Wednesday, 15 July 2026
NEWS

'ธนาธร' ควงนายก อบต. ก้าวหน้า เปิดตัวสนามแข่งวิ่งเทรลเขาค้อ หวังสร้าง 'ชาโมนีส์เมืองไทย' ดึงรายได้เข้าชุมชน

ธนาธรพร้อมนายก อบต. คณะก้าวหน้า ร่วมงานเปิดตัวสนามแข่งวิ่งเทรล ในพื้นที่ชุมชนม้งที่ใหญ่ที่สุดในไทย ที่เขาค้อ หวังดึงรายได้เข้าชุมชน พัฒนาเศรษฐกิจและอาชีพโดยไม่รบกวนธรรมชาติ 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยนราพงษ์ ทรงสวัสดิ์วงศ์ นายก อบต. เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ร่วมกิจกรรมพูดคุยและเปิดตัวสนามแข่งวิ่งเทรล La Sportiva Kheknoi Ultra Trail ซึ่งจัดโดย ลา สปอร์ติวา แบรนด์อุปกรณ์กีฬาและการผจญภัยสัญชาติอิตาลี ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของสนามแข่งนี้ 

ธนาธรพูดถึงความสำคัญของรัฐในการสนับสนุนให้ประชาชนได้เล่นกีฬา และออกกำลังกาย ในฐานะหนึ่งในการรับมือสังคมสูงวัย เพราะประชากรที่ออกกำลังสม่ำเสมอ จะแก่ตัวอย่างมีคุณภาพ แข็งแรง ไม่เป็นโรคภัยร้ายแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมกีฬายังสามารถสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น ทำให้คณะก้าวหน้าสนับสนุนให้ท้องถิ่นหลายแห่งที่ทำงานร่วมกัน และพื้นที่มีศักยภาพ คิดจัดอีเวนท์แข่งขัน หนึ่งในนั้นก็คืออบต. เข็กน้อย ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขาค้อ มีสภาพธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ สวยงาม และเส้นทางขึ้นลงเขาท้าทายนักแข่งอย่างมาก โดยศักยภาพพื้นที่สามารถเป็น 'ชาโมนีส์เมืองไทย' หรือเป็นเมืองหลวงแห่งกิจกรรมท่องเที่ยวกีฬาเชิงผจญภัย เหมือนกับที่เมืองชาโมนีส์ของฝรั่งเศส เป็นเมืองหลวงของกิจกรรมผจญภัยแห่งยุโรปและของโลก

'หมอกล้า' ชี้ แนวทางอนาคตของการแพทย์โลก อาจต้องคัดกรองยีนส์อาชีพกลุ่มใกล้ชิดอาวุธ

ไม่นานมานี้ นพ.ชเนษฎ์ ศรีสุโข หรือ 'หมอกล้า' ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

วันก่อนเกิดเหตุสลดที่หนองบัวลำภู แค่ วันเดียว

มีนักศึกษา คณะนิเทศน์ ม.กรุงเทพฯ มาสัมภาษณ์เรื่องเกี่ยวกับเหตุกราดยิงโคราช และพฤติกรรมในการการเลียนแบบ ตลอดจนความเห็นต่อด้านการสื่อสารมวลชน

ซึ่งผมมองบนพื้นฐานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องของพันธุกรรมเกิน 80% แม้ว่ายังไม่พบยีนส์ที่ชัดเจนในการกราดยิง ของต่างประเทศ แต่ยีนส์เกี่ยวกับพฤติกรรมความรุนแรง หรือการฆาตกรรม เริ่มมีการพบมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ยีนส์ MAOA , CDH13 ที่มีการศึกษาในหมู่ฆาตกรต่อเนื่อง และ นักโทษในโลกตะวันตก

สอท. เปิดศูนย์บางบอน 'เน้นคุณภาพชีวิต' สาธารณสุขขั้นพื้นฐาน และชูมวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติ

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ประธานภาคกรุงเทพ นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ อดีต ส.ส. กทม. พร้อมด้วยทีมงานพรรคสร้างอนาคตไทย ร่วมเปิดศูนย์ประสานงาน เขตบางบอน หนองแขม โดยมีนายสมพร คงโครัด เป็นผู้ประสานงานเขตพื้นที่ 

