Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

'สุริยะ' จัดพิธีมอบตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 พร้อมเชิญชวนหน่วยงานในสังกัดร่วมแสดงความจงรักภักดี

'กระทรวงคมนาคม' จัดพิธีมอบตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พร้อมเชิญชวนหน่วยงานในสังกัดร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อวานนี้ (7 ก.พ. 67) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีมอบตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม พร้อมเชิญชวนให้ทุกหน่วยงานร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมประชาสัมพันธ์การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี นางมนพร เจริญศรี, นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องประชุมราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม  

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่า เนื่องในปี 2567 เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ รัฐบาลจึงได้กำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ โดยกำหนดชื่อพระราชพิธีว่า 'พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567' ภาษาอังกฤษว่า 'The Celebration on the Auspicious of His Majesty the King’s 6th Cycle Birthday Anniversary 28th July 2024' และชื่อการจัดงานว่า 'การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567'

โดยกำหนดขอบเขตการจัดงานตลอดทั้งปี 2567 และเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอเชิญชวนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมเครื่องราชสักการะ ตกแต่งสถานที่ประดับพระบรมฉายาลักษณ์ ประดับธงชาติไทยคู่กับธงตราสัญลักษณ์ฯ พร้อมประดับผ้าระบายสีเหลืองร่วมกับผ้าระบายสีขาว ตามอาคารสถานที่ของหน่วยงาน และจัดการลงนามถวายพระพรภายในหน่วยงานหรือทางเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและพร้อมเพียงกัน รวมทั้งขอความร่วมมือหน่วยงานให้การสนับสนุนและประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ในวาระมหามงคลนี้ด้วย 

ทั้งนี้ ทางกระทรวงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดงานและคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางการจัดงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ในการดำเนินโครงการและกิจกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ อย่างสมพระเกียรติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนภัยระวังคนร้ายแอบอ้างเป็นศูนย์ AOC 

พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ. ศปอส.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงบนโลกออนไลน์

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตรวจสอบพบว่า มีคนร้ายสร้าง Page Facebook ปลอมและ Line Official ปลอมโดยแอบอ้างศูนย์ AOC 1441 หรือ Anti Online Scam Operation Center เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อ หรือล่อลวงให้เหยื่อทำการโอนเงิน ในกรณีนี้จะมีพฤติการณ์คล้ายคลึงกับที่คนร้ายพยายามปลอมเป็นหน่วยงานราชการ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อหลอกรับแจ้งความหรือหลอกให้ติดต่อเพื่อรับเงินที่ถูกหลอกลวงคืนไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแจ้งให้ทราบว่า AOC 1441 เป็นศูนย์ One Stop Service จัดตั้งโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคง เพื่อแก้ปัญหาหลอกลวงออนไลน์สำหรับประชาชน มีการจัดตั้ง War-room เพื่อดำเนินการด้านคดีให้กับประชาชนแบบเร่งด่วน เชิงรุก ตั้งเป้าหมาย จบระงับ/อายัด บัญชีการเงินได้ ใน 1 ชม. นับจากเวลาที่รับแจ้งเรื่องจากเหยื่อของโจรออนไลน์  
โดยมีเป้าหมายในการจัดตั้งเพื่อ  
 ระงับ/อายัด บัญชีของคนร้ายให้แก่ผู้เสียหายที่ถูกหลอกได้ทันทีใน 1 ชั่วโมง 
 ติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาให้ผู้เสียหายทุกขั้นตอนได้ทันที 
 เร่งการติดตามการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย 
 เพิ่มประสิทธิภาพการจับกุม ดำเนินคดี และการขยายผลคดี

ปัจจุบันนี้ ศูนย์ AOC 1441 มีช่องทางติดต่อเดียวเท่านั้น คือสายด่วน 1441 โดยสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่มี Page Facebook หรือ Line Official เป็นช่องทางติดต่อแต่อย่างใด 

