Friday, 12 June 2026
NEWS FEED

เมืองนครศรีธรรมราช ท่วมสูง 20-40 ซม. ปิดจราจร ลานสกา-ถึงคีรีวง เตือนปชช.เร่งอพยพขนของขึ้นที่สูง

(16 ธ.ค. 67) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี 4 จังหวัดได้รับผลกระทบ ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวม 27 อำเภอ 137 ตำบล 814 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบรวม 43,595 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานเมื่อเวลา 00.20 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2567 รายงานว่า น้ำป่าจากคีรีวงไหลลงสู่พื้นที่ลานสกา ระดับน้ำบริเวณสะพานคีรีวงใกล้ถึงใต้สะพานแล้ว เทศบาลนครนครศรีธรรมราชเตรียมรับมือขั้นสูงสุด

ทั้งนี้ปริมาณน้ำป่าที่ไหลบ่าทะลักเชี่ยวกรากผ่านน้ำตกหนานหินท่าหา บ้านคีรีวง ต.กำโลน อ.ลานสกา ลงคลองท่าดี เข้าสู่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ใช้ระยะเวลาประมาณ 7 - 8 ชั่วโมง 

โดยเมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 15 ธ.ค. เทศบาลนครนครศรีธรรมราชประกาศระดับน้ำที่สถานีท่าใหญ่สูงถึง 650 ซม. (ขั้นสูงสุด) ขอให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมเคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง

เวลา 23.11 น. มีการแจ้งเตือนประชาชนใน 4 โซน จำนวน 20 ชุมชน ให้เตรียมขนย้ายทรัพย์สินและอพยพผู้เปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากคาดว่าน้ำจะท่วมพื้นที่ในเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2567

ณ เวลา 06.19 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2567 สถานการณ์การจราจรในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีดังนี้

- ถนนสาย 403 ท้ายสำเภา-มหาวิทยาลัยรามคำแหง: น้ำท่วมสูง รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้
- ทางเข้าศูนย์ราชการนาสาร: รถเล็กไม่สามารถผ่านได้
- เส้นทางนาพรุ-เบญจม: รถผ่านไม่ได้
- ถนนกะโรม-เบญจม: ผ่านได้เพียงฝั่งเดียว

เมื่อเวลา 07.50 น. เจ้าหน้าที่ประกาศปิดเส้นทางฝั่งขาออก ตั้งแต่หน้า ธ.ก.ส. ลานสกา จนถึงทางเข้าคีรีวง จนถึงขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครศรีธรรมราชครอบคลุม 11 อำเภอ 51 ตำบล 289 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบรวม 32,608 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

กรมชลประทานรายงานปริมาณฝนสะสมในพื้นที่นครศรีธรรมราชตลอด 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา (14-15 ธันวาคม 2567) วัดได้ 299.0 มิลลิเมตร โดยมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 63 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 19 เครื่อง ในพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งระดับน้ำในคลองท่าดี ณ สถานี X.285 ยังคงสูงกว่าตลิ่งประมาณ 0.66 เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดประชุมเพื่อพัฒนาแนวทางการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน 

(16 ธ.ค. 67) นาวาเอกหญิง นงลักษณ์ สิงห์โกวินท์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลฝ่ายบริการสุขภาพ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม เครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉิน โซน 4 และบ้านฉาง ประจำปีงบประมาณ 2568 ณ ห้องประชุม 1 โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งจัดขึ้นโดย แผนกปฏิบัติการรถพยาบาล กลุ่มงานการพยาบาลอุบัติเหตุและฉุกเฉิน รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ 

โดยการประชุมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุม 24 คน จาก 14 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานเกี่ยวกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ในพื้นที่

บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันวางแผนและเสนอแนวทางการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ในปีงบประมาณ 2568

ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการประชุม จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ในพื้นที่ต่อไป

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

ผู้บัญชาการทหารเรือ รับมอบอาคารพักอาศัยส่วนกลางกองทัพเรือ เพื่อเป็นสวัสดิการแก่กำลังพลกองทัพเรือ

