Tuesday, 25 August 2026
NEWS

‘ฮุน เซน’ จิบสตาร์บัคส์ โพสต์กลางดึก!! ร่วมประชุม ‘เตีย บัญ’ หวังพึ่ง ‘กาชาดสากล’ เจรจาไทยปล่อย 18 ทหารเขมร

(4 ส.ค. 68) นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กกลางดึก ระบุว่ายังไม่นอน เพราะกำลังประชุมร่วมกับสมเด็จเตีย บัญ และผู้บัญชาการทหารบก เมา โสพัน ผ่านระบบวิดีโอ เพื่อประสานกับผู้นำทหารกัมพูชา หลังผู้บัญชาการทหารสูงสุดเดินทางไปมาเลเซียล่วงหน้า เพื่อเตรียมประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วมไทย-กัมพูชา (GBC)

ฮุน เซน ระบุว่า ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และทีมงาน กำลังทำงานแข่งกับเวลา หวังพึ่งพาคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เพื่อขอให้ไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกจับกุมหลังการหยุดยิง แต่ยังไม่ได้รับการส่งตัวกลับ ขณะเดียวกันย้ำว่ากัมพูชาเคารพข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด

เจ้าตัวยังเผยว่าในคืนนั้นได้ติดต่อผู้บังคับบัญชาแนวหน้าหลายคนด้วยตนเอง และยืนยันว่ากำลังเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวจากฝั่งไทยอย่างใกล้ชิด หากมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ก็พร้อมจะรับมืออย่างรอบคอบ

ช่วงท้ายของโพสต์ ฮุน เซน เปรียบเทียบสถานการณ์ว่า “เมื่อวาน Starbucks น้ำตาล 100% วันนี้เหลือ 30% และกำลังจะไปสู่ 0% เพื่อป้องกันโรคเบาหวาน” โดยไม่ได้อธิบายชัดเจนว่าเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ชายแดนหรือไม่ ทำให้หลายฝ่ายตีความว่าเป็นการเปรียบเชิงสัญลักษณ์เรื่องลดความตึงเครียดลงจากเดิม

“อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 – รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย” ตลอด 4 วันของการจัดงาน (31 ก.ค. – 3 ส.ค.) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

“อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 – รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย” ตลอด 4 วันของการจัดงาน (31 ก.ค. – 3 ส.ค.) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ งานมหกรรมสินค้าและนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม ทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม และ กระทรวงคมนาคม งานนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่ส่งเสริมเศรษฐกิจไทย แต่ยังเชื่อมโยงภาคการผลิต การคมนาคม และผู้บริโภคเข้าไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง

📌 ไฮไลต์สำคัญของงาน ได้แก่
– โซน Good Price ที่นำสินค้าในเครือสหพัฒน์กว่า 500 รายการมาลดราคาสูงสุดถึง 70%
– โซน Best Choice ที่รวมโปรเด็ดจากค่ายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์กว่า 19 แบรนด์ พร้อมสิทธิ์ลุ้นทองคำทุกวัน
– โซน Thai Showcase รวมสินค้าจาก SME และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมคัดสรรกว่า 200 ร้าน
– โซน High Quality ที่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพแบรนด์ชั้นนำ ลดสูงสุด 60% พร้อมรับรอง มอก. ทุกชิ้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมความบันเทิงมากมาย อาทิ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง (ไอซ์ ศรัณยู, อะตอม ชนกันต์, ป๊อป ปองกูล และอ๊อฟ ปองศักดิ์), เวิร์กช็อปเสริมอาชีพ และโซนนวัตกรรมอย่าง “MIND Inno-Verse” ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าชมทุกช่วงวัย

🚆 ด้วยสถานที่จัดงานที่เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนหลากหลายรูปแบบ ทั้ง MRT รถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟทางไกล และบริการจอดรถใต้สถานี งานครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างของการจัดงานที่เข้าถึงง่าย สะดวก และครอบคลุม

งานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 ไม่เพียงมอบความสุขให้กับผู้เข้าร่วมงาน แต่ยังเป็นหนึ่งในกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

📍แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้า กับงานดีๆ ที่ตอบโจทย์คนไทยทั้งประเทศ

เกษตรกร จ.สุรินทร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘เสียงชาวบ้าน’ อย่างเหลืออด ลั่น!! ไม่เคยต้องการเงินชดเชย อย่าหมิ่นศักดิ์ศรี อย่าหาว่าดื้อด้าน

(3 ส.ค. 68) สืบเนื่องจากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทางการไทยสั่งให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อพยพไปอยู่ในศูนย์อพยพในพื้นที่ที่ปลอดภัย แต่ยังมีประขาชนบางส่วนยังอยู่ในพิ้นที่เสี่ยง

นายอัฎธิชัย ศิริเทศ เกษตรกร และผู้ประกอบการ โรงบ่มไวน์ เดอ ซีโมน บ้านอำปึล ต.บักได อ.พนมดงรัก สุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทตาควายประมาณ 4 - 5 กิโลเมตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ เสียงชาวบ้าน มีเนื้อหาดังนี้