สำหรับช่องทางรับรู้ข่าวสารเพื่อให้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ในรูปแบบใหม่ สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้ผ่านทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน AOC 1441 กรณีถูกคนร้ายหลอกลวงแจ้งความตำรวจผ่านระบบกรณีถูกคนร้ายหลอกลวงแจ้งความตำรวจผ่านระบบ www.thaipoliceonline.go.th

ผู้บัญชาการตํารวจท่องเที่ยวลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักท่องเที่ยวและประชาชน ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ขานรับนโยบายรัฐบาล สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผลักดันการท่องเที่ยว ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ปราบปรามการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว รวมทั้งการอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และนโยบาย ของนางสาวสุดาวรรณ  หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงมีข้อสั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวอำนวยความสะดวก และดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินให้แก่นักท่องเที่ยว

วันนี้ (7 ก.พ.2567) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ศักย์ศิรา  เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวพร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์สยาม  มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.ม.ล.สันธิกร  วรวรรณ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1, นายบุญเสริม  ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว, นายวัสน์พล  อรรถพรธนเสฐ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย และคุณขง จูเล่ย ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว, อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว, เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามและสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ได้ลงพื้นที่กำชับการปฏิบัติหน้าที่บริเวณพระบรมมหาราชวัง โดยได้ร่วมกันบริหารจัดการเรื่องจุดรับ-ส่ง นักท่องเที่ยวบริเวณท้องสนามหลวง และการติดป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้ผู้เข้าชมสถานที่ได้รับบริการที่สะดวกและรวดเร็ว

จากนั้น เวลา 11.30 น. ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมมาตรการการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีนบริเวณย่านถนนเยาวราช เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว จากนั้นได้นำส่งความโชคดีและความรุ่งเรื่องผ่านส้มมงคลให้แก่นักท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2567

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวปรารถนาให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความปลอดภัย และเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปี 2567 นี้ด้วยความสุข ทั้งนี้ ขอฝากถึงนักท่องเที่ยวและประชาชน หากพบปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง และแอพพลิเคชั่น ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว Tourist Police i lert u ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมดูความปลอดภัยให้ทุกท่าน

เกษตร-พาณิชย์ ผนึกกำลังกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงตรุษจีน รมช.ไชยา ให้ความมั่นใจ "ปศุสัตว์ OK" ปลอดภัย ไร้เนื้อเถื่อน

นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกิจกรรม “พาณิชย์สั่งลุย ลดราคาตรุษจีน ปีมังกรทอง 2024” โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมดังกล่าว พร้อมร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมร้านจำหน่ายสินค้าในตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน กรุงเทพฯ สำหรับวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าสำหรับไหว้บรรพบุรุษหรือเป็นของฝาก แก่ญาติในช่วงตรุษจีนว่าสินค้าที่ได้รับเป็นสินค้าราคาถูก และคุณภาพดี

รัฐมนตรีช่วยฯ ไชยา กล่าวว่า รู้สึกมีความยินดีที่ได้มาร่วมกิจกรรมกับทางกระทรวงพาณิชย์ และขอให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า ร้านค้าที่ได้รับป้าย "ปศุสัตว์ OK" เป็นร้านค้าที่กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์รับรองว่า สะอาดปลอดภัย ถูกสุขอนามัย ทั้งเนื้อสุกร เนื้อไก่ ไข่ไก่ มาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน (GAP) ผ่านกระบวนการเชือดชำแหละในโรงฆ่าสัตว์ที่ถูกกฎหมาย สามารถสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตได้ จึงมั่นใจได้ว่า ไม่มีการนำเนื้อเถื่อนมาจำหน่ายแน่นอน

สำหรับโครงการปศุสัตว์ OK มีสินค้าที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองของโครงการทั้งหมด 7 ชนิด ได้แก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อเป็ดเนื้อโค ไข่ไก่สด ไข่เป็ดสด และไข่นกกระทาสด ปัจจุบันมีสถานที่จำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 9,239 แห่ง ทั่วประเทศแบ่งเป็นสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ 5,621 แห่ง และสถานที่จำหน่ายไข่สด 3,671 แห่ง ในส่วนกิจกรรมพาณิชย์สั่งลุยลดราคาตรุษจีน ปีมังกรทอง 2024 ดำเนินการโดยกระทรวงพาณิชย์ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่ 7-10 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งมีการเปิดจุดจำหน่ายสินค้าเพื่อให้ประชาชนแวะเวียนเข้ามาจับจ่ายใช้สอย   ยกขบวนสินค้า ราคาสุดพิเศษ 13 หมวด 7,784 รายการ จากผู้ประกอบการ 259 ราย พร้อมกัน 18,500 แห่งทั่วประเทศ

