Friday, 17 July 2026
NEWS

'รมช.อนุชา' ยกหมอดินอาสา ตำบลกะเปอร์ ต้นแบบแห่งการลดต้นทุน หนุนทำเกษตรแบบผสมผสาน เพิ่มรายได้ ดันขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ

(23 ม.ค. 67) นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกปฏิบัติด้านการพัฒนาที่ดิน ของนายอภิชา ทองสุย หมอดินอาสาประจำตำบลกะเปอร์ ณ ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) 1/2567 จ.ระนอง ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2567 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ดินและสนับสนุนการพัฒนาด้านการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยกรมพัฒนาที่ดิน มีภารกิจหลักในการส่งเสริม พัฒนาเครือข่ายหมอดินอาสาให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่การเกษตร นำมาซึ่งความมั่นคงของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยต่อไป

“ศูนย์ฝึกปฏิบัติด้านการพัฒนาที่ดินแห่งนี้ นับว่าเป็นต้นแบบในการทำเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้เกษตรกร จากเดิมปีละ 40,500 บาท เป็น 404,250 บาท และยังมีการต่อยอดขยายผลให้กับผู้ที่สนใจได้มาเรียนรู้ และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า หมอดินอาสา จะเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการร่วมผลักดันแนวคิดเงินบาทแรกของแผ่นดิน เพื่อสร้างเม็ดเงินและสร้างกำลังซื้อภายในประเทศให้เติบโตขึ้น” รมช.อนุชา กล่าว

ทั้งนี้ ศูนย์ฝึกปฏิบัติด้านการพัฒนาที่ดิน เกิดจากการพลิกฟื้นผืนดินในพื้นที่กว่า 27 ไร่ ที่หน้าดินถูกชะล้างพังทลายในฤดูแล้งขาดน้ำ และดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำมาก ทำให้เป็นพื้นที่ทำการเกษตรแบบยั่งยืน ผ่านการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ปรับปรุงพื้นที่แบบขั้นบันได ร่วมกับการปลูกหญ้าแฝกเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในดิน และป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ตลอดจนการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินจุลินทรีย์ มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต มีการใช้วัสดุเหลือใช้ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การปลูกพืชแบบผสมผสาน ปลูกต้นไม้ให้เป็นป่า และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้ไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างดี

โอกาสนี้ รมช.อนุชา ได้เยี่ยมชมกิจกรรมฐานการเรียนรู้ที่สำคัญ ได้แก่ การทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ การใช้ประโยชน์จากสระน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน (บ่อจิ๋ว) การเลี้ยงหมูหลุม การเลี้ยงเป็ดพันธุ์ไข่ และสวนยางพารายั่งยืน 

สตม.รวบหนุ่มอินโด หนีคดีหลอกลงทุน Forex ซุกไทย Overstay นานกว่า 2 ปี

ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาส และเทศกาล ปีใหม่ 2567 โดยสั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือ กลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม., พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วศรีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส, พ.ต.อ.เด่นชาย เจริญยุทธ ผกก.สส.บก.ตม.6, พ.ต.อ.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ต.กรัณฑ์วาริษฐ์ สมจันทร์ สว.ตม.จว.นราธิวาส ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา รายสำคัญ ดังนี้

1. สตม.รวบหนุ่มอินโด หนีคดีหลอกลงทุน Forex ซุกไทย Overstay นานกว่า 2 ปี บก.สส.สตม. จับกุมนายพอล (นามสมมติ) อายุ 39 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดี ตามกฎหมาย 

พฤติการณ์จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. พบว่า นายพอล (นามสมมติ) อายุ 39 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด (Overstay)  นานกว่า 2 ปี  และเป็นบุคคลที่องค์การตำรวจสากลได้ออกประกาศสีแดง (INTERPOL RED NOTICE) จึงได้ประสานงาน ไปยังเจ้าหน้าที่ กงสุลฝ่ายตำรวจ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย รับแจ้งว่า 

นายพอล เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย กระทำความผิดในข้อหา ฉ้อโกง โดยการหลอกให้ผู้เสียหายร่วมลงทุน Forex มูลค่าความเสียหายคิดเป็นเงินไทยประมาณ 320 ล้านบาท และปัจจุบันยังหลบหนีคดีเป็นที่ต้องการตัวของทางการอินโดนีเซีย พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม. จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการจัดกำลังสืบสวนติดตามจับกุม จนกระทั่งต่อมาสืบทราบว่า นายพอล ได้ไปซื้อบ้านหรูราคากว่า 8 ล้านบาท อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี โดยใช้ชื่อภรรยาซึ่งเป็นคนไทยเป็นผู้ซื้อและเป็นเจ้าบ้าน 

จึงได้ทำการขออนุมัติศาลแขวงนนทบุรีออกหมายค้นบ้านพักหลังดังกล่าว จากการตรวจค้นพบนายพอล และพบเงินสดสกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์ และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่า ประมาณ 2 ล้านบาท อยู่ในตู้เซฟภายในห้องนอน สอบถามนายพอล ให้การว่าตนเองถูกทางอินโดนีเซียออกหมายจับ ในข้อหาหลอกให้ร่วมลงทุน Forex มูลค่าความเสียหายคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 320 ล้านบาท จริง และได้หลบหนีหมายจับของทางการอินโดนีเซียมากบดานอยู่ในประเทศไทย โดยไม่คิดว่าจะถูกตามตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหาและจับกุมนายพอล ในข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

สตม.รวบหนุ่มกิมจิหนีหมายจับเกาหลีฉ้อโกง 500 ล้านวอน แอบกบดานในไทยจน Overstay

บก.ตม.3 จับ MR.K (นามสมมติ) อายุ 43 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อประมาณต้นเดือน มกราคม 2567 กก.สส.บก.ตม.3 ได้สืบสวนทราบว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติเกาหลีใต้    มีพฤติการณ์น่าสงสัยซึ่งอาจเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย จึงได้สืบสวนข้อมูลในเชิงลึกพบว่า MR.K (นามสมมติ) อายุ 43 ปี

ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อเดือน เมษายน 2566 และอยู่ในประเทศไทยจนกระทั่งการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) โดยไม่ดำเนินการขออยู่ต่อในราชอาณาจักรให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ขอให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย ตรวจสอบประวัติของ MR.K รับแจ้งว่า MR.K เป็นบุคคลที่มีหมายจับและเป็นที่ต้องการตัวของประเทศเกาหลีใต้ ในข้อหา “ฉ้อโกง” มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านวอน (12 ล้านบาท) และองค์การตำรวจสากลได้ออกประกาศสีแดง (INTERPOL RED NOTICE) กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ติดตาม 

เพื่อจับกุมตัว MR.K ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 สืบทราบว่า MR.K ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่ คอนโดแห่งหนึ่งใน อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ จึงได้ไปเฝ้าสังเกตการณ์และได้พบ MR.K จึงได้จับกุมในข้อหา "เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน      สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป         

'LINK THANK YOU VIP 2024' มอบความสุขแทนคำขอบคุณ ด้วยมื้อค่ำสุดพิเศษ สานสัมพันธ์อันดีแก่คู่ค้า กลุ่มธุรกิจร้านค้า กรุงเทพฯ และภูมิภาคกลางให้เหนียวแน่น นำพาธุรกิจเติบโต ต่อเนื่องไปด้วยกันอย่างมีคุณภาพ

ปีนี้จัดงานใหญ่ ! เลี้ยงขอบคุณคู่ค้า และพันธมิตร รวมกว่า 200 ท่าน บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ ส่งความสุขมอบให้คู่ค้ากลุ่มธุรกิจร้านค้า กรุงเทพฯ และภูมิภาคกลาง ในงานเลี้ยงมื้อค่ำสุดพิเศษริมหาดทรายกับ 'LINK THANK YOU VIP 2024' ที่โรงแรม เมอเวนพิค สยาม โฮเทล นาจอมเทียน พัทยา เมื่อวันที่ 20 – 21 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา

งานในวันนี้ ได้นำพาลูกค้าทุกท่านสัมผัสประสบการณ์กับ LINK ที่พิเศษกว่าที่เคย โดยจัดขึ้นเพื่อเป็นการตอบแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้า และพันธมิตรกลุ่มธุรกิจร้านค้า กรุงเทพฯ และภูมิภาคกลางที่ให้การสนับสนุนสินค้า LINK AMERICAN & GERMAN RACK EVERYWHERE ด้วยดีเสมอมา รวมถึงเป็นการร่วมอัปเดตเทรนด์ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์แห่งโลกเทคโนโลยี นวัตกรรมอัจฉริยะใหม่อย่าง Super S Series ในงานนี้อีกด้วย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์แก่งานระบบโครงสร้างพื้นฐานแห่งยุคดิจิทัลนี้ โดยมี คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ พร้อมด้วย ดร.ชลิดา อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ร่วมพูดคุย และกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ พร้อมดูแลลูกค้าอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง

ท่ามกลางบรรยากาศสุดผ่อนคลาย ชมวิวทิวทัศน์ริมหาดทรายที่มองเห็นท้องทะเลสีคราม พร้อมชมแสงสุดท้ายของตะวันที่กระทบบนผิวน้ำ แตะเส้นขอบฟ้า ซึ่งอบอวลไปด้วยสายลมที่ร่มรื่นโชยพัดผ่าน จัดขึ้นภายใต้ธีม 'โลกใต้สมุทร Under the Sea' ให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับกลิ่นอายใต้ท้องทะเล พร้อมบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยดวงดาวทอประกายเต็มท้องฟ้าที่ได้สัมผัสกับที่สุดแห่งความผ่อนคลายในยามค่ำคืน 

งานนี้ ได้รับการตอบรับจากลูกค้ากลุ่มธุรกิจร้านค้า กรุงเทพฯ และภูมิภาคกลางจำนวนกว่า 200 ท่าน อย่างดีเยี่ยม และได้ร่วมดูแลลูกค้าอย่างอบอุ่น ไปพร้อมกับได้อิ่มเอมกับอาหารมื้อพิเศษ แบบ PRIVATE มีอาหารทะเลจัดเลี้ยงให้แบบไม่มีอั้น ในบรรยากาศสุดชิว รับลมทะเลเย็นสบายริมชายหาด และนอกจากจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติอาหารที่อิ่มอร่อยแล้ว ยังได้เต็มอิ่มกับความบันเทิง ทั้งกิจกรรมที่บริษัทฯ คัดสรรมามอบให้ลูกค้าได้ร่วมเล่นอย่างสนุกสนาน ที่รับประกันได้ว่าทุกท่านต้องขนรางวัลใหญ่สุดพรีเมียม จากอินเตอร์ลิ้งค์ฯ กลับบ้านกันล้นมืออย่างแน่นอน

อีกทั้งยังมีชุดการแสดง คาบาเร่ต์โชว์ ที่ขึ้นชื่อที่สุดประจำเมืองพัทยา นำมาจัดแสดงให้ชมอย่างสุดตระการตาให้ทุกท่านได้เต็มอิ่มกับความสวยงาม ไปพร้อมกับความบันเทิง ส่งมอบรอยยิ้มแห่งความสุข สนุกสนานประทับใจ พร้อมกันนี้ยังได้ครื้นเครง รื่นเริงไปกับเสียงเพลง และวงดนตรีที่จัดเตรียมมามอบช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับลูกค้าทุกท่านในวันนี้โดยเฉพาะ

