Saturday, 18 July 2026
NEWS

'ทีมงานวันนอร์' แจ้งข่าวดี ผลเจรจา 'ฮามาส' จบแล้ว  พร้อมปล่อยตัวประกันไทย 19 คน ยัน!! ทุกคนปลอดภัย

เมื่อวานนี้ (31 ต.ค. 66) เว็บไซต์สำนักข่าวไทย เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ นายซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์แห่งประเทศไทย ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือตัวประกันชาวไทยในฉนวนกาซา ว่า คณะเจรจาที่ถูกแต่งตั้งโดยประธานรัฐสภาไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งประกอบด้วย นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ นายเลอพงษ์ ซาร์ยีด ผู้ประสานงานฝ่ายต่างประเทศและนายสัยยิดมุมิน ศักดิ์กิตติชา ได้เข้าเจรจากับฮามาสในการช่วยเหลือตัวประกัน ว่าได้มีการเจรจา 2-3 รอบแล้ว ขณะนี้ถือว่าการเจรจาเสร็จสิ้นสมบูรณ์

“โดยล่าสุดคณะเจรจาได้รับเกียรติจากอยาตุลลอฮ์ อัคตารี ที่ปรึกษาประธานาธิบดีอิหร่าน เป็นเจ้าภาพในการเจรจาระหว่างตัวแทนไทยกับฮามาส โดยใช้ห้องทำงานของที่ปรึกษาฯ ซึ่งอยู่ในบริเวณทำเนียบในการพูดคุยเจรจา โดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมประชุม ซึ่งการเจรจาไม่มีปัญหาอะไร ทางฮามาสตกลงและพร้อมที่จะปล่อยตัวประกันคนไทย แต่ติดอยู่ที่เงื่อนไขของเวลาและความปลอดภัย เนื่องจากตัวประกันทั้งหมดถูกควบคุมตัวอยู่ที่ฉนวนกาซา การเดินทางเข้า-ออกยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากอิสราเอลโจมตีพื้นที่เส้นทางเข้าออกทั้งหมด ซึ่งหากเดินทางออกมาตอนนี้เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงต้องรอจนกว่าอิสราเอลจะหยุดโจมตี หรือยอมรับการหยุดยิง"นายซัยยิดสุไลมาน กล่าว

สำหรับยอดตัวประกันที่ทางฮามาสแจ้งมามีทั้งหมด 19 คน แต่ทางกระทรวงการต่างประเทศแจ้งเพิ่มมาอีก 3 คน ซึ่ง 3 คนนี้ยังไม่ได้รับการรับรอง แต่ตนก็ได้ส่งชื่อเพิ่มไปแล้ว จึงยังไม่ได้รับรองมาว่ามี 22 คน แต่ขณะนี้ทั้ง 19 คน ทุกคนปลอดภัย และสุขภาพดีทุกอย่าง และหลังจากนี้คณะเจรจาจะได้รายงานทั้งหมดให้ประธานรัฐสภา และต้องคุยกับทางรัฐบาล เพราะขั้นตอนหลังจากนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลในการดำเนินการเจรจาเรื่องการขนย้ายนำเครื่องบินเข้าไป และประสานขออนุญาตบิน ซึ่งเป็นเรื่องระดับรัฐบาลแล้ว ส่วนการเจรจาถือว่าจบ

นายซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี กล่าวว่า ขณะนี้ฉนวนกาชาดถูกปิดล้อมทั้งทางบกทางทะเล มีช่องทางเดียวที่เข้า-ออก ได้ คือช่องทางราฟาห์ ซึ่งอยู่ใกล้กับอียิปต์ ดังนั้นการจะเปิดหรือปิดขึ้นอยู่กับทางการอียิปต์ ซึ่งจะเปิดช่วยเหลือเมื่อมีความจำเป็นด้านสาธารณภัย ทางรัฐบาลอียิปต์ก็จะเปิดให้ แต่ยังไม่เปิดให้เคลื่อนย้ายบุคคล จึงเชื่อว่าถ้าช่องทางจากกาซาไปชายแดนราฟาห์ปลอดภัย คงเป็นเรื่องที่ไทยจะต้องไปร้องขอจากทางรัฐบาลอียิปต์โดยตรง ทั้งนี้ตนพูดไว้ล่วงหน้า เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะมีการปล่อยตัวประกันแบบไหน แต่เห็นว่าตรงนี้เป็นเส้นทางเดียวที่จะปล่อยออกมาได้ เพราะตรงอื่นไม่มีทางออก นอกจากจะส่งมอบตัวประกันให้อิสราเอลแล้วทางอิสราเอลส่งมอบให้กับไทย ซึ่งเชื่อว่าเงื่อนไขหลังนี้น่าจะเป็นไปได้ยาก

เก็บตกวันฮาโลวีนในสวนสัตว์เชียงใหม่

วันฮาโลวีนในปีนี้ สวนสัตว์เชียงใหม่ นำเหล่าบรรดาผีๆ ออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมแจกขนมหวานและของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวที่มาร่วมกิจกรรมของสวนสัตว์เชียงใหม่ ณ ซุ้มกิจกรรม “Halloween @Chiang Mai Zoo” พร้อมเช็คอินที่สวนสัตว์เชียงใหม่

