Thursday, 11 June 2026
NEWS FEED

“ผบ.ทบ.” กำชับ กำลังพล สนับสนุน สธ. ดูแลอำนวยความสะดวก ในการฉีดวัคซีนโควิด-19 เสริมภูมิในรพ. พร้อมสั่งจัดชุดเคลื่อนที่ให้บริการปชช. 

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ร.อ.หญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ที่พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ให้ความสำคัญและสั่งการให้หน่วยทหารทั่วประเทศ นำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ในการดูแลช่วยเหลือประชาชน สนับสนุนรัฐบาลบริหารจัดการโควิด-19 อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งการดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อค้นหาคัดแยกผู้ติดเชื้อ ตลอดจนจัดเตรียมสถานที่เพื่อนำเข้าสู่ระบบการรักษาตามอาการอย่างเหมาะสมโดยเร็วและเพื่อลดความรุนแรงของโรค ล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อเริ่มมีแนวโน้มลดลง ส่วนหนึ่งเกิดจากการดูแลตนเอง รับผิดชอบต่อสังคมของประชาชน รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการที่ รัฐบาล และ ศบค. กำหนด ขณะที่ด้านการส่งเสริมและป้องกันสุขภาพ ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลได้เพิ่มการจัดหาและนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อนำมาจัดสรรบริการฉีดเสริมภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชาชนกระจายตามพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของกองทัพบก โดยโรงพยาบาลในสังกัดทั้ง 37 แห่งทั่วประเทศ ได้สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และสถานที่ให้กับ กระทรวงสาธารณะสุข และ สาธารณะสุขจังหวัด (สสจ.)  ร่วมส่งเสริมและป้องกันสุขภาพ นำวัคซีนที่แต่ละจังหวัดได้รับการจัดสรรตามแนวทางของกรมควบคุมโรค มาบริการฉีดให้กับประชาชนที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของผู้ได้รับวัคซีน หรือประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม รวมทั้งช่องทางอื่นๆ ที่ สสจ. กำหนด อาทิ นนท์พร้อม, นครศรีชนะ, โคราชพร้อม, ก๋ำแปงเวียง จ.เชียงใหม่ 

นอกจากนี้ยังได้ปรับรูปแบบบริการฉีดวัคซีนให้มีความเหมาะสมและคล่องตัวต่อผู้รับบริการมากขึ้น ได้แก่ การฉีดวัคซีนโควิด Drive-Thru ให้กับผู้สูงอายุและประชาชนที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว และบริการฉีดวัคซีนโควิดเคลื่อนที่ ตามบ้านเรือนประชาชนหรือสถานที่ต่างๆ สำหรับผู้ป่วยติดเตียง, ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง ไม่สามารถมาฉีดวัคซีนบริเวณที่ สสจ. จัดไว้ได้ ซึ่ง รพ.ทบ. ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับประชาชนแล้ว 137,678 ราย

ขณะที่หน่วยทหารกองทัพบกได้สนับสนุนกำลังพลจิตอาสา ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้และทันต่อสถานการณ์ให้กับประชาชนในพื้นที่ชุมชนรอบค่าย พร้อมมอบหน้ากากอนามัย, เจลแอลกอฮอล์ และแผ่นภาพประชาสัมพันธ์คู่มือวินัยทหารต้านโควิด เพื่อให้สามารถดูแลป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 รวมทั้งร่วมดูแลอำนวยความสะดวกให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนในสถานที่ของจังหวัดที่ สสจ. กำหนด เพื่อแบ่งเบาภาระทั้งด้านการเดินทางและค่าใช้จ่าย อาทิ บริการยานพาหนะรับ-ส่งประชาชน, บริการรถวีลแชร์เคลื่อนย้ายผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว, จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง ซักประวัติ วัดอุณหภูมิและความดัน รวมทั้งสังเกตอาการภายหลังจากได้รับวัคซีน, บริการรถครัวสนามประกอบอาหารแจกจ่ายพร้อมน้ำดื่ม ตลอดจนจัดแสดงดนตรีบรรเลงเพลงจากหมวดดุริยางค์กองทัพบก เพื่อสร้างบรรยากาศความเพลิดเพลิน สร้างความสุข คลายกังวลให้กับประชาชนที่มารับบริการรวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องตลอดทั้งวันอีกด้วย 

