Thursday, 9 July 2026
NEWS

‘เสธ.หิ’ โพสต์จวกผู้นำเขมร ‘หลบอยู่หลังกระโปรงมาลี’ สุ่มไฟใส่ร้ายไทย

(13 ส.ค. 68) หลังจากที่ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แจ้งต่อเลขาธิการสหประชาชาติ และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทยมีความเสี่ยงสูงขึ้น อ้างกองทัพไทยละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา นายชุม ซอนรี ระบุว่าตั้งแต่การหยุดยิงเริ่มมีผล 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพไทยรุกล้ำเข้าดินแดนกัมพูชาซ้ำหลายครั้ง วางลวดหนามและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างอย่างผิดกฎหมายในหลายพื้นที่

ล่าสุด ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  และผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า 

“อย่าให้เสื่อมเกียรติมากไปกว่านี้เลย เวลายิง ก็ยิงไทยก่อน สู้ไม่ได้ ก็แหกปาก ขอให้หยุดยิง ตั้งแต่หยุดยิง กัมพูชาก็เสริมทหารไม่ได้หยุด แล้วยังจะมาหน้าด้านให้ไทยถอยทหารลงมาอีก กฎของการหยุดยิง หยุดกันตรงไหน ก็อยู่ตรงนั้นแหละ เป็นทหาร เป็นผู้นำ อย่าหลบอยู่หลังกระโปรงมาลี ทำให้ประเทศเสื่อมเสียไปมากกว่านี้เลย” เสธ.หิ โพสต์

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่จัดกิจกรรม 'Mom & Me Love in a Frame' เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

เมื่อวานนี้ (12 ส.ค.68) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จัดกิจกรรมพิเศษ 'Mom & Me Love in a Frame' เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติ โดยมี นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ มอบของที่ระลึกวันแม่แก่ผู้โดยสารและผู้ร่วมงาน ภายในกิจกรรมมีการให้บริการ Photo Booth พร้อมทำพวงกุญแจ (Keychain) จากภาพถ่ายสุดประทับใจ เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกและสร้างความผูกพันระหว่างแม่ลูกและครอบครัว ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความสุขจากการได้เก็บช่วงเวลาสำคัญไว้ในภาพถ่ายและของที่ระลึกสุดพิเศษ 

ทั้งนี้เพื่อสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในด้าน Hospitality และความใส่ใจ (Service Mind) ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ที่พร้อมดูแลผู้โดยสารดุจคนในครอบครัว สร้างความประทับใจในทุกการเดินทางและทุกโอกาสพิเศษ นอกจากนี้ ยังเชิญชวนผู้โดยสารและผู้สนใจร่วมสนุกผ่านช่องทางออนไลน์ เพียงโพสต์ภาพจากกิจกรรม พร้อมติดแฮชแท็ก AOTชวนบอกรักแม่ปี68 เพื่อแบ่งปันความรักและความประทับใจไปยังสังคมออนไลน์ สร้างบรรยากาศแห่งความรักและความอบอุ่นในวันแม่แห่งชาติ

‘ภูมิธรรม’ แจ้ง ‘มทภ.2’ ขาดอะไรขอให้บอกตรงๆ งบกลางพร้อม ไม่ต้องโพสต์ขอบริจาคประชาชน

(13 ส.ค. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เผยถึงกรณีกองทัพภาคที่ 2 เปิดรับบริจาคลวดหนามหีบเพลง อย่างเร่งด่วน โดยย้ำว่าหาก ทภ.2 ขาดแคลนอุปกรณ์หรือสิ่งจำเป็นใด ๆ ขอให้แจ้งตรงมายังผู้บังคับบัญชาหรือกองทัพบกโดยตรง ไม่จำเป็นต้องโพสต์ขอรับบริจาคจากประชาชน เพราะรัฐบาลมีงบประมาณกลางรองรับเต็มที่ พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ควรสร้างความเข้าใจผิดในสังคม 

ส่วนกรณีการใช้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน นายภูมิธรรมกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศเตรียมฟ้องร้องต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาโดยกัมพูชา ซึ่งมีเจตนาไม่ต้องการให้เกิดสันติภาพในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่ากองทัพและรัฐบาลจะร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขสถานการณ์และสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงความกังวลของประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่หวาดกลัวและอพยพหนี โดยขอให้ประชาชนมั่นใจในความตั้งใจของภาครัฐที่จะดูแลความปลอดภัย พร้อมเรียกร้องสื่อมวลชนและทุกฝ่ายช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกจนเกินเหตุ

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ระบุว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับนักวิจารณ์การเมืองบางรายที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงและไม่เหมาะสมในการโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมขอความร่วมมือทุกฝ่ายร่วมมือกันสร้างความสงบเรียบร้อยในประเทศ 

สมุทรปราการ-ครอบครัวพาณิชย์พิศาล ร่วมกับ ชมรมโฮปฯ แจกข้าวสารอาหารแห้ง กว่า 1,000 ชุด เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 

ที่วัดมหาวงษ์ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ครอบครัวพาณิชย์พิศาล นำโดย นายอัครนันท์ พร้อมด้วย นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล และนางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา นำคณะกรรมการ สมาชิกชมรมโฮปฯ และ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ นำข้าวสารอาหารแห้ง ประเภท มาม่า ปลากระป๋อง ข้าวส่าร และขนมปี๊บ จำนวนกว่า  1,000 ชุด นำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ยากไร้ คนพิการ รวมถึงประชาชนที่ขาดแคลนในหลายๆ พื้นที่

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา 12 สิงหาคม โดยมีเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการค่อยจัดระเบียบและให้บริการในด้านความสะดวก และพยาบาล

โดยทางด้าน นางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ และนางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล กล่าวว่า ทางชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหา โดยได้แจกข้าวสารอาหารแห้ง จำนวนกว่า 1,000 ชุด เพื่อเป็นมหากุศลถวายให้แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา 

ทั้งนี้ทางชมรมโฮปฯ ได้จัดกิจกรรมนี้เป็นปีที่ 2 โดยปีนี้แจกมากกว่าปีที่แล้ว และได้ส่งไปยัง วิทยาลัยเทคโนโลยีสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เพื่อช่วยเด็กที่ไม่มีญาติ จำนวน 200 ชุด จะมีข้าวสาร นม ขนมปัง และอาหารแห้ง ซึ่งทางชมรมจะจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน 

นอกจากนี้ทางชมรมโฮปฯ ก็มีจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย พร้อมทั้งยังให้การช่วยเหลือคนป่วยเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งในแต่ละเดือนก็จะช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง และบริจาคโลงศพให้แก่ผู้ยากไร้ รวมทั้งบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ทางชมรมก็เข้าไปให้การดูแลช่วยเหลือ เช่น ตึกถล่ม หรือเหตุการณ์ไฟไหม้ ที่ผ่านมา

สหพันธ์มวยไทยนานาชาติ (IFMA) สั่งคว่ำบาตรอิสราเอล หลังสังหาร ‘อัมมาร์ ฮามาเยล’ นักชกวัย 13 ปี ชาวปาเลสไตน์

(13 ส.ค. 68) สหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) ประกาศคว่ำบาตรการแสดงสัญลักษณ์ชาติอิสราเอลในทุกการแข่งขัน ภายหลังเหตุการณ์สังหาร อัมมาร์ ฮามาเยล นักกีฬามวยไทยเยาวชนทีมชาติปาเลสไตน์วัย 13 ปี ซึ่ง IFMA ยกย่องว่าเป็น “ทูตสันติภาพเยาวชน”

สำหรับเหตุการณ์ที่สุดแสนหดหู่เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ระหว่างปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ โดยรายงานระบุว่าพบเด็กชายถูกยิงจากด้านหลังขณะเดินกับเพื่อน ก่อนถูกควบคุมตัวนาน 2 ชั่วโมง และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในรามัลเลาะห์

ขณะที่มาตรการคว่ำบาตรของ IFMA จะมีผลทันที คือห้ามแสดงธงชาติ เพลงชาติ และสัญลักษณ์ของอิสราเอลในทุกสนามแข่งขันของ IFMA หรือที่ได้รับการรับรอง โดยนักกีฬามวยไทยจากอิสราเอลยังสามารถลงแข่งได้ แต่ต้องใช้สถานะ “นักกีฬาส่วนบุคคลแบบเป็นกลาง” เช่นเดียวกับรัสเซียและเบลารุสหลังเหตุรุกรานยูเครน

นอกจากนี้ IFMA ยังสั่งห้ามจัดการแข่งขันในอิสราเอลจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง พร้อมย้ำว่ามาตรการนี้ไม่ใช่การตำหนินักกีฬาอิสราเอลโดยตรง แต่เป็นการประท้วงอย่างสันติต่อการกระทำที่เป็นภัยต่อเด็ก และขัดต่อค่านิยมของกีฬาระดับโลก

ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธาน IFMA ระบุว่า “เมื่อเด็กซึ่งเป็นทูตสันติภาพถูกสังหาร ความเงียบไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป” พร้อมย้ำว่านี่ไม่ใช่เพียงโศกนาฏกรรม แต่เป็น “การเรียกร้องให้ลงมือ” โดยมาตรการคว่ำบาตรจะมีผลต่อเนื่องและทบทวนเป็นระยะ ภายใต้พันธกิจของ IFMA ที่ยึดมั่นในสันติภาพ ความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ทหารเขมรได้แค่มอง!! วอนไทยอย่ากั้นลวดหนาม อ้างไม่เคยคิดล้ำแดนเข้ามา

หลังจากเมื่อวันที่ (10 ส.ค.68) เพจกองทัพบก Royal Thai Army รายงานว่า กองกำลังบูรพาและชุดเฉพาะกิจอรัญประเทศ เร่งติดตั้งรั้วลวดหนามหีบเพลงตลอดแนวชายแดนคลองพรหมโหด จากจุดตรวจอรัญประเทศ 20 (สะพานคลองลึก) ถึงจุดตรวจ 31 ระยะทางรวม 9.8 กม.

โดยก่อนหน้านี้ติดตั้งแล้วเสร็จ 6.3 กม. ในพื้นที่คลองลึก ระหว่างจุดตรวจ 08 ถึง 20 เพื่อปิดช่องโหว่ตามแนวชายแดนที่มักใช้ลักลอบเข้า-ออกประเทศ

ล่าสุด เพจ 'สมาคมคน รักปักใต้ TV' เผยภาพจากมุมมองทหารกัมพูชา พร้อมข้อความ “มองทหารวางลวดหนามที่ชายแดน ขอร้องทหารไทยอย่ากั้นลวดหนาม”

ทัพเรือภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธีมอบเครื่องหมายสหัทยานาวีและประกาศนียบัตรกำกับเครื่องหมาย กองทัพเรือ ประจำปี 2568

(13 ส.ค. 68) ทัพเรือภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธีมอบเครื่องหมายสหัทยานาวีและประกาศนียบัตรกำกับเครื่องหมายของกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ณ ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภาหลังใหม่ หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี

ในโอกาสนี้ พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคคลจากภาคเอกชนที่ได้รับการเสนอชื่อ เข้ารับเครื่องหมายสหัทยานาวีและประกาศนียบัตรกำกับเครื่องหมาย ซึ่งมอบเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่ผู้ให้การสนับสนุนกองทัพเรืออย่างต่อเนื่องและมีผลเป็นรูปธรรม อันเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ตลอดจนเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความร่วมมือในการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติและประชาชน

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน

‘กองทัพบก’ แถลงประณาม ‘กัมพูชา’ วางทุ่นระเบิดในแดนไทย จงใจละเมิดสัญญาออตตาวา

(12 ส.ค. 68) กองทัพบกแถลงประณามกัมพูชาหลังเกิดเหตุลอบวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ฝั่งไทย ส่งผลให้สิบเอกธีรพล เพียขันที สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2610 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างลาดตระเวนใกล้ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 12 ส.ค. 2568 ปัจจุบันอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหลักฐานชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ถือเป็นการโจมตีโดยตรงต่อกำลังพลไทยในเขตแดนไทย และเป็นพฤติกรรมที่เกิดซ้ำหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน

โฆษก ทบ. ชี้ว่าการกระทำเช่นนี้สะท้อนเจตนาคุกคามไทยอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และการใช้มาตรการหยุดยิง พร้อมระบุว่ากัมพูชาเพิกเฉยต่อข้อเสนอไทยเกี่ยวกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใช้คุกคามทางทหารอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันยังคงยึดแนวทางสันติวิธีและไม่ใช่ฝ่ายเริ่มใช้กำลัง แต่หากสถานการณ์บีบบังคับ อาจจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องกำลังพลและรักษาอธิปไตยของชาติ

แม่ทัพภาคที่ 4 บินสำรวจแนวชายแดนป่าเขา จ.นราธิวาส หลังพบความเคลื่อนไหว ‘แก๊งขนอาวุธเถื่อน’ ข้ามแดนจากมาเลย์

