Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

ผบ.ตร. สั่งทุกหน่วยตั้งศูนย์ฯ เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 

วันนี้ 5 ต.ค.65 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนที่สุด ให้ตำรวจทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทุกภัย ทำให้มีฝนตกต่อเนื่อง เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 มอบหมายให้ ตร. รับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และจัดระบบจราจรในพื้นที่ประสบภัย และพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนสนับสนุนกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ต่างๆ นั้น  

ตร.ได้มีมาตรการให้ทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่ จว.ตาก, อุตรดิตถ์, เชียงใหม่, น่าน, แพร่, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี และปราจีนบุรี รวมทั้งพื้นที่ๆ ยังคงมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด ให้ทุกหน่วยในพื้นที่นำ กำลังพล ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ (รถยนต์/เรือ) อุปกรณ์อื่นๆ ออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่โดยด่วน และให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ดูแลเอาใจใส่บำรุงขวัญ และช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวด้วย 

ครูบาญาณทิพย์ เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคลสุโขทัย มอบปัจจัยช่วยเหลือผู้ป่วยผ่านโรงพยาบาลในสุโขทัย

ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย นพ.มาโนช อู่วุฒิพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุโขทัย นพ.รเมศ ว่องวิไลรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมรับมอบปัจจัยจัดตั้งกองทุนนิธิ เนื่องในวันกตัญญูบูรพาจารย์ 64 ปี พระเดชพระคุณพระมงคลพัฒนพิธานครูบาญาณทิพย์ เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล โดยมอบปัจจัยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย โรงพยาบาลสุโขทัย โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย และโรงพยาบาลทุ่งเสลี่ยม หน่วยงานละ 100,000 บาท ณ วัดพิพัฒน์มงคล ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย  เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 

ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน จัดพิธีรับมอบธงประจำหน่วยและส่งงานในหน้าที่ราชการของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน

วันที่ 4 ตุลาคม 2565 ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พลตำรวจตรี ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ เข้าพิธีรับมอบธงประจำหน่วยและส่งงานในหน้าที่ราชการของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน โดย พันตำรวจเอก ดเรศ กัลยา เป็นผู้ส่งมอบธงประจำหน่วยตำรวจภูธรจังหวัดน่านและแฟ้มส่งมอบหน้าที่ และ พันตำรวจเอกหญิง ศุภวรรณ เพิ่มกำลังพล ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดน่านเข้าร่วมพิธีฯ และกองเกียรติยศ

ในการนี้ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน จัดพิธีรับธงประจำหน่วยและส่งมอบหน้าที่ราชการของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นไปตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ลงวันที่ 7 กันยายน 2565 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พลตำรวจตรี ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ มาดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ทั้งนี้ การรับส่งงานในหน้าที่ราชการ ของข้าราชการตำรวจ เมื่อพ้นจากหน้าที่หรือได้รับการแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งใหม่ถือเป็นธรรมเนียมและระเบียบ ที่ต้องปฏิบัติ ตามประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 15 การรับส่งงานในหน้าที่ราชกชการ พ.ศ.2557 เพื่อเป็นการดำเนินการตามระเบียบดังกล่าวข้างต้นและเพื่อความต่อเนื่องในการปฏิบัติราชการ

'นักร้องดัง' โพสต์แง่คิด!! การที่เราโง่นั้น ไม่ผิด!! แต่เมื่อโง่แล้ว ต้องยอมรับและศึกษาจากคนที่ฉลาดกว่าเสมอ

(5 ต.ค. 65) 'บิลลี่​ โอแกน'​ นักร้อง นักแสดง นักแต่งเพลง ชาวไทยชื่อดัง​ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก​ ว่า... 

การที่เราโง่นั้น 'ไม่ผิด' เพราะเราไม่รู้ เราจึง 'โง่'

แต่เมื่อโง่แล้ว เราต้องยอมรับว่า คนที่ฉลาดกว่าเรานั้นมีมากมาย 

บางที เขาแค่มองดูเราเงียบ ๆ แล้วเห็นว่าเราโง่

เราจึงควรศึกษาจากคนที่ฉลาดกว่าเสมอ

และไม่ควรคิดว่าตนเองฉลาด เพราะเราอาจฉลาดในเรื่องโง่ๆ ก็เป็นได้


ที่มา: https://www.facebook.com/232705074832/posts/pfbid02zdQCvjA5hmEhtywfYmcRV5hdaqnyxZ1PcVt69aJbaDreRoP8KZhVa5HjfB1654PHl/