นับเป็นการตอบแทนคำขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่ได้มาร่วมบันทึกช่วงเวลาพิเศษในวันนี้ไปด้วยกัน และขอขอบพระคุณทุกการสนับสนุนจากลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทุกท่าน ที่ให้ความเชื่อมั่น และไว้วางใจในสินค้า LINK AMERICAN & GERMAN RACK EVERYWHERE ด้วยดีตลอดมา รวมถึงเป็นการนัดกระชับมิตรอย่างเหนียวแน่นอีกด้วย เพื่อสานสัมพันธ์อันดีร่วมกัน ที่จะเน้นย้ำถึงการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2567 ให้ทำกำไรเติบโต พร้อมกับสร้างยอดขาย ส่งเสริมรายได้ให้เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างฐานทัพได้อย่างแข็งแกร่ง และเติบโตแบบมีคุณภาพอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

‘อนุทิน’ จ่อชงครม. ‘ยกเลิกครูอยู่เวร’ หลังครูถูกทำร้าย ชี้!! ‘สวัสดิการ-ความปลอดภัย’ สำคัญเหนือสิ่งของ

(23 ม.ค.67) จากกรณีครูถูกทำร้ายร่างกาย จากการอยู่เวรเฝ้าโรงเรียนวันหยุดที่จังหวัดเชียงรายตามที่ปรากฏเป็นข่าวจนเกิดการเรียกร้องให้ยกเลิกการอยู่เวรของครูทั่วประเทศนั้น ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการอยู่ด้วยได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนจะสนับสนุนให้มีการยกเลิกมติครม.ปี 42 หรือออกมติครม.ใหม่ มายกเว้นในส่วนที่เกี่ยวกับการอยู่เวรรักษาการณ์ของหน่วยงานราชการ ตามหลักเกณฑ์ที่ออกมาในเดือนกรกฎาคม ปี 42 โดยเฉพาะในส่วนของโรงเรียนทั่วประเทศ เพราะข้าราชการไม่ควรต้องมารับผิดชอบต่อความเสียหายของทรัพย์สินของทางราชการที่เกิดจากอาชญากรรม หากมีอาชญากรรมเกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงที่จะต้องดูแลไม่ว่าจะป้องกันหรือปราบปราม ไม่ใช่หน้าที่ครู

“นี่คือสิ่งที่ง่ายที่สุดในการคืนครูสู่ห้องเรียนและทำได้ทันที สวัสดิภาพและความปลอดภัยของครูมีความสำคัญเหนือสิ่งของ ต้องไม่มีเงื่อนไขใดมาเป็นอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นการอ้างงบประมาณหรือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใดๆ เมื่อไม่มีครูเวรแล้ว ต่อให้ยังไม่มียามหรือกล้องวงจรปิด ถ้ามีการโจรกรรมก็ไม่ใช่ความผิดของครู ต้องเป็นความรับผิดชอบของอาชญากรและหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องความมั่นคง หากจะฝากโรงเรียนไว้กับใคร ต้องฝากกับตำรวจ หรือ อส.ของฝ่ายปกครอง ไม่ใช่ครู” นายอนุทินกล่าว

‘รร.สตรีภูเก็ต’ เปิดเลือกตั้งคณะกรรมการสภานักเรียน ปี 67 ใช้ระบบแบบ ‘สัดส่วน’ เปิดโอกาสให้ทุกพรรคส่งสมาชิกทำงาน

(23 ม.ค. 67) จากช่องติ๊กต็อก SPK’ SAPHA66 โพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับ การเลือกตั้งคณะกรรมการสภานักเรียนประจำปี 2567 ของ ‘โรงเรียนสตรีภูเก็ต’ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งโดยใช้ระบบแบบ ‘สัดส่วน’ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

- พรรคที่ได้คะแนนโหวตลำดับที่ 1️ จะมีสิทธิ์ส่งสมาชิกตามบัญชีรายชื่อ 50% หรือ 15 คน
- พรรคที่ได้คะแนนโหวตลำดับที่ 2️ จะมีสิทธิ์ส่งสมาชิกตามบัญชีรายชื่อ 30% หรือ 9 คน
- พรรคที่ได้คะแนนโหวตลำดับที่ 3️ จะมีสิทธิ์ส่งสมาชิกตามบัญชีรายชื่อ 20% หรือ 6 คน

สําหรับบัญชีรายชื่อ จะให้น้องๆ ผู้ลงสมัครแต่ละพรรคจัดลําดับกันมาเอง จากนั้นสมาชิกทุกคนจากถูกสัมภาษณ์จาก คุณครูที่ปรึกษาสภานักเรียน, รุ่นพี่สภานักเรียน และผู้บริหารโรงเรียนสตรีภูเก็ต แล้วจึงมีการจัดลำดับบัญชีรายชื่ออีกครั้ง

ซึ่งการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 23 มกราคม 2567 นี้ ขอให้ทุกคนใช้สิทธิที่มีให้คุ้มค่าที่สุด เพราะทุกเสียงมีค่าสำหรับทุกคน

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 36 ร่วมพิธีมอบถังน้ำ เก้าอี้สุขา และสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้จังหวัดเพชรบูรณ์

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 มอบหมาย จิตอาสา 904 และกำลังพลจิตอาสา ร่วมพิธีรับมอบถังน้ำขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 100 ใบ ถังยังชีพ บรรจุสิ่งของ อุปโภคบริโภค จำนวน 150 ชุด และเก้าอี้สุขา จำนวน 200 ชุด จากนายสมาน - นางเพียงเพ็ญ คุณากรไพบูลย์ศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรียงถาวร คอนเทนเนอร์ จํากัด รวมมูลค่า 730,000 บาท โดยมี นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธาน มี นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ร้อยตำรวจโทอาทิตย์ บุญญะโสภัต อดีตอธิบดีกรมการปกครอง นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายเรวัต ประสงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง นายเชาวลิตร แสงอุทัย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายสุพล บุศยโพยม พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม  ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