(12 ส.ค. 68) พลโทไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขึ้นบินลาดตระเวนตรวจพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดน จ.นราธิวาส หลังมีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ลักลอบขนอาวุธและกระสุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ไทย

จากนั้นได้ประชุมเร่งด่วนกับชุดควบคุมสุริโยทัย และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อกำหนดแผนสกัดกั้น เน้นปิดเส้นทางลำเลียง เพิ่มกำลังลาดตระเวนภาคพื้นดินทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมทำงานประสานกับหน่วยความมั่นคงของมาเลเซีย

แม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่าการควบคุมพื้นที่ชายแดนเป็นเรื่องสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมสั่งทุกหน่วยปฏิบัติอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ใช้ข้อมูลข่าวกรองนำการทำงาน เพื่อไม่ให้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงเพิ่มศักยภาพด้วยอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ใดๆ

สำหรับ แผนปฏิบัติจะมุ่งประเมินเส้นทางลำเลียง จุดซ่อนต่างๆ และพื้นที่เสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบ พร้อมเตรียมมาตรการตอบสนองทันทีหากพบความพยายามเคลื่อนย้ายอาวุธเข้าสู่ประเทศ

‘ใบตองแห้ง’ เหน็บทหารนำประเทศไม่ได้ แค่ปั่นกระแสชาตินิยมช่วงวิกฤตชายแดน

(12 ส.ค. 68) อธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Atukkit Sawangsuk' พร้อมแชร์ข่าวจากเพจ Matichon Online - มติชนออนไลน์ ประเด็นเราเปิดพื้นที่ให้ “ทหาร-กองทัพ” นำประเทศมาพักใหญ่ ในช่วงวิกฤตการณ์ตรงชายแดนไทย-กัมพูชา เช่นเดียวกับที่ผู้คนในสังคมก็พลอยอินกับกระแส “ทหารนำการเมือง” ไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิกฤตดังกล่าวเริ่มสงบลง (แม้อาจไม่ยุติอย่างสิ้นเชิง แต่ต้องตามแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง-เจรจาต่อรองกันไปเรื่อยๆ) คนไทยและสังคมไทยก็ได้เวลาหวนคืนสู่ "ความเป็นจริงหลัก" หรือ "โจทย์ปัญหาหลัก" ของตนเอง 

นั่นคือเราจะเอาอย่างไรกับ "การเมืองไทย" ดี?

กระนั้นก็ตาม ในความเป็นจริง กองทัพคงไม่สามารถ "นำการเมือง" หรือ "นำประเทศ" ไปได้ตลอดรอดฝั่ง บทพิสูจน์ คือ พวกเขาเคยได้รับโอกาสนี้มาแล้วเกือบหนึ่งทศวรรษ และทำให้หลายคนตระหนักดีว่านั่นกลับกลายเป็น "ทศวรรษที่สูญเปล่าและน่าเสียดาย" ของสังคมไทย

‘ใบตองแห้ง’ โพสต์ข้อความว่า “จริงๆแล้วทหารนำประเทศไม่ได้ แค่ใช้โอกาสปัญหาชายแดนปั่นชาตินิยมทหารนิยม คุมนโยบายความมั่นคง แต่ทหารก็ไปสุด แบบถึงขนาดรัฐประหารไม่ได้ ไม่มีความสามารถพอบริหารประเทศ  นั่นเป็นจุดที่มันจะค้างเติ่ง”

‘สม รังสี’ จี้ ‘ฮุน เซน’ เปิดตัวเลขกำลังพลตายในสนามรบ โพสต์ภาพการ์ตูนล้อเรียน ‘ผีทหารกัมพูชา’ รายล้อมเตียงนอน

(12 ส.ค. 68) สม รังสี แกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาที่ลี้ภัยในต่างประเทศ ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลภายใต้การนำของ ‘ฮุน เซน’ ชี้แจงข้อเท็จจริงหลังการหยุดยิง 5 วันกับไทย โดยขอให้ระบุชัดว่ากองทัพกัมพูชาควบคุมพื้นที่ใดได้บ้าง พร้อมเปิดเผยจำนวนทหารและพลเรือนที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ จำนวนครอบครัวที่พลัดถิ่น รวมถึงแรงงานที่ต้องกลับจากไทยและมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม

ระหว่างพบปะชาวกัมพูชาที่เมืองแซงเบรี ประเทศฝรั่งเศส สม รังสี กล่าวเหน็บว่าทหารกัมพูชายิงไม่แม่นเพราะใช้อาวุธไร้ประสิทธิภาพจนพลาดไปโดนพลเรือนไทย ขณะที่ทหารไทยใช้ F-16 ยิงได้แม่นยำกว่า คำพูดนี้ทำให้ฮุนเซนฉุนจัด โพสต์เฟซบุ๊กถามกลับว่าเขาเป็น “คนหรือสัตว์” ที่กล้ายกย่องผู้รุกรานและดูหมิ่นกองทัพกัมพูชา

ต่อมา ค่ำวันที่ 11 ส.ค. สม รังสี ยังโพสต์การ์ตูนล้อเป็นภาพผีทหารกัมพูชารายล้อมเตียงนอนของฮุนเซน พร้อมข้อความภาษาเขมร “ฮุนเซนชดใช้ชีวิตคืนให้ทหาร” และภาษาอังกฤษ “Give me back my life” จุดกระแสในโลกออนไลน์กัมพูชาอย่างดุเดือด บางเสียงถึงขั้นเรียกร้องให้ถอนสัญชาติของเขา

ด้านฮุนเซนไม่อยู่เฉย แชร์คลิปการปราศรัยของสม รังสี บนเพจทางการที่มีผู้ติดตามกว่า 15 ล้านคน พร้อมระบุว่ากองทัพไทยยิงถล่มโรงเรียน วัด บ้านเรือน และแม้แต่ปราสาทพระวิหาร ทำให้ครอบครัวหลายพันต้องอพยพหนีภัย และตั้งคำถามว่าทำไมคนกัมพูชาบางคนกลับเลือกยกย่องผู้รุกรานแทนที่จะปกป้องเกียรติของชาติ

'เสธ.เบิร์ด' ฝากถึงผู้นำเขมร ก่อนจะแหกปากแถลงโกหก ลั่น ไทยยึด ‘ภูมะเขือ’ ได้ 100% ช่วยแหกตาดูความจริงด้วย

(11 ส.ค. 68) - พล.ต.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ฝากถึงผู้นำเขมรก่อนที่จะออกมาแหกปากแถลงโกหกขอให้แหกตาดูความจริงด้วย

เรื่องโกหก ที่เขมรพยายามหลอกคนเขมรด้วยกันว่า ยอดภูมะเขือไทยยังยึดไม่ได้

เรื่องจริงคือ บนยอดมะเขือ ณ ปัจจุบัน ทหารไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงได้อย่างสมบูรณ์แบบ 100% แล้ว

1 ได้ทำการทำลายบันไดทางขึ้นทั้งหมด
2 ได้ทำการวางลวดหนามหีบเพลงบริเวณขอบเขาโดยรอบเรียบร้อย
3 ตรวจพบระเบิดสังหารบุคคลจำนวนมาก
4 ทหารไทยได้ปักธงชาติไทยเหนือยอดภูมะเขือปลิวไสวเป็นสง่า

ภูมิประเทศบนยอดภูมะเขือนี้ถือว่าเป็นชัยภูมิที่สำคัญได้เปรียบอย่างยิ่งทั้งการตรวจการและพื้นการยิง

มองจากยอดภูออกไปทางเขมร ด้านซ้ายสามารถมองตรวจการณ์ได้ไกลถึงปราสาทพระวิหารสามารถเห็นเส้นทางการส่งกำลังของเขมรได้อย่างชัดเจน ส่วนทางด้านหน้าและทางขวาก็เช่นเดียวกันสามารถตรวจเห็นเส้นทางการเคลื่อนย้ายของเขมรได้ทั้งหมด ภูมิประเทศบนยอดมะเขือนี้จึงถือว่าเป็นภูมิประเทศสำคัญที่เขมรก็อยากที่จะยึดกับคืนให้ได้

กองทัพบกไทยปัดข้อกล่าวหาเขมร ย้ำชัด!! แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่เคยพูดใช้กำลังยึดปราสาทตาควาย

(11 ส.ค. 68) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณี พลโท หญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์ต่อคำสัมภาษณ์ของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับปราสาทตาควาย โดยยืนยันว่าข้อความที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว ไม่ได้มีความหมายตามที่ฝ่ายกัมพูชาตีความ และไม่ได้พูดถึงการเคลื่อนกำลังเพื่อรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชา

โฆษกกองทัพบกระบุว่า สิ่งที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว คือ ปราสาทตาควายอยู่ในอธิปไตยของไทย และในช่วงที่เคยมีการปะทะ ไทยได้พยายามเข้าไปยึดแต่ไม่สำเร็จ จึงวางกำลังไว้บริเวณนอกตัวปราสาท ห่างประมาณ 30 เมตร