ทุกท่านครับ ผมจะพูดในฐานะชาวบ้านคนหนึ่งที่บางครั้ง ก็เหลืออดเหลือทน เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ คงไม่มีโอกาส คือ ไม่สามารถจะเปล่งเสียงตอบโต้ออกมาดังๆ ได้ เพราะด้วยฐานะการศึกษา และ ความสามารถในการสื่อสารคงยากที่จะเอ่ย ได้ตรงตามที่รู้สึกนึกคิด เรื่อง ความดื้อดึง ที่จะอยู่ ในบ้านตน
อย่างแรก อย่าเรียกว่าไม่กลัว เรากลัวจนหัวใจแทบหยุดเต้น ปากคอสั่นเทา เนื้อตัวสั่นสะเทิ้มทุกครั้ง บางคนก็พึมพำ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง บางคนก็เอ่ยคำลาลูกเมียในใจ และเหตุผลหลัก ที่โคตรงี่เง่าสำหรับใครหลายคนคือ เราห่วงบ้าน ห่วงเรือน ห่วงสัตว์เลี้ยง วัวควาย หมูเห็ดเป็ดไก่ เราตัดใจทิ้งมันไม่ได้

แน่นอนว่า ราชการ หรือ รัฐบาล อาจจะบอกเราว่า “จะชดชยให้” ( ถ้าวัวควายบ้านเรือนเสียหาย) เราไม่ได้ดีใจ ในเรื่องนี้ และเลือกเส้นทางทอดทิ้งไป ท่านคงไม่เข้าใจคำว่า ความรักความผูกพัน แม้ว่า วัวผอมๆ ที่แสนน่าเกลียดสำหรับสายตาท่าน แต่มันคือแก้วตาดวงใจ ที่เราผู้ยากไร้ เฝ้าดู ให้หญ้าให้น้ำ จูงมันออกหากินตั้งแต่ตัวเล็กๆ มันเทียบได้กับชีวิตที่เรามีอยู่ และเราก็แปลกใจว่าทำไม ความห่วงแหนแบบนี้ไม่มีความหมายในสายตาท่าน เราไม่ได้ต้องการบ้านใหม่ ใหญ่โต เรารักเรือนเก่าๆหลังน้อยๆ ที่เราเพียรเก็บหอมรอมริบสร้างมา หรือ พ่อแม่สร้างไว้ยกให้เป็นมรดก

อย่างที่สอง ลูกเมียอยู่ในศูนย์อพยพ หรือ ออกไปพักพิงบ้านญาติ พวกเขาก็ยังมีค่าใช้จ่าย มีของที่อยากซื้อมีขนมที่อยากกิน การไม่มีเงินติดกาย แล้วนั่งรอ เงินเยียวยา หรือ วันๆนั่งอยู่ กับข้าวกล่องของแจก นั่นไม่ได้เยียวยา ก้นบึ้งของความรู้สึกถึงคุณค่าการมีชีวิต หลายคนจึงทนไม่ได้ ชีวิตเราชาวบ้าน อดทนกับความลำบาก แร้นแค้นแค่ไหนได้ แต่อดทนกับการนั่งๆนอนๆ เฉยๆ เหมือนถูกขัง เราทนไม่ได้ หัวจิตหัวใจมันหดหู่ มันสิ้นหวัง มันพาลจะป่วย เราอยากอยู่บ้าน อยากทำงาน เข้าไร่เข้าสวน อยากมีชีวิตปกติ เห็นทุ่งนาป่าเขา เหมือนทุกๆวัน แม้ว่าอาจจะต้องแลกด้วยความตาย เราก็ยอมรับ ผมแปลกใจ ทำไมท่านยอมรับ เหตุผลนี้ไม่ได้

เงินที่หลวงอยากจะแจกอยากจะให้ คุณค่าความหมาย ความภูมิใจ มันเทียบกันยากกับเงินที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรง เราจน เป็นแค่ชาวบ้าน แต่เรามีศักด์ศรี เรารู้สึกถึงมัน บางครั้ง เราอับอายที่ต้องไปยืนรับของถ่ายรูป ยกมือไหว้ คนแปลกหน้าที่อาจจะยิ้มระรื่น กับบทบาทการให้ทาน ให้ของ กับมาม่า สักกล่อง หรือ ข้าวสาร 4-5 กก. แต่เรายืนยิ้มไม่ไหว ท่านเข้าใจไหม??

อย่างที่สาม ที่นี่บ้านเรา มันมีใคร กล้าบังอาจจะมารัก มาปกป้อง มาห่วงแหนมากกว่าเราได้หรือ ไล่เราไปหลบ ไปซ่อน อย่างคนไม่มีหัวใจ ไม่มีความกล้าหาญ ไม่ใช่ชาตินักสู้ เราอาจจะรบไม่เป็น เราใช้อาวุธไม่เก่ง แต่เราไม่เคยกลัว และก็รักผืนแผ่นดิน ไม่ได้น้อยกว่า ใครๆ ที่พร่ำเอ่ย เราอยากอยู่ อยากเห็น อยากเฝ้ามัน หรือ หากต้องตาย ก็ได้ตายด้วยความปรารถนาที่แรงกล้าและปิติยินดี ฉะนั้น อย่าบังอาจมากล่าว พล่อยๆ ว่า เราอยากได้เงินเชย 1.000.000 บาท ไม่มีเงินทองใด ประเมินมูลค่าชีวิตใครได้ คำนี้จึงหมิ่นศักดิ์ศรี เรา แม้เป็นแค่ชาวบ้าน

