Thursday, 9 July 2026
NEWS

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ ฝากถึงคนไทยมองธงชาติ!! รวมพลังภายใต้สี ‘แดง-ขาว-น้ำเงิน’ หัวใจของความเป็นหนึ่งเดียว

(16 ส.ค. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ขอให้คนไทยทุกเพศทุกวัยหันมามอง 'ธงชาติไทย' และตระหนักถึงความหมายของสามสีบนผืนผ้า โดยเน้นให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้กรอบของการเสียสละ ความสามัคคี และความเมตตา พร้อมเตือนอย่าทะเลาะกันหรือทุจริต เพราะหากคนไทยรวมใจเป็นหนึ่ง บ้านเมืองจะเข้มแข็งและไม่มีใครเอาชนะได้

แม่ทัพภาคที่ 2 อธิบายว่า สีแดงในธงชาติแทนเลือดเนื้อและความเสียสละของบรรพบุรุษที่ปกป้องแผ่นดิน สีขาวแทนศาสนาที่สอนให้คนเป็นคนดี ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด และสีน้ำเงินแทนสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงก่อร่างสร้างบ้านเมืองมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ทั้งสามสีนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทยที่ต้องช่วยกันรักษาไว้

พร้อมย้ำว่า คนไทยต้องเป็น “คนยุคใหม่” ที่มีความเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และซื่อสัตย์ต่อกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศชาติ ฝากข้อคิดว่าหากคนไทยยืนหยัดร่วมกันอย่างมั่นคง ก็จะไม่มีชาติใดสามารถมาทำลายความมั่นคงของประเทศไทยได้

สืบ ตม.3 ระดมหมายจับทั้งคนไทยและโจรต่างชาติ สนองนโยบาย ตร.ลุยวันเดียว 4 หมายจับ 

สืบเนื่องจากคำสั่งระดมกวาดล้างอาชญากรรมของ ตร.ให้จับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และบุคคลตามหมายจับ ในระหว่างวันที่ 15-24 ส.ค.68 นั้น ทาง พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.(สส.) ได้เล็งเห็นความสำคัญในการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวจึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพะยอม และ พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง รอง ผบก.ตม.3 สั่งการให้หน่วยในสังกัดดำเนินการปราบปรามอย่างจริง

ต่อมาในวันที่ 15 ส.ค.2568 กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 โดย พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้วางแผนการกำหนดเป้าหมายและระดมจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับตามแนวนโยบาย ตร.ข้างต้น โดยในแบ่งชุดปฏิบัติการออกเป็นสี่ชุดปฏิบัติ ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้วันเดียว 4 หมายจับ ปรากฏรายละเอียดดังต่อไปนี้

1) นายเดชา (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นฯ และความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ (บัญชีม้า)“ อายุความ 10 ปี ความเสียหายกว่า 400,000 บาท
2) นายเจี้ยนเหิง (Mr.Jianheng Xia) อายุ 29 ปี สัญชาติจีน ตามหมายจับศาลแขวงพัทยา ในความผิดฐาน “ยักยอกทรัพย์”  อายุความ 10 ปี ความเสียหายกว่า 400,000 บาท
3) นายสุนทร (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดไชยา ในความผิดฐาน  “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นฯ และความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ (บัญชีม้า)” อายุความ 10 ปี ความเสียหายกว่า 200,000 บาท
4) นายวัน เหงียน ลูเยน (MR.NGUYEN VAN LUYEN) อายุ 30 ปี สัญชาติเวียดนาม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการ ในความผิดฐาน “หลบหนีๆ ในระหว่างควบคุมตัว” ความผิดตาม พรบ.คนเข้าเมือง อายุความ 10 ปี

พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ เปิดเผยว่า การระดมจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สอดคล้องกับนโยบายระดมปราบปรามอาชญากรรม ที่ต้องการให้ทุกหน่วยร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทุกหมายจับสร้างความอบอุ่นใจให้ประชาชน โดยในครั้งนี้ได้กำชับให้มุ่งเน้นโจรที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บัญชีม้าทั้งคนไทยและต่างชาติ ซึ่งผู้ต้องหาในส่วนบัญชีม้านี้มักจะกระทำความผิดหลายท้องที่และมีผู้เสียหายหลายคดี ซึ่งจะได้ประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการอายัดตัวต่อไป ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติของงานสืบสวน บก.ตม.3 ดังกล่าวในวันแรกก็สามารถจับกุมได้ถึง 4 หมายจับแล้ว คาดว่าเมื่อรวมกับผลงานของหน่วย ตม.จังหวัด ในสังกัดกับห้วงเวลาตลอดการระดม 10 วันนี้ จะมีผลการปฏิบัติเป็นที่น่าพึงพอใจ ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำงานตามนโยบายของ ตร.แล้ว ยังได้กำชับให้มุ่งเน้นคดีที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและปกป้องความสงบเรียบร้อยในสังคม ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติอีกด้วย

รัฐบาล นำคณะทูตประเทศภาคีฯ ลงพื้นที่ 16 ส.ค. นี้ ประจานเขมรวางทุ่นระเบิดละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

รัฐบาล เผย กต.เตรียมนำ คณะทูตผู้แทน ประเทศภาคีอนุสัญญาออตตาวา ลงพื้นที่ติดตามเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา 16 ส.ค.

