Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

'อลงกรณ์' ควงรักษาการผู้ว่าเพชรบุรีนำทีมชลประทานตรวจความพร้อมมาตรการปัองกันน้ำท่วมเพชรบุรี

พร้อมเดินหน้าเพชรบุรีโมเดลพัฒนาอาชีพเกษตรกรบางครกสร้างแบรนด์ 4 ผลิตภัณฑ์นำร่อง 'ไม้กวาด-เครื่องจักสาน-น้ำตาลมะพร้าว-ปลาสลิด'

วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เวลา 10.00 น.นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะได้เดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำที่อ่างเก็บน้ำแก่งกระจานพร้อมรับฟังการบรรยายสรุปจากนายมีชัย ปฏิยุทธ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน

จากนั้นจึงเดินทางมาติดตามความคืบหน้าการติดตั้ง
เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำที่สะพานวัดเขาตะเครา และประตูระบายน้ำคลอง ดี.26 มีนางวันเพ็ญ มังศรี รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ. นายชาญชัย อุ้มนุช นายก.อบต.บางครก นางบุษกร เอี่ยมเทศ รองนายก อบต. บางครก นายลม่อม เล็กสุก กำนันตำบลบางครก นายปริญญา คัชมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 นายสมเกียรติ แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบุรี นายสันต์ จรเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี นางสาวศิริวรรณ เครือเล็ก เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี นายอาณัติ หุ่นหลา เกษตรจังหวัดเพชรบุรี  และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ. ให้การต้อนรับและสรุปผลการดำเนินงานมาตรการป้องกันน้ำท่วมของชป.ที่14 โครงการชลประทานเพชรบุรีและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี

โดยนายอลงกรณ์ได้กล่าวแสดงความห่วงใยพี่น้องจังหวัดเพชรบุรีและขอบคุณที่กรมชลประทานโดยการสนับสนุนของจังหวัดเพชรบุรีได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมล่วงหน้าตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่การบริหารจัดการต้นน้ำคืออ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน อ่างเก็บน้ำแม่ประจันต์และอ่างเก็บน้ำห้วยผากซึ่งมีความจุ 710 , 42 และ 25 ล้านลูกบาศก์เมตรตามลำดับโดยพร่องน้ำอยู่ที่ระดับ40-60%ของความจุเพื่อรองน้ำฝนที่จะตกชุกในเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายนซึ่งถือเป็นช่วงเสี่ยงที่จะเกิดน้ำหลากน้ำท่วมในจังหวัดเพชรบุรีรวมทั้งการขุดลอกผักตบกำจัดวัชพืชใน19คลองสายหลักและการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำบริเวณพื้นที่เสี่ยงและปลายคลองเพื่อผันน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด นับเป็นครั้งแรกที่มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าที่ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายเดือน

หลังจากนั้น ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีและคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มทำไม้กวาดซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุในตำบลบางครกร่วมตัวกันผลิตไม้กวาดจากทางมะพร้าว และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานบางครก ก่อนไปเยี่ยมกลุ่มทำน้ำตาลมะพร้าว และกลุ่มเลี้ยงปลาสลิด

โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่าจะเร่งเดินหน้าเพชรบุรีโมเดลในพื้นที่ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลมเพื่อพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรโดยการสร้างแบรนด์และขยายตลาดทั้งออนไลน์ออฟไลน์

โรงพยาบาลพญาไท 3 ก้าวสู่ปีที่ 26 อย่างมั่นคง ด้วยศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 โดย นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 เพชรเกษม 19 พร้อมด้วย  พญ.วารุณี จินารัตน์ ผู้อำนวยการแพทย์  คุณศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาดเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  คุณณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด คุณนิตยา กฤตธนเวท ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร คุณภาวิณี วัยปัทมะ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล

พร้อมแพทย์ พยาบาล พนักงาน ร่วมทำบุญ และบวงสรวงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในโอกาสครบรอบ 26 ปี ที่โรงพยาบาลก้าวอย่างมั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นจากผู้ป่วย ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ  ในปีนี้โดยการนำทัพโดย นพ.สุรพล โล่ห์สิรว้ฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล นำชาวพญาไท 3 ทำบุญรับพร เพื่อความเป็นศิริมงคลกันทั่วหน้า