เราแค่อยากปกป้อง หมู่บ้าน หรือแผ่นดินบ้านเกิด ในวิธีที่เราทำได้ ได้เฝ้าได้เวรยาม ได้อยู่ร่วมด้วยช่วยกัน ปกป้องวัวควาย เป็นวีรกรรมเล็กๆ ที่เราภูมิใจในชีวิต วัวควายอาจจะไม่กี่บาท ในสายตาท่าน แต่สำหรับเรา นี่เป็นทั้งเพื่อนชีวิตและความหวังของครอบครัว ที่เป็นทุนการศึกษาลูกๆ หรือ เงินชำระหนี้ ธนาคาร ปลายปี ไม่มีใครรู้จักความโหดร้ายใจดำ ของธนาคารดีเท่าเรา หรือ ทุนตั้งตัว หลังจากทุกคนกลับมา

และหลายคน ที่แอบกลับมา คือ มากรีดยาง ใจทั้งกลัว ทั้งตัวสั่น แต่ก็แอบลุกไป ในยามค่ำคืน ในยามที่เงียบเสียงปืน บ้างก็ได้จนเสร็จ บ้างก็ได้ไม่กี่ต้น รีบเผ่นกลับมา หวังจะได้เงินเจียดส่งไปให้ลูกเมีย และติดตัวซื้อยาสูบยาเส้น กับ เหล้าโรงสักชวด กระดกดื่มปลอบประโลมใจ มองแบบราชการหรือมนุษย์เงินเดือน มีกินมีงาน ก็คงรำคาญเรา มองเราเป็นภาระ เป็นไอ้พวกชาวบ้านดื้อด้าน สร้างปัญหาให้ทหาร สร้างความลำบากให้ราชการ

ใช้หัวใจเถอะครับ ใช้ความรู้สึก ที่เข้าใจกันมองกัน

เรามีสติ เรามีหัวใจ มีความรักมีความผูกพัน และรู้ว่า ความตายคืออะไร ทุกคนมีภาระที่ต้องทำ มีหน้าที่ที่ต้องปกป้อง ดูแลตัวเองให้ได้ จัดการตัวเองให้รอด ถ้าไม่รอด ก็ถือว่านั่นคือโชคชะตาคนชายแดนอย่างพวกเรา เราเลือกแล้ว ดังนั้น อย่าบังอาจมาพูดดูแคลนว่าเราดื้อด้าน เพื่อเงินชดเชย มันบาดลึกความรู้สึกกันเกินไป

สำหรับ ผม จริงๆ ผมเขียนประกาศตั้งแต่วันแรก ที่ทางราชการด่าว่าแล้ว ว่า ผมไม่ขอรับเงินชดเชย ใดๆ จากทางราชการ ไม่รับของยังชีพ ของแจก ถ้าเกิดตาย หรือเสียชีวิต ในพื้นที่ระหว่างสู้รบ ให้ทราบทั่วกันว่า ผมเลือกเองด้วยสติ สัมปชัญญะ ครบถ้วน ผมอยากอยู่ ผมไม่อยากหนีตาย หัวซุกหัวซุน เหมือนทุกๆครั้ง แม้นไม่ได้จับปืนต่อสู้ แต่ก็อยากยืนหยัด ว่าที่นี่ คือ แผ่นดินบ้านเกิดของผม ผมหวงแหน ฉะนั้น อย่าบังอาจมาขับไล่ผม

และให้จดให้จำ ไว้ด้วย ว่า เราไม่เคยต้องการสงคราม แต่ถ้าหากใครรุกราน เราพร้อมจะยืนหยัด ไม่หนี ไม่ยอมและไม่กลัว 

เพจเสียงจากทหารเรือ ขอกำลังใจแนวหลัง สู่แนวหน้า วันหยุด!! แต่ไม่หยุดทำหน้าที่ ปกป้องแผ่นดินไทย

(3 ส.ค. 68) เพจเสียงจากทหารเรือ โพสต์ข้อความ 1 ข้อความของท่าน “คือกำลังใจของเรา” พร้อมระบุว่า เสียงจากทหารเรือ “ขอกำลังใจแนวหลัง สู่แนวหน้า” วันหยุด แต่ไม่หยุดทำหน้าที่ ปกป้องแผ่นดินไทย

‘บ.ก.ลายจุด’ โพสต์!! กรณี โดรนของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน อ.ปานเทพ ชี้!! มีเจตนาดี เสนอรัฐบาล หาวิธีการนิรโทษกรรม ไม่ให้กลับมาเล่นงาน

(3 ส.ค. 68) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

สิ่งที่คุณปานเทพอธิบายตอบข้อสงสัยของผมในช่อง News1

1.โดรนไม่ใช่ยุทโธปกรณ์ทางการทหาร แต่เป็นสินค้าที่หาซื้อได้ทั่วไป

2.กรณีโดรนของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน มีเพียงตัวโดรนไม่มีลูกระเบิด จึงยังไม่นับว่าเป็นอาวุธ นอกจากนั้นยังสามารถเอาไปส่งอาหารหรือแม้แต่แปรอังษรได้

3.ในทางธุรกรรมคุณปานเทพในนามมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินติดต่อกับบริษัทเอกชนที่ผลิตโดรนที่มีการผลิตโดรนทิ้งระเบิดอยู่แล้ว ไม่ได้โอนเงินผ่านกองทัพแล้วกองทัีพไปสั่งซื้อ 

สรุป เมื่อโดรนไม่ใช่ยุทโธปรณ์ เรื่องนี้จึงไม่มีความผิดปกติใดๆ และทำอย่างเปิดเผย
ต่อไปนี้เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดกันนะครับ

1.โดรนที่คุณปานเทพสั่งผลิตและส่งมอบนั้นเป็นโดรนทิ้งระเบิดแน่นอน สิ่งนี้ได้ระบุอย่างชัดแจ้งในหลายคลิปที่คุณปานเทพชักชวนผู้บริจาค เอาเฉพาะที่ผมได้ยินคำว่า โดรนทิ้งระเบิดก็น่าจะไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง ต่อให้สามารถดัดแปลงไปส่งอาหารได้ แต่เจตนาคือผลิตโดรนทิ้งระเบิด 

2.โดรนทั่วไปกับโดรนทางการทหารต่างกัน เพราะโดรนทั่วไปนั้นจะใช้คลื่นความถี่ที่ชัดเจนเช่น 2.4 Ghz และ 5.8 Ghz ซึ่งทำให้สามารถตรวจจับได้ง่ายเพราะทราบคลื่นความถี่ 

ในขณะที่โดรนทางการทหารต้องหลบเลี่ยงการตรวจจับคลื่นความถี่ กรณีดังกล่าวไม่ได้อยู่ในการอนุญาตของ กสทช เว้นเสียแต่จะทำอยู่ภายใต้งานวิจัยและเข้าใจว่าภายใต้ภาระกิจด้านความมั่นคง 

คำถามคือ โดรนของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ใช้ความถี่ที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ ? ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นความถี่อื่น เพราะคุณปานเทพพูดหลายครั้งเรื่องคลื่นความถี่พิเศษซึ่งเป็นประเด็นทางเทคนิคในการหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นโดรนชุดนี้จึงไม่ใช่โดรนในเชิงพานิชย์ที่ขายกันอยู่ในตลาด และมีสถานะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามวัตถุประสงค์ในการผลิตและการใช้งาน

3.โดรนทิ้งระเบิดที่ไม่มีลูกระเบิดจะนับเป็นยุทโธปกรณ์ได้หรือไม่ ?
คำถามคือ รถถังที่วิ่งได้ แต่ไม่มีลูกระเบิดจะนับเป็นยุทโธปกรณ์ได้หรือเปล่า เครื่องบินที่ออกแบบมาสำหรับการรบ หากไม่มีกระสุนหรือลูกระเบิดจะนับเป็นยุทโธปกรณ์ได้หรือเปล่า ? โดยสามัญสำนึกนี้คงมีคำตอบชัดเจนขึ้น เมื่อเปลี่ยนจากโดรนทิ้งระเบิดเป็น รถถัง หรือ เครื่องบิน เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการผลิตและการออกแบบมันถูกออกแบบมาเพื่อทางการทหารชัดเจน

4.เมื่อโดรนทิ้งระเบิดเป็นยุทโธปกรณ์ เอกชนจึงไม่สามารถสั่งผลิตหรือเป็นเจ้าของได้ 

ข้างบนนี้เป็นประเด็นที่อยากแค่แลกเปลี่ยนความเห็นกันจริงๆ หรือชี้จุดอ่อนของการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ซึ่งผมมั่นใจว่าต่อให้คุณปานเทพรู้ว่ามันคือยุทโปกรณ์คุณก็ยังเชื่อมั่นว่าสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้อง เพียงแต่ว่าระเบียบข้อกฎหมายมันดูจะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งในจุดนี้ผมจะเห็นด้วยมาก ดังนั้นหากจะถอดบทเรียนรอบนี้แล้วไปออกแบบกฎระเบียบในภาวะฉุกเฉินเพื่อให้สามารถสั่งผลิตโดรนได้รวดเร็วและมีความยืดหยุ่นกว่าสถานการณ์ปกติ
ข้อกังวงของผมคือ การที่มีเอกชนถือครอบโดรนทิ้งระเบิดมันน่ากังวล สิ่งนี้ควรถูกควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ควรส่งเสริมในกรณีที่กองทัพจะเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศโดยใช้เทคโนโลยีโดรน 

ผมหวังว่าจะไม่มีใครไปฟ้องร้องอะไรในเรื่องนี้ เพราะเมื่อมองถึงเจตนาผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนเชื่อและมองเห็นเจตนาที่ดีครั้งนี้ของคุณปานเทพ อย่างไรก็ตามหากข้อเท็จจริงทางกฎหมายเป็นแบบที่ผมกล่าวมา เสนอให้รัฐบาลหรือพรรคการเมืองใดหาวิธีการนิรโทษกรรมกรณีพิเศษนี้ เพื่อไม่ให้เป็นช่องโหว่เพื่อกลับมาเล่นงานคุณปานเทพได้ภายหลัง

ชาวเน็ตขุด!! ทหารเลื่อนซื้ออาวุธ เพราะเอาเงินมาช่วย โควิด-19

(3 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Chaleetip Grace Tippanet’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

5 ปีที่แล้ว ก็สภาพการซิ้ออาวุธยุทโธปกรณ์ก็จะยากแบบที่เห็นนี่ละ

มีทหารไว้ทำไม ใครเค้ารบกัน จะไปรบกับใครเค้าก็แพ้

วิเคราะห์ภาพถ่าย ‘แร้ง’ ไม่น่าจะถ่ายที่ ‘ภูมะเขือ’ เผย!! เป็นแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย ไม่ใช่ แร้งเทาหลังขาว