นายสุรนันทน์ กล่าวถึง กองทุนสร้างอนาคตไทย 3 แสนล้านบาทว่า เป็นการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ และโครงการพักชำระหนี้ จะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้เป็นธรรม ไม่เอื้อต่อนายทุนใหญ่อย่างเดียว

นอกจากนั้น ยังเน้นระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน ทุกชนชั้นต้องเข้าถึงระบบสาธารณสุขแบบเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ต้องแข็งแรง ส่งเสริมให้มีงานทำเพื่อสร้างคุณค่าให้ตัวเอง และไม่เป็นภาระลูกหลาน

ผนังกั้นน้ำเเตก!! 'สิงห์บุรี' เดือดร้อน 4,000 ครอบครัว ร้อง 'ชัยวุฒิ' ขอ ชลประทานทำตามมติ ครม.ปล่อยน้ำเข้าทุ่ง

เมื่อเวลา 19.20 น. ของวันที่ (8 ตุลาคม 2565) ที่ผ่านมา ผนังกั้นน้ำใกล้เคียงจุดวัดปราสาท อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ที่เคยเเตกเมื่อปีที่เเล้ว ล่าสุด เกิดความเสียหายทำให้นำ้ไหลทะลักค่อนข้างแรง มีมวลน้ำจำนวนมากไหลเข้าท่วมพื้นที่ อาจทำให้ชาวบ้าน หมู่ที่ 1,2,3,4 ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จังหวัด สิงห์บุรี ประมาณ 4,000 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน โดย นาย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม ขณะที่อยู่ระหว่าง ติดตามสถานการณ์ น้ำท่วมของภาคกลาง ได้เดินทางไปที่ บริเวณ ข้างวัดปราสาท ตรงจุดผนังกั้นน้ำแตกทันที เพื่อให้กำลังใจ เเละติดตาม สถานการณ์น้ำ โดยมี นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และนายสัมฤทธิ์ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ท่ามกลางการอพยพชาวบ้านซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิ ปอเต็กตึง 

ทั้งนี้ได้มีแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเคลื่อนย้ายสิ่งของไว้บนที่สูงพร้อมทั้งสั่งหน่วยงานต่าง ๆ เร่งดำเนินการอุดรอยรั่วโดยใช้ Big Pack พร้อมทั้งทำแนวกั้นดินเพื่อไม่ให้ลามไปยังโรงพยาบาลอินทร์บุรี  และชุมชนใกล้เคียง ขณะที่ชาวบ้านหลายครอบครัวต่างพากันอพยพย้ายของ ชั้น 2 นอนไม่ได้ ภายใน1ชั่วโมงน้ำขึ้นเร็วมาก ชาวบ้านต้องขนทั้งเครื่องนุ่งหุ่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ออกมาอย่างทุลักทุเล บางคนก็หอบลูกหลานหนีน้ำออกมานอนริมถนน เเต่ด้วยความที่ ริมถนนตอนนี้ก็ค่อนข้างเเน่น ชาวบ้านบางส่วนบอกว่าไม่รู้จะไปนอนที่ไหน ทางจังหวัดสิงห์บุรี ก็เตรียมทำศูนย์พักพิง ไว้รองรับ ชาวบ้าน ได้รับผลกระทบ  

'เสี่ยงลุย' ไม่คุ้มเสีย!! ระวัง!! ขับรถเปิดแอร์ฝ่าน้ำท่วม รถยุโรป ตุย!! รถญี่ปุ่นผ่านฉลุย

เมื่อเข้าฤดูฝนอย่างนี้คนมีรถยนต์อย่างเรา มันจี๊ดที่ใจมากเวลาขับรถฝ่าน้ำท่วม คนกรุงทราบดีว่าถ้าไม่ขับฝ่าน้ำท่วมกลับบ้าน ตี 5 ก็คงไม่ถึงบ้านถ้ายังรอให้น้ำลดอยู่ แต่คุณรู้ไหมครับเราควรจะขับรถยนต์ฝ่าน้ำยังไงให้ยังรอด? 

(คำถาม : คุณคิดว่าทำไมรถยุโรปถึงกลัวน้ำมากกว่ารถญี่ปุ่น?)