ขอนแก่น - 'บิ๊กตู่' ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม

ขอนแก่น - 'บิ๊กตู่' ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม

นายกรัฐมนตรีลุยพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเมือง โดยบางข่วงบางตอนได้มีการพูดคุยกับประชาชนที่มารอให้กำลังใจ บอกว่าให้ประชาชนรัก สามัคคี และเชื่อมั่นในรัฐบาล
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 4 ตุลาคม 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานขอนแก่น ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เพื่อตรวจติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัยที่ จ.ขอนแก่น และ  จ.อุบลราชธานี โดยนายกฯได้หยุดโบกมือทักทายประชาชนที่อยู่อาคารติดกับสนามบินด้วยอารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งถือว่าเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นเมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ได้รับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำ และสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงานสถานการณ์ในพื้นที่การเกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ว่า แบ่งเป็น 3 กรณีคือ น้ำเหนือ คือน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ 2 สาย มาบรรจบกันที่ลำน้ำชีเขตรอยต่อขอนแก่น มหาสารคาม ลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำเกินความจุของอ่างฯแล้ว น้ำนองคือน้ำค้างทุ่ง โดยเฉพาะฝนปีนี้มากกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี ประมาณ 39% ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในเขตเศรษฐกิจเมืองขอนแก่นบริเวณบึงหนองโคตรและชุมชน

นายไกรสร กล่าวเพิ่มเติมว่าส่วนน้ำที่หนุน จากจังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ดยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ซึ่งมีผลทำให้ขอนแก่นระบายน้ำได้ช้าลง โดยจังหวัดขอนแก่น ได้นำโครงการระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนจังหวัดขอนแก่น งบประมาณ 376 ล้านบาท เริ่มมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 สิ้นสุด โครงการเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งจะช่วยเสริมการระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดขอนแก่นว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ไม่ได้เป็นการมาตำหนิใคร แต่ต้องการมาช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด และขอให้ทุกฝ่ายพยายามเยียวยาอย่างทั่วถึง ทั้งนี้แนวทางการแก้ปัญหามีแผนงานโครงการของทุกจังหวัดอยู่แล้ว ซึ่งหลายโครงการมุ่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2565 และบางโครงการมุ่งให้สำเร็จในปี 2566

พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ กล่าวย้ำว่า การระบายน้ำในพื้นที่และการพร่องน้ำต่างๆจะต้องบูรณาการไม่ให้เกิดผลกระทบกับ ประชาชน ซึ่งภาพรวมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางพื้นที่น้ำมาก บางพื้นที่น้ำน้อย ดังนั้นจะต้องมาพิจารณาหาแนวทาง เพื่อให้ได้ประโยชน์ร่วมกันในเรื่องของการกักเก็บน้ำ

พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ กล่าวอีกว่าถ้าหากยังมีฝนตกในปริมาณมากกว่าที่จะระบายน้ำได้ทัน ก็ยังจะมีปัญหาอยู่เช่นนี้ และไม่ใช่การแก้ตัว แต่เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งจะต้องหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด หากอะไรที่สามารถป้องกันได้ก็ให้ดำเนินการไป เช่น การปกป้องโรงพยาบาล พื้นที่เศรษฐกิจ แต่หากเรื่องไหนทำไม่ได้ก็ต้องหาวิธีการแก้ไข เพื่อให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรักษาพยาบาล อาหาร น้ำสะอาดและพื้นที่พักพิงสำหรับการแก้ปัญหาต้องสรุปและแบ่งเป็นกลุ่มในการเยียวยาให้ทั่วถึง เช่นกลุ่มเกษตรกร ภาคธุรกิจ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ในฐานะนายกฯ และรัฐบาลได้สั่งการให้เตรียมการไว้นานแล้ว เพราะคาดการณ์อยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้น จึงขอให้ทุกหน่วยงาน ทุกคน ทุกเหล่าทัพ ดำเนินการให้เร็วที่สุดในทุกพื้นที่ รวมถึงขอความร่วมมือภาคธุรกิจเอกชนเข้ามาช่วยในเรื่องของอาหาร อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยชาติช่วยประชาชน และนั่นคือสิ่งที่จะรวมพลังคนไทยทั้งหมด และจะสามารถแก้ได้ทุกปัญหา มากบ้างน้อยบ้าง เร็วบ้างช้าบ้าง นั่นคือประเทศไทยหากไม่ทำเช่นนี้ก็จะแก้ไขไม่ได้  ถือว่าไม่ใช่ผลงานของใครคนใดคนหนึ่ง

จากนั้นเมื่อเวลา 10.26 น. พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ เดินทางออกจากท่าอากาศยานขอนแก่น ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ด้วยรถยนต์ทรานฟอร์เมอร์ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สีส้ม ทะเบียน 1 นข 4001 กรุงเทพมหานคร ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางไปที่จุดสถานีสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า บึงหนองโคตร เทศบาลตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น โดยจุดนี้เกิดน้ำท่วมตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นพื้นที่รอยต่อพื้นที่เศรษฐกิจเมืองขอนแก่นและมีหมู่บ้านจัดสรร บ้านเรือนประประชาชน ได้รับผลกระทบจำนวนมาก จากฝนที่ตกหนักจนน้ำจากบึงหนองโคตรระบายไม่ทันเอ่อนล้นเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชนหลายพันหลังคาเรือน

ขณะที่นายชัชวาล ธีรภานุ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเป็ด ได้กล่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ รวมถึงสภาพปัญหาและข้อจำกัดในการระบายน้ำจากบึงหนองโคตรว่าได้เสนอแผนเพื่อเพิ่มช่องทางการระบายน้ำให้มากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงช่องทางเดียวเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรณีเกิดฝนตกหนัก ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเบื้องต้น ทางเทศบาลตำบลบ้านเป็ดได้ระดมเครื่องสูบน้ำจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 4 อบจ.ขอนแก่น และเครื่องสูบน้ำระยะไกลของศูนย์ ปภ.เขต 6 เร่งพร่องน้ำออกจากบึงหนองโคตรให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้น มีประชาชนใกล้เคียงออกมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี โดยพลเอกประยุทธ์ ได้พูดคุยกับประชาชนว่าให้ประชาชนรัก สามัคคีกันเชื่อฟังคำแนะนำและการปฏิบัติ ที่สำคัญเชื่อมั่นในรัฐบาลแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น จากนั้นนายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย ที่วัดเทพนิมิตวนาราม บ้านพรหมนิมิต หมู่ 4 ตำบลโคกสี อำเภอเมืองขอนแก่น ต่อไป

สำหรับบรรยากาศการรอต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่บริเวณโดยรอบบึงหนองโคตร จังหวัดขอนแก่น ได้มี จนท.ตำรวจนำกำลังจำนวนหลายร้อยนายทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตามเส้นทางเข้าออกทุกเส้นทางป้องกันม็อบ ขณะที่ อสม.นำดอกไม้มารอต้อนรับ ส่วนคนเสื้อแดงนำรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมมวลชนจำนวนหลายคนมาโจมตีการทำงานของนายกฯ

บรรยากาศการเตรียมการรอต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ  จันทร์โอชา ที่จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใน พท.ที่จังหวัดขอนแก่น โดยจุดแรกที่นายกรัฐมนตรีจะลงตรวจเยี่ยมก็คือ ที่บริเวณโดยรอบบึงหนองโคตร บ้านคำไฮ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง ซึ่งเป็นบึงขนาดใหญ่ และเป็นแก้มลิง รอรับน้ำจากแหล่งต่างๆ ของเขต อ.เมือง ที่จะไหลมารวมกัน ปีนี้ฝนตกหนักจึงทำให้น้ำล้นอ่างมาท่วมถนนสายรอบบึง และทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านที่อยู่โดยรอบของบึงหนองโคตรมานานหลายวันแล้ว

โดยการรักษาความปลอดภัย ของ จนท.ตำรวจนั้น ได้วางกำลังหลายร้อยนายไว้ตามจุดต่าง ๆ ของถนนเส้นทางเข้าออกบึงหนองโคตร โดยมีบรรดา อสม.ตำบลบ้านเป็ด ถือดอกไม้มารอต้อนรับและให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี พร้อมฝาก ผู้สื่อข่าวถามนายกรัฐมนตรีด้วยว่า เงินที่บอกว่าจะเพิ่มให้ อสม.เดือนละ 3,000 บาทนั้น เมื่อไหร่จะได้ ขอให้เห็นใจ อสม.ด้วย เพราะ อสม.คือด่านหน้าที่ทำงานให้กับทางราชการ

วิทยุทรานซิสเตอร์ ‘อุปกรณ์เอาตัวรอดยามภัยพิบัติ’ ไม่ใช่เรื่องล้าสมัย เพราะหลายประเทศพัฒนาก็ใช้กัน

‘ทรานซิสเตอร์’ วิทยุพื้นฐาน ที่หลายชาติยังจัดเป็น ‘อุปกรณ์เอาตัวรอดยามภัยพิบัติ’ แม้จะเข้าสู่ยุคดิจิทัลแล้วก็ตาม

แม้ ‘วิทยุทรานซิสเตอร์’ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แนะนำ จนนำมาสู่มุมมองหลายคนว่า ‘ตกยุค’ ไปแล้ว เหตุเพราะสมัยนี้การสื่อสารทุกอย่างใช้อินเทอร์เน็ตกันหมด แถมโทรศัพท์มือถือก็กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของใช้ธรรมดาสามัญไปเรียบร้อย จึงเข้าใจได้ว่าหลายคนอาจนึกไม่ออกว่าวิทยุทรานซิสเตอร์มีประโยชน์กับภัยพิบัติอย่างไร 

แต่อีกด้านหนึ่ง เชื่อหรือไม่ว่า ประเทศที่เจริญแล้วหลายชาติ ก็ยังแนะนำให้ประชาชนเตรียมวิทยุแบบนี้ซึ่งใช้แบตเตอรี่พื้นฐาน (แบบที่เราเรียกว่า “ถ่านไฟฉาย”) สำรองไว้ในแผนเผชิญภัยพิบัติด้วย

