Wednesday, 15 July 2026
NEWS

'โฆษกรัฐ' เผย นายกฯ ตั้งคกก. ปราบปรามยาเสพติด พร้อมเดินหน้ากำจัดการซื้อขาย - ส่งผู้เสพเข้ารับการบำบัด

โฆษกรัฐบาลเผย นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมนั่งเป็นประธาน เพื่อบูรณาการการปราบปรามยาเสพติดทุกหน่วยงานให้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ย้ำที่ผ่านมา รัฐบาลเดินหน้าทำลายกระบวนการค้ายาเสพติด พร้อมให้ผู้เสพเข้าถึงการบำบัด เยียวยา รักษา

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระราชทานกำลังใจ พระราชทานความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ จากเหตุสลดใจที่เกิดขึ้นที่ศูนย์เด็กเล็ก จ. หนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา สร้างความสะเทือนใจแก่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญคณะรัฐมนตรีร่วมยืนไว้อาลัยประมาณ 1 นาที ก่อนเริ่มการประชุมด้วย 

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้เน้นการปราบปรามยาเสพติดและกำหนดให้ยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นที่ จ. หนองบัวลำภู ส่วนหนึ่งมาจากปัญหายาเสพติดและสภาพจิตใจของผู้ก่อเหตุ ทำให้รัฐบาลยิ่งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเร่งบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในการป้องกัน ปราบปรามยาเสพติดให้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับพิษภัยยาเสพติดในทุก ๆ ช่องทาง เปิดช่องทางเพิ่มเติม ให้ประชาชนช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตา มีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสและแชร์ข้อมูล อีกทั้งทบทวนมาตรการนำเสนอหรือเผยแพร่ภาพ เสียง หรือ บทสัมภาษณ์ หรือข่าวสารรวมทั้งการนำเข้าข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเคารพสิทธิ์ของผู้เสียหายและป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ

นายกรัฐมนตรีได้ให้เร่งรัดจับกุม ดำเนินคดี และลงโทษผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการผลิตการนำเข้าการนำผ่านและการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด และสารตั้งต้นต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและจริงจัง ยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด การทำลายยาเสพติดที่ได้จากการยึดโดยเร็ว รวมถึงการทบทวนหลักเกณฑ์การเสนอขอรับพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุน รวมทั้ง การประสาน และให้ความช่วยเหลือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อกำจัดแหล่งผลิตยาเสพติดและส่งเสริมอาชีพทดแทน อีกทั้งให้มีมาตรการลงโทษข้าราชการ พนักงานรัฐลูกจ้างรัฐและวิสาหกิจ ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด 

ขณะเดียวกัน เร่งบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด เยียวยา ฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้เสพ ให้กลับมาเป็นคนดีและพลังบวกของสังคม ไม่หวนกลับไปติดยาเสพติดอีก การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันครอบครัวอันเป็นพื้นฐานที่สำคัญของสังคม รวมทั้งการส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพและหางานให้ รวมถึงการเยียวยาและฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้เสียหาย ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม รวมทั้งการเข้าถึงจิตแพทย์ของประชาชนทั่วไปเพื่อบำบัดรักษาผู้ซึ่งมีความเครียด ซึ่งอาจต้องเพิ่มจำนวนจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา อีกทั้งการเยียวยาหรือให้การสงเคราะห์ที่รวดเร็วแก่ผู้เสียหายจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อันเป็นคดีอาญาด้วย

รฟท. จัดรถจักรไอน้ำขบวนพิเศษ "กรุงเทพ-อยุธยา" น้อมรำลึก 'วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม'

การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดเดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำ วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม สัมผัสเส้นทางประวัติศาสตร์ กรุงเทพ-พระนครศรีอยุธยา เปิดจำหน่ายตั๋วตั้งแต่ 11 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

นายเอกรัช  ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 การรถไฟฯ ได้จัดกิจกรรมเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงพระราชทานกิจการรถไฟให้แก่ปวงชนชาวไทย

