Saturday, 7 November 2026
NEWS

“นาพี่เอจมได้ ไม่เป็นไรค่ะ…ขอแค่บ้านเรือนพี่น้องใกล้เคียงอย่าท่วมก็พอ”

เอ ศุภชัย กล่าว

นอกจากนั้นพี่เอยังเปิดพื้นที่ “ครัวบ้านเอ จตุโชติ ซอย 10” ให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนนำรถมาจอดฟรี พร้อมนั่งกระบะนำเสบียงเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยอีกด้วย

ที่มา : https://www.facebook.com/100044309325454/posts/1698695288284099/?rdid=UVHokfmeXfyvFdjv#

‘ณวัฒน์’ เซ็ง เหลื่อมล้ำกับนายก!! เสียภาษีแลกกับสภาพบ้านแย่ หมู่บ้านเดียวกับนายกน้ำท่วมไม่เท่ากัน บางส่วนถูกตัดน้ำตัดไฟจนต้องย้าย แสดงความทุกข์ถึงความเหลื่อมล้ำในพื้นที่เดียวกัน

คุณ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ได้โพสต์ลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัว กล่าวว่า

“เสียภาษีให้รัฐบาลสิ่งที่ได้รับคือสภาพบ้านผมเป็นแบบนี้ อยู่หมู่บ้านเดียวกันนายกหนู ฝั่งบ้านนายกแห้งสนิท แค่เดินมาไม่ไกลเหมือนทะเล ยืนยันว่าหมู่บ้านเดียวกัน ทำยังไง ท่วมครึ่งหมู่บ้านไม่ท่วมครึ่งหมู่บ้าน ถูกตัดน้ำตัดไฟ รถท่วมน้ำต้องย้ายออกจากบ้านต่างกันราวฟ้ากับเหวทั้งที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน”

ที่มา : https://www.facebook.com/100044352672988/posts/1664814831673590/?rdid=NANtKKFfqhPdAbqj#

‘คณิตา’ รับตำแหน่งซีอีโอ ปตท.สผ. เดินหน้าความมั่นคงพลังงาน–ขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero ขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ลดก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2593 ยกระดับองค์กรด้วยดิจิทัล AI

“คณิตา ศาศวัตายุ” รับตำแหน่งซีอีโอ ปตท.สผ.
สานต่อภารกิจสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมสร้างองค์กรแข็งแกร่งในระยะยาว

กรุงเทพฯ, 1 ตุลาคม 2569 – “คณิตา ศาศวัตายุ” เผยวิสัยทัศน์หลังเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. มุ่งสานต่อภารกิจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง รองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการสร้างการเติบโตในต่างประเทศ และการบริหารองค์กร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับ ปตท.สผ. ในระยะยาว

นางสาวคณิตา ศาศวัตายุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ว่า จะเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรตามทิศทางกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างการเติบโตให้ ปตท.สผ. อย่างยั่งยืน โดยสานต่อภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ด้วยการรักษาความสามารถในการผลิตปิโตรเลียมอย่างต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาประเทศและการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันของประชาชน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตในต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างในระยะยาวให้กับ ปตท.สผ.

ในด้านการบริหารองค์กร จะบริหารงานภายใต้แนวทางความยั่งยืน ยกระดับขีดความสามารถขององค์กร ตลอดจนการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 นอกจากนี้ จะเตรียมความพร้อมองค์กรให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI และความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสร้างผู้นำรุ่นใหม่ และการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสมที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“การผลิตปิโตรเลียมเพื่อรองรับการความต้องการใช้พลังงานของประเทศ ยังคงเป็นภารกิจที่ ปตท.สผ. ให้ความสำคัญและเดินหน้าอย่างเข้มแข็งต่อไป ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าสร้างการเติบโตในต่างประเทศ รวมทั้ง การบริหารองค์กรและบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการดำเนินการงาน รวมถึงการบริหารต้นทุน เพื่อให้ ปตท.สผ. เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” นางสาวคณิตา กล่าว

นางสาวคณิตามีประสบการณ์การทำงานในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมากกว่า 30 ปี มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเติบโตของ ปตท.สผ. และการกำหนดทิศทางการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ด้วยการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงข่ายแหล่งก๊าซธรรมชาติ 3 แนวหลัก ทั้งในอ่าวไทย พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย และประเทศเมียนมา รวมทั้ง การเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติอย่างเต็มความสามารถจากโครงการในอ่าวไทยและโครงการบนบก เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานในประเทศจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี 2593 โดยได้วางแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม อาทิ เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) รวมทั้ง มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision) สำหรับโครงการ CCS ในแหล่งอาทิตย์ ซึ่งเป็นโครงการ CCS แห่งแรกของประเทศไทยอีกด้วย

‘ชัชชาติ’ ยืนยัน กทม.ไม่ยกเลิกแก้มลิง ชี้หัวใจคือต้องนำน้ำเข้า–ออกได้ดี แค่ปรับแผนบริหารน้ำให้คุ้มค่า–มีประสิทธิภาพ จ่ายเยียวยาตามเกณฑ์ ปภ. จริงจัง ติดตามน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยืนยัน กทม. ไม่ได้ยกเลิกแก้มลิง ปรับแผนจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพควบคู่ ย้ำเยียวยาน้ำท่วมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ปภ.