หากจะเล่าถึงทริกเล็กๆ ในการขับรถฝ่าน้ำท่วม สิ่งสำคัญคือห้ามขับรถเร็ว เพราะการที่คุณขับรถเร็วจะทำให้รถนั้นเสียการทรงตัว เบรกจะลื่นขึ้นกว่าปกติทำให้ควบคุมรถได้ยาก

ปิดแอร์แล้วเปิดกระจกเล็กน้อยเพื่อให้อากาศถ่ายเท ทำไมต้องปิดแอร์ เป็นเพราะว่าเมื่อเราเปิดแอร์ ใบพัดแอร์จะทำงานอาจทำให้ใบพัดหมุนน้ำกระจายไปยังจุดต่างๆ ของห้องเครื่อง อาจจะทำให้ใบพัดแอร์หักได้รับความเสียหาย

ห้ามสตาร์ตเครื่องยนต์ที่ดับขณะฝ่าน้ำ หากคุณพยายามสตาร์ต 1-2 ครั้งแล้วรถยังไม่ติด ห้ามฝืนสตาร์ตต่อไปเรื่อยๆ เพราะน้ำจะเข้าระบบเครื่องยนต์ เสียหายหนักไปอีกไม่คุ้มแน่นอน สาเหตุที่เครื่องดับอาจเกิดจาก หัวเทียนเปียกน้ำ น้ำเข้ากรองอากาศดูดเข้าเครื่องยนต์ ซึ่งรถยุโรปมักวางกรองอากาศไว้ต่ำใกล้ซุ้มล้อ มีโอกาสเสี่ยงมากกว่ารถญี่ปุ่น

หลังลุยน้ำท่วมให้จอดสตาร์ตทิ้งไว้สักพัก ข้อดีของการทำแบบนี้ คือการให้ไอเสียไล่น้ำที่อาจตกค้างอยู่ แล้วให้คุณเดินสำรวจรถว่ามีหลอดไฟดับไหม แผ่นป้ายทะเบียนหลุดหรือเปล่า สำรวจพรมภายในรถ หากมีน้ำซึมเข้ามา ให้ผึ่งรถให้แห้ง

หากมีคำถามว่าน้ำต้องท่วมระดับไหนถึงไม่ควรขับฝ่า เพราะบางทีมันก็จำเป็นต้องขับฝ่าจริงๆ กรมการขนส่งก็ได้ออกมาให้ความรู้ผ่านเพจ 'ขับขี่ปลอดภัย by DLT' ไว้ว่า..

• ระดับน้ำ 5-10 ซม. ขับผ่านได้ทุกคัน แต่ยังต้องมีสติ ระมัดระวัง ไม่ควรใช้ความเร็วสูง อาจทำให้สูญเสียการควบคุมได้ เพราะถนนลื่น

• ระดับน้ำ 10-20 ซม. รถทุกประเภทยังขับผ่านไปได้ รถขนาดเล็กอาจได้ยินเสียงน้ำใต้ท้องรถ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะยังมีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปในตัวรถ

• รถอีโคคาร์ต้องระวัง ระดับน้ำ 20-40 ซม. เพราะส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้มีความสูงจากระดับพื้น 15-17 ซม. อาจทำให้เกิดปัญหาท่อไอเสียจม แต่ยังสามารถขับลุยน้ำผ่านได้ ส่วนรถกระบะยังผ่านไปได้

• ระดับน้ำ 40-60 ซม. รถเก๋ง รถขนาดเล็กต้องเลี่ยง รถกระบะยังฝ่าไปได้ ปิดแอร์ขณะขับ ป้องกันพัดลมแอร์หน้ารถดูดละอองน้ำเข้าไปในเครื่องยนต์ จะทำให้เครื่องยนต์ดับ ขับขี่ให้ช้าลง ลดการเกิดคลื่นน้ำซัดเข้าหารถ จากรถคันอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่น้ำจะกระจายเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์

• ระดับน้ำ 60-80 ซม. อันตรายต่อรถทุกคัน ไม่ควรขับลุย เพราะน้ำอาจไหลเข้าห้องเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ดับ หยุดชะงัก ก่อให้เกิดความเสียหายในระบบต่างๆ ได้ ซึ่งการขับลุยน้ำท่วมระดับนี้ต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ ที่สำคัญอย่าปะทะคลื่นโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงเครื่องดับกลางอากาศ