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีทั้งสองได้สักการะ และเติมน้ำมันตะเกียง ณ ศาลเจ้าพ่อสมบุญ บริเวณตลาดยิ่งเจริญ และอวยพรประชาชนผู้มาจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดในโอกาสเทศกาลตรุษจีน อีกด้วย

ฮือฮา!! 'พี่คนดี' เขียนบทกวีดัดแปลงจากเพลง 'บ้านทรายทอง' "นี่คือสถาน แห่งบ้าน ยายทา โพสต์อินสตาแกรมอยู่"

(7 ก.พ. 67) เฟซบุ๊ก P.khondee (พี่คนดี กวีสมัครเล่น) โพสต์บทกวีที่กล่าวถึงกรณีชาวเน็ตขุดภาพนักการเมืองรายหนึ่ง โพสต์ภาพอินสตาแกรมบ้านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่เมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา อ้างว่ายายตนเองอาศัยอยู่บ้านหลังนี้มานานครบรอบ 100 ปี และระบุข้อความภาษาไทยว่า ‘บ้านเก่าคุณยาย’ ซึ่งดัดแปลงมาจากเพลง บ้านทรายทอง ของ สวลี ผกาพันธุ์ ความว่า

"นี่คือสถาน แห่งบ้าน ยายทา โพสต์อินสตาแกรมอยู่
เจ้าของเดิมไม่รู้ มาเป็นญาติกู หรืออยู่ตอนไหน
แต่เรารู้ว่า เมื่อร้อยปีกว่า กัมพูชายึดไป
เกิดความสงสัย ในดวงจิต ไม่ได้ริษยา

โฉนดหลักฐาน แห่งบ้านพระตะบอง ใช่แฟ็กซ์ของพระเจ้า
ขอจงตอบด้วย และช่วยบอกเรา ให้เข้าใจนา
ใครงมงาย อาจตายเพราะงั่ง เพราะคลั่งพี่ทา
โปรดจงกังขา เวลาเขาหลอก เขาบอกให้ฟัง

สื่อไม่กล่าวขาน ไม่อ่าน ไม่แล ไม่คิดแชร์ เขย่า
ถ้าเขาถูกใจ เขาไม่เหยียบเงา ไม่เอาไปฝัง
ลวงงัวฟาย ให้ตายเพราะโง่ โอ้อนิจจัง
ให้มีความหวัง เชื่อในเรื่องเล่า บ้านเก่าคุณยาย"

'พล.ต.ท.ไตรรงค์' เตือนภัยทองปลอมระบาดช่วงตรุษจีน ห่วง!! ผู้ที่คิดจะซื้อ ต้องเลือกร้านที่มีชื่อเสียงการันตีเท่านั้น

(7 ก.พ. 67) ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. เข้าร่วมตรวจสอบ หลังได้รับรายงานจากกลุ่มงานตรวจทางเคมีฟิสิกส์ ที่ทำหน้าที่ตรวจพิสูจน์วัถตุของกลางปลอมปนว่า ช่วงที่ผ่านมาได้มีการนำของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดและได้ร้องทุกข์ไว้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ นำทองรูปพรรณ-ทองคำแท่งมาตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์กลางและที่หน่วยตรวจพิสูจน์หลักฐานทั่วประเทศ