(30 ก.ย. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวชี้แจงในระหว่างลงพื้นที่ซอยลาดพร้าว 101 เขตบางกะปิ ถึงกรณีที่มีข่าวว่า กทม. ยกเลิกโครงการแก้มลิง โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และแก้มลิงยังคงเป็นระบบพักน้ำที่สำคัญ แต่เป็นการปรับรูปแบบการบริหารจัดการน้ำให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ช่วงปี 54 กทม. มีแผนเลือกพื้นที่ทำแก้มลิง 5-6 แห่ง บางแห่งประชาพิจารณ์ไม่ผ่าน ส่วนแห่งที่ผ่าน ไม่ใช่บึงที่มีอยู่เดิม แต่ต้องไปซื้อที่ดินเปล่ามาขุดเป็นบึง ซึ่งมีราคาสูงระดับหมื่นล้านบาท ทั้งนี้ การทำแก้มลิงต้องพิจารณาความเหมาะสมคุ้มค่า เพราะหัวใจของแก้มลิงคือระบบส่งน้ำเข้า-ออก ที่เหมาะสม

กทม. จึงทบทวนและปรับเปลี่ยนมาเน้นการเพิ่มแก้มลิงในรูปแบบอื่น เช่น การพัฒนาระบบอุโมงค์ระบายน้ำ การขุดคลองให้ลึกขึ้น การทำเขื่อน ดาดท้องคลอง เพื่อใช้ตัวคลองเป็นแก้มลิงในตัว ซึ่งช่วยให้รองรับและส่งน้ำได้ดีขึ้น และคุ้มค่าต่อการลงทุน

“ยืนยันว่าไม่มีการยกเลิกแก้มลิง เราอยากให้มีแก้มลิงหลายแห่ง แต่ต้องให้อยู่ในพื้นที่เหมาะสมและแผนผังรวม หากอยู่ในตำแหน่งไม่ถูกต้องน้ำเข้าไม่ถึงก็เป็นเหมือนบึง หัวใจคือต้องมีการนำน้ำเข้า-ออกได้ดี” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าว

•กทม. ชี้แจงการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ยึดตามระเบียบ ปภ. และเกณฑ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า กทม. จ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เช่น ค่าซ่อมแซมบ้าน โดยต้องจ่ายตามเกณฑ์และหลักฐานความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แล้ว กทม. จึงนำเอกสารไปเบิกจ่ายกับ ปภ.

กรณีที่มีข่าวที่ว่า กทม. จะจ่ายเงินเยียวยารายละ 9,000 บาท นั้นไม่เป็นความจริง ต้องขออภัยหากสื่อสารออกไปแล้วทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน กทม. ไม่มีนโยบายเหมาจ่ายรายหัวเนื่องจากมีงบประมาณจำกัด โดย กทม. ยึดหลักการจ่ายตามระเบียบ ปภ. เป็นหลักมาโดยตลอดตั้งแต่เหตุน้ำท่วมเขตลาดกระบังเมื่อปี 2565

ในส่วนของรัฐบาล จากการรับฟังในที่ประชุม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ระบุถึงเรื่องนี้ในที่ประชุม แต่เน้นย้ำให้จ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ผู้ที่ได้รับความเสียหายมากจะได้การช่วยเหลือตามจริงมากกว่าผู้ที่ได้รับความเสียน้อย ทั้งนี้ขอให้รอฟังรายละเอียดที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง
•ติดตามสถานการณ์น้ำซอยลาดพร้าว 101 เร่งสูบน้ำและดูแลผู้ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง
สำหรับการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ชุมชนร่วมกันสร้าง ซอยลาดพร้าว 101 แยก 40 เขตบางกะปิ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า บริเวณนี้เป็นพื้นที่ต่ำติดคลองลำพังพวย ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนจนชาวบ้านต้องขึ้นไปอยู่อาศัยบนชั้นสอง โดย กทม. ได้นำเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เข้าตั้งจุดสูบน้ำออกอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งจุดพักคอย แจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด

โดยขณะนี้ถนนช่วงลาดพร้าว 101 ถึงบางกะปิ น้ำแห้งสนิทและสัญจรได้ตามปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม กทม. ยังคงต้องเฝ้าระวังจุดเสี่ยงใกล้เคียงที่เชื่อมต่อกับคลองแสนแสบอย่างใกล้ชิด

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1442677281373750&id=100068944758423&rdid=H1KhZbMDdt78rGyy#

ไทยประกันชีวิตให้ทุนการศึกษา เด็กไทยคว้าทุนต่างประเทศด้านการศึกษา–ฟุตบอล ร่วมกับ Sportsync Thailand มอบทุนต่างประเทศ ผ่านโครงการ Sport Showcase มุ่งสนับสนุนเยาวชนด้านกีฬาและการศึกษา

ขอบคุณ บริษัท ไทยประกันชีวิต และ Sportsync Thailand ที่มอบทุนด้านการศึกษาและกีฬาทุนต่างประเทศ ผ่านโครงการ Sport Showcase ประเภทกีฬาฟุตบอล

Truly grateful to Thai Life Insurance and Sportsync Thailand for supporting my education and athletic journey with a scholarship abroad through the Sport Showcase Football project

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122199418478427502&id=61562825081150&mibextid=wwXIfr&rdid=oFFUifFoFVghx1Hh#

