Saturday, 18 July 2026
NEWS

ลำปาง-ผบ.มทบ.32 ให้การต้อนรับองคมนตรี ในโอกาสตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพท.ลำปาง

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.00 - 16.45 น. พลตรีพรชัย  นพรัตน์ ผบ.มทบ.32 เป็นผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ร่วมให้การต้อนรับ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และคณะฯ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมติดตามงาน และขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ณ โครงการก่อสร้างฝายทุ่งข้าวหล่อพร้อมระบบส่งน้ำฯ ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง โดยเป็นการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ  

พร้อมทั้งมอบหมายให้ พันเอกวิศิษฐ์ บรรณากิจ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมต้อนรับองคมนตรี และคณะฯ ในการติดตามงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพร้อมระบบส่งน้ำฯ ณ โครงการก่อสร้างฝายทุ่งส้านพร้อมระบบส่งน้ำฯ ต.บ้านขอ อ.เมืองปาน จ.ลำปาง​ จนเสร็จสิ้นภารกิจ ร่วมกับหน่วยงานราชการจังหวัดลำปาง, หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดลำปาง

ภาวินันท์​ บุตรหล้า​ รายงาน

'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี' ทรงเผยโฉมแฟชัน SIRIVANNAVARI ประจำฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว คอลเลกชันเปี่ยมพลัง ผ่านแรงบันดาลใจจากนักบินหญิง

(2 พ.ย.66) แรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลกชันเสื้อผ้าผู้หญิง ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ แบรนด์ SIRIVANNAVARI คือการเชิดชูความสำเร็จในชีวิตของผู้หญิงที่ไล่ตามความฝันอย่างกล้าหาญ และท้าทายขนบธรรมเนียมแบบแผนในสังคม ผ่านการถอดรหัส และตีความใหม่ เพื่อเล่าเรื่องราวของนักบินหญิง 3 คน ผู้กรุยเส้นทางแห่งความสำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์วงการการบินให้แก่ผู้หญิงทั่วโลก

เอมิเลีย เอียร์ฮาร์ต (Amelia Earhart) นักบินหญิงชาวอเมริกัน ผู้สร้างประวัติศาสตร์การบินในปี 1932 สตรีคนแรกของโลกที่บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก โดยความสำเร็จครั้งนั้นนับเป็นการจุดประกายสำคัญ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วโลก ทั้งยังช่วยปลุกกระแสสังคมขับเคลื่อนบทบาทและสิทธิสตรีอย่างกว้างขวาง

วาเลนตินา เทเรชโควา (Valentina Tereshkova) นักบินอวกาศหญิงคนแรกชาวรัสเซีย กับการเดินทางสู่อวกาศในปี 1963 จากหญิงสาวในโรงงานทอผ้า สู่การเป็นนักบินอวกาศหญิง ปลุกกระแสการก้าวกระโดดแห่งโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ รวมถึงโลกของการสำรวจอวกาศและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ก่อให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ

และเจอรี ม็อก (Jerrie Mock) ผู้ทำลายกรอบทัศนคติแบบเหมารวมเชิงเพศกับการเป็นนักบินหญิงผู้บินเดี่ยวรอบโลกด้วยเส้นทาง 22,860 ไมล์ และลงจอดในนานาประเทศคนแรกของโลก

เรื่องราวของผู้หญิงทั้ง 3 คน เป็นแรงบันดาลใจอันยอดเยี่ยมของคอลเลกชันเสื้อผ้าผู้หญิง ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 ถ่ายทอดผ่านรูปทรงเสื้อผ้าในช่วงทศวรรษ 1940 ที่มีความโปร่งเพรียวเจือกลิ่นอาย และองค์ประกอบของแฟชันนักบินแห่งยุค อาทิ เสื้อผ้าหนัง เสื้อผ้าเฉพาะทาง และโทนสีที่ดูโดดเด่นแต่เรียบหรูสู่ผลงาน สร้างสรรค์คอลเลกชันที่แสดงถึงหัวใจหลักของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่นำเสนอการผสมผสานกันอย่างลงตัว

ระหว่างทรวดทรงละเอียดประณีตของอิสตรี กับความแข็งแกร่งแบบสุภาพบุรุษ ลายพิมพ์โดดเด่น งานฝีมือปักอันเชี่ยวชาญ เจือความเป็นไทยอย่างแยบคาย มีการผสมผสานความแตกต่างอย่างลงตัวของการเลือกใช้ผ้า อาทิ ผ้าไหมเนื้อนุ่มละเอียด กับลูกไม้หรู ผ้าชีฟองโปร่งบางปักอย่างหรูหรา บรรจงเข้าคู่กับหนัง หรือผ้าวูลเนื้อหนัก โทนสีโดดเด่นของคอลเลกชัน คือ สีขาว ตัดกันกับสีดำ และเติมความหรูหราด้วยสีเบจ

และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ ได้แก่ ลายพิมพ์พิเศษประจำคอลเลกชัน ที่จำลองงานแพตช์เวิร์กรวบรวมภาพวาดฝีพระหัตถ์ขององค์ดีไซเนอร์ และสัญลักษณ์ของแบรนด์ในช่วงยุคต่างๆ ดุจการจารึกประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ลงสู่บนผืนผ้า

จากแนวคิดหลักที่มุ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณนักผจญภัย ที่แฝงอยู่ในเครื่องแบบนักบินหญิง IRIS Jacket สัญลักษณ์ประจำแบรนด์ ได้รับการปรับสัดส่วนให้ดูเพรียวบาง สู่ ‘IRIS Jacket new beginning’ ด้วยลูกเล่นการตัดเว้าช่วงเอว มุมไหล่เสื้อสี่เหลี่ยมจัตุรัส ในขณะที่ ‘Iconic IRIS jacket’ มาในความยาวสองรูปแบบ คือ แจ็กเกตตัวสั้น ปกแหลม และแจ็กเกตความยาวระดับกึ่งกลางสะโพก และอีกชิ้นงานเด่น คือ ‘IRIS Thai Drapes’ ชุดบอดี้สูทจับเดรปช่วงอก ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อไทยโบราณ

