Thursday, 9 July 2026
NEWS

‘เสธ.หิ’ โพสต์สะเทือนใจ!! ทหารเขมรแนวหน้ายอมเสียสละชีวิต แต่ผู้นำยังป่าเถื่อนไร้ศักดิ์ศรี จี้ถาม ‘มาลี’ ไม่อายหรือ?? แถลงโกหกทับซากศพ

(7 ส.ค. 68) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้อำนวยการ พรรครวมไทยสร้างชาติ และประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระราหู โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ‘ตายในสนามรบ เป็นเกียรติของทหาร’

การเป็นทหาร ของทุกประเทศ สิ่งที่ปลูกฝังอยู่ในจิตใจของพวกเขา ไม่ใช่ทรัพย์สิน เงินทอง แต่เป็นเกียรติยศที่ได้รับจากการเสียสละเพื่อประเทศชาติ อันเป็นที่รักของพวกเขา เพราะทุกคนที่เป็นทหาร ทราบถึงความรู้สึกเช่นนี้ดี ทหารจึงให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถึงแม้จะเป็นฝ่ายตรงข้าม เพราะรู้ดีว่า ถึงที่สุดแล้ว ทหารทุกคนย่อมเสียสละได้แม้แต่ชีวิตของตนเอง

การที่ทหารไทย ส่งมอบศพทหารที่เสียชีวิตของกัมพูชาให้กลับคืนสู่มาตุภูมิของพวกเขา ด้วยความเคารพ ถือเป็นสิ่งที่พึ่งกระทำ ของนักรบผู้มีเกียรติทั้งสองฝ่าย ทหารไทยซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ของพวกท่าน ยังให้เกียรติพวกท่านถึงเพียงนี้ น่าเสียดายยิ่งนัก ที่ปัจจุบัน ผู้กล้าหลายท่านกลับถูกทางการของท่านเอง ปล่อยร่างของท่านให้เน่าเปื่อยเป็นทานแร้งกาอย่างไม่เหลียวแล เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนไร้ศักดิ์ศรีอย่างยิ่ง

อยากจะกราบเรียนดวงวิญญาณของท่านทั้งหลายว่า ท่านจงภูมิใจเถิด ที่ท่านได้หน้าที่ทหารของท่านได้สมบูรณ์แล้ว เป็นเกียรติยศอย่างยิ่งที่ท่านได้ตายในสนามรบ แต่น่าเศร้าใจมาก ที่ประเทศของท่านไม่มีทหารแท้เป็นใหญ่แม้แต่คนเดียว จึงได้ทอดทิ้งพวกท่านเช่นนี้ อยากจะส่งคำถามข้ามประเทศโดยเฉพาะ พล.ท.หญิงมาลี และผู้บังคับบัญชาของท่านทั้งหลาย ว่าไม่อายหรือ ที่สวมใส่เครื่องแบบทหารอันทรงเกียรติ เชิดหน้าชูตาแถลงข่าวโกหก อยู่บนซากศพของพวกเดียวกัน ผมอายแทน

กลับมาแล้ว!  เขี้ยวเล็บกองทัพเรือ เรือดำน้ำจำลองหน้า กองเรือยุทธการสัตหีบ หลัง ครม.ไฟเขียวเดินหน้าโครงการ S26T ต่อ

(7 ส.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าประตูทางเข้ากองบัญชาการกองเรือยุทธการ ริมถนนสุขุมวิท อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตั้ง “เรือดำน้ำจำลอง” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของยุทโธปกรณ์ทางเรือ กลับมาจัดแสดงอีกครั้ง หลังถูกรื้อถอนไปเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว เพื่อปรับปรุงพื้นที่ นำเรือตรวจการณ์ ต.99 มาตั้งแสดง

การนำกลับมาติดตั้งในครั้งนี้ มีขึ้นภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 มีมติเห็นชอบให้แก้ไขสัญญาโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class รุ่น S26T ซึ่งเป็นความร่วมมือในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยอนุมัติให้เปลี่ยนเครื่องยนต์จากรุ่น MTU396 ของเยอรมนี เป็นเครื่องยนต์ CHD620 ของจีน พร้อมขยายระยะเวลาการต่อเรือออกไปอีก 1,217 วัน

โครงการดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อปี 2560 โดยกองทัพเรือไทยได้ลงนามในสัญญากับบริษัท CSOC ของจีน วงเงินรวม 7,700 ล้านบาท ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 64% จ่ายเงินไปแล้ว 10 งวด จากทั้งหมด 18 งวด ยังคงเหลืออีก 8 งวด คิดเป็นวงเงินคงค้างประมาณ 5,500 ล้านบาท โครงการต้องหยุดชะงักตั้งแต่ปี 2564 เนื่องจากจีนไม่สามารถจัดหาเครื่องยนต์ตามที่ระบุไว้ในสัญญาเดิมได้

นอกจากเรือดำน้ำจำลองแล้ว บริเวณโดยรอบหน้าหน่วยยังมีการจัดแสดงยุทโธปกรณ์ที่สำคัญของกองทัพเรือ เช่น เครื่องบินขึ้นลงทางดิ่ง แฮริเออร์ AV-8S ที่เคยประจำการบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร และปลดประจำการไปเมื่อกว่าสิบปีก่อน รวมถึงเรือตรวจการณ์ ต.99 ซึ่งได้รับพระราชทานพระราชดำริและพระบรมราชวินิจฉัยจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อใช้ในภารกิจลาดตระเวนปกป้องอธิปไตยทางทะเล โดยประจำการมายาวนานถึง 34 ปี ก่อนปลดระวางเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565

การนำเรือดำน้ำจำลองกลับมาตั้งโชว์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการปรับภูมิทัศน์ของกองเรือยุทธการเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความคืบหน้าและความหวังของกองทัพเรือไทย ที่จะมีเรือดำน้ำลำแรกประจำการในอนาคตอันใกล้ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทบ. รับมอบอุปกรณ์ตรวจจับโดรน 30 ชุด และของใช้จำเป็น จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน สนับสนุนทหารชายแดนไทย

(7 ส.ค. 68) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท. บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นตัวแทนกองทัพบก รับมอบอุปกรณ์ตรวจจับอากาศยานไร้คนขับแบบพกพา จำนวน 30 ชุด พร้อมสิ่งของจำเป็นสำหรับทหารชายแดน จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน รวมมูลค่ากว่า 9.4 ล้านบาท

สำหรับสิ่งของที่มอบให้ เช่น เสื้อยืด 10,000 ตัว, กางเกงใน 15,000 ตัว, ถุงเท้าดำ 20,000 คู่ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, ทนายนิติธร ล้ำเหลือ, นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายสมชาย แสวงการ เป็นผู้แทนในการส่งมอบ

นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนร่วมบริจาคผ่านมูลนิธิ อาทิ วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต มอบชุดยาจำเป็น, บ.วีนายเคเบิ้ล บริจาคสายไฟฟ้า และ บ.เอช.ดี.แอพพาเรล บริจาคของใช้จำเป็น เช่น ยากันยุง ยาทาแก้ปวด และพลาสเตอร์ เป็นต้น

แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนว่า อุปกรณ์เหล่านี้มีความสำคัญต่อภารกิจลาดตระเวนและการป้องกันชายแดนในสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมย้ำว่าทหารจะปกป้องแผ่นดินไทยอย่างเต็มกำลัง

แม่ทัพภาคที่ 2 เมินคำขอ ‘ฮุน เซน’ อย่าใช้ ‘กริพเพน’ และ ‘F-16’ โจมตีกัมพูชา

(7 ส.ค. 68) พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ปฏิเสธข่าวลือเรื่องไทยมีแผนลอบสังหารผู้นำกัมพูชา พร้อมตอบกลับกรณีที่สมเด็จฮุน เซน เรียกร้องไม่ให้ไทยใช้เครื่องบินรบ กริพเพน (Gripen) และ F-16 ว่า เป็นสิทธิของไทย ไม่เกี่ยวกับกัมพูชา ยืนยันชัดเจนว่า “ไทยไม่ลอบสังหารอยู่แล้ว”

ส่วนกรณีการจับกุมสายลับกองกำลัง BHQ ที่ลักลอบเข้ามาสอดแนมในจังหวัดบุรีรัมย์ พลโท บุญสินระบุว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ และได้แจ้งเตือนผู้ว่าราชการจังหวัดให้เฝ้าระวังร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดแล้ว เพื่อป้องกันสถานการณ์ลุกลาม

สำหรับเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชาเข้ามาตัดลวดหนามที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ฝ่ายกัมพูชาทำคอนเทนต์ในพื้นที่ แต่เมื่อถูกแจ้งให้ออกก็ยอมปฏิบัติตาม จากนั้นฝ่ายไทยจึงวางรั้วใหม่ทันที พร้อมกำชับว่า ห้ามขึ้นมาทำกิจกรรมลักษณะนี้อีกโดยเด็ดขาด แม้ครั้งนี้จะไม่มีอาวุธติดตัวมา

ด้านปัญหาทุ่นระเบิดในพื้นที่ เช่น บริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างประสานกับกัมพูชาเพื่อเก็บกู้ ส่วนศพทหารกัมพูชาได้รับแจ้งแล้วว่าจะมีการจัดเก็บโดยฝ่ายเขมรเอง และยืนยันว่า ทหารไทยยังไม่มีผู้ป่วยหรือโรคระบาดจากแนวหน้า เนื่องจากมีทีมแพทย์สนามดูแลใกล้ชิด

ตัดวงจรอาชญากร 'ส่งด่วน' ตำรวจภูธรภาค 2 จับยกแก๊ง ซิวหัวโจกคนจีน ส่งพัสดุสินค้าออนไลน์ หลอกให้จ่ายเก็บเงินปลายทาง กว่า 120,000 ครั้ง ชาวบ้านเป็นเหยื่อเพียบ เตือนประชาชนไม่สั่ง อย่ารับ อย่าจ่าย

(7 ส.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง ผทค.พิเศษ ตร.รรท.รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง แถลง ตำรวจสืบภาค 2 ร่วมกับ ตำรวจ สภ.เมืองระยอง ร่วมทลายเครือข่ายคนจีนทำผิดกฎหมาย ตั้งแก๊งอาชญากร 'ส่งด่วน' ยัดเยียดให้ซื้อสินค้า โดยส่งพัสดุสินค้าออนไลน์ถึงบ้านทั้งที่ไม่มีการสั่งซื้อจริง แล้วหลอกเก็บเงินปลายทาง โดยสินค้าส่วนใหญ่ไร้คุณภาพ เหยื่อบางรายได้รับของที่ใช้แล้ว ตรวจสอบพบว่า ในช่วงเวลา 4 เดือน มกราคม – เมษายน 2568 แก๊งนี้ส่งสินค้าออนไลน์หลอกเก็บเงินปลายทางไปทั่วประเทศแล้วกว่า 120,000 ครั้ง หากส่งสำเร็จทั้งหมดจะมีมูลค่าความเสียหายรวม กว่า 43 ล้านบาท ทั้งนี้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ 7 คน จับกุมได้แล้ว 6 คน เป็นชาวจีน 2 คน เป็นเจ้าของ ผู้สั่งการ รับผลประโยชน์ และคนไทยร่วมทำผิดอีก 4 คน 

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการสืบสวนสอบสวนขยายผลจากการตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จว.ระยอง เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2568  ตำรวจสืบภาค 2 ร่วมกับ สภ.เมืองระยอง และฝ่ายปกครองจังหวัดระยอง ได้เข้าตรวจค้นโกดังพบของกลางสำคัญจำนวนมาก อาทิ รถบรรทุก เครื่องแพ็กสินค้า กระสอบพัสดุตีกลับ กระสอบพัสดุรอจัดส่ง สติ๊กเกอร์ LABEL ของบริษัทขนส่งรายใหญ่ ระบุชื่อผู้ส่ง – ผู้รับ พร้อมได้จับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายซึ่งได้ลักลอบทำงานอยู่ในสถานที่ดังกล่าวจำนวน 3 ราย จากนั้นตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลต่อพบว่า โกดังแห่งนี้เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า ของแก๊งอาชญากรส่งพัสดุสินค้า เช่น รองเท้า, ยาสีฟัน, เสื้อผ้า ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าไม่ได้คุณภาพ ส่งไปยังประชาชนทั่วประเทศ ทั้งที่ไม่มีการสั่งซื้อจริง โดยแอบอ้างชื่อผู้รับจากฐานข้อมูลลูกค้าเดิม และใช้บริการจัดส่งแบบเก็บเงินปลายทาง หรือ Cash On Deliverly (COD) สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน ใช้เล่ห์กลโดยส่งสินค้าราคาไม่สูงอยู่ในหลักร้อยทำให้เหยื่อหลงเชื่อและชำระเงินค่าพัสดุโดยง่าย รวมความเสียหายตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 19 เมษายน 2568 ส่งของสำเร็จมีเหยื่อยอมจ่ายเงิน รวม 12,740 ครั้ง มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท จากความพยายามในการส่งของไปยังประชาชนทั่วประเทศกว่า 120,000 ครั้ง 