จากนั้น ได้ร่วมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเก้าอี้สุขา ให้กับประชาชน โดยเน้นกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ผู้ขาดแคลน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และร่วมปล่อยขบวนรถบรรทุกถังน้ำ เพื่อนำไปมอบให้กับชุมชนที่ประสบปัญหาการขาดแคลนภาชนะเก็บกักน้ำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ

ต่อมา พันเอก ฐาวิรัตน์   ยังน้อย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 พร้อมด้วยกำลังพลกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยรถบรรทุกน้ำ  ร่วมกิจกรรม Kick off ปล่อยขบวนรถบรรทุกถังน้ำ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ในพื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ณ บริเวณหน้าอาคาร 2 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่

"ฮือฮา" ชุมพร พบเสือโคร่งหากินข้ามประเทศไทย-เมียนมาร์ พล.ต.อ.พัชรวาทฯ สั่งเร่งสำรวจเพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์สายพันธุ์เสือโคร่งอินโดจีน

วันที่ 20 มกราคม 2567 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า นายอาทร กำลังใบ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนล่าง) จ.ชุมพร ได้รายงานว่าพบการกระจายพื้นที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งบริเวณป่าดวงเจริญ ป่าเนินทอง และป่าช่องขมิ้ว หมู่ที่ 4 และ หมุ่ที่ 7 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซึ่งเสือโคร่งดังกล่าวมีการกระจายพื้นที่อาศัยหากินระหว่างประเทศไทยและประเทศเมียนมาร์ ซึ่งอาจจะเป็นเสือโคร่ง2สัญชาติ เนื่องจากมีการข้ามไปมาระหว่าง 2ประเทศ โดยการค้นพบดังกล่าวนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯได้ร่วมกับมูลนิธิฟรีแลนด์ (Freeland) ทำการสำรวจการกระจายตัวของเสือโคร่งในพื้นที่บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี มูลนิธิฟรีแลนด์ทำการสำรวจบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีทั้ง 2 ฝั่ง คือ ฝั่งประเทศไทยและฝั่งประเทศเมียนมาร์ในพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติหลุนญา ซึ่งการพบครั้งนี้เป็นการค้นพบในฝั่งประเทศไทย ได้ภาพจากการตั้งกล้องในพื้นที่ทั้งหมด24 ตัว โดยพบว่าเป็นเสือโคร่งจำนวน 3 ตัว เนื่องจากลายของเสือโคร่งแตกต่างกัน ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ในพื้นที่ไม่เคยพบเสือโคร่งมาก่อนเนื่องจากไม่มีการสำรวจ แต่เริ่มมีการตั้งกล้องสำรวจเมื่อปี 2562 เป็นต้นมา ในปี 2563 - 2565 ก็เคยพบมาแล้ว ส่วนปี 2566 พบแต่รอยตีน ส่วนการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART PATROL) ที่ผ่านมาก็พบแต่รอยตีน นอกจากนี้บริเวณพื้นที่เขตฯช่วงล่างรอยต่อกับเขตด้านทิศใต้ เคยพบรอยบนต้นไม้

จากกรณีการพบเสือโคร่งหากินระหว่าง 2 ประเทศดังกล่าวข้างต้น อธิบดีกรมอุทยานฯจึงได้รายงานให้พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบในเบื้องต้นแล้ว โดยพล.ต.อ. พัชรวาทฯ ได้สั่งการให้กรมอุทยานฯเร่งสำรวจการแพร่กระจายพันธุ์ของเสือโคร่ง ต่อมาอธิบดีกรมอุทยานฯ จึงได้มอบหมายให้ให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง เร่งสำรวจพบว่าเป็นเสือโคร่ง จึงได้มีการตั้งกล้องพบภาพ สามารถระบุพิกัดได้ ทั้งนี้จะมอบหมายให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าทำการศึกษาว่าเป็นเสือโคร่งที่กระจายตัวหากินระหว่าง 2 ประเทศมาเป็นระยะเวลานานเท่าใด รวมถึงเป็นเสือที่รวมอยู่ในจำนวนเสือของไทยที่ทำการสำรวจมาก่อนหรือไม่ เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลที่เป็นปัจจุบันขึ้น

สำหรับสถานการณ์เสือโคร่งในปัจจุบัน โดยจากการประเมินประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติ ในปี 2565 พบเสือโคร่ง จำนวน 148-189 ตัว เพิ่มขึ้นจากสถิติ ปี 2563 ที่สำรวจพบ 130-160 ตัว โดยอาศัยเทคนิคการประเมินเฉพาะทางและการจำแนกลายที่ได้จากกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ ซึ่งติดตั้งไว้มากกว่า 1,200 จุด ในพื้นที่อนุรักษ์ 28 แห่ง จากการศึกษาวิจัยนี้ เรายังพบอีกว่า พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง เป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด คือ 103-131 ตัว ในส่วนของพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์แห่งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกตอนเหนือ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ขึ้นไปจนอุทยานแห่งชาติคลองลานอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดตาก สามารถบันทึกภาพเสือโคร่งได้ จำนวน 16 - 21 ตัว ไม่เพียงแต่ภาพของเสือโคร่งเท่านั้น หากแต่ยังบันทึกภาพเหยื่อของเสือโคร่ง เช่น กวางป่า หมูป่า เก้ง วัวแดง เป็นต้น สิ่งนี้เป็นดัชนีวัดความสมบูรณ์ของผืนป่าและความเหมาะสมของการเป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่งได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้ให้ความเห็นชอบในแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์เสือโคร่ง พ.ศ. 2565 - 2577 โดยตั้งเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองถิ่นอาศัยสำคัญของเสือโคร่ง ได้แก่ ผืนป่าตะวันตก และผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ตลอดจนเร่งฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งและเหยื่อในถิ่นอาศัยเป้าหมาย ได้แก่ ผืนป่าแก่งกระจาน ผืนป่าภูเขียว-น้ำหนาว และผืนป่าคลองแสง-เขาสก ทั้งหมดทั้งมวลนี้เพื่อนำประเทศไทยไปสู่การเป็นผู้นำในการอนุรักษ์เสือโคร่งในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ภายในปี พ.ศ. 2577