‘วราวุธ’ ย้ำมาตรฐานใหม่ครอบคลุมตัวแผงโซลาร์เซลล์ ครม.เห็นชอบมาตรฐานโซลาเซลล์ ใช้มาตรฐาน IEC ขึ้นทะเบียน มอก. รับประกันไม่เกิน 5 วันไม่มีค่าใช้จ่าย สมอ.เตรียมออกใบอนุญาต 279 รายการเดือนนี้

“วราวุธ” แจง หากแผงโซลาเซลล์นำเข้าจากต่างประเทศ ได้มาตรฐาน IEC ถือเป็นมาตรฐาน มอก. มาขอขึ้นทะเบียนได้เลย ใช้เวลาไม่เกิน 5 วัน ไม่มีค่าใช้จ่าย ขอให้ผู้ประกอบการสบายใจ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แถลงข่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอนต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ป้องกันผลิตภัณฑ์ด้อยคุณภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รองรับการขยายตัวของการติดตั้ง Solar Rooftop ทั้งภาคประชาชนและภาครัฐ

โดยนายวราวุธ กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่ออกมานั้น ทาง สมอ.ยืนยันว่า หากผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาในประเทศไทยได้มาตรฐาน International Electrotechnical Commission หรือ IEC ซึ่งเป็นมาตรฐานเครื่องไฟฟ้าระดับนานาชาตินั้น สามารถเอา ITC มาที่ สมอ. เพื่อขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ทันที ซึ่งจะได้ไม่เกิน 5 วัน โดยไม่ต้องไปตรวจสอบ หรือทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่แต่อย่างใด เพราะถือว่า มาตรฐานของ IEC คือ มาตรฐานของประเทศ

นายวราวุธ กล่าวว่า ขอย้ำว่า มติ ครม.ที่ออกมาเกี่ยวข้องกับตัวแผงโซลาเซลล์ เพราะอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบโซลาเซลล์ทั้งหมด ยังมีตัวอินเวอร์เตอร์ สายไฟ แบตเตอรี่ โดยทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะทยอยนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. และจะมีการพิจารณาออกเป็นมาตรฐานของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับโซลาเซลล์ พลังงานแสงอาทิตย์ โดยภายในเดือนตุลาคมนี้ สมอ.จะออกใบอนุญาตให้นำเข้าแผงโซลาเซลล์ 279 ใบอนุญาต โดยจะมีการนำเข้าแผงโซลาเซลล์จากต่างประเทศ 279 รายการ และได้มาตรฐาน IEC อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยเองก็มีโรงงานในประเทศไทย และได้มาตรฐาน มอก.แล้ว ดังนั้น ขอให้ความมั่นใจและสบายใจกับผู้ประกอบการและประชาชนว่า แผงโซลาเซลล์จะผ่านมาตรฐาน มอก.อย่างแน่นอน และจะไม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงไม่เสียเวลาแน่นอน

กฟผ. ทดสอบโรงไฟฟ้าเสมือนสำเร็จ!! สาธิตระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ เชื่อมศูนย์ควบคุมกับแพลตฟอร์ม ENZY เพิ่มเสถียรภาพด้วยพลังงานกระจายตัว รองรับนโยบาย Smart Grid อย่างครบวงจร

กฟผ. โชว์ความสำเร็จทดสอบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” รองรับระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่

กฟผ. เดินหน้ายกระดับระบบไฟฟ้าไทยสู่อนาคต ประสบความสำเร็จในการทดสอบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” เชื่อมโยงศูนย์ควบคุมตอบสนองด้านโหลดกับ ENZY Platform สั่งการแหล่งพลังงานแบบกระจายตัวโดยอัตโนมัติ เพิ่มความยืดหยุ่นและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ รองรับนโยบาย Smart Grid

นายทิเดช เอี่ยมสาย รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ประสบความสำเร็จในการทดสอบเชื่อมต่อและสั่งการพลังงานแบบอัตโนมัติในรูปแบบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” (Virtual Power Plant : VPP) โดยเชื่อมโยงศูนย์ควบคุมการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response Control Center : DRCC) เข้ากับ ENZY Platform แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะที่ กฟผ. พัฒนาขึ้น เพื่อบริหารจัดการและควบคุมแหล่งพลังงานแบบกระจายตัว (Distributed Energy Resources: DERs) หลายประเภทให้สามารถทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ ตอบสนองต่อความต้องการของระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญของการทดสอบครั้งนี้ คือ การบูรณาการและสั่งการทรัพยากรพลังงาน 3 รูปแบบให้ทำงานประสานกันโดยอัตโนมัติ ประกอบด้วย การตอบสนองด้านโหลด (Demand Response: DR) การปรับลดหรือบริหารการใช้ไฟฟ้าของอาคารและโรงงานตามคำสั่ง ระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) ช่วยกักเก็บและจ่ายพลังงานเพื่อรักษาสมดุลของระบบไฟฟ้า และระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สามารถนำมาบริหารจัดการร่วมกับทรัพยากรอื่นได้อย่างเหมาะสม

เมื่อศูนย์ควบคุม DRCC ส่งคำสั่งมายัง ENZY Platform ระบบจะประมวลผลข้อมูลจากทรัพยากรพลังงานในพื้นที่ ก่อนสั่งการอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ในช่วงที่ระบบไฟฟ้ามีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ENZY Platform จะสั่งลดการใช้ไฟฟ้าในส่วนที่ไม่จำเป็น ควบคู่กับการจ่ายพลังงานจากแบตเตอรี่ และบริหารการใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยลดภาระของระบบไฟฟ้าหลักได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ส่วนในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในระบบต่ำ ENZY Platform สามารถบริหารจัดการให้กักเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่เพื่อนำกลับมาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ทรัพยากรพลังงานที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ สามารถทำงานประสานกันและตอบสนองต่อคำสั่งจากศูนย์ DRCC ได้เสมือนเป็นโรงไฟฟ้าแห่งเดียว