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องรวม 7 ราย ได้แก่
1.นายหยัง สัญชาติจีน ทำหน้าที่  ผู้สั่งการ, ผู้รับผลประโยชน์ 
2.นายหวัง สัญชาติจีน เป็นผู้รับผลประโยชน์
3.นางหยาง สัญชาติจีน เป็นผู้รับผลประโยชน์ 
4.นางสาวกรรณิกาฯ สัญชาติไทย ทำหน้าที่เปิดสัญญาขนส่งสินค้า VIP 
5.นางสาวอภิรญาฯ สัญชาติไทย ทำหน้าที่เปิดสัญญาขนส่งสินค้า VIP
6.นางสาววณิกรณ์ฯ สัญชาติไทย ทำหน้าที่ควบคุมการแพ็กสินค้า 
7.นางเนตรนภาฯ สัญชาติไทย ทำหน้าที่ ล่ามแปลภาษาถ่ายทอดคำสั่งของนายหยัง

ตำรวจภูธรภาค 2 ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 6 ราย ทั้งผู้สั่งการ ผู้รับผลประโยชน์ และผู้ร่วมขบวนการ ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ส่วน นางหยาง ขณะนี้อยู่ระหว่างการออก หมายแดง หรือ Red Notice โดยจะประสานกับหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ผบช.ภ.2 กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้ช่องโหว่ของระบบ 'เก็บเงินปลายทาง' ทำให้ประชาชนจำนวนมากหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ ดังนั้นขอย้ำเตือนให้ประชาชนตรวจสอบทุกครั้งก่อนรับพัสดุ โดยเฉพาะหากไม่ได้สั่งซื้อของจากที่ใด อย่ารับ อย่าจ่ายเด็ดขาด และอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนร้ายไม่เกรงกลัว เพราะมูลค่าความเสียหายของเหยื่อแต่ละรายเพียงหลักร้อย ทำให้เหยื่อไม่อยากแจ้งความ อาชญากรเหล่านี้ได้ใจ ก่อเหตุซ้ำ ๆ ดังนั้นขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนหากเกิดเหตุเช่นนี้ พบสิ่งผิดปกติสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง หรือโทร 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘ปฐม อินทโรดม’ โพสต์สื่อโลกเริ่มเห็นชัด ‘กัมพูชา’ เล่นละครสวมบทเหยื่อ ชี้มี ‘IO-แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ เป็นแสน!! ก็ไม่ช่วยความจริงโจมตีไทยก่อน

(7 ส.ค. 68) นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์เฟซบุ๊ก Pathom Indarodom ระบุว่า ย้ำอีกครั้ง แม้กัมพูชาจะ “ออกตัวแรง” ในสงครามข้อมูลด้วยข่าวปลอมและโฆษณาชวนเชื่อสารพัด แต่ในที่สุดวันนี้โลกก็เริ่มมองเห็นความจริงชัดเจนขึ้น

ทั้ง Reuters, CNN, CNA, The Diplomat และสื่อระดับโลกอีกหลายแห่ง ล้วนรายงานตรงกันว่าไทยคือฝ่ายที่ถูกโจมตีก่อน และกัมพูชากำลังแพ้ในสงครามข้อมูล (Information War)

บทความจาก The Diplomat ชี้ชัดว่า…
- กัมพูชาขาดสื่ออิสระ ทำให้ไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือบนเวทีโลกได้
- ขณะที่ไทยสื่อสารได้มีระบบกว่า และควบคุม narrative ในระดับนานาชาติได้ดีกว่า
- กัมพูชาพยายามสร้างภาพว่า “ถูกกระทำ” แต่ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานกลับชี้ไปในทางตรงกันข้าม

สรุปง่าย ๆ: ถึงจะมี IO เป็นแสน ๆ จากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ก็ไม่ช่วย ถ้าความจริงไม่อยู่ฝั่งคุณ

