Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

‘สายปะทะ’ ยอมสงบศึก!! หยุดทะเลาะวิวาทในงานวัด หลังเจอ ‘วัดคฤหบดีสงฆ์’ ยก ‘ที่พักคนเก่ง’ ตั้งหน้าเวที

เมื่อวานนี้ (5 ก.พ.67) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ ‘วัดคฤหบดีสงฆ์’ หมู่ 3 ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร หลังจากภายในวัดได้จัดงานประจำปีปิดทองไหว้พระสรีระสังขารของอดีตเจ้าอาวาส ‘หลวงปู่วิบูลวชิรธรรม’ หรือ ‘หลวงพ่อสว่าง อุตตะโร’ พระเกจิดังของ จ.กำแพงเพชร ที่สร้าง ‘เหรียญปลอดภัย’ มีพุทธคุณด้านแคล้วคลาด-ปลอดภัย โดยร่างกายสังขารของหลวงพ่อไม่เน่าเปื่อยมายาวนานถึง 47 ปี มีศิษย์ยานุศิษย์ที่ศรัทธาทั่วประเทศจำนวนมาก ให้ความเคารพศรัทธากันอย่างแพร่หลาย

สำหรับปีนี้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-5 ก.พ.67 ตลอดทุกค่ำคืนมีมหรสพลิเกและวงดนตรีเล่นสดจากคณะต่างๆ มาแสดงให้ผู้มาร่วมงานได้ชมฟรี และคืนวันที่ 5 ก.พ. เป็นคืนสุดท้ายของงาน มีการแสดงของวงดนตรีคณะ ‘น้องอั๋นมิวสิค’ ขณะที่ค่ำคืนที่ผ่านมามีการแสดงดนตรีเช่นกัน และมีการทะเลาะวิวาทภายในงานบริเวณหน้าเวที มีผู้ได้รับลูกหลงบาดเจ็บหลายราย

สำหรับในช่วงค่ำคืนวันที่ 5 ก.พ.67 รองเจ้าอาวาสวัดได้นำโลงศพ 2 ใบ มาตั้งไว้หน้าเวทีเพื่อป้องปรามไม่ให้กลุ่มนักเที่ยวทะเลาะวิวาทกัน สร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่นโดยเขียนข้อความว่า “ที่พักคนเก่ง นายสมควร ตายวันนี้” พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้ามาสอดส่องและป้องปรามการเกิดเหตุอันตรายต่างๆ แก่ผู้มาร่วมงาน

พระบรรเจิด ปญฺญาปโชโต รองเจ้าอาวาสวัดคฤหบดีสงฆ์ ให้ข้อมูลว่า ในแต่ละคืนของการจัดงานจะมีกลุ่มวัยรุ่นที่มาเที่ยวงานเกิดมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน จนทำให้งานเสียหาย และมีผู้บาดเจ็บโดนลูกหลงหลายราย ซึ่งมีการใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันนอกวัดอีกด้วย จึงได้นำโลงศพมาตั้งไว้เพื่อเตือนสติกับผู้ที่มาร่วมงาน ขออย่าให้ก่อเหตุ ทำให้ผู้อื่นได้รับผลกระทบหรืองานเสียหาย ทุกครั้งที่มีการจัดงานประจำปีมีวงดนตรีคอนเสิร์ตย้อนยุคมาแสดง ส่วนมากก็มักจะมีเรื่องกันทุกปี

“ที่นำโลงศพมาตั้งไว้ที่หน้าเวที ต้องการจะสื่อสารให้เป็นกุศโลบายว่า นี่แหละคนเก่งเข้าไปนอนในโลงศพกันหมดแล้ว เพื่อป้องกัน และให้เกรงกลัวกันบ้าง มีงานให้สนุกสนานกัน ไม่ใช่มาทะเลาะวิวาทกัน เชื่อว่าคนที่เห็นโลงก็จะมีความเกรงกลัว ไม่กล้ามีเรื่อง เพราะโลงเอาไว้ใส่คนตาย ปีนี้ทำขึ้นเป็นปีแรก จะลองดูว่าได้ผลหรือไม่ หวังอยากให้ทุกคนสนุกสนาน จัดงานให้ชมฟรีตลอด อย่ามีเรื่องให้เดือดร้อนกันเลย” พระบรรเจิด กล่าว

ขณะที่หลังจากจบงานปรากฏว่าในค่ำคืนวันที่ 5 ก.พ.67 ไม่มีเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งใดๆ ของกลุ่มวัยรุ่นบริเวณหน้าเวที

กระบี่-เรือ นทท.นับร้อยลำแห่เข้าชมความงามอ่าวปิเละพีพีเลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเกาะพีพี ด้าน อช.พีพี หวั่นเกิดความเสียหายและอุบัติเหตุ 'สั่งล้อมคอก' บูรณาการส่วนราชการและส่วนที่เกี่ยวข้อง ลุยจัดระเบียบเรือเชิญผู้ประกอบการผู้เกี่ยวข้องประชุมหารือเร่งด่วน

วันที่ 5 ก.พ.67 นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หน.อช.หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า ตามนโยบาย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ นายเพิ่มศักดิ์ คงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 สั่งการให้อุทยานแห่งชาติฯ จัดการดูแลสถานที่แหล่งท่องเที่ยว 

โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ให้ควบคุมดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว บริหารจัดการเพื่อจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ให้เกิดภาพความแออัด ให้ท่องเที่ยวอย่างสะดวกและปลอดภัย

โดยช่วงบ่ายวันที่ (5 ก.พ.) หน.อช.หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี บูรณาการร่วมหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง นำเรือตรวจการณ์สำรวจบริเวณแหล่งท่องเที่ยวอ่าวปิเละ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังรองอันดับ 2 จากอ่าวมาหยา ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ พบในอ่าวปิเละ มีการสัญจรของเรือหนาแน่น ทั้งมลพิษกลิ่นควันจากท่อไอเสียของเรือ มลพิษด้านเสียง กลิ่นน้ำมัน อีกทั้งนทท.ลงเล่นน้ำนอกแนวเขตทุ่นไข่ปลา หวั่นเกิดอุบัติเหตุอันตรายขึ้นแก่นักท่องเที่ยว จึงเร่งหาแนวทาง"ล้อมคอกก่อนวัวหาย" 

ได้เชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องประชุมหารือเร่งด่วนถึงแนวทางในการจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวของเกาะพีพี โดยมีส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง ,สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากระบี่ ,สถานีตำรวจท่องเที่ยว 3 กก.2 ,สถานีตำรวจน้ำ 1 กก.9 ,ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 จังหวัดกระบี่ ,ศูนย์ควบคุมความมั่งคงท่าเรือกระบี่ ,สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ,สถานีตำรวจภูธรเกาะพีพี ,ชมรมผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวเกาะพีพี ,ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะพีพี ,กลุ่มพิทักษ์พีพี ,ชมรมเรือหางยาวเกาะพีพี ,ผู้ประกอบการเรือหางยาว และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ณ ห้องประชุมโรงแรม พีพี อันดามัน บีช รีสอร์ท (เกาะพีพี) จังหวัดกระบี่

หน.อช.หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เผยอีกว่า ในที่ประชุม อุทยานแห่งชาติฯ ได้รายงานสภาพปัญหาการท่องเที่ยวบริเวณอ่าวปิเละ และศักยภาพการท่องเที่ยวตามหลักวิชาการ โดยอ่าวปิเละ หรือปิเละ ลากูน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีลักษณะโดดเด่น สวยงาม ตั้งอยู่ที่เกาะพีพีเล มีแอ่งน้ำลักษณะคล้ายกับลากูน โดยเป็นแอ่งถูกล้อมรอบด้วยหน้าผาสูง น้ำทะเลสดใสเขียวมรกต เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 

และอยู่ใกล้กับอ่าวมาหยาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอุทยานฯ ปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยวอ่าวปิเละ มีเรือนำเที่ยวและนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ในแต่ละวันมีเรือเข้าไปท่องเที่ยว เฉลี่ยประมาณ 120 ลำ ประกอบด้วย เรือหางยาว เรือสปีดโบ๊ท ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ เป็นการเข้าไปให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ และว่ายน้ำ ด้วยความหนาแน่นของเรือที่เกิดจากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ ทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย มีภูมิทัศน์ไม่สวยงาม เกิดมลพิษ ทั้งทางด้านเสียงจากเครื่องยนต์เรือ และมลพิษทางอากาศ 

ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เข้าไปได้รับโดยตรง ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะหาแนวทางในการจัดการแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องบูรณาการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่และต่างพื้นที่ที่เข้ามาใช้ประโยชน์ เพื่อที่จะหาแนวทางกำหนดกฎกติกาในการจัดระเบียบการท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ 

เพื่อสามารถจัดการแหล่งท่องเที่ยวและใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน โดยอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราฯ ได้ดำเนินการของบประมาณในการติดตั้งท่าเทียบเรือลอยน้ำ และทุ่นไข่ปลา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้า-ออกของเรือ และอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมถึงเพิ่มทุ่นจอดเรือให้ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวทุกแหล่ง เพื่อป้องกันมิให้มีการทิ้งสมอเรือ หรือท่องเที่ยวที่อันจะเกิดผลกระทบต่อปะการังในแหล่งท่องเที่ยว โดยที่ประชุมดังกล่าวได้ร่วมกันหารือปัญหา และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และได้มีมติที่ร่วมกันที่ในการจัดระเบียบการท่องเที่ยวในอ่าวปิเละลากูน ในเบื้องต้น ดังนี้

1. ลดจำนวนเรือหางยาวที่ไม่มีนักท่องเที่ยว โดยไม่ให้ เข้าไปจอดหรือดำเนินการเปลี่ยนถ่ายนักท่องเที่ยวจากเรือสปีดโบ๊ทไปยังเรือหางยาวภายในอ่าวปิเละ  ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงสามารถลดปัญหามลภาวะทางเสียงและอากาศในพื้นที่ได้ 

2. จัดโซนเล่นน้ำภายในอ่าวปิเละ ให้เล่นเฉพาะจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้เท่านั้น 