ในโอกาสนี้การรถไฟฯ ได้นำหัวรถจักรไอน้ำ รุ่นแปซิฟิก หมายเลข 824 และ 850 รุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผลิตโดยบริษัท นิปปอน ชาร์เรียว จำกัด ซึ่งปัจจุบันได้เก็บรักษาและซ่อมบำรุงอยู่ที่โรงรถจักรธนบุรี มาจัดเดินขบวนรถพิเศษนำเที่ยวในเส้นทางสายประวัติศาสตร์ระหว่างสถานีกรุงเทพถึงสถานีอยุธยา เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานกิจการรถไฟให้แก่ปวงชนชาวไทย จึงขอเชิญชวนร่วมย้อนวันวานไปกับขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำเฉลิมพระเกียรติ 23 ตุลาคม วันปิยมหาราช เริ่มจำหน่ายตั๋วโดยสาร ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ

สมาคมนักเรียนไทย-จีน ขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ช่วยทำให้เด็กไทยได้กลับไปเรียน ณ แดนมังกร

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 65 'สมาคมนักเรียนไทย-จีน' โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ โดยระบุข้อความว่า

#พาเด็กไทยกลับจีน เที่ยวบินเหมาลำรอบที่ 4 โดยสมาคมนักเรียนไทย-จีน 11 ตุลาคม 2565 

สมาคมนักเรียนไทย-จีน (TCSA) ร่วมกับสายการบินการบินไทย (Thai Airways) เที่ยวบินที่ TG8122 เส้นทางกรุงเทพฯ ปลายทาง กว่างโจว ประเทศจีน ซึ่งเป็นเที่ยวบินเช่าเหมาลำรอบที่ 4 ที่จัดทำโดยสมาคมนักเรียนไทย-จีน มีผู้โดยสารเป็นนักเรียนนักศึกษาทั้งหมด 232 คน เดินทางกลับสู่แดนมังกร ในเที่ยวบินนี้

นับตั้งแต่เที่ยวบินแรกเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 65, เที่ยวบินที่สอง เมื่อวันที่  22 มิ.ย. 65 และเที่ยวบินที่สามเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 65 ซึ่งทุกเที่ยวบินที่เกิดขึ้น ทางสมาคมนักเรียนไทย-จีน ต้องขอขอบพระคุณ รัฐบาลไทย และ รัฐบาลจีน รวมทั้งทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันทำให้เกิดเที่ยวบินนี้

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่หนองบัวลำภู เดินสายซับน้ำตา มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์สูญเสียที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ จ.หนองบัวลำภู

วันนี้ (วันอังคารที่ 11 ตุลาคม 2565) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ และนายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นำทีมแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่วัดเทพมงคลพิชัย ตำบลด่านช้าง วัดศรีอุทัย และ วัดราษฎร์สามัคคี ตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อเข้าพบพร้อมให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สูญเสียที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ จังหวัดหนองบัวลำภู รวม 36 รายๆ ละ 20,000 บาท  

พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯ ได้เดินทางเข้าพบและเยี่ยมเยียนผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือรายละ 5,000 บาท รวม 8 ราย รวมงบประมาณทั้งสิ้น 760,000 บาท (เจ็ดแสนหกหมื่นบาทถ้วน) โดยมี มูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี และมูลนิธิรวมน้ำใจหนองบัวลำภู เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

ไม่ทิ้งกัน! มูลนิธิมาดามแป้ง ได้ แข้งชบาแก้ว ร่วมกับ อาสากล้าใหม่ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.นนทบุรี

'มูลนิธิมาดามแป้ง' ส่ง 'ทีมอาสากล้าใหม่' และ เหล่านักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย นำโดย วราภรณ์ บุญสิงห์, สุนิสา สร้างไธสง, พิกุล เขื่อนเพ็ชร, กาญจนา สังข์เงิน, อินทร์อร พันธุ์ชา และ ณัฐกานต์ ชินวงษ์ ลงพื้นที่นำถุงยังชีพมอบให้แก่ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ชุมชนที่อาศัยอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่ ชุมชนมัสยิดท่าอิฐ ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 