ส่งมอบหน้าที่ธงการบังคับบัญชา แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมย้ำมั่นใจจะเป็นกำลังหลักให้ ทบ.ปกป้องชาติ เทิดทูนสถาบัน และพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 ที่กองทัพภาคที่ 3 พล.อ.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ รองเสนาธิการทหาร (แม่ทัพภาคที่ 3 ท่านเก่า) ส่งมอบหน้าที่ตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 3 ให้แก่ พล.ท.สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 (ท่านใหม่) โดยมีพิธีลงนามเอกสารรับ - ส่ง หน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 3 และพิธีส่งมอบการบังคับบัญชา แม่ทัพภาคที่ 3 โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 (นขต.ทภ.3) ร่วมพิธี ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก

พล.อ.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ รองเสนาธิการทหาร (แม่ทัพภาคที่ 3 ท่านเก่า) ได้กล่าวว่าสำหรับ แม่ทัพภาคที่ 3 ท่านใหม่ ท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และมีคุณลักษณะผู้นำที่ดี อีกทั้งยังเป็นผู้ที่เข้าใจสถานการณ์ และปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 อย่างแท้จริง จึงมีความเชื่อมั่นว่า ภายใต้การบังคับบัญชาและการบริหารงานของท่านจะสานต่อภาระหน้าที่อันสำคัญนี้ได้อย่างดียิ่ง ซึ่งจะทำให้กองทัพภาคที่ 3 ได้รับการพัฒนาและมีความเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป ตามลำดับในการปฏิบัติงานให้บังเกิดผลดีแก่ประเทศชาติต่อไป 

สอท.เปิดศูนย์บึงกุ่ม เน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประชาชนให้ดีขึ้น

วันพุธที่ (5 ตุลาคม 2565) นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ และทีมงานสร้างอนาคตไทย ได้ร่วมเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเขตบึงกุ่ม ซึ่งมีนายอัศวิน คูร์พิพัฒน์ เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่

นายสุรนันทน์ กล่าวว่า นายอัศวิน เป็นทนายความ เป็นนักกฎหมาย และอยากจะใช้วิชาชีพที่ได้ร่ำเรียนมา ช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน จึงขอเสนอตัวเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่และพร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 

'ทัพเรือ' ช่วยนทท.จีน 4 ชีวิตกลับฝั่งปลอดภัย หลังขาดการติดต่อ ขณะออกเรือตกปลากลางทะเล

เมื่อวันที่ (5 ต.ค. 65) ศปก.ศรชล.ภาค 3 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีเรือตกปลาขนาดเล็ก ชื่อ Sao ขาดการติดต่อเรือ ขณะออกไปตกปลาบริเวณเกาะราชาน้อย ตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ (4 ต.ค. 65) ที่ผ่านมา ซึ่งปกติจะกลับเข้าฝั่งในเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันเดียวกัน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ โดยพิกัดที่หายไปห่างจากหลักเทียบเรือ ทัพเรือภาคที่ 3 ประมาณ 33 ไมล์ทะเล หลังจากได้รับแจ้ง ศปก.ศรชล.ภาค 3 ได้ประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ช่วยค้นหาและช่วยเหลือ ได้แก่ ศคท.จ.ภูเก็ต, ตำรวจน้ำภูเก็ต, ทรภ.3, PIPO ภูเก็ต และเครือข่ายเรือประมง จ.พังงา พร้อมทั้งขอความช่วยเหลือไปยัง MRCC เพื่อติดต่อเรือในบริเวณใกล้เคียงเพื่อทำการค้นหาและช่วยเหลือ

จากนั้นเวลา 22.28 น. นายพิเชษฐ์ ปานะพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ติดต่อมาทางโทรศัพท์ ร้องขอให้ทาง ศรชล.ภาค 3 จัดเรือขนาดใหญ่ออกทำการค้นหาและช่วยเหลือ โดยพล.ร.ท.อาภากร อยู่คงแก้ว ผอ.ศรชล.ภาค 3 ในฐานะ ผบ.ทรภ.3 ได้สั่งการให้ ศปก.ศรชล.ภาค 3 ประเมินสถานการณ์และเตรียมเรือออกทำการค้นหาและช่วยเหลือ