ความสำเร็จในการทดสอบครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของ กฟผ. ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศด้านพลังงาน เพื่อยกระดับสู่ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) รองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารระบบไฟฟ้า รองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้า อาคาร โรงงาน รวมถึงเจ้าของแหล่งพลังงานแบบกระจายตัวให้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน

‘วิว กุลวุฒิ’ สร้างประวัติศาสตร์!! คว้าเหรียญชายเดี่ยวเอเชียนเกมส์ คนแรกของแบดมินตันไทย เผยเหมือนฝัน หลังคว้าเหรียญเอเชียนเกมส์ มอบชัยชนะให้คนไทยสู้ภัยน้ำท่วม

วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย รับเหมือนฝัน คว้าเหรียญ แบดมินตัน ชายเดี่ยว เอเชียนเกมส์ ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ โลห์ เคียน ยิว นักตบสิงคโปร์ ในรอบชิงฯ 2-0 เกม กลายเป็นนักแบดมินตันคนแรกในประวัติศาสตร์กีฬาไทยที่ทำได้สำเร็จ

“แทบจะตบหน้าตัวเองเลย ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เป็นอะไรที่ผมพูดไม่ออกเหมือนกัน เพราะก่อนหน้าจะมาฟอร์มก็ไม่ได้ดีมาก คู่แข่งทุกคนที่มาแข่งในมหกรรมใหญ่แบบนี้ทุกคนก็เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี แต่ว่าวันนี้มันดีใจมากๆจนเหมือนผมฝันไปหรือเปล่า แต่ว่ารู้สึกดีใจมาก”

“เหรียญนี้มอบให้คนไทยทุกคนที่เจออุทกภัยอยู่ คนไทยต่อสู้มากกว่าผมอีก ผมมีหน้าที่แค่ต่อสู้ในสนาม แต่ว่าบางคนต้องเดินน้ำท่วมออกไปซื้อของ เหนื่อยและลำบากกว่าผมอีก ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคน ผู้สนับสนุนทุกคน ครอบครัวผม โค้ชทุกคนของผม ผมอยากมอบเหรียญนี้ให้ทุกคน”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10418775

‘อาจารย์สุริยะใส’ คณบดีนวัตกรรมสังคม นำทีม ม.รังสิต!! นำเจ้าหน้าที่–นักศึกษา ลงพื้นที่ แจกข้าวกล่องและยาช่วยผู้ประสบภัย ครัวรังสิตเคลื่อนที่ถึงชุมชนหลักหก ช่วยชาวบ้านน้ำท่วม 4 วัน

ครัวรังสิตส่งข้าว ไปรษณีย์ไทยส่งพัสดุ ทุกคนส่งต่อความห่วงใย

วันนี้ผมพร้อมด้วยทีมงาน เจ้าหน้าที่ และนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต นำ “ครัวรังสิตเคลื่อนที่” ลงพื้นที่แจกจ่ายข้าวกล่องและยาให้พี่น้องชุมชนนครไทย ในเขตเทศบาลตำบลหลักหก ย่านเมืองเอก–รังสิต ซึ่งเผชิญน้ำท่วมมา 4 วันแล้ว ระหว่างทางได้พบภาพที่น่าประทับใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยเดินเท้าลุยน้ำเกือบ 1 กิโลเมตรเพื่อนำพัสดุไปส่งให้ชาวบ้าน เพราะระดับน้ำสูงจนรถเข้าไม่ได้ ผมจึงเข้าไปจับมือขอบคุณและให้กำลังใจด้วยความชื่นชมครับ

ในวันที่ชาวบ้านเดินทางลำบาก ข้าวหนึ่งกล่อง ยาที่จำเป็น หรือพัสดุที่กำลังรอ ล้วนมีความหมายต่อชีวิตและความรู้สึกของผู้รับ การได้เห็นคนทำงานตั้งใจทำหน้าที่จนถึงมือประชาชน เป็นกำลังใจให้พวกเราที่ลงพื้นที่เช่นกัน ทุกก้าวที่เดินเข้าไปหาชุมชนคือการบอกพี่น้องว่า ยังมีคนห่วงใยและพร้อมอยู่เคียงข้างกันในวันที่ยากลำบาก

ขอชื่นชมบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด รัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังถือหุ้น 100% โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ทุ่มเททำหน้าที่ในพื้นที่ประสบภัย และขอบคุณทีมงาน เจ้าหน้าที่ นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต ตลอดจนทุกแรงสนับสนุนที่ร่วมกันทำให้ “ครัวรังสิตเคลื่อนที่” ส่งต่ออาหาร ยา และน้ำใจไปถึงชุมชน ขอให้ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านปลอดภัย และขอให้พี่น้องผู้ประสบภัยผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้โดยเร็วครับ

ที่มา :https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1682484599913951&id=100044572801418&rdid=O2j99JrAobQP64xI#

“พรรครักชาติ” ลงพื้นที่เคหะคลองจั่น!! “อ็อม–โฟล์ค” นำทีมพรรครักชาติลุยน้ำ แจกเสบียงช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม อาหาร 300 กล่อง–สแน็คบ็อกซ์ 300 ชุด ย้ำพร้อมเคียงข้างประชาชน