3. จัดทำเสาแสดงระดับน้ำขึ้นลงด้านหน้าอ่าวเพื่อจำกัดช่วงเวลาเข้าออกของเรือทั้งนี้อุทยานแห่งชาติมีแผนงานแก้ไขปัญหาจัดระเบียบเรือในพื้นที่ดังกล่าว  3 มาตรการ ดังนี้
มาตรการที่ 1 การจัดการด้านพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว
1.1 เพิ่มทุ่นจอดเรือบริเวณหน้าอ่าวปิเละ เพื่อรองรับการจอดเรือของเรือสปีดโบ๊ท/กรณีน้ำลดลงต่ำที่เรือขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปได้
1.2 ของบสนับสนุนในการจัดตั้งทุ่นลอยน้ำสำหรับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำอ่าวปิเละ
ในการควบคุมตรวจสอบการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว
1.3 ของบประมาณจัดทำทุ่นจอดเรือภายในอ่าวปิเละ เพื่อรองรับการจอดเรือ สำหรับกำหนดรอบในการเข้าไปท่องเที่ยว

มาตรการที่ 2 จัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย 
2.1 ร่วมหารือแนวทางการจัดระเบียบปริมาณเรือที่เข้า-ออก ไปใช้พื้นที่อ่าวปิเละ เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่น และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ
2.2 นำความเห็นเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ  (PAC) เพื่อขอมติรับรอง�การดำเนินการตามมาตรการแนวทางการจัดระเบียบและข้อปฏิบัติในการเข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวปิเละลากูน ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 นี้
2.3 ออกมาตรการกำหนดแนวทางการจัดระเบียบและข้อปฏิบัติในการเข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยว�ปิเละลากูน พร้อมประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ที่เกี่ยวข้องทราบ
2.4 ดำเนินการมาตรการแนวทางการจัดระเบียบและข้อปฏิบัติในการเข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวปิเละลากูน พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานตรวจสอบควบคุม ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

มาตการที่ 3 ตรวจสอบร่วมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุม ดูแล การท่องเที่ยวทางเรือ
3.1 เรือที่เข้าไปท่องเที่ยวและให้บริการนักท่องเที่ยว ต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการท่องเที่ยวจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
3.2 เรือที่ให้บริการนักท่องเที่ยวต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3.3 ผู้ขับเรือ ต้องผ่านการฝึกอบรม เกี่ยวกับการให้บริการนักท่องเที่ยว การช่วยปฐมพยาบาลขั้นต้นหรือด้านอื่นๆ ที่จะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวโดยใส่ใจสิ่งแวดล้อม

จากการประชุมดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเรือหางยาว ผู้ประกอบธุรกิจบนเกาะพีพี รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่เข้ามาท่องเที่ยว ที่จะดำเนินการตามแนวทางและกฎระเบียบที่กำหนด เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวได้รับการจัดการที่เหมาะสม สามารถใช้อำนวยประโยชน์ทางด้านการท่องเที่ยว ได้อย่างยั่งยืนต่อไป

‘อนุชา’ แนะเยาวชนเลือกเรียนสอดคล้อง ‘แลนด์บริดจ์’ หวังปั้นแรงงานให้พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 67 ที่ห้องสมุด ศูนย์การศึกษาอโศกแคมปัส กรุงเทพมหานคร มีการจัดงานสัมมนาวิชาการหัวข้อเรื่อง ‘Landbridge SEC โอกาสทางเศรษฐกิจและธุรกิจไทยสู่ระดับโลก’ จัดโดยมหาวิทยาลัยนานาชาติสแตมฟอร์ด และทีมไรท์ กลุ่มนักคิดและนักปฏิบัติ จัดภายใต้สโลแกน ‘ทำที่ใช่ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง’ โดยได้เชิญ นายอนุชา บูรพชัยศรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ รองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการการคมนาคม และนายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมกันให้ความรู้กับนักศึกษาปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.เอก ชุณหชัชราชัย รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนานาชาติสแตมฟอร์ด และนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับ เสวนาดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจถึงประโยชน์ของโครงการ ‘แลนด์บริดจ์’ (Landbridge) ที่มุ่งหน้าสู่การพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ สร้างสะพานข้ามทะเลระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน เชื่อมโยงเส้นทางการขนส่ง และคมนาคม เชื่อมต่อของมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดียเข้าไว้ด้วยกัน จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล อีกทั้งยังช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน และส่งเสริมให้มีการจ้างงานจำนวนมาก ทั้งยังแก้ไขปัญหาการจราจรผ่านช่องแคบมะละกา โดยเพิ่มตัวเลือกในการขนส่งสินค้าผ่านแลนด์บริดจ์ เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับการผลิตและการขนส่งสู่ตลาดโลก

นายอนุชา กล่าวว่า ตนอยากให้ปรับเปลี่ยนแนวคิดว่าโครงการแลนด์บริดจ์ ไม่ใช่เป็นโครงการที่จะนำเสนอในเรื่องคมนาคมขนส่งอย่างเดียว ไม่ใช่ศึกษาเพียงว่า จะมีเรือสินค้าเข้ามาท่าเรือระนอง และท่าเรือชุมพรปริมาณเท่าไหร่ และจะมีการขนส่งระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันอย่างไร แต่จากนี้ต้องมาช่วยกันคิด และให้หน่วยงานโดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรมศึกษาว่า จากนี้ไป เราจะสนับสนุนใน SEC หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะเกิดขึ้นในภาคใต้ คืออุตสาหกรรมอะไร เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เตรียมว่า จะเรียนสาขาอะไร