สงครามนี้ “AI” อาจสร้างภาพได้ แต่ “ความจริง” คือสิ่งที่โลกเฝ้ามองอยู่เสมอ

ศปป.3 เดินหน้าเสริมเกราะความมั่นคง! ผุดเครือข่ายแจ้งเตือนภัยก่อการร้ายชายแดนไทย-กัมพูชา”

เมื่อวันที่ (6 ส.ค. 68) พล.ท.ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 (ศปป.3) กอ.รมน. เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการก่อการร้าย ณ โรงแรมไอยราแกรนด์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–7 สิงหาคม 2568

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน ประกอบด้วยสมาชิกอาสาพัฒนาชุมชน อสม. ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการเฝ้าระวัง วิเคราะห์ และแจ้งเตือนภัยการก่อการร้ายได้อย่างทันท่วงที

เนื้อหาฝึกอบรมเน้นด้านความมั่นคง การจดจำใบหน้าบุคคลต้องสงสัย และการสื่อสารข้อมูลกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างระบบแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การสร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่เข้มแข็งจึงเป็นมาตรการเชิงรุกในการป้องกันเหตุรุนแรงและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างจังหวัดชลบุรี

“การมีเครือข่ายภาคประชาชนที่เข้มแข็ง คือด่านหน้าในการเฝ้าระวังประเทศ” พล.ท.ชนินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

‘สถานทูตเกาหลีใต้’ โต้สื่อ ‘กัมพูชา’ ปัดขายอาวุธให้ไทย ลอบสังหาร ‘ฮุน เซน-ฮุน มาเนต’ ด้วยเครื่องบิน AT-6 TH ไม่เป็นความจริง

(7 ส.ค. 68) สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ในกัมพูชาออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานข่าวจากสื่อกัมพูชาที่กล่าวหาว่า ไทยเตรียมใช้เครื่องบินโจมตีเบา AT-6 TH และขีปนาวุธนำวิถีด้วย GPS ซึ่งเกาหลีใต้ขายให้ เพื่อโจมตีบ้านพักของฮุน เซน และฮุน มาเนต โดยระบุชัดว่า "ไม่เป็นความจริง"

ก่อนหน้านี้ (5 ส.ค.) สื่อเขมรหลายสำนักรายงานว่า ไทยมีแผนลอบสังหารผู้นำกัมพูชาโดยใช้อาวุธจากเกาหลีใต้ บินขึ้นจากจังหวัดตราดไปยังเป้าหมายในพนมเปญ สร้างความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ จนสถานทูตเกาหลีใต้ต้องออกมายืนยันจุดยืน

ทางการเกาหลียังเน้นย้ำว่า รัฐบาลโซลยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชา และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพข้อตกลงอย่างจริงใจ พร้อมย้ำว่าเกาหลีใต้สนับสนุนสันติวิธีในการแก้ปัญหา ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการขายอาวุธเพื่อนำไปใช้ในความขัดแย้งระหว่างประเทศใดทั้งสิ้น

กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานแถลงข่าวการจัดการแสดง ดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘

วันพุธที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในงานแถลงข่าวการจัดการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมีนางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม) อาจารย์สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติ (ผู้แทนคณะครูอาวุโสฯ) เป็นผู้ร่วมแถลงข่าว และมีคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม คณะครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เครือข่ายทางวัฒนธรรม สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า การจัดการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เพื่อเผยแพร่พระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีไทย ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีงามในการอนุรักษ์ สืบสานดนตรีไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติ อีกทั้งเป็นการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติให้เป็นที่รับรู้แก่ประชาชนชาวไทย และทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ ๗๐ พรรษา ๒ เมษายน ๒๕๖๘ 

ด้านนางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม) กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการเทิดพระเกียรติ สถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดจนกิจกรรมการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ ในปีนี้นับเป็นครั้งที่ ๑๕ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ทรงมีคุณูปการ อย่างใหญ่หลวงต่องานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านดนตรีไทย ทรงอุปถัมภ์ส่งเสริมศิลปินด้านดนตรีไทย และทรงเป็นแบบอย่าง ในการอนุรักษ์ สืบทอดศิลปวัฒนธรรมเป็นที่ประจักษ์ตลอดมา

สำหรับการจัดการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดนตรีไทยร่วมกับวงครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ และวงดนตรีบ้านปลายเนิน รวมถึงการบรรเลงดนตรีโดยครูอาวุโส แห่งรัตนโกสินทร์ วงลูกศิษย์ครูอาวุโส และการแสดงรำถวายพระพร โดย วงสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และวงศิษย์พระประณีตวรศัพท์ โดยจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรม Young “รักษ์” ทะเล “อนุรักษ์แนวปะการัง”

เมื่อวันที่ (4 ส.ค. 68) ทัพเรือภาคที่ 1 ได้จัดกิจกรรม Young “รักษ์” ทะเล “อนุรักษ์แนวปะการัง” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ภายใต้โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน จากโรงเรียนประดิษฐ์ศึกษา และมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี พร้อมรับฟังความรู้จากวิทยากรศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อีกทั้งภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนในการจัดกิจกรรมฯ ได้แก่ สมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG) และบริษัท แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยกิจกรรมประกอบด้วย บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ชมนิทรรศการทรัพยากรทางทะเล สาธิตการปลูกปะการัง ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลหายาก เดินศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน

วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล และสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน และกิจกรรมครั้งต่อไปกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 7–8 สิงหาคม 2568

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน

กระทรวงวัฒนธรรม เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง จัดนิทรรศการ “ชุดไทยพระราชนิยม” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย ยกระดับการแต่งกายสตรีไทย เสนอ UNESCO ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

(5 ส.ค. 68) เวลา 10.00 น. นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน นิทรรศการ “ชุดไทยพระราชนิยม” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย ณ อาคารอเนกประสงค์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยมี นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร ผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน
       
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาและยกระดับการแต่งกายของสตรีไทย ให้เป็นชุดประจำชาติอันงดงามและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ 
       
อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ในปี พุทธศักราช 2569 ที่จะถึงนี้ ประเทศไทยจะครบรอบ 60 ปี แห่งการพระราชทานแบบ “ชุดไทยพระราชนิยม” และในโอกาสสำคัญนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินการ ยื่นเสนอ “ชุดไทย” เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น “รายการตัวแทน มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” ต่อยูเนสโก  
       
สำหรับการยื่นเสนอในครั้งนี้ นับเป็นการสะท้อนถึง เจตจำนงร่วม ของคนไทยทุกคน ที่จะร่วมกันธำรงรักษา “ชุดไทย” ไม่ใช่ในฐานะ วัตถุอนุรักษ์ หากแต่ในฐานะ อัตลักษณ์ที่มีชีวิตเคลื่อนไหวอยู่ ในความภาคภูมิใจของผู้คนและเติบโตอยู่บนเวทีโลกอย่างร่วมสมัย ภายในงาน นอกจาก “ชุดไทยพระราชนิยม” ที่นำมาจัดแสดงแล้ว ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “แนวทางการส่งเสริมและรักษาชุดไทย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” และการแสดงชุดไทยพระราชนิยม
      
 “ชุดไทยพระราชนิยม” เริ่มต้นในปี พ.ศ.2503 ขณะที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้โดยเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 เยือน 15 ประเทศ ในทวีปอเมริกาและยุโรป พระองค์ทรงตระหนักว่า การแต่งกายแบบดั้งเดิมของหญิงไทยในชีวิตประจําวันกำลัง สูญหายไปภายใต้อิทธิพลของวัฒนรรรมตะวันตก และไม่มีชุดแต่งกาย ที่เป็นแบบฉบับประจําชาติที่สามารถแสดง อัตลักษณ์ไทยได้อย่างชัดเจน 
       
ด้วยพระราชดำริอันลึกซึ้ง พระองค์จึงโปรดให้นางสนองพระโอษฐ์ ศึกษาค้นคว้าและออกแบบชุดแต่งกายสตรีไทย ที่มีความคล่องตัว เหมาะสมกับวิถีชีวิตปัจจุบัน แต่ยังคงกลิ่นอายและเอกลักษณ์ไทย ไว้อย่างสง่างาม จึงได้ก่อให้เกิดชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ได้แก่ ชุดไทยจักรพรรดิ ชุดไทยจักรี ชุดไทยดุสิต ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยจิตรลดา และ ชุดไทยเรือนต้น
       
“ชุดไทยพระราชนิยม” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย จึงนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่สมควรสืบสานและภาคภูมิใจ ในความเป็นไทยให้ดำรงอยู่คู่ชาติสืบไป