(16 ธ.ค. 67) พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีรับมอบอาคารพักอาศัยส่วนกลางกองทัพเรือ เพื่อเป็นสวัสดิการแก่กำลังพลกองทัพเรือ โดยมี พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ พลเรือเอก วรวุธ พฤกษารุ่งเรือง ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ และประธานกรรมการบ้านพักข้าราชการในกองทัพเรือ พลเรือโท วัชระ พัฒนรัฐ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ คุณคีรี กาญจพาสน์ ประธานกรรมการบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ กำลังพลกองทัพเรือ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม พิธี ณ บริเวณก่อสร้างอาคารพักอาศัย ติดถนนหลวงหมายเลข 3126 คลองขลอด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ตามที่บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวเอชั้น จำกัด ได้ก่อสร้างอาคารพักอาศัยให้เป็นสวัสดิการด้านที่พักอาศัยแก่กำลังพลกองทัพเรือ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวเอชั้น จำกัด หรือ บริษัท UTA โดยกลุ่มกิจการร่วมค้า บี บี เอส ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 การนี้ ทางบริษัท UTA ได้ยื่นข้อเสนอและสิทธิ์ที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินโครงการแก่กองทัพเรือ จำนวน 11 ข้อ โดยหนึ่งในข้อเสนอนั้นคือการสร้างอาคารพักอาศัยและพื้นที่สันทนาการ 

ต่อมาคณะกรรมการบ้านพักข้าราชการในกองทัพเรือได้เสนอโครงการโครงการก่อสร้างอาคารพักอาศัยดังกล่าวโดยโดยกองทัพเรือได้อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารพักอาศัยในพื้นที่บริเวณพื้นที่ติดถนนหลวงหมายเลข 3126 และคลองขลอด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นลำดับแรก ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย ขนาดขนาด 51 ครอบครัว จำนวน 4 อาคาร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก การนี้ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันพุธที่ 15 มีนาคม 2565 โดย พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้นเป็นประธาน ร่วมกับ คุณคีรี กาญขนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์ เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด

บัดนี้ โครงการก่อสร้างอาคารพักอาศัยดังกล่าวได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย จำนวน 2 อาคาร ได้แก่อาคาร A1 และ A2 พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งพร้อมให้กำลังพลของกองทัพเรือและครอบครัวได้เข้าพักอาศัย

ภาพข่าว สมนึก เชื้อสนุก

นราธิวาส – อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ร่วมแสดงพลังต่อต้านความรุนแรง

(16 ธ.ค. 67) จากกรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวน 4 คน ใช้อาวุธปืนยิงทหารสังกัดชุดช่าง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ขณะกำลังบรรจุทรายใส่กระสอบบริเวณริมคลองหัวสะพาน บ้านมะนังกาแยง หมู่ที่ 3 ตำบลจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเตรียมไว้ให้กับชาวบ้านในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมระลอกใหม่ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ทำให้อาสาสมัครทหารพราน วุฒิชัย ไทยประดิษฐ์ ถูกยิงบริเวณหัวไหล่และมุมปากขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และอาสาสมัครทหารพราน จักรพงษ์ ฤทธิรุตม์กูล ถูกยิงบริเวณแขนซ้าย บาดเจ็บสาหัส ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงร่วมกันปฏิเสธความรุนแรง โดยการจัดกิจกรรมประชาชนจะแนะ ร่วมอำนวยพร สู่อำเภอสันติสุขอย่างยั่งยืนขึ้น โดยกิจกรรมเป็นการประกอบพิธีละหมาดฮายัต นำโดย นายโยฮัน เบ็ญฮาวัน นายอำเภอจะแนะ เป็นผู้นำละหมาดฯ ,นายอับดุลอาซิ บาโด ประธานชมรมอิหม่านอำเภอจะแนะ /กรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส , นายอับดุลฮาดี เจ๊ะแต รองประธานชมรมอิหม่าม คอเต็บ บีหลั่น อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ร่วมนำบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐและผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น จาก 44 มัสยิด 10 หมู่บ้าน และนักเรียน กว่า 500 คน เพื่อขอพรจากพระเจ้า (อัลลอฮฺ ซ.บ.) เรียกร้องให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่ ในวันนี้ (16 ธันวาคม 2567) เวลา 09.00 น. ที่ หอประชุมอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

ภายในกิจกรรมดังกล่าว นายอำเภอจะแนะ , ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 , ผู้นำศาสนา และกลุ่มสตรี พร้อมมวลชนทุกคนต่างพร้อมใจกันแสดงพลัง เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านความรุนแรง และประกาศเจตนารมณ์รวมพลังต่อต้านการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบโดยพร้อมใจกันชูป้ายข้อความว่า ชาวจะแนะต้องการสันติสุข“ชาวจะแนะไม่ต้องการความรุนแรง,หยุดใช้ความรุนแรง ทั้งนี้ มวลชนพร้อมใจกล่าว เจตนารมณ์ว่า ”ประชาชนจะแนะ ร่วมอำนวยพร สู่อำเภอสันติสุข ” เป็นการส่งสัญญาณว่าชาวจะแนะไม่มีใครเห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้สันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่ให้เร็ววัน 