>> สหรัฐอเมริกา เว็บไซต์ ready.gov ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เว็บนี้ให้ความรู้กับชาวอเมริกันเรื่องการรับมือภัยพิบัตินานาประเภท โดยในหมวด “Build A Kit” หรือการเตรียมเครื่องมือเอาชีวิตรอด จะพบว่า “Battery-powered or hand crank radio and a NOAA Weather Radio with tone alert” หรือ วิทยุมือหมุนที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ และวิทยุที่มีระบบรับคลื่นสัญญาณของ องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ซึ่งทำหน้าที่พยากรณ์อากาศในสหรัฐฯ (แบบเดียวกับกรมอุตุนิยมวิทยาของไทย) ซึ่งเจ้า Battery-powered or hand crank radio ก็คือ “วิทยุทรานซิสเตอร์” ที่คนไทยรุ่นก่อนคุ้นเคยกันดี แถมคำแนะนำของทางการสหรัฐฯ ยังจัดให้อยู่ในหมวด “Basic Disaster Supplies Kit” หรือสิ่งของพื้นฐานที่ควรมีอีกต่างหาก

>> ประเทศอังกฤษ เว็บไซต์ redcross.org.uk ของสภากาชาดแห่งสหราชอาณาจักร (British Red Cross) เลือกหมวด “Get Help” จากนั้นไปที่หัวข้อ “how to prepare for emergencies.” และหัวข้อ “How to make an emergency kit” ซึ่งจะพบว่า หนึ่งในอุปกรณ์ที่กาชาดเมืองผู้ดีแนะนำให้ประชาชนเตรียมไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินคือ “Battery-operated radio and spare batteries, or a wind-up radio.” ก็คือวิทยุทรานซิสเตอร์ โดยมีทั้งแบบใส่แบตเตอรี่และแบบมือหมุน

>> ประเทศออสเตรเลีย เว็บไซต์ infrastructure.gov.au ของกระทรวงโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การพัฒนาระดับภูมิภาค การสื่อสารและศิลปะ เผยแพร่บทความ ‘How travellers can prepare for emergencies or natural disasters’ แนะนำให้คนที่เดินทางท่องเที่ยวเตรียมอุปกรณ์จำเป็นเผื่อต้องเผชิญกับเหตุฉุกเฉินซึ่งรวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยหนึ่งในนั้นคือ ‘Pack a portable battery powered AM radio and a spare set of batteries. หรือก็คือ ‘วิทยุรับคลื่น AM แบบพกพาพร้อมแบตเตอรี่สำรอง’ ก็หมายถึงวิทยุทรานซิสเตอร์ แถมภาครัฐแดนจิงโจ้ยังเน้นคำว่า ‘AM radio’ อีกต่างหาก (ซึ่งก็เป็นเพราะในระบบวิทยุดั้งเดิม-อนาล็อก มี 2 ระบบ คือ AM กับ FM โดย AM เป็นคลื่นความถี่ที่ส่งไปได้ไกลกว่าเคลื่อน FM แม้คุณภาพเสียงจะด้อยกว่าคลื่น FM ก็ตามนั่นเอง โดยบทความ ‘เครื่องรับวิทยุ AM FM ดิจิทัล’ จาก บริษัท ไลท์ แอนด์ ซาวด์ บิสิเนส จำกัด ผู้รับจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบแสง-สี-เสียง ระบุว่า การใช้งานคลื่นเอฟเอ็มจะใช้กับการส่งวิทยุกระจายเสียงและเครื่องรับส่งวิทยุสื่อสาร ซึ่งการส่งวิทยุระบบ FM จะให้คุณภาพเสียงดีกว่าระบบ AM กล่าวคือ ย่านความถี่ที่ใช้ในการส่งจะเป็นอิสระกับชั้นบรรยากาศและการสอดแทรกของสัญญาณรบกวน คลื่นในย่านความถี่นี้ไม่สามารถสะท้อนกับชั้นบรรยากาศได้ทำให้ระยะทางในการส่งจะใกล้กว่าระบบ AM เพราะย่านความถี่ AM สามารถจะหักเหในชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ทำให้คลื่นเดินทางได้ไกลกว่า)

'ลุงป้อม' ปลื้มสองพี่น้อง 'มูนา - อันนา' คว้าแชมป์หญิงคู่ที่เวียดนาม ชมสมาคมแบดมินตันฯ สร้างเยาวชนนักกีฬาขึ้นชั้นโลกต่อเนื่อง