• ระดับน้ำสูงเกินกว่า 80 ซม. ควรใช้เส้นทางอื่น

'แพรรี่' วอนสังคมอย่าเอาดรามาไปลงกับวัด ชี้!! พระก็เหมือนหมอ เจ็บก็รักษา ตายก็สวดเผา

จากกรณีที่ครอบครัว ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ ผู้ก่อเหตุที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ เดินทางไปยังแผนกนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อรับร่างผู้ก่อเหตุไปประกอบพิธีทางศาสนา แต่ครอบครัวยังไม่รู้ว่าจะนำไปประกอบพิธีที่วัดใด เนื่องจากไม่มีวัดไหนรับ ล่าสุด มีรายงานว่าทางครอบครัวผู้ก่อเหตุได้นำร่างเดินทางไปที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.อุดรธานี เพื่อนำไปประกอบพิธีฌาปนกิจทันที

ด้าน ไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือ แพรรี่ อดีตพระมหาไพรวัลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนา ได้แสดงความเห็นในกรณีนี้ว่ามีอีกเรื่องที่ดิฉันอยากฝากและร่วมแชร์มุมมองนะคะ

คือเรื่องการเผาศพของฆาตกร ดิฉันอยากฝากชวนให้แยกแยะว่า ถ้าวัดหรือพระท่านจะรับเผา ก็เป็นกิจทางศาสนาของพระท่าน ไม่ควรมีใครเอาดราม่าไปลงกับวัดนะคะ

คนพื้นที่มองมุมต่าง 'โตโน่' ว่ายข้ามโขง ได้มากกว่าที่คิด งานใหญ่ยกระดับจังหวัด ที่ชาวนครพนมไม่มองว่าเป็น 'ภาระ'

(8 ต.ค. 65) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Warat Kasonrat' ซึ่งกล่าวว่าตนเป็นคนในพื้นที่จังหวัดนครพนม ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกิจกรรมการว่ายน้ำข้ามโขงเพื่อช่วยการกุศลของ 'โตโน่' ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ไว้ว่า...

“ว่ายน้ำข้ามโขง”

ในความคิดของคนในพื้นที่ ละกันนะครับ 🙂

เราเห็นถึงความตั้งใจ ของโตโน่ มากๆ กับกิจกรรมการกุศลครั้งนี้

กระเเสดราม่าที่เกิดขึ้น อย่างน้อยๆ ก็ทำให้หลายๆ คน รู้จักจังหวัดนครพนมมากขึ้น ว่ามันอยู่ตรงไหนของเเผนที่ประเทศไทย 

ชาวเน็ตเสียงแตก!! ดัน #แบนมิลลิ ทะยานสู่เทรนด์ทวิตเตอร์ หลังทวีตข้อความ "ไปก็ไปเป็นภาระ ไม่ได้ช่วย...เลยสักนิด"

ทำเอาแฮสแท็ก #แบนมิลลิ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทยเลยทีเดียว เมื่อแร็ปเปอร์สาว มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล โพสต์ทวิตเตอร์ว่า "ไปก็ไปเป็นภาระ ไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเลยสักนิด" ซึ่งคาดว่าพูดถึงดราม่าเหตุกราดยิงศูนย์เด็กเล็ก ในจังหวัดหนองบัวลำภู ที่สร้างความเสียใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตอยู่ในขณะนี้

โดยมีภาพผู้ใหญ่ในประเทศหลายคนเข้าไปช่วยเหลือและให้กำลังใจครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว งานนี้ทำเอาชาวโซเชียลเสียงแตก ทั้งเห็นด้วยกับแร็ปเปอร์สาว โดยมีความคิดเห็นว่า 

"ลูกนวย กูผิดตรงไหน มึงดูความรู้สึกของคนในรูปก่อนสิ ปูทำเหี้ยอะไรพรมแดงอ่ะ ใครอยากได้ดอกไม้พระราชทานจากเธอก่อน สาวกบ #แบนมิลลิ มึงต้องเข้าใจความรู้สึกของคนในภาพนี้ก่อน #กราดยิงหนองบัวลําภู" 

