ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

นิมะ สาแม ชาวบ้าน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า ขอให้ ประชาธิปัตย์ ทำจริงตามที่มีการประกาศเป็นนโยบายในเรื่องนำสันติภาพสู่สันติสุขเราไม่ต้องการเห็นคนตายไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ หรือเป็น ผู้เห็นต่าง เพราะเราพบว่าการ ปิดล้อม ตรวจค้น และ วิสามัญ” ผู้เห็นต่าง “ไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหา แต่ยิ่งทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และสุดท้าย การ พัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ ล้มเหลวเพราะถูก ขัดขวาง จากกลุ่มผู้เห็นต่าง และผู้เสียประโยชน์ และที่เสียประโยชน์มากที่สุดคือ ประเทศชาติ ที่ต้อง เสียงงบประมาณ 19 ที่ผ่านมาถึง 4.9 แสนล้านแล้ว

‘นิธิ’ ลูกบิ๊กบัง ลงสนามเลือกตั้ง ส.ส.กทม. ประกาศตัว อยากทำงานรับใช้ประชาชน

‘นิธิ’ ลูกบิ๊กบัง เตรียมลงสนามเลือกตั้ง ส.ส.กทม. ในสีเสื้อ พปชร. เผย ‘เป้ย ปานวาด’ ให้กำลังทำงานการเมืองเพื่อประชาชน 

(24 ม.ค. 66) ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)นายนิธิ บุญยรัตกลิน ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.เขตทวีวัฒนาหนองแขม (เฉพาะแขวงหนองค้างพลู) พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ว่า ตั้งใจจะเสนอตัวอาสามารับใช้พี่น้องประชาชนกับพรรคพลังประชารัฐ  โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.ได้ให้โอกาสและกำชับให้ช่วยกันและตั้งใจลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน พร้อมกับช่วยนำเสนอนโยบายของพรรคให้ประชาชนได้รับทราบ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะหรือไม่ นายนิธิ กล่าวว่า ยืนยันว่ามีความตั้งใจ และจะทำให้ดีที่สุด แต่อยู่ที่ประชาชนด้วย

‘เพื่อไทย’ จวก ‘บิ๊กตู่’ ไม่มีความรับผิดชอบ อยู่จะครบเทอม ยังจัดการปัญหาทุจริตไม่ได้

(24 ม.ค. 66) น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงข่าวนักท่องเที่ยวชาวจีนอ้างว่าใช้บริการวีไอพีจากตำรวจไทยพร้อมจ่ายเงินตอบแทนว่า เป็นอีกครั้งที่ตำรวจไทยบางส่วนทำงามหน้าประเทศ เป็นปลาตัวเดียวที่ทำให้วงการสีกากีเน่าไปทั้งข้อง ทำเกียรติภูมิของตำรวจไทยเสียหาย สะท้อนไปถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เหลวแหลก พฤติกรรมของตำรวจบางกลุ่มที่ถูกเปิดโปง ต้องยอมรับว่าหากหัวไม่สั่นหางคงไม่กระดิกใช่หรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่สั่นคลอนระบบราชการภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องรับผิดด้วย อย่ารับแต่ชอบ 

น.ส.ชญาภา กล่าวต่อว่า กี่กรณีแล้วที่พล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยปละละเลยให้ธุรกิจสีเทาและทุนจีนสีเทาเฟื่องฟู ยาเสพติดระบาดเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง ระบบการส่งส่วยที่รับเงินสดแบบไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เมื่อตรวจพบแต่ละครั้งก็ทำได้แค่ย้ายเข้ากรุ ตั้งคณะกรรมการสอบ โดยภายในเดือนม.ค.เพียงเดือนเดียว พบว่ามีการตั้งกรรมการสอบหน่วยงานของรัฐไปแล้ว 6 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง กรณีพบส่วยในห้องทำงานข้าราชการระดับสูงกรมอุทยาน กรณีตำรวจ 191 เรียกทรัพย์หลังค้นบ้านทุนจีนสีเทา กรณีดีเอสไอเรียกทรัพย์ค้นบ้านทุนจีนสีเทา กรณีเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ กรณีช่วยเหลือคดีตู้ห่าว ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเดือนเดียว เพิ่มเติมจากเรื่องเก่าที่ยังไม่มีความคืบหน้า อย่างเรื่องเงินบริจาคของนายตู้ห่าวที่บริจาคให้พรรคพลังประชารัฐ จึงไม่อยากประเมินสถานการณ์ไปถึงอนาคตว่าประเทศไทยจะมีการตั้งคณะกรรมการไปอีกกี่ชุด ทั้งที่การแก้ไขที่ต้นเหตุสามารถทำได้ด้วยการมีผู้นำที่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา และเอาจริงเอาจังในการปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบมากกว่านี้ แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับละเลย ฉายา 8 ปีที่ 8 เปื้อนที่สื่อตั้งให้คงสมฉายาแล้ว