ผลงานเสื้อผ้าคอลเลกชัน ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 นี้ เผยอีกด้านหนึ่งของเหล่านักบินหญิง ความกล้าหาญและความแข็งแกร่งที่ถูกสะท้อนผ่านดีไซน์อันทรงเสน่ห์ และหรูหรา เสื้อคอโบว์ป้ายด้านหน้าเผยความเซ็กซี่ เข้าคู่กับกางเกง และเพื่อเสริมความ สมบูรณ์แบบของคอลเลกชันนี้ นอกเหนือจากเสื้อผ้า Ready to Wear แล้ว ยังมีไอเท็มแฟชันอย่างครบครัน อาทิ แว่นตากันแดด กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ ครบลุคการแต่งกายแห่งผู้หญิงยุคใหม่

ในทางกลับกัน เพื่อถ่ายทอดความโลดโผน และรักการผจญภัยของสุภาพบุรุษ S’Homme (เอส อ็อม) คอลเลกชั่นเสื้อผ้าผู้ชาย ได้นำเสนอเอกลักษณ์ความปราณีตของผู้ชายในแบบฉบับของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ในโทนพาเลตสีขรึม อาทิ สีน้ำเงินเข้มและสีดำ ผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากนักบินหญิงในประวัติศาสตร์ โดดเด่นด้วยชุดแจ็กเกตสูท หรือเสื้อโค้ตตัวยาวกรอมข้อเท้า เสื้อเชิ้ตคอสูงที่มาพร้อมผ้าพันคอนักบิน เข้าคู่กับกางเกงสไตล์เทเลอร์ขาสอบหรือขากว้าง และกางเกงจ็อกเกอร์ รวมไปถึงผลงานผ้าพิมพ์ลายประจำคอลเลกชั่น ลายคอลลาจลายฝีพระหัตถ์ ที่ปรากฏบนเสื้อ แจ็กเกตนักบิน และกระเป๋าดัฟเฟิล รองเท้าคอมแบตบู้ท และโลฟเฟอร์ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ถือเป็นการผสานกันระหว่างประโยชน์ใช้งาน และภาพแห่งแรงบันดาลใจ นำมาสู่ลุคที่ดูกล้าหาญ แข็งแกร่ง แต่ก็แฝงไปด้วย ความโรแมนติก

บทสรุปแห่งงานออกแบบที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกให้พบกัน นำเสนอความทันสมัย วิสัยทัศน์ความกล้าและอิสระเสรี ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ในทุกอณูของความเป็นผู้หญิง และเปิดรับตัวตนอันโลดโผนของผู้ชายไว้ด้วย โดยคอลเลกชันประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 ได้จัดงานแสดงแฟชันพรีเซนเตชั่น เปิดตัวคอลเลกชันเป็นครั้งแรก ในช่วงงาน Paris Fashion Week เมื่อเดือนมีนาคม 2023 ที่ผ่านมา เพื่อแสดงตัวตนและเจตนารมณ์ของผู้ที่กล้าฝันและบุกเบิกเส้นทางใหม่ แบรนด์ SIRIVANNAVARI สร้างมาตรฐานใหม่ของความหรูหรา แข็งแกร่ง ความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุดผ่านงานออกแบบอันงดงามประณีต และเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่จะมอบพลังให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

พิษณุโลก ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมประจำปีงบประมาณ 2567 

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 เวลา 11.00 นาฬิกา ที่ ห้องบันเทิงทัพ 3 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก คุณ คัทลียา แสงศิริรักษ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อมอบเเนวทางการปฏิบัติ ตามนโยบาย ของนายกสมาคมแม่บ้านทหารบก และสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3  โดยดำเนินการตามโครงการต่างๆ ให้เป็นไป ตามนโยบายของสมาคมแม่บ้านทหารบก อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังพลและครอบครัว มีขวัญและกำลังใจเพิ่มขึ้น และมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น และยั่งยืนต่อไป 

จากนั้นเดินทางไปร่วมกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวัน พร้อมมอบสิ่งของยังชีพให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล ณ โรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล ตำบลมะขามสูง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ต่อจากนั้นเดินทางไปเลี้ยงอาหารกลางวัน และมอบสิ่งของยังชีพให้กับ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งวังทอง ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก 

ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

สืบภาค 4 รวบยกแก๊งกราดยิงกลางงานหมอลำ

ตามที่เมื่อวันที่ 27 ต.ค.66 ได้เกิดเหตุ แก๊งวัยรุ่นยกพวกตีกัน และใช้อาวุธปืนยิงใส่คู่อริจนเสียชีวิต ในงานแสดงหมอลำ ประเพณีแข่งเรือประจำปี ชาวบ้านปากอูน ในเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม 

ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ. 4
พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม  รอง ผบช.ภ.4 
พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.สส.ภ.4
พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม

ได้มอบหมาย สั่งการให้
พ.ต.อ.พงฤทธิ์  คงศิริสมบัติ  รอง ผบก.สส.ภ.4
พ.ต.อ.วิโรจน์ สีน้ำเงิน รอง ผบก.สส.ภ.4
พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ รอง ผบก.สส.ภ.4
พ.ต.อ.ชาญ​ณรงค์​ มาก​พิสุทธิ์​ 
ผกก.สืบสวน1 บก.สส.ภ.4
พ.ต.ท.สมภพ  กองสมบัติ
รอง ผกก.สืบสวน1 บก.สส.ภ.4 
​พ.ต.ท.เอกวิทย์ บาคาล
รอง ผกก.สืบสวน1 บก.สส.ภ.4 และตำรวจ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 ร่วมกับ เจ้าพนักงานตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีสงคราม ภ.จว.นครพนม และ ชุดสืบสวน ภ.จว.นครพนม ร่วมกับสืบสวนสอบสวน จนทราบว่า 