ในอนาคต ไทยมีเป้าหมายที่จะนำพื้นที่กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของไทยตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมเตรียมหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นเจรจาในกรอบการประชุม RBC ภายใน 2 สัปดาห์ โดยย้ำว่ากองทัพไทยจะไม่ถอยจากแนววางกำลังเดิม

พลตรี วินธัย ย้ำว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่เคยพูดถึงการใช้กำลังทางทหารในการดำเนินการกรณีปราสาทตาควาย และข้อกล่าวอ้างของกัมพูชาที่ว่ามีความพยายามยั่วยุหรือวางแผนใช้กำลัง จึงไม่เป็นความจริง

กองทัพไทยจัดงาน “Meet The Youth Hacker 2025” เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปลูกฝังจิตสำนึกปกป้องประเทศ

(11 ส.ค. 68) หน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เตรียมจัดกิจกรรม “Meet The Youth Hacker Thailand 2025” ในวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 เวลา 07.00 – 16.30 น. ณ อาคาร 15 กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนไทยเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมส่งเสริมจิตสำนึกในการปกป้องประเทศในมิติทางไซเบอร์

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย Talk & Inspire บรรยายสร้างแรงบันดาลใจจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์, Youth Forum เสวนารวมเยาวชนจากโครงการ Boot Camp, นักแข่งขัน CTF และกลุ่ม Hacker จิตอาสา รวมถึง Cyber Operations Show การสาธิตปฏิบัติการไซเบอร์ 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ Cyber Intelligence Gathering, Intelligence & Surveillance และ Red Team / Blue Team Exercise

ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประกาศนียบัตรออนไลน์ ของที่ระลึกจากกองทัพ และมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ โดยเปิดรับสมัครเยาวชนระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยทุกสาขา รวมถึงบุคลากรด้านไอที หรือผู้สนใจด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ อายุไม่เกิน 25 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จำกัดจำนวน 400 คน ปิดรับสมัครวันที่ 3 กันยายน 2568

ผู้สนใจสามารถสมัครได้ผ่านการสแกน QR Code บนสื่อประชาสัมพันธ์ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทางอีเมล [email protected] และโทรศัพท์ 080-095-9548

ภูเก็ตนักท่องเที่ยวดิ่งหนัก ชาวจีนหาย!! อินเดียแซงขึ้นอันดับ 1 นักท่องเที่ยวยุโรปชี้ปัญหาเหม็นกลิ่นกัญชา-ขี่จักรยานยนต์ประมาท

(11 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ค Phuket Times ภูเก็ตไทม์ รายงานว่า นักท่องเที่ยวจากอินเดีย บินมาเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเป็นอันดับ 1 ขณะที่นักท่องเที่ยวจากจีน ที่เคยครองอันดับ 1 กลับหาย

ด้าน ภาคท่องเที่ยวยอมรับ ปีนี้ทรุดหนักนักท่องเที่ยวต่างชาติลดฮวบ มีการเปิดเผยอีกว่านักท่องเที่ยวคุณภาพจากฝั่งยุโรป กังวลเรื่องการขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่ปลอดภัย ปัญหารถติด และกลิ่นกัญชาเหม็นคลุ้งทั่วเมือง

ด้าน ธุรกิจโรงแรมเปิดเผยกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า การจองห้องพักโรงแรมในภูเก็ตไม่เคยตกต่ำขนาดนี้ สาเหตุสืบเนื่องไล่มาตั้งแต่การเกิดสงครามอิสราเอล-อิหร่าน ตามมาด้วยข่าววางระเบิดฝั่งอันดามันในหลายจังหวัด และล่าสุดข่าวความเสี่ยงที่อาจจะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้ยอดจองห้องพักลดลง

“นักท่องเที่ยวจีนที่หายไปส่วนหนึ่งก็เพราะ กลัวถูกลักพาตัวไปขายตัดอวัยวะ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลควรเร่งแก้ข่าวเพื่อแก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศไทย ส่วนนักท่องเที่ยวที่เหลืออยู่ เช่น คนอินเดีย ก็รายจ่ายต่อหัวต่ำ อีกทั้งสถานการณ์การเมืองไทยก็ไร้เสถียรภาพ” แหล่งข่าวกล่าวกับประชาชาติธุรกิจ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top