"ไม่ผิดหรอกที่จะมาเยี่ยมญาติเหยื่อ #กราดยิงหนองบัวลําภู แต่มาแบบคนปกติไม่เป็นหรือไง แถมรองนายกฯ ยังมาเอาซีนโง่ๆ อีก กักศพเพื่อที่ตัวเองจะได้หน้า ส่งนนายกมาทีก็วุ่นวายสร้างปัญหาให้ญาติที่เพิ่งศูนย์เสียลูกอีก เกณฑ์ให้มานั่งรอมันใช่เรื่องอ่อ เขาต้องอยู่ในช่วงที่ต้องทำใจ #แบนมิลลิ"

"ญาติก็เสียใจครับ แทนที่จะได้เด็กๆ กลับไปทำพิธี แต่ต้องมารอพิธีการอยู่ได้" 

"แฮชแทก #แบนมิลลิ เสร่อมากนะ ก็น้องมันพูดถูกแล้ว คนเสียใจขนาดไหนเป็นลมล้มไปหลายรอบ แต่ให้มานั่งรอรับ เพื่อ??? ลองเป็นครอบครัวมึงซิจะต้องกัดฟันทนไหม ใครกันแน่ที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย"

"สลิ่มแบนมิลลิเพราะเรื่องนี้ แล้วที่นวยพิมพ์มันไม่ถูกตรงไหนอะก็ไปเป็นภาระจริง ครอบครัวผู้สูญเสียได้อะไรจากตรงนี้บ้างนอกจากยืนมองพวกท่านๆเอาหน้า #แบนมิลลิ" ฯลฯ

รมต.ว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมจัดรายการ 'คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่อง กับรัฐมนตรี'

วันนี้ 8 ตุลาคม 2565 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมจัดรายการ 'คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่อง กับรัฐมนตรี' ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดสุโขทัย พร้อมทั้งมีการกระจายเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 92.5 MHz เครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ หอกระจายข่าว สถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศ และผ่านทาง Facebook Live : Radio Thailand Live ซึ่งประเด็นที่นำมาพูดคุยกับประชาชนได้แก่ 

1.) การแก้กฎหมายของกระทรวงยุติธรรม ในระยะเวลา 3 ปี โดยได้เสนอแก้ไขกฎหมายไปแล้ว 22 ฉบับ ผลักดันสำเร็จ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้ว 7 ฉบับ
2.) นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์สร้างโอกาส สร้างอาชีพให้ผู้ต้องขัง
3.) แผนฯ ปี66 การปราบปรามยาเสพติด ความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแส สายด่วน 1386
4.) ร่าง พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศที่ใช้ความรุนแรง โดยมีมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ โดยการใส่กำไลอีเอ็ม เป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
5.) การไกล่เกลี่ยหนี้สินให้ประชาชน โดยได้มีการไกล่เกลี่ยครบทั้ง 77 จังหวัด ในระยะเวลา 6 เดือน ช่วยเหลือประชาชนได้ 94,000คน ทุนทรัพย์กว่า 25,000 ล้านบาท

MDES เตือนภัย!! มิจฉาชีพหากินบนความโศกเศร้า เปิดรับบริจาคร่วมทำบุญญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงฯ

นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายกราดยิง ภายในศูนย์เด็กเล็ก ที่จังหวัดหนองบัวลำภู จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ได้สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะครอบครัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จึงขอให้ระวังผู้ไม่หวังดีแอบอ้างใช้โอกาส เปิดรับบริจาคทำบุญครอบครัวผู้เสียชีวิต ผ่านบัญชีธนาคาร จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนตรวจสอบแหล่งที่มาของผู้รับบริจาคก่อนโอนเงินให้ความช่วยเหลือใดๆ เนื่องจากขณะนี้มีมิจฉาชีพใช้โอกาสนี้ ในการหลอกลวงประชาชน 

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Facebook /YouTube /IG และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดต่อไป 

ม.เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (ศูนย์นนทบุรี เขตเหนือ) เปิดหลักสูตรใหม่เพื่อสื่อมวลชน