ด้าน นางสุภาพร หริกจันทร์  ชาวบ้าน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า “วันนี้มาร่วมแสดงเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงที่เกิดขี้น และเพื่อร่วมแรงร่วมใจแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยและต้องการไม่ให้เกิดความรุนแรงในลักษณะแบบนี้อีก ชาวอำเภอจะแนะรักในความสันติสุขและพร้อมจะต่อต้านความรุนแรงในทุกรูปแบบ และขอเป็นกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เสียสละช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่”

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

ผู้ว่าฯ “ชัชชาติ” เปิดหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนาผู้นำเมือง (ผู้นำเมือง รุ่น 10) 

วันที่ (13 ธ.ค. 67) ที่ห้องประชุมสภา กทม.(ดินแดน) ชั้น 2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จัดพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนาผู้นำเมือง (ผู้นำเมือง รุ่น 10) โดยได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวต้อนรับผู้เข้ารับการศึกษาอบรม โดยมี รศ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยฯเป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ผู้เข้ารับการศึกษาอบรม คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย และศิษย์เก่า (ผู้นำเมืองรุ่น 9)

สำหรับหลักสูตรผู้นำเมือง เป็นหลักสูตรที่เน้นการวิเคราะห์เชิงบูรณาการ ในด้านการบริหารจัดการเมืองและท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพผู้นำทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดแนวคิดที่ดีระหว่างกัน และเกิดองค์ความรู้ในเชิงการบริหารจัดการ การเชื่อมโยงงานภาคีเครือข่ายที่หลากหลาย การบริหารจัดการเชิงพื้นที่ที่ดี และการนำสังคมที่ดี เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาเมืองและท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างทัศนคติ ความรู้ ความเข้าใจ การบริหารจัดการเมืองและการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ผู้นำหรือผู้บริหารของทุกภาคส่วน ได้นำเสนอและแลกเปลี่ยนประเด็นเชิงประสบการณ์ในด้านการบริหารจัดการเมืองและการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างอิสระ เพื่อให้ผู้นำภาครัฐ ภาคเอกชน สามารถบูรณาการแนวคิดแนวทางในการบริหารองค์กรบริหารเมืองและท้องถิ่นร่วมกันเป็นประโยชน์ต่อเมือง สังคม ประเทศชาติ

สำหรับผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำเมือง รุ่น 10 ประกอบด้วย ข้าราชการกรุงเทพระดับผอ. ข้าราชการการเมืองกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพ ข้าราชการการเมืองระดับประเทศ ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ผู้บริหารหน่วยงานรัฐ  / รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่น ผู้แทนมูลนิธิ และสื่อมวลชน จำนวน 130 คน อาทิ นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ท.เจษฎ์ จันทรสนาม  รอง ผอ.ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมัานคงภายในราชอาณาจักร พล.ท.ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์การปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมัานคงภายในราชอาณาจักร นายพรชัย มงคลวนิช  อธิการบดี มหาวิทยาลัยสยาม  

สุราษฎร์ธานี-ระทึกน้ำท่วมขัง กลางเมืองสุราษฎร์ธานี หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 3 ชั่วโมง สั่งปิดโรงเรียนเขตเทศบาลนครเพื่อความปลอดภัย

(16 ธ.ค. 67) นายธีรุตน์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายบุญเรือง หลงละลวด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังรอระบาย ตั้งแต่ถนนกาญจนวิถี ไปจนถึงหน้าโรงพยาบาลทักษิณ หลังมีฝนที่ตกหนักนานกว่า 3 ชั่วโมง ในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ถนนหลายเส้น ความสูง 30 – 50 เซนติเมตร โดยเฉพาะจุดดังกล่าว ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่ม รับน้ำจากถนนอื่นๆ ไหลบ่ามารวมกัน ส่งผลให้น้ำท่วมสูง รถที่สัญจรได้ยาก และคลื่นน้ำ ยังเข้าไปกระทบต่อบ้านเรือน และสถานประกอบการริมถนนจนได้รับความเสียหาย 

กรณีดังกล่าว รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ประสานให้ปิดการจราจร ถนนเส้นดังกล่าวชั่วคราว เพื่อลดผลกระทบ ต่อประชาชน และเร่งนำรถสูบน้ำท่วมขังประสิทธิภาพสูง ของ ปภ.สุราษฎร์ธานี เข้ามาระบายน้ำ ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับถนนอื่นๆอีกหลายเส้น 

