Saturday, 27 June 2026
NEWS FEED

"รองฯต่าย ควง รรท.ผู้ช่วยฯอ้อ"ตรวจเยี่ยมมอบนโยบาย บช.ก.เร่งรัดติดตามความคืบหน้าโครงการ Big Data พร้อมสั่งกำชับ เพิ่มขีดความสามารถบูรณาการร่วมกับหน่วยปฎิบัติของพื้นที่ 

วันนี้ (7 พ.ย.66) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.(ปป) และ พล.ต.ท.อัคราเดช  พิมลศรี ผบช.ภ.6 รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 5) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม รับฟัง และมอบนโยบายการดำเนินการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เรื่อง ความคืบหน้าและแนวทางดำเนินการโครงการระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), แนวทางการจัดทำข้อมูลผู้มีอิทธิพลการควบคุมและปราบปราม, แผนมาตรการแนวคิดในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันและปราบปรามของหน่วย ตลอดจนการบูรณาการกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยมี รอง ผบช.ก. และ ผบก. ในสังกัด และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและบรรยายสรุป

โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้กำชับให้จัดทำมาตรฐานและรูปแบบในการจัดทำฐานข้อมูลสำหรับงานป้องกันปราบปรามพร้อมจัดทำแผนการทำงาน แบบบูรณาการร่วมกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและหน่วยพื้นที่

ด้าน พล.ต.ท.อัคราเดช  ได้สั่งการในที่ประชุมว่า ขอให้ บช.ก.ใช้ศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และเครื่องมือพิเศษที่มี สนับสนุนการทำงานของตำรวจพื้นที่ พร้อมทุกอย่างเป็นผลงานขององค์กรเหมือนกัน

พิษณุโลก  กองทัพภาคที่ 3 รับมอบผ้าห่มกันหนาว จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 ในโอกาสมอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับกองทัพภาคที่ 3 ณ บริเวณหน้าห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง  จ.พิษณุโลก 

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 โดยคุณ อนันต์  อมรประภาวัฒน์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการผลิตบนฝั่ง (ประเทศไทย) และคณะ ได้เข้ามอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 3,000 ผืน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมากองทัพภาคที่ 3 ได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 มาด้วยดีโดยตลอด พร้อมกันนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ยังได้มอบหนังสือขอบคุณและของที่ระลึกให้กับ คณะผู้บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 เพื่อเป็นการขอบคุณอีกด้วย

กองทัพภาคที่ 3 เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศ และสภาพอากาศ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากการเกิดภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในทุกฤดู ทางกองทัพภาคที่ 3 จะได้นำผ้าห่มกันหนาวที่ได้รับมอบนี้ ไปมอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและประสบภัยในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

ปรีชา นุตจัรส รายงานข่าวพิษณุโลก

สงขลา-แม่ทัพภาค 4 ร่วมกับวัดนาทวี จัดงานดำนา ที่ นาทวี

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566  ที่ ศูนย์การเรียนรู้พระอาจารย์ภัตร อริโย  ตำบลนาหมอศรี  อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา พลโท ศานติ ศกุนตนาค  แม่ทัพภาค 4  เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรม "พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ " ปีที่ 6  โดยมีนายไพเจน มากสุวรรณ์  นายก อบจ.สงขลา พร้อมด้วย พล.ต.ต.เชาวลิต เลี้ยงสุพงศ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา, พล.ต. อภินันท์ แจ่มแจ้ง ผบ.พล.ร.5, นายวุฒิศักดิ์ เพชรมีศรี เกษตรจังหวัดสงขลา, นายเชิดพงศ์ ใจตรง นายอำเภอนาทวี, นายธนิศร์ ทองสุข ส.อบจ.เขตอำเภอนาทวี  ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และพี่น้องประชาชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดกิจกรรมด้วยการดำนาสาธิต และร่วมกิจกรรมดำนา เยี่ยมชมนิทรรศการของรัฐวิสาหกิจชุมชนของชาวบ้าน และชมการแสดงของนักเรียน จากโรงเรียนนาทวีวิทยาคม และกลุ่มสตรีอำเภอนาทวี  ซึ่งได้ร่วมแสดงให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดำนาได้รับชม ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากพระครูสุวัฒนาภรณ์  รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา/เจ้าอาวาสวัดนาทวี และชมรมโต๊ะอิหม่ามจังหวัดสงขลา ได้กล่าวปาฐกะถา ให้กับผู้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ 

สำหรับกิจกรรมการดำนา สืบสานประเพณีวัฒนธรรม "พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ ปีที่ 6  มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม ได้ร่วมกันฟื้นฟูนาข้าวที่ถูกทิ้งร้างให้กลับมาทำนาข้าวได้อีกครั้ง ขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักทางศาสนา "ขยายผลสู่ หมู่บ้านศีลธรรม" และ โครงการหมู่บ้านยั่งยืน (sustainable village) "ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและจัดการสิ่งแวดล้อมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง"

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความกตัญญูกตเวทิตาและสำนึกในพระคุณ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความกตัญญูกตเวทิตาและสำนึกในพระคุณ  ให้การสนับสนุนหีบบรรจุร่าง ถุงซิป และผ้าดิบ พร้อมกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ในพิธีเคลื่อนย้ายร่าง “อาจารย์ใหญ่” ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา เพื่อรอประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายนพพร ปัญญาวีราภรณ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ รักษาการหัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย นำกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับคณะอาจารย์และนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ให้การสนับสนุน ประกอบพิธีเคลื่อนย้ายร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (อาจารย์ใหญ่) ประจำปีการศึกษา 2565 จำนวน 400 ร่าง เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตา และสำนึกในพระคุณของอาจารย์ใหญ่ โดยมูลนิธิฯ ให้การสนับสนุนหีบบรรจุร่างอาจารย์ใหญ่ จำนวน 360 ใบ พร้อม ถุงซิปสำหรับบรรจุร่าง และผ้าดิบ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 579,546 บาท (ห้าแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันห้าร้อยสี่สิบหกบาทถ้วน) พร้อมทั้งจัดกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ดำเนินการบรรจุและเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ใหญ่ เพื่อรอประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) โดยได้ดำเนินการบรรจุร่างและทยอยเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ใหญ่ไปยังวัดต่างๆ เรื่อยมา นับตั้งแต่ได้รับการประสานงาน

อาจารย์ใหญ่ เป็นชื่อที่แพทย์ทุกคนใช้เรียกผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติที่อุทิศร่างเพื่อเป็นครูสอนนิสิตแพทย์ เพื่อนำความรู้นั้นไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยให้หายจากอาการเจ็บป่วย และสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขได้อีก ตราบชั่วชีวิตของการเป็นแพทย์ จึงนับว่าการอุทิศร่างกาย เพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่ เป็นการทำกุศลครั้งสุดท้ายแห่งชีวิต  ที่สร้างคุณประโยชน์ให้วงการแพทย์เป็นอย่างมาก โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ให้การสนับสนุนคณะแพทยศาสตร์จากสถาบันต่างๆ อาทิ หีบบรรจุร่างอาจารย์ใหญ่ พร้อมถุงซิป และกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัยในการบรรจุและเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ใหญ่เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอขอบพระคุณ อาจารย์ใหญ่ทุกท่านที่เสียสละอุทิศร่างกาย เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และเพื่อให้นิสิตแพทย์เหล่านี้เติบใหญ่เป็นแพทย์ที่ดีมีคุณธรรมต่อไปในอนาคต

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

สภ.เมืองสมุทรปราการ “ปล่อยแถวภารกิจดูแลรักษาความปลอดภัยงานเจดีย์และงานกาชาด 2566”

ลงพื้นที่คุมเข้มด้านความปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานการชาดประจำปีเจดีย์ปากน้ำ กำชับ! เจ้าหน้าตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบลงพื้นที่กว่า 200 นายทุกวัน
เมื่อวันที่ 6 พ.ย.66 เวลา 20.00 น. ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ,พ.ต.ท.ไมตรี บูรณทอง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรปราการ, พ.ต.ท.ยอดรัก กิตติลัภนะรัตน์ สว.สส.สภ.เมืองสมุทรปราการ ร่วมกันปล่อยแถวระดมข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัย ภายในงานองค์พระสมุทรเจดีย์และกาชาด 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-14 พ.ย.66 

ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ยังได้กำชับการปฏิบัติเพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นภายในพื้นที่
จัดงานดังกล่าว โดยเน้นย้ำการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบราม ตามนโยบายของ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ซึ่งรายละเอียด ดังนี้

1.กำชับ เร่งรัดกวดขันการกระทำความผิดเกี่ยวกับสถานบริการในพื้นที่ ไม่ให้มีเยาวชนเข้าไปใช้บริการ ยาเสพติด เปิดเกินเวลา อย่าให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด ทำการเชิญผู้ประกอบร่วมประชุมทำความเข้าใจ กำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย
2.กวดขัน จับกุม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอบายมุข การพนัน ทุกรูปแบบ ทุกพื้นที่ต้องไม่มีโดยเด็ดขาด
3.ให้มีการปิดล้อมตรวจค้นประจำสัปดาห์ กก.สส.ฯ กำหนดเป้าหมายให้แต่ละสภ.ฯ และต้องดำเนินการขอหมายค้นทุกเป้าหมาย การเข้าปฏิบัติต้องวางแผนก่อนทุกครั้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไม่มีการสูญเสีย
4.งานจราจร เจ้าหน้าที่ต้องออกมายืนปฏิบัติหน้าที่บนถนนตามจุดที่มีปัญหา ในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชน แก้ปัญหาจราจร ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผู้บังคับบัญชาควบคุมการปฏิบัติ
5.การป้องกันเหตุธนาคาร ร้านค้าทองในพื้นที่ ออกแผนให้ครอบคลุม รัดกุม กวดขันตรวจตราอย่าให้มีเหตุเกิดในพื้นที่
6.เหตุ นร. ทะวิวาทในพื้นที่ให้เชิญสถาบันมาร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกัน และตรวจจุดเสี่ยงอย่าให้มีเหตุเกิด
7.กำชับความประพฤติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย การเรียกรับ หรือ แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการปฏิบัติหน้าที่ทุกช่องทาง ต้องไม่เกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาต้องสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งนี้ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ยังได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย

โดยมีการปล่อยแถวข้าราชการตำรวจเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยของวันระหว่างการจัดงาน รวมถึงการจัดตั้งจุดตรวจทุกช่องทางเข้าออกงาน ตรวจอาวุธกลุ่มผู้มาร่วมงานที่มีลักษณะต้องสงสัยเพื่อสกัดกั้นการเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ในการเฝ้าระวังกลุ่มวัยรุ่นทั้งคนไทย และต่างด้าวก่อเหตุทะเลาะวิวาท, เหตุล้วงกระเป๋า,เหตุเด็กหลงกับผู้ปกครอง โดยบูรณาการกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและดูแลความสงบเรียบร้อย ภายในงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์  สำหรับในส่วนด้านการจราจร ทั้งภายในงานและส่วนการจรจรรอบนอกงาน ซึ่ง สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้มีการจัดทำช่องทางการเดินเท้าให้เหมาะต่อการเคลื่อนย้าย ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินและเกิดความวุ่นวายขึ้น   พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนที่ต้องการมาร่วมงาน ใช้ขนส่งสาธารณะในการเดินทาง เพื่อลดความแออัดการจราจรบริเวณการจัดงานและพื้นที่ใกล้เคียง

มุกดาหาร กฐินน้ำบูชาพญานาค “มหัศจรรย์พญานาคราชลุ่มน้ำโขงเรืองแสง” แผ่รัศมีบันดาลสุขมอบโชคชัยคืนลอยกระทง 

จังหวัดมุกดาหาร กำหนดในวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2566 (ตรงกับวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำเดือน ๑๒) 26 พย.จุดเทียนขึ้นภูบูชาพระใหญ่ 27 พย.บ่ายทอดกฐินน้ำบูชาพญานาค ณ ปากถ้ำพญานาค กลางลำน้ำโขง กลางคืน ตรงลอยกระทง “มหัศจรรย์พญาอนันตนาคราชลุ่มน้ำโขงเมืองมุกดาหารเรืองแสง” เปล่งประกายแผ่รัศมีสีแสงให้ประชาชนได้ชื่นชม อำนวยชัยให้ศิษย์พญานาค ผู้ศรัทธา และประชาชนที่ได้เห็นรับโชคชัย 

พ.ต.ท.ดร.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ด้วยจังหวัดมุกดาหาร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมืองมุกดาหาร เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด หอการค้า YEC สภาอุตสาหกรรม สมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด ท่าทรายอัญเชิญสถิต มูลนิธิการกุศลมุกดาหารเต็กก่าจีหมกเกาะ ผู้ประกอบการในแม่น้ำโขง ห้างยักษ์ร้านใหญ่ เหล่าสานุศิษย์สายพญานาค และประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันจัดงานกฐินน้ำบูชาพญานาค ปีที่ 16 กำหนดในวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2566 (ตรงกับวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำเดือน ๑๒) 

26 พย. ช่วงเย็นจุดเทียนขึ้นภูบูชาพระใหญ่ ณ องค์พญานาคฟ้า 27 พย. เวลาบ่ายทอดกฐินน้ำบูชาพญานาค ณ จุดที่เชื่อกันว่าเป็นถ้ำพญานาคใต้พิภพ กลางลำน้ำโขง ภาคกลางคืน “พญาอนันตนาคราชลุ่มน้ำโขงมุกดาหารเรืองแสง” เปล่งประกายแผ่รัศมีสีแสงกลางลำน้ำโขงให้ประชาชนได้ชื่นชม อำนวยโชคชัยความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ขับไล่โรคภัยไข้เจ็บให้ศิษย์พญานาค ผู้ศรัทธา และประชาชนที่ได้เห็นได้รับบุญกันทั่วหน้า คืนลอยกระทง 
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กล่าวต่อว่า สำหรับพิธีทอดกฐินน้ำ บูชาพญานาค ปีที่ 16 กำหนดจัดขึ้นบนเรือบัครับน้ำหนักได้กว่า 50 ตัน ล่องเรือสู่ทิศเหนือกลางลำน้ำโขง ณ จุดที่เชื่อกันว่าเป็นถ้ำพญานาคที่อยู่ใต้พิภพ ณ บริเวณศาลพญานาคสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร สะหวันนะเขต สำหรับกลางคืนวันที่ 27 พย. ตรงกับคืนลอยกระทง “มหัศจรรย์พญาอนันตนาคราชลุ่มน้ำโขงมุกดาหารเรืองแสง” พญานาค 2 ตน ลำตัวยาว 30 เมตรเศษ และ 20 เมตรเศษ ล่องลอยอยู่กลางลำน้ำโขง แสดงอภินิหารของพญานาคาผู้ทรงฤทธิ์ในลุ่มน้ำโขง เปล่งสีแสง แผ่รัศมีให้เหล่าสานุศิษย์และประชาชนผู้ศรัทธาได้รับบารมีของแสงที่ส่องออกจากตัวพญานาคสู่โลกมนุษย์ งานนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดดำเนินการเต็มพลัง