นอกจากนั้น ยังสอดคล้องไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะต้องจัดเตรียมบุคลากร เตรียมงบประมาณ เพื่อเข้าไปเสริม กระทรวงแรงงานในการเตรียมพัฒนาฝีมือให้สอดคล้องกันอย่างไร และในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง แต่รวมถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชด้วย

ด้าน นายวิชัย กล่าวเสริมว่า โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นโครงการที่นำความเจริญมาสู่ประเทศ เพราะไม่ใช่แค่จังหวัดชุมพรหรือระนอง แต่เป็นโครงการที่สร้างโอกาสการลงทุนทางเศรฐกิจโดยรวมของประเทศ จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง เป็นจุดที่มียุทธศาสตร์ด้านภูมิประเทศในการดำเนินโครงการที่ดี ถ้ามองคนชุมพรกับคนระนอง ในเรื่องของธุรกิจและในด้านอุตสาหกรรมมีน้อยมากกับการลงทุนของคนในจังหวัด ปัจจุบันคนในจังหวัดชุมพร โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการลงทุนคือ อำเภอพะโต๊ะ อำเภอหลังสวน ประชาชนยังมองเป็นผู้สูญเสียมากกว่า

นายวิชัย กล่าวว่า อยากให้นักศึกษาทุกคนมองมิติในการขับเคลื่อนโครงการ และการลงทุนในการทำธุระกิจ ต้องมองพื้นฐานของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะการทำธุระกิจบนพื้นฐานของการไม่เข้าใจ และการไม่มีส่วนร่วมของประชาชน และประชาชนขาดความเข้าใจ จะหาความสำเร็จอยาก

“ผมคิดว่า การจะให้โครงการแลนด์บริดจ์ ประสบความสำเร็จภาครัฐต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้มากกว่านี้ เช่น ประชาชนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์อะไรกับโครงการ ประชาชนจะได้ค่าเยียวยาอะไร เท่าไรกับผลกระทบจากโครงการนี้” นายวิชัย กล่าว

‘ภูมิธรรม’ ชี้!! ‘กางเกงช้าง-แมว’ ไทยจดลิขสิทธิ์แล้ว พร้อมสั่งกรมศุลกากรคุมสินค้าใช้ กม.ระงับนำเข้าทุกด่าน

(5 ก.พ. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจีนส่งกางเกงช้างเข้ามาขายในประเทศไทย จะต้องมีการตรวจสอบในเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ว่าขณะนี้มีความชัดเจนว่ากรณีของกางเกงลายช้างหรือลายแมว มีการจดลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอยู่แล้ว เพียงแต่ในการจดลิขสิทธิ์อาจจะมีความเพี้ยนแตกต่างกันไป ซึ่งเราต้องมาดูข้อกฎหมายว่าครอบคลุมแค่ไหน แต่ส่วนตัวคิดว่าน่าจะครอบคลุมพอสมควร 

ทั้งนี้ ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ออกไปสำรวจตลาดว่าสินค้าดังกล่าวนี้มีมากน้อยแค่ไหน และได้ประสานกับกรมศุลกากรที่มีกฎหมายในการสั่งระงับยับยั้งสินค้าได้ ซึ่งทางกรมศุลกากรจะมีการสั่งทุกด่านในการควบคุมสินค้าตัวนี้ที่เข้ามา

นายภูมิธรรม กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนได้ประสานกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศว่าเราอาจจะต้องใช้สัญลักษณ์ที่เป็นการจองพื้นที่หรือการสรุปว่าเป็นสินค้าไทย เพื่อเป็นการควบคุมดูแลสินค้าไทย อย่างไรก็ตาม สินค้าที่เข้ามานั้นหากเปรียบเทียบกับสินค้าไทย จะเห็นได้ชัดเจนว่าต่างกันลิบลับในเรื่องของคุณภาพ ซึ่งสินค้าของไทยมีคุณภาพดีมาก ขณะนี้สินค้าที่เข้ามา แม้มีราคาถูกแต่คุณภาพจะไม่ดี ใส่เพียงครั้งเดียวก็ขาดแล้ว โดยการระงับยับยั้งนั้นเป็นการระงับจากนอกประเทศที่เข้ามาในประเทศ แต่เราต้องคำนึงถึงสินค้าตราช้าง หรือตราแมวที่เป็นของไทยที่มีคุณภาพด้วย เพราะเราต้องส่งเสริม ดังนั้น การที่จะออกกฎเกณฑ์อะไรมาต้องคำนึงทั้งสองด้าน

‘วราวุธ’ เผย พบชายพิการโยกสามล้อจากสุโขทัยแล้ว ส่งเจ้าหน้าที่ประกบ พูดคุยหาสาเหตุ - ช่วยเหลือ

