Sunday, 21 June 2026
NEWS FEED

10 สถานีในภาพเดียว! สถานีใต้พิภพ ‘รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้’ ความเจริญจากเมืองกรุงสู่รอบนอก

มารอต้อนรับรถไฟฟ้าสายม่วงใต้
ภาพนี้ แอดถ่ายแล้ว อึ้งครับ

รวม 10 สถานีรถไฟฟ้าสายม่วงใต้ในหนึ่งภาพ

1.) สถานีรัฐสภา
2.) สถานีศรีย่าน
3.) สถานีวชิรพยาบาล 
4.) สถานีหอสมุดแห่งชาติ 
5.) สถานีบางขุนพรหม
6.) สถานีผ่านฟ้า
7.) สถานีสามยอด
8.) สถานีสะพานพุทธ
9.) สถานีวงเวียนใหญ่
10.) สถานีสำเหร่

แต่ท่านมองไม่เห็นหรอกครับ  
เพราะรถไฟฟ้าภายในวงแหวนรัชดาภิเษก 
ทุกสถานีอยู่ใต้ดิน

ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2537
เป็นที่มาของรถไฟฟ้าสายม่วงใต้ 
วิ่งใต้ดินตั้งแต่สถานีรัฐสภาจนถึงสถานีสำเหร่
จะลอยฟ้าเมื่อออกพ้นวงแหวนที่แยกมไหศวรรย์  

หรือจุดตัดของถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินและถนนรัชดาภิเษกนั่นเอง
(ส่วนที่เราเห็น BTS ARL และสายสีทองลอยฟ้าในวงแหวนรัชดาได้ เพราะมีการยกเว้น ไว้เล่าให้ฟังกัน)

ภาพนี้ มองเห็นสิ่งก่อสร้างตามแนวรถไฟฟ้าสายม่วงใต้ ตั้งแต่สถานีแรก
สัปปายะสภาสถาน ที่สถานีรัฐสภา The Old Siam Plaza ที่สถานีสามยอด เห็นสะพานพุทธ สี่แยกบ้านแขก วงเวียนใหญ่ รถไฟฟ้า BTS ข้ามถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน และรพ.สมิติเวชที่สำเหร่ สถานีที่ 10

ไทย พบผู้ป่วยโควิดลูกผสม XE แล้ว 1 ราย แต่ปัจจุบันรักษาจนหายป่วยดีแล้ว

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า หลังจากที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยว่า ผลจากการติดตามถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อโควิด-19 พบสายพันธุ์ลูกผสมระหว่างสายพันธุ์ย่อย โอไมครอน BA.1 และ BA.2 จนเกิดสายพันธุ์ ลูกผสม XE ที่พบในประเทศอังกฤษ และล่าสุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้มีการนำตัวอย่างเชื้อของผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอนมาถอดรหัสพันธุกรรม ก็พบสายพันธุ์ลูกผสม XJ ที่พบมากในฟินแลนด์ โดยสายพันธุ์ลูกผสมที่พบของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นี้ พบในชายไทย 34 ปี อาชีพพนักงานขนส่งสิ่งของ ซึ่งด้วยอาชีพเจอคนหลากหลาย มีประวัติรับวัคซีนซิโนฟาร์ม 2 เข็ม อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวปัจจุบันรักษาหายป่วยแล้ว

ส่วนการเกิดสายพันธุ์ลูกผสมตระกูล X คือ การพบคนติดเชื้อมากกว่า 2 สายพันธุ์ในคนเดียว และเกิดการผสมกันระหว่างสายพันธุ์ จนเกิดเป็นไฮบริด หรือ ลูกผสม โดยทั่วโลกพบสายพันธุ์ลูกผสม หรือ ไฮบริด รวม 17 ตัว ทั้งนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้นำเชื้อดังกล่าวที่พบ รายงานต่อ GISAID แล้ว