ภายหลังจบงานดังกล่าว แก๊งวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้ยกพวกมาดักรอทำร้ายร่างกายกัน บริเวณถนนบ้านปากอูน หมู่ 4 เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม พร้อมปาระเบิดปิงปอง และใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด กราดยิงใส่คู่อริ ทำให้ น.ส.ธิดาพร โทรัตน์ อายุ 23 ปี ที่ซ้อนท้ายรถ จยย.กลับบ้าน ขณะนั้น ถูกลูกหลง กระสุนปืนเข้าที่ท้ายทอย 1 นัด บาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำตัวส่งไปรักษา ที่ รพ.อำเภอศรีสงคราม และถูกส่งตัวไปรักษาต่อ ที่ รพ.นครพนม และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 26 ต.ค. 2566 ต่อเนื่อง วันที่ 27 ต.ค. 2566 

ต่อมาชุดสืบสวน ภ.4  สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้

1.นายธนกร ฯ  อายุ 15 ปี  
ภูมิลำเนา ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม   โดยกล่าวหาว่า "ฆ่าผู้อื่น โดยมีอาุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต (ครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียน),พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองฯ หรือพาไปในชุมชนที่ได้จัดไห้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง หรือการอื่นใด , ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน

2. ด.ช.ธันวา ฯ อายุ 14 ปี
ภูมิลำเนา ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
โดยกล่าวหาว่า "ฆ่าผู้อื่น โดยมีอาุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต (ครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียน),พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองฯ หรือพาไปในชุมชนที่ได้จัดไห้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง หรือการอื่นใด , ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน

3.นายพิชาภพ ฯ  อายุ 17 ปี  
ภูมิลำเนา ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
โดยกล่าวหาว่า "ฆ่าผู้อื่น โดยมีอาุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต (ครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียน),พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองฯ หรือพาไปในชุมชนที่ได้จัดไห้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง หรือการอื่นใด , ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน"

พร้อมตรวจยึดของกลาง หลายรายการ ได้แก่ เสื้อกางเกงที่ใช้ในวันก่อเหตุ, อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 1 กระบอก , ลูกปืนเม็ดจำนวนประมาณ 25 เม็ด , ลูกตะกั่วเหล็ก จำนวน 25 เม็ด , ลูกตะกั่วเหล็ก จำนวน 1 ถุง , แก๊ปกระดาษ , ดินปืน 1 ขวด , ลูกระเบิดประดิษฐ์บรรจุลูกหินจำนวน 1 ลูก เป็นต้น

นำตัวผู้ต้องหาส่ง​พนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม ภ.จว.นครพนม   เพื่อดำเนิน​คดีตามกฎหมาย​ต่อไป

‘ชวน หลีกภัย’ มอบภาพลายเส้นในหลวง ร.9 ให้ รพ.ศิริราช หารายได้เข้าศิริราชมูลนิธิ ใช้พัฒนาบุคลากร-บริการต่อไป

(1 พ.ย. 66) เพจพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความระบุว่า…นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะศิลปินแห่งชาติฐาปนันดรศิลปิน ร่วมชมผลงานจากศิลปินแห่งชาติ ศิลปินอิสระ ช่างภาพสื่อมวลชน ช่างภาพจิตอาสาและประชาชน ส่งผลงานมากกว่า 1,000 ผลงานมาจัดแสดงในงาน เพื่อหารายได้สมทบทุนศิริราชมูลนิธิ ปัจจุบันมียอดเงินจากผู้บริจาคกว่า 14.8 ล้านบาท โดยทางโรงพยาบาลศิริราช จะนำไปพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนชาวไทยต่อไป

โดยนายชวน กล่าวชื่นชม คุณสุจินตนา จรรยาทิพย์สกุล ประธานมูลนิธิ เก้า ยั่ง ยืน และอาจารย์ คณะผู้บริหารของโรงพยาบาลศิริราช ถือว่าเป็นโรงพยาบาลที่รับภาระมากที่สุดแห่งหนึ่ง งบประมาณแผ่นดินหรือรายได้จากคนไข้ไม่เพียงพอ ฉะนั้นการที่คุณสุจินตนา มาทำโครงการนี้ ถือว่าช่วยหารายได้ช่วยโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งถ้าทำได้อย่างนี้ต่อเนื่องก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการของโรงพยาบาล

“ต้องขอชื่นชมทุกภาคส่วนทั้งภาคเอกชน อาจารย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และบุคคลทั่วไป ที่ได้ร่วมมือกันทำโครงการหารายได้ให้กับโรงพยาบาลศิริราช ยอดรายได้ล่าสุด 14.8 ล้านบาท โดยเฉพาะภาพในหลวงที่ผมสเก็ต หรือบันทึกไว้เมื่อวันที่ 10/12/2540 เมื่อครั้งเป็นนายกฯ มีคนบริจาคมาภาพละ 50,000 บาท จำนวน 15 ท่าน ได้เงินประมาณ 800,000 กว่าบาท ก็มีความยินดีที่ได้มีโอกาสช่วยศิริราช ระลึกถึงพระคุณของโรงพยาบาลครั้งหนึ่ง แม่ถ้วน หลีกภัย เคยเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ได้อาศัยศิริราช เพื่อดูแลให้ท่านอายุยืนถึง 99 ปี” นายชวน กล่าว

โดย นายชวน มอบภาพลายเส้นในหลวงรัชกาลที่ 9 บันทึกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2540 จากพระองค์จริง เมื่อครั้งเสด็จในพระราชพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ให้กับโรงพยาบาลศิริราช มูลนิธิเก้ายั่งยืน เพื่อหารายได้สมทบทุนศิริราชมูลนิธิ ภาพนี้มีผู้ร่วมบริจาคแล้วจำนวน 15 ราย เป็นเงินจำนวน 850,000 บาท

‘นักวิจัยไทย’ ค้นพบ ‘ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ’ ดวงใหม่รอบระบบดาวคู่ สะท้อน!! ศักยภาพ ‘นักดาราศาสตร์ไทย-กล้องโทรทรรศน์ NARIT’

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 66 เพจเฟซบุ๊ก ‘NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า...