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 เวลา 14.00 น. ณ อาคารเลิศสรรพวิทย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (ศูนย์นนทบุรีเขตเหนือ) คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (ศูนย์นนทบุรี เขตเหนือ) และ สมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) ได้ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวการจัดหลักสูตรใหม่ เพื่อสื่อมวลชน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประมุข อุณหเลขกะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล สุวรรณภูมิ, คุณลัลน์ลลิตฤดี วิเศษศิริ นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย), ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุรชัย เอมอักษร คณบดีคณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้าร่วมพร้อมทั้งเปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ ภาคสมทบ สำหรับนักข่าว รุ่นที่ 1 ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นจากการประสานงานระหว่างดร.อนุรักษ์ เมฆพะโยม อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และคุณนิอร บุญญลาภาเลิศ (คชสีห์นิวส์ 8) ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานของสมาคมสมาพันธฺ์นักข่าว (ประเทศไทย) ส่วนสื่อมวลชนที่สนใจสามารถติดต่อที่ คุณสืบสวัสดิ์ สุขธนโชติอุดม เลขานุการสมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) โทร.082-789-9808

'รัฐบาล' ห่วงใยสภาพจิตใจปชช. หลังเกิดเหตุกราดยิงฯ ด้านกรมสุขภาพจิต แนะนำ 5 ข้อ 'ลดเครียด-ดูแลจิตใจ'

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเหตุโศกนาฏกรรมที่จังหวัดหนองบัวลำภู ก่อให้เกิดความเสียใจแก่คนไทยทั้งประเทศ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเครียดทางด้านจิตใจกับประชาชนทุกคน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยในสภาพจิตใจของผู้ที่เผชิญเหตุการณ์ที่รอดชีวิต ผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก รวมทั้งประชาชนคนไทยที่เกิดความเครียดทางด้านจิตใจจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ถอดบทเรียน ก่อเหตุกราดยิงในไทย อารมณ์ส่วนตัวหรือสื่อมวลชนกระตุ้น?

สยามเมืองยิ้ม ตอนนี้คนไทยไม่สามารถยิ้มออกมาได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์อันน่าสลดใจอีกครั้ง หลังอดีตตำรวจก่อเหตุกราดยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู เป็นการกระแทกซ้ำหัวใจคนไทย หลังได้รับบทเรียนจากกราดยิงโคราชเมื่อ 2 ปีที่แล้ว วันนี้ทีมข่าว THE STATES TIMES จะพาผู้อ่านทุกท่านมาถอดบทเรียนเกี่ยวกับการกราดยิงร่วมกัน

(คำถาม : ท่านผู้อ่านคิดว่าอะไรที่ส่งผลให้ผู้ร้ายทำการกราดยิง?)

จากข้อมูลการเสวนาถอดบทเรียนทางจิตวิทยาเหตุกราดยิงฯ โดยคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลถึงปัจจัยที่ทำให้คนก่อเหตุอาชญากรรมไว้ว่า ปัจจัยที่ทำให้คนก่อเหตุอาชญากรรม คือ 'มูลเหตุจูงใจ + โอกาส'  

มูลเหตุจูงใจ คือ การตัดสินใจของคน พฤติกรรมของคน ส่วนโอกาส คือ ช่วงจังหวะเวลา สถานที่ ที่ทำให้ประกอบอาชญากรรมได้ เช่น การเข้าถึงอาวุธปืน การเข้าถึงสถานที่

ส่วนมูลเหตุของคดีนี้ สาเหตุมาจากเครียดอยากระบาย เก็บกด เคียดแค้นจากการถูกไล่ออกจากราชการ ประกอบกับที่ผ่านมามีอาการหลอนยาจากการเสพยาบ้า, ยาไอซ์ ขณะที่ โอกาส มาจากผู้ก่อเหตุเป็นอดีตตำรวจสามารถที่จะเข้าถึงปืนได้ง่าย สถานที่ก่อเหตุก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะลูกผู้ก่อเหตุก็เรียนอยู่ที่ศูนย์เด็กเล็กนี้ 

หากกล่าวถึงลักษณะของผู้ก่อเหตุ ดร.นัทธี จิตสว่าง นักอาชญาวิทยา อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบายไว้ว่า ส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุจะมีลักษณะอยู่ 4 ประการได้แก่...