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและเป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนเพื่อส่งเสริมและป้องกันสุขภาพประชาชนของรัฐบาล กองทัพบกจะดำรงในภารกิจดังกล่าว พร้อมบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ดูแลช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งของประชาชน เพื่อข้ามผ่านสถานการณ์ในครั้งนี้ และกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติสุขได้โดยเร็ว

“บิ๊กบี้” กำชับ กกล.ชายแดน ตรึงกำลังลาดตระเวน พร้อมบูรณาการมุ่งสู่การดำเนินคดีถึงผู้นำพา เฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองและขบวนการผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

ที่กองบัญชาการทหารบก (บก.ทบ.) พ.ต.หญิง จุฑาทิพย์ วุฒิรณฤทธิ์ ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองกำลังชายแดนของกองทัพบกทั้ง 7 กองกำลัง ยังคงเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมามีการเพิ่มกำลังพลและจัดอุปกรณ์เข้าสนับสนุนการเฝ้าระวังและป้องกันพื้นที่ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจภายใต้สถานการณ์โควิด-19 อย่างเต็มที่ และจากการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกห้วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 

โดยผู้บัญชาการกองทัพบก ได้กล่าวขอบคุณการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจของกองกำลังป้องกันชายแดน ในการสกัดกั้นยาเสพติดโดยเฉพาะพื้นที่เฝ้าระวัง และพบการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดบ่อยครั้งในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีผลการจับกุมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ในห้วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สามารถสกัดกั้นยาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายตรวจพบการกระทำผิด 136 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิด 155 คน ยึดได้ของกลางยาบ้า 6,517,999 เม็ด, ไอซ์ 423 กิโลกรัม, เฮโรอีน 35 กก., กัญชาแห้ง/สด 2,497 กก., พืชกระท่อม 2,355 กก., ฝิ่น 200 กก. ตลอดจนเฝ้าตรวจสินค้าผิดกฎหมายประเภทอื่นและการนำเข้าสินค้าทางการเกษตรทุกชนิด เดือนที่ผ่านมายึดของกลาง อาทิ บุหรี่ 5,650 ซอง, ยางพารา 9,550 กก., หน้ากากอนามัย 175,250 ชิ้น และถังออกซิเจน 100 ถัง



สำหรับการเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายบริเวณแนวชายแดน ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งกองกำลังชายแดนกองทัพบก คงดำรงกำลังพลและใช้ทุกทรัพยากรที่มีในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด  ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง

โดยเฉพาะตามเส้นทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเข้าเมืองและเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว เข้าประเทศโดยผิดกฎหมายตามเส้นทางต่าง ๆ โดยในห้วงเดือนที่ผ่านมา พบการกระทำผิด 194 ครั้ง สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 700 คน ประกอบด้วย คนไทย 247 คน, กัมพูชา 19, คน ลาว 38 คน, เมียนมา 348 คน เวียดนาม 15 คน จีน 29 คน  บังคลาเทศ/ญี่ปุ่น 1 คน เกาหลีใต้ 2 คน
 
ทั้งนี้จากการทำงานของกองกำลังชายแดนกองทัพบก ยังคงมีการปรับรูปแบบ   ให้เหมาะกับสถานกาณ์ในแต่ละพื้นที่ อาทิ การวางกำลังให้เหมาะสมในพื้นที่เฝ้าระวัง, การใช้เทคโนโลยีในการตรวจตราพื้นที่หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย, การสำรวจเส้นทาง ที่เปลี่ยนแปลงอาจมีเส้นทางธรรมชาติที่สามารถข้ามผ่านได้, การสนับสนุนแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ในชุมชนแนวชายแดนที่ยากต่อการเข้าถึง ตลอดจนยังคงดำรงความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนร่วมกัน  