‘กระติก’ รับสารภาพแล้ว ให้การเท็จคดีแตงโม ด้าน ตำรวจเตรียมนำตัวส่งฟ้องศาล

กระติกรับสารภาพแล้ว ให้การเท็จคดีแตงโม ตร.เตรียมนำตัวส่งฟ้องศาล ส่วนจ๊อบเดินทางเข้ารายงานตัวตามหมายเรียก เป็นข้อหาไม่ร้ายแรง ไม่ต้องยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 เม.ย. 65 นายนิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร หรือจ๊อบ หนึ่งใน 5 คนบนเรือเหตุการณ์ดาราสาว แตงโม นิดา พลัดตกเรือเสียชีวิต เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมทนายความส่วนตัว เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา มาตรา 184 ทำลายพยานหลักฐาน และข้อหาพ.ร.บ.เดินเรือ มาตรา 119 ทั้งนี้เมื่อมาถึงนายนิทัศน์ รีบเดินเข้าห้องพนักงานสอบสวนทันที

สำหรับความคืบหน้า เวลา 15.30 น. วันเดียวกัน ที่สภ.เมืองนนทบุรี น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือกระติก เพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวแตงโม เดินทางมารับทราบข้อกล่าว ในข้อหาให้การเท็จในคดีแตงโมนิดา โดยมี นายสิระ เจนจาคะ อดีตส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาด้วย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมคุณสิระถึงพากระติก มาที่สภ.เมืองนนทบุรี นายสิระตอบเพียงสั้นๆ ว่า “เดี๋ยวผมพากระติกไปพบพนักงานสอบสวนก่อน และเดี๋ยวผมลงมาให้สัมภาษณ์” ส่วนกระติก ไม่ตอบคำถามอะไรกับสื่อมวลชน และรีบเดินขึ้นไปพบตำรวจ

รู้จัก ‘ไวยาวัจกร’ ทำหน้าที่อะไร หลังเกิดเหตุยักยอกเงินวัดบวรฯ 190 ล้าน

สรุปปมมือมืดใกล้ชิด “สมเด็จวันรัต” ก่อเหตุฉกทรัพย์ “วัดบวรฯ และวัดสาขา” 190 ล้าน ไล่เลียงจากจุดเริ่มต้นถึงล่าสุด พร้อมไปทำความรู้จักตำแหน่ง “ไวยาวัจกร” มือการเงินดูแลทรัพย์สินของวัดทั่วไทย  

วันที่ 4 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีกระแสข่าวลูกศิษย์ใกล้ชิดสมเด็จพระวันรัต อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ที่ถึงแก่มรณภาพไปเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ถอนเงินในบัญชีของวัดบวรนิเวศฯ และวัดวชิรธรรมาราม วัดสาขา รวม 190 ล้านบาทไปใช้ส่วนตัว

ต่อมามีการเปิดเผยว่า บุคคลที่กระทำแบบนี้คือ “นายเนย” หรือ “นายอภิรัตน์ ชยางกูร ณ อยุธยา” อดีตเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ กองโครงการธุรกิจ 2 ฝ่ายโครงการพิเศษ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งดำเนินคดี 4 ข้อหา ประกอบด้วย ฉ้อโกง, ลักทรัพย์, ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และฟอกเงิน และได้ควบคุมตัวนายอภิรัตน์ไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ หลังจากพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาลของการผัดฟ้องฝากขังครั้งแรก

>> สรุปที่มา-คืบหน้าล่าสุด <<

สำหรับที่มาของคดีนี้มาจากมีรายงานข่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า มีผู้ลักลอบเอาเงินจากบัญชีของสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศไปประมาณ 200 ล้านบาท ทำให้คนตั้งคำถามถึงวัดและตัวสมเด็จผู้ล่วงลับว่า ทำอะไรมาถึงมีเงินมากมายขนาดนี้?

เนื่องจาก สมเด็จพระวันรัตในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากเป็นเจ้าอาวาสแล้ว ยังมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ก่อนที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) จะเข้ามารับตำแหน่งเมื่อครั้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเมื่อปี 2560

โดยธรรมเนียมของธรรมยุตจะถือธรรมเนียมปฏิบัติเคร่งครัดกว่าพระมหานิกาย โดยเฉพาะในเรื่องการจับต้องเงินทอง จะเคร่งครัดกว่าพระมหานิกาย ซึ่งจะไม่มีการจับต้องเลย หรืออย่างมากที่สุด จึงใช้ใบปวารณาแทน กระทั่งเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น จึงอาจส่งผลต่อความเชื่อศรัทธาต่อหมู่สงฆ์ได้

ต่อมาคืนวันที่ 2 เมษายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา ออกมาโพสต์ข้อความแก้ข่าวว่า