“พรรครักชาติ” ลุยช่วยน้ำท่วม "อ็อม-โฟล์ค" นำทีมคนรุ่นใหม่ ลงเรือแจกเสบียง เคหะคลองจั่น

[กรุงเทพฯ] -สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น. "พรรครักชาติ" ได้ส่งทีมคนรุ่นใหม่ลงพื้นที่ดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน โดย นายชัยพร จิรวินิจนันท์ (อ็อม) โฆษกพรรครักชาติ พร้อมด้วย นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว (โฟล์ค) รองโฆษกพรรครักชาติ และ นางสาวพัชรวณัน เบ็ญจวิทย์วิไล สมาชิกพรรครักชาติ ลุยน้ำนำเสบียงและเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ชุมชนเคหะคลองจั่น กรุงเทพมหานคร

บรรยากาศการลงพื้นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเซอร์ไพรส์ เนื่องจากเป็นการลงพื้นที่แบบ "ซุ่มเงียบ" ไม่ได้มีการตั้งขบวนหรือแจ้งล่วงหน้า ซึ่งทีม พรรครักชาติได้นั่งเรือเข้าไปยังจุดที่น้ำท่วมขังตามซอกซอยต่าง ๆ ภายใต้การอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อนำอาหารกล่องปรุงสุกจำนวน 300 กล่อง, สแน็คบ็อกซ์ 300 ชุด และโดนัทคริสปี้ครีม 250 ชิ้น ไปส่งมอบถึงมือพี่น้องประชาชนถึงหน้าประตูบ้าน

งานนี้เรียกทั้งรอยยิ้มจากชาวชุมชนที่กำลังเหน็ดเหนื่อยจากภาวะน้ำท่วมได้เป็นอย่างมาก ชาวบ้านหลายคนอดไม่ได้ที่จะตะโกนแซวด้วยความดีใจว่า "ทีมงานพรรคนี้ทั้งหล่อทั้งสวย ใจถึงพึ่งได้ลุยน้ำมาหาถึงที่!"

ด้าน นายชัยพร จิรวินิจนันท์ (อ็อม) โฆษกพรรครักชาติ ได้กล่าวถึงการลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า "พรรครักชาติมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมอย่างมากครับ วันนี้พวกเราตั้งใจนำอาหารและขนมมามอบให้ แม้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ แต่ก็หวังว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและเติมพลังกายให้ทุกคนได้ ที่สำคัญที่สุดคือเราอยากนำ 'กำลังใจ' มาส่งให้ถึงมือ ขอให้พี่น้องชาวเคหะคลองจั่นและผู้ประสบภัยทุกคนมีกำลังใจที่เข้มแข็ง พวกเราพรรครักชาติพร้อมยืนหยัดเคียงข้าง และเราจะก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันครับ"

​ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันและภาพความประทับใจของการเมืองยุคใหม่ ที่เน้นการลงมือทำ เข้าถึงพื้นที่ และเข้าอกเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง

อาลัย 'ร.ต.ท.สุมิตร' เสียชีวิตขณะตรวจน้ำ ชาวบ้าน–เพื่อนตำรวจร่วมอาลัย เสียชีวิตกลางภารกิจดูแลประชาชน ครอบครัวเผย ร.ต.ท.สุมิตร มีโรคความดันสูง รอผลแพทย์ชี้สาเหตุเสียชีวิตแน่ชัด

วันที่ 29 กันยายน 2569 ครอบครัวของ ร.ต.ท.สุมิตร อายุ 58 ปี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพที่ ต.ดงอีจาน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ หลังเสียชีวิตกะทันหันขณะปฏิบัติหน้าที่สายตรวจตำบลดอนอะราง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า โดยมีญาติพี่น้อง ชาวบ้าน รวมถึงเพื่อนข้าราชการตำรวจ เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหน้าบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ดอนอะราง ขณะที่ ร.ต.ท.สุมิตร ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ก่อนเกิดอาการวูบและล้มลงจนศีรษะกระแทกพื้น และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นางจิตรตา อายุ 60 ปี ภรรยาของ ร.ต.ท.สุมิตร เปิดเผยว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สามีเพิ่งโทรศัพท์มาชวนให้ตนไปร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการของตำรวจที่โรงพัก แต่ตนปฏิเสธ เนื่องจากต้องเดินทางไปทำธุระต่างจังหวัด จนกระทั่งช่วงสายวันที่ 28 กันยายน ได้รับโทรศัพท์จาก สภ.หนองกี่ แจ้งว่าสามีล้มและเสียชีวิต ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นทั้งคู่ยังพูดคุยและชวนกันไปร่วมงานตามปกติ
ภรรยาของ ร.ต.ท.สุมิตร ยังเล่าว่า ระยะนี้พื้นที่ดังกล่าวกำลังประสบสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้สามีซึ่งทำหน้าที่สายตรวจตำบลดอนอะราง ต้องออกตรวจพื้นที่และรายงานสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้าวันเกิดเหตุ สามีแต่งเครื่องแบบออกไปตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วม ก่อนจะเกิดอาการวูบล้มลงบริเวณหน้าบ้านเช่า จนศีรษะกระแทกพื้น

ทั้งนี้ ร.ต.ท.สุมิตร มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง โดยครอบครัวคาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังต้องรอผลการตรวจจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ที่มา : https://www.mumkhao.com/news/social1/27345