(5 ก.พ. 67) ที่กระทรวง พม. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หนุ่มพิการโยกรถสามล้อจากจังหวัดสุโขทัย ไปที่กรมบัญชีกลาง กรุงเทพมหานคร เพื่อยืนยันตัวตนขอสิทธิรับเบี้ยความพิการ ว่า ตนขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ส่งข่าวดังกล่าวเข้ามาให้ ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้เร่งตรวจสอบและขณะนี้พบตัวบุคคลดังกล่าวแล้ว และเชิญไปอยู่ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพูดคุยและตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าปัญหาหรือสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยในเบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในภูมิลำเนาจังหวัดสุโขทัยมานานกว่า 2 ปีแล้วทำให้ถูกถอดออกจากบัญชีคนพิการของจังหวัดสุโขทัย ซึ่งทางกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้เข้าไปตรวจสอบและดูว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับบุคคลดังกล่าวได้อย่างไรบ้าง 

นายวราวุธ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตนขอฝากถึงคนพิการทั่วประเทศว่า หากมีปัญหา หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการลงทะเบียน การรักษาสิทธิ หรือเงินสนับสนุนของตนเองนั้นยังไม่ต้องรีบเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร ขอให้โทรศัพท์มาที่ศูนย์เร่งรัด จัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) สายด่วน 1300 ของกระทรวงพม. และทางศรส.จะ ดำเนินการช่วยประสานงานและหาข้อมูลให้เพื่อที่จะได้ประหยัดเวลา และประหยัดแรงของพี่น้องคนพิการทุกคน

‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษายืน จำคุก ‘เพนกวิ้น-อั๋ว’ 2 เดือน กรณีจัดกิจกรรม #Saveวันเฉลิม ปี 63 ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 


(5 ก.พ.67) ที่ศาลแขวงปทุมวัน ถ.นครไชยศรี ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ 653/2566 ที่พนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิ้น จำเลยที่ 1 และน.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว จำเลยที่ 2 แกนนำกลุ่มราษฎร เป็นจำเลยในความผิดต่อพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 63 จำลยได้จัดกิจกรรม #Saveวันเฉลิม ทวงความเป็นธรรมให้กับการบุคคลสูญหายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยทั้งสอง มีความผิดตามพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9(2),18 ประกอบมาตราประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 2 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 368 วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่งปรับ 2,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 เดือนรวมปรับ 12,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี

จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าจำเลยทั้งสอง ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมประชุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายโดยได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯหรือไม่ 

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ในทำนองว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานพิสูจน์ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้ลงข้อความใน เฟซบุ๊ก ทั้งไม่ได้ตรวจสอบว่าใครเป็นแอดมินเพจ เฟซบุ๊ก ชื่อบัญชี สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย จำเลยทั้งสองปรากฏตัว ณ สถานที่นัดหมายเนื่องจากพบเห็นข้อความทางเฟซบุ๊ก ดังกล่าวซึ่งเป็นการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ เห็นว่าโจทก์มีตำรวจเป็นพยานยืนยันว่า พบจำเลยทั้งสองนำภาพผู้ลี้ภัยวางไว้ที่บริเวณผู้ชุมนุม จำเลยทั้งสอง พูดปราศรัยห่างจากผู้ชุมนุมประมาณ 1 เมตร ผู้ชุมนุมยืนติดกันไม่เว้นระยะห่างไม่มีจุดคัดกรอง ไม่มีเจลแอลกอฮอล์ จำเลยทั้งสองกล่าวปราศรัยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้

พฤติกรรมของจำเลยทั้งสอง บ่งชี้ว่ามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมชุมนุมโดยเฉพาะจำเลยที่2 เป็นประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทยย่อมมีน้ำหนักรับฟังมั่นคงว่าจำเลยทั้งสองรู้เห็นและมีส่วนร่วมกับการจัดกิจกรรมชุมนุมดังกล่าว ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่าจำเลยทั้งสองปรากฏตัว เนื่องจากเพราะเป็นข้อความที่ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงได้การที่จำเลยทั้งสอง นำภาพผู้ลี้ภัยทางการเมืองมาวางบริเวณผู้ชุมนุมและปราศรัยเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยอันเป็นปกติวิสัยของบุคคลที่เห็นข้อความเชิญชวน แต่รายงานสืบสวนเอกสารในตอนท้ายที่ระบุว่า “โปรดเตรียมดอกไม้เพื่อร่วมทวงความเป็นธรรมให้ผู้ลี้ภัยทางการเมือง” ซึ่งปกติวิสัยของบุคคลทั่วไปเห็นข้อความดังกล่าว และประสงค์จะเข้าร่วมก็เพียงแต่นำดอกไม้มาเท่านั้น ไม่มีเหตุให้นำภาพของผู้ลี้ภัยทางการเมืองมาชุมนุมและขึ้นกล่าวปราศรัยด้วย

การที่จำเลยทั้งสองนำภาพผู้ลี้ภัยทางการเมืองมาวางและกล่าวปราศรัยเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยจึงไม่ใช่ปกติวิสัยของคนที่เห็นข้อความเชิญชวน การกระทำเช่นนั้นที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานพิสูจน์ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้ลงข้อความเฟซบุ๊ก ทั้งไม่ได้ตรวจสอบว่าใครเป็นแอดมินของเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว อุทธรณ์จำเลยทั้งสอง ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยที่2 ว่ามีความผิดฐานไม่ผิดตามคำสั่งพนักงานสอบสวนที่สั่งให้พิมพ์ลายนิ้วมือโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรประมวลกฎหมายอาญามาตรา 368 หรือไม่