กรมอุทยานแห่งชาติฯ จัดแคมเปญ ประทับตราหนังสือพาสปอร์ตอุทยานฯครบทุกแห่ง เข้าฟรี 1 ปี พักฟรี 2 ครั้ง

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ขณะที่รัฐบาลได้สนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ของประเทศ ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ในรูปแบบการสะสมตราประทับอุทยานแห่งชาติ ในหนังสือเดินทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ Passport to Thailand National parks ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน 

ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ที่ได้ออกเดินทางสะสมตราประทับอุทยานแห่งชาติครบทุกแห่งทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีอุทยานแห่งชาติ 156 แห่งทั่วประเทศ ตลอดจนได้แบ่งปันประสบการณ์เพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้อื่น ที่เป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ จึงกำหนดรางวัลแก่ผู้ที่สะสมตราประทับอุทยานแห่งชาติ ในหนังสือเดินทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ Passport to Thailand National parks ครบทุกแห่ง ได้แก่

1.ตราประทับพิเศษเพื่อเป็นตราที่ระลึกสุดท้ายในหนังสือเดินทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ “สุดยอด นักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ” และของที่ระลึก พร้อมทั้งลายเซ็นของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  
2.บัตรประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ มีเงื่อนไข เช่น 
2.1 ยกเว้นค่าบริการสำหรับบุคคลและการนำยานพาหนะ ในการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน สำหรับผู้มีชื่อบนบัตร และยานพาหนะ 1 คัน โดยใช้สิทธิ์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันออกบัตร

2.2 ยกเว้นค่าตอบแทนที่พักอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน จำนวน 1 หลัง หลังละไม่เกิน 4 คน ใช้สิทธิ์ได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 คืน ภายในระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันออกบัตร 
2.3 โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำหนด สามารถขอรับสิทธิ์ได้ที่สำนักอุทยานแห่งชาติ โทรสายด่วน 1362

สำหรับพาสปอร์ตท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ หรือ หนังสือเดินทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ (Passport to Thailand National Parks) เป็นหนังสือเล่มขนาด 3 x 5 นิ้ว สีเขียว ที่จะมีการให้ความรู้ กฎระเบียบ ข้อควรปฏิบัติการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติอยู่ภายในเล่ม พร้อมการสะสมตราประทับจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติ 156 แห่ง ทั่วประเทศ 

เพชรบูรณ์- กำลังเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานนับร้อย พร้อมเครื่องมือบุกเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ระบุว่ารุกล้ำเขตอุทยานแห่งชาติเขาค้อ

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2567 เวลา 10.00 น. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ นับร้อยนาย ได้เดินทางมาพร้อมเครื่องมือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เพื่อจะเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ของนายปิยวัฒน์ แซ่เถา และนางสาวสิริยากร แซ่ว่าง ที่บริเวณบ้านน้ำเพียงดิน หมู่ 8 ตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์  ที่กรมอุทยานฯอ้างว่ามีการบุกรุกเขตอุทยาน    โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ฯ  เข้าพูดคุยเจรจา พร้อมนำเอาคำพิพากษาเมื่อปี 2560  ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วมาอ่านให้กลุ่มชาวบ้านฟัง ซึ่งคำพิพากษาดังกล่าวได้พิพากษาให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างโดยมีกานดำเนินการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยการมาในครั้งนี้นายชัยวัฒน์ระบุว่าในปัจจุบันมีชาวบ้านเข้าไปรุกล้ำเขตอุทยานในพื้นที่ใก้ลๆจึงจำเป็นต้องมาดำเนินการรื้อถอนใหม่อีกครั้ง แต่ชาวบ้านไม่ยอมต้องใช้ความพยายามในการเจรจาแบบละมุนละม่อม เป็นระยะตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยในช่วงของการเจราจา กำลังเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานก็ได้มีการจัดแบ่งกำลังออกเป็นสองชุด ชุดแรกอยู่ด้านหน้า ชุดที่สองขึ้นไปด้านหลัง รีสอร์ต เมื่อชาวบ้านทราบได้มีการแบ่งกำลังไปคุมเชิงด้านหลัง ทำให้สถานการณ์ดูตรึงเครียดขณะที่ชาวบ้านได้ส่งเสียงขับไล่ให้เจ้าหน้าที่ถอนกำลังกลับ แต่ท้ายสุดก็ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆเกิดขึ้น 

ซึ่งนายชัยวัฒน์ฯ ได้กล่าวว่า การที่ชาวบ้านบอกว่าต้องทำกินเราเข้าใจ เราไม่ได้มารังแก เรามาก็บอกเขาแล้วว่าเหตุสองเหตุนี้เท่านั้น  เรื่องเดิมคือเป็นคดีเก่าที่มีการบุกรุกและศาลได้ตัดสินไปแล้วและได้มีการบุกรุกซ้ำ ทีนี้แนวเขตของรีสอร์ตเขาก็ไปสร้างลานกางเต็นแล้วทำโซล่าเซลไว้ ซึ่งมันเป็นแนวเขต เราก็ทำตามมาตรา 35 (1) (2)ที่ดำเนินการไปแล้ว วันนี้ มาทำตาม (3) ซึ่งกระทรวงและรัฐมนตรีมีความเห็นแล้วว่าต้องรื้อถอนไปตามคำสั่ง ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ทำ แล้ววันหนึ่งจะโทษเจ้าหน้าที่อุทยานไม่ทำอะไร ป่าหมดก็โทษเจ้าหน้าที่อุทยาน พอเรามาทำงานก็โดนอย่างนี้ ทำก็โดนไม่ทำก็โดน ในกรณีอย่างนี้ชาวบ้านต้องเข้าใจ  ว่าเราเองเราอยากส่งเสริมการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ไม่ขัดข้องอะไรเลยหากทำตามกฏหมาย