'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ CEO บมจ. เมืองไทยประกันภัย ในฐานะประธานกรรมการ มูลนิธิมาดามแป้ง กล่าวว่า มูลนิธิมาดามแป้ง เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้ปัจจุบันฝนจะเริ่มตกน้อยลงแล้ว แต่ในบางพื้นที่ยังมีการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้บ้านเรือนและชุมชนริมน้ำ ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ครั้งนี้ต้องขอบคุณน้องๆ ฟุตบอลหญิง ที่อาสามาร่วมลงพื้นที่ชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา นำถุงยังชีพไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ริมน้ำ และมีผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งได้รับความยากลำบากในการดำเนินชีวิต"

'กทม.-ซีพีเอฟ' เปิดโครงการ 'กล้าจากป่า พนาในเมือง (กทม.)' มุ่งสร้างพื้นที่สีเขียว - กำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุงเทพฯ

(11 ต.ค. 65) เวลา 07.30 น. ณ สวนลุมพินี เขตปทุมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมเปิดตัวโครงการ 'กล้าจากป่า พนาในเมือง (กทม.)' เพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ สนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุงเทพฯ  

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับมอบกล้าไม้จากซีพีเอฟ เพื่อนำไปกระจายต่อให้คนกรุงเทพฯ ร่วมกันปลูกต้นไม้ รวมทั้งปลูกในพื้นที่ว่างของกทม. รวมทั้งร่วมกับผู้บริหาร ซีพีเอฟ แจกกล้าไม้ให้ประชาชนและผู้สนใจ จำนวน 1,000 ต้น 

ประกอบด้วยไม้ยืนต้น 4 ชนิด ได้แก่ พะยูง กฤษณา ยางนา มะขาม และไม้ฟอกอากาศ อาทิ ออมชมพู เงินไหลมา ซึ่งกล้าไม้เหล่านี้ ซีพีเอฟจ้างงานชุมชนรอบเขาพระยาเดินธงเพาะกล้าและดูแลจนกล้าไม้แข็งแรง เป็นการกระจายอาชีพและสร้างรายได้สู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวขอบคุณในความร่วมมือของซีพีเอฟ ที่ร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีของ กทม. เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากเพียงพอต่อการนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร และสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่กทม. มีความมุ่งมั่นส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชน และสิ่งแวดล้อมของเมือง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือกับซีพีเอฟ ครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายในการสร้างความตระหนัก สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้เริ่มลงมือทำด้วยการปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านของตนเอง ทั้งไม้ยืนต้นและไม้กระถาง ซึ่งจะช่วยกรองฝุ่นและดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

'ดร.เสรี' จับไต๋ 'มิลลิ' ขอโทษไม่จริงใจ ชี้!! เก่งแค่ไหน ถ้าทำตัวแบบนี้...ก็ไปไม่รอด

(11 ต.ค. 65) ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการสื่อสารและการตลาด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ขอโทษว่าใช้ข้อความที่ทำให้คนเข้าใจผิด แต่โยนโทษให้คนอ่านว่าตีความผิด

อ้างว่าอยากให้มีการจัดการกั้นพื้นที่เพื่อไม่ทำลายหลักฐาน แต่ไม่ขอโทษที่บอกว่า “ไปก็เป็นภาระ” และไม่ชี้แจงว่าหมายถึงใคร

ก่อนจะเอ่ยขอโทษ ยังออกมาด่าคนที่ตำหนิเธอว่ามาด่าเธอทำไม

ทัพภาค 4 ปฏิบัติการกู้ชีวิตเด็ก 8 ขวบเร่งด่วน ส่งเฮลิคอปเตอร์ ลำเลียงจากเกาะหลีเป๊ะ ส่งรพ.

แพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 4 ส่งเฮลิคอปเตอร์ นำเด็ก 8 ขวบ หายใจเหนื่อยหอบ 3 วัน จากโรคปอดบวม ส่งรพ.สตูลด่วน หลังได้รับการประสานขอความช่วยเหลือ เหตุเรือไม่อาจนำส่งได้จากสภาพอากาศไม่ปลอดภัย