โฆษกประจำ รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้อนรับแสดงความยินดีกับสองพี่น้อง 'มูนา - อันนา'  น.ส.เบญญาภา และ น.ส.นันทกาญจน์ เอี่ยมสอาด นักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย ที่สามารถคว้าแชมป์แบดมินตันหญิงคู่รายการ 'โยเน็กซ์ ซันไรท์ เวียดนาม โอเพ่น 2022'  ณ ประเทศเวียดนาม ที่ผ่านมา ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ 

พล.อ.ประวิตร’ กล่าวชื่นชมและขอบคุณ น้องมูนาและอันนา เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและแบบอย่างของเยาวชนนักกีฬา ที่มีลำดับโลกและพัฒนาการดีขึ้นต่อเนื่อง สามารถคว้าแชมป์รายการที่ 2 ของปี ต่อจาก อินเดีย โอเพ่น 2022 ขอให้ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาทักษะการเล่นต่อเนื่องไป และหวังว่าจะเป็นกำลังสำคัญของนักกีฬาแบดมินตันเยาวชนทีมชาติไทย ร่วมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อเนื่องไป พร้อมขอให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันและแบบอย่างที่ดีของเยาวชนต่อไป

ชลประทานพิจิตรปักธงแดงแม่น้ำยม-แม่น้ำน่านเอ่อล้นตลิ่งท่วมย่านที่ลุ่มชุมชนริมแม่น้ำ

พิจิตรประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 12 อำเภอ 45 ตำบล 332 หมู่บ้าน ชลประทานปักธงแดงแสดงสัญลักษณ์ระดับน้ำถึงจุดวิกฤตทั้งแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน มีปริมาณน้ำเดินการควบคุมเหตุน้ำเหนือไหลบ่ามาจากจังหวัดข้างเคียงจึงเป็นเหตุเกิดน้ำท่วมในที่ลุ่มต่ำแต่การคมนาคมเข้า-ออก เมืองชาละวันยังคงใช้ได้ตามปกติ

วันที่ 4 ตุลาคม 2565 นายเอกฉัตร เอี่ยมตาล ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์และปริมาณน้ำในแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน ว่า เนื่องจากจังหวัดพิจิตรเป็นที่ลุ่มต่ำจึงทำให้เมื่อเกิดฝนตกในเขต จ.พิษณุโลก จ. กำแพงเพชร จ.เพชรบูรณ์ น้ำก็จะไหลบ่าเข้ามารอบทิศทาง โดยสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำน่าน-แม่น้ำยม มีปริมาณระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องระดับน้ำเกินกว่าที่จะควบคุมได้แล้ว ดังนั้นเพื่อสื่อสารกับประชาชนจึงได้ดำเนินการปักธงสีแดงที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำ 4 แห่ง ทั้งแม่น้ำยม และ แม่น้ำน่าน เพื่อบอกกล่าวในเชิงสัญลักษณ์ว่าระดับน้ำถึงจุดวิกฤตแล้ว โดยเมื่อวานที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำน่านมีปริมาณสูงขึ้น 46 ซม. ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมย่านชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำหลายจุดแล้ว นอกจากนี้ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปิดประตูระบายน้ำคลองสาขาต่างๆ ที่เชื่อมกับแม่น้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากแม่น้ำไหลเข้าท่วมทุ่งนาหรือเส้นทางคมนาคมภายในหมู่บ้าน นายเอกฉัตร ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงนี้ยังคงมีน้ำเหนือไหลมาอีกเป็นจำนวนมากดังนั้นเกษตรกรควรเร่งระบายน้ำส่วนเกินนี้ทิ้งไปก่อนแต่เมื่อฝนหยุดหรือฝนหมดฤดูกาลก็จะส่งสัญญาณให้กักเก็บน้ำทันที

น้ำท่วมเชียงใหม่เกือบเท่าปี 54 หนักแทบปิดเมือง ส.ส.- ว่าที่ผู้สมัครระทม ทำได้แค่ตะโกนถามหน้าบ้าน ปชช. ฝากหน่วยงานเร่งช่วย  รับทำอะไรพะวงหลังกลัวผิดกฎเหล็ก กกต.