วันที่ 31 ตุลาคม 2566 นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ นำทีมเหล่าบรรดาผีๆ ออกมาต้อนรับ และสร้างสีสันในวันฮาโลวีน เดินทักทาย แจกขนมหวาน พร้อมมอบของรางวัลพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการที่สวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมเช็คอินที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ในวันนี้เจ้าหน้าที่จำหน่ายบัตร และเจ้าหน้าที่ตรวจเช็คบัตร แต่งกายด้วยผี ออกมาให้บริการนักท่องเที่ยว มีการตกแต่งซุ้มบรรยากาศของเทศกาลฮาโลวีน ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอีกด้วย ส่วนบริเวณส่วนจัดแสดงเสือดำ-ดาว ได้มีการจัดส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ ด้วยการแกะสลักรูปฟักทอง และใส่เนื้อภายในฟักทอง วางให้เสือดำ-ดาว เดินออกมากินเนื้อที่อยู่ข้างในฟักทอง และนำผัก ผลไม้ มาประดับตกแต่งเป็นตัวอักษร คำว่า “Halloween” อย่างสวยงามภายในส่วนจัดแสดงเสือ ทั้งนี้เพื่อให้เสือได้ออกกำลังกายและแสดงถึงพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติในการกินอาหารของสัตว์ และทำให้เสือมีสุขภาพที่แข็งแรงด้วย

ผบ.ตร.ลงพท.จังหวัดชายแดนใต้ติดตามคลี่คลายคดีสำคัญ ให้น้อมนำยุทธศาสตร์ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มีส่วนร่วมกับชุมชน เป็นมาตรการเชิงรุกป้องกันเหตุยุติความรุนแรง กำชับดูแลความเป็นอยู่ ผู้ปฏิบัติทุกมิติ พร้อมลงเยี่ยมจุดตรวจมั่นคง สร้างขวัญกำลังใจตำรวจชายแดนใต้

วานนี้ (31 ต.ค. 66) เวลา 16.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เป็นประธานในการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รรท.รอง ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. โดยมี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รรท.ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.นิตินัย หลังยาหน่าย รอง ผบช.9 , พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.อาชน จันทร์ศิริ รรท.รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาลรรท.ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ,พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล รรท.ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ,พล.ต.ต.เชาวลิต เลี้ยงสุพงศ์ รรท.ผบก.ภ.จว.สงขลา , หัวหน้าสถานีตำรวจในพื่ยทีา จว.ปัตตานี 16 สถานี และ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 3 ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี

การลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญที่เกิดขึ้น และให้แนวทางในการสืบสวนสอบสวนคดีต่างๆ สำหรับในส่วนของการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่นั้น ได้มอบแนวทางให้กับสถานีตำรวจในพื้นที่ น้อมนำยุทธศาสตร์ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นหลักปฏิบัติในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อยุติเหตุและความรุนแรงด้วยมาตรการเชิงรุก ให้ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่นและผู้นำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งกำชับหัวหน้าสถานี ให้ความสำคัญกับผู้ใต้บังคับบัญชา ดูแลความเป็นอยู่ และขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่

ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้ฝากความห่วงใยไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกท่าน พร้อมจะเป็นกำลังใจ สนับสนุนการปฏิบัติ ดูแลขวัญกำลังใจทุกมิติ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักยุทธวิธี ให้ผู้บังคับบัญชาลงลึกดูรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ปฏิบัติตามนโยบายของ ตร.และรัฐบาล   

ต่อมา เวลา 20.40 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รรท.ผบช.ภ.9/ผบ.ศปก.ตร.สน. ตรวจเยี่ยมจุดตรวจท่าสาป และมอบนโยบาย พร้อมมอบสิ่งของตรวจเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจประจำจุดตรวจ ณ จุดตรวจท่าสาป อ.เมืองยะลา จว.ยะลา สร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน ที่ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญ ลงพื้นที่เยี่ยมจุดตรวจความมั่นคงจังหวัดชายแดนใต้ด้วยตนเอง 

'แบงก์ชาติฯ' ออกเกณฑ์เข้ม!! ห้ามแอปฯ ธนาคารล่ม หากล่ม!! ต้องไม่เกิน 8 ชม.ต่อปี ปรับสูงสุดครั้งละ 5 แสน

(31 ต.ค.66) นายภิญโญ ตรีเพชราภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับและตรวจสอบความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายในเดือนพ.ย.นี้ ธปท.จะมีการออกแก้ไขประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยได้ระบุถึงบทลงโทษหากระบบขัดข้องนานเกินที่กำหนด ซึ่งได้กำหนดว่าระบบโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารจะขัดข้อง หรือล่มได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมงภายใน 1 ปี คือการล่มต้องหยุดชะงัก

“ถ้าหากล่มนานเกิน 8 ชั่วโมงต่อปี จะมีบทลงโทษตามระดับความรุนแรงเริ่มจากตักเตือน สั่งให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข จนโทษสูงสุดคือโทษปรับสูงสุด 500,000 บาทต่อครั้ง และหากไม่ดำเนินการแก้ไขจะปรับเพิ่ม 5,000 บาทต่อวัน”

นายภิญโญ กล่าวต่อว่า สถิติระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคารพาณิชย์ขัดข้อง เมื่อตรวจดูจากข้อมูลพบว่าธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งมีอัตราการขัดข้อง หรือระบบโมบายแบงก์ล่มลดน้อยลงเป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าการปรับปรุงประกาศการกำกับความเสี่ยงด้านไอทีนั้น จะช่วยให้ธนาคารเร่งพัฒนาระบบและการขัดข้องของโมบายแบงก์กิ้งลดน้อยลงกว่าเดิม