พล.ต.โชคชัย ขวัญพิชิต ผู้อำนวยการศูนย์อํานวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ (แพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 4) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งประสานจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ จังหวัดสตูล ขอลำเลียงทางอากาศยาน เพื่อนำส่ง ด.ช. พลานุภาพ พระอ๊ะ อายุ 8 เดือน ซึ่งมีอาการหายใจเหนื่อยหอบ 3 วัน มีไข้ ไอ หายใจเหนื่อย การวินิจฉัยขั้นต้น โรคปอดบวม จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ไปยัง โรงพยาบาลสตูล จังหวัดสตูล เนื่องจากให้การรักษาที่รพ.สต.เกาะหลีเป๊ะแล้ว อาการไม่ดีขึ้น อีกทั้งการลำเลียงทางเรือเร็ว ไม่สามารถออกเรือได้ จากสาเหตุสภาพอากาศทางทะเลไม่ปลอดภัย

จากนั้น แพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 4 จึงได้ดำเนินการตามนโยบายผู้บัญชาการทหารบก และ แม่ทัพภาคที่ 4 ในการใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพในการช่วยเหลือประชาชนที่มีประสบเหตุความเดือดร้อนฉุกเฉิน จึงได้เตรียมทีมลำเลียง ประกอบด้วยแพทย์เฉพาะทางโรคปอด และ พยาบาลทีมลำเลียงที่สำเร็จหลักสูตรการลำเลียงผู้ป่วยด้วยอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ 

สมาคมเครือข่ายสื่อฯภาคอีสาน สร้างเครือข่าย 'นักข่าวชาวบ้าน' สู่นักสื่อสารสร้างสรรค์มืออาชีพ

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2565 สมาคมเครือข่ายหนังสือพิมพ์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ ภาคอีสาน ร่วมกับร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลวังหินลาด,ศูนย์ศึกษาพระเครื่อง จ.ขอนแก่น และไทยเสรีนิวส์ จัด โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวยุคดิจิทัล 'นักข่าวชาวบ้าน' ประจำปี 2565 ขึ้น ในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2565 ณ ห้องประชุม องค์การบริหารส่วนตำบลวังหินลาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยมี นายไพศาล วงค์ซีวะสกุล ปลัดอาวุโสอำเภอชุมแพ เป็นประธานเปิดการอบรมฯ ผศ.ดร.อำไพพรรณ สิงห์สกุล ผอ.ศูนย์ศึกษาพระเครื่อง จ.ขอนแก่น กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ  นายยุทธนา ชินทะนาม ประธานสภาฯ อบต.วังหินลาด ,คณะผู้บริหาร อบต.วังหินลาด ,ผู้นำชุมชน และผู้ใหญ่บ้านทั้ง 12 หมู่บ้าน เข้าร่วมอบรม

โดยมี อาจารย์จำรัส จันทนาวิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านสื่อสารมวลชน เป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องการหลอกลวงในโลกออนไลน์ ,วิธีการสร้างเรื่อง Content สร้างสื่อและตกแต่งแก้ไข ,การถ่ายภาพด้วยมือถือ และการตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Snap Seed, Canva, เทคนิคการถ่ายภาพ ,การเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์และ พ.ท.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ นายกสมาคมเครือข่ายหนังสือพิมพ์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ ภาคอีสาน บรรยายเรื่องรู้จักสื่อออนไลน์ ,เทคนิค การนำเสนอข่าวผ่านสื่อออนไลน์และการใช้ Social Media ,จริยธรรมสื่อมวลชน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.PDPA และในช่วงบ่ายเป็นการแบ่งกลุ่ม Work shop ระดมสมอง แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น โดยคณะวิทยากร

'วัชระ' เสนอนายกฯเร่งตั้ง 'กระทรวงการพัฒนาทรัพยากรน้ำ' ก่อนสายเกินไป เหตุเจ้าภาพเยอะ กระจัดกระจาย อำนาจไม่รวมศูนย์ ทำให้แก้ปัญหาได้ไม่สะเด็ดน้ำ