โดยตั้งแต่ต้นปี 2567 ที่ผ่านมา มีจำนวน 12 คดี และหากตรวจสอบสถิติย้อนหลัง 3 ปี (พ.ศ. 2564-2566) พบว่าทั่วประเทศมีการตรวจพิสูจน์ทองคำ 2,271 คดี โดยประมาณ 2,000 คดีจะมีประเด็นปัญหาเรื่องเปอร์เซ็นและส่วนผสมการเจือปนของทองคำ โดยปี 2564 มี 122 คดี ปี 2565 มี 200 คดี และปี 2566 มีจำนวนถึง 1,633 คดี ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 35 ล้านบาท สำหรับการตรวจสอบสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) จะนำทองมาตรวจสอบโดยใช้เครื่องเอกซเรย์ X-ray Fluorescence (XRF) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทันสมัย มีความแม่นยำสูง เป็นเครื่องมือที่เป็นมาตรฐานสากล 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่าก็ขอเตือนภัยในช่วงตรุษจีนที่จะมาถึงว่าขณะนี้มูลค่าทองคำบาทละ 34,000 บาท การไปซื้อทองคำ หรือร้านทองที่รับซื้อทองหรือโรงรับจำนำก็ดีขอให้ตรวจสอบ ถ้าจะซื้อทองก็ต้องซื้อร้านที่มีชื่อเสียงมีการการันตี เนื่องจากมีการใช้ผงโลหะทังสเตนที่มีน้ำหนักใกล้เคียงทองคำไปผสมในทองคำหรือยัดไส้ไว้ในทองคำ โดยนิยมทำเป็นลักษณะทองรูปพรรณเก่าเก็บทำให้ไม่สามารถแยกได้ด้วยตาเปล่า เพราะการตรวจสอบทั่วไปรวมถึงห้องปฏิบัติการตรวจสอบขนาดเล็กที่มีเครื่องมือไม่เพียงพอ ยากต่อการตรวจสอบส่วนผสมดังกล่าว 

‘พิธีกรดัง’ ยกเคส ขรก.สาว ใช้ชีวิตด้วยเงินเดือน 15,000 บ. มีเงินเก็บ-ให้แม่ 5,000/ด. เพราะ ‘วางแผนดี-ไม่มีหนี้สิน’

(7 ก.พ. 67) จากเฟซบุ๊ก 'KUL' โดย กุลวิชญ์ สำแดงเดช ผู้ดำเนินรายการ Ringside การเมือง ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า…

จึ้ง! ‘นักวิชาการศึกษา’ เงินเดือน 15,000 บาท อยู่ได้ แถมแบ่งให้พ่อแม่ 

ผู้ใช้ TikTok ‘@apple_apple1995’ คนนี้ เมื่อเธอออกมาโพสต์คลิป ‘คนยโสธรมาบรรจุสระบุรี #นักวิชาการศึกษา’ รีวิวชีวิตตัวเองในวัย 27 ปี

หลังจากที่เธอสามารถสอบบรรจุ ตำแหน่งนักวิชาการศึกษาได้สำเร็จ พร้อมเงินเดือน 15,060 บาท จนกลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์

โดยเขียนเล่าชีวิตไว้ว่า เธอเป็นคน จ.ยโสธร แต่สถานที่ทำงาน คือ จ.สระบุรี ทำให้ต้องย้ายงานไกลบ้านถึง 477 กิโลเมตร

ส่วนในเรื่องรายจ่าย ก็ให้เงินแม่สำหรับดูแลตัวเอง เดือนละ 5,000 บาท เมื่อหักลบแล้ว เธอเหลือเงินเพียง 10,000 บาทเท่านั้น

ทั้งนี้ยังมีค่าใช้จ่าย ค่าเช่าห้องของตัวเอง 2,500 บาทต่อเดือน ไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทาง ซึ่งเธอชี้แจงไว้ว่า เธอได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงาน มีเพียงค่าน้ำมันเดือนละ 100 บาท

สิ่งที่ทำให้เงินเดือนยังเหลือใช้ นั่นคือการไม่มีหนี้ ทำให้นักวิชาการศึกษารายนี้ มีเงินเหลือเฉลี่ยต่อเดือนน่าจะราว ๆ 7,000 บาท โดยเงินที่เหลือ ยังไม่หักลบค่ากินค่าใช้อื่น ๆ ที่จะเป็นเงินเก็บ