1. ถูก Discriminate จากเพื่อน มีปัญหาด้านปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไม่มีที่ปรึกษา แนะนำทางออกให้ จึงแก้ปัญหาด้วยตัวเอง อย่างเช่นกรณีที่โคราชนี้ มีทหารคนอื่นที่โดนโกงเหมือนกัน ถูกกระทำแบบเดียวกัน และมีแนวคิดจะก่อเหตุเหมือนกัน แต่ได้ไปปรึกษาแม่ เมื่อมีคนปรึกษาจึงไม่ได้กระทำ

2. เป็นคนที่ถูกกระทำมาในวัยเด็ก เช่น คนที่มีปัญหาครอบครัวแตกแยก ถูกกระทำจากพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง ถูกกระทำจากในโรงเรียนหรือที่ทำงาน ทำให้เกิดความรู้สึกโกรธเกลียด เช่นในอเมริกา เคยมีเหตุเด็กอายุ 16 ไปกราดยิงเพื่อนในโรงเรียน และได้ให้เหตุผลว่าเขาเกลียดโรงเรียน เกลียดวันจันทร์เท่านั้น เพราะเคยถูกปฏิเสธ และรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม รู้สึกกดดัน

3. เป็นผู้ที่นิยมหรือคลุกคลี เรียนรู้เกี่ยวกับความรุนแรงมาโดยตลอด เช่น เคยมีผู้ก่อเหตุกราดยิงที่มีพฤติกรรมชอบฆ่าสัตว์ ยิงม้า ยิงสุนัข ชื่นชอบสะสมปืน บางรายมีการเขียนเรียงความที่แสดงถึงความคับแค้นและการฆาตกรรม

4. มีการเรียนรู้ศึกษาจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่ผ่านมา (อย่างจริงจัง) มีการจดบันทึก และวางแผนไว้

*** นอกจากนี้ ยังมีสื่อเป็นส่วนประกอบที่ทำให้ผู้ก่อเหตุทำการกราดยิง โดย 'สื่อ' มีส่วนสร้างพฤติกรรมเลียนแบบ ซึ่งเรื่องนี้  FRANK SHYONG ได้เขียนไว้ในสำนักข่าว Los Angeles Times ไว้ว่า “พฤติกรรมการกราดยิง” เป็นผลมาจากการรายงานข่าวอย่างละเอียดของสื่อ เมื่อสำรวจการรายงานข่าวกราดยิง พบว่าสื่อให้ความสนใจแก้ผู้ก่อเหตุเป็นอย่างสูง มีการเสนอภาพคนร้ายมากกว่าเหยื่อ 16 เท่า 

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเท็กซัสสเตทชี้ว่า การรายงานข่าวถี่และเข้มข้นต่อการกราดยิงโดยเฉพาะตัวผู้ก่อเหตุ ทำให้เกิดการส่งต่อพฤติกรรมและเป็นแรงจูงใจให้กับผู้ที่คิดจะก่อเหตุรายต่อไป ยังระบุอีกว่าพื้นฐานการรายงานข่าวคือ การเสนอข้อเท็จจริง แต่จะต้องหลีกเลี่ยงการส่งเสริมความอยากรู้อยากเห็นที่น่ากลัว

>> มีคำถามที่ว่า ผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิตหรือเปล่า? เพราะคนที่ปกติอาจไม่สามารถก่อเหตุเช่นนี้ได้ง่าย

ก็อยากให้ผู้อ่านทุกท่านมาดูข้อมูลการศึกษา “ความเชื่อมโยงระหว่างการกราดยิงและอาการเจ็บป่วยทางจิต” ของ James L. Knoll IV และ George D. Annas ซึ่งได้อธิบายไว้ว่า “มีเพียง 3% ที่ผู้ป่วยทางจิตมีประวัติก่ออาชญากรรมรุนแรง และมี 1% ที่ใช้อาวุธปืน ซึ่งส่วนใหญ่ของผู้ป่วยทางจิตที่ใช้อาวุธปืน คือการใช้เพื่อจบชีวิตตัวเอง”