นายภิญโญ กล่าวอีกว่า สำหรับสถิติเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคารพาณิชย์ขัดข้อง ข้อมูลไตรมาส 3/2566 ที่เพิ่งออกมาล่าสุด หากดูโมบายแบงก์กิ้งขัดข้องรวมกันมี 4 ครั้ง ระยะเวลารวม 4 ชั่วโมง น้อยกว่าไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไตรมาสก่อนหน้าที่มีการขัดข้องของโมบายแบงก์กิ้ง 6 ครั้ง รวมกันนานถึง 11 ชั่วโมง โดยไตรมาส 3 มีธนาคารโมบายแบงก์กิ้งขัดข้อง ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ 2 ครั้งนาน 1 ชั่วโมง ธนาคารทหารไทยธนชาต 1 ครั้ง นาน 1 ชั่วโมง และธนาคารกรุงเทพ 1 ครั้งนานน้อยกว่า 1 ชั่วโมง

นายภิญโญ กล่าวต่อว่า เมื่อเทียบไตรมาส 2 ก่อนหน้านั้น มีระบบโมบายแบงก์กิ้งธนาคารพาณิชย์ขัดข้อง รวมกัน 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ขัดข้อง 2 ครั้ง แต่ล่มนานถึง 5 ชั่วโมง, ธนาคารกรุงไทย 1 ครั้ง นาน 1 ชั่วโมง, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 1 ครั้ง ล่มนาน 2 ชั่วโมง, ธนาคารกสิกรไทย 1 ครั้ง ล่มนาน 2 ชั่วโมง และธนาคารทหารไทยธนชาต ล่ม 1 ครั้ง นานน้อยกว่า 1 ชั่วโมง

ส่วนระบบธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ในไตรมาส 3 ปี 66 มีเพียงสาขาของธนาคารเกียรตินาคินภัทรเท่านั้นที่ขัดข้อง 1 ครั้งนาน 2 ชั่วโมง นอกเหนือจากนั้นทั้งอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งและตู้เอทีเอ็มไม่มีการขัดข้องเลยแม้แต่ครั้งเดียว

'ดร.หิมาลัย' ลุยแม่ฮ่องสอน เร่งช่วยเหลือประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ ดันโซลาร์ฯ คลุมทุกหมู่บ้านใน 5 ปี ตามแนวทาง 'พีระพันธุ์'

(31 ต.ค.66) ที่สำนักงานพลังงานแม่ฮ่องสอน กระทรวงพลังงาน โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ คณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาครมว.พลังงาน) พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และเข้าร่วมประชุมติดตามการให้ความช่วยเหลือประชาชนในหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ 

โดยมี นายจำลอง รุ่งเรือง อดีต สส.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายอำพร วายลม พลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอภิชาติ ปัญญามูลวงษา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาบ่อง และ นายอาวุธ ขยันดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโป่ง เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมสำนักงานพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน 

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจติดตามโครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ แบบเคลื่อนที่ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านห้วยเดื่อเกษตรผสมผสานยั่งยืน หมู่ 3 ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลผาบ่องจัดหาให้จากงบประมาณกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา

ดร.หิมาลัย เผยว่า หลังจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลัง เข้ามารับตำแหน่ง ต้องการขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นไปอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด ตามที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้หาเสียงไว้ และตนในฐานะที่ปรึกษาและได้รับหนังสือร้องขอความช่วยเหลือจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้องการให้กระทรวงพลังงานเข้ามาดูแล ทั้งเรื่องการคมนาคมยากลำบาก พื้นที่ป่าไม้ในเขตอุทยาน ทำให้การใช้พลังงานเข้าไปไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้า ยังคงมีปัญหาประชาชนหลายหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ และพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ประสานนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอยู่แล้ว

นายหิมาลัย กล่าวอีกว่า การเดินทางลงพื้นที่แม่ฮ่องสอนในครั้งนี้ เพื่อติดตามดูแลแก้ไขปัญหา และเร่งผลักดันให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีหลายเรื่องที่พลังงานจังหวัดได้ให้ข้อมูล ทั้งเรื่องหมู่บ้านชุมชนหลายหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ บางหมู่บ้านมีเสา มีสาย แต่ไฟฟ้าเข้าไม่ได้ และการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ 

เพราะพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่ป่าสงวน ป่าอุทยาน ป่าอนุรักษ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หากใช้การลากสายไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าพื้นที่ ก็มีปัญหาติดเขตป่า เขตอุทยาน และพื้นที่ป่าต่าง ๆ เพราะต้องใช้พื้นที่ป่าจำนวนมาก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีนโยบายที่จะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ในพื้นที่หมู่บ้านชุมชน โรงเรียน ชุมชนเกษตรกรรมโรงอบพืชผลทางการเกษตร แม้แต่ห้องเย็นที่วิสาหกิจชุมชนมีอยู่แล้ว รวมทั้งไฟฟ้าครัวเรือน จะช่วยลดต้นทุนให้ประชาชน การติดตั้งสะดวก ได้ประโยชน์ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะใช้พลังงานชีวภาพจากมูลสัตว์ในการผลิตแก๊สหุงต้มในชุมชนอีกด้วย

"ปัญหาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน คือการเดินทาง ในแต่ละพื้นที่อยู่ห่างไกล ยากลำบาก หน้าฝนมีปัญหาในการเดินทางเข้าหมู่บ้านชุมชน แม้แต่การก่อสร้างสิ่งต่างๆ มีหลายพื้นที่ ที่ผู้รับเหมาดำเนินการก่อสร้างไว้ให้กับทางชุมชนแล้วเมื่อเกิดความเสียหายใช้ไม่ได้ก็ไม่ได้เข้าไปซ่อมแซมตามระยะเวลาก็เป็นปัญหา ซึ่งตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสิ่งใดที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้านต้องรีบทำตามหน้าที่ ไม่ต้องกลัว ตรงไหนที่ผู้รับเหมาละทิ้งงานหรือไม่มาแก้ไขตามสัญญา ก็ต้องแจ้งให้เขาทราบและปรับเงินค้ำประกันตามสัญญา หรือดำเนินการทางกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ผู้รับเหมามาแก้ไขให้ชาวบ้านเร่งด่วนให้ได้ และโครงการต่างๆ หลังจากที่เราสร้างไปแล้ว ยังมีข้อกฎหมายอยู่อย่างหนึ่ง คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถบำรุงรักษาได้ แต่ในเมื่อกฎหมายเป็นเช่นนี้จะให้ชาวบ้านมาตั้งกลุ่มเก็บเงินซ่อมบำรุงรักษากันเองก็จะทำให้การขาดสภาพบังคับ ซึ่งตนจะไปนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอีกครั้งเพื่อหาแนวทางที่จะให้ท้องถิ่นสามารถเก็บ ลดค่าบำรุงรักษาหลังจากส่งมอบโครงการไปแล้ว" ดร.หิมาลัย กล่าว

สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน มี 7 อำเภอ 45 ตำบล 415 หมู่บ้าน มีไฟฟ้าใช้ จำนวน 323 หมู่บ้านจากระบบจำหน่ายไฟฟ้า กฟภ.312 หมู่บ้าน จากระบบไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แบบ MINI GRID จำนวน 11 หมู่บ้าน 3 หย่อมบ้านบริวาร และ ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ จำนวน 92 หมู่บ้าน ในจำนวน 92 หมู่บ้านนี้ ตามแผนกระทรวงพลังงานและนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีแผนการส่งเสริมการมีไฟฟ้าใช้จากพลังงานทดแทนในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้ครบทุกหมู่บ้านที่เหลือ ตั้งแต่ปี 2566-2570 ตามแผนงบประมาณ 5 ปี จังหวัดแม่ฮ่องสอน

CEO ไทย สมายล์ กรุ๊ป เดินหน้าเพิ่มฟีดรถ EV สีส้มราคาประหยัด ทั้งความถี่และจำนวนยกระดับการให้บริการต่อเนื่อง เตรียมใช้เทคโนโลยี Fleet Management แก้ปัญหาจอดรับผู้โดยสาร

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทย สมายล์ กรุ๊ป เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานของไทยสมายล์บัสตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2566 ระบุว่า การพัฒนาธุรกิจในเครือไทยสมายล์กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของเส้นทางให้บริการที่ปัจจุบัน มีทั้งสิ้น 123 เส้นทาง ประกอบกับการเพิ่มจำนวนรถเข้าให้บริการพี่น้องประชาชน จาก 800 คัน ในช่วงต้นปี 2565 จนปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,200 คันแล้ว ส่งผลให้ยอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดิมเฉลี่ยมากกว่า 300,000 คน/วัน สอดคล้องกับจำนวนรถและรอบที่ให้บริการมากขึ้น ทำให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่พี่น้องประชาชนหันมาใช้บริการรถสาธารณะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้นขณะเดียวกันทางบริษัท ได้เพิ่มความถี่ เพิ่มจำนวนรถ เพิ่มจำนวนรอบ ไปจนถึงการขยายเวลาการวิ่งให้บริการเป็น 24 ชั่วโมง ใน 4 เส้นทาง

ส่วนแผนระยะยาว ทางไทยสมายล์บัส มีแผนขยายการให้บริการในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการวิ่งรถในเส้นทางใบอนุญาตปัจจุบัน และการขยายให้บริการรูปแบบ Feeder เชื่อมต่อการขนส่ง ทั้งรถ-เรือ-ราง ทั้งยังเพิ่มการให้บริการกลุ่มลูกค้าองค์กรต่าง ๆ ซึ่งในปีหน้าเชื่อว่าจะมีรถเข้ามาให้บริการเพิ่มเป็น 3,100 คันตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ คาดการณ์ว่าจะมียอดผู้โดยสารใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 500,000 คน/วัน

อย่างไรก็ตาม ซีอีโอ ไทย สมายล์ กรุ๊ป ยอมรับว่า ตนรับทราบถึงความเห็นของผู้ใช้บริการ ที่อาจยังพบกับความไม่สะดวกในบางส่วน ทางบริษัทรับฟังและได้ทำการแก้ไขต่อเนื่อง เช่น รถเมล์ไฟฟ้าของ TSB ไม่จอดรับผู้โดยสาร วิ่งเลนขวา ทางบริษัทได้ลงทุนสร้างศูนย์ฝึกอบรมครบวงจร ที่จะปั้นพนักงานขับรถ “กัปตันเมล์” รุ่นใหม่เข้ามาให้บริการด้วยมาตรฐานที่ยกระดับขึ้น ทั้งยังปรับสิทธิประโยชน์รายได้ของพนักงานให้สอดคล้องกับพฤติกรรม นอกจากนี้บริษัทได้เริ่มทดลองใช้ระบบ Fleet management ซึ่งเป็นระบบที่ใช้กำกับการเดินรถ สามารถตรวจการเข้าป้าย ความเร็ว ปริมาณผู้โดยสารบนรถ ไปจนถึงการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ขับขี่-พนักงานผู้ให้บริการ จึงขอให้มั่นใจว่า การบริการของ TSB จะปรับปรุงแก้ไข พัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ

โดยในวันเดียวกันนี้ ยังได้มีการเปิดตัว รถเมล์ไฟฟ้าราคาประหยัด หรือ “รถ EV สีส้ม” ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของภาครัฐ ที่มีกำหนดนโยบายว่าเอกชนผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องดำเนินการจัดหาให้มีรถร้อน ออกให้บริการประชาชนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งทางบริษัทได้จัดหามาทั้งสิ้นจำนวน 60 คัน เพื่อนำไปเสริมการเข้าถึงบริการขนส่งมวลชนให้ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น ในเฟสแรกจะให้บริการใน 10 เส้นทาง จากนั้นจะศึกษาผลตอบรับเพื่อนำไปพัฒนาการให้บริการต่อไปในอนาคต ด้วยอัตราค่าโดยสาร 10 บาท ตลอดสาย ตามข้อกำหนดใบอนุญาตของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถชำระค่าโดยสารได้ทั้งรูปแบบ HOP Card ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ เดลิ แมกซ์ แฟร์ เดินทางไม่จำกัดในราคาเพียง 40 บาทตลอดสาย ไปจนถึงการชำระด้วยรูปแบบเงินสด

ด้านการพัฒนาของ ไทย สมายล์ โบ้ท ได้มีการเสริมฟีดเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า รูปแบบใหม่ ขนาด 19 เมตร เป็นเรือ Catamaran พลังงานสะอาด 100% ซึ่งมีความแตกต่างในทางกายภาพจากเรือรูปแบบเดิมของบริษัท ด้วยขนาดที่กระทัดรัดคล่องตัวมากขึ้น เหมาะที่จะเดินเรือในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาได้ในทุกสภาพอากาศแม้ช่วงน้ำขึ้น ปัจจุบันได้รับเพิ่มมาแล้วจำนวน 9 ลำ ส่งผลให้บริษัทมีฟลีทเรือให้บริการทั้งสิ้น 35 ลำ ซึ่งจะเข้าไปบริการในเส้นทาง Urban และ City Line ก่อนในช่วงแรก แล้วจึงขยายไปเส้นทาง Metro Line ตามความต้องการของผู้โดยสารในแต่ละเส้นทาง สร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้เดินทาง โดยเฉพาะช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คาดว่าจะสามารถเพิ่มความถี่ให้บริการได้ ทุก 7-10 นาที พร้อมทั้งยังสามารถให้บริการกับลูกค้าองค์กร เช่น การเช่าเหมาลำ การวิ่งตามฟีดเส้นทาง หรือเรือนำเที่ยว ได้อีกด้วย

'วปอ.66' ร่วม ‘Harley-Davidson’ จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ส่งต่อเครื่องมือการแพทย์ 'มูลนิธิ-โรงพยาบาล' ใน จ.ชลบุรี

(31 ต.ค.66) ผู้แทนนักศึกษา วปอ.66 นำโดย นาย วิกร ภูวพัชร์ พลตรี พลศักดิ์ ศรีเพ็ญ, ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์  และเพื่อนนักศึกษา วปอ.66 ร่วมกับ Harley-Davidson จัดกิจกรรม CSR เพื่อตอบแทนสังคม บริจาคเครื่องมือการแพทย์ และสิ่งของต่างๆ ให้กิ่งกาชาด อ.สัตหีบ ชลบุรี-มูลนิธิเขาชีจันทร์-โรงพยาบาลวัดญาณสังวรารามฯ และโรงพยาบาล สมเด็จพระบรมราชเทวี ศรีราชา

ในโอกาสที่ Harley-Davidson สหรัฐอเมริกาประจำภูมิภาคเอเชีย จัดกิจกรรม Asia Harley Day 2023 ครบรอบ 120 ปี Harley-Davidson เพื่อให้เป็นประโยชน์ สร้าง Awereness ในระดับโลก เพราะมีผู้ร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 10 ประเทศ ที่ Legend Siam Pattaya

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดงานชักพระที่จังหวัดยะลา

เมื่อวานนี้ (30 ตุลาคม 2566) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีชักพระประจำปี 2566 ซึ่งเทศบาลนครยะลาจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2566 ณ ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา โดยมีนายอำพล พงศ์สุวรรณ ผวจ.ยะลา รอง ผวจ.ยะลา ผู้บริหารเทศบาลนครยะลา ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ประเพณีชักพระเป็นประเพณีที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น ได้รับการสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษและสืบสานมาจนถึงปัจจุบัน ทราบว่าจังหวัดยะลาได้จัดกิจกรรมประเพณีชักพระมาอย่างต่อเนื่องโดยเทศบาลนครยะลาเป็นหน่วยงานหลัก มีหน่วยงานภารรัฐและเอกชนสนับสนุนการจัดกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทำให้พี่น้องชาวจังหวัดยะลาและจังหวัดใกล้เคียงได้ร่วมกันสืบสานประเพณีอันดีงาม ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีของผู้คนในชุมชน ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ เป็นการสร้างความเชื่อมั่น เสริมความมั่นใจ และเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าไทยพุทธหรือมุสลิม ให้สามารถดำรงชีวิตภายใต้สังคมพวัฒนธรรมตามอัตลักษณ์ของตนในทุกศาสนา

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า มีความยินดีอย่างยิ่งในการให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมประเพณีชักพระในครั้งนี้ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพี่น้องประชาชนในการสืบสานประเพณีอันดีงามให้อยู่คู่กับท้องถิ่นของเรา ทำให้พี่น้องประชาชนชาวยะลาและจังหวัดใกล้เคียงร่วมกันสร้างบุญกุศลแสดงออกถึงความรักความสามัคคีในการร่วมมือมือใจการประดิษฐ์เรือพระและการชักพระหรือลากพระเพื่อมาร่วมงานครั้งนี้ ในครั้งนี้จึงได้ร่วมสนับสนุนการแสดงคอนเสิร์ต "บิว กัลยาณี" ศิลปินคนใต้ เพื่อสร้างความสุขให้กับประชาชน

'อ.เฉลิมชัย' ไม่ด่า 3 วัยรุ่นพ่นสีกำแพงตรงข้ามที่จอดรถวัดร่องขุ่น แถมมอบเงินหนุนให้ไปซื้ออุปกรณ์มาทำต่อ หนุนงาน Street Art

(31 ต.ค.66) จากเพจ 'หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ' ได้โพสต์ข้อความระบุว่า...