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายบรรจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและหน่วยงานงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือรับมือสถานการณ์น้ำท่วมซึ่งเป็นผลพวงจากพายุโนรู ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าบนเทือกเขาไหลทะลักท่วมหลายพื้นที่ ทั้งที่ อ.เวียงแหง​ อ.เชียงดาว อ.ไชยปราการ เส้นทางสายแม่จา​-เมืองแหง​ ดินสไลด์ ไม้ล้มขวางเส้นทาง​ พาดทับสายไฟฟ้า​หลายจุด ตลอดสายทางพื้นถนนด้านล่างทรุดตัวเป็นโพรงขนาดใหญ่​ ขณะที่ถนนโชตนา ช่วงระหว่าง อ.เชียงดาว เข้า อ.ไชยปราการ ถนนมีการทรุดตัว สุ่มเสี่ยงต่อการสัญจร สำหรับ อ.เชียงดาว​ พื้นที่ลุ่ม​ได้รับความเสียหายจากน้ำที่เอ่อทะลักท่วมพื้นที่การเกษตร​ ดินสไลด์​ทับบ้านเรือนประชาช​นที่บ้านห้วยตีนตั่ง​ น้ำพัดคอสะพาน​ขาด​ที่บ้านห้วยทรายขาว​ ต.ทุ่ง​ข้าว​พวง​ ส่วนที่ อ.แม่แตง ดินถล่มสร้างความบ้านประชาชนจำนวนมาก นักท่องเที่ยวในเขต ต.เมืองก๋าย ต้องเดินเท้ากว่า 10 กิโลเมตร มาที่ศูนย์ชั่วคราวที่ อบต.เมืองก๋าย เนื่องจากเส้นทางสัญจรเสียหายอย่างหนัก 

ขณะที่นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย นายศรีเรศ โกฎคำลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากน้ำท่วมตั้งแต่คืนวันที่ 2 ตุลาคม 2565 ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ (4 ต.ค.65) โดยพบว่าพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายหนักจากน้ำป่าทะลักลงแม่น้ำปิงจนถนนในท้องถิ่นพัง พี่น้องประชาชนต้องช่วยเหลือกันเองด้วยการสร้างคันกั้นน้ำซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรในท้องถิ่นริมแม่น้ำปิง เพื่อป้องกันการกัดเซาะตลิ่งพังจากไม้ในพื้นที่และเสริมกระสอบทรายเพื่อความแข็งแรง ในเบื้องต้นได้ประสานงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเพิ่มเติมแล้ว

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนในตัวเมืองเชียงใหม่ หลังถูกน้ำป่าจากดอยเชียงดาวและใกล้เคียงไหล ลงสู่แม่น้ำปิง จนเกินศักยภาพที่แม่น้ำจะรับได้ ระดับน้ำในแม่น้ำปิงสูงสุด ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2565 อยู่ที่ 4.63 เมตร น้ำล้นตลิ่งจนไหลเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่คืนวันที่ 2 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ระดับน้ำเทียบเท่ากับปี 2554 ทำให้ตำบลช้างคลาน ตำบลป่าแดด และพื้นที่ใกล้เคียงถูกน้ำท่วม ทั้งเมืองกลายเป็นอัมพาต สถานที่ราชการ วัด โรงเรียน ภาคเศรษฐกิจท้องถิ่น เช่น โรงแรมอนันตรา โรงเรียนมงฟอร์ด ไนท์บาซา กาดต้นลำไย ร้านอาหาร ไม่สามารถเปิดทำการได้ การคมนาคมไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เกือบ 100%  

'เฉลิมชัย' ห่วงใยประชาชนเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทุกจังหวัดพร้อมสั่งกรมชลประทานระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่กว่า 200 เครื่องผันน้ำลงทะเลเกือบ 2 พันล้านลูกบาศก์เมตรแล้ว

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ (4 ต.ค.) ว่า ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่องด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบความยากลำบากจากอุทกภัยที่เกิดจากอิทธิพลของโนรูและฝนที่ตกหนักในพื้นที่และได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระดมกำลังคนเครื่องจักรกลเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทุกจังหวัดโดยบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐและท้องถิ่นเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด

สำหรับจังหวัดลุ่มเจ้าพระยา จังหวัดปริมณฑลและกรุงเทพมหานครได้เร่งผันน้ำลงทะเลโดยกรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่อย่างน้อย 220 เครื่องที่ติดตั้งตามสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำสูบน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งตะวันตก สูบน้ำลงแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำบางปะกงทางฝั่งตะวันออกและสูบลงอ่าวไทยทางทิศใต้ คิดเป็นปริมาณ วันละ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 525 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และกำลังติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก 

'นพ.เฉลิมชัย' ย้อนไทม์ไลน์ 1,000 วันโควิด-19 ประวัติศาสตร์สำคัญที่ควรรู้ ตั้งแต่เริ่มถึงปัจจุบัน

(4 ต.ค. 65) นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่าน Blockdit ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย ระบุว่า...