(15 ส.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่าในวันพรุ่งนี้ (วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ) รัฐบาล โดยกระทรวงการต่างประเทศจะนำคณะทูตที่เป็นผู้แทนจากสถานทูตประเทศภาคีของ Ottawa Convention ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ  ที่บริเวณผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุป และการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 ในพื้นที่ ภูมะเขือ ก่อนเดินทางไปตรวจพื้นที่ความเสียหายพลเรือน ที่บ้านหนองเม็ก ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา จ.ศรีสะเกษ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปจากผู้แทน

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลไทยยึดมั่นในการรักษากฎหมายระหว่างประเทศ เคารพในหลักมนุษยธรรม และพร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสายตาประชาคมโลก เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขสถานการณ์อย่างสันติและเป็นธรรม ทั้งนี้ รัฐบาลจะดำเนินการทุกช่องทางเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทยอย่างเต็มกำลัง 

ทั้งนี้ กองทัพไทย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นทั้ง 11 พื้นที่  7 จังหวัด และวางรั้วลวดหนาม อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาอธิปไตยของไทยไม่ให้ใครล่วงล้ำเข้ามา แม้แต่ตารางนิ้วเดียว และพร้อมตอบโต้ทันทีหากถูกรุกล้ำอธิปไตยของไทย ขณะที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดยังตรวจพบกับระเบิดที่ลักลอบเข้ามาวางในพื้นที่อธิปไตยของไทยอย่างต่อเนื่อง หลังจากทหารไทยเหยียบกับระเบิดที่กัมพูชานำมาวางไว้  ซึ่งเป็นการผิดข้อตกลงหยุดยิงและขัดต่อสนธิสัญญาออตตาวา ที่ห้ามใช้กับระเบิดบุคคล ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎกติกา ระดับโลกอย่างร้ายแรง

‘กองทัพบก’ ยันไม่มีทหารเขมรปลดธง-รื้อลวดหนาม เชื่อ กัมพูชาสร้างข่าวเท็จเบี่ยงเบนกระแส

โฆษก ทบ.ยันทหารไทยในพื้นที่รายงานไม่มีเหตุการณ์ทหารเขมรปลดธงชาติไทย-รื้อถอนลวดหนามที่ช่องจุ๊บตาโมก เสาธงในภาพไม่มีอยู่จริงในพื้นที่ คาดฝ่ายกัมพูชาสร้างข่าวปลอม เบี่ยงเบนกระแสภายในประเทศ หากทำจริงฝ่ายไทยต้องตอบโต้เพราะอยู่ในเขตแดนไทย

(15 ส.ค.68) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ภาพอ้างว่า เป็นการรื้อถอนลวดหนามในพื้นที่จุ๊บตะโมก บริเวณปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ โดยจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ประจำปราสาทตาเมือนธม ยืนยันว่าไม่ปรากฏเหตุการณ์ หรือการปฏิบัติใด ๆ ของทหารกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้าง

ทั้งนี้ หากมีการรื้อถอนลวดหนามในพื้นที่จริงจะต้องมีการเข้าดำเนินการตอบโต้จากฝ่ายไทย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตแดนไทย ภายใต้มาตรการรักษาความมั่นคงอย่างเข้มงวด

อีกทั้งจากการตรวจสอบยังพบว่า เสาธงที่ปรากฏในภาพไม่ได้มีอยู่จริงในพื้นที่ที่กล่าวอ้าง

จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ กองทัพบกประเมินว่า เป็นการจัดทำข่าวปลอมโดยฝ่ายกัมพูชา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและลดกระแสกดดันจากสังคมภายในประเทศ จากการที่ฝ่ายไทยสามารถยึดพื้นที่คืนจากทหารกัมพูชาได้จำนวน 11 พื้นที่ หลังการสู้รบที่ผ่านมา

วุฒิสภาลงพื้นที่ระยอง–เกาะเสม็ด ยกเครื่องมาตรการความปลอดภัยท่องเที่ยว ครอบคลุมบก–น้ำ เสริมเครือข่ายกู้ชีพ 1669 รับมือเหตุฉุกเฉิน

วันที่ 14-15 สิงหาคม 2568 คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา นำโดย พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ประธานคณะอนุกรรมาธิการความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านความปลอดภัยในจังหวัดระยอง พร้อมอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษา โดยมีนายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และนายประสานต์ พฤกษชาติ รองนายก อบจ.ระยอง รวมถึงหน่วยงานรัฐ–เอกชน ร่วมให้การต้อนรับ

ที่ประชุมได้บรรยายสรุปมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ การสร้างเครือข่ายแพทย์ฉุกเฉินระหว่าง อบจ.ระยอง กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (1669) ครอบคลุมทั้งการเดินทางทางบกและทางน้ำ พร้อมพัฒนาระบบประสานงานให้การช่วยเหลือรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เยี่ยมชมศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง รวมถึงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ช่วยครูผู้สอนด้านปฐมพยาบาลและกู้ชีพขั้นพื้นฐาน ณ โรงแรมคามิโอ แกรนด์ เพื่อเสริมทักษะและสร้างเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว

จากนั้น ลงพื้นที่ท่าเรือ อบจ.ระยอง และเกาะเสม็ด เพื่อตรวจมาตรการความปลอดภัยทางน้ำ การจัดระเบียบเรือโดยสาร และการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว พร้อมประชุมกับหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและหน่วยสาธารณสุข เสนอเพิ่มอุปกรณ์–บุคลากร จัดซ้อมแผนกู้ชีพร่วมทุกหน่วยงาน และพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ ยังหารือกับอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ด เรื่องการติดตั้งธงแดงเตือนภัยคลื่นลมแรง และประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว พร้อมตรวจเยี่ยมสำนักงานท่าเรือนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและหอควบคุมการเดินเรือ

พล.ต.ต.อังกูร ระบุว่า ความปลอดภัยคือปัจจัยสำคัญที่นักท่องเที่ยวใช้ตัดสินใจเลือกจุดหมาย จึงต้องมีมาตรการชัดเจน รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้จริง พร้อมย้ำบทเรียนจากเหตุเรือล่มภูเก็ตว่าการวางแผน ซ้อมแผน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ–เอกชน เป็นหัวใจในการป้องกันเหตุซ้ำรอย และสร้างความเชื่อมั่นให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

‘เสธ.เบิร์ด’ ท้า!! ‘ฮุน เซน’ ถอนทัพชายแดน แลกปล่อยตัวเชลยศึกกัมพูชา 18 คน

(15 ส.ค. 68) พลตรี วันชนะ สวัสดี หรือ 'เสธ.เบิร์ด' ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคง กรมยุทธการทหาร โพสต์เฟซบุ๊กท้าทายสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้พิสูจน์ความจริงใจ ด้วยการถอนกำลังทหารออกจากแนวชายแดนไทยก่อน แลกกับการปล่อยเชลยศึกชาวกัมพูชา 18 คน

เสธ.เบิร์ด ระบุว่า หากฮุน เซน ห่วงชีวิตกำลังพลจริง ควรกล้าถอนกำลังเผชิญหน้าทั้งหมด เพื่อแลกกับการได้ตัวเชลยกลับไป พร้อมย้ำว่า หากเป็นฝ่ายไทยมีทหารถูกจับแม้เพียง 1 คน ก็พร้อมถอนกำลังเพื่อแลกอิสรภาพเช่นกัน แต่หากฮุน เซน เงียบหรือไม่ตกลง ก็สะท้อนว่าเป็นเพียง 'ละครลวงโลก'

เหตุผลที่ไทยยังไม่ปล่อยตัวเชลยศึก 18 คน เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนยังคงมีการเผชิญหน้าของกองกำลังทั้งสองฝ่าย เสี่ยงเกิดการปะทะซ้ำ อีกทั้งผู้ถูกปล่อยตัวอาจกลับมาจับอาวุธสู้รบได้อีก

ทั้งนี้ เสธ.เบิร์ด เสนอว่า หากกัมพูชาถอนกำลังทั้งหมด ไทยก็พร้อมถอนเช่นกัน โดยจะเริ่มถอนหลังจากกัมพูชาถอนแล้ว 5 ชั่วโมง เพื่อยุติความตึงเครียด และลดโอกาสปะทะทางทหารให้หมดสิ้น

จ.ตราด ไทย-เขมร เปิดประชุม RBC วันแรก 5 ข้อหลักพื้นที่ชายแดน

(15 ส.ค. 68) เวลา 09.30 น.ที่ห้องประชุมของโรงแรมทะเลภูรีสอร์ท อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ไทยและกัมพูชา ร่วมประชุม RBC โดยฝั่งไทยมี น.อ.อุดม กุลศิริปัญโญ เสธ.กปช.จต.เป็นประธานฝ่ายไทย และฝั่งกัมพูชามี พล.ต.มุม ซาเมอดี รอง ผบ.ภท.3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายเกาะกง น.อ.สุรชัย ตันเจริญ รอง เสธ.กปช.จต. นายเตีย สุระชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง นายสุวรรณ บุนเทือน ประธาน สนง.ตรวจสอบจุดผ่านแดนถาวรจําเยียม และ น.อ.ภริศวร์ วงษ์เพ็ญศรี ผบ.ฉก.นย.ตราด น.อ.ธรรมนูญ วรรณา หก.ยก.กปช.จต.และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกว่า 30 หน่วยงาน

หลังจากเข้าห้องประชุมไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปฟังการประชุมและบันทึกภาพ ส่วนการประชุม RBC ในวันนี้ จะเป็นการประชุมระดับเลขานุการด้านชายแดนก่อนเบื้องต้น ประเด็นหลักๆมี 5 ประเด็นด้วยกัน คือ 1.การหยุดยิง ด้วยอาวุธทุกชนิด ทั้งการโจมตีบุคคลพลเรือน เป้าหมายทางพลเรือน และเป้าหมายทางทหารทุกกรณีและทุกพื้นที่ 2 .ให้ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน และทุกพื้นที่ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังตลอดแนวชายแดน 3.ให้ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันว่าจะไม่มีการเพิ่มกำลังเข้ามาในพื้นทีอำเภอชายแดนตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา 4.การยั่วยุ ห้ามทั้งสองฝ่ายมีการยั่วยุกันอาจนำไปสู่การตรึงเครียด และระเว้นการปฏิบัติการทางทหารเพื่อรุกล้ำเขตน่านฟ้า และการใช้อากาศยานไร้คนขับ และ 5.ให้ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันปฏิบัติตามกฏมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ พักอาศัย อาหาร และการรักษาพยาบาลในกรณีได้รับบาดเจ็บ โดยทางทหารที่อยู่ในความควบคุมจะต้องได้รับการปล่อยตัวและส่งกลับประเทศทันที

นี่คือแนวทางการประชุม RBC ของวันนี้ ส่วนไทยและกัมพูชาจะรับข้อเสนอได้อย่างไรต้องรอการประชุมเสร็จสิ้นก่อน และพรุ่งนี้ 16 ส.ค. 68 คาดจะมีการประชุม RBC  ระดับผู้นำเหล่าทัพอีกครั้งหนึ่ง 

‘วีนา ปวีนา’ สปีชกลางเวที ‘มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025’ ส่งเสริมให้มี ‘กาสิโน’ ในจังหวัดภูเก็ต เชื่อช่วยไทยยั่งยืน

(15 ส.ค. 68) หลังจบการประกวดรอบ Queen Of Phuket เวที 'มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025' ณ โรงแรม Angsana Convention and Exhibition Space (ACES) จ.ภูเก็ต ซึ่งตำแหน่งชนะเลิศตกเป็นของ เดล นฤมล พิมพ์ภักดี สาวงามจากบ้านภูเก็ต ด้วยการเฉือนชนะ วีนา ปวีนา ซิงห์ ไปอย่างฉิวเฉียด

โดยรอบประกวดนี้เต็มไปด้วยความสูสี ทั้งสองสาวมีเพอร์ฟอร์แมนซ์และไหวพริบในการตอบคำถามใกล้เคียงกัน กรรมการจึงจัดรอบสปีชเพิ่มเติมให้วีนาและเดลได้ฟาดฟันกันอีกครั้ง โดยคำถามสำคัญคือ “Queen Of Phuket มีความหมายและประโยชน์อย่างไรต่อ จ.ภูเก็ต”

วีนา ปวีนา ตอบว่า “QUEEN OF PHUKET จะต้องเป็นคนที่นำเสนอได้ดีมากๆเป็นคนที่นำเสนอเรื่องการท่องเที่ยว และที่สำคัญเลยส่งเสริมด้านเอนเตอร์เทนคอมเพล็กซ์ และวีนาอยากจะเป็นคนนั้น และส่งเสริมให้มีกาสิโนในจังหวัดภูเก็ตเพราะวีนามองว่า นักท่องเที่ยวที่มีมากอยู่แล้วสามารถส่งเสริมเศรษฐกิจ ให้กับจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนค่ะ ขอบคุณค่ะ”

ทั้งนี้ ตรงประเด็นการสร้าง Entertainment Complex และการส่งเสริมกาสิโนในภูเก็ต ในคำตอบของเธอได้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล โดยมีคนจำนวนมากร่วมตั้งคำถาม และถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

‘พงศ์กวิน’ เตือนแรงงานกัมพูชาอย่าหลงข่าวลวง ชี้ กลับไปอาจไร้งาน – เสี่ยงคดีลักลอบเข้าเมือง

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค. 68) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เตือนแรงงานสัญชาติกัมพูชาที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย ให้ใช้ความรอบคอบในการตรวจสอบข้อมูลการจ้างงานจากประเทศต้นทางและปลายทาง โดยเฉพาะข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจเป็นข่าวปลอมที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีใช้ล่อลวง

ตลอดเดือนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและแรงงานจังหวัดบริเวณชายแดนว่า มีแรงงานกัมพูชาหลายพันคนตัดสินใจเดินทางกลับประเทศหลังเชื่อข้อมูลจากเพจและแอปพลิเคชันที่อ้างว่ามีงานรายได้สูงรออยู่ แต่เมื่อเดินทางกลับไป กลับพบว่าไม่มีงานจริงตามที่อ้าง บางรายสูญเสียเงินค่าเดินทางและค่าดำเนินการเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องประสบปัญหาขาดรายได้และความเป็นอยู่ลำบาก

แรงงานจำนวนไม่น้อยจึงตัดสินใจลักลอบกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยอีกครั้งอย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ดำเนินคดี และส่งกลับประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้วและจันทบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการลักลอบเข้าเมือง

“ขอให้แรงงานกัมพูชาทุกคนตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องจากหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ใช้ข่าวปลอมล่อลวง ซึ่งนอกจากจะเสียโอกาสทางอาชีพแล้ว ยังอาจสูญเสียเงินทอง และเสี่ยงต่อการถูกจับกุม ดำเนินคดี และส่งกลับประเทศ โทษฐานลักลอบเข้าเมือง” นายพงศ์กวิน กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังย้ำว่า รัฐบาลไทยพร้อมดูแลแรงงานต่างด้าวที่ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยปัจจุบันประเทศไทยยังมีความต้องการแรงงานในหลายสาขา เช่น ก่อสร้าง เกษตรกรรม อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และบริการ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับแรงงานทุกคนที่ผ่านขั้นตอนการขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตทำงานถูกต้อง

ศูนย์ฝึกทหารใหม่ จัดพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 2/68 จุดเริ่มต้นในการสร้างคนหนุ่มรุ่นใหม่ 2,983 นาย ให้เป็นทหารกองประจำการที่มีคุณค่าต่อกองทัพเรือ และประเทศชาติ 

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค.68) น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 2/68 โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ ครูฝึก และครูหมวดวิชา ร่วมพิธี ณ ลานสวนสนาม ศฝท.ยศ.ทร. ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ศฝท.ยศ.ทร. รับการรายงานตัวทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68 ระหว่างวันที่ 1 - 2 ส.ค.68 จำนวน 2,983 นาย ได้ผ่านขั้นตอนทางธุรการ การคัดกรองสุขภาพด้านร่างกายและจิตใจ เรียบร้อยแล้ว มีความพร้อมในการเข้าสู่การฝึกอบรมฯ เป็นเวลาทั้งสิ้น 8 สัปดาห์ เพื่อหล่อหลอมร่างกาย และจิตใจ ให้เป็น “สุภาพบุรุษทหารเรือ” ที่เข้มแข็ง องอาจ และมีความรักต่อสถาบัน โดยมีหัวข้อการฝึก ประกอบด้วย
- การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และบุคคลท่าอาวุธ
- การฝึกสวนสนาม
- การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
- การอบรมวิชาการเรือ  วิชาการอาวุธ วิชาข้อบังคับ วิชาสังคมและมนุษยศาสตร์ และการป้องกันความเสียหาย

โอกาสนี้ ผบ.ศฝท.ยศ.ทร. ได้มอบธงอันเป็นสัญลักษณ์ประจำหลักสูตร และให้โอวาทเพื่อเป็นแนวทางในการฝึกอบรมฯ ความว่า “...การที่ท่านได้เข้ามารับราชการทหารเรือ นั้น นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของลูกผู้ชาย ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ประการหนึ่งแล้ว ยังถือว่าท่านเป็นผู้ที่มีความเสียสละอย่างยิ่ง ที่ต้องห่างจากบ้าน และครอบครัวอันเป็นที่รัก เพื่อมารับใช้ประเทศชาติ ในห้วงการฝึกหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา 2 เดือนนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับสถานะ จากพลเรือนให้เป็นทหารเรือ ที่เข้มแข็ง องอาจ สง่างาม มีเกียรติ และศักดิ์ศรี มีความพร้อมที่การปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ตลอดระยะเวลาการฝึกจะมีความเข้มงวด จริงจัง แต่จะอยู่ภายใต้กรอบของความเมตตา ความปรารถนาดี  โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย  ดังนั้นจึงขอให้ท่านอุทิศตน อดทน ตั้งใจฝึกหัดศึกษาหาความรู้ ในส่วนของครูที่ทำหน้าที่ฝึก ก็จะเป็นผู้ที่สร้างความเชื่อมั่นดูแลทุกท่านด้วยความมุ่งมั่นเเละตั้งใจเป็นอย่างดี ดังนั้น ขอให้ทุกท่านแจ้งกับครอบครัวได้ว่า ไม่ต้องห่วงกังวล ตราบใดที่ท่านอยู่ในรั้วของ “ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง” และเราจะดูแลท่านอย่างดีที่สุด ผมขอยืนยันว่า ศูนย์ฝึกทหารใหม่ จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เเละคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อสร้างทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/68 ที่มีคุณค่าต่อประเทศชาติ และกองทัพเรือ"