นอกจากนี้จากนโยบายของกองทัพบกในการบูรณาการร่วมติดตามคดีเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำพาแรงงานผิดกฎหมาย ยาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ได้รับโทษตามกฎหมายเพื่อสกัดต้นทางการกระทำผิดให้หมดไปจากประเทศ ขณะนี้ในทุกกองทัพภาค และกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก เป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าติดตามกระบวนการต่างๆเพื่อให้เกิดผลในการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ซึ่งการดำเนินการของกองกำลังป้องกันชายแดนในช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 

“กองทัพบกยังคงต้องมีการปฏิบัติตนตามมาตรการ ศบค. และมาตรการ“พิทักษ์พล”อย่างต่อเนื่อง เพื่อพร้อมปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศ ตลอดจนสิ่งผิดกฎหมายและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ”พ.ต.หญิง จุฑาทิพย์ กล่าว

ทบ.เผยทหารใหม่ผลัด 1ผ่านการฝึกเบื้องต้นครบ 6 สัปดาห์ สุขภาพแข็งแรงปลอดภัย พร้อมเสริมทัพช่วยประชาชน คลี่คลายสถานการณ์โควิด-19

ที่กองบัญชาการทหารบก (บก.ทบ.) ๆพ.ท.หญิง พัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2564 ได้ผ่านการฝึกหลักสูตรทหารใหม่เบื้องต้นของกองทัพบก เป็นเวลา 6 สัปดาห์ เมื่อ 25 ส.ค.64 ที่ผ่านมา และยังคงดำรงมาตรฐานการฝึกและพัฒนาศักยภาพไว้อย่างครบถ้วน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการฝึกเฉพาะหน้าที่แยกขึ้นกองร้อย เพื่อให้มีความรู้เฉพาะตรงตามตำแหน่งที่ได้รับการบรรจุ สามารถปฏิบัติงานร่วมกับกำลังพลของหน่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่และช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ภายใต้มาตรการพิทักษ์พลของกองทัพบก และสอดคล้องกับแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ ศบค.กำหนด โดยตลอดระยะเวลาการฝึกทหารใหม่ หน่วยฝึกได้ดำเนินการตามแนวทาง “Bubble and Seal” อย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะการดูแลการฝึกทหารใหม่ให้ปลอดภัยจากโควิด-19 ซึ่งได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบตั้งแต่ตรวจคัดกรองการรับทหารใหม่, การกักตัว 14 วันในหน่วยฝึก, การฉีดวัคซีนให้ทหารและกำลังพลที่เกี่ยวข้องกับการฝึกซึ่งได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล, แยกการฝึกเป็นกลุ่มย่อย หมุนเวียนสถานี จัดสรรพื้นที่ฝึกเป็นระบบปิดแยกออกจากชุมชนทหาร และปรับรูปแบบการฝึกให้มีความอ่อนตัวตามสถานการณ์ภายใต้การดูแลและติดตามอย่างต่อเนื่องจากโรงพยาบาลสังกัดกองทัพบกในพื้นที่ ส่งผลให้หน่วยฝึกสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้

นอกจากนี้หน่วยฝึกทหารใหม่ได้เสริมกิจกรรมเรียนรู้เพิ่มพูนทักษะการดำรงชีวิต และการปรับตัวให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ในหน่วยทหาร อาทิ กิจกรรมการพบปะของผู้บังคับบัญชา เพื่อดูแลความเป็นอยู่ การเอาใจใส่และให้คำแนะนำการดำเนินชีวิตในค่ายทหาร, กิจกรรมส่งเสริมสัมพันธภาพของครอบครัวในวันแม่แห่งชาติเพื่อแสดงความกตัญญูต่อบุพการี และดำรงการติดต่อสื่อสารกับครอบครัวผ่านระบบออนไลน์ตามห้วงเวลาที่เหมาะสม, การจัดประกอบเลี้ยงอาหารมื้อพิเศษเสริมสร้างกำลังใจให้ทหารได้ผ่อนคลายจากการฝึกตลอดจนส่งเสริมการเก็บออมและจัดสรรรายได้หรือเงินเดือนบางส่วนให้กับบุพการีหรือครอบครัว เพื่อช่วยเหลือในสภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิค-19 ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ให้ความสำคัญในด้านสิทธิและสวัสดิการของกำลังพล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารกองประจำการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยส่งเสริมการเรียนรู้ฝึกฝนทักษะด้านต่างๆ, เสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายให้แข็งแรง, ปลูกฝังอุดมการณ์ปกป้อง พิทักษ์ เทิดทูนสถาบันหลักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความตั้งใจมุ่งมั่น มีจิตอาสา ต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพ และที่สำคัญสามารถดำรงชีวิตในหน่วยทหารได้เป็นอย่างดีตลอดห้วงระยะเวลาประจำการ