#สมเด็จรูปนี้ไม่มีเงินส่วนตัว

เห็นข่าวกรณีไอ้เนย อมเงินวัดไปหลายร้อยล้าน เห็นหลายคนแทนที่จะด่าโจร กลับเสือกมาด่าพระ ผมขอชี้แจงตามความรู้อันน้อยนิดของผมดังนี้นะครับ

1.) สมเด็จฯ ไม่มีเงินส่วนตัวนะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นบัญชีวัดที่ท่านปกครองหรือเคยปกครอง ทั้งในนามเจ้าอาวาส (วัดบวรฯ) ในนามรักษาการเจ้าอาวาส (วัดมกุฎ/วัดตรีฯ) ในนามวัดที่ท่านสร้างเองกับมือ (ตราด/บางปะหัน) และในนามมูลนิธิฯ ต่างๆ

2.) บัญชีส่วนตัวเดียวที่มีคือบัญชีปี 43 ในนามพระพรหมมุนี (ยศในขณะนั้น) ซึ่งเป็นบัญชีตาย ไม่เคยถอน ทิ้งไว้เฉยๆ ไม่มีใครทราบยอด

3.) บัญชีเพื่อสาธารณกุศล เช่น สมเด็จพระวันรัตเพื่อกองทุนโรคหัวใจ หรือ สมเด็จพระวันรัตเพื่อพระบาลี เป็นต้น

ดังนั้น การที่คนขับรถธรรมดา จะไปถอนเงินออกจากบัญชีต่างๆ เหล่านี้ได้ เราควรโทษพระที่ตายไปเหรอครับ ทำไมไม่ด่าโจร ด่าระบบคณะสงฆ์ และด่าระบบสถาบันการเงิน ที่เอาเงินออกไปจากระบบ แต่กลายเป็นสังคมทำไมต้องมาก่นด่าพระที่เป็นมะเร็งตาย ทำไมพระถึงต้องถูกด่าโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไร

ย้ำนะครับ

คนตายไม่เคยสะสมทรัพย์สินส่วนตัว มีแต่ดูแลทรัพย์สินคณะสงฆ์ส่วนกลาง ทรัพย์สินคณะธรรมยุติ ทรัพย์สินวัด ทรัพย์สินสาธารณกุศล

อย่าไปป้ายสีคนตายว่าเอาเงินไปให้กัน คนตายพูดไม่ได้ แต่เส้นทางทางการเงินที่ตำรวจมีมันชัดนะครับ
ว่า…..

สมเด็จฯ ท่านไม่ได้ให้ แต่โจรมันยักย้ายออกมาเอง
อย่าไปด่าพระ กรุณาด่าโจร
#เข้าใจตรงกันนะครับ

ครั้นล่วงเข้าเช้าวันที่ 3 เมษายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา โพสต์ข้อความอีก และคราวนี้เป็นแถลงการณ์ของวัดบวรนิเวศวิหาร ใจความว่า

ด้วยสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2565 มีการตรวจสอบทรัพย์สินและบัญชีของวัดบวรฯ กับของวัดอื่น ๆ ที่อยู่ในความดูแลของเจ้าประคุณสมเด็จฯ

พบหลักฐานว่ามีบุคคลกระทำการโดยมิชอบนำทรัพย์สินและเงินในบัญชีของวัดไปเป็นของตนเองโดยทุจริตจึงมีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ และเจ้าพนักงานตำรวจกองปราบปรามได้กระทำการจับกุมผู้กระทำความผิดไปเรียบร้อยแล้ว

คดีอยู่ในระหว่างการฝากขังชั้นสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จึงแถลงมาเพื่อทราบ

จากจุดนี้ จึงนำมาสู่การเปิดโปงพฤติกรรมของลูกศิษย์ใกล้ชิดในที่สุด ซึ่งหากว่ากันตามหน้าที่แล้ว ถือว่าลูกศิษย์คนนี้ปฏิบัติหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็น “ไวยาวัจกร” เลยทีเดียว

แต่แน่นอนว่า ด้วยความคลุมเครือและความไม่ชัดเจนของวงการดงขมิ้น หรือวงการสงฆ์เมืองไทย ทำให้หลายครั้งกว่าเรื่องจะแดง ก็ต้องรอให้ความเสียหายเกิดขึ้นหนัก ๆ ระดับร้อยล้านบาทก่อน