ทั้งนี้ ศฝท.ยศ.ทร. ได้เตรียมพร้อมทั้งสถานที่ , ครูฝึก , สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรการด้านต่างๆ ให้ทหารใหม่ทุกนายมีความปลอดภัยสูงสุด เป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่กำหนดให้เป็นปีแห่งความปลอดภัยของกองทัพเรือ "Navy-Safety 2025"

‘ผศ.ดร.อุดมลักษม์’ เผยโมเมนต์สุดประทับใจ ‘นักเรียนสาธิตเกษตร’ ห้อมล้อม ‘แม่ทัพกุ้ง’ แน่นฮอลล์

(15 ส.ค. 68) ผศ.ดร.อุดมลักษม์ กูลศรีโรจน์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Udomluk Koolsriroj ระบุว่า โรงเรียนสาธิตเกษตรจัดกิจกรรมพิเศษ เชิญ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และพลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก มาบรรยายหัวข้อ “เรื่องเล่าจากแนวหน้า และการรักษาอธิปไตยของชาติ” ให้แก่นักเรียนตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยม โดยกิจกรรมเริ่มจากบทเรียน “เรียนรู้ชายแดนและการเสียสละของทหารชายแดน” ในวิชาสมรรถนะเพื่อชีวิต ก่อนต่อยอดเป็นโครงการ “สาธิตเกษตรรวมใจสู่แนวหน้า ปลูกต้นกล้าแทนคุณแผ่นดิน” เพื่อปลูกฝังความเป็นพลเมืองและส่งกำลังใจแก่ทหารชายแดน

โรงเรียนและสมาคมนักเรียนเก่าได้เปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็น เช่น ห้องน้ำเคลื่อนที่ เก้าอี้สนาม และลวดหนาม ตามความต้องการของกองทัพภาคที่ 2 พร้อมนัดหมายให้แม่ทัพภาค 2 มารับมอบด้วยตนเอง ซึ่งแม้ก่อนหน้านี้จะมีเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา แต่ในที่สุดแม่ทัพก็มาร่วมงานและบรรยายถึงประสบการณ์ตรงจากแนวหน้า

บรรยากาศในหอประชุมเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เด็กนักเรียนกว่า 3,000 คนมีส่วนร่วมตอบคำถามอย่างสนุกสนาน เช่น เมื่อแม่ทัพถามว่ามีคนตัดต่อรูปไว้ผมยาว เด็กๆ ก็พร้อมใจกันตอบว่า “หล่อครับ/หล่อค่ะ” หรือเมื่อถามว่าหากวัยรุ่นไทยและกัมพูชานัดพบกันที่ปราสาทตาเมือนธมจะเกิดอะไรขึ้น เด็กๆ ก็ตอบเสียงดังว่า “ตีกัน” ซึ่งแม่ทัพใช้โอกาสนี้อธิบายเหตุผลการปิดด่านชายแดน

ระหว่างการบรรยาย เด็กนักเรียนได้ซักถามเรื่องความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แม่ทัพตอบว่า “ไม่เคยเหนื่อย ไม่มีเวลาเป็นไข้หรือทะเลาะกับใคร เพราะหากแม่ทัพเหนื่อย คนอื่นจะเป็นอย่างไร” พร้อมฝากข้อคิดให้ฟังข่าวสารอย่างมีสติ และยืนยันว่าจะปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเต็มกำลัง คำพูดนี้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหลายคน โดยมีนักเรียนหญิงมัธยมปลายบอกว่า “ฟังแล้วภูมิใจและรักประเทศไทยมากขึ้น”

งานนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเกินคาด จากเดิมคาดว่าจะมีเพียง 4 สำนัก แต่ปรากฏว่ามีมากกว่า 30 สำนักมาร่วมทำข่าว หลังเสร็จงาน แม่ทัพยังได้รับความสนใจจากกลุ่มแม่บ้านและนักเรียนที่ขอถ่ายรูปและลายเซ็น ก่อนเดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ชายแดน 

ตำรวจภูธรภาค 2 หารือตำรวจสหพันธ์ สำนักงานออสเตรเลีย – กรุงเทพฯ เดินหน้าร่วมสร้างความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) พร้อมด้วย พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2  (ผทค.พิเศษ ตร.รรท.รอง ผบช.ภ.2) พล.ต.ต.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ นางคริสตี้ ลี เครสซี่ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์ สำนักงานออสเตรเลีย - กรุงเทพฯ ประจำประเทศไทย ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมเยียนตำรวจภูธรภาค 2 เพื่อพบปะหารือประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับแนวทางการประสานความร่วมมือด้านการปฏิบัติงาน ตลอดจนข้อราชการที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ในบรรยากาศที่เป็นมิตรและสร้างสรรค์ โดยมุ่งหวังให้เกิดความสัมพันธ์อันดี แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างหน่วยงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติภารกิจในอนาคต ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมสานต่อความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อความปลอดภัย ความสงบสุข และประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

โฆษก ตร. แจง ผบ.ตร.ให้ความสำคัญคำของบประมาณให้คำนึงถึงประชาชน 

สวัสดิการตำรวจที่ขาดแคลน ทุกรายการหน่วยงานในสังกัดเสนอคำขอตามความต้องการในงบลงทุน ปี 69 ตร.ถูกตัดได้รับเพียง 15,000 ล้านบาทเศษ ไม่ใช่ 23,000 กว่าล้านบาทตามกล่าวอ้าง ซึ่งเป็นเพียงยอดคำขอแรก ส่วนบ้านพักตำรวจผู้ใหญ่ 7 หลัง ตร.เสนอขอตัดออกเองเพื่อความเหมาะสม 

(14 ส.ค. 68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.สกพ./โฆษก ตร.) กล่าวว่า กรณีที่ปรากฏข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ มีประเด็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับงบประมาณจำนวน 23,000 ล้านบาทเศษ นำไปใช้ในการก่อสร้างอาคารจำนวนมาก และมีการสร้างบ้านพัก 7 หลัง สำหรับข้าราชการตำรวจระดับสูงนั้น ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จากข่าวที่ปรากฎออกไปเป็นการนำเสนอข่าวที่มีข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้สังคม ประชาชน อาจจะเข้าใจผิดในสาระสำคัญของการของบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในบางประเด็น จึงขอเรียนว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ความสำคัญกับสวัสดิการความเป็นอยู่ของข้าราชการตำรวจ เพื่อการปฏิบัติงาน การให้บริการประชาชน ตามนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งการอำนวยความสะดวก ดูแลพี่น้องประชาชนตามอำนาจหน้าที่ จึงกำชับหน่วยในการเสนอของบประมาณปี 69 ให้คำนึงถึงเรื่องดังกล่าวประกอบคำขอ

โดยในคำเสนอของบประมาณปี 2569 ประเภทงบลงทุน การจัดทำคำขอ ตั้งคำขอตามความจำเป็น และความต้องการของหน่วย/หน่วยงานตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจ กองบังคับการ และกองบัญชาการ ได้เสนอความต้องการขึ้นมาตามขั้นตอน กระบวนการ และระเบียบทุกประการ ซึ่งต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองของ ตร. โดยคำของบประมาณ งบลงทุน จะประกอบด้วย ครุภัณฑ์ และสิ่งก่อสร้าง มีจำนวน 1,726 รายการ เป็นเงินจำนวน 23,164 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยเสนอมาตามความต้องการ และสำหรับการตั้งคำขอรายการสิ่งก่อสร้าง หน่วยต้องมีความพร้อมในที่ดิน ปลอดภาระติดพัน มีหนังสือได้รับอนุมัติการใช้ที่ดิน แบบการก่อสร้าง มาตรฐานพร้อม

แต่กระบวนการ ขั้นตอนในการเสนอคำของบประมาณ จะต้องผ่านการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ อนุกรรมาธิการ และกรรมาธิการ ของรัฐสภาตามกฎหมาย ซึ่ง ตร. ได้เข้าชี้แจงเหตุผล ความจำเป็น ต่อกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการทุกคณะ และผ่านเป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภทงบลงทุนของ ตร.ที่เสนอขอมา ได้ขอตัด ถูกปรับลด คงเหลือ 649 รายการ เป็นเงิน 15,597ล้านบาทเศษ ซึ่งในงบประมาณส่วนนี้เป็นสิ่งก่อสร้างอาคารที่ทำการ/ที่พักอาศัย เป็นเงินงบประมาณจำนวน 5,401 ล้านบาทเศษ มิใช่ 23,000 ล้านบาทเศษ ตามที่มีการเสนอข่าวแต่อย่างใด และในรายการสิ่งก่อสร้างนี้ เป็นการที่ ตร. ขอเสนอตัดงบประมาณของ ตร.เองในส่วนของบ้านพักข้าราชการระดับสูง วงเงินกว่า 91 ล้านบาทเศษ แม้ว่าบ้านพักดังกล่าวจะเป็นการเสนอของบประมาณครั้งแรก แต่ ผบ.ตร.ให้ตัดออก เพื่อป้องกันความสับสนเข้าใจผิดของประชาชน และได้นำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในส่วนอื่นๆ ที่จำเป็นต่อประเทศชาติต่อไป
    