ทั้งนี้ กองทัพบกได้ดำเนินการฝึกทหารกองประจำการผลัดที่ 1 ของปี 2564 ให้มีความพร้อมทั้งด้านสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ปลอดภัยจากโรค มีจิตใจที่เข้มแข็ง มุ่งมั่น เสียสละ มีคุณลักษณะและอุดมการณ์ของการเป็นทหารอาชีพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบกในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงและดำรงการสนับสนุนรัฐบาลในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน คลี่คลายสถานการณ์โควิด-19 อย่างเต็มขีดความสามารถ 

'สหรัฐฯ' ส่งโดรนสังหารกลุ่ม 'ไอซิส-เค' อีกครั้ง เพื่อสกัดคาร์บอมสนามบินคาบูล

(30 ส.ค. 64) เกิดระเบิดใกล้สนามบินคาบูลของอัฟกานิสถานเมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่และพยานระบุเป็นการโจมตีด้วยจรวด ด้านรอยเตอร์อ้างเจ้าหน้าที่อเมริกันว่า กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหารในเมืองหลวงแห่งนี้ โดยส่งโดรนยิงมิสไซล์เด็ดชีพมือระเบิดรถยนต์ฆ่าตัวตายเตรียมโจมตีสนามบิน

รายงานรอยเตอร์อ้างคำกล่าวเจ้าหน้าที่อเมริกันหลายคนที่ขอสงวนนามว่า กองทัพสหรัฐโจมตีเป้าหมายที่อาจเป็นมือวางระเบิดรถยนต์ฆ่าตัวตายของกลุ่มไอซิส-เค (กลุ่มรัฐอิสลามในอัฟกานิสถานและปากีสถาน) ที่กำลังเตรียมการโจมตีสนามบินระหว่างประเทศฮามิดการ์ไซแห่งนี้ แต่พวกเขาอ้างว่าข้อมูลที่มีเป็นข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้

มีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนกล่าวถึงระเบิดที่เกิดใกล้กับสนามบินคาบูล และภาพข่าวทางโทรทัศน์เผยกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า ยังไม่มีรายงานว่ามีคนบาดเจ็บล้มตายหรือไม่ พยาน 2 คนบอกว่าดูเหมือนระเบิดจะเกิดจากจรวดยิงโจมตีบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ทางฝั่งเหนือของสนามบิน

รายงานบีบีซีกล่าวว่า ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติการของสหรัฐฯ และยังไม่ชัดเจนว่าปฏิบัติการนี้เกี่ยวข้องกับเหตุจรวดโจมตีอาคารใกล้กับสนามบินแห่งนี้หรือไม่

ต่อมาเจ้าหน้าที่อเมริกันหลายคนยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ ส่งโดรนจากฐานภายนอกอัฟกานิสถานยิงมิสไซล์โจมตีมือระเบิดรถยนต์ฆ่าตัวตายของไอซิส-เคที่กำลังพุ่งเป้าโจมตีสนามบิน ส่วนระเบิดที่เกิดตามมาหลังจากจรวดโจมตีโดนเป้าหมายนั้นแสดงให้เห็นว่ารถยนต์เป้าหมายกำลังบรรทุกระเบิดปริมาณมาก

การโจมตีครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของกองทัพสหรัฐฯ นับแต่มือระเบิดไอซิส-เค หรือไอเอส-เค โจมตีด้านนอกสนามบินคาบูลเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว คร่าชีวิตทหารอเมริกัน 13 นาย และพลเรือนอัฟกันอีกราว 170 คน

ด้านซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกตอลิบัน กล่าวว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์เป็นการยิงมิสไซล์โจมตีของสหรัฐฯ "รถยนต์คันนี้และคนที่อยู่ในรถโดนฆ่าตายในการโจมตีด้วยโดรน" เขากล่าว และบอกว่า ตอลิบันเปิดการสอบสวนแล้ว เพื่อให้แน่ชัดว่ามีมือระเบิดฆ่าตัวตายขับรถบรรทุกระเบิดจริงหรือไม่


ที่มา: https://www.naewna.com/inter/598432
https://www.reuters.com/world/asia-pacific/us-carried-out-military-strike-kabul-officials-say-2021-08-29/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจงกรณีโลกโซเชียลฯ แชร์ข่าวตำรวจกู้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดคดี ‘ผกก.โจ้’ ซ้อมทรมานผู้ต้องหา จมน้ำตาย เป็นข่าวปลอม วอนหยุดแชร์ต่อ เตรียมดำเนินคดีคนปล่อย

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันว่า เป็นข่าวปลอม 1 กรณี คือ กรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ ว่า ‘ร่วมส่งฮีโร่ ขึ้นสวรรค์ หมวดยิ้ม นายทศพร แก้วเกิด’ สายตรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นผู้กู้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด ผกก.โจ้ จมน้ำเสียชีวิต นั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานจาก ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ว่า ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่า เป็นข่าวปลอม เนื่องจาก สภ.เมืองนครสวรรค์ และ ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ไม่มีข้าราชการชื่อนามสกุลดังกล่าว อีกทั้งไม่มีข้าราชการตำรวจ ใน สภ.เมืองนครสวรรค์ เสียชีวิตจากกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยกรณีดังกล่าว สถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วตามคดีอาญาที่ 1171/2564 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2564 ซึ่งจะได้สืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทร.สายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’


ที่มา : https://mgronline.com/crime/detail/9640000085406


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

นายกฯ มอบ ปลัดสปน. จัดส่งถุงกำลังใจ สู้ภัยโควิด-19 ช่วยกลุ่มเปราะบาง - ครอบครัวผู้ป่วยติดเตียง เมืองนนฯจำนวน 739 ชุด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบถุงกำลังใจ สู้ภัยโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางครอบครัวผู้ป่วยติดเตียง จังหวัดนนทบุรี ให้นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด 

นายธีรภัทร กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในปัจจุบัน ที่ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในวงกว้าง รวมทั้งพี่น้องประชาชนในจังหวัดนนทบุรีซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงเข้มด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ได้สั่งการให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีสนับสนุนถุงกำลังใจ สู้ภัยโควิด-19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้แก่ครอบครัวกลุ่มเปราะบางผู้ป่วยติดเตียง สิ่งของด้านในประกอบด้วยเครื่องอุปโภค บริโภค หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เจลแอลกอฮอล์ และยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร 

นายธีรภัทร กล่าวว่า โดยใช้งบประมาณจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกองทุน และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ โดยได้ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย จังหวัดนนทบุรี จัดถุงกำลังใจสู้ภัยโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 739 ราย "ทั้งนี้ขอนำคำขอบคุณจากนายกรัฐมนตรี ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ อสม. และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกรน รวมทั้งภาคเอกชน ภาคีเครือข่ายจิตอาสาทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนทุกคน ที่ได้เสียสละช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนนทบุรี" นายธีรภัทร กล่าว

นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค พร้อมคณะเยี่ยมบริษัท ชิโคนี่ โรงงานผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ สร้างขวัญและกำลังใจช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 64 ที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส,ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา นายณพล บริบูรณ์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมธิการ คุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร นายพสธร พันธุ์สุวรรณ กำนันตำบลท่าข้าม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา แรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ลงพื้นที่ดูงานและให้กำลังใจ บริษัท ชิโคนี่ อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ. ฉะเชิงเทรา ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เนื่องจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งเกิดผลกระทบต่อโรงงานการผลิต รวมทั้งการส่งออก โดยมี Angluse Lu ประธานกรรมการ บริษัท ชิโคนี่ อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ William Hsu สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทยให้การต้อนรับ