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่าพนักงานสอบสวนมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 พิมพ์ลายนิ้วมือไม่ใช่เพื่อการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 132 (1) การที่จำเลยที่ 2 ปฏิบัติตามคำสั่งแล้วจึงไม่มีความผิดนั้น

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 132 ให้อำนาจพนักงานสอบสวนตรวจผู้เสียหาย เมื่อผู้นั้นยินยอมหรือตรวจตัวผู้ต้องหา ตรวจสิ่งของ หรือทางที่อันจะสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานได้ข้อเท็จจริงจากพยานเบิกความว่าพยานได้จัดให้จำเลยที่ 2 พิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจว่าจะมีการเพิ่มโทษหรือไม่ แต่จำเลยที่ 2 ไม่ยินยอมโดยพยานเบิกความตอบทนายจำเลยที่ 2 ค้านว่าการขอตรวจลายนิ้วมือจำเลยที่ 2 เพื่อนำไปตรวจหาประวัติอาชญากรบ่งชี้ชัดว่าพนักงานสอบสวนสั่งจำเลยที่ 2 พิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อจะได้ทราบว่าจำเลยที่ 2 เคยต้องโทษมาก่อนอันเป็นเหตุให้เพิ่มโทษตามกฏหมายหรือไม่ คำสั่งของพนักงานสอบสวนจึงชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานสอบสวนที่สั่งให้พิมพ์ลายนิ้วมือโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรที่ศาลชั้นต้นพิพากษานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองทุกข้อฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน

ชื่นชม!! ‘4 พยาบาลทหารอากาศหญิง’ รุดเข้าช่วยหญิงชรา หลังเป็นลมหมดสติ บริเวณทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

(5 ก.พ.67) จากกรณีที่นาวาอากาศเอกหญิง วัลลภา อันดารา รองผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ พร้อมด้วยคณะอาจารย์ นาวาอากาศโทหญิง ชญาพัฒน์ ทองปากน้ำ, นาวาอากาศตรีหญิง อุษณีย์ บุญบรรจบ และเรืออากาศโทหญิง ภัทรพร โชคสมงาม ร่วมเดินทางส่งนักเรียนพยาบาลทหารอากาศ นันท์นภัส เภสัชชา ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางไปศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ ณ สาธารณรัฐเกาหลี 

โดยขณะเดินทางกลับ คณะอาจารย์ พบผู้สูงอายุ มีอาการวูบ หน้ามืด และล้มนอนข้างถนน ทางเข้าออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย คณะอาจารย์ได้ร่วมกันช่วยปฐมพยาบาลจนอาการดีขึ้นและส่งต่อให้พยาบาลของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดูแลต่อ 

ทั้งนี้ พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศแสดงความชื่นชมต่อความมีจิตสาธารณะของคณะอาจารย์ ในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างทันท่วงที และแสดงถึงจรรยาบรรณของวิชาชีพพยาบาลในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ จนรอดพ้นภาวะอันตราย เป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการกองทัพอากาศ ในการมีจิตสาธารณะ

‘มท.1’ มอบนโยบาย ‘พ่อเมืองทั่วไทย’  จัดงานพิธีมหามงคลในหลวง ร.10

(5 ก.พ.67) ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ หลักสี่ กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า เนื่องจากปีนี้ถือเป็นปีมหามงคลครบ 6 รอบ พระชนมายุ 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ กระทรวงมหาดไทย จึงต้องทำหน้าที่ให้พี่น้องประชาชนทุกคนตื่นตัวและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศทุกคนมาในวันนี้ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าต้องเตรียมการว่ากิจกรรมต่างๆ เพื่อเทิดพระเกียรติ ถวายพระเกียรติ และทำกิจกรรมที่เป็นสาธารณกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพราะเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงสุดเป็นภารกิจที่จะต้องทำความเข้าใจกันให้ตรงกัน เพื่อดำเนินการให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันก็จะติดตามการดำเนินนโยบายที่ตน และรมช.มหาดไทย ที่ได้มอบนโยบายไว้กับทางผู้บริหารกระทรวงฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดว่านโยบายทั้ง 11 ข้อที่ให้ไปมีความคืบหน้าอย่างไร บรรลุผลสัมฤทธิ์หรือไม่ และต้องการการสนับสนุนจากฝ่ายบริหารอย่างไรบ้าง โดยจะพบกันระหว่างผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทยทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการประจำ และผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น พร้อมหารือถึงปัญหา และการสนับสนุนต่างๆ ที่ทางกระทรวงฯ จะทำได้

ส่วนความคืบหน้าการติดตามนโยบายเรื่องฝุ่น PM 2.5 นั้น ความเสี่ยงของฝุ่น PM 2.5 กระทรวงมหาดไทยได้เพิ่มเป็น 11 นโยบาย คือ นโยบายอากาศสะอาด นำความคิดเห็นจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ที่ประสบเหตุ ว่ามีมาตรการควบคุมป้องกันและช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบเรื่องฝุ่นอย่างไรบ้าง 

ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน จัดงาน China Fair 2024 ส่งเสริมการศึกษา สร้างโอกาสการทำงาน

(5 ก.พ.67) สมาคมนักเรียนไทย-จีน จัดงานมหกรรม China Fair 2024 by TCSA : Study - Work -Travel ณ ลาน Fashion Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 3-4 ก.พ.67 โดยพิธีเปิดเริ่มขึ้นในเวลา 10.30 น. ของวันที่ 3 ก.พ. 67 โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ เป็นประธานกล่าวเปิดงานฝ่ายไทย และนางเฝิง จวิ้นอิง อัคราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา สถานเอกอัคราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำราชอาณาจักรไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงานฝ่ายจีน และ ดร. ลักษมณ สมานสินธุ์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) กล่าวในฐานะผู้ร่วมจัดงาน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการจัดแสดงบูทส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้ที่สนใจไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน และยังมีการเปิดรับสมัครงานจากบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องการบุคลากรที่มีความสามารถด้านภาษาจีน รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับบริษัทในภาคบริการการท่องเที่ยว เช่น ตั๋วเครื่องบิน, ประกันภัย, เอเจนซี่, ทุนการศึกษา, การแนะนำมหาวิทยาลัย, เครือข่ายอินเทอร์เน็ตและซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ, บริการวีพีเอ็น, บริการด้านเอกสารวีซ่า และบริการใช้จ่ายไร้เงินสด นอกจากนี้ ยังมีโชว์การแสดงศิลปะการต่อสู้จีน จากโรงเรียน 

นอกจากการออกบูธขององค์กรและบริษัทต่าง ๆ ยังมีเวทีเสวนาในหัวข้อแชร์ประสบการณ์แนะแนวการศึกษาในสาขาต่าง ๆ จากมหาวิทยาลัยที่ประเทศจีน อาทิ วิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์, การแพทย์, การแพทย์แผนจีน, คอมพิวเตอร์, รัฐศาสตร์ และธุรกิจ รวมทั้งการบอกเล่าไลฟ์สไตล์ของนักศึกษาไทยในจีน ทุนการศึกษาและวิธีการยื่นขอรับทุน ซึ่งทั้งหมดนั้นรวมอยู่ใน Seesion การแชร์ประสบการณ์จากรุ่นพี่ในช่วง ‘Fit to Fly’ ในวันที่ 3 ก.พ.

นอกจากในประเด็นการศึกษาแล้ว ในวันที่ 4 ก.พ. ยังมี Session การแชร์ประสบการณ์การทำงานจากผู้นำระดับประเทศ และผู้บริหารระดับ CEO ชั้นนำในวงการธุรกิจไทย-จีน ไม่ว่าจะเป็น ‘พี่บูม’ ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (เรียนจบจากประเทศจีน), ‘ครูพี่ป๊อป’ ดร.ณัฐพงศ์ นำศิริกุล ติวเตอร์ภาษาจีนชื่อดัง ที่เป็นทั้งพิธีกรและผู้ประกาศข่าว, ‘พี่เก่ง’ สิรภพ ตันติธรรม MD บริษัท OCR จำกัด, ‘พี่ฝน’ เจตยา วรปัญญาสกุล Head of Learning Center บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), คุณ Xu Genlou Vice president (Chinese Market) Sales and Marketing Department Amata Corporation Plc., ‘พี่นุ๊ก’ รชาดา แสงสุริยะฉัตร บริษัท ฉัตรชัยแพทย์แผนโบราณ จํากัด (หมอเส็ง)

ตัวแทนผู้สนับสนุนจากฝ่ายจีน นางเฝิง จวิ้นอิง กล่าวในพิธีเปิดว่า "เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ได้มีการร่วมลงนามยกเว้นวีซ่า หรือระหว่างไทย-จีน อย่างถาวร การไปมาระหว่างสองประเทศก็จะง่าย และสะดวกสบายมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนในมิติต่าง ๆ โดยงาน China Fair ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 นี้ ได้กลายเป็นช่องทางและสะพานที่เชื่อมต่อความสัมพันธ์ไทย-จีนในมิติการศึกษา การค้าขาย และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่”

สำหรับประธานฝ่ายไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ก็ได้กล่าวถึงประเด็นการยกเว้นวีซ่า หรือ ระหว่างไทย - จีนเช่นกัน โดยกล่าวว่า "การลงนาม ‘ฟรีวีซ่า ไทย-จีน’ ในครั้งนี้ จะส่งผลดีกับทั้งสองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีน กระตุ้นเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ส่งเสริมด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือเชิงเศรษฐกิจอีกมากมาย รวมถึงส่งเสริมด้านความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน 