สำหรับโรงเรียนในเขตเทศบาล ได้มีการสั่งปิดการเรียนการสอน หรือ ปรับมาเรียนออนไลน์หลายแห่ง เพื่อความปลอดภัยของนัก

สิทธิเณศ เห้งทับ สุราษฎร์ธานี

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน แต่งรถด้วย “เขากวางเรนเดียร์” และ “ไฟหลากสี” เข้าข่ายผิดกฎหมาย

(16 ธ.ค. 67) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่ามีพี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่ง ได้ประดับตกแต่งยานพาหนะในลักษณะที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน ให้งดการประดับตกแต่งยานพาหนะตามแฟชั่น หรือเทศกาล เช่น

“การติดเขากวางเรนเดียร์” เนื่องจากมีลักษณะที่ยื่นออกมาเกินความกว้างของตัวรถ หรืออาจหลุดร่วงในขณะขับขี่

“การติดไฟหลากสี” เนื่องจากอาจทำให้เกิดความสับสนต่อผู้ใช้รถใช้ถนนท่านอื่น และทำให้ผู้อื่นสังเกตสัญญาณไฟจากรถของท่านไม่ชัดเจน

ซึ่งการประดับตกแต่งรถในลักษณะดังกล่าว เข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 12 ประกอบมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

อีกทั้ง หากการกระทำดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ผู้ขับขี่จะต้องรับโทษในความผิดฐาน กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้รับอันตรายสาหัส หรือเสียชีวิต แล้วแต่กรณีอีกด้วย

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นผู้ขับขี่ยานพาหนะที่ประดับตกแต่งในลักษณะที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่น สามารถบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดได้ที่ สายด่วน 191 สายด่วนตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สมุทรปราการ-อำนวย บุญริ้ว แชมป์เก่า!! ชนะขาดเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม

วันที่ 15 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมาได้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ โดยนายอนุรักษ์ ผ่องโอสถ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ฯ ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ขึ้น ในวันที่ 15 ธันวาคม 2567 

โดยมีผู้ยื่นสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ที่มีชื่อตามหลักฐานและเอกสารทะเบียนราษฎร และมีคุณสมบัติเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายอำนวย บุญริ้ว อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ กลุ่มพัฒนาแพรกษาใหม่ ผู้สมัครหมายเลข 1 และทาง ร.ต.อ.สุมิตร ไทยเกิด อดีต รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.บางปู พรรคประชาชน ผู้สมัครหมายเลข 2  

โดยทางเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ได้จัดเตรียมสถานที่ทำการลงคะแนนการเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ จำนวน 45 หน่วย ตั้งแต่หมู่ที่ 1 ถึงหมู่ที่ 7 โดยบรรยากาศในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ซึ่งหลังจากเปิดให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาซึ่งมีประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก และหลังจากที่ปิดหีบการเลือกตั้งเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. 

ทาง กกต.ได้ทยอยนับคะแนน ซึ่งผลจากการนับคะแนน ทั้ง 45 หน่วย นายอำนวย บุญริ้ว ได้ 14,063 คะแนน และ ร.ต.อ.สุมิตร ไทยเกิด  ได้ 4,595 คะแนน นับได้ว่าคะแนนของ นายอำนวย บุญริ้ว ชนะแบบขาดลอยและเป็นไปตามคาด คงเป็นเพราะเนื่องจากนายอำนวย บุญริ้ว นั้นเป็นที่รักและศรัทธาของทางพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ประกอบกับผลงานที่โดดเด่นและการพัฒนาท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่องจึงทำให้สามารถรักษาเก้าอี้นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ได้อีกสมัย

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘ลอรี่’ เผยผลซูเปอร์โพล!! ‘เอกนัฏ’ ขึ้นอันดับ 1 รัฐมนตรีมากผลงาน ด้านเศรษฐกิจ สะท้อนความทุ่มเท เดินหน้า!! ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย สร้างความพึงพอใจให้ ปชช.