สำหรับตำแหน่งคนถือเงินของวัด หรือ “ไวยาวัจกร” คือ เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ช่วยเหลือวัดในการดูแล, รักษา และจัดการทรัพย์สินของวัดตามที่เจ้าอาวาสมอบหมาย โดยเป็นไปตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) 2535 และกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 18 (2536)

หน้าที่สำคัญของไวยาวัจกรมี 2 หน้าที่คือ

1.) เบิกจ่ายนิตยภัต (เงินเดือนพระ)

2.) ดูแล, รักษา, จัดการ ทรัพย์สินของวัด

โดยทั้ง 2 หน้าที่ จะต้องได้รับมอบหมายจากเจ้าวัดอาวาสเป็นหนังสือทางการก่อน

‘อนุทิน’ คาด!! โควิดพุ่งแน่หลังสงกรานต์ แต่ยังเดินหน้าโรคประจำถิ่น ตามแพทย์ชง!! 

4 เม.ย. 65 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการห้ามเล่นสาดน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า เป็นสิ่งที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ช่วงนี้ผ่อนคลายมาตรการออกมาเยอะ แต่ธรรมชาติของการติดเชื้อโควิด-19 คือการสัมผัส การรวมกลุ่มใกล้ชิด และการใช้ภาชนะร่วมกัน ทั้งนี้ การสาดน้ำแบบสมัยก่อนจะมีการนำมือลงไปกวนแป้งดินสอพอง ใช้มือประแป้ง และใช้ขันน้ำร่วมกัน แต่จะไปบอกว่าให้ใส่ถุงมือเล่นน้ำสงกรานต์เป็นไม่ได้อยู่แล้ว จึงขอความร่วมมือให้ทำตามประเพณี และวัฒนธรรมที่ดี จึงสามารถรดน้ำโดยไม่ต้องสาดก็ได้

นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขมีความเป็นห่วงกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กต่ำกว่า 5 ปี จึงจะเร่งเข้าไปฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุ โดยใช้วิธีเชิงรุก ไม่ต้องรอให้มาหาที่สถานบริการพยาบาล และขณะนี้ฉีดวัคซีนไปเยอะจนมั่นใจว่าไม่ได้ทำอันตรายต่อร่างกาย จึงไม่ต้องมานั่งสังเกตอาการ แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ เด็กเล็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ขณะนี้พบว่าติดเชื้อจำนวนมาก จึงอยากฝากให้พ่อแม่และผู้ปกครอง งดพาเด็กเล็กไปโรงพยาบาล เพราะเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคหลายอย่าง ส่วนคนทั่วไปยังต้องเฝ้าระวังตัวเองให้ดี จึงขอย้ำให้ฉีดวัคซีนเพราะจะป้องกันการเจ็บป่วยร้ายแรง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเดินทางพร้อมคณะตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.บันนังสตา จว.ยะลา

วันนี้( 4 เม.ย.2565) เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ผบก.ภ.จว.ยะลา ผบก.สส.จชต. ผบก.ศพฐ.10 ผบก.ตชด.ภาค4 พร้อมคณะและเจ้าหน้าที่  ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.บันนังสตา จว.ยะลา พร้อมติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนกรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตและบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.65 บริเวณถนนสายบาเจาะ-เขื่อนบางลาง ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จว.ยะลา    

ในส่วนของเงินช่วยเหลือกรณีตำรวจเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้จ่ายแบบกรณีเร่งด่วนเพื่อมอบให้กับครอบครัวหรือทายาทของข้าราชการตำรวจ รวมถึงได้สั่งการให้กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล ให้เร่งดำเนินการปูนบำเหน็จ และสิทธิต่างๆให้กับทายาทผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่โดยเร็ว โดยในรายของ ส.ต.อ.วิวัฒน์  รักชาติ ได้รับสิทธิประโยชน์เลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษจำนวน 7 ขั้น เลื่อนชั้นยศกรณีพิเศษเป็น พ.ต.ท. ราย ส.ต.ต.ณัชพล  พรหมณี ได้รับสิทธิประโยชน์ เลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษจำนวน 7 ขั้น เลื่อนชั้นยศกรณีพิเศษเป็น พ.ต.ต. อีกทั้งในส่วนของข้าราชการตำรวจรายอื่นที่ได้รับบาดเจ็บก็ให้ดำเนินการดูแลสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆตามระเบียบอย่างเต็มที่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เม.ย.65