Angluse Lu กล่าวว่า สำหรับกิจการของบริษัท ชิโคนี่ อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย มีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ อุปกรณ์รับข้อมูลเข้า โมดูลคีย์บอร์ดพกพา ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับภาพ วิดิโอ และโมดูลเลนส์กล้อง รวมทั้งคีย์บอร์ด กล้องวงจรปิด และโมดูลกล้องโน้ตบุ๊ก ซึ่งได้รับการตอบรับสินค้าเป็นอย่างดีทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้หลายบริษัทที่อยู่ในเครือที่อยู่ต่างประเทศก็อยากจะมาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะบริษัทแม่ที่ไต้หวันได้ให้ความสำคัญมาก และต้องการมาลงทุนระยะยาวในประเทศไทยอีกด้วย

ฉะนั้น จึงต้องการความร่วมมือจากระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด รวมทั้งรัฐบาลอยากให้การสนับสนุนให้บริษัทเดินไปได้ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ และพร้อมรับคำแนะนำจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดีใจมากที่ ส.ส. รวมทั้งนายก อบจ. และทุกภาคส่วนของรัฐ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความสำคัญที่มาร่วมประชุม รวมทั้งชมกิจการ และขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความสำคัญกับบริษัทฯ ในครั้งนี้

"สำหรับบริษัทฯ ขณะนี้มีพนักงานประมาณ 5,000 คน และต้องวางแผนหาคนเพิ่ม เพราะยังขาดแรงงานกว่า 1,000 คน สำหรับปัญหาในขณะนี้คือ ขาดแคลนแรงงาน รวมทั้งผู้ประสานงานด้านภาษา และทางบริษัทฯมีความต้องการผู้ที่มีความรู้ทางด้านภาษาอีกมากเช่นกัน" Angluse Lu กล่าว

นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรากล่าวว่า การมาดูงานในครั้งนี้ มีทั้ง ส.ส. ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ดีใจที่บริษัท ชิโคนี่ อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มาลงทุนในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเกิดผลดีอย่างมากมาย ทำให้ประชาชนมีงานทำ สร้างรายได้ให้กับคนไทย สร้างภาษีสร้างรายได้ให้กับประเทศ ทั้งที่สามารถไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านได้ แต่ตัดสินใจมาลงทุนในประเทศไทย หากมีข้อขัดข้องประการใด ตนเองพร้อมที่ช่วยเหลือและสนับสนุน รวมทั้งประสานงานทุกภาคส่วนให้ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขลุล่วงไปด้วยดี เพื่อให้เกิดความมั่นใจเมื่อมาลงทุนในประเทศไทยแล้ว หวังว่าการดำเนินธุรกิจไปด้วยดี และประสบความสำเร็จในอนาคต

ไม่ต้องตกใจ..!!! ทบ. แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ ตั้งแต่ 30 ส.ค. – 3 ก.ย. 64

กองทัพบก ได้แจ้งการเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ ของกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 รักษาพระองค์ เพื่อออกทำการฝึกเป็นหน่วยกองร้อยทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ประจำปี 2564 ณ พื้นที่ฝึกศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพบก อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี (ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19) ในวันที่ 30 ส.ค. 64 เวลา 05.00 น. 