ขณะที่นายปิยวัฒน์ แซ่เถา กล่าวว่า ขณะนี้แฟนของตนถูกดำเนินคดีอยู่ คือนางสาวสิริยากร  แซ่ว่าง ซี่งพื้นที่ที่ถูกดำเนินคดีไม่ได้อยู่ในจุดที่ท่านชัยวัฒน์ฯ ระบุ โดยพื้นที่เดิมนั้นศาลได้สั่งให้ชาวบ้านแพ้ไปแล้ว พื้นที่ที่อ้างว่ารุกล้ำพื้นที่อุทยานปัจจุบันเป็นคดีใหม่  คำสั่งหรือคำพิพากษาที่เจ้าหน้าที่อุทยานนำมานี่เป็นคดีเก่า ที่คุณบุญพันถูกดำเนินคดี ซึ่งแต่ก่อนนี้เขาทำอยู่ ซึ่งตนเองก็ยังไม่รู้ว่า เป็นคดีอุทยานหรือคดีป่าไม้ เพราะไม่ได้คลุกคลีเท่าไหร่ ซึ่งในช่วงที่มีการรื้อครั้งก่อนตนก็มาช่วยกันรื้อออกไปหมดแล้ว ส่วนที่อ้างจะเข้ามารื้อในวันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับแปลงนั้น ตอนนี้คดีดังกล่าวเขาส่งไปที่ตำรวจแล้วและเพิ่งจะไปถึงชั้นอัยการ ยังไม่ได้มีการส่งฟ้องศาล เพราะฉะนั้นตนก็เลยขอทางอุทยานว่ายังไงก็รอให้ศาลเขาตัดสินก่อนว่ามีความผิดจริงอย่างไร ซึ่งถ้าศาลยืนว่ามีการบุกรุกเขตอุทยาน ตนและแฟนก็พร้อมที่จะถอยออกมาและรื้อออกให้  เพราะว่าตั้งแต่อุทยานประกาศเมื่อปี 2555 ทางเจ้าหน้าที่ไม่เคยมีหนังสือมาแจ้งหรือว่ามีเจ้าหน้าที่มาแจ้งเลยว่าที่ดินของตนมีส่วนเข้าไปอยู่ในเขตอุทยาน เพราะฉะนั้นผมไม่รู้เลยว่าตรงนี้เป็นเขตอุทยาน

รวมถึงที่มีการอ้างว่ามีแนวเขตปักอยู่ก็เกิดขึ้นเมื่อตนเองถูกดำเนินคดีเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมานี่เอง ตนจึงไม่ยอมรับว่าตรงนี้เป็นเขตอุทยาน  ตนอยู่มาตาม มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 18 มกราคม 2509 แล้วก็ทำกินมาเนิ่นนานแล้ว  ส่วนที่เจ้าหน้าจับผมดำเนินคดี ผมก็เข้าใจว่า ที่ดินของตนมีส่วนหนึ่งที่มันไปเกี่ยวกับทางอุทยาน ผมก็แจ้งเขาไปแล้วว่าถ้าอย่างนั้น ผมขอให้คดีที่ศาล ที่เป็นคดีอาญาสิ้นสุดก่อน แล้วผมจะยืนตามศาล และส่วนหนึ่งตนเองกำลังอยู่รวบรวมเอกสารในการร้องศาลปกครองคุ้มครองอยู่ และขอยืนยันว่ามันเป็นละแปลง กับคดีของปี 60 ที่เจ้าหน้าที่นำมาอ้างเพื่อทำการื้อถอนในวันนี้ ส่วนเมื่อปี 57 ที่เขามาแจ้ง ผมรู้แต่ว่าอยู่ใต้หน้าผาลงไป ซึ่งมันมีอยู่ทั้งหมด 31 ราย โดยส่วนนั้นเมื่อปี 63 เขาก็ได้ไปแจ้งชื่อตามมาตรา 64 ไปแล้ว ว่าที่ทำกินของเขาอยู่ในเขตอุทยาน แต่ในส่วนของตนที่ไม่ไปแจ้งเพราะไม่เคยมีใครมาแจ้ง ว่าที่ของตนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยที่ตนก็ทำกินปกติตั้งแต่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้ เปลี่ยนจากการทำการเกษตร  มาทำเป็นที่พักโฮมสเตย์ ให้ลูกค้าได้เข้าพัก เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว  เนื่องจากการทำการเกษตรมีการปัญหาเรื่องของโรคทำให้ไม่ได้ผลผลิตที่ดี ตนจึงหันมาทำโฮมสเตย์แต่พื้นที่บางส่วนก็ยังทำการเกษตรอยู่. 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่กรมอุทยานได้ถอนกำลังกลับที่ตั้งเมื่อเวลา 15.44 น ซึ่งสามารถทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่เป็นแผงโซลาร์เซลล์ได้บางส่วน และคาดว่าพรุ่งนี้น่าจะมีการดำเนินการต่อในการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอื่นๆต่อไป

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติสัญจร พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมมอบเข็มแม่นปืนกิตติมศักดิ์แก่ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 ท่าน และใบประกาศเกียรติคุณผลการปฏิบัติระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2567 แก่หน่วยงาน

วันนี้ (22 ม.ค. 67) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุมซีบอร์ด 3 โรงแรมฮิลตัน จ.ชลบุรี โดยมี พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.2 และผู้บังคับบัญชาในสังกัด ภ.2 ร่วมประชุม นอกจากนี้ มีการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมประชุม

ก่อนการประชุม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานพิธีมอบเข็มแม่นปืนกิตติมศักดิ์แก่ผู้บังคับบัญชาระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. จำนวน 6 นาย ได้แก่ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ , พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ , พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ , พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี , พล.ต.อ.อิทธิพล อัจริยะประดิษฐ์ , พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร รอง จตช. 