'วราวุธ' ย้ำน้ำท่วมนิคมฯ ยังไม่กระทบสายการผลิต!! น้ำท่วมในนิคมส่วนกลางยังไม่ถึงโรงงาน เน้นเร่งสูบน้ำออกเป็นหัวใจหลัก คำนึงผลกระทบต่อน้ำท่วมรอบนิคม พร้อมเปิดสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

“วราวุธ” เผย น้ำท่วม ไม่กระทบสายการผลิตในนิคมอุตสาหกรรม บอก น้ำส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ได้เข้าภายในโรงงาน ชี้ หัวใจสำคัญคือเร่งสูบน้ำออก

วันที่ 29 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงผลกระทบเหตุการณ์น้ำท่วมในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อสายการผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคหรือไม่ ว่า วันนี้ต้องบอกว่าสถานการณ์ในทุกนิคมอุตสาหกรรม น้ำส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางยังไม่ได้เข้าภายในโรงงาน แต่อาจจะมีเข้าบ้างเล็กน้อย แต่ไม่กระทบกับสายการผลิต

สาเหตุที่เกิดน้ำท่วมในครั้งนี้ต่างจากครั้งอื่นๆ ที่ผ่านมา อย่างในปี 54 น้ำเหนือลงมา ทำให้ทุกนิคมอุตสาหกรรมทำคันดินกั้นล้อมเอาไว้ แต่รอบนี้น้ำไม่ได้มาจากข้างนอก แต่เกิดจากฝนตก ฉะนั้นศักยภาพในการสูบน้ำและการระบายออกแต่ละนิคมอุตสาหกรรมคือหัวใจที่สำคัญ และต้องดูอีกว่าเมื่อสูบแล้วออกไปยังคลองที่ไหน จะทำให้ประชาชนที่อยู่รอบนิคมอุตสาหกรรมมีระดับน้ำที่ท่วมสูงขึ้นหรือไม่ จึงอยากให้ทางนิคมอุตสาหกรรมคำนึงเรื่องนี้ด้วย ซึ่งหากประชาชนได้รับความเดือดร้อน นิคมอุตสาหกรรมก็จะต้องออกไปช่วยเยียวยาและประสานงานกับกรุงเทพมหานคร ว่าคลองที่สูบออกไปสามารถส่งออกไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาได้สะดวกหรือไม่ ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม หากประชาชนที่อยู่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรมได้รับความเดือดร้อน สามารถโทรศัพท์มาแจ้งได้ที่หมายเลข 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะส่งเจ้าหน้าที่ไปเร่งดำเนินการแก้ไขให้ทันที

‘อาจารย์อุ๋ย’ ซัดรัฐล้มเหลว!! หยุดเอาเงินภาษีอุ้มคนห่วย ชี้ช่องกฎหมายไล่เบี้ยเงินผิด น้ำท่วมกทม.ไม่ใช่ภัยธรรมชาติล้วน เรียกร้องความรับผิดชอบหนักหน่วง

“หยุดเอาเงินภาษีอุ้มคนห่วย!” อาจารย์อุ๋ย ซัดรัฐล้มเหลวพา กทม.จมน้ำ ชี้ช่องกฎหมายไล่เบี้ยเงินส่วนตัว หากเจ้าหน้าที่–ฝ่ายการเมืองจงใจหรือประมาทร้ายแรง

29 กันยายน 2569 - จากวิกฤติน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน ทรัพย์สิน และการทำมาหากินของประชาชนเป็นวงกว้าง กระแสสังคมเริ่มตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงประเด็น “ความรับผิด” ว่าหากความเสียหายไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่มีความบกพร่องของการบริหารจัดการรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ?

อาจารย์อุ๋ย – ประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากระทุ้งประเด็นดังกล่าว โดยหยิบกลไกตาม พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาชี้ว่า น้ำท่วมไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็น “ภัยธรรมชาติ” แล้วปิดประตูความรับผิดโดยอัตโนมัติ แต่ต้องตรวจสอบว่า ความเสียหายส่วนใดเกิดจากธรรมชาติ และส่วนใดอาจเกิดจากการละเลยหรือความผิดพลาดของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ

“ประชาชนไม่ควรต้องถูกซ้ำเติมด้วยการนำเงินภาษีของตัวเองมาจ่ายชดเชยความผิดพลาด หากท้ายที่สุดพิสูจน์ได้ว่ามีเจ้าหน้าที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” อาจารย์อุ๋ยยํ้า

เปิดกลไกฟ้องรัฐ–ไล่เบี้ยคนทำผิด

อาจารย์อุ๋ยอธิบายว่า ตาม มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 หากเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจาก “หน่วยงานของรัฐ” ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่บริหารจัดการน้ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอำนาจหน้าที่และเหตุแห่งความเสียหายในแต่ละพื้นที่

สำหรับคดีละเมิดที่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง โดยทั่วไป มาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 กำหนดกรอบการฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี และไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดี

แต่จุดสำคัญไม่ได้จบอยู่ที่รัฐจ่ายเงินชดเชย เพราะ มาตรา 8 เปิดทางให้หน่วยงานของรัฐเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้คืนเป็นการส่วนตัว หากพิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่กระทำโดย “จงใจ” หรือ “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง”