เคลื่อนย้ายทางรถไฟจาก กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 รักษาพระองค์ – สถานีรถไฟย่านสินค้าพหลโยธิน – สถานีรถไฟบ้านป่าหวาย ปลายทาง พื้นที่ฝึกศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพบก อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และเคลื่อนย้ายกลับ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 รักษาพระองค์ ตามเส้นทางเดิม ในวันที่ 3 ก.ย. 64 เวลา 20.00 น.จึงขอแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบ และขออภัยในความไม่สะดวก

รมว.เฮ้ง ติดตาม แฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ และการฉีดวัคซีนผู้ประกันตนในสถานประกอบการ จ.ชลบุรี 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ (Factory Sandbox) พร้อมตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนและให้กำลังใจแก่ผู้ประกันตนในสถานประกอบการ ณ บริษัท เอดับเบิ้ลยู (ไทยแลนด์) จำกัด ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และบริษัท แวนด้าแพค จำกัด ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายยูกิฮิโร โทริยามา ประธานกรรมการบริษัทริโก้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด นายวราวงศ์ ตั้งกิจเวทย์ ประธานกรรมการบริษัท แวนด้าแพค จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

โดย นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การบริหารของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ให้ความห่วงใยและติดตามผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงทำงานบูรณาการร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเร่งด่วนเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม รวดเร็ว และทันเหตุการณ์ 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน โดยแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ มุ่งเป้าหมายที่โรงงานภาคการผลิตส่งออกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกลไกหลักที่พยุงเศรษฐกิจประเทศ สำหรับจังหวัดชลบุรี มีสถานประกอบการ 11 แห่งที่ดำเนินโครงการแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ มีผู้ประกันตน 12,836 คน โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชลบุรี สาธารณสุขชลบุรี และโรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม ได้ร่วมดำเนินการตรวจสถานประกอบกิจการดำเนินการตรวจ RT – PCR แล้ว และในวันนี้ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอดับเบิ้ลยู (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท แวนด้าแพค จำกัด 

จากนั้น รมว.แรงงาน และคณะ ได้พบปะพูดคุยกับสมาคมนักลงทุนชาวญี่ปุ่น (CRJA) ซึ่งทางสมาคมได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงแรงงานที่ได้ดำเนินการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ผู้ประกันตน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยมีมาตรการในการดูแลคนงานของบริษัทเป็นอย่างดี รวมทั้งมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แรงงานและทำให้ภาคธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ 

“ผมขอชื่นชมผู้บริหารของบริษัท เอดับเบิ้ลยู (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท แวนด้าแพค จำกัด ที่ได้ดำเนินกิจกรรมของบริษัทตามแนวทางแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ ซึ่งมีหัวใจหลัก คือ ตรวจ รักษา ควบคุม และดูแล โดยดำเนินการในลักษณะ “เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข” คือ การดำเนินการควบคู่กันระหว่าง “สาธารณสุข” และ “เศรษฐกิจ” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้พนักงานและสร้างความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ นับเป็นการช่วยประเทศชาติให้ก้าวพ้นวิกฤตโควิดนี้ไปด้วยกัน” นายสุชาติ กล่าวในท้ายสุด 

สำหรับโครงการแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ เป็นมาตรการการป้องการและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน ในพื้นที่เฉพาะ ร่วมมือดำเนินการโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีหัวใจหลักในการดำเนินงาน ตรวจ รักษา ควบคุม และดูแล ให้กับผู้ใช้แรงงานในโรงงานภาคการผลิตส่งออกหลักขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกลไกที่พยุงเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งมี 4 sector ได้แก่ ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับโรงงานขนาดใหญ่ที่มีผู้ประกันตน 500 คนขึ้นไป โดยมีโครงการนำร่องการป้องการและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน (Factory Sandbox) ในเฟสแรกดำเนินการไปแล้วใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และชลบุรี สำหรับในเฟส 2 จะขยายไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ในช่วงต้นเดือนกันยายน 2564 ที่จะถึงนี้ต่อไป

โฆษกกห. เผยฝ่ายมั่นคง พร้อมสนับสนุนการปรับมาตรการ ศบค.และเร่งตรวจเชิงรุกชุมชนตามเกาะแก่ง 

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม  เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ  ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ประชุมติดตามการสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤตโควิด 19 ร่วมกับ กอ.รมน. นขต.กห. เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC 