(3 ส.ค. 68) ภาพแร้งที่มีข่าวว่า พบที่ ภูมะเขือ?? ชายแดนไทย-กัมพูชา ประเมินจากเงาร่าง และขนคลุมใต้ปีกสีขาว เป็น #แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย ตัวเต็มวัย จำนวนมากหลายสิบตัว แบบนี้ น่าจะบันทึกภาพจากทิเบต ซึ่งมีพิธีกรรม sky burial ฝังฟ้า บริจาคศพให้แร้งกิน ตามคติพุทธตันตระยาน
ในภาพไม่ใช่ แร้งเทาหลังขาว ซึ่งเป็นแร้งประจำถิ่นในอาเซียน/อุษาคเนย์ และมีขนคลุมใต้ปีกสีขาวเช่นกัน แต่ตัวเล็กกว่าแร้งหิมาลัย ( ความยาวปีก 2.9 เมตร vs 1.9-2.6 เมตร ในแร้งเทาฯ) 

ในประเทศกัมพูชาจากการสำรวจประชากรแร้งอาเซียนรายปี ณ ร้านอาหารแร้ง 4 จุด ทั่วประเทศ พบแร้งเทาหลังขาว 71 ตัว ในปี 2022 โดยแร้งเทาฯ ส่วนใหญ่รวมตัวหนาแน่น 30-50 ตัว/ร้านอาหารแร้ง ที่ 2 จุด คือ 

1. ร้านอาหารแร้งบึงตวล ในป่าอนุรักษ์พนมกุเลน-ขสป.กุเลนพรหมเทพ (ห่างจากชายแดนไทย-เขมร 50 กม.) พบแร้ง 3 ชนิด 30+ ตัว ในแผนที่ คือ วงกลม สีส้ม

2. ป่าอนุรักษ์เซียมปัง จังหวัดสตึงเตรง ใกล้ อช. วีระชัย ชายแดนลาว-เขมร พบแร้ง 50-70+ ตัว ในแผนที่ คือ วงกลมสีน้ำเงิน
ณ ร้านอาหารแร้ง เหล่านี้ในฤดูหนาว จะพบ แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย แค่ 1-2 ตัวเท่านั้น

จึงเป็นไปได้ว่า ภาพนี้ไม่น่าจะถ่ายภาพที่ภูมะเขือ 

อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษา ระยะทางบินของ พญาแร้ง (แร้งอุษาคเนย์ อีกชนิด ที่มีพื้นที่บินหาซากกิน กว้างกว่า แร้งเทาหลังขาว ) โดย Wildlife Conservation Society Cambodia ด้วยสัญญาณดาวเทียม พบว่า พญาแร้ง มีรัศมีการบินจาก แหล่งอาศัยหลัก ไกล ในรัศมี 50 กม. ได้

‘ดร.สุริยะใส’ เตือนระวัง!! ‘สันติภาพปลอม’ ชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้!! ประเทศไทย กำลังอยู่ในวงล้อมการแข่งขัน ‘อำนาจโลก’

(3 ส.ค. 68) ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า …

ระวัง! สันติภาพปลอม ๆ บนชายแดนไทย-กัมพูชา: ภัยเงียบที่ไทยต้องเท่าทัน

แม้เสียงปืนจะเงียบลงชั่วคราวจากการปะทะระหว่างกองกำลังไทยกับกัมพูชาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ “ความเงียบ” ครั้งนี้ไม่ใช่สันติภาพที่แท้จริง หากคือ “ฉากหน้า” ที่ปิดบังแรงกระเพื่อมทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังซัดกระหน่ำภูมิภาคของเราอยู่เบื้องหลัง พื้นที่ชายแดนที่ดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องระหว่างสองประเทศ แท้จริงแล้วได้กลายเป็น “เวทีแข่งขัน” ระหว่างมหาอำนาจโลกไปแล้วอย่างไม่อาจปฏิเสธ

การขยับตัวของสหรัฐฯ และจีน ที่เข้ามามีบทบาทในพื้นที่นี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของทั้งสองฝ่าย ที่ต้องการยึดหัวหาดทางทหาร โลจิสติกส์ และทรัพยากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยและกัมพูชาคือ “จุดยุทธศาสตร์” ที่กำลังถูกแย่งชิงทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะผ่านโครงการช่วยเหลือทางทหาร การซ้อมรบร่วม การเจาะฐานข้อมูลความมั่นคง หรือการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและคมนาคม

สถานการณ์จึงไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่หลายฝ่ายพยายามทำให้ดูเหมือน การสู้รบที่เกิดขึ้นแม้จะจบลงชั่วคราว แต่ถ้าเราไม่เข้าใจโครงสร้างเบื้องลึกของปัญหา ไม่ทันเกมของผู้เล่นรายใหญ่ ก็อาจกลายเป็นเพียง “หมากเบี้ย” ในสงครามตัวแทนที่ไม่มีวันชนะได้จริง

เราจึงจำเป็นต้อง “ถอดรหัสภูมิรัฐศาสตร์ใหม่” ให้ขาด เห็นลึกถึงผลประโยชน์ที่ซ้อนกันหลายชั้น ทั้งทางทหาร เศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงระดับชาติ

รัฐบาลไทยจึงต้องแสดง “จุดยืนเชิงยุทธศาสตร์” ที่เฉียบคมและหนักแน่น ไม่ใช่แค่การประคองสันติภาพชั่วคราว เล่นกับกระแส หรือการเดินเกมตามแรงกดดันทางการทูต แต่ต้องสร้างความพร้อมทั้งทางทหาร การข่าว และการทูตแบบบูรณาการ พร้อมกับ “ยกระดับเอกภาพภายใน” ระหว่างรัฐบาล กองทัพ และประชาชนให้เป็นหนึ่งเดียว เพราะศัตรูที่แท้จริงในยุคนี้ ไม่ได้อยู่ตรงข้ามเราเพียงอย่างเดียว แต่อาจอยู่ในความแตกแยกของเราเอง หรือที่เรียกว่า “ไส้ศึก”

นี่ไม่ใช่แค่การปะทะระหว่างสองชาติ แต่คือสัญญาณเตือนว่า “ประเทศไทยกำลังอยู่ในวงล้อมของการแข่งขันอำนาจโลก” ที่หากเราไม่เร่งกำหนดยุทธศาสตร์ชาติอย่างมีไหวพริบและกล้าหาญ สันติภาพที่เห็นอยู่อาจกลายเป็นเพียงม่านควัน ก่อนจะเกิดคลื่นแห่งความสูญเสียครั้งใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม เราต้องมองให้ลึก เห็นให้ขาด และเดินเกมให้ทันก่อนที่จะสายเกินไป  

ทำลายสิ้น ทางขึ้นภูมะเขือ

(3 ส.ค. 68) กองทัพบกรายงานว่า ทำลายสิ้น ทางขึ้นภูมะเขือ กระเช้าทางขึ้น ภูมะเขือ ที่กัมพูชาทำไว้ ละเมิด MOU43 ทำลายให้สิ้นซาก

ทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68 จำนวน 2,982 นาย จากทั่วประเทศเดินทางเข้ารายงานตัวเป็น “น้องเล็กคนใหม่ของกองทัพเรือ” ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ

(3 ส.ค. 68) วันที่ 1 - 2 ส.ค.68 น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ต้อนรับทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68 ณ สถานีรับรายงานตัวของศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยทหารใหม่ในส่วนของกองทัพเรือ ผลัดที่ 2/68 เข้ารายงานตัวทั้งสิ้น จำนวน  2,982 นาย ในจำนวนนี้เป็นทหารใหม่ที่สมัครโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ จำนวน 29 นาย เดินทางจากภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยรถบัส และเดินทางจากภาคใต้ด้วยรถไฟ ได้ผ่านขั้นตอนการรับรายงานตัว ประกอบด้วย
     - สถานีคัดกรองโรค
     - สถานีตรวจสิ่งเสพติด และสิ่งของต้องห้าม
     - สถานีลงทะเบียนคัดแยกสังกัดกองร้อย และธุรกรรมการเงิน
     - สถานีรับยุทธอาภรณ์

เข้าสู่ครอบครัวของกองทัพเรือในฐานะ “น้องเล็กคนใหม่ของกองทัพเรือ” ซึ่งการดำเนินงานในแต่ละสถานีเป็นไปอย่างมีมาตรฐานที่รวดเร็ว เรียบร้อย และปลอดภัย ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ที่กำหนดให้ปี 2568 เป็นปีแห่งความปลอดภัยของกองทัพเรือ “NAVY-SAFETY 2025” และจะเข้าสู่การฝึกอบรมเป็นเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อให้เป็นทหารเรือที่มีความเข้มแข็ง องอาจ มีระเบียบวินัย และ มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นเสาหลักของชาติ พร้อมปฏิบัติงานในหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือต่อไป

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน

เชียงใหม่-“ช้างไทยร่วมส่งใจสู่ชายแดน” สองช้างหนุ่มเมืองเหนือแสดงพลังงวงเพื่อชาติ สื่อสารความห่วงใยจากผืนป่าแม่แตง

(3 ส.ค. 68) ณ บ้านช้างตระกูลแสน ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ปรากฏภาพน่าประทับใจจาก “พลายดูดอย” ช้างหนุ่มวัย 4 ปี และ “พลายแสนตัน” วัย 8 ปี ช้างตระกูลแสนผู้เปี่ยมพลัง ร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ภายใต้กิจกรรม “งวงนี้เพื่อชาติ” โดยใช้พลังงวงชูธงชาติไทย โบกสะบัดอย่างสง่างาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความร่วมแรงร่วมใจ ส่งผ่านกำลังใจจากใจกลางผืนป่าสู่แนวชายแดน

กิจกรรมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อร่วมส่งแรงใจและประกาศจุดยืนแห่งความห่วงใยต่อสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนในพื้นที่ โดยภาพของช้างทั้งสองเชือกขณะชูงวงจัดธงชาติอย่างพร้อมเพรียง ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังใจและความรักชาติ ถ่ายทอดบทบาทของช้างไทยในฐานะสัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตและจิตวิญญาณของคนไทย

บ้านช้างตระกูลแสน ซึ่งเป็นแหล่งอนุรักษ์ช้างไทยตามวิถีดั้งเดิม ก่อตั้งโดยท่านพระครูอ๊อดวัดเจดีย์หลวงจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและดูแลช้างอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักความเข้าใจในพฤติกรรมสัตว์และความสัมพันธ์ระหว่างช้างกับควาญ ภายใต้บริบทของชุมชนท้องถิ่น