นักวิจัย NARIT ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะใหม่รอบระบบดาวคู่

ดร.ศุภชัย อาวิพันธุ์ นักวิจัย NARIT ร่วมทีมนักวิจัยไทย ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะใหม่ที่โคจรรอบระบบดาวคู่ RR Cae ถือเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงที่ 2 ที่ถูกค้นพบในระบบดังกล่าว และนับเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรกที่ถูกค้นพบโดยนักวิจัยชาวไทยทั้งหมด

ปัจจุบันนักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจำนวนมากกว่า 5,000 ดวง ส่วนใหญ่เป็นดาวเคราะห์นอกระบบที่โคจรรอบดาวฤกษ์เพียงดวงเดียว มีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเพียงประมาณ 20 ดวงเท่านั้นที่ถูกค้นพบว่าโคจรรอบระบบดาวคู่ โดยในการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่โคจรรอบระบบดาวคู่ส่วนใหญ่ จะถูกค้นพบด้วยเทคนิค การเปลี่ยนแปลงเวลาการบังกันของดาวคู่ (Eclipse timing variation) ซึ่งเป็นการสังเกตการณ์การบังกันของดาวคู่อุปราคา ถ้าในระบบดาวคู่ดังกล่าวมีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ แรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์จะทำให้ตำแหน่งของดาวคู่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ช่วงเวลาที่เกิดการบังกันที่สังเกตการณ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปไม่สม่ำเสมอ

ระบบดาวคู่ RR Cae เป็นระบบดาวคู่ที่ประกอบด้วยดาวแคระขาว และดาวฤกษ์มวลน้อยสีแดง อยู่ห่างจากโลก 69 ปีแสง ก่อนหน้านี้ทีมนักดาราศาสตร์จีนค้นพบว่า ระบบดาวคู่ RR Cae มีการเปลี่ยนแปลงเวลาการบังกันของดาวคู่ ซึ่งเกิดจากผลของแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์มวลประมาณ 4.2 เท่าของมวลดาวพฤหัสบดี ที่โคจรรอบระบบดาวคู่ด้วยคาบ 11.9 ปี

ในงานวิจัยนี้ทีมนักวิจัยไทยได้มีการสังเกตการณ์ระบบดาวคู่ RR Cae ด้วยกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติของ NARIT ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 เมตร PROMPT-8 ณ หอดูดาว Cerro Tololo Inter-American ประเทศชิลี และกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติขนาด 0.7 เมตร ณ หอดูดาว Spring brook ประเทศออสเตรเลีย ร่วมกับฐานข้อมูลของกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope (VLT) และกล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS (Transiting Exoplanet Survey Satellite) ระหว่างปี พ.ศ.2561-2563 ได้กราฟแสงขณะเกิดการบังกันของระบบดาวคู่ RR Cae ทั้งหมด 430 ครั้ง

จากข้อมูลกราฟแสงการบังกันดังกล่าว ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างแบบจำลองทางกายภาพของระบบดาวคู่ RR Cae ด้วย ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ‘ชาละวันคลัสเตอร์’ (Chalawan High Performance Computing Cluster) ของ NARIT พบว่าดาวฤกษ์มวลน้อยสีแดงในระบบดาวคู่ มีจุดมืดและจุดสว่างขนาดใหญ่ ซึ่งไม่เคยค้นพบในงานวิจัยมาก่อนหน้านี้ และเมื่อนำข้อมูลการบังกันมาวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงเวลาการบังกันของดาวคู่ RR Cae พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเวลาการบังกันที่เกิดจากผลของแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ 2 ดวง โดยดาวเคราะห์ดวงแรกมีมวล 3.0 เท่าของมวลดาวพฤหัสบดี โคจรรอบดาวคู่ด้วยคาบประมาณ 15 ปี และดาวเคราะห์ดวงที่สองซึ่งเป็นดาวเคราะห์ใหม่ที่พึ่งถูกค้นพบ มีมวลประมาณ 2.7 เท่าของมวลดาวพฤหัสบดี และมีคาบการโคจรประมาณ 39 ปี

ดาวเคราะห์นอกระบบใหม่ที่ถูกค้นพบในงานวิจัยนี้ นับเป็นดาวเคราะห์นอกระบบดวงแรกที่ถูกค้นพบโดยทีมนักวิจัยคนไทยทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักดาราศาสตร์ไทย และกล้องโทรทรรศน์ NARIT ในการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะใหม่ ซึ่งจะช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกต่อไป

เรียบเรียง : ดร. ศุภชัย อาวิพันธุ์ - นักวิจัย กลุ่มวิจัยดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะและชีวดาราศาสตร์ สดร.

กระบี่-อบจ.กระบี่ MOU กับ ทกจ.กระบี่ร่วมเป็นเจ้าภาพกีฬานักเรียน นักศึกษา แห่งชาติ "กระบี่เกมส์"ครั้งที่ 43 ต้นปี 67

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมมรกต ชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่  นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ กับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ โดยมีนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายสัจจพร จันทร์ศรีนวล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ ร่วมลงนาม MOU พร้อมด้วยนางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และผู้แทนมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ประจำวิทยาเขตกระบี่ และข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ร่วมเป็นพยาน ในการบันทึกข้อตกลงฯการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ประจำปี 2567 “กระบี่เกมส์” ระหว่างวันที่ 22 - 30 มกราคม 2567 ณ จังหวัดกระบี่ ซึ่งจังหวัดกระบี่ได้มอบหมายภารกิจให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ร่วมเป็นเจ้าภาพและดำเนินการในพิธีการไฟพระฤกษ์ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ จึงได้ตกลงทำบันทึกความร่วมมือร่วมกัน

เพชรบูรณ์- มณฑลทหารบกที่ 36 ต้อนรับทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ แผนกทหารบก ผลัดที่ 2 ทหารเรือ ผลัดที่ 3 เน้นย้ำไม่ให้มีการสูญเสียระหว่างฝึก

ที่อาคารอเนกประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 36 อำเมืองเพชรบูรณ์ พลตรี วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่และทหารกองเกินในการดำเนินการรับ - ส่ง ทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ แผนกทหารบก ผลัด 2 และแผนกทหารเรือ ผลัด 3 ประจำปี 2566 โดยมี นายทหารสัญญาบัตร และนายทหารประทวน พร้อมด้วย ทหารใหม่ ผู้ปกครอง และญาติทหารใหม่ เข้าร่วม

พลตรี วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 กล่าวว่า ปัจจุบันมีการปรับห้วงของการฝึกเป็น 2 หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรการฝึกทหารใหม่เบื้องต้นพื้นฐาน ใช้ระยะเวลาการฝึก 6 สัปดาห์ เพื่อปรับบุคลิก ลักษณะท่าทางให้เป็นทหาร มีการฝึกจากเบาไปหนัก หลักสูตรที่ 2 คือการฝึกเฉพาะหน้าที่ ระยะเวลาการฝึก 3 สัปดาห์ และจะปล่อยให้กลับไปพบญาติ และเรียกกลับมา กรม กอง อีกครั้ง นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก และแม่ทัพภาคที่ 3 ได้เน้นย้ำในเรื่องสุขภาพร่างกาย ให้ฝึกทหารใหม่ไม่ให้มีการสูญเสียระหว่างฝึก เรามีการชี้แจงเน้นย้ำครูฝึก หากมีการละเมิดระเบียบที่ดูแลทหารใหม่ก็จะมีการลงโทษ เราคิดเสมอว่าทหารที่เข้ามาใหม่คือลูกหลานของพี่น้องประชาชน เราจะดูแลเหมือนลูกที่มีความห่วงใย แต่ก็ต้องคงอยู่ในกฎกติกา และระเบียบวินัย สำหรับทหารใหม่ที่มีสภาพร่างกายยังไม่พร้อมเรามีทีมแพทย์เข้ามาดูแลและวินิจฉัย เพื่อให้การฝึกของทหารใหม่มีความปลอดภัย ระหว่างการฝึก เราจะสอดแทรกเรื่องการดูแลประชาชน การมีจิตอาสา ซึ่งทหารกองประจำการนอกจากจะได้รับเงินเดือนแล้ว จะมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ โรงเรียนนายสิบทหารบก โดยมีโควตารับจากทหารกองประจำการ ถึงร้อยละ 80

สำหรับการต้อนรับทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ในวันนี้แบ่งเป็นแผนกทหารบก มีทหารกองเกินจากการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มารายงานตัว จำนวน 449 นาย ทหารกองเกินจากการคัดเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ(กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พิจิตร และจังหวัดอุตรดิตถ์ มารายงานตัว 22 นาย และ แผนกทหารเรือ ซึ่งเป็นทหารกองเกินจากการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ มารายงานตัวจำนวน 98 นาย รวมทหารกองเกินที่ต้องส่งเข้ารับราชการทหารกองประจำการในครั้งนี้ 569 นาย

มนสิชา  คล้ายแก้ว/สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์

ผบช.สตม. รุดตรวจ ตม.สะเดา รับ นทท.มาเลเซีย ยกเลิกกรอกเอกสาร

วันนี้ (1 พ.ย. 66) เวลาประมาณ 07.00 น. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 รรท.ผบช.สตม. ได้บินด่วน ลงตรวจ ด่าน ตม.สะเดา จว.สงขลา เพื่อตรวจความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะมาเลเซีย หลังรัฐบาลสั่งเลิกกรอกเอกสารเข้าประเทศ หรือ ตม.6 เพื่อลดขั้นตอน และส่งเสริมการเที่ยวไทย ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ตามนโยบายรัฐบาล 

พล.ต.ท.อิทธิพลฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. ให้ สตม. มีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ ซึ่งพบว่า นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เข้ามาเที่ยวในไทยมีจำนวนมากติด 3 อันดับแรกของประเทศ โดยเฉพาะช่วงปี 2566 ตั้งแต่ ม.ค.-ก.ย. มีปริมาณนักท่องเที่ยวเข้าไทยอันดับ 1 ถึง 1.5 ล้านคน และกว่า 90% เข้าทางด่านชายแดนทางบกไทย-มาเลเซีย โดยเฉพาะ ด่าน ตม.สะเดา จว.สงขลา 

ดังนั้น รัฐบาล จึงได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ลง 31 ต.ค. 66 ยกเว้นการยื่นรายการตามแบบรายการของคนต่างด้าว ซึ่งเดินทางเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักร หรือ ใบ ตม.6 ที่ ด่าน ตม.สะเดา จว.สงขลา ตั้งแต่วันนี้ (1 พ.ย. 66) - 30 เม.ย. 67

ตนในฐานะ รรท.ผบช.สตม. จึงบินด่วน ลงตรวจความพร้อมของ จนท.ด่าน ตม.สะเดา จว.สงขลา โดยได้เน้นย้ำการปฏิบัติในการให้ความสำคัญกับการตอบสนองนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของนายกรัฐมนตรี โดยยึดหลักการ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ประทับใจ และให้บริหาร จัดการ กำลังเจ้าหน้าที่ ตม. ตามช่องตรวจ ให้เพียงพอต่อปริมาณจำนวนคนที่เดินทางเข้า-ออกประเทศ โดยในช่วงที่มีคนเดินทางจำนวนมาก ผู้บังคับบัญชาต้องลงมาควบคุม กำกับ ดูแล บริหารเหตุการณ์ อย่างใกล้ชิด และกำชับให้สำรวจวัสดุอุปกรณ์ ระบบเทคโนโลยี ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติ หากขัดข้อง ให้รีบรายงานผู้บังคับบัญชา เร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว พร้อมจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ แจ้งถึงสิทธิของคนต่างด้าวที่ได้รับการยกเว้นการยื่นรายการตามแบบ ตม.6 และให้มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้รับทราบในทุก ๆ ช่องทาง