เมื่อวานนี้ (15 ธ.ค. 67) นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ หรือ ‘ลอรี่’ เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึง สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจเรื่อง ‘ประเมินผลงานกระทรวงสังคมและเศรษฐกิจ’ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,156 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 10–14 ธ.ค. ว่า

กระทรวงด้านเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ที่ประชาชนพึงพอใจ อันดับ 1 ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม โดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ได้คะแนนสูงสุด คะแนนเต็ม 10 คะแนน ได้ 7.35 คะแนน

โดยมีผลงานการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาการนิคมอุตสาหกรรม ทำคนไทยมีอาชีพในนิคมพื้นที่ต่างๆ อุตสาหกรรมรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมสีเขียว การแก้ปัญหากากพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การสนับสนุนธุรกิจ SME และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อเซฟสินค้าไทย

“ผลคะแนนได้สะท้อนความทุ่มเทการทำงานของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่พร้อมเดินหน้าปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย ถึงอย่างไรโพลล์ก็แค่กลุ่มตัวอย่าง ‘หลักพัน’ ขณะที่เราต้องทำให้คนทั้งประเทศ ‘หลักล้าน’ แปลว่างานพวกเรายังมีอีกเยอะ เดินหน้าปฏิรูปอุตสาหกรรมไปด้วยกันต่อครับ” เลขาฯ ลอรี่ กล่าวทิ้งท้าย

‘เจ้าหน้าที่ตำรวจ’ พบพิรุธ เชื่อ!! จัดฉาก ลวงฆ่าโหด ‘สจ.โต้ง’ ชี้!! มีการเตรียมตัวล่วงหน้า พร้อมปะทะในพื้นที่ ‘คิลลิ่งโซน’

(15 ธ.ค. 67) จากกรณี นายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ สจ.โต้ง ถูกกลุ่มมือปืนซึ่งเป็นลูกน้องของ นายสุนทร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี ใช้อาวุธปืนรุมยิงจนเสียชีวิตในบ้านพักของนายสุนทร หลังเข้าไปเจรจาปัญหาเกี่ยวกับการวางตัวผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.ปราจีนบุรี สมัยหน้า ต่อมาหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าระงับเหตุ พร้อมควบคุมตัว นายสุนทร พร้อมลูกสมุน รวม 7 คน ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและ ไตร่ตรอง รวมถึงความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน 

จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุรวมถึงสอบปากคำพยานผู้เหตุการณ์และบุคคลใกล้ชิดต่างๆ เจ้าหน้าที่พบข้อพิรุธทางคดีหลายอย่างที่บ่งชี้ ว่า การเสียชีวิตของ สจ.โต้ง นั้น ไม่ใช่เหตุการณ์ซึ่งหน้า แต่น่าจะมีการวางแผนหรือเตรียมการมาก่อนที่ สจ.โต้ง จะเดินทางเข้ามาเจรจาปัญหากับ นายสุนทร หรือ โกทร

โดยเฉพาะข้อพิรุธเกี่ยวกับการแต่งกายของกลุ่มลูกน้องนายสุนทร ในวันเกิดเหตุ ที่พบว่า กลุ่มลูกน้องที่ทำหน้าที่เป็นมือปืน และ คนคอยคุมเชิงคุ้มกัน แต่ละคนล้วนสวมใส่รองเท้าผ้าใบเดินเข้าออกในบ้านตลอดเวลา ผิดปกติวิสัยของคนทั่วไปที่มักจะถอดรองเท้าก่อนจะเข้ามาเดินภายในบ้าน คล้ายกับการแต่งตัวให้ทะมัดทะแมง เพื่อเตรียมพร้อมก่อเหตุตลอดเวลา

นอกจากนี้จากการสอบปากคำคนใกล้ชิดของ นายสุนทร ที่เข้าออกบ้านหลังดังกล่าวเป็นประจำ ยังพบว่า ปกติแล้ว นายสุนทร จะไม่อนุญาตให้ลูกน้อง ขึ้นไปบนขั้นสองของตัวบ้านที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในวันเกิดเหตุพบว่ากลุ่มลูกน้องของนายสุนทร สามารถเดินขึ้นลงชั้นสองได้ตลอดเวลา

สอดคล้องข้อมูลที่พบว่าช่วงระยะหลัง นับตั้งแต่ที่ นายสุนทร เริ่มบาดหมางกับ สจ.โต้ง ก็เริ่มมีการคัดกรองคนเข้าออกภายในบ้านมากขึ้น รวมถึงไม่อนุญาตให้ผู้ลูกน้องของ สจ.โต้ง ที่ติดตามมาด้วย เข้ามายืนอยู่ในชายคาบ้าน โดยจะให้ยืนรอที่บริเวณด้านหน้ารั้วบ้านแทนเพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็จากข้อพิรุธหลากหลายประเด็นดังกล่าว ประกอบกับมูลเหตุแรงจูงใจต่างๆ ยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่ปักใจเชื่อว่า การสังหาร สจ.โต้ง นั้น น่าจะมีการวางแผนตระเตรียมการมาก่อนหน้าที่ สจ.โต้ง จะเดินทางมาถึง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top