ซ้ำร้ายข้อมูลจาก Amy Barnhorst ในนิตยสาร Psychology Today ได้เขียนไว้ว่า ผู้ก่อเหตุใช้ปืนกราดยิง ไม่ได้ก่อเหตุจากอาการป่วยทางจิต หรือได้ยินเสียงและเห็นภาพหลอนในหัว แต่เกิดขึ้นเพราะถูกกระตุ้นจากความเกลียดชัง

สอดคล้องกับข้อมูลศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในสหรัฐ (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ที่อธิบายไว้ว่า ผู้ป่วยทางจิตมีแนวโน้มทำร้ายตัวเองมากกว่าทำร้ายผู้อื่น เนื่องจากสถิติการตายด้วยปืนถึง 2 ใน 3 เป็นการจบชีวิตตัวเอง 

>> คำถาม คือ แล้วเราจะสอนลูกอย่างไร เมื่อตกอยู่ในเหตุความรุนแรง?

'เมืองไทยประกันภัย' คว้ารางวัลเกียรติยศ 'บริษัทประกันภัยที่มีความยั่งยืน ในการดำเนินธุรกิจประกันภัย 2564' ตอกย้ำการก้าวสู่ ทศวรรษที่ 9 บริษัทแห่งรอยยิ้ม

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัลเกียรติยศ “บริษัทประกันภัยที่มีความยั่งยืน ในการดำเนินธุรกิจประกันภัย ประจำปี 2564” ในงานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2565 (Prime Minister’s Insurance Awards 2022) โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ในวันที่ 7 ตุลาคม 2565 ณ ห้องประชุมฟินิกซ์ 1-6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพฯ

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI เปิดเผยว่า “รางวัลนี้ นับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ และความภาคภูมิใจของบริษัทฯ ในวันที่เราก้าวสู่ปีที่ 90 อย่างเข้มแข็ง จากการดำเนินงานที่ซื่อสัตย์สุจริต กับมาตรฐานการทำงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล เราต่างมุ่งมั่นและทุ่มเทในการสร้างกำไรทางใจควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ โดยยึดหลัก Environment Social Governance & Economic หรือ ESG เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กร และเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs)”

อธิบดีอัยการภาค 2 แสดงวิสัยทัศน์พัฒนา สนง. สร้างความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ประชาชน

อธิบดีอัยการภาค 2 แสดงวิสัยทัศน์หลังเดินทางมารับตำแหน่ง รวมพลัง อปท.- เอกชน ร่วมพัฒนาพื้นที่สำนักงานสร้างความสะดวกสบายและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน

วันที่ 7 ต.ค.65 ที่สำนักงานอัยการภาค 2 จ.ชลบุรี นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล อธิบดีอัยการภาค 2 พร้อมด้วย นายไพรวัลย์ เพ็งพา อัยการจังหวัดพัทยา น.ส.ระพีพรรณ รัตนเหลี่ยม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาจอมเทียน และตัวแทนภาคเอกชน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณทางเข้าสำนักงาน เพื่อวางแนวทางการพัฒนาพื้นที่ของสำนักงานอัยการภาค 2

โดยทาง นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล อธิบดีอัยการภาค 2 ได้เปิดเผยว่า หลังจากเดินทางมารับตำแหน่งอธิบดีอัยการภาค 2 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้รับเรื่องจากประชาชนว่าบริเวณทางเข้าสำนักงานอัยการภาค 2 ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่มีปริมาณยวดยานพาหนะผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก 

อีกทั้ง เป็นจุดขึ้นเนินข้ามแยกห้วยใหญ่ และมีแสงสว่างไม่เพียงพอ จึงมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการ ตลอดจนพนักงานที่ทำงานในสำนักงานอัยการภาค 2 ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนน จนทรัพย์สินเสียหาย จึงได้ร่วมกับเทศบาลตำบลนาจอมเทียน ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ร่วมวางแนวทางการพัฒนาพื้นที่ของสำนักงานอัยการภาค 2 ทั้งภายในและโดยรอบสถานที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและความสะดวกสบายในการมาติดต่อราชการที่ สำนักงานอัยการภาค 2 ต่อไปอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top