แม้ในปัจจุบัน ช้างจะไม่ได้ร่วมสมรภูมิรบเช่นในอดีต แต่บทบาทของช้างในฐานะ “ผู้ให้กำลังใจ” และ “สื่อกลางทางวัฒนธรรม” ยังคงทรงพลัง และได้รับการตอบรับอย่างลึกซึ้งจากสาธารณชน ข้อความจากควาญช้างในพื้นที่ “จากใจกลางผืนป่า ถึงชายแดนสุดไกล… งวงนี้เพื่อชาติ งวงนี้เพื่อไทย” ย้ำให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างคน ช้าง และแผ่นดินไทย ที่ยังคงเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น

ตำรวจภูธรภาค 2 ขอบคุณ ปชช. ร่วมมือดีสถานการณ์ไทย - กัมพูชา “ผบช.ภ.2” กำชับดูแลเส้นทางกลับบ้าน โรงพักพร้อมบริการทุกมิติ ขอบคุณตำรวจและครอบครัวร่วมพิทักษ์ส่วนหลัง

(3 ส.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ในพื้นที่ จังหวัดสระแก้ว ตราดและจันทบุรี ว่า ขณะนี้สถานการณ์ปกติไม่มีเหตุรุนแรงหรือสัญญาณบอกเหตุใด โดยทราบว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้มีหนังสือแจ้งปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เนื่องจากสถานการณ์คลี่คลาย ประชาชนที่อพยพได้ทยอยเดินทางกลับถิ่นฐานเดิม ตนได้สั่งการกำชับให้ตำรวจอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในการเดินทางกลับบ้านของพี่น้องประชาชน และให้ตำรวจท้องที่ เตรียมความพร้อมในการดูแลบริการประชาชนเมื่อเข้าไปบ้านเรือนแล้ว หากมีการลงบันทึกประจำวัน หรือแจ้งความใด ๆ ก็ให้ตำรวจท้องที่ทุก สภ. จัดเตรียมพนักงานสอบสวนรับเรื่องร้องทุกข์ให้พร้อม และพร้อมช่วยเหลือประชาชนทุกเมื่อทันทีที่ร้องขอ เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ขอขอบคุณตำรวจภูธรภาค 2 ทุกนาย ครอบครัวตำรวจ อาสาสมัคร จิตอาสาทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันในการทำหน้าที่พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ดูแลพี่น้องประชาชนทั้งในการอพยพเคลื่อนย้าย การดูแลจัดหาอาหารในช่วงที่อยู่ศูนย์พักพิง รวมไปถึงการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ต้องทิ้งบ้าน และขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในขณะนี้ยังขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลสถานการณ์จากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และยังคงปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะเรื่องของการรับและส่งต่อข่าวสาร และสามารถแจ้งเบาะแสความผิดปกติต่าง ๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านช่องทาง โทร.191 ได้ทุกเมื่อ

“ตำรวจภูธรภาค 2 ยังคงความเข้มในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สืบสวนหาข่าวความผิดปกติต่าง ๆ มีปฏิบัติการเชิงรุกอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งเฝ้าระวังกลุ่มอาชญากรที่อาจฉวยโอกาสสถานการณ์นี้ก่อเหตุ โดยในช่วงที่ผ่านมาก็มีผลการจับกุมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามตำรวจภูธรภาค 2 จะทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนอย่างแข็งขัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นความอุ่นใจให้กับประชาชน“ พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าว

#ตำรวจภูธรภาค2
#เชื่อมั่นศรัทธามืออาชีพ

https://www.facebook.com/share/p/1AztZdGAWG/

‘เอกนัฏ’ สั่งปิด!! ‘ซีโน่ไทย’ ใช้ขยะพลาสติกจากบ่อขยะทำเม็ดพลาสติก ส่งขายบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

(3 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าชุดตรวจการณ์สุดซอย หรือ ทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ลงพื้นที่ตรวจสอบ โรงงานซีโนไทย มารีน โปรตักส์ จำกัด เลขที่ 277/4  ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ภายหลังได้รับรายงานจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการ

นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า โรงงานซีโนไทย มารีนฯ ประกอบกิจการทำเม็ดพลาสติกจากเศษพลาสติกเก่าที่ใช้แล้ว และบดย่อยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้วและเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบตามข้อร้องเรียนพบว่า ขณะเข้าตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินเครื่องจักรในการประกอบกิจการ โดยมีนายเฉิน จุ้นสง สัญชาติจีน ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองไทยกว่า 20 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานที่และเป็นผู้ประกอบกิจการ โดยในพื้นที่ดังกล่าวมีโกดังที่อยู่ในรั้วเดียวกันทั้งสิ้น จำนวน 7  โกดัง มีลักษณะการประกอบกิจการโรงงาน 2 ประเภท ประกอบด้วย 1.โรงงานที่ประกอบกิจการ บด ย่อย ยางเก่า 2.โรงงานประกอบกิจการ บด ย่อย ล้าง พลาสติก ซึ่งนายเฉิน จุ้นสง เป็นเจ้าของโรงงานและเจ้าของที่ดิน

นอกจากจะประกอบกิจการโรงงานของตนเองแล้ว นายเฉินยังให้ นายลี ยงปิง สัญชาติจีน เช่าโกดังและพื้นที่บางส่วนภายใน โรงงานซีโนไทย มารีนฯ เช่าตั้งโรงงานบด ย่อย ล้าง หลอม พลาสติก ซึ่งไม่ได้มีการขอออนุญาตที่ถูกต้อง 