‘ณัฐวุฒิ’ แซะ ‘บิ๊กป้อม’ อย่างเดียวที่ไม่ปาดหน้า ตอบข้อซักฟอกของฝ่ายค้าน เพื่อช่วย ‘บิ๊กตู่’

(24 ม.ค. 66) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า ในช่วงปลายเดือนก.พ. ครอบครัวเพื่อไทยเตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรค น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด และกรรมการบริหารพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคและตน โดยแต่ละเวทีจะมีการสับเปลี่ยนผู้ปราศรัยตามความเหมาะสมแต่ละพื้นที่ เริ่มเวทีแรกในวันที่ 27 ม.ค. ลงพื้นที่และเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามกีฬากลาง จ.เลย ในเวลา 13.30-15.00 น. ตามด้วยเวทีที่ลานตลาดนัดเก้าค่ำ ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู วันที่ 28 ม.ค.เปิดเวทีปราศรัยที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคายในเวลา 09.00 น. จากนั้นจะไปเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย 

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า วันที่ 29 ม.ค. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ลานองค์การบริหารส่วนจังหวัด อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เริ่มเวลา 17.30 น. โดยก่อนหน้านั้นจะลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการท่องเที่ยวของ จ.จันทบุรี ด้วย โดยทั้ง 3 วันนี้จะเป็นการคิกออฟเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรค พร้อมรณรงค์เป้าหมายแลนด์สไลด์เพื่อไทยเท่านั้น เราจะเดินหน้าในพื้นที่จังหวัดที่อยู่ห่างไกลกรุงเทพฯ ที่สามารถเดินทางด้วยเครื่องบิน เดินทางถี่ได้ และเพื่อให้เหมาะสมกับน.ส.แพทองธารที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าไม่เป็นอุปสรรค และแสดงความพร้อมตลอดเวลาในการลงพื้นที่ การเสวนารวมทั้งการขึ้นเวทีปราศรัย 

ทั้งนี้ บุคลากรของพรรคเพื่อไทยทุกองคาพยพกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อเตรียมลงพื้นที่พบปะประชาชนและเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในเดือนก.พ.ซึ่งขึ้นอยู่กับการประกาศยุบสภา หากประกาศยุบสภาภายในเดือนก.พ. จะมีการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งพรรคเพื่อไทยอาจจะมีการประกาศนโยบายในโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า แต่หากไม่มีการยุบสภา โปรแกรมการลงพื้นที่และเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ทุกอย่างจะเดินหน้าตามแนวทางที่กำหนดไว้ และในเดือนมี.ค.จะเดินหน้านำเสนอนโยบายและแนวทางของพรรคต่อประชาชน มุ่งหวังให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องประสบกับวิกฤตปัญหาปากท้องซึ่งเป็นวิกฤตอันดับหนึ่ง พรรคเพื่อไทยซึ่งมีจุดแข็งด้านนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงกับสถานการณ์ และความต้องการของพี่น้องประชาชน สามารถปฏิบัติได้จริง และเป็นสิ่งที่ทำมาตลอดระยะเวลา 20 ปี

‘เพื่อไทย’ รับหนังสือจากเครือข่ายภาคประชาชน เสนอ นศ.เรียนพร้อมฝึกงาน ลดรายจ่ายผู้ปกครอง

(24 ม.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย และผู้ประสงค์ลงสมัครรับการเลือกตั้ง ส.ส. กทม. ประกอบด้วย น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เขตยานนาวา-บางคอแหลม นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร เขตธนบุรี และนายขจรศักดิ์ ประดิษฐาน เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง รับมอบหนังสือจากเครือข่ายภาคประชาชน สำนักความคิด (ประเทศไทย) เครือข่ายลมใหม่ นำโดยนายพิษณุวัฒน์ สิงห์ชัย ประธานเครือข่าย เสนอนโยบายด้านอาชีพเพื่อสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ 

นายพิษณุวัฒน์ กล่าวว่า ภายหลังที่พรรคพท.ได้เปิดนโยบายเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน และเงินตอบแทนปริญญาตรีขั้นต่ำ 25,000 บาทต่อเดือน ทางกลุ่มภาคประชาชนที่ประกอบด้วยนักเรียน นักศึกษาสายอาชีพ เล็งเห็นว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะเป็นพรรคที่ทำตามนโยบายได้จริง จึงได้รวบรวมคิดเป็นนโยบายมานำเสนอ ตั้งแต่นโยบายสายอาชีพมีรายได้ คือการส่งเสริมให้บริษัทเอกชนรับนักศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส.เข้าฝึกงานจริงตามสายอาชีพ ให้เรียนไปทำงานไปมีรายได้ตั้งแต่ 6,000 บาทขึ้นไป การสนับสนุนสวัสดิการคนวัยเริ่มงาน ด้วยการอุดหนุนค่าอินเทอร์เน็ต รถเมล์ฟรี นอกจากนี้กลุ่มนักเรียน นักศึกษาหรือแม้แต่ผู้สูงอายุ ควรได้โอกาสเข้าอบรมฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ ฟรีในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ อีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top