วันที่ 11 ต.ค. นายวัชระ กรรณิการ์ กรรมการบริหารและรองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคกลาง ให้สัมภาษณ์ ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคกลาง ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นปัญหาที่หมักหมมมานานตั้งแต่อดีตแล้ว ซึ่งตนเข้าใจและยอมรับได้ในระดับหนึ่งว่า ภาคกลางมีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ง่ายต่อการเกิดน้ำท่วม แต่ถ้ามองในแง่ข้อเท็จจริงก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในแต่ละปีปัญหาน้ำท่วมได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สร้างความเดือดร้อนและสร้างความเสียหายให้กับประชาชนอย่างมาก ถึงแม้จะมีการเยียวยาหรือชดเชยจากหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบต่าง ๆ แต่ก็เชื่อว่าไม่สามารถทดแทนกันได้ และไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ตนเห็นความเสียหายของชาวบ้านในทุกรูปแบบ บางคนเสียบ้าน เสียรถ เสียร้านค้า บางคนเสียไร่นา เสียบ่อปลา และที่สำคัญที่สุดผู้ประสบภัยทุกคนสูญเสียความสุขที่เคยมี หลายคนต้องหนีน้ำมานอนเพิงริมถนนที่ศูนย์พักพิง รอถุงยังชีพจากภาครัฐหรือภาคเอกชนที่จะมาช่วยเท่านั้น

'มิลลิ' ขอโทษ ปมโพสต์ข้อความไม่เหมาะสม ชี้!! เกิดจากอารมณ์-ไม่รอบคอบ พร้อมปรับปรุงตัว

จากกรณี มิลลิ ดนุภา คณาธีรกุล นักร้องแร็ปเปอร์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความว่า "ไปก็ไปเป็นภาระ ไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเลยสักนิด" ลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อไม่นานมานี้ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและเกิด #แบนมิลลิ ขึ้น

ล่าสุด (10 ตุลาคม 65) มิลลิ ได้โพสต์ขอโทษและชี้แจ้งเกี่ยวกับข้อความที่เคยโพสต์ไปว่า...

"จากกรณีทวีตข้อความ “ไปก็ไปเป็นภาระ ไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเลยสักนิด”
ซึ่งข้อความดังกล่าวทำให้หลายท่านรู้สึกเสียใจและไม่พอใจ หนูขอน้อมรับผิดในครั้งนี้"

"ซึ่งเกิดจากอารมณ์และความไม่รอบคอบในการใช้คำพูดจนทำให้เกิดผลกระทบต่อจิตใจและขอโทษทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ โดยเฉพาะผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์นี้ หนูตระหนักแล้วว่าทุกคน ทุกฝ่าย ต่างมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือและเยียวยาผู้สูญเสียด้วยกันทั้งนั้น"

"และขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อเสริมในสิ่งที่หนูอยากจะสื่อสาร สิ่งที่ตั้งใจสื่อในครั้งนี้คือการวิพากษ์วิจารณ์ในส่วนของวิธีการจัดการบนพื้นที่ที่เกิดเหตุ หนูเห็นว่าควรมีการกั้นพื้นที่จุดเกิดเหตุให้ชัดเจนและไม่ควรไปรบกวนพื้นที่ดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อหลักฐานของคดี"

"และหนูเป็นห่วงจิตใจของผู้ที่เสียบุคคลอันเป็นที่รักจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น จากข้อความที่หนูทวีตไปทำให้เกิดความเข้าใจผิดและถูกนำไปตีความคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่หนูต้องการจะสื่อ ซึ่งก็เกิดจากการที่หนูพิมไปอย่างไม่ชัดเจนและไม่รอบคอบ หนูต้องขอโทษและจะปรับปรุงตัวในการใช้คำพูดต่อไปค่ะ 🙏"

หลังจากที่ข้อความขอโทษและชี้แจ้งของมิลลิเผยแพร่ออกไปแล้ว ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เช่น

อาลัย 'เด่น ดอกประดู่' นักแสดงตลกชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว ในวัย 80 ปี

โย่ง เชิญยิ้ม ดารานักแสดงตลกชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่าน โดยระบุว่า ขอให้พี่ เด่น ดอกประดู่ ไปสู่ภพภูมิที่ดี พร้อมกับ โพสต์รูปภาพนิ่ง ของ เด่น ดอกประดู่ ที่มีรอยยิ้ม

สำหรับ เด่น ดอกประดู่ หรือชื่อจริงว่า บรรพต วีระรัฐ ปัจจุบันอายุ 80 ปี เป็นนักแสดงตลก ร่วมสมัยกับ เด๋อ ดอกสะเดา ดู๋ ดอกกระโดน และดี๋ ดอกมะดัน เคยแสดงร่วมคณะกับ เด๋อ ดอกสะเดา และเทพ โพธิ์งาม ใช้ชื่อคณะว่า เด่นเด๋อเทพ ตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2520 ได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงตลกที่เล่นมุกสุภาพ