พล.ต.ต.ยิ่งยศ  เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดโครงการอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพฯ ครบ 67  พรรษา 2 เม.ย. 65 ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร 

ในการนี้ มีข้าราชการตำรวจเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 63 นาย และประชาชนทั่วไปที่มีจิตศรัทธา จำนวน 5 คน ซึ่งได้รายงานตัว ปฐมนิเทศ และฝึกซ้อมขานนาคตั้งแต่ วันที่ 28 มี.ค.-1 เม.ย. ที่ผ่านมา และในวันนี้ (2 เม.ย.65) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นผู้แทนในพิธีถวายราชสักการะและเจริญพระพุทธมนต์สมโภชนาค มอบบาตรและผ้าไตร หลังจากนั้นเป็นพิธีบรรพชาและอุปสมบท โดยมีเจ้าคุณพระเทพโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์  

‘ฝรั่งเศส’ ส่งมอบวัคซีนไฟเซอร์แก่ไทย 3.2 ล้านโดส พร้อมข่าวดี สานต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี ‘ไทย-ฝรั่งเศส’

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับมอบวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของไฟเซอร์ (Pfizer) จากสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีนายตีแยรี มาตู (H.E. Mr. Thierry Mathou) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนรัฐบาลสาธารณรัฐฝรั่งเศส 

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณรัฐบาลฝรั่งเศสสำหรับการสนับสนุนวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 3,268,620 โดส แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. วัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 400,140 โดส และอุปกรณ์การฉีด และ 2. วัคซีนไฟเซอร์ ชนิด Ready to Use (RTU) จำนวน 2,868,480 โดส ทั้งนี้ ไทย-ฝรั่งเศสมีความใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยินดีที่ได้ร่วมมือกันในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข เพื่อร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยจะใช้ประโยชน์จากวัคซีนที่ได้รับ ให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และจะสนับสนุนการบริจาควัคซีนให้แก่ประเทศต่างๆ เช่นกัน เพื่อให้ทุกประเทศสามารถเข้าถึงวัคซีนได้ โดยไทยได้บริจาควัคซีน แอสตราเซนเนกา (AstraZeneca) ให้แก่ประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ และภูมิภาคแอฟริกา

'รัสเซีย' โต้!! 'ยูเครน' จัดฉากความเสียหายในเมืองบูชา กระตุ้นเสียงประณามจากประชาคมโลก

ไม่นานมานี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกมาปฏิเสธภาพความเสียหายและผู้เสียชีวิตในเมืองบูชา นอกกรุงเคียฟ โดยระบุว่า เป็นการจัดฉากของรัฐบาลยูเครน เพื่อปรักปรำรัสเซีย

โดยทางกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธอยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของประชาชนชาวยูเครนในเมืองบูชา ตามที่มีภาพปรากฏเกิดตามสื่อต่าง ๆ 

ทั้งนี้ ภาพความเสียหายหนักในเมืองบูชา ซึ่งตั้งอยู่นอกกรุงเคียฟ ปรากฏออกมาหลังกองทัพยูเครนเข้าควบคุมพื้นที่เมืองบูชาได้อีกครั้ง ภายหลังกองทัพรัสเซียถอนกำลังออกไปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่กระทรวงกลาโหมรัสเซียยืนกรานว่า ภาพผู้เสียชีวิตที่ปรากฏไม่ใช่ฝีมือทหารรัสเซีย และเป็นการจัดฉากของรัฐบาลยูเครน และสื่อชาติตะวันตก

ด้านประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี กล่าวหารัสเซียว่า “กำลังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ชาวยูเครน หลังพบหลุมฝังศพหมู่ในเมืองบูชา

ไม่เพียงเท่านั้น นานาประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ นาโต ฝรั่งเศส อิตาลี และอีกหลายประเทศ ได้ออกมาประณามรัสเซียต่อภาพที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ดำเนินคดีรัสเซียต่อศาลโลก

อย่างไรก็ดี รัฐบาลยูเครนได้ยื่นสำนวนต่อศาลโลก หลังรัสเซียเปิดฉากบุกได้ 3 วัน เพื่อดำเนินคดีรัสเซียต่ออาชญากรรมรุนแรงต่อชาวยูเครนไปแล้ว