นอกจากนั้น สตม. ได้มีหนังสือถึงสถานทูตมาเลเซีย แจ้งให้ทราบและช่วยประชาสัมพันธ์คนสัญชาติมาเลเซีย ทราบแล้วด้วยส่วนหนึ่ง

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ตร.ไซเบอร์จับเครือข่ายหลอกทำงานเสริมออนไลน์ อ้างเหตุผลหลอกโอนเงินรัวๆ เหยื่อสูญหมดบัญชีกว่า 1.7 ล้าน

สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณปลายเดือนสิงหาคม 2565 ผู้เสียหายต้องการหาอาชีพเสริมทำ จึงค้นหาผ่าน Facebook พบโพสต์โฆษณารับคนหารายได้พิเศษ อ้างว่าชื่อบริษัท PRIMAL COMPANY LIMITED จนได้ติดต่อพูดคุยกันผ่านแพลตฟอร์ม Facebook Messenger โดยแอดมินได้แนะนำเกี่ยวกับการนำเงินมาลงทุน ซื้อสินค้า อ้างว่าเพื่อเป็นการช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าต่างๆ หากทำแล้วจะได้เงินทุนคืนพร้อมค่าคอมมิชชั่นตอบแทน 

ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงร่วมลงทุนผ่านเว็บไซต์ที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น โดยมิจฉาชีพได้ส่งเลขบัญชีมาให้ ผู้เสียหายจึงโอนเงินไป ครั้งแรกจำนวน 10,000 บาท ครั้งที่ 2 จำนวน 19,927 บาท ต่อมาครั้งที่ 3 มิจฉาชีพอ้างว่ามีค่าส่วนต่างสินค้า จึงให้โอนเพิ่มอีก 1,586.60 บาท ต่อมาโอนครั้งที่ 4 จำนวน 61,141.80 บาท ครั้งที่ 5 จำนวน 153,960 บาท หลังจากโอนยอดครั้งที่ 5 มิจฉาชีพได้แจ้งผู้เสียหายว่า ต้องโอนเงินเพื่อปิดงาน มิเช่นนั้นไม่สามารถถอนเงินทั้งหมดได้ จึงโอนไปอีก 153,960 บาท เป็นครั้งที่ 6 

ต่อมา มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องเสียค่าภาษีก่อนจึงจะถอนเงินได้ จึงโอนเงินให้ไปอีก 205,668 บาท จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่าผู้เสียหายไม่ได้ลงบันทึกไว้ท้ายใบเสร็จว่าเป็นค่าชำระภาษี ต้องโอนเงินใหม่อีกครั้งในยอดเงินเท่าเดิม พร้อมให้ระบุท้ายใบเสร็จว่า “ชำระค่าภาษี” ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินไปอีก 205,668 บาท หลังจากนั้นคนร้ายได้บอกกับผู้เสียหายว่าสามารถถอนเงินได้แล้ว จึงได้พยายามกดถอนเงินทั้งหมด แต่พบว่าไม่สามารถถอนได้ มิจฉาชีพอ้างว่าระบบล๊อค ต้องโอนเงินเพิ่มตามยอดที่ระบุเพื่อยืนยันตัวตนก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเพิ่มอีก 666,000 บาท 

ไม่เพียงเท่านั้น มิจฉาชีพแจ้งอีกว่า ยอดลงทุนของผู้เสียหายต้องถึงขั้นต่ำที่กำหนดก่อน จึงจะสามารถถอนเงินทั้งหมดได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปอีก 235,706.40 บาท และหลอกให้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้ง จนสุดท้าย มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องชำระค่าภาษีอีกครั้ง และแจ้งให้โอนเงินเพิ่มอีกประมาณ 6 แสนบาท แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อ และรู้ตัวว่าโดนหลอกแล้ว จึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ รวมความเสียหายทั้งสิ้น 1,713,617.80 บาท 

ต่อมา พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ บก.สอท.3 ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี จนสามารถขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้หลายราย ซึ่ง กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้สืบทราบว่า น.ส.สริตา อายุ 30 ปี หนึ่งในผู้กระทำผิดซึ่งถูกออกหมายจับโดยศาลอาญา ทำงานอยู่ในตลาดวังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จว.สระแก้ว จึงทำการวางแผนเข้าจับกุมได้ในที่สุด พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.,พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.๓, พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.๓, สั่งการให้
พ.ต.ท.ภาคภูมิ บุญเจริญพานิช รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3, พ.ต.ท.เลอศักดิ์ พิเชษฐไพบูลย์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.ต.รุ่งเรือง มีสติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ,  พ.ต.ต.ธวัช ทุเครือ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ, พร้อมชุดสืบสวนร่วมกันจับกุม

‘มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก’ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศลใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี ณ วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี

(1 พ.ย. 66) ณ พระอุโบสถ วัดโพธิสมภรณ์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย ท่านผู้หญิง ดร.สุธาวัลย์ เสถียรไทย นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เข้าร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศลใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิฯ เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จังหวัดสกลนครและขอนแก่น เครือข่ายมูลนิธิฯ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร  เข้าร่วมในพิธี

ทั้งนี้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้กำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน โดยในครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 13 ประจำเดือนตุลาคม โดยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา ถวายผ้าไตรจีวร ตาลปัตรมูลนิธิฯ เครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม และภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์วัดโพธิสมภรณ์ รวม 10 รูป พระสงฆ์ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิฯ ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

เชียงใหม่-ทชม. Kick off เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ประเดิมเที่ยวบินแรก 'เชียงใหม่-โอซาก้า'

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ Kick off เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ประเดิมเที่ยวบินแรก 'เชียงใหม่-โอซาก้า' รองรับนักท่องเที่ยวตามนโยบาย Quick-Win กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของรัฐบาล โดยการจัดเที่ยวบินหลังเที่ยงคืน จะคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนเป็นหลักสำคัญ        

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน Kick off ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ณ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ โดยมีนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ผู้บริหารระดับสูงของ ทอท. รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน 

ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจการบินและการท่องเที่ยว รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยเที่ยวบินแรกที่ทำการบินหลังเวลาเที่ยงคืน เพื่อเป็นการประกาศให้บริการ 24 ชั่วโมงของท่าอากาศยานเชียงใหม่ คือ สายการบินไทยเวียตเจ็ท เที่ยวบินที่ VZ 822 เส้นทาง เชียงใหม่-โอซาก้า กำหนดออกจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ เวลา 00.30 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 (คืนวันที่ 31 ตุลาคม 2566) เดินทางถึงท่าอากาศยานคันไซ (โอซาก้า) เวลา 07.50 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) 

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้บริหารของ ทอท.และผู้ร่วมกิจกรรม ได้ร่วมกันแจกของที่ระลึกให้แก่ผู้โดยสารที่เดินทางไปกับเที่ยวบินดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการแสดงฟ้อนรำประกอบดนตรีพื้นเมือง การประดับตกแต่งบรรยากาศความเป็นล้านนา ภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และยังได้รับความอนุเคราะห์จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ประดับตกแต่งไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้โดยสารที่มาใช้บริการท่าอากาศยานเชียงใหม่ด้วย

กระบี่-เปิดปฏิบัติการ (Kick off) ปล่อยแถวระดมกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายตามนโยบายการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล เน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายสมชาย หาญภักดีปฎิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายตามนโยบายการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการเพื่อสนองนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการป้องกันและปราบปราม ผู้มีอิทธิพลในแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งออกตรวจจัดระเบียบสังคม เพื่อกวดขัน ตรวจตรา และให้คำแนะนำต่อสถานบริการสถานประกอบกิจการต่างๆ ได้ถือปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดในการเปิดให้บริการเน้นย้ำห้ามเด็กและเยาวชนเข้าใช้บริการ ในสถานบริการและห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กและเยาวชน รวมถึงการปิดให้บริการตามเวลาที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 

สำหรับจังหวัดกระบี่ได้เร่งจัดตั้งกลไกในการดำเนินการ การติดตามและรายงานผล เพื่อนำนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปสู่ การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการบูรณาการหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ทุกภาคส่วน ร่วมกับชุดปฏิบัติการของฝ่ายปกครองที่จังหวัดและอำเภอจัดตั้ง ดำเนินการตั้งจุดตรวจจุดสกัดสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจตรา หาข่าวที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การค้ามนุษย์ การครอบครองและพกพาอาวุธปืน การพนัน ผู้มีอิทธิพล ตลอดจนสถานบริการและสถานบันเทิง ที่กระทำผิดกฎหมาย และเน้นย้ำให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อผู้ที่ฝ่าฝืนในทันที

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้แจ้งเบาะแสมายังศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และผู้ร้ายสำคัญ หรือโทรศัพท์สายด่วน 1195 พร้อมกับขอความร่วมมือจากประชาชนในทุกภาคส่วนของสังคม ได้ร่วมกันใช้มาตรการทางสังคม กดดันผู้กระทำผิดให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการทางกฎหมายจากเจ้าหน้าที่รัฐ ในการขยายผลปราบปรามจับกุมอย่างจริงจัง พร้อมทั้งร่วมกันให้ข้อมูลข่าวสาร หรือเบาะแสเพิ่มเติม เกี่ยวกับบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ผ่านทาง ตู้ ปณ. 1111 รวมทั้ง ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่าน หมายเลข 1599

พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรม 'Open house' เปิดบ้านทหารใหม่

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 66 ที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลกพลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยม  การจัดกิจกรรมต้อนรับครอบครัวและญาติทหารใหม่  เพื่อเป็นการพบปะและพัฒนาความสัมพันธ์กับครอบครัวและญาติทหารใหม่ ซึ่งการเปิดบ้านครั้งนี้เป็นการเปิดบ้านของ หน่วยฝึกทหารใหม่ของ นขต.ทภ.3 ในพื้นที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  

กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมต้อนรับครอบครัวและญาติทหารใหม่” ผลัดที่ 2/2566 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ญาติและครอบครัวทหารใหม่ได้ร่วมสังเกตการณ์การส่งทหารเข้าหน่วย และได้เห็นกรรมวิธีการรับทหารใหม่ในทุกขั้นตอน อีกทั้งยังได้เปิดค่ายทหารและหน่วยฝึกทหารใหม่ ให้ครอบครัวและญาติได้เยี่ยมชม ตั้งแต่วันแรกที่ทหารมาถึงหน่วยฝึก เพื่อให้ครอบครัวและญาติทหารใหม่ได้สัมผัสถึงความเป็นอยู่ของบุตรหลาน ทำความรู้จักกับ ผู้บังคับหน่วยและบุคลากรทุกระดับชั้น พร้อมกับได้เห็นลักษณะที่พักอาศัย สถานที่ฝึก โรงประกอบเลี้ยง สถานที่ออกกำลังกาย สถานที่สันทนาการ ระบบการรักษาพยาบาล ได้รับทราบถึงกระบวนการฝึกทหาร การศึกษาต่อระหว่างประจำการ การฝึกอาชีพเสริม  ความก้าวหน้าในการบรรจุเข้ารับราชการ ทหาร รวมทั้งสิทธิและสวัสดิการของทหารกองประจำการอย่างครบถ้วน โดย กองทัพภาคที่ 3 ได้อำนวยความสะดวกให้กับญาติและครอบครัวทหารใหม่ที่มาร่วมกิจกรรม  มีสถานที่พักคอย อาหาร  เครื่องดื่ม บริการตรวจสุขภาพ และจัดยานพาหนะรับส่ง  

ส่วนที่ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นจุดรับทหารใหม่ โดยมี พ.อ.กฤติ พันธะสา รองผู้บัญชาการณฑลทหารบกที่ 39 ได้เดินหน่วยรับทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยรับทหารใหม่ของกองทัพเรือ และกองทัพทหารอากาศ โดยมีพ่อแม่และญาติได้ร่วมมาส่งลูกหลานในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
        
ทั้งนี้การจัดกิจกรรมการต้อนรับครอบครัวและญาติทหารใหม่ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความพร้อมของหน่วยทหารในกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับทหารใหม่ ทั้งเรื่องมาตรฐานการฝึก ระบบการบังคับบัญชา การพัฒนาคุณภาพชีวิต มุ่งเสริมสร้างทหารกองประจำการให้สามารถดำรงเกียรติ มีทักษะด้านการทหาร มีจิตอาสา พร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเพื่อให้พ่อแม่พี่น้องได้มั่นใจว่า กองทัพบกจะดูแลบุตรของท่านให้ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด ดูแลด้วยใจ ห่วงใยดั่งคนในครอบครัว

‘อ.เจษฎา’ ท้าพิสูจน์ ‘บั้งไฟพญานาค’ แต่ไม่ต้องวางเดิมพันเงินล้าน พร้อมแนะวิธีล่าความจริงด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ลั่น!! โทรมานัดได้เลย

(1 พ.ย. 66) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Jessada Denduangboripant’ ถึงข้อถกเถียงเรื่อง ‘บั้งไฟพญานาค’ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือ ฝีมือมนุษย์ ดังนี้…

“ผมชอบไอเดียวิธีการพิสูจน์ ‘บั้งไฟพญานาค’ ของเค้านะ แต่ไม่ต้องวางเดิมพันเงินรางวัลอะไรกันหรอกครับ (ผมข้าราชการขั้นผู้น้อย ไม่มีเงินไปวางกับท่านคหบดี บุญมา เค้าด้วย)

แค่ปีหน้า ท้องถิ่นมาช่วยกันจัดพิสูจน์เป็นเรื่องเป็นราว เชิญกองทัพสื่อทุกช่อง และผู้สนใจ ไปตั้งกล้องถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ กันเยอะๆ ดีกว่า

ผมว่า ถ้าไปบึงกาฬอาจจะไม่ค่อยเห็น ก็เลือกเอาที่จุดไหนที่ลูกไฟขึ้นเยอะๆ ให้ชัวร์ๆ ว่าไปแล้วน่าจะได้เจอ (เช่น ที่ลานพญานาค รัตนวาปี)  แบ่งครึ่งหนึ่งถ่ายฝั่งไทย อีกครึ่งข้ามไปถ่ายฝั่งลาว เอาโดรนบินตรงกลางขึ้นฟ้าไปด้วย เริ่มจัดซักปี 2 ปี ก็น่าจะได้ข้อมูล ‘ทางวิทยาศาสตร์’ ให้ไปศึกษาต่อกันได้อีกเยอะครับ

ป.ล. ปีหน้า โทรมานัด ที่ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้นะครับ

(รายงานข่าว) โต้เดือด! บึงกาฬ แถลงยัน บั้งไฟพญานาคขึ้น ท้าเดิมพัน ‘อ.เจษฎา’ 1 ล้าน มาพิสูจน์ด้วยกัน

นายบุญมา พันดวง คหบดีในบึงกาฬ กล่าวว่า ขอท้า ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศไทยมาพิสูจน์ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ กรณีเกิดบั้งไฟพญานาคในวันออกพรรษา ที่ท่านบอกว่าเป็นการยิงกระสุนส่องสว่างจากอาวุธปืนเอสเคจากฝั่งลาวขึ้นฟ้า ทำให้คนไทยเชื่อว่าเป็น “บั้งไฟพญานาค” ตามความเชื่อของคนไทยและลาวริมฝั่งโขง ซึ่งเคยยืนยันเรื่องนี้มามากกว่า 10-15 ปีแล้ว ปัจจุบัน ดร.เจษฎา ก็ยังยืนยันคำเดิม

บุญมา กล่าวต่อว่า ดร.เจษฎา ไม่ต้องไปจับคนลาวที่ยิงปืนมาพิสูจน์ให้คนไทยดูก็ได้หรอก แต่ให้มานั่งดูที่ริมฝั่งโขงในเขต อ.ปากคาด ด้วยกัน โดยเชิญสื่อมวลชนส่วนกลางมาบันทึกภาพเป็นสักขีพยานด้วย เก็บภาพทุกมุม ทั้งยิงกล้องมาทางฝั่งลาวด้วย ขอร้องประชาชนหรือนักท่องเที่ยวห้ามส่งเสียงช่วงพิสูจน์ด้วยกันทั้งฝั่งและลาว จะได้รู้ดำรู้แดงให้มันจบๆ ในยุคเรา

“ขอเดิมพัน 1 ล้านบาท ถ้าเป็นไปตามที่ ดร.เจษฎา วิเคราะห์หรือพิสูจน์มา แต่ถ้าเป็นไปตามความเชื่อของคนหนองคายและบึงกาฬ ดร.เจษฎา ต้องยอมจ่าย 1 ล้านบาท และยินดีจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางพร้อมอาหารที่พักให้ด้วย ถ้าตกลงตามคำท้า ขอโทรมาที่เบอร์ 09-8096-7105” นายบุญมา กล่าว ....”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top