กลางดึกคืนหนึ่ง มีกลุ่มคนแอบมาพ่นสีกำแพงเป็นงาน Street Art ตรงข้ามที่จอดรถวัดร่องขุ่น จ.เชียงราย ของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) 2554 

เช้าวันต่อมาพออาจารย์มาเห็นเลยไลฟ์ตามหาคนที่มาพ่นสีโดยบอกว่า ไม่ต้องแอบทำ ให้กลับมาวาดต่อให้เสร็จเถอะ อาจารย์เลยให้คนมารื้อถอนทำความสะอาดพื้นที่ และเมื่อพบตัวคนทำปรากฏว่าเป็นฝีมือของกลุ่มวัยรุ่น 3 คน อาจารย์จึงมอบเงินให้ 1 หมื่นบาทเพื่อให้นำไปซื้ออุปกรณ์พ่นสีและกลับมาทำผลงานต่อให้เสร็จ

#กลายเป็นแลนด์มาร์กอีกจุดไปเลยค่ะ ♥️

คึกคื้น!! พิธีทอดกฐินสามัคคี 'วัดบางพลีใหญ่กลาง' ครอบครัวรอดปัญญารับเป็นเจ้าภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้จัดพิธีทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2566 โดยมีสาธุชนผู้ใจบุญจากทั่วทุกสารทิศรวมพลังบุญใหญ่ จากความสมัครสมานสามัคคีของผู้คนชาวพุทธได้มาร่วมจิตร่วมใจกันร่วมทอดกฐินสามัคคีถวายแด่ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง 

โดยพิธีทอดกฐินสามัคคีในปี 2566 นี้ ทางครอบครัวรอดปัญญา นำโดย นายธนภณ และนางธนิดา รอดปัญญา รับเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์และเป็นประธานทอดกฐินสามัคคี พร้อมด้วยครอบครัวมุสิกทอง ตลอดจนสาธุชนผู้ใจบุญและผู้มีจิตศรัทธาร่วมจัดพิธีทอดกฐินสามัคคี ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยมี ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลางร่วมประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาตามลำดับ

จึงนับได้ว่าการทอดกฐินสามัคคีนั้นทำให้เกิดความสามัคคีธรรม คือการร่วมมือกันทำคุณงามความดี อีกทั้งยังเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป โดยเงินปัจจัยทั้งหมดที่ได้จากการร่วมทอดกฐินสามัคคีในปีนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลางจะนำไปใช้บูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม ศาสนสถาน ศาสนวัตถุ และสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ ของวัดต่อไป โดยยอดเงินการทำบุญทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2566 มียอดเงินทั้งสิ้นจำนวน  3,504,345 บาท

กรมปศุสัตว์ ร่วมกับ สัตวแพทย์ มช. จัดงานประชุมนานาชาติ GASL โดย FAO ต้อนรับผู้ร่วมงานกว่า 200 คนจาก 50 ประเทศทั่วโลก

กรมปศุสัตว์ ร่วมกับ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเกียรติจาก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) จัดการประชุมนานาชาติ Multi-stakeholder collaboration to strengthen sustainability and resilience of livestock systems in response to drivers of change: 13th Global Agenda for Sustainable Livestock (GASL) Multistakeholder Partnership Meeting and the Regional Conference on Sustainable Livestock Transformation ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2566 ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ จังหวัดเชียงใหม่ 

โดยมี นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Ms. Shirley Tarawali ประธานของกลุ่ม Global Agenda for Sustainable Livestock (GASL) ดร. นายสัตวแพทย์ธนวรรษ เทียนสิน Director of Animal Production and Health Division องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) Mr. Robert Simpson, Senior Adviser to the Assistant Director - General / Regional Representative ผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกันกล่าวให้การต้อนรับผู้ร่วมประชุม

ในการนี้ ศ.ดร.น.สพ.กรกฎ งานวงศ์พานิชย์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.สพ.ญ.วรางคณา ไชยซาววงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์สัตวแพทย์สาธารณสุขและอาหารปลอดภัยเอเชียแปซิฟิก คณาจารย์ และบุคลากร คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมพิธีเปิดงานประชุมนานาชาติฯ

สำหรับการประชุมที่จัดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้ จะมุ่งเน้นหารือในประเด็นด้านการเสริมสร้างให้เกิดการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อระบบปศุสัตว์และการแก้ไขปัญหาในรูปแบบนวัตกรรม 4 มิติสำคัญ ประกอบไปด้วย

ความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ หารือแนวทางการสร้างความมั่นคง เพื่อให้ประชากรโลกสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและโภชนาการสูง สนับสนุนการเจริญเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืน

การพิจารณาทางเศรษฐกิจและสังคม มุ่งพิจารณาแนวทางการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมสุขภาพ เสริมสร้างความยั่งยืนในการผลิตปศุสัตว์ ตลอดจนการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนอย่างเท่าเทียม

ด้านสุขภาพ ร่วมวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของแนวทางการดูแลสุขภาพ อันจะเป็นประโยชน์สำคัญต่อการดำเนินงานและพัฒนาระบบปศุสัตว์อย่างยั่งยืน

ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความร่วมมือในการวางแนวทางเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการเกษตรที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ

Global Agenda for Sustainable Livestock (GASL) คือ คณะทำงานด้านวาระระดับโลกที่มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของระบบปศุสัตว์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 โดย องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ดำเนินงานผ่านความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย ทั้งรัฐบาล องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเอกชน การเคลื่อนไหวทางสังคม และสถาบันการศึกษาองค์กรระหว่างประเทศ 

เป็นการรวมตัวของผู้ที่มีส่วนสำคัญด้านการพัฒนาระบบปศุสัตว์กว่า 200 คนจาก 50 ทั่วโลก มาร่วมแบ่งปันแนวปฏิบัติและนโยบายเพื่อการผลิตปศุสัตว์ที่ยั่งยืน ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีจุดมุ่งหมายให้เกิดการผลักดันการดำเนินงานของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปรับปรุงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของภาคปศุสัตว์ โดยคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ สัตว์ และระบบนิเวศ

'ปลดเป้ วางปืน คืนสู่สามัญ' 'ทหารปลดประจำการ เป็นทหารกองหนุน'

มณฑลทหารบกที่ 36 จัดพิธีส่งทหารซึ่งรับราชการครบกำหนดและจะปลดจากกองประจำการ

วันอังคารที่ 31 ตุลาคม 2566 พลตรี วัชรพงศ์  แก้วแจ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 เป็นประธานพิธี มอบประกาศเกียรติคุณ และให้โอวาทแก่ทหารกองประจำการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/62, 2/64, 2/65 และ 1/66 ซึ่งรับราชการจนครบกำหนดตาม พ.ร.บ. รับราชการทหาร ในวันที่ 31 ต.ค. 66 และจะต้องดำเนินการปลดเป็นทหารกองหนุนกลับภูมิลำเนา ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 มีทหารกองประจำการเข้ากระทำพิธี จำนวน 155 นาย โดยมี ผู้บังคับบัญชาภายในกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 เข้าร่วมพิธี พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณ และวุฒิการศึกษาจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ให้แก่ทหารกองประจำการ ดังกล่าว ณ อาคารอเนกประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 36 ค่ายพ่อขุนผาเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

ปลัดแรงงาน เปิดงานวันนิคม จันทรวิทุร พร้อมปาฐกถาพิเศษ 30 ปี กระทรวงแรงงานกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันที่ 31 ตุลาคม 2566 นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกล่าวเปิดงานเนื่องในวันนิคม จันทรวิทุร ครั้งที่ 21 ประจำปี 2566 และกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “30 ปี กระทรวงแรงงานกับการพัฒนาที่ยั่งยืน : เป้าหมายของสหประชาชาติกับความพยายาม ผลงานที่ผ่านมา และนโยบายของกระทรวงแรงงานในรัฐบาลชุดใหม่” โดยมี นายฐาปบุตร ชมเสวี ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธินิคม จันทรวิทุร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นางสาวกรจิรัฏฐ์ พงจันทร์ศธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน    

นายไพโรจน์ กล่าวว่า ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษถึงนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงแรงงาน ซึ่งนโยบายของรัฐบาลมีกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความเร่งด่วน ได้แก่ กรอบระยะสั้น เป็นการกระตุ้นการใช้จ่าย จุดประกายให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจกลับมาเติบโต ประกอบกับการเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนอย่างเร่งด่วนและรวดเร็ว กรอบระยะกลางและระยะยาว ด้านการเสริมขีดความสามารถให้กับประชาชน ผ่านการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทุกคน ในส่วนนโยบายของกระทรวงแรงงาน โดยท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้มีนโยบายเพื่อขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงแรงงาน 3 ด้าน 8 นโยบาย เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานภายใต้แนวคิด “ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”  

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า ตลอดห้วงระยะเวลา 30 ปี ของการดำเนินงานของกระทรวงแรงงานได้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาแรงงานของประเทศให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้เป้าหมาย “มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน” และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาลปัจจุบัน ตลอดจนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติที่กระทรวงแรงงานมีบทบาทเป็นหน่วยงานหลักด้านการพัฒนาแรงงานในเป้าหมายที่ 8 การส่งเสริมงานที่มีคุณค่า สำหรับทุกคน และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยในปี 2566 มีผลงานสำคัญในหลายด้าน อาทิ ส่งเสริมการมีงานทำให้ประชาชนทุกกลุ่มมีรายได้ที่เหมาะสมรฝึกอบรมเพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ป้องกันและแก้ไขการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายประกันสังคม เป็นต้น กระทรวงแรงงานมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแรงงาน เพื่อให้ แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ด้าน นายฐาปบุตร ชมเสวี ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธินิคม จันทรวิทุร กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารทุกระดับ ผู้ปฏิบัติงาน นักวิชาการ นักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานด้านแรงงาน ร่วมกันกำหนดทิศทางและเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนงานด้านแรงงานให้สอดคล้องกับความจำเป็นแห่งยุคสมัยและในอนาคต ตลอดจนสร้างข้อเสนอแนะร่วมกันทั้งในเชิงนโยบายและปฏิบัติเพื่อนำไปสู่การดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

‘เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ’ ยื่นหนังสือร้องยุติโครงการแลนด์บริดจ์ ชี้!! กังวล ‘ของเสีย-อากาศพิษ’ กระทบการเกษตร-ชีวิต ปชช.