ที่มา: RT / AFP
https://www.facebook.com/351495409269379/posts/690193752066208/

‘รัฐมนตรีศรีลังกา’ ลาออกจากตำแหน่งทั้งคณะ หลังปชช. ลุกฮือประท้วงวิกฤตข้าวยากหมากแพง

บรรดารัฐมนตรีของศรีลังกา ยกเว้นประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นพี่ชายของเขา ลาออกจากตำแหน่งทั้งคณะในวันอาทิตย์ (3 เม.ย.) ขณะที่กลุ่มการเมืองฝ่ายรัฐบาลพยายามหาทางคลี่คลายวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังหนักหนาสาหัสมากขึ้นเรื่อยๆ

ประเทศเอเชียใต้แห่งนี้กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิงและข้าวของที่จำเป็นอย่างรุนแรง เงินเฟ้อพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์และถูกตัดไฟ ในภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรในปี 1948

คณะรัฐมนตรีทั้ง 26 คนในรัฐบาล ยกเว้นประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา และพี่ชายของเขา นายกรัฐมนตรีมาฮินดา ราชปักษา ยื่นหนังสือลาออกในที่ประชุมช่วงกลางดึก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยกับพวกผู้สื่อข่าว

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เปิดทางให้ประธานาธิบดีแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในวันจันทร์ (4 เม.ย.) และบางคนที่ลาออกจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งกลับมาใหม่

การลาออกของคณะรัฐมนตรี มีขึ้นในขณะที่ประเทศแห่งนี้อยู่ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังฝูงชนพยายามบุกบ้านประธานาธิบดีในกรุงโคลอมโบ เมืองหลวงของประเทศ และประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศมีผลบังคับใช้ไปจนถึงช่วงเช้าวันจันทร์ (4 เม.ย.)

ก่อนหน้านี้ ซามากี จายา บาลาวีกายา พันธมิตรฝ่ายค้ายหลักของศรีลังกา ประณามการตัดสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีเป้าหมายสยบการประท้วงของประชาชนที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ และบอกว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องลาออก

อิรัน วิกรัมมารัตน์ (Eran Wickramaratne) ส.ส.คนหนึ่ของพรรคซามากี จายา บาลาวีกายา ประณามการประกาศภาวะฉุกเฉินและการสั่งทหารเข้าประจำการบนท้องถนนสายต่างๆ "เราไม่อาจปล่อยให้ทหารเข้ามายึดอำนาจ" เขากล่าว "พวกเขาควรรู้ว่าเรายังคงเป็นประชาธิปไตย"

บรรดาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้รับคำสั่งให้ปิดกั้นการเข้าถึงเฟซบุ๊ก WhatsApp ทวิตเตอร์ และแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ แต่มาตรการดังกล่าวไม่สามารถขัดขวางการชุมนุมขนาดเล็กอีกหลายจุดตามเมืองอื่นๆ ในศรีลังกา

ตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมของบรรดานักศึกษามหาวิทยาลัยในเมืองเปราดินิยา ทางภาคกลาง แต่การประท้วงในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศยุติลงโดยปราศจากเหตุการณ์ใดๆ

สื่อมวลชนรายงานว่า ประธานคณะผู้ควบคุมกฎระเบียบอินเทอร์เน็ตของศรีลังกาตัดสินใจลาออก หลังคำสั่งแบนมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม มาตรการปิดกั้นเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ถูกยกเลิกในเวลาต่อมา หลังคณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศ ตัดสินว่ากระทรวงกลาโหมไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการเช่นนั้น

ท้องถนนสายต่างๆ ของกรุงโคลอมโบ ส่วนใหญ่แล้วยังคงว่างเปล่าในวันอาทิตย์ (3 เม.ย.) นอกเหนือจากการประท้วงของฝ่ายค้านขนาดเล็กๆ และยานยนต์ที่ต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอเติมน้ำมัน

เดิมทีพวกผู้ชุมนุมมีแผนประท้วงใหญ่ในวันอาทิตย์ (3 เม.ย.) ก่อนมาตรการปิดกั้นการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์มีผลบังคับใช้ แต่แกนนำตัดสินใจเลื่อนการชุมนุม โดยรอให้ประกาศเคอร์ฟิวถูกยกเลิกไปก่อนในวันจันทร์ (4 เม.ย.)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top