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน

ตัวแทนนักเรียนไทยคว้า 3 เหรียญเงิน 1 เกียรติบัตร เวทีวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิก ครั้งที่ 2

(6 ส.ค. 68) เพจสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับตัวแทนนักเรียนไทย 4 คน ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิก ครั้งที่ 2 The 2nd International Nuclear Science Olympiad ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ก.ค. - 6 ส.ค. 2568 ณ เมืองบังกี ประเทศมาเลเซีย 

โดยผลปรากฏว่าทีมตัวแทนนักเรียนไทย สามารถคว้ามาได้ 3 เหรียญเงิน และ 1 เกียรติบัตรเข้าร่วม ประกอบด้วย

กันทรากร พิทักษ์กรณ์ - รร.สิงห์สมุทร
เหรียญเงิน

อรรถวุฒิ เสรีวิชยสวัสดิ์ - รร.เตรียมอุดมศึกษา
เหรียญเงิน

จิรัชธรณ์ สิงหพันธ์ - รร.หาดใหญ่วิทยาลัย
เหรียญเงิน

นวพรรษณ์ กริชจนรัช - รร.มหิดลวิทยานุสรณ์
เกียรติบัตรเข้าร่วม

แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งโรยปูนขาวดับกลิ่นศพทหารเขมรฟุ้งภูมะเขือ ยันไม่ถอยกำลัง 11 จุดแนวชายแดน หวังประชุม GBC ได้ข้อสรุปที่ดี

(6 ส.ค. 68) พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ว่ายังมีกลิ่นร่างทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ จึงได้สั่งให้กำลังพลโรยปูนขาวฆ่าเชื้อเพื่อดับกลิ่นและป้องกันโรคระบาด พร้อมประสานไปยังกัมพูชาให้ส่งทีมมาเก็บศพกลับไปประกอบพิธี โดยยืนยันว่าไทยไม่ได้มีคำสั่งให้ทหารเข้าไปเก็บศพแทน เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายกัมพูชา

ในส่วนของจุดช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ที่เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างทหารไทย-กัมพูชาเล็กน้อยจากการรื้อรั้วลวดหนามนั้น พลโทบุญสินชี้แจงว่า ฝ่ายกัมพูชาพยายามเข้ามาแต่ไม่ได้พกอาวุธ และขณะนี้ได้ถอนกำลังกลับไปแล้ว ยืนยันว่าไม่มีเหตุรุนแรง และพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในเขตประเทศไทย

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า ทหารไทยจะไม่ถอนกำลังจากทั้ง 11 จุดในแนวชายแดน โดยทุกจุดมีการวางรั้วลวดหนามและจัดกำลังไว้เช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันการกระทำที่อาจกระทบต่ออธิปไตยของไทย และเป็นไปตามนโยบายของกองทัพที่ต้องรักษาพื้นที่ที่อยู่ในเขตประเทศของตนเอง

สำหรับการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ พลโทบุญสินระบุว่า หวังว่าทิศทางจะดีขึ้น เพราะกองทัพไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง และยืนยันว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับเห็นตรงกันว่าจะไม่มีการถอนกำลังจากจุดที่ประจำการอยู่

'พล.ต.อ.จักรทิพย์' เยี่ยม ส่งเสบียง ตชด.ชายแดน จ.สุรินทร์ ให้กำลังใจรักษาแผ่นดิน 'ช้างศึก 2' ย้ำ ดูแลกำลังใจ ความปลอดภัยแนวหน้าเต็มที่ 1,500 ตชด.หน้าแนว ให้คำมั่นตรึงพื้นที่เข้ม รักษาอธิปไตยไทย