ย้อนประวัติศาสตร์สยาม ฝ่าพายุร้ายจากตะวันตกนับเกือบ 200 ปี พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงทำให้เกิดความเจริญ

'พล.ท.นันทเดช' ย้อนประวัติศาสตร์ 'ประเทศไทยในสถานการณ์สู้รบ' สยามฝ่าพายุร้ายจากตะวันตกนับเกือบ 200 ปี พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงตั้งรับไว้ได้ย่างเหมาะสม สยามจึงที่มีทั้งความสงบและเจริญ ในลำดับ 1 ของเอเซีย ซัดคณะราษฎรไม่ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ชิงอำนาจกันเอง จนเกิดเผด็จการทางสภา

(5 ต.ค. 65) พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ(ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ประเทศไทยในสถานการณ์สู้รบ ตอนที่ 1 มีรายละเอียดดังนี้

สยามฝ่าพายุร้ายจากตะวันตก ที่พัดกระหน่ำซัดใส่มานาน แสนนาน นับเกือบ 200 ปีแล้ว แต่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ทรงได้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ภูมิทัศน์ และแนวตั้งรับ ของประเทศไว้ได้ย่างเหมาะสม โดยทรงภารกิจ จัดวางโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เครื่องมือสนับสนุนการประกอบอาชีพ ให้ราษฎร และทรงคุ้มเกล้าให้กำลังใจ ความหวัง ร่วมทุกข์ร่วมสุข กับประชาชนตลอดมา

โดยเฉพาะในรัชสมัยอันยาวนานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทำให้คนไทยได้มองเห็น และเข้าใจถึง 'สิ่งดี ๆ' ที่เคยเกิดขึ้นในวันก่อน ซึ่ง 'สิ่งดี ๆ'เหล่านั้น จะอยู่มาจนถึงวันนี้ หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่คนไทยหลากหลายวัยในยุคปัจจุบันนี้ ว่าจะช่วยกันรับมืออย่างไร เมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามริดรอนพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทย ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ให้ลดน้อยลงไป เหลือเป็นเพียง 'สัญญลักษณ์' หรือ สาบสูญไป เพียงหวังอย่างเดียวว่า “ถ้าเป็นผลสำเร็จ พวกเขาจะซื้อขายประเทศไทย กันได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงการเดินทางกลับประเทศไทย ของคนอีกกลุ่มหนึ่งก็จะง่ายขึ้นด้วย ”

นอกจากนั้น ก็ยังมีอีกหลายประเทศ ที่ไม่อยากให้ประเทศไทยเติบโตไปมากกว่านี้อีก เพราะจะส่งผลกระทบต่อ สถานภาพของประเทศพวกเขา จึงได้เข้ามาผสมโรง สนับสนุนคนกลุ่มนี้

เรียงความตอนที่ 1 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม 2565

ตอนที่ 2 : เปรียบเทียบการใช้พระราชอำนาจของในหลวงรัชกาลที่ 5 และ ในหลวงรัชกาลที่ 6 กับการใช้อำนาจ ของรัฐบาล คณะราษฎร ว่าตรงส่วนไหนท่ีจะทำให้ประเทศไทยดีขึ้น

รัชสมัย ร.5 พระองค์ทรงใช้พระราชอำนาจอย่างเต็มที่หลายเรื่อง เพื่อปรับปรุงพัฒนาประเทศให้ทันสมัย เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วที่สำคัญ คือ

(1) การกำหนดขอบเขตแผ่นดินสยาม (สยามไม่เคยมีเส้นเขตแดนชัดเจนมาก่อน)
(2) การเลิก ไพร่/ทาส
(3) การลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทุกด้าน (ตลอด 25 ปีของรัฐบาลคณะราษฎร ไม่เคยทำเรื่อง โครงสร้าง อย่างจริงจังเลย มาเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม เป็นครั้งที่2 แล้วก็เลยมาที่รัฐบาลลุงตู่ นี่แหละ เป็นครั้งที่3 น่าเศร้าใจไหมครับ)
(4) การปูพื้นฐานทางด้านประชาธิปไตย เช่น การเลือก กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน, การให้อำนาจตัดสินคดีแก่ศาล,การส่งนักเรียนทุนหลวงไปศึกษาต่างประเทศ ฯลฯ แต่นักเรียนทุนบางคนกลับมาทำปฏิวัติผู้ส่งไปเรียนเสียเอง รวมทั้งจับกุมนักเรียนทุนท่ีไม่เห็นด้วยไปขