Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการปรับปรุงเส้นทางภูทับเบิก บ้านนาสะอุ้ง - บ้านหมากแข้ง

ตามที่ พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กรุณาอนุมัติให้ดำเนินโครงการปรับปรุงเส้นทางภูทับเบิก - บ้านนาสะอุ้ง - บ้านหมากแข้ง ที่มีความชำรุดเสียหายมาเป็นเวลานาน  ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและยากลำบากในการเดินทาง อีกทั้งเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนทำให้เส้นทางดังกล่าวไม่สามารถสัญจรได้ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 1 ก.พ. - 3 พ.ค.67 ระยะทาง รวม 13.74 กิโลเมตร

ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.15 นาฬิกา พลโท ประสาน  แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการปรับปรุงเส้นทางภูทับเบิก - บ้านนาสะอุ้ง - บ้านหมากแข้ง ในโอกาสเดินทางได้เข้าเยี่ยมชมอุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เพื่อตามรอยและเชิดชูพระวีรกรรมอันกล้าหาญยิ่งของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยายศ ร้อยเอก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร 

จากนั้นเดินทางไปติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการปรับปรุงเส้นทางภูทับเบิก - บ้านนาสะอุ้ง - บ้านหมากแข้ง และรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินการ โดยกองพลพัฒนาที่ 3 
ต่อจากนั้นเดินทางไป โรงเรียนบ้านนาสะอุ้ง ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อพบปะประชาชนบ้านนาสะอุ้ง พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่มีฐานะยากจน จำนวน 30 ครอบครัว พร้อมทั้งมอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชน และร่วมรับประทานอาหารร่วมกับชาวบ้านบ้านนาสะอุ้ง และนักเรียนโรงเรียนบ้านนาสะอุ้ง ในโอกาสนี้แม่ทัพภาคทึ่ 3 ได้พบปะและให้กำลังใจกำลังพลที่มาปฏิบัติภารกิจ และมอบสิ่งของเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าว

'หยก' ลงชิงประธานสภาเด็กฯ เขตพระนคร โหวต 16 ก.พ.นี้ มีผู้สมัคร 4 คนให้เลือก

(7 ก.พ. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กสำนักงานเขตพระนคร ได้เปิดเผยรายชื่อ แคนดิเดต ในการเลือกตั้งประธานสภาเด็กและเยาวชนเขตพระนคร และขอเชิญชวนเด็กและเยาวชนเขตพระนคร แสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้งประธานสภาเด็กและเยาวชนเขตพระนคร ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 และใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 (08.00-17.00 น.)

สำหรับคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีดังนี้

1.อายุไม่เกิน 25 ปี
2.มีชื่อตามทะเบียนบ้านในเขตพระนคร
3.ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ (ตาม QR code) ที่แนบมาพร้อมนี้
ร่วมแสดงพลังเยาวชนใช้สิทธิเลือกตั้งประธานสภาเด็กและเยาวชนเขตพระนคร โดยการเลือกจากผู้สมัคร 4 คน สามารถดูลิงก์ Tiktok แนะนำตนเอง+แสดง

โดย 1 ในผู้สมัครประธานคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเขตพระนคร ปรากฏชื่อ น.ส.ธนลภย์ ผลัญชัย หรือ หยก ด้วย

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 13 (แพร่) ปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ป้องกันไฟป่าหมอกควันตามยุทธศาตร์กระทรวงทรัพย์ฯ

สบอ.13(แพร่)สั่งสนธิกำลังหน่วยงานในพื้นที่ร่วมกับภาคประชาชน ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ เข้าควบคุมพื้นที เพื่อแก้ไขปัญหาการเกิดไฟป่าหมอกควัน ณอุทยานแห่งชาติ แม่ยม จังหวัดแพร่ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ดังนี้ 

โดยมีรายละเเอียดการปฏิบัติการดังนี้ ..
1.ชุด ตรวจสอบ Hotspot รอบเช้า จำนวน 2 จุด
1.1 จุดบ้านแม่พร้าว ต.สะเอียบ Hotspot 2 จุด ใช้กำลังผสมจนท.เเละเคลือข่ายภาคประชาชน จำนวน 35นาย
1.2 จุดรอยต่อ จังหวัดแพร่- จังหวัดลำปาง เขตอำเภองาว ใช้กำลังผสม จน.และประชาชนจำนวน20นาย 
2 .ชุดลาดตระเวน เคลียร์พื้นที่ เสี่ยง เกิด Hotspot เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ใช้กองกำลังผสมจนท. ดังนี้
2.1.ชุด เข้าตรวจสอบ ลาดตระเวน พื้นที่เสี่ยง รอยต่อ อำเภอสอง- อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ใช้กำลัง 8 นาย 
2.2ชุดลาดตระเวน เคลียร์พื้นที่เสี่ยง พื้นที่เป้าหมาย หล่มด้ง ใช้กำลังผสม จำนวน20 นายผลการปฏิบัติงาน สามารถควบคุมพท เสี่ยงการเกิดไฟป่าและเข้าถึงจุดhotspotทุกจุด และควบคุมพื้นที่อย่างทั่ถึงในพื้นที่เสี่ยงจนไม่มีHPตลอดระเวลาเช้า-12.50น. วันที่ 6 กพ.67

โดยปฏิบัติการบัญชาการควบคุมพื้นที่ในวันนี้นายกมล นวลใย ผอ .สบอ.13แพร่ ได้มาตรวจติดตาม บัญชาการ ประสานงาน ด้วยตนเอง ณ.Wall Room ไฟป่า อช แม่ยม ณ ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่

ทั้งนี้เป็นการปฏิบัติการเชิงรุกตามนโยบาย /ข้อสั่งการของกระทรวงทส.และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช นายอรรถพล เจริญชันษา

พล.ต.อ.พัชรวาทฯ ปล่อยพันธุ์นกกระเรียนท้องถิ่น ความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานฯและองค์การสวนสัตว์ คืนธรรมชาติในท้องที่บุรีรัมย์

วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยจากการเพาะเลี้ยงคืนสู่ธรรมชาติ ครั้งที่ 12 และกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทย (เทศกาลนกกระเรียน ประจำปี 2567) โดยมีรอ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายอร่าม ทัพหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7(นครราชสีมา)
คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์เรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย จังหวัดบุรีรัมย์

พล.ต.อ.พัชรวาทฯ กล่าวว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนในชุมชนท้องถิ่น ที่ร่วมมือกันอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยและพื้นที่ชุ่มน้ำที่เปรียบเสมือนบ้านของสัตว์ป่า รวมถึงการร่วมมือกันจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ป้องกัน ฟื้นฟู ทรัพยากร ธรรมชาติ สร้างความตระหนัก และความร่วมมือของประชาชน พร้อมทั้งการยกระดับการทำงานของสวนสัตว์ให้ดูแลสัตว์ป่าอย่างมีสวัสดิภาพสัตว์ที่ดียิ่งขึ้น สามารถเพาะขยายพันธุ์เพื่อการดำรงเผ่าพันธุ์ รวมถึงการศึกษาวิจัยเพื่อปล่อยสัตว์ป่าหายากของประเทศไทยกลับสู่พื้นที่ที่เหมาะสมได้

นอกจากนี้ ในการร่วมมือกันอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทย ยังแสดงให้เห็นว่าการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างรู้คุณค่า ยังสามารถสร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึง ซึ่งตรงกับนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน และเช่นเดียวกันกับการที่ยังคงรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพไว้ได้ ต้องขอขอบคุณคณะผู้บริหาร ส่วนราชการ ภาคเอกชน คณะทำงานโครงการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทย และที่สำคัญคือประชาชนในท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ทุกท่าน ที่ร่วมกันดูแลและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถช่วยกันนำนกกระเรียนพันธุ์ไทยกลับมาสู่ผืนนาและท้องฟ้าของเมืองไทยอีกครั้งหลังจากหายไปกว่า 30 ปี 

สำหรับกิจกรรม มีการปล่อยนกกระเรียน 10 ตัว บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ และมีการแสดงนิทรรศการภาพถ่าย “นกกระเรียนพันธุ์ไทยจากสวนสัตว์สู่ธรรมชาติ” กิจกรรม “ดูนกในพื้นที่ชุ่มน้ำ” การแสดงและดนตรีจากนักเรียน นักศึกษา และชุมชนเครือข่ายอนุรักษ์ในจังหวัดบุรีรัมย์ กิจกรรมล่องเรือชมธรรมชาติ ชมวิวอ่างเก็บน้ำช่วงพระอาทิตย์ ชิมอาหารพื้นบ้านและช้อปผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

วันนี้ (วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นาย สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วย นายอู๋ จื้อ อู่ อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตฯ และคณะ ที่ได้เข้าพบคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567 และเยี่ยมชมมูลนิธิฯ โดยมี คณะผู้บริหาร พนักงาน และอาสาสมัครสัมพันธ์นานาชาติ  (อาสาสมัครจีนสัมพันธ์) ร่วมให้การต้อนรับ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung  

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ฉะเชิงเทรา- บลูเทค ซิตี้ เปิดบ้านภูมิปัญญาสมุนไพร ป่าชายเลน สู่ Fashion Show Low Carbon” 

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทคซิตี้ ต้อนรับคณะนักศึกษาและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม รวมทั้งนักเรียนและคุณครูจากโรงเรียนวัดเขาดิน มาศึกษาดูงาน ที่ศูนย์เรียนรู้ “ทุ่งสมุนไพรป่าชายเลน แห่งแรกในประเทศไทย” ภายใต้แนวคิด “จากภูมิปัญญาสมุนไพรป่าชายเลน สู่ Fashion Show Low Carbon” โดยภายในศูนย์เรียนรู้ มีกิจกรรมต่างๆให้ศึกษาดูงานมากมาย อาทิ กิจกรรมแปรรูปสมุนไพรเหงือกปลาหมอมาทำเป็นสบู่ กิจกรรมเพาะพันธุ์ลูกปูทะเล เชิญชวนเย็บใบจาก ทานอาหารจากป่าชายเลน และกิจกรรมทำผ้ามัดย้อม - มัดใจใบโพธิ์ทะเล ฯลฯ ณ ทุ่งสมุนไพรป่าชายเลน ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา 

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทคซิตี้ เปิดเผยว่าบลูเทค ซิตี้ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนตั้งแต่รากฐาน ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องต่อการแก้ไขปัญหาไปพร้อมกับการพัฒนาแบบต่อยอด จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ “ทุ่งสมุนไพรป่าชายเลน แห่งแรกในประเทศไทย” โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างสมดุลทางสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการสร้างเศรษฐกิจชุมชน เกิดเป็นการท่องเที่ยวศึกษาดูงานในพื้นที่ พร้อมทั้งให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมกับพื้นที่ และเชิญร่วมเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้ภูมิปัญญาสมุนไพรป่าชายเลน มาช่วยกันสอน ช่วยกันปลูก ช่วยกันแปรรูป และช่วยกันขาย ก่อเกิดอาชีพ เกิดรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จากฐานทรัพยากรท้องถิ่น ที่จะเกิดกระบวนการผลิต การกิน การใช้ และในอนาคตก็จะมีการส่งเสริม สนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากท้องถิ่น ได้ออกไปสู่สายตาภายนอก อาทิ ผ้ามัดย้อม - มัดใจใบโพธิ์ทะเล ผ้าย้อมสีธรรมชาติลดการใช้สีเคมี ใช้ผ้าเส้นใยธรรมชาติลดโลกร้อน ซึ่งบลูเทคซิตี้ฯจะต่อยอดโดยการจัดงานเดินแบบแฟชั่นโชว์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีปทุมวิทยาเขตชลบุรี และภาคีเครือข่าย นำเสนอมินิแฟชั่นโชว์ด้วยผ้าที่เกิดขึ้นภายในท้องถิ่น ในช่วงบ่ายนี้ ณ ศูนย์เรียนรู้นักออกแบบภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมสมัย มหาวิทยาลัยศรีปทุมวิทยาเขตชลบุรี ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทีมงานทุกคนช่วยกันคิดและตั้งใจทำ เพื่อพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืน 

นางสาวกุลพรภัสร์ ได้เปิดเผยต่อว่า ในนามของทีมงานบลูเทคซิตี้ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ ทั้งนักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป สามารถเข้ามาศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้ “ทุ่งสมุนไพรป่าชายเลน แห่งแรกประเทศไทย” กันให้เยอะๆ เพราะนอกจากจะอิ่มเอมไปกับประสบการณ์ ความรู้ ทักษะ และความสนุกสนานที่ได้ภายในศูนย์เรียนรู้ทุ่งสมุนไพรฯแล้ว ยังอิ่มท้องไปกับอาหารนานาชนิดจากป่าชายเลน ที่หลายท่านอาจไม่เคยได้ลิ้มรส ได้ที่ ศูนย์เรียนรู้ทุ่งสมุนไพรป่าชายเลน ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

ไม่อยากจะเชื่อ!! ขับรถไล่-บีบแตรใส่ขบวนเสด็จฯ ในวันที่สถาบันฯ ปรับตัวอย่างสูงกับการใช้ 'รถ-ถนน'

(7 ก.พ.67) ช่องติ๊กต็อก ‘Spark Update’ โพสต์คลิปวิดีโอแสดงความคิดเห็น จากกรณี ‘THE STATES TIMES’ โพสต์ข้อมูลประเด็น น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และพวก ช่วงขณะที่นั่งอยู่ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล มีพฤติการณ์บีบแตรรถยนต์ลากยาวระหว่างขบวนกรมสมเด็จพระเทพฯ กำลังเสด็จบนทางร่วมของต่างระดับมักกะสัน และขับรถยนต์ด้วยความเร็วเพื่อไปให้ทันขบวน แต่เมื่อมาถึงบริเวณทางลงด่วนพหลโยธิน 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่รถปิดท้ายสกัดกั้นไม่ให้รถยนต์คันดังกล่าวลงไปร่วมกับขบวนได้ โดยระบุว่า…

“จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหรืออะไรก็ตาม แบบนี้ไม่ควรทํา…ซึ่งเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหรืออะไรก็ตามแต่เกี่ยวกับเรื่องของขบวนเสด็จ อย่างไรก็ต้องขับเคลื่อนด้วยวิธีการอื่น แล้วเรื่องแรกคือเส้นทางในการปิด ไม่ได้ปิดทุกเลน ส่วนเรื่องที่สองเรามองว่าสถาบันปรับพระองค์ท่านเยอะมากแล้ว ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย ซึ่งเขาปิดเพียง 30 วิ ไม่ใช่ 1 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง 5 ชั่วโมง แต่มันคือ 30 วิ…

ดังนั้นจึงรู้สึกว่าการที่ไปบีบแตร หรืออะไรก็ตาม มันคือการคุกคามในมุมของเรา ซึ่งการดํารงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์เราคิดว่าจําเป็นมาก ๆ ในสถานการณ์ที่บนโลกนี้เป็นแบบนี้ โดยเฉพาะประเทศเรา ซึ่งก็ไม่ต้องไปพูดถึงขนบวัฒนธรรม สถาบันกษัตริย์ในเชิงการทูตเอยหรืออะไรเอยมีหลายมิติ เราอาจจะรู้สึกว่าทําแบบนี้ไม่ควร เราขับเคลื่อนด้านอื่น นําเสนอแนวคิดอย่างงี้ได้ แต่ว่าการทําในลักษณะดังกล่าวนี้มองว่ามันไม่เหมาะสมด้วยประการและทั้งปวง

ซึ่งไม่คิดว่าจะได้เห็นสิ่งอะไรพวกนี้ แล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นการขับเคลื่อนที่ดูแล้วมันไม่ได้สร้างอะไรเลย แล้วพอจะมีการไปแจ้งความดําเนินคดีมันก็กลายเป็นเหมือนกลั่นแกล้งอีก แต่สุดท้ายแล้วต้นสายปลายเหตุของเรื่องดังกล่าวมันก็ถูกจัดขึ้นรึเปล่า ถูกวางแผนหรือเปล่า… การติดตามพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านก็ไม่ได้ติดตามยาก และในขณะเดียวกันนี้กฎหมายประมวล กฎหมายอาญามาตรา 112 ก็คุ้มครองเพียงแค่พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชินี ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ และมกุฎราชกุมารเท่านั้น…”

‘เริงชัย ประภาษานนท์’ ศิลปินแห่งชาติ ผู้สร้าง ‘อินทรีแดง’ เสียชีวิตในวัย 94 ปี

(7 ก.พ. 67) นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า นายเริงชัย ประภาษานนท์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2562 ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี สิริอายุ 94 ปี โดยทางครอบครัวแจ้งว่าจะมีกำหนดรดน้ำศพ ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 14.00 น. และกำหนดสวดพระอภิธรรมศพ วันที่ 7, 8 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลา 19.00 น. ณ วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ศาลา 2 ซอยวัชรพล ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร และกำหนดการพิธีฌาปนกิจ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 14.00 น.

อธิบดีสวธ. เปิดเผยอีกว่า นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม มอบหมายให้กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม โดยกลุ่มสวัสดิการศิลปินแห่งชาติฯ ดำเนินการจัดสวัสดิการช่วยเหลือ ดังนี้ มอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน 20,000 บาท ค่าเครื่องเคารพศพ 3,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท ด้วย

สำหรับประวัติของ นายเริงชัย ประภาษานนท์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2562 เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 ที่อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร ขณะศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนันทนศึกษา เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2487 โรงเรียนปิดลง เริงชัยออกมาทำงานที่โรงไฟฟ้าสามเสน เมื่อโรงไฟฟ้าถูกระเบิดทำลาย ได้งานทำใหม่เป็น ช่างเรียงพิมพ์

และเริ่มเขียนเรื่องสั้นเรื่องแรกชื่อ ‘พรหมบันดาล’ ตีพิมพ์ในนิตยสาร ‘รัตนโกสินทร์’ ใช้นามปากกา ‘สุริยา’ ต่อมาเขียนนวนิยายแนวบู๊ใช้นามปากกา ‘เศก ดุสิต’ เรื่อง ‘สี่คิงส์’ และ ‘ครุฑดำ’ จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์อักษรสมิต 

ตามมาด้วยเรื่องในชุด ‘อินทรีแดง’ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น มีชื่อเสียงเป็นที่นิยม จนต้องนำตัวละครจากทั้ง 2 เรื่อง คือ ‘คมน์ พยัคฆราช’ และ ‘โรม ฤทธิไกร’ มามีบทบาทร่วมกันในเรื่อง ‘จ้าวนักเลง’ ต่อมาเรื่อง ‘พยัคฆ์ร้ายไทยถีบ’ ตีพิมพ์ในนิตยสารอาทิตย์รายสัปดาห์ของสำนักพิมพ์อักษรโสภณ เริงชัยใช้นามปากกา เศก ดุสิต, เกศ โกญจนาศ, ศิรษา, ดุสิตา, สุริยา และลุงเฉื่อย

ในสมัยสื่อสิ่งพิมพ์ เฟื่องฟู ผลงานของเริงชัยเป็นที่ต้องการของหนังสือต่าง ๆ ในสัปดาห์หนึ่งจึงต้องเขียนนวนิยายส่งนิตยสารถึง 5 เล่ม ผลงานมีทั้งหมดกว่า 50 เล่ม ส่วนใหญ่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ เริงชัยได้รับรางวัลนราธิป จากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2552 ผลงานชุด ‘อินทรีแดง’ เป็นหมุดหมายของอาชญนิยายไทย เริงชัยสามารถสร้างตัวละคร ‘อินทรีแดง’ ให้เป็นบุคคลในอุดมคติเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเยียวยาจิตใจของผู้คนในสังคมให้มีพลังและแกร่งกล้า เพื่อต่อสู้กับอำนาจ ความชั่วร้าย อินทรีแดงเป็นวีรบุรุษในหัวใจนักอ่าน เป็นคนดี คนเก่งที่ช่วยแก้ปัญหา ไม่เพียงแต่ในสังคมเล็ก ๆ หรือ ชุมชน หากหมายรวมถึงปัญหาของบ้านเมืองด้วย เป็นตัวแทนของคนไทยในการปราบปรามความชั่วร้ายในสังคม

ผลงานของเริงชัยมีพลังทางวรรณศิลป์ ผ่านโครงสร้างนวนิยายอันซับซ้อน และด้วยภาษาอันทรงประสิทธิภาพ ผลงานจึงได้รับความนิยม และยืนยงข้ามกาลเวลา อยู่ในความทรงจำของนักอ่านมาทุกยุคทุกสมัย นายเริงชัย ประภาษานนท์ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2562

'มส.16' รับผิดชอบต่อสังคม เติมความสุข-ปันรัก นักเรียนชายขอบ ตชด.บ้านโป่งลึก

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ ได้มีพิธีมอบเงินสนับสนุนงบประมาณและสิ่งของเพื่อสนับสนุนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี นำโดย พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง และประธานหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) พล.อ.ดร.มารุต ปัชโชตะสิงห์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ขั้นสูง (มส.) ผศ.พล.อ.ต.หญิง ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ รองผู้อำนวยการฯ ดร.วรวุฒิ ไชยศร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ พล.ต.ต.ดร.ภาดล  ประภานนท์ อาจารย์ประจำหลักสูตร พร้อมนักศึกษาหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่น 16 โดยมี พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รอง ผบช.ตชด. และคณะครู ให้การต้อนรับ พร้อมนำนักเรียนบ้านโป่งลึก มาร่วมรับมอบ

พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม CSR ครั้งนี้ เป็นวิสัยทัศน์ของหลักสูตร มส. 4 สร้าง คือ สร้างความมั่นคงแห่งชาติ สร้างความมั่นคงของมนุษย์ สร้างความรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อมุ่งส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร มส. แต่ละรุ่น ได้เห็นความสำคัญ รวมพลังทั้ง ความรัก ความสามัคคี และการให้ ในการแบ่งปันต่อสังคม โดยเฉพาะเยาวชนในระบบการศึกษา ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล อย่างเช่น รร.ตชด.บ้านโป่งลึก จ.เพชรบุรี ในครั้งนี้ 

ทั้งนี้เพื่อให้ครู นักเรียน ได้มีกำลังใจ มีโอกาส ในการเข้าถึงความจำเป็นขั้นพื้นฐานต่อการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพต่อไปในอนาคต ในนามมูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง และหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง( มส.) ขอขอบคุณรองผู้บัญชาการ และครูใหญ่ นักเรียน ที่ได้ให้โอกาส อำนวยความสะดวก ให้พี่ๆ มส.16 ได้มาจัดกิจกรรม CSR ในครั้งนี้ 

ด้าน น.พ.ไพศาล รัมณีย์ธร ประธาน มส.16 กล่าวว่า กิจกรรม CSR ครั้งนี้เป็นกิจกรรมแรกของรุ่น และเป็นการสานต่อจากรุ่นพี่ที่ดำเนินกิจกรรมดีๆต่อสังคมมาแล้วในหลายพื้นที่ ซึ่ง มส.รุ่น 16 ได้สำรวจและเลือกโรงเรียนตชด.บ้านโป่งลึก เนื่องจากเป็นโรงเรียนชายขอบอยู่ห่างไกลความเจริญ แล้วยังขัดสนสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษา จึงได้ระดมทุนทรัพย์จากพี่ๆชาว มส.16 นำมาเติมเต็มให้กับอนาคตของชาติ พร้อมสนับสนุนงบประมาณ 140,000 บาท เพื่อนำไปสร้างทางเชื่อมอาคารและป้องกันดินสไลด์ นอกจากนี้ยังได้บริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น มูลค่า 334,565 บาท ร่วมมอบให้กับเด็กและโรงเรียน

ทางด้าน ด.ต.รัฐพล ศุภางค์กูล ครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านโป่งลึก กล่าวว่า ในนามบุคลากรของโรงเรียน ขอขอบพระคุณพี่ๆ มส.16 ทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่เสียสละเงิน และสิ่งของ บริจาคให้เกิดประโยชน์กับโรงเรียนชายขอบ ตามวัตถุประสงค์ครั้งนี้

โฆษกเกษตรฯ เคลียร์ชัด เลิกโยงการเมือง ปมไฟไหม้เจ้าหน้าที่สรุป ”ไฟฟ้าลัดวงจร“

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ ชั้น 2 ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน, นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนักเคมี-ฟิสิกส์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บพยานหลักฐานหลังเกิดเหตุ ประกอบกับกล้องวงจรปิดบันทึกภาพตรงกันกับคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุไฟฟ้าลัดวงจรจากรางเก็บสายไฟ ภายในห้องครัว ชั้น 2 ไม่มีการลอบวางเพลิง หรือ มีประเด็น “ลับลวงพราง” ทางการเมืองแต่อย่างใด วอนสังคมหยุดโยงประเด็นทางการเมือง และอยากให้เปิดพื้นที่ด้านผลงานต่างๆ ของกระทรวงเกษตรฯ ที่กำลังดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อพี่น้องเกษตรกรแทนจะดีกว่า ส่วนเอกสารสำคัญอื่นๆ ไม่ได้รับความเสียหาย มีเพียงแค่เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ในจุดเกิดเหตุ รวมไปถึงกลิ่นควันไฟไหม้ที่ยังคงรุนแรง  ส่วนระยะเวลาในการปรับปรุงพื้นที่คาดการณ์ว่าประมาณ 2-3 เดือน จะปรับปรุงแล้วเสร็จ สามารถกลับเข้ามาทำงานได้ตามปกติ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะทำรายงานสรุปผล มอบให้กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top