(6 ส.ค.68) พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  (รอง ผบช.ตชด.) ในฐานะผู้บังคับที่ทำการบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา (ผบ.ทก.ชทก.ตชด.) เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังตรึงกำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณคิม เอกภัทร พรประภา นำคณะผู้บริหาร บริษัท ฟิกซ์เทค จำกัด เดินทางไปให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดนที่รักษาแผ่นดินไทยอยู่แนวหน้า พร้อมมอบอาหาร ขนม น้ำดื่ม ของใช้จำเป็น และอุปกรณ์ภาคสนาม เพื่อเติมขวัญกำลังใจให้กับตชด.แนวหน้าด้วย โดยมี พ.ต.อ.เอกภพ กมลสัจจะ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุน บช.ตชด. และ พ.ต.ท.ชานันท์ ชัยจินดา รองผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และผู้แทนทหารในพื้นที่ชายแดน ร่วมรับมอบ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ตชด.แนวหน้ามีพลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ขอบคุณอดีตผู้บังคับบัญชาหลาย ๆ ท่าน องค์กร และสมาคมต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ สิ่งของ และส่งกำลังใจมาให้ ตชด. ทั้งนี้ ในฐานะ ผบ.ทก.ชทก.ตชด. ขอเป็นตัวแทนของ ตชด.ทุกนายขอบคุณ โดยได้นำไปจัดสรรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการเดินทางมาเยี่ยมในครั้งนี้ มาให้กำลังใจ ดูแลความเป็นอยู่ มารับฟังขอเสนอของกำลังพลในพื้นที่ ตามแนวทางของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นย้ำให้ดูแลสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่แนวหน้าให้ดีที่สุด ผมในฐานะ ผบ.ทก.ฯ ทุกคำร้องขอจากพื้นที่ ผมรับฟัง และเร่งดำเนินการทันที เราจะไม่ปล่อยให้ใครอยู่แนวหน้าโดยลำพัง”

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวด้วยว่า ให้คำมั่นว่ากำลัง ตชด.กว่า 1,500 นาย ที่ตรึงแนวชายแดนไทยกัมพูชา ในพื้นที่ชายแดนทั้ง 7 จังหวัด จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทน และทุ่มเท เพราะนี่คือภารกิจของชาติที่พวกเรา ตชด.ทุกนาย ทั้งแนวหน้า แนวหลัง และฝ่ายสนับสนุนภาคภูมิใจในภารกิจรักษาอธิปไตยไทย และเรารับรู้ว่าคนไทยทั้งประเทศส่งกำลังใจมาให้

‘พงศ์กวิน’ ชี้แจงปมเด้งฟ้าผ่า ‘ปลัดแรงงาน’ เข้ากรุ ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใส คดีซื้อตึก Skyy9

‘พงศ์กวิน’ ปัดตอบ ปมปลัดแรงงานย้ายนั่งผู้ตรวจฯ ถาวร ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ เป็นมาตรการปกติ-ยังไม่ชี้ชัดคนทำผิด

เมื่อเวลา 09.15 น. (6 ส.ค.68) ที่กระทรวงแรงงาน นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า แผนการดำเนินงานของตนมีทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งแผนงานในระยะสั้นของตนคือจะต้องทำให้เกิดความโปร่งใสขึ้นภายในกระทรวงแรงงาน ช่วงที่เกิดกรณีการเข้าซื้อตึก Skyy9 ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่สูงเกินกว่าราคาจริง เป็นช่วงที่ท่านปลัดกระทรวงเป็นเลขาธิการ สปส.

“ผมมองว่าเนื่องจากขณะนี้ท่านปลัดเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน มีอำนาจสั่งการภายในกระทรวงแรงงานทั้งหมด จึงจำเป็นที่จะต้องมีการโยกย้ายเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเกิดความยุติธรรมในการตรวจสอบ” นายพงศ์กวินกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีตึก Skyy9 เริ่มดำเนินการแล้วและมีการสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วหรือยัง นายพงศ์กวินกล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มประชุมนัดแรก ก่อนหน้านี้มีการเริ่มนัดประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เกิดเหตุขัดข้องเล็กน้อย ทำให้เลื่อนการประชุมออกไป จึงยังไม่ได้มีการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า จากข้อมูลปลัดกระทรวงมีความผิดหรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า การโยกย้ายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นเรื่องปกติของการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพยานหลักฐาน จึงถือเป็นมาตรการปกติ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการชี้ชัดว่าผู้ใดมีความผิดแล้วหรือยัง

เมื่อถามว่า การโยกย้ายปลัดกระทรวงเป็นการย้ายตำแหน่งชั่วคราวหรือถาวร และหากตรวจพบว่าไม่มีความผิด สามารถโยกย้ายกลับมาตำแหน่งเดิมได้หรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า พอดีตนมีประชุมต่อ ขอบคุณครับ และเดินหนีจากสื่อมวลชนไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top