ครบ 1000 วันของโควิด-19 แล้ว สรุปเรื่องสำคัญที่ควรทราบ ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน

นับตั้งแต่ที่ประเทศไทยพบโควิดเคสแรกเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563  จนถึงปัจจุบัน (3 ตุลาคม 2565) นับได้เป็นเวลา 1000 วันเต็มแล้ว เราจะลองมาทบทวนดูเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

1) ชื่อโรคและชื่อเชื้อโรค ชื่อโรคคือ COVID-19 (Corona Virus Disease 2019)
ชื่อเชื้อโรคคือ SARS-CoV-2 (Severe Acute Respiratory Syndrome-Corona Virus) เป็นไวรัสโคโรนาลำดับที่ 7

2) จุดกำเนิดของผู้ติดเชื้อ
31 ธันวาคม 2562 พบเคสแรกของโลกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน 
8 มกราคม 2563 พบเคสแรกของประเทศไทย เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากจีน

3) ช่วงสองเดือนแรกของการระบาด พบว่า ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 หรือเมื่อโควิดระบาดได้ครบสองเดือน พบว่าประเทศจีนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิด มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 79,251 ราย เสียชีวิต 3.58% ส่วนประเทศในอีกสี่ลำดับถัดมา ได้แก่ เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน และญี่ปุ่น

4) มาตรการรับมือแบบต่าง ๆ ของโควิด-19 ในปี 2563 มี 3 มาตรการด้วยกัน ได้แก่

4.1 ไม่ทำอะไร (Unmitigation) ปล่อยให้มีการติดเชื้อตามธรรมชาติ โดยหวังว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) แล้วโรคจะสงบลงเอง

4.2 ชะลอผู้ติดเชื้อ (Mitigation) โดยปล่อยให้มีผู้ติดเชื้อในระดับที่สาธารณสุขสามารถรับมือไหว แต่ยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น

4.3 เข้มข้นสูงสุด (Suppression) ต้องเมีมาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown) หรือปิดเมืองปิดประเทศ ซึ่งจะคุมจำนวนได้ดี แต่ผลกระทบโดยเฉพาะทางสังคมและเศรษฐกิจรุนแรง

5) คลื่นระลอกต่าง ๆ ของโควิดในไทย

5.1 ระลอกแรก เกิดขึ้นในช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม 2563 เป็นไวรัสอู่ฮั่น(Clade S) เริ่มจากสนามมวยลุมพินีและผับบาร์ทองหล่อเป็นคลัสเคเตอร์ใหญ่ มีผู้ติดเชื้อ 4000 ราย เสียชีวิต 60 ราย ควบคุมโรคโดยใช้มาตรการล็อกดาวน์

5.2 ระลอกที่สอง เกิดขึ้นในช่วงธันวาคม 2563 ถึงมีนาคม 2564 ยังคงเป็นไวรัสสายพันธุ์อู่ฮั่น (Clade GH) เริ่มที่ตลาดกลางค้ากุ้งมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร มีผู้ติดเชื้อ 24,863 ราย เสียชีวิต 34 ราย

5.3 ระลอกที่สาม เกิดขึ้นในช่วงเมษายนถึงธันวาคม 2564 เริ่มต้นด้วยไวรัสสายพันธุ์อัลฟ่า (Clade GK) แล้วตามด้วยไวรัสสายพันธุ์เดลต้า (Clade GRY) โดยจุดเริ่มต้นจากแคมป์คนงานหลักสี่ มีผู้ติดเชื้อมากถึง 2,194,572 ราย เสียชีวิต 21,604 ราย

5.4 ระลอกที่สี่ เกิดขึ้นในช่วงมกราคม 2565 จนถึงปัจจุบัน (3 ตุลาคม 2565) เป็นไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน (Clade GRA) จนถึงขณะนี้ มีผู้ติดเชื้อ 2,458,697 ราย เสียชีวิต 11,073 ราย

6) ลักษณะของไวรัส

ปัจจุบันพบว่าในประเทศไทย ไวรัสสายพันธุ์หลักได้แก่ โอมิครอน ซึ่งมีการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์ย่อย(Sub-variant) จาก BA.1 เรื่อยมาจนปัจจุบันเป็น BA.5 ซึ่งมีความสามารถในการแพร่ระบาดที่กว้างขวางรวดเร็วกว่าเดลต้านับเป็นเท่าตัว ขณะเดียวกันก็มีความรุนแรงก่อให้เกิดการเสียชีวิต น้อยกว่านับเป็นเท่าตัวด้วยเช่นกัน

7) สถานการณ์ปัจจุบัน

ในระดับโลก มีการระบาดครอบคลุมไปแล้ว 228 ประเทศและเขตการปกครอง พบผู้ติดเชื้อ 623 ล้านราย เสียชีวิต 6.5 ล้านราย คิดเป็น 1.05%

ในระดับประเทศไทย มีการระบาดจนครบ 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อ (เฉพาะพีซีอาร์) 4.68 ล้านราย เสียชีวิต 32,771 ราย คิดเป็น 0.7%

8) การตรวจหาไวรัส

8.1 วิธี RT-PCR เป็นวิธีการตรวจแบบมาตรฐาน มีความแม่นยำสูง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูง รวมทั้งต้องใช้บุคลากรทางสาธารณสุขที่ได้รับการฝึกฝนในการเก็บตัวอย่างและดำเนินการทางห้องปฏิบัติการ