นายเฉินให้การว่า ขยะพลาสติกรับซื้อจากรถขายของเก่าวันละมากกว่า 10 เที่ยว โดยจะนำขยะพลาสติกมาล้างแล้วนำเข้าเครื่องทำเม็ดพลาสติก จากนั้นจะมีรถจากบริษัทผลิตของใช้พลาสติก และบรรจุภัณฑ์ต่างๆมาซื้อไปเป็นวัตถุดิบ โดยยอมรับว่าดำเนินกิจการไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต และมีการทำผิดเงื่อนไขในท้ายใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายเฉิน ส่งที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ดำเนินคดีแจ้งข้อหาประกอบกิจการโรงงานโดยไม่มีใบอนุญาต และตั้งโรงงานโดยไม่มีใบอนุญาตพร้อมยึดอายัดเครื่องจักรทั้งหมด

"นอกจากดำเนินคดีในส่วนของ พรบ.โรงงาน พ.ศ. 2535 แล้ว ยังได้ประสานขอความร่วมมือไปยังอบต.บางหญ้าแพรก เพื่อพิจารณาให้เพิกถอนใบอนุญาตการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สั่งให้โรงงานต้องแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียที่ปล่อยออกนอกโรงงาน และสั่งให้โรงงานระงับการรับขยะจากบ่อขยะเข้ามาภายในโรงงานด้วย ถือเป็นการยกระดับความเข้มข้นการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อดำเนินการกับผู้ประกอบการที่มีเจตนาประกอบกิจการที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน" นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

เด็กไทย สร้างผลงานปัง!! จากโบลิเวีย คว้า!! 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง

(3 ส.ค. 68) ผลงานปังๆจากโบลิเวียแดนไกล ส่งท้ายปี 68 ผู้แทนไทยคว้า 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง จากการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิก ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 27 ก.ค.-3 ส.ค. 2568 ณ กรุงซูเคร รัฐพหุชนชาติแห่งโบลิเวีย ผลงานของคณะผู้แทนประเทศไทยมีดังนี้

1.นายชร วาณิชยชลกิจ
รางวัลเหรียญเงิน
โรงเรียนระยองวิทยาคม

2.นายอารยะ ล้วนเส้ง
รางวัลเหรียญทองแดง
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

3.นายธาวิน เต็งอำนวย
รางวัลเหรียญทองแดง
โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย

4.นายปภังกร อภิญญานนท์
รางวัลเหรียญทองแดง
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

คณะอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ประกอบด้วย

1.ผศ.ดร.พิชญะ สิทธีอมร 
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หัวหน้าทีม

2.ผศ.ดร.วัชรพัฐ เมตตานันท
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
รองหัวหน้าทีม

3.ดร.ศรัณย์ ไพศาลศรีสมสุข
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ผู้ช่วยหัวหน้าทีม

4.อ.เลาขวัญ งามประสิทธิ์
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
ผู้ช่วยหัวหน้าทีม (ผู้แทนจากมูลนิธิสอวน.)

5.นายเศรษฐา ปิณฑานนท์
สสวท.
ผู้จัดการทีม

การเดินทางกลับจากโบลิเวียครั้งนี้ ข้ามน้ำข้ามทะเล 3 วัน 3 คืน ขอเชิญมาร่วมต้อนรับและแสดงความยินดี แก่คณะผู้แทนประเทศไทย ในวันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 07.30 น. 
บริเวณประตู 1 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ผอ.โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ยื่นมือช่วย ‘น้องปิ่นมุก’ ลูกสาวทหารกล้าที่สละชีพ เผย!! หากน้องอยากเป็นพยาบาล พร้อมรับทันที เชื่อ!! มี DNA ที่จิตใจดี เสียสละ

(3 ส.ค. 68) ผอ.โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ยื่นมือช่วย ‘น้องปิ่นมุก’ ลูกสาวทหารกล้าที่สละชีพเพื่อชาติ หากน้องอยากเป็นพยาบาล ทางรามาธิบดีพร้อมรับเข้าเรียนในโควตาพิเศษโดยไม่ต้องสอบ เพราะเชื่อว่าน้องมี DNA ที่เสียสละ จิตใจดี และจะเติบโตเป็นพยาบาลที่ดีได้อย่างแน่นอน

เรื่องราวสุดประทับใจนี้ถูกเผยแพร่โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้โพสต์ข้อความถึง น้องปิ่นมุก หรือ ด.ญ.จุฑามาศ อายุ 13 ปี ลูกสาวของ จ.ส.อ.ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย ทหารกล้าผู้สละชีพเพื่อชาติ โดยระบุว่า …

"เห็นลูกสาวของทหารผู้เสียชีวิตร่ำไห้เสียใจ แต่หนูเข้มแข็งมาก อยากฝากไปบอกว่า ถ้าอยากเป็นพยาบาล...แห่งอนาคต ครูและอาจารย์ทุกคนของโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ยินดีรับหนูเข้าเรียนโดยโควตาพิเศษ ไม่ต้องสอบ เพราะเราเชื่อว่าหนูต้องมี DNA ที่เสียสละ จิตใจดี จากคุณพ่อ และต้องเป็นพยาบาลที่ดีแน่นอน ใครรู้จักน้องเค้าฝากบอกด้วยนะคะ"

โพสต์นี้ได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวางจากผู้คนในโซเชียลมีเดียถึงความมีน้ำใจและความเมตตาที่มอบโอกาสทางการศึกษาให้กับน้องปิ่นมุก เพื่อสานต่อความฝันในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top