มีผลงานมากมาย ทั้งการแสดงตลก และ ภาพยนตร์  อย่างเช่น บุปผาราตรี เฟส 2 (2548) ไทยถีบ ( 2549) ก่อนบ่ายเดอะมูฟวี่ ตอน รักนะ…พ่อต๊ะติ๊งโหน่ง (2550) หรือ จะเป็น มือปืน ดาวพระเสาร์ (2553) เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ เด่น ดอกประดู่ มีข่าวว่า หนีออกจากบ้าน ซึ่งทางครอบครัว เคยประกาศตามหา ก่อนที่ทางภรรยาก็เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า เด่น ดอกประดู่ ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ต้องรับประทานยา และรักษาต่อเนื่อง

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยใน ณ ที่นี้


ที่มา : https://www.pptvhd36.com/news/ข่าวบันเทิง/182300

เล่าสู่กันฟัง เรื่องราวแห่ง ‘ความเมตตา - อาทร’ ที่ ‘ในหลวง’ มีต่อพสกนิกรของพระองค์

จากเพจเฟซบุ๊ก 'คุณยุ้ย ท่าเรือ' ได้โพสต์ข้อความน่าประทับใจหลังในหลวงได้เสด็จให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิตที่หนองบัวลำภู ความว่า...

เล่าหมดทุกคำ คงยาวจนอ่านกันไม่ไหว และประติดประต่อเรื่องไม่ถูก ขอเล่าเป็นเรื่อง ๆ นะคะ

ข้าวปลาอาหาร น้ำท่า ไม่ต้องห่วงจ้ะ มีอาหารพระราชทาน เมื่อวาน (วันที่ 8) เมนูคือผัดไทกุ้งสด เชฟจากกรุงเทพโพ่นหนะ

มาแฮดให้ พอถามว่าแซ่บไหม บอกว่าแซ่บอยู่นะ แต่ผัดไทอิหยังทำไมเส้นมันเล็กโพด!😄

กินได้หลายคำไหม วันนี้พอกินได้บ้าง วันก่อน ๆ กินบ่ลง

นอกจากอาหารพระราชทานแล้ว มีรถครัวสนามของทหาร มณฑลทหารบกที่ 24 ด้วย เพิ่ลมีทหารมาเป็นร้อย ๆ โพ่นนะ ทหารก็คอยมาถามเฮา ว่าจะให้ช่วยหยั้งอยู่บ่ เมื่อคืนนะ มืดแล้วก็ยังโทร 

ยุ้ยเลยได้แซวไป 

ป๊าด!! ใช่ย่อยนะนี่ มีทหารรับใช้เป็นกองร้อย นายพลเค้ายังได้สิทธิแค่ไม่กี่คนนะนี่ 

ในหลวงท่านเห็นพวกพี่ ๆ ทุกข์โศก ท่านทรงขับเครื่องบินมาเอง เห็นไหมจ๊ะ ท่านน้ำตาไหล พระราชินีนี่ เส้นเลือดที่หน้าผากปูดเลย ท่านพยายามสะกดอารมย์ ดูท่านเศร้ามาก เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้างจ๊ะ 
คำตอบคือ ไม่คิดว่าท่านจะห่วงคนอย่างเรา
ตอนแรกที่มันมืดมนโนะ บัดนี้มันสว่าง มันพอมีแรง ต้องรีบเข้มแข็ง 
แล้วแต่ละคนก็เล่าในมุมของตน ร่ายยาวด้วยความปลื้มปิติ 

เรื่องพวงมาลาประจำพระองค์… 
ที่นี่จะแปลกกว่างานที่มีการพระราชทานพวงมาลาอื่นๆ
ที่ยุ้ยเคยเห็น อันดับแรกคือมาครบทุกพระองค์ 
ชวนคุยบอกพี่น้องที่นี่ว่า ป๊าดนี่ท่านส่งมาทั้งครอบครัวเลยนะ ครบทุกพระองค์เลย เขาดูกันไม่ออก ก็อธิบายให้ฟัง (หาเรื่องชวนคุย)