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 66) ที่ว่าการอำเภอพะโต๊ะ เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ได้ยื่นหนังสือต่อนายอำเภอพะโต๊ะ ผ่านนายเชิงชาย ไพรพฤกษ์ ปลัดอาวุโสอำเภอพะโต๊ะ เพื่อเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานยุติการจัดเวทีเกี่ยวข้องกับโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง หรือการดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีการเข้ามาชี้แจงข้อสงสัย และหากไม่มีการดำเนินการใด ๆ ตามข้อเรียกร้องนี้ จะปฏิเสธความร่วมมือและจะร่วมกันคัดค้านการจัดเวทีหรือการทำกิจกรรมอื่นใดของทุกหน่วยงานหลังจากนี้ไปอย่างถึงที่สุด โดยมีการถือแผ่นป้ายระบุข้อความ ‘พะโต๊ะเมืองเกษตร ไม่ใช่เขตอุตสาหกรรม’

นางเฉลิมอุษา สีเขียว เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ กล่าวว่า พวกเราทราบว่ามีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอไปแล้วหลายครั้ง และล่าสุดทราบว่าจะมีการจัดเวทีในวันที่ 14 พ.ย.นี้อีกครั้ง กลายเป็นความสับสนและไม่เข้าใจต่อกระบวนการจัดเวทีที่ผ่านไปแล้ว และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะส่งผลอะไรตามมากับพวกเราที่อยู่ในพื้นที่ ในขณะที่รัฐบาลประกาศไปแล้วว่าจะดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ให้ได้ พร้อมกับจะมีการเดินสายเพื่อหาผู้ประกอบการจากต่างประเทศมาลงทุนให้ทันภายในช่วงที่รัฐบาลชุดนี้ยังมีอำนาจบริหารประเทศ จึงยิ่งสร้างความไม่มั่นใจว่า การจัดเวทีทั้งหลายเหล่านั้นจะดำเนินต่อไปเพื่ออะไร หากรัฐบาลตัดสินใจที่จะเดินหน้าโครงการ ทั้งที่ผลการศึกษายังไม่แล้วเสร็จ

นายสมโชค จุงจาตุรันต์ เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ กล่าวว่า โครงการนี้ไม่ได้ให้ประโยชน์กับคนในพื้นที่ แต่ให้ประโยชน์กับกลุ่มทุนใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โครงการนี้จะนำนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ตามมา ซึ่งตอนนี้นักการเมืองกำลังผลักดันกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEC ที่ให้สิทธิพิเศษแก่นักลงทุน ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หลายอำเภอในจังหวัดชุมพรเป็นแหล่งปลูกผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะทุเรียน ที่มีมูลค่าสูง ปีละ 4-5 หมื่นล้านบาท พื้นที่ปลูกทุเรียนโดยส่วนใหญ่อยู่ที่พะโต๊ะและหลังสวน ในอนาคตจะมีการแย่งน้ำระหว่างเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม นอกจากนั้น ของเสีย น้ำเสีย ขยะพิษ อากาศพิษ จากนิคมอุตสาหกรรมจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิต และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

'คุณย่าขาลุย' บุกครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา แหล่งรวมความอร่อย ฟินได้ทุกวัย กินได้ทุกวัน

คุณย่าทั้งหลายจูงมือกันหาของอร่อยทาน ไม่รู้ติดใจอะไรอะไรนักหนากับครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา
พี่อ๋อยสินาภรณ์ พิไลลักษณ์
พี่แหม่มเทพยุดา ศรียาภัย
คุณสุพรรษา เนื่องภิรมย์
คุณตุ้มรสริน จันทรา
คุณตุ๋ยนวลปรางค์ ตรีชิต 
คุณจิระวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา
คุณปิ๋วศากุน บุนนาค

ครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา แหล่งรวมความอร่อย ฟินได้ทุกวัย กินได้ทุกวัน เปิดทุกวัน เริ่ม 3 มิ.ย. 66 นี้

เตรียมปักหมุด…เช็คความฟินที่กินแห่งใหม่ “ครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา” แหล่งรวมความอร่อยทั่วฟ้าเมืองไทย ถูกใจสายกินตัวท็อป นักช้อปตัวแม่แน่นอนจ้า

พบกับ!!! ร้านเด็ด เมนูอร่อยกว่า 60 ร้านค้า การันตีความอร่อยโดยรายการครัวคุณต๋อยมารวมไว้ที่นี่ที่เดียว ทั้งเมนูคาว หวาน ของว่าง และเครื่องดื่มนานาชนิด พร้อมปรุงสด เสิร์ฟใหม่ถึงมือคุณทุกวัน

ขอแนะนำโซนเด็ด “KKT SHOP” ร้านของฝากที่คัดสรรของอร่อย ของดี คุณภาพเยี่ยมทั่วทุกภาค มาไว้บริการให้ลูกค้าเลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นของฝากให้กับคนที่คุณรัก

พิเศษสุด!!! ในทุก ๆ สัปดาห์พบกับอีเว้นท์จากร้านเด็ด ของดี ของอร่อย มาในธีมรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างสีสันสนุกคึกคัก และร่วมส่งต่อความอร่อยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอดทุกสัปดาห์

บรรยากาศภายในตกแต่งด้วยโทนไม้ดูอบอุ่น แอร์เย็นสบาย เหมาะกับกลุ่มลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย มีโต๊ะและเก้าอี้ไว้บริการรองรับมากถึง 200 ที่ พร้อมให้เหล่านักกิน ได้มาสัมผัสความฟิน อิ่มเอมกับของอร่อย อย่างสุขใจ

ตั้งอยู่: เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา เดินทางสะดวกสบาย มีที่จอดรถมากมายไว้บริการ เปิดบริการ: จันทร์ - อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 3 มิ.ย.66 เป็นต้นไป เวลา:10.00 – 20. 30 น.
#ครัวคุณต๋อยเพลส #ครัวคุณต๋อย #ไม่กินถือว่าผิด #เดอะคริสตัลเอกมัยรามอินทรา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top