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า “มหัศจรรย์พญาอนันตนาคราชลุ่มน้ำโขงมุกดาหารเรืองแสง” คาดว่าจะมีกลุ่มลูกศิษย์ผู้ศรัทธาองค์พญานาคทั่วประเทศ ประชาชนผู้ศรัทธาองค์พญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในลุ่มน้ำโขง หลังจากมีกฐินพญานาค 3 พิภพเมื่อเดือนที่ผ่านมา ขอเชิญกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมสักการะบูชาพญานาคลุ่มน้ำโขงมุกดาหาร ขอเชิญผู้ศรัทธานักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมขอโชคขอพรพญานาค 3 พิภพ ที่จังหวัดมุกดาหาร เป็นกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น เป็นการสร้างงานสร้างเงินให้การท่องเที่ยวชุมชนในภูมิภาคนี้ จังหวัดตั้งใจที่จะจัดงานนี้ให้ยิ่งใหญ่สมความเข้มขลังของสิ่งสักสิทธิ์ที่อยู่ในลุ่มน้ำโขง
จึงขอเรียนเชิญลูกศิษย์ผู้ศรัทธาองค์พญานาคทุกท่านทุกแห่งทั่วโลก ท่านที่เคารพศรัทธาองค์พญานาค และประชาชนนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมงานกฐินน้ำบูชาพญานาค กลางลำน้ำโขง ที่จังหวัดมุกดาหาร พร้อมร่วมงาน “มหัศจรรย์พญาอนันตนาคราชลุ่มน้ำโขงมุกดาหารเรืองแสง” เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ท่าน คนรัก และครอบครัว ++++

เด็กๆ เศร้า!! ซ้อมเต้นรอเก้อ ถูกหลอกจะมาเลี้ยง 'ไก่ทอด-มอบทุน' แต่ยังดี!! มีผู้ใหญ่ใจดีตัวจริงมาช่วยเยียวยาแทน หลังโพสต์แพร่สะพัด

(7 พ.ย.66) จิตใจทำด้วยอะไร…เมื่อเฟซบุ๊กโรงเรียนบ้านป่าหัด อำเภอปัว จังหวัดน่าน ได้โพสต์ข้อความต้อนรับ เภสัชกรหญิงรายหนึ่งและคณะ โดยระบุไว้ว่า…

“โครงการ #อุ่นน้องท้องอิ่ม ในปี 2566 นี้ วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน เป็นโครงการที่ ภกญ.xxxx และเพื่อนๆ กลุ่มเภสัชกร & เพื่อนๆ กลุ่มรร.มัธยมศึกษา 1-6 ได้จัดทำขึ้น ให้กับน้องๆ ตามรร.ต่างๆ ทุกๆ จังหวัดได้รับความอบอุ่น & อิ่มท้อง รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสุข ซึ่งโครงการนี้เริ่มต้นที่ จ.น่าน เป็น รร.แรก คือ โรงเรียนบ้านป่าหัด อำเภอปัว จังหวัดน่าน 

ทางคณะเราขอส่งมอบเสื้อวอร์ม คนละ 1 ชุด ให้กับน้องๆ ทุกคน รวม 117 ชุด เพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว น้องๆ จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 1,000 บาท ทุกคนรวม 117 คน เพื่อใช้จ่ายในด้านอุปกรณ์การเรียน น้องๆ ได้รับความอบอุ่นแล้ว ท้องก็ต้อง อิ่มด้วย ขอขอบคุณ เคเอฟซี ป.ต.ท ปัว ในด้านบริการ อาหารกลางวันให้กับน้องๆ ทั้งหมด 117 ชุด พร้อมคณะอาจารย์ทุกท่านและคณะทางเรา ได้อิ่มท้องแล้วพบกันค่ะ” 

ขณะที่ทางโรงเรียนและนักเรียนก็จัดสถานที่ จัดทำป้ายต้อนรับคณะผู้ใหญ่ใจดีพร้อมทั้งเด็กๆ นักเรียนก็ซ้อมทำการแสดงไว้รอต้อนรับอย่างมีความหวังและตื่นเต้นกันสุดๆ แต่แล้วเมื่อถึงเวลานัดหมายคือวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มเภสัชกร ไม่สามารถติดต่อได้และปิดเฟซบุ๊กไป คณะครูจึงได้ทำการตรวจสอบจึงพบว่าเป็น มิจฉาชีพ สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับทางโรงเรียน ทางผู้บริหารได้ดำเนินการแจ้งความไว้เป็นคดีความเรียบร้อยแล้ว

หลังจากที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ได้มีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาเยียวยาจิตใจเด็กๆ ด้วยการสมทบทุนกันซื้อไก่ทอด KFC ให้เด็กๆ ได้กินกันอย่างมีความสุข 