พออธิบายเสร็จก็บอกว่า หนูนะเคยไปเห็นพวงมาลาพระราชทานตามงานพระผู้ใหญ่ที่ท่านมรณะภาพนะ ไม่เคยเห็นงานไหนที่พิเศษขนาดงานนี้ …

ชาวบ้านก็งง หันมาถามว่าทำไม ก็บอกว่า หนึ่งล่ะ คือครบทุกพระองค์ สองก็คือ ไม่ยักกะมีเจ้าหน้าที่วังเฝ้า

ปกตินะ ถ่ายรูปติดยังไม่ได้เลย จะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกว่า ถ่ายรูปไม่ได้ครับ จุดที่วางพวงมาลานี่ถือเป็นที่ส่วนพระองค์ 

แต่นี่นะ บุญตายุ้ยที่ได้มาเห็น นอกจากเจ้าหน้าที่ไม่มาอยู่กดดันไม่ห้ามในการถ่ายรูปแล้ว ยังสามารถนอนอิเหละเขละขละเอกขเนกตามแต่ใจได้ด้วย 

ปกติที่ยุ้ยเคยเห็นนะ ใส่เสื้อผ้ากันเต็มยศ จะนั่งจะเดินยังต้องระวัง นี่คือสิ่งแทนพระองค์เลยนะจ๊ะ

ผบ.ตร.มอบรางวัล ตำรวจทางหลวงนาดี ปราจีนบุรี ช่วยนำลูกชายส่งคนขับรถสิบล้อ ชื่นชมในจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สินติราษฎร์

วันนี้ (10 ต.ค.65) เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผย จากกรณี ตำรวจทางหลวงนาดี 2 ราย ออกตรวจพื้นที่ พบเด็กชายยืนร้องให้อยู่ จึงเข้าไปสอบถามได้รับแจ้งจากเด็กว่า พ่อซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกลงเวลา แล้วขับรถออกไปเลยลืมลูกไว้ จึงได้พาเด็กชายไปส่งให้พ่อ จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง มีประชาชนแห่ชื่นชมมากมายนั้น

ล่าสุด วันนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้มอบรางวัลให้ตำรวจทางหลวงทั้ง 2 ราย คือ ร.ต.ท.บัญชา ตุ่นมี รอง.สว.(ป)ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล., ด.ต สัญญา ขันโท ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. ณ ห้องประชุมพรหมนอก อาคาร 1 ตร. 

พล.ต.ต.อาชยน กล่าวอีกว่า ผบ.ตร.ได้ ชื่นชมตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นาย ที่มีจิตวิญาณของตำรวจ เข้าช่วยเหลือเด็กนำส่งพ่อคนขับรถบรรทุก เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ ตร. ที่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และทันที สมควรที่จะได้รับการชื่นชม ชมเชย เป็นแบบอย่างการทำงานที่ดีให้ตำรวจได้ปฏิบัติตาม โดยได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล เป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน และขอให้ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนต่อไป การมอบรางวัลดังกล่าวเป็นไปตาม โครงการตำรวจทำดี

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ นำทีมชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร. จับเรือลักลอบขนน้ำมันเถื่อนจำหน่ายในไทย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ นำทีมชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร.
จับเรือลักลอบขนน้ำมันเถื่อนจำหน่ายในไทย

ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับปัญหาการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงมาเป็นเวลานาน แม้ว่าจะมีการปราบปรามจับกุมมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ผู้กระทำผิดก็ได้พัฒนารูปแบบการกระทำผิดมากขึ้นเช่นกัน เช่น การลักลอบนำเข้าทั้งทางบกและทางทะเล การลักลอบปะปนมากับสินค้าอื่น การสำแดงเอกสารเท็จ เป็นต้น ทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตอย่างมหาศาล ตลาดของบริษัทผู้ค้าน้ำมันถูกเอารัดเอาเปรียบ และประชาชนต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากน้ำมันที่ไม่ได้คุณภาพ