“ประชาชนเรียกร้องจากหน่วยงานรัฐเพื่อให้ได้รับการชดเชย แต่หลังจากนั้น หากตรวจสอบพบว่ามีใครจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง กฎหมายก็มีกลไกให้เรียกเงินคืนจากผู้รับผิดชอบเป็นการส่วนตัว ไม่ควรจบด้วยการเอาเงินงบประมาณ ซึ่งก็คือเงินภาษีประชาชน มาล้างความผิดพลาดให้ใคร”

อย่างไรก็ตาม การเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรับผิดเต็มจำนวนทุกกรณี เพราะมาตรา 8 กำหนดให้พิจารณาระดับความร้ายแรง ความเป็นธรรม ตลอดจนความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานและระบบการดำเนินงานประกอบด้วย

จากเจ้าหน้าที่หน้างานถึงฝ่ายการเมือง ต้องตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่

อาจารย์อุ๋ยมองว่า การตรวจสอบไม่ควรหยุดอยู่เพียงเจ้าหน้าที่ระดับล่าง แต่ควรไล่ตรวจสอบตามสายอำนาจและความรับผิดชอบ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่สถานีสูบน้ำ วิศวกรควบคุมประตูน้ำ ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีหลักฐานว่าละทิ้งหน้าที่ ปล่อยปละละเลย หรือรู้ถึงปัญหาร้ายแรงแต่ไม่ดำเนินการแก้ไขตามสมควร

รวมถึง ฝ่ายการเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกรุงเทพมหานคร รัฐมนตรี หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ก็ไม่ควรถูกตัดออกจากการตรวจสอบเพียงเพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย

หากพยานหลักฐานสามารถเชื่อมโยงได้ว่า บุคคลใดมีการกระทำหรือสั่งการที่เข้าองค์ประกอบการกระทำละเมิด และถึงระดับจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ก็อาจเกิดประเด็นความรับผิดเป็นการส่วนตัวตามกฎหมายได้เช่นกัน โดยต้องพิสูจน์อำนาจหน้าที่ การกระทำ และความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำนั้นกับความเสียหายเป็นรายกรณี ไม่ใช่ถือว่าฝ่ายการเมืองต้องรับผิดโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม

คําว่า “ภัยธรรมชาติ” ต้องไม่กลายเป็นยันต์กันผี

อาจารย์อุ๋ยระบุว่า ฝนตกหนักหรือน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่ารัฐต้องรับผิดทุกกรณี แต่ในทางกลับกัน คำว่า “ภัยธรรมชาติ” ก็ไม่ควรถูกใช้เป็นเกราะป้องกันความรับผิดโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือ ภัยดังกล่าวสามารถคาดการณ์ได้เพียงใด หน่วยงานได้รับข้อมูลเตือนล่วงหน้าหรือไม่ มีเครื่องมือ งบประมาณ และอำนาจหน้าที่เพียงพอหรือไม่ และได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขตามสมควรแล้วหรือยัง

หากเป็นภัยพิบัติรุนแรงเกินกว่าจะป้องกันได้ แม้รัฐดำเนินการตามหน้าที่อย่างเหมาะสมแล้ว ย่อมเป็นอีกกรณีหนึ่ง แต่หากเป็นปัญหาเกิดซ้ำ มีข้อมูลเตือนล่วงหน้า มีงบประมาณและเครื่องมือ แต่กลับมีการละเลยหรือบริหารจัดการผิดพลาดอย่างร้ายแรง ก็ต้องตรวจสอบว่าความเสียหายนั้นเข้าข่ายการกระทำละเมิดหรือไม่

อาจารย์อุ๋ยจึงเรียกร้องให้ประชาชนผู้เสียหายเก็บ ภาพถ่าย ภาพวิดีโอ ใบเสร็จค่าซ่อม หลักฐานความเสียหาย รวมถึงหลักฐานรายได้หรือความเสียหายทางธุรกิจที่พิสูจน์ได้ เพื่อรักษาสิทธิของตน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจังว่า น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หรือมีความผิดพลาดในการบริหารจัดการของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

“เงินภาษีประชาชนมีไว้บริหารประเทศ ไม่ใช่มีไว้เป็นกองทุนล้างความรับผิดให้คนที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หากใครทำผิดจนประชาชนเสียหาย กฎหมายต้องถูกใช้ตรวจสอบไปให้ถึงตัวผู้รับผิดชอบ” อาจารย์อุ๋ยกล่าวทิ้งท้าย

https://www.facebook.com/share/p/1Hap8Vt86z/?mibextid=wwXIfr

บ้านค่ายอ่วม น้ำท่วมตลาด–ชุมชน!! ระยองเร่งช่วยน้ำท่วมบ้านค่าย หลังคลองใหญ่เอ่อล้น รถเล็กผ่านไม่ได้ “ซิน เคอ หยวน” ส่งรถบรรทุกแจกอาหารกว่า 1,000 ชุด น้ำสูงบางจุดเกิน 1.20 เมตร ทางการเร่งช่วยเหลือต่อเนื่อง

บ้านค่ายอ่วม! น้ำท่วมตลาด–ชุมชน รถเล็กผ่านไม่ได้ “ซินเคอหยวน” ส่งรถบรรทุกลุยแจกอาหารกว่า1,000 ชุด บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย 