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบใบประกาศเกียรติคุณผลการปฏิบัติระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2567 โดยแบ่งเป็นประเภทความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทั่วไปและความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อันดับ 1 ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น. เป็นผู้รับมอบ , อันดับ 2 ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.2 เป็นผู้รับมอบ , อันดับ 3 ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี รอง ผบช.ภ.4 เป็นผู้รับมอบ และประเภทการจับกุมบุคคลตามหมายจับ อันดับ 1 ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล , อันดับ 2 ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 1 พลตำรวจโท จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 เป็นผู้รับมอบ , อันดับ 3 ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 เป็นผู้รับมอบ สำหรับรางวัลผู้จับกุม หรือชุดจับกุม คดีที่มีลักษณะการจับกุมที่แสดงถึงไหวพริบปฏิภาณของผู้จับกุม หรือมีลักษณะพิเศษน่าสนใจ จำนวน 16 รางวัล จะได้มอบให้ผู้แทนแต่ละกองบัญชาการ นำรางวัลจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบแก่ผู้ปฏิบัติในการประชุมบริหารของแต่ละหน่วยเพื่อเป็นเกียรติต่อไป

ที่ประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการพิจารณาทบทวนแก้ไขคำสั่ง ตร.ที่ 419/2556 ในการลดขั้นตอนการปฏิบัติของพนักงานสอบสวนที่ไม่จำเป็น เพื่อยกระดับการทำงาน คุณภาพชีวิต การเจริญเติบโตของพนักงานสอบสวนให้ดียิ่งขึ้น สร้างขวัญกำลังใจในการทำงานเพื่อประชาชน และพิจารณาการเตรียมความพร้อมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้ มีการรายงานข้อมูลสถิติคดีอาญาที่เกิดขึ้นจริงมาใช้วิเคราะห์ เพื่อวางแผนในการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม , รายงานร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 , แนวทางการปฏิบัติงานจราจร และการดำเนินการในความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมายเกี่ยวกับการจราจร นอกจากนี้ ตำรวจภูธรภาค 2 ได้รายงานการขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน และผลการปฏิบัติงานที่สำคัญด้วย

บิ๊กโจ๊ก ลงพื้นที่จังหวัดระนอง รับฟังความคิดเห็นคนไทยพลัดถิ่น ที่วอนให้รัฐบาลชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะกระทบแหล่งทำมาหากิน ทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลเพื่อไทย สานต่อโครงการ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพื่อให้สถานะแก่คนไทยพลัดถิ่น ซึ่งวันนี้ยังใช้ชีวิตด้วยความลำบาก

ช่วงบ่ายที่ผ่านมาพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เดินทางลงไปที่หมู่บ้านห้วยปลิง หมู่ 7 ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง ซึ่งเป็น ถิ่นที่อยู่อาศัยของ ชาวบ้าน กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น 

การเดินทางไปครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้พบกับแกนนำชาวบ้านที่ออกมาคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ และเรียกร้องให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมระหว่างที่เดินทางไปยื่นหนังสือกับนายเศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรี 

ทั้งยังเรียกร้อง ให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ไปดูความเดือดร้อนของชาวบ้าน ซึ่งเป็นคนไทยพลัดถิ่นมากกว่า 3000 คนในชุมชน ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ด้วย

จากการลงพื้นที่ และได้พูดคุยกับหญิงชราหนึ่งในแกนนำชาวบ้านที่มีสถานะเป็นคนไทยพลัดถิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยอมรับว่า ชาวบ้าน อยู่ด้วยความยากลำบากแสนเข็ญ กับการใช้ชีวิตที่ไม่มีบัตรประชาชน เนื่องจากรัฐบาล ยังไม่รับรองความเป็นคนไทย ทั้งที่ พรบ.สัญชาติไทย ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม กรณีรับรองคนไทยพลัดถิ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ 

ขณะที่ หญิงชรา (ก๊ะ) แกนนำที่เคยออกมาเดินขบวนเรียกร้องโดยการเดินเท้าจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปยังกรุงเทพมหานครเป็นเวลา 18 วัน ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพื่อขอให้ลงมาแก้ปัญหานี้ จนที่สุด รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ได้ริเริ่มพรบ.สัญชาติ 2555 

เธอบอกว่า ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดออกมาจากรัฐบาล ทำให้พวกเธออยู่ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากไม่สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกเพราะไม่มีบัตรประชาชน และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อการประกอบอาชีพได้ ทำได้เพียงการทำประมงพื้นบ้าน ซึ่งวันนี้กำลังจะถูกเวนคืนพื้นที่ ไปทำโครงการแลนด์บริดจ์อีก 

จึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย สานต่องานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ออก พรบ.สัญชาติ 2555 สำหรับคนไทยพลัดถิ่นไว้ และขอฝาก บิ๊กโจ๊ก ให้ช่วยไปบอกต่อรัฐบาลให้ด้วยว่า เมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยกลับมาแล้ว ชาวบ้านก็มีความหวัง และขอวิงวอนให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย สานต่อ ความหวังของชาวบ้านพลัดถิ่น ให้ได้มีสถานะคนไทย อย่างที่เคยสัญญาไว้ด้วย