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบหมายหน้าที่และการสั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปนม.ตร. (ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง) ทำหน้าที่ในการสืบสวน ปราบปราม และจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง หลังได้รับมอบหมายหน้าที่ดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร. เร่งออกปฏิบัติการสืบสวนการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร.โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย รอง ผบก.สส.ภ.4 , พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.4 บก.สส.สตม. ร่วมกับ พ.ต.อ.เติมรัศม์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมด้วย ตม.จว.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่สรรพสามิต และศุลกากร ร่วมกันเข้าตรวจสอบเรือชื่อ "Polestar" สัญชาติเรือตูวาลู (Tuvalu) ซึ่งออกเดินทางจากประเทศสิงคโปร์มายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 ต.ค.65 ที่ผ่านมา และเข้าเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือบริษัท เลนโซ่ เทอร์มินอล จำกัด ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เบื้องต้นตัวเรือดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ บริษัท เอ็มอาร์บี ชิปเอเจนซี่ จำกัด
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ศปนม.ตร.ทราบว่า เรือ Polestar มีพฤติการณ์ลักลอบนำเข้าน้ำมันเบนซิน จากประเทศสิงคโปร์ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยหลายครั้ง ปริมาณครั้งละหลายล้านลิตร ใช้วิธีการแจ้งสำแดงการนำเข้าเป็น เอทานอล และ เมทานอล แต่จะลักลอบนำน้ำมันเบนซินครั้งละหลายล้านลิตรซุกซ่อนมาด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ต.ค.65 ชุดสืบสวน ศปนม.ตร.ทราบว่าเรือลำดังกล่าวแจ้งการนำเข้า เมทานอล METHANOL น้ำหนักสุทธิ 452,789.000 กก. แต่จากการสืบสวนทราบว่าจะลักลอบนำน้ำมันเบนซินจำนวน 4-5 ล้านลิตรมาด้วย จึงได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร จึงได้เข้าทำการตรวจค้นเรือลำดังกล่าว และได้แจ้งขอกำลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสมุทรปราการ เข้าร่วมตรวจค้น เมื่อเข้าตรวจค้นพบว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมเรือได้แสดงเอกสารแจ้งนำเข้าสารเมทานอล (METHANOL) น้ำหนักสุทธิ 452,789.000 KGM (กิโลกรัม) ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม 6,931,094.58 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 485,176.62 บาท ดังกล่าวจริง แต่จากการตรวจค้นโดยละเอียดพบว่าภายในเรือ มีสารเอทานอล (ETHANOL) น้ำหนักสุทธิ 486.337 CuM. (486,337 ลิตร) น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว (Unleaded Gasoline) น้ำหนักสุทธิ 4,847.706 CuM. (4,847,706 ลิตร) บรรทุกมาในเรือลำดังกล่าวด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถาม ผู้ควบคุมจัดการสินค้าจึงได้นำเอกสารของบริษัทอีกฉบับมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร แจ้งว่าสารเอทานอล และ น้ำมันเบนซินดังกล่าวจะขนต่อไปประเทศเวียดนาม ไม่ได้นำเข้ามาในประเทศไทย แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบสายท่อขนถ่ายในที่เกิดเหตุมีคราบน้ำมันเบนซินชนิดเดียวกับที่บรรทุกมาในเรือ เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานจึงได้ตรวจเก็บตัวอย่างของสารชนิดต่างๆ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ต่อไป

ต่อมาเจ้าพนักงานศุลกากรจึงได้สั่งกักเรือดังกล่าวเพื่อทำการตรวจสอบ จากการสืบสวนเรือ Polestar ได้เข้าเทียบท่าเรือดังกล่าวมาแล้วถึง 28 ครั้ง โดยแจ้งการนำเข้า สารเมทานอล มาโดยตลอดและมีต้นทางจากประเทศสิงคโปร์ มาส่งสินค้าที่ท่าเรือนี้ จากนั้นจะเดินทางกลับสิงคโปร์ทันที โดยไม่เคยเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศเวียดนามแต่อย่างใด เบื้องต้นหากพบว่ามีการสำแดงเอกสารเท็จก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการขนถ่ายน้ำมันเบนซินดังกล่าว หากพบว่ามีการลักลอบขนถ่ายเข้ามาในประเทศไทย มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ ก็จะพิจารณาดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และ พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top