ชื่นชม!! 'น้องฮาคิม' นักเรียนสุดเก่งจาก รร.สหวิทย์ วัย 10 ขวบ คว้า 2 เหรียญทอง 1 รางวัลรองชนะเลิศ แข่งขันดนตรีไทย ประเภทเครื่องตี

(7 พ.ย.66) น้องฮาคิม หรือ ด.ช.นักปราชญ์​ พัฒนะ​พีระ​พงศ์​ หนุ่มน้อยวัย 10 ขวบ ปัจจุบันศึกษาอยู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสหวิทย์ เป็น 1 ในเยาวชน จาก 1,065 คนทั่วประเทศไทย ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศและคว้ารางวัลจากการประกวดดนตรีไทยชิงถ้วยพระราชทานฯ ‘Big C โสตศิลป์ สืบสาน ดนตรีไทย’ มาได้สำเร็จ

ซึ่ง ‘น้องฮาคิม’ เล่าว่า “โจทย์ในครั้งนี้สุดหิน เพราะเป็นการแข่งขันดนตรีไทยสร้างสรรค์ มีทั้งเครื่องดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้านหลากหลายรูปแบบจากทั่วประเทศ”

แต่ถึงจะยากแค่ไหน ‘น้องฮาคิม’ ก็คว้ามาได้ถึง 2 เหรียญทอง กับ 1 รางวัลใหญ่ ประกอบด้วย…

- รางวัลเหรียญทอง รายการเครื่องตี ประเภทเดี่ยว รุ่นอายุ 6-12 ปี
- รางวัลเหรียญทอง และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 รายการเครื่องตี ประเภทคู่ รุ่นอายุ 6-12 ปี

“การแข่งขันครั้งนี้ยากและท้าทายมากทั้งแบบประเภทคู่และประเภทเดี่ยว ผมใช้เวลาฝึกซ้อมนานและเหนื่อยมากๆ แต่พอได้รางวัลก็รู้สึกภูมิใจ ต้องขอขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนในสิ่งที่ผมรัก ขอบคุณครูเก่ง พรเทพ สุขอุดม ที่ทำทางเพลงและฝึกซ้อมให้ คุณครู ผม และเพื่อน ตั้งใจทำโชว์นี้ออกมาให้ดีที่สุดแล้วมันก็ดีมากๆ หลายคนชมหลายคนชอบมันคือรางวัลจริงๆ แต่อยากบอกเพื่อนๆ อีกหลายคนที่ไม่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่าไม่เสียใจ เพราะการที่ได้เข้ารอบมาในครั้งนี้ไม่ง่าย ทุกคนเก่งมากๆ แล้วครับ และอยากฝากให้เยาวชนไทยหันมาเล่นดนตรีไทยกันเยอะๆ เพราะดนตรีไทยเป็นสมบัติของชาติไทยครับ” น้องฮาคิม กล่าว

ผบ.ตร.จัดสภากาแฟหารือผู้บริหาร ตร. พร้อมด้วย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และอดีตผู้บังคับบัญชา ขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อดูแลตำรวจและประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพ ทั้งหารือแก้ไขคำสั่งระเบียบพนักงานสอบสวน ให้ทำงานคล่องตัวมีประสิทธิภาพ

วันนี้ (7 พ.ย.66) เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. , พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ และ พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช รรท.รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย ผู้ช่วย ผบ.ตร. , ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ , พล.ต.อ.วินัย ทองสอง , พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ , ดร.ประทิต สันติประภพ , อดีตผู้บังคับบัญชา และผู้บัญชาการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมหารือ “สภากาแฟ” ขับเคลื่อนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   

ระหว่างการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ ได้มีการหารือประเด็นการแก้ไขปรับปรุงคำสั่ง 419/2556 เพื่อให้พนักงานสอบสวนทำงานได้คล่องตัวมีประสิทธิภาพ เข้ากับบริบทสังคม ให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด รวมทั้งการเพิ่มค่าตอบแทน ค่าสำนวนให้พนักงานสอบสวนให้เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกระบวนการยุติธรรมหน่วยงานอื่น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้พนักงานสอบสวน 

นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยแนวทางการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภาพรวม ที่ได้รับคำชี้แนะ คำแนะนำที่มีประโยชน์จาก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และอดีตผู้บังคับบัญชา ในการขับเคลื่อนองค์กร ดูแลสวัสดิการ ขวัญกำลังใจ การเจริญเติบโตของข้าราชการตำรวจ รวมถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล

ทั้งนี้ การพูดคุยหารือในรูปแบบสภากาแฟ เป็นดำริของ ผบ.ตร.ที่ต้องการรับฟังความเห็นจาก รอง ผบ.ตร. ,ผู้ช่วย ผบ.ตร. , ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และอดีตผู้บังคับบัญชา ในการขับเคลื่อนนโยบายของ ตร. อีกทั้งเป็นการแสดงถึงความสามัคคี เป็นหนึ่งเดียวขององค์กรในการขับเคลื่อน ตร.เพื่อดูแลข้าราชการตำรวจ และพี่น้องประชาชน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ นำทีมหารือ ตม.ย่างกุ้ง ช่วยเหลือคนไทยกลับประเทศ มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (วันอังคารที่ 7 พ.ย.66) เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศพดส.ตร. ที่รับผิดชอบงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พร้อมด้วยกงสุลไทย ณ กรุงย่างกุ้ง เจ้าหน้าที่ DSI และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. และผู้ช่วยทูตตำรวจไทย ณ กรุงย่างกุ้ง เข้าพบหารือกับนายหม่อง หม่อง ทาน รัฐมนตรีกระทรวงกิจการสังคมและตรวจคนเข้าเมืองย่างกุ้ง ณ ที่ทำการ เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ที่เมืองเล้าก์ก่ายกลับประเทศไทยโดยปลอดภัย ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก 

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เปิดเผยว่าจากการที่เราได้ร้องขอในการช่วยเหลือคนไทยนี้ ทางการพม่าแจ้งว่า คนไทยทั้ง 162 คน ที่เมืองเล้าก์ก่ายนั้น เข้าเมืองมาผิดกฎหมายทั้งหมด แต่เห็นแก่ความร่วมมืออันดีระหว่างกันที่ผ่านมา ทั้ง ตม.ไทย และ ตม.เมียนมา ทำให้ทางการพม่าจะไม่ดำเนินคดีตามกฎหมายเข้าเมืองกับคนไทยทั้ง 162 คน ที่เมืองเล้าก์ก่าย และจะเร่งรัดส่งกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุด โดยในช่วงบ่ายวันนี้ ทางการพม่าก็จะมีการประชุมหารือกันระหว่าง ตม.เมียนมา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมียนมา เกี่ยวกับกระบวนการส่งกลับคนไทยทั้งหมด และการรักษาความปลอดภัยในเส้นทางส่งกลับ เนื่องจากบ้านเมืองเขายังมีการสู้รบกันอยู่ และก่อนที่จะมีขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยต่อไป 

อีกทั้งการมาเข้าพบหารือครั้งนี้ ยังได้ร้องขอว่าคนไทยที่เมืองเล้าก์ก่ายนั้น มีทั้งคนไทยตั้งครรภ์ และเจ็บป่วย ขอให้ทางการเมียนมาช่วยดูแลรักษาให้ด้วย ซึ่งทางการเมียนมารับปากรับคำเป็นอย่างดีในการที่จะให้การดูแล และการเดินทางมาครั้งนี้ การมาเข้าพบพูดคุยด้วยตนเองนั้น ยังเป็นการเร่งรัดการดำเนินการกับทางการเมียนมาไปในตัว และย้ำความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนว่าเราพร้อมจะประสานงานกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การช่วยเหลือคนไทยเป็นไปด้วยความรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด รวมทั้งได้มีการแลกหมายเลขโทรศัพท์มือถือไว้ติดต่อโดยตรงระหว่างกันกับนายหม่อง หม่อง ทาน ทั้งปัญหาการค้ามนุษย์ แก็งค์คอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อร่วมมือกันรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศให้กับประชาชนทั้งสองประเทศได้อยู่กันอย่างสงบสุขต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top