อย่างไรก็ดี อาชีพข้าราชการ นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน และอยากที่จะรู้ว่า การทำงานในเส้นทางอาชีพนี้ จะสามารถสร้างรายได้ให้ตัวเองได้หรือไม่ และได้มากน้อยแค่ไหนในแต่ละเดือน

เมื่อเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป งานนี้ก็กลายเป็นไวรัลทันที มีผู้ชมกว่า 1 ล้านครั้ง และมีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก หลายคนชื่นชม และยอมรับกับเธอว่าเมื่อถึงสิ้นเดือนทีไร คิดไม่ตกว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร เพราะต้นเดือนมีเงินกินอยู่สบาย พอมาสิ้นเดือนกลับดิ้นรนชีวิตทุกครั้ง ทำให้รายรับกับรายจ่ายไม่สมดุลกัน

‘ทีมชาติไทย’ เจ๋ง!! พาผลงาน ‘บั้งไฟพญานาค’ คว้าที่ 2 จากเทศกาลแกะสลักหิมะซัปโปโร 2024 ประเทศญี่ปุ่น

(7 ก.พ. 67) นับเป็นข่าวดีของพี่น้องชาวไทย หลังทีมนักแกะสลักหิมะตัวแทนประเทศไทย พาผลงาน ‘The Naga Fireballs’ คว้ารางวัลรองชนะเลิศ จากการประกวดแข่งขัน ‘Sapporo International Snow Sculpture ครั้งที่ 48’ โดยนำเสนอตำนานบั้งไฟพญานาค พร้อมโชว์ความประณีตอ่อนช้อยของผลงานเชิงพุทธศิลป์แบบช่างศิลป์ไทยสู่สายตานานาชาติ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ได้ส่งทีมแกะสสักหิมะตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมแข่งขันในงาน ‘International Snow Sculpture ครั้งที่ 48’ ซึ่งนับเป็นกิจกรรมไฮไลต์อย่างหนึ่งภายใต้เทศกาลหิมะ ‘Sapporo Snow Festival ครั้งที่ 74’ ณ เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 3-7 กุมภาพันธ์ 2567

โดยนับเป็นงานเทศกาลหิมะที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วมและเที่ยวชมงานกว่า 2 ล้านคน สำหรับในปีนี้เป็นการกลับมาจัดกิจกรรมแกะสลักหิมะอีกครั้ง ภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่ง ททท. เห็นเป็นโอกาสอันดีในการนำเสนอวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อของไทยผ่านงานศิลปะการแกะสลักหิมะไปสู่สายตาชาวต่างชาติทั่วโลก ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริม Soft Power ซึ่งจะสร้างภาพจำและความประทับใจ ตลอดจนแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยวมายังประเทศไทยอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทีมตัวแทนประเทศไทยที่ ททท. สนับสนุนให้เข้าแข่งขันในปีนี้ คือทีมที่ได้สร้างชื่อเสียงมาแล้วหลายครั้ง ประกอบด้วย

- นายกุศล บุญกอบส่งเสริม จากโรงแรมแชง-กรีล่า
- นายอำนวยศักดิ์ ศรีสุข นักแกะสลักอิสระ
- นายกฤษณะ วงศ์เทศ นักแกะสลักอิสระ

โดยร่วมเข้าแข่งขันกับตัวแทนจากต่างประเทศต่างๆ รวม 9 ทีม ได้แก่ ฮาวาย (สหรัฐอเมริกา) อินโดนีเซีย โปแลนด์ สิงคโปร์ พอร์ทแลนด์ (สหรัฐอเมริกา) ลิทัวเนีย มองโกเลีย เกาหลีใต้ และประเทศไทย

ในการแข่งขันแกะสลักหิมะครั้งนี้ ทีมแกะสลักหิมะตัวแทนประเทศไทยได้นำเสนอผลงานที่ชื่อว่า ‘The Naga Fireballs’ หรือ ‘บั้งไฟพญานาค’ โดยสร้างสรรค์ขึ้นจากเรื่องราวและความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคในรูปแบบของคนไทย

ผลงานนี้เล่าเรื่องราวของพญานาคในบริบทของความเชื่อทางพุทธศาสนาและถูกสืบสานผ่านตำนานบั้งไฟพญานาคที่คนท้องถิ่นในภาคอีสานเชื่อว่าพญานาคเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำโขงและพญานาคในแม่น้ำโขงเป็นผู้จุดบั้งไฟนี้เพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในวันออกพรรษา

นอกจากเรื่องความเชื่อและความศรัทธาแล้วพญานาคในผลงานชิ้นนี้จึงยังสะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างสายน้ำ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของคนไทย นอกจากนี้ ทีมช่างแกะสลักยังตั้งใจออกแบบและแกะสลักลวดลายให้ละเอียดอ่อนประณีต เพื่อนำเสนอความสวยงามของจิตรกรรมและประติมากรรมเชิงพุทธศิลป์แบบไทย

การส่งตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักหิมะ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ ททท. สนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2534 โดยครั้งนี้นับเป็นการส่งตัวแทนเข้าแข่งขันครั้งที่ 21
โดยการที่ช่างแกะสลักตัวแทนประเทศไทยได้รับรางวัลชนะเลิศ (Champion) รวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง และคว้ารางวัลชนะเลิศติดต่อกัน 3 ปีซ้อน (Grand Champion) จำนวนถึง 2 ครั้ง อย่างที่ไม่มีตัวแทนของประเทศอื่นสามารถทำได้มาก่อน

ถือเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างชัดเจนถึงความสามารถของช่างศิลป์ไทย และเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์งานศิลป์แบบไทยที่เป็นภูมิปัญญาสืบทอดกันมาแต่ช้านานผ่านงานเทศกาลระดับโลก

นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทีมตัวแทนประเทศไทยยังได้รับความสนใจอย่างมากจากชาวญี่ปุ่นผู้ติดตามให้กำลังใจ ตลอดจนสื่อมวลชนของญี่ปุ่นและต่างประเทศ

โดยในปีนี้ สำนักข่าว NHK WORLD-JAPAN และ TV Asahi ได้เตรียมนำเสนอเนื้อหาพิเศษเกี่ยวกับทีมแกะสลักหิมะไทยเพื่อเผยแพร่ไปยังผู้ชมชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศ รวมถึงยังมีการนำเสนอผ่าน Hokkaido Newspaper ที่มียอดตีพิมพ์ 800,000 ฉบับต่อวัน ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงและช่วยดึงดูดชาวญี่ปุ่นให้สนใจมาท่องเที่ยวประเทศไทยได้ในอนาคตด้วย

ทั้งนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของไทย โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 800,000 คน เติบโตร้อยละ 180 เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งติด 10 อันดับประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยสูงที่สุดในปี 256

'โจ มณฑานี' เผย!! อุ่นใจกับบริการของโรงพยาบาลดัง หลังเจ้าหน้าที่ 'สุภาพ-อ่อนโยน-ว่องไว' ปลื้มใจแทน ผอ.

(7 ก.พ. 67) จากเฟซบุ๊ก ‘Jo Montanee’ โดยคุณโจ มณฑานี ตันติสุข นักเขียนและวิทยากรการเงิน ได้โพสต์ข้อความหลังมาตรวจสุขภาพที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยระบุว่า...

"ตอนนี้พี่โจอยู่ รพ.มงกุฎวัฒนะ มาตรวจนิ้วหักและตรวจต้อพร้อมกัน จนท.ทุกแผนกอ่อนโยน สุภาพ ว่องไว นพ.เหรียญทองท่านต้องภูมิใจแน่ค่ะ❤️"

ขณะที่ด้าน พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ได้เข้ามาตอบว่า...