สำหรับภาพรวมฝ่ายความมั่นคง ทหารตำรวจ ยังคงตรวจพบและจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองตามชายแดนและพื้นที่ชั้นในได้ต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ 1- 26 ส.ค.64 จับกุมได้ 3,957 คน เป็นผู้นำพา 30 ราย ส่วนใหญ่พบชาวกัมพูชามากขึ้น  ขณะเดียวกันประเทศเมียนมา ได้ทะยอยรับแรงงานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายกลับประเทศแล้วกว่า 2,000 คน   

ในการสุ่มตรวจเชิงรุกโดย กองทัพเรือฃในพื้นที่ชายฝั่งทะเล เกาะอาดัง จ.สตูล พบชุมชนชาวเกาะติดเชื้อจำนวน 50 คน หรือ 1ใน 3 ของชุมชน  ซึ่ง ทร.ได้ทำการรักษาและเร่งประสาน กับ จังหวักริมฝั่งทะเล สนับสนุนเข้าไปร่วมตรวจเชิงรุกและดูแลรักษาควบคุมโรคในชุมชนเกาะแก่งต่างๆภาพรวม  พร้อมกันนี้ ทุกเหล่าทัพได้ขยายขีดความสามารถ และจัดตั้ง รพ.สนามศูนย์คัดกรอง เพิ่ม จำนวน 5 แห่งในพื้นที่ กทม. สระบุรี และชลบุรี เพื่อให้บริการประชาชนจุดเดียว ทั้งการตรวจเชื้อ การเอ็กซ์เรย์ พบแพทย์ รับเข้าพักรักษา จ่ายยา พากลับบ้านนำเข้าระบบรักษาที่บ้าน ( HI ) มีผู้รับบริการแล้วกว่า 34,000 ราย โดยในพื้นที่ กทม.จัดตั้งขึ้น ณ สโมสรทหารบก  มทบ.11 และสนามกีฬาธูปเตมีย์  สามารถบริการประชาชนได้กว่า 3,000 รายต่อวัน 

ขณะเดียวกัน ทุกเหล่าทัพและตำรวจ ได้จัดกำลังพลที่พร้อมและสมัครใจเข้าร่วมบริจาคโลหิตต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอการรักษาจำนวนมากและแก้ปัญหาการขาดแคลนโลหิตในวิกฤตโควิด โดยตั้งแต่ 1 ก.พ.ถึงปัจจุบัน มีกำลังพลหมุนเวียนเข้าร่วมบริจาคโลหิตแล้ว 107,286 ครั้ง ได้ปริมาณโลหิตกว่า 45.3 ล้านมิลลิลิตร 

ทั้งนี้รมช.กลาโหม ได้ย้ำนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาดฝโหม ให้ ศปม.โดยทุกเหล่าทัพและตำรวจ เตรียมสนับสนุนการปรับมาตรการควบคุมโรคของ ศบค.ที่จะมีผลตั้งแต่ 1 ก.ย.64 โดยเน้นการตรวจตราและขอความร่วมมือผู้ประกอบกิจการและประชาชนปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด และยังเน้นการคุมเข้มชายแดน โดยให้ประสานกับฝ่ายปกครอง กวดขันดูแลการ
กระทำผิดกฏหมายและให้พร้อมรับกับทุกสถานการณ์ชายแดนที่อาจเกิดขึ้น

พล.อ.ชัยชาญ ยังได้กำชับขอให้ ทร.ประสานกับ จว.ริมฝั่งทะเล เร่งสนับสนุนเข้าไปตรวจรักษาประชาชนตามเกาะแก่งต่างๆ และทำความเข้าใจกับชุมชนในมาตรการป้องกัน เพื่อลดผลกระทบเศรษฐกิจท้องถิ่นและการปรับใช้ชีวิตร่วมกันพร้อมทั้งขอให้ทุกเหล่าทัพดำรงความต่อเนื่องสนับสนุนการบริจาคโลหิต โดยให้ประสานกับกาชาดจังหวัด และรพ.ในพื้นที่ที่ต้องการโลหิตฉุกเฉิน พร้อมทั้งให้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาวิกฤตการขาดแคลนโลหิตที่เกิดขึ้นปัจจุบัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top