ระยอง — น้ำจากคลองใหญ่เอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนและบ้านเรือนในอำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง หลังฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ถนนบริเวณตลาดไผ่ล้อมและย่านเทศบาลมีน้ำท่วมขัง รถขนาดเล็กไม่สามารถผ่านบางเส้นทางได้ ชาวบ้านต้องลุยน้ำออกมาซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น ขณะที่บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ส่งรถบรรทุกขนาดใหญ่ 3 คัน พร้อมที่ปรึกษาและพนักงาน นำข้าวกล่อง น้ำ และขนมรวมกว่า 1,000 ชุด เข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่

จากการลงพื้นที่ของอำเภอบ้านค่าย พบว่าน้ำจากคลองใหญ่เอ่อล้นเข้าท่วมหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอและชุมชนตลาดบ้านค่าย ส่วนรายงานจากพื้นที่ตลาดไผ่ล้อมระบุว่า บางจุดใกล้เทศบาลและโรงพยาบาลบ้านค่ายมีน้ำสูงกว่า 1.20 เมตร ชาวบ้านบางส่วนต้องย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและออกมาหาเสบียงหลังน้ำเข้าบ้าน ทั้งนี้ ระดับ 1.20 เมตรเป็นระดับที่รายงาน เฉพาะจุด ไม่ใช่ระดับน้ำทั่วอำเภอ 

ท่ามกลางข้อจำกัดในการเดินทาง ซิน เคอ หยวน สตีล นำรถบรรทุกสิบล้อเข้าลำเลียงอาหารและสิ่งของจำเป็นไปแจกให้ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลบ้านค่าย เทศบาลตำบลชากบก พื้นที่ตำบลตาขัน และเทศบาลตำบลบ้านค่ายพัฒนา โดยที่ปรึกษาและพนักงานบริษัทช่วยกันนำสิ่งของเข้าถึงชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ 

สำหรับสถานการณ์บ้านค่ายเป็นส่วนหนึ่งของอุทกภัยที่ขยายวงในจังหวัดระยอง โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนในหลายอำเภอ รวมถึงบ้านค่าย พร้อมให้แต่ละพื้นที่แจ้งความต้องการด้านอาหาร สิ่งของ และอุปกรณ์ผ่านนายอำเภอ เพื่อจัดความช่วยเหลือให้ตรงกับสภาพปัญหา 

ข้อมูลสถานการณ์ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยองรายงานเมื่อวันที่ 28 กันยายน ระบุว่าพบจุดน้ำท่วมทั่วจังหวัด 17 จุด และประเมินว่ามีครัวเรือนได้รับผลกระทบในตำบลบ้านค่ายประมาณ 200 ครัวเรือน ตำบลตาขัน 150 ครัวเรือน และตำบลชากบก 100 ครัวเรือน ขณะที่หลายพื้นที่ยังต้องติดตามระดับน้ำและเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ทีมไต้ฝุ่นชายไทยทำเต็มที่!! จบอันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 4×100 เมตร แม้ลุ้นประท้วงจีนแต่ไม่สำเร็จ ชี้ทุกคนทำดีที่สุดแล้วในรอบชิง 4×100 เมตร ทีมผลัดชายไทยยืนยันทำเต็มที่เพื่อแฟนกีฬาไทย

ทีมไต้ฝุ่นชายไทย ระบุทำเต็มที่แล้ว และดีใจที่ได้ลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์หนนี้ พร้อมเผยเหตุที่ต้องมีการเปลี่ยนนักวิ่ง 2 คนในรอบชิงชนะเลิศ

โดยทีมไต้ฝุ่นชายไทย เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4 ในการแข่งขันกรีฑา 4×100 เมตร รอบชิงชนะเลิศ เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกย่า 2026” ที่นาโกยา ซิตี้ มิซึโฮธ ปาร์ก แอธเลติก สเตเดียม เมื่อวันที่ 28 ก.ย.69

แม้จะมีการประท้วงว่า จีน ทีมเหรียญทองส่งไม้นอกเขต ในจังหวะของ เจิ้ง เค่อ หลี ไม้ 2 ไป หวัง เจิง เจีย ไม้ 3 และหากประท้วงสำเร็จ ไต้หวัน จะกลายเป็นเหรียญทอง เกาหลีใต้ เหรียญเงิน และไทย จะกลับมาได้เหรียญทองแดง

ถึงกระนั้นสุดท้ายแล้วมีการยืนยันว่า เกาหลีใต้ คือทีมที่ได้เหรียญทองแดง และไทย จบอันดับ 4 เช่นเดิม

หลังการแข่งขัน บิว ภูริพล บุญสอน กล่าวว่า “ก็เสียดายนิดหน่อยครับ ทุกคนก็ทำผลงานได้ดีที่สุดแล้วครับ เราก็ดีใจที่ได้ลงแข่งขัน ทุกคนทำดีแล้ว”

ขณะที่ เฉาก๊วย ชยุตม์ คงประสิทธิ์ ซึ่งลงมาวิ่งแทน ชุติทัศน์ พฤกษ์สรนันท์ เผยเหตุผลที่ตัวเองเข้ามาชิงชัยว่า ชุติทัศน์ นั้นได้รับบาดเจ็บกะทันหัน “ก็รู้สึกเซอร์ไพรส์เหมือนกันที่ได้ลงทำการแข่งขันหลังจากวิ่งผลัดผสม 4X100 เพราะน้องตาต้า (ชุติทัศน์) เจ็บ ต้องเซฟร่างกายน้อง โค้ชมาบอกตรงสนามวอร์ม ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน ก็พยายามทำอย่างเต็มที่ และก็ทำผลงานให้พี่น้องชาวไทยได้รับชม”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10417605


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top