8.2 วิธี ATK เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น มีความแม่นยำค่อนข้างดี แต่ไม่เท่ากับวิธี RT-PCR แต่ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก และไม่ต้องใช้บุคลากรทางสาธารณสุข ประชาชนสามารถทำเองที่บ้านได้

8.3 วิธี Genomic Sequencing เป็นการตรวจสารพันธุกรรม เพื่อหาชนิดของไวรัส

'กรณ์' ควง 2 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 'ชาติพัฒนากล้า' ลงพื้นที่ภูเก็ต ชูนโยบายเชิงลึกหวังช่วยภูเก็ตโตยั่งยืน

(4 ต.ค. 65) ที่ จ.ภูเก็ต นายกรณ์ จาติกวณิช กรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วย น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 และนายเทมส์ ไกรทัศน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เขต 3 เข้าร่วมงานเทศกาลกินผัก เจี๊ยะฉ่าย พร้อมส่งพระในคืนนี้ ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของประเพณีถือศีลกินผัก คึกคักมาตลอด 9 วันเต็ม มีนักท่องเที่ยวและชาว จ.ภูเก็ต เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยนายกรณ์ กล่าวว่า ตนได้เดินทางมา จ.ภูเก็ตและเข้าร่วมประเพณีถือศีลกินผัก มาตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ได้มีโอกาสเยี่ยมอ๊ามต่าง ๆ และร่วมในขบวนแห่ประเพณีถือศีลกินผัก เข้าสักการะอ๊ามหรือศาลเจ้า พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชาวบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้หลักผู้ใหญ่ในพื้นที่ เพื่อรับทราบปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง 

โดยได้ถือโอกาสแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ขยัน มีความรู้ มีความสามารถ และ เป็นที่รู้จักของทุกคน ซึ่งตรงกับเจตนารมณ์ของพรรคที่ต้องการเลือกคนที่มีความรู้มีประสบการณ์ และมีความมุ่งมั่นทุ่มเท และมีความตั้งใจ ที่จะนำประสบการณ์มาพัฒนา จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเอง ที่ผ่านมาว่าที่ผู้สมัครทั้ง 2 คน ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด 

นายกรณ์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายในการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตนั้น อย่างที่ทราบจังหวัดภูเก็ตมีของดีมากมาย แต่ปัญหาที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้ของดีของภูเก็ตเป็นโอกาสของทุกคน เพราะภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ดังนั้นจึงต้องมีโอกาสในการบริหารจัดการภูเก็ตเอง เป็นพื้นที่เฉพาะด้านสำหรับเศรษฐกิจท่องเที่ยวหลักคิดภูเก็ตจังหวัดจัดการตนเองแบบพิเศษ จำเป็นต้องทำเพราะระบบราชการประจำไม่ครอบคลุม การบริหารพื้นที่เพราะภูเก็ตมีปริมาณนักท่องเที่ยวและประชากรแฝงจำนวนมาก ในหลักเศรษฐศาสตร์แล้วจะนำระบบงบรายหัวของประชากรในพื้นที่มาจัดสรรอย่างเดียวไม่ได้ 

นายกรณ์ กล่าวย้ำว่า สำหรับการปกครองท้องที่ท้องถิ่นต้องคงไว้เหมือนเดิม และต้องพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้กำนันผู้ใหญ่บ้านมีเครื่องมือไว้ดูแลประชาชนครบถ้วนมากขึ้น แต่เรื่องของระดับผู้ว่าราชการจังหวัด จะต้องเป็นสิทธิของคนภูเก็ตที่จะได้เลือกเอง รวมไปถึงเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณที่ควรจะกลับมาให้คนภูเก็ตในสัดส่วนที่เหมาะสมและเป็นธรรมเพียงพอกับรายได้ที่จังหวัดภูเก็ต

“แนวคิดนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ของทางพรรคชาติพัฒนากล้า ที่มีต่อจังหวัดภูเก็ต และที่ผ่านมาได้ลงไปพบปะกับชาวบ้านในหลายพื้นที่ พบว่าทุกหมู่บ้านมีความหลากหลายในเรื่องของอาชีพ ภูเก็ตไม่ได้มีเฉพาะอาชีพด้านการท่องเที่ยว แต่ภูเก็ตยังมีอาชีพประมง อาชีพเกษตรกรรม เพราะฉะนั้นนอกจากจะส่งเสริมการท่องเที่ยว อาชีพเหล่านี้ต้องได้รับการดูแลและพัฒนาด้วยเช่นกัน ในส่วนของรายละเอียดนโยบายนั้นเราจะนำเสนอให้อนาคตอีกครั้ง ซึ่งเรามั่นใจว่าแนวความคิดนโยบายจะสามารถทำให้ชาวภูเก็ตทุกคนมีความหวังในอนาคตของตนเอง” นายกรณ์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top