"ขอบคุณคุณโจที่ให้เกียรติมาใช้บริการ รพ.มงกุฎวัฒนะเป็นอย่างมากครับ พวกเราทุกคนภูมิใจที่ได้ให้บริการคุณโจโดยไม่ได้รู้การล่วงหน้า และขอให้คุณโจหายไวๆ นะครับ"

เจ้าของไอเดีย ‘กางเกงแมวโคราช’ ไม่หวั่น!! ‘จีน’ เลียนแบบ เชื่อ!! ของแท้ต้องผลิตที่ไทยเท่านั้น สินค้าถึงจะคุณภาพดี

(7 ก.พ. 67) กรณีที่กางเกงช้าง กางเกงแมว ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าซอฟต์พาวเวอร์ไทย ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ซื้อไปสวมใส่กันเป็นจำนวนมาก กลายเป็นกระแสนิยมโด่งดังไปทั่วโลก จนมีพ่อค้าชาวจีนหัวใสนำไปผลิตที่โรงงานในประเทศจีน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า แล้วนำมาขายให้กับนักท่องเที่ยว ตามตลาดนัดหรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทย โดยมีราคาต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยอย่างมาก จนเป็นกระแสดรามาเรื่องลิขสิทธิ์ และผลประโยชน์ที่คนไทยจะได้รับน้อยกว่าคนจีนอยู่ในขณะนี้นั้น

ล่าสุดนายภพ ไตรบัญญัติกุล กรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศและการลงทุน เจ้าของไอเดียโครงการประกวดลายโคราชโมโนแกรม ซึ่งได้นำผลงานชนะเลิศจากการประกวดมาทำเป็นกางเกงแมวต้นแบบเป็นคนแรก จนได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ กลายเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยส่วนตัวแล้วมองว่าในโลกยุคทุนนิยม การที่สินค้าชนิดใด มีคุณภาพดี เด่น ดัง ก็ย่อมเป็นเป้าหมายของคนที่จะนำไปลอกเลียนแบบเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ได้ไปลดทอนคุณค่าสินค้าของแท้ได้ ซึ่งลายโคราชโมโนแกรมที่นำไปทำเป็นกางเกงแมว ก็เช่นกัน ถ้าเป็นของแท้ต้องผลิตจากเมืองไทยเท่านั้น จึงจะได้คุณภาพที่ดี

ทั้งนี้ ในส่วนเรื่องลิขสิทธิ์ เราได้จดลิขสิทธิ์ไว้แล้ว เพื่อป้องกันการแอบอ้าง และให้การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ไว้ แต่การนำไปใช้ เราเปิดให้ทุกคนสามารถโหลดลายนี้ไปใช้ทำสินค้าได้โดยเสรี ไม่หวงลิขสิทธิ์แต่อย่างใด ดังนั้นจะเป็นคนไทยหรือคนจีน ก็สามารถนำไปใช้ผลิตสินค้าได้ ซึ่งส่วนนี้ก็ยอมรับว่าจีนมีต้นทุนที่ถูกกว่าไทยอยู่แล้ว แต่คุณภาพจะสู้ของไทยไม่ได้ ตนเองมองว่าทุกอย่างมีได้ก็ต้องมีเสีย เรื่องกางเกงแมวก็เช่นกัน เชื่อว่าเราได้มากกว่าเสีย เพราะวัตถุประสงค์หลักของลายโคราชโมโนแกรม โฟกัสไปที่การประชาสัมพันธ์จังหวัดเป็นหลัก โดยลวดลายจะมีการออกแบบจากของดีที่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมา เช่น ซุ้มประตูเมือง กำแพงเมือง ฐานตั้งอนุสาวรีย์ย่าโม แมวสีสวาด ผัดหมี่โคราช และดอกสาธร ที่เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดนครราชสีมา ดังนั้นคนที่สวมใส่กางเกงแมวก็จะมีลวดลายเหล่านี้ติดตัวไปด้วย และถ้าเขาอยากรู้ว่ามันเป็นลายอะไร ก็จะได้ค้นหาและในที่สุดก็จะรู้ว่าแต่ละลายมีความหมายว่าอะไร อยู่ที่ไหน สิ่งเหล่านี้ประเมินเป็นมูลค่าทางการตลาดที่สูงมาก ที่จังหวัดนครราชสีมาจะได้รับกลับมา ซึ่งในอนาคตทางหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ก็ได้นำลวดลายเหล่านี้ มาพัฒนาต่อยอดให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ใช้ทำสินค้า หรือบริการอื่นๆ ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top