โฆษก ตร. กล่าวว่า ขอย้ำว่า ผบ.ตร.ได้ให้ความสำคัญในการตั้งคำของบประมาณในด้านการปฏิบัติงาน การบริการประชาชน และสวัสดิการตำรวจ คำของบประมาณอาคาร สถานที่ทำการ ที่พัก จะคำนึงถึงความต้องการของหน่วย ซึ่งในปัจจุบันยังไม่เพียงพอกับจำนวนกำลังพล สภาพที่พักขาดแคลนกว่า 40,000 นาย จากกำลังพลทั้งหมดรวมกว่า 200,000 นาย รวมถึงคุรุภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่หลายรายการยังขาดแคลน โดยทุกรายการเป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบและราคากลางที่สำนักงบประมาณกำหนด ที่ทุกหน่วยเสนอตั้งคำของบประมาณตามความจำเป็น ตามภารกิจหน่วย ตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจเสนอพิจารณาตามลำดับชั้น ซึ่งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคณะกรรมการกลั่นกรอง ตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน ความพร้อมในทุกด้าน ตลอดจนพิจารณาเหตุผลความจำเป็น รวมถึง ตร.ให้ความสำคัญในการพิจารณางบประมาณของกรรมาธิการ ได้เสนอขอตัดงบบางรายการออก เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ ประชาชน และประเทศชาติ

นอกจากนี้ โฆษก ตร. ระบุว่า ผบ.ตร. ได้กล่าวว่า การนำเสนอข้อมูลต่างๆ ก็เป็นไปได้ที่มีเข้าใจตามข้อมูลที่มี แต่อยากสื่อสารและนำข้อมูลที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพราะไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการใด และการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการทุกประเภท ก็ย่อมต้องใช้งบประมาณมาเพื่อปฏิบัติงานตามหน้าที่ เพื่อให้เกิดความสงบสุขของสังคมและพี่น้องประชาชนต่อไป

พิษณุโลก ชุดปฏิบัติภารกิจทางการช่างกองทัพภาคที่ 3 โดยกองพลพัฒนาที่ 3  สนับสนุน การปฏิบัติภารกิจทางการช่าง กองทัพภาคที่ 2

(14 ส.ค. 68) กองพลพัฒนาที่ 3 นำโดย พลตรี สกนธ์ เพชรทอง ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ร่วมกับ สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก (ส.อ.ร.ด.) นำโดย คุณประนอม ทิวะพันธุ์ นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก และผู้ที่มีจิตอาสา ได้จัดหาสิ่งอุกรณ์ในการปฏิบัติภารกิจสนับสนุน กองทัพภาคที่ 2 เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และร่วมมอบสิ่งของ และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจทางการช่าง ตามแนวชายแดน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงาน ณ กองบัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ทั้งนี้ พลตรี สกนธ์ เพชรทอง ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ได้กล่าวขอบคุณ คณะสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก และผู้ที่มีจิตอาสาที่ได้ร่วมจัดหาสิ่งอุปกรณ์มามอบให้ในครั้งนี้ 

แม่ทัพภาคที่ 2 เผย ‘ในหลวง’ ทรงห่วงใยทหารแนวหน้า พระองค์ติดตามสถานการณ์ชายแดน ‘ไทย–กัมพูชา’ ทุกวัน

(14 ส.ค. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยระหว่างบรรยายพิเศษที่โรงเรียนสาธิตฯ ม.เกษตรศาสตร์ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามและสอบถามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชากับแม่ทัพทุกวัน ผ่านกองงานในพระองค์ พร้อมทรงห่วงใยกองทัพที่ปฏิบัติภารกิจแนวหน้าในฐานะ “องค์จอมทัพไทย”

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังถ่ายทอดข้อความจากทหารแนวหน้าถึงประชาชนว่า หากคนไทยสู้และให้กำลังใจ ทหารก็พร้อมสู้เต็มที่ เพื่อปกป้องแผ่นดินที่บรรพบุรุษรักษาไว้ ยืนยันว่ากองทัพไทยปฏิบัติการภายในเขตแดนไทยเท่านั้น และพร้อมผลักดันผู้รุกล้ำออกจากพื้นที่

พร้อมฝากถึงเยาวชนให้มีสติในการเสพสื่อ ไม่หลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือนหรือสร้างความแตกแยก ควรตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันปกป้องสถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ทิ้งท้ายให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงความหมายของผืนธงชาติไทย 3 สี คือ แดงแทนเลือดและการเสียสละเพื่อแผ่นดิน ขาวแทนศาสนาและคุณธรรม และน้ำเงินแทนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นจอมทัพนำคนไทยต่อสู้รักษาเอกราชจนมีแผ่นดินอยู่มาถึงปัจจุบัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top