ด้านพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่ารู้สึกเห็นใจชาวบ้านเป็นอย่างมาก หลังจากที่ได้มาเห็นสภาพพื้นที่และความเป็นอยู่ของคนไทยพลัดถิ่น แต่อำนาจในการดูแลเรื่องนี้เป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทย ดังนั้นจึงทำได้เพียงเป็นตัวกลาง บอกต่อความรู้สึก และความต้องการของชาวบ้าน ไปยังรัฐบาล พร้อมกับแนะนำชาวบ้านว่า ขอให้จัดทำเอกสาร ปัญหาและความเดือดร้อนของกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น เสนอไปยังนายกรัฐมนตรีพร้อมกับข้อเรียกร้องของโครงการแลนด์บริดจ์ ที่จะยื่นเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้

ทั้งนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังบอกเลยว่า จากที่เคยทำการสำรวจเรื่องความปลอดภัยของชาวบ้านโดยเฉพาะตามชายขอบ พบว่าทั้งประเทศยังมีกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นอีกมาก ที่ไม่ ได้รับสถานะเป็นคนไทย ทั้งที่เกิดและโตในประเทศไทย จึงทำให้คนเหล่านี้ไม่ได้รับสิทธิ์การคุ้มครองตามสิทธิพลเมือง และยังติดตาม ตามรอย ได้ยาก เมื่อเกิดปัญหาหรือคดีอาชญากรรม ดังนั้น นี่จึงเป็นอีกปัญหา ที่เชื่อมั่นว่าหากมีการดำเนินการสานต่อ ก็จะทำให้คนไทยพลัดถิ่นเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

‘กองทัพเรือ’ เปิดรับสมัครพลเรือน อายุ 16-18 ปี เข้าสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ปี 2567

(22 ม.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘โรงเรียนนายเรือ RTNA’ โพสต์ข้อความระบุว่า…

“โรงเรียนนายเรือเปิดรับสมัครบุคคลพลเรือนสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ เป็นชายไทยอายุตั้งแต่ 16 ปี และไม่เกิน 18 ปี สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 4 หรือเทียบเท่า 

โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่ 18 มกราคม - 29 กุมภาพันธ์ 2567 สามารถสมัครทาง Internet เพียงช่องทางเดียว ที่เว็บไซต์โรงเรียนนายเรือ http://www.admission-rtna.net หรือ http://www.rtna.ac.th และติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-475-3995, 02-475-7435 ทุกวันราชการ

หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/profile.php?id=100093815418258&mibextid=ZbWKwL

'หญิงอุ้มเด็ก' นำพระมาขอแลกข้าว เจ้าของร้านบอกไม่เป็นไร "ผมให้กินฟรี"

(22 ม.ค. 67) จากเพจเฟซบุ๊ก ‘Phuket Times ภูเก็ตไทม์’ โพสต์ข้อความระบุว่า…

มีหญิงสาวอุ้มเด็กน้อยเดินมาจากสี่แยก เดินเข้ามานั่งที่ร้านข้าวขาหมูโบราณกะทู้ สี่กอ บริเวณ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งหนุ่มเจ้าของร้านใจดีห่อข้าวให้ และหญิงสาวรายนี้บอกว่าจะเอาพระแลกค่าข้าว แต่พ่อค้าบอก “ไม่เป็นไร…”

ประวัติศาสตร์ชาติไทย!! คว้าเหรียญเงินแรกโอลิมปิกฤดูหนาว การแข่งเลื่อนน้ำแข็งหญิง ในยูธโอลิมปิกเกมส์ ที่เกาหลีใต้

'ชมพู่' อาเยเซ สร้างประวัติศาสตร์ คว้าเหรียญเงินครั้งแรกของทีมชาติไทย ในยูธโอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาว ครั้งที่ 4 

การกีฬาแห่งประเทศไทย ขอแสดงความยินดี 'ชมพู่' นางสาว อาเยเซ กัมเปออล นักกีฬาทีมชาติไทยและสมาคมกีฬาสกี และสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย ที่สามารถคว้าเหรียญเงิน ประวัติศาสตร์ให้ประเทศไทยได้ ในการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาว ครั้งที่ 4 ที่เมืองคังวอน สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2567 จากกีฬา Bobsleigh (เลื่อนน้ำแข็ง) ประเภท women’s Monobob โดยสามารถทำเวลาได้ 1:54.17 นาที เข้าเป็นที่ 2 

สำหรับ 'น้องชมพู่' หรือ 'น้องแอน' อาเยเซ กัมเปออล วัย 18 ปี เกิดที่ประเทศอิตาลี แต่มาเติบโตที่เมืองไทย 

'น้องชมพู่' เริ่มต้นกีฬาฤดูหนาวจากกีฬาโรลเลอร์สกี และได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการกีฬาเรียนรู้กีฬาฤดูหนาว ที่จัดขึ้นระหว่างสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดฯ กับคณะกรรมการโอลิมปิกของเกาหลีใต้ เมื่อเดือน มิ.ย. ปี 2022 

จากนั้น 'น้องชมพู่' ได้รับการคัดเลือกให้กลับไปเก็บตัวและฝึกฝนกีฬา BobSleigh (เลื่อนน้ำแข็ง) ที่สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ 2565 ในเดือน มีนาคม 2566 รวมถึงได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวรายการ Omega Youth series Competition 2023 สนามที่ 3 ที่เมืองพย็องชาง ประเทศเกาหลีใต้ สามารถคว้าอันดับที่ 2 มาได้ ซึ่งทำให้ได้โควต้าเข้าแข่งขันกีฬาเยาวชนโอลิมปิกฤดูหนาว 2024 ที่เมือง คังวอน สาธารณรัฐเกาหลี และคว้าเหรียญเงิน ให้ประชาชนชาวไทยได้สำเร็จ 

โดยจะได้รับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เหรียญเงิน จำนวน 1,000,000 บาท (เหรียญทอง 2,000,000 บาท และเหรียญทองแดง 500,000 บาท) 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก กองประชาสัมพันธ์ กกท.  https://www.facebook.com/prsatfanpage 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top