รองนายกฯ ยังกล่าวแสดงความชื่นชมต่อสมาคมนักเรียนไทย-จีนอีกว่า “ผมขอแสดงความยินดีอีกครั้ง กับสมาคมนักเรียนไทย-จีน ที่จัดกิจกรรมดี ๆ ในครั้งนี้ และขออวยพรให้น้อง ๆ เยาวชนไทยที่ศึกษาที่ประเทศจีน หรือที่ศึกษาเกี่ยวกับจีน ประสบความสำเร็จในด้านการเรียนรู้ภาษา และการหาประสบการณ์ในต่างประเทศ ให้เติบโตมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ในการพัฒนาเศรษฐกิจ และความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน ซึ่งภาษาเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สิ่งสำคัญที่จะช่วยสื่อสารความเข้าใจระหว่างกัน รวมทั้งแลกเปลี่ยน เรียนรู้ วัฒนธรรม ประเพณี ความรู้ และความคิด อันจะนำพาไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีงามของไทย-จีน ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ทางรัฐบาลพร้อม และยินดีที่จะสนับสนุนทุกกิจกรรมของสมาคมนักเรียนไทย-จีน และเยาวชนคนรุ่นใหม่ไทย-จีน”

ดร.ลักษมณ สมานสินธุ์ ในฐานะผู้ร่วมจัดงาน ก็ได้กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากงานนี้ "ดิฉันเชื่อมั่นว่าการจัดงานในวันนี้ จะช่วยตอบโจทย์ให้แก่นักเรียนและผู้ปกครองที่สนใจ ส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อในประเทศจีนได้อย่างตรงจุด ทั้งเรื่องการเตรียมตัวก่อนไปเรียน การใช้ชีวิต การพัฒนาทักษะให้พร้อมทํางานในหน่วยงานหรือองค์กรจีน ตลอดจนการท่องเที่ยวจีนซึ่งไทย-จีน ที่เพิ่งจะมีการลงนามข้อตกลงยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยวระหว่างกันอย่างถาวร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา"

China Fair 2024 จบลงไปอย่างราบรื่น และเป็นที่ประทับใจของผู้มาร่วมงาน โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนนักศึกษาและผู้ปกครอง เพราะถือเป็นช่องทางที่ดีในการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับจีน ทั้งด้านวัฒนธรรม การศึกษา การทำงานและการท่องเที่ยวในจีนมากยิ่งขึ้น กิจกรรมนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมการเชื่อมต่อระหว่างไทย-จีน ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดงาน China Fair และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของสมาคมนักเรียนไทย-จีน ในการที่จะช่วยรวบรวมนักศึกษาไทยในจีนและนักศึกษาจีนในไทย เพื่ออนาคตความสัมพันธ์ไทย-จีน

‘หนุ่ม’ ตัดพ้อ!! ครูดีๆ หมดโอกาสเพราะสอบไม่ผ่าน แนะ!! ควรใช้วิธีอบรมแทน ด้านชาวเน็ตแห่แย้งสนั่น

(5 ก.พ.67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ลงกลุ่มเตรียมสอบใบประกอบวิชาชีพครู ระบุว่า

“คะแนนสอบไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าจะเป็นครูที่ดีได้หรือเปล่า ครูที่สอบคะแนนสูงๆ เป็นครูที่ไม่ได้เรื่องเยอะแยะ ครูดีๆ ต้องหมดโอกาสเป็นครูเพราะสอบไม่ผ่าน ยุคนี้แล้วไม่ควรตัดสินคนผ่านคะแนนสอบนะ ผมว่าเราควรเปลี่ยนจากสอบเป็นอบรมแทน”

จากโพสต์ดังกล่าว ทำเอาวงการครูสั่นสะเทือน โดยชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน เช่น

- สอบดีแล้วค่ะ แค่นี้การศึกษาก็แย่มากพอแล้ว อย่าลดคุณภาพอีกเถอะค่ะ
- แล้วทำไมต้องกดคนที่สอบผ่านด้วยคะงง555555 ครูดีๆ ต้องหมดโอกาสเป็นครู เพราะสอบไม่ผ่าน คนสอบผ่าน = ไม่ดี?
- อย่าพยายามเป็นคนดีก่อนครับ ให้พยายามเป็นคนเก่งก่อนครับ จะได้รู้ว่าอะไรดีไม่ดีครับ
- สู้ ๆ นะครับ ครูต้องเก่งครับ
- ต้องเรียนวิชาการวัดและการประเมินนะครับ จะได้เข้าใจ
-  จากที่อ่านวนๆ 2-3 รอบ ดีแล้วที่คัดด้วยการสอบค่ะ
- ถ้ารู้ว่าเรียนมาแล้วสอบไม่ผ่านแสดงว่ามาตรฐาน ตัวเองมีปัญหาแล้วล่ะแล้วอีกอย่างนะครูมันต้องเริ่มจากเก่งก่อน
- ถ้าบอกว่าเป็นล่ะ? คะแนนสอบวัดถึง IQ หรือแม้กระทั่ง EQ มันบ่งบอกตั้งแต่การสอบเข้าเรียนละ มหาวิทยาลัยที่ Top ทำไมนักศึกษาครูมีคุณภาพกว่านักศึกษาที่มหาวิทยาลัยกลางๆ - ล่างๆล่ะ มันก็เหมือนกับการสมัครสอบเข้าทำงานนั้นแหละ ถึงแม้จะเอาเกณฑ์เดิมที่เรียนได้ใบเลย แต่คุณก็ต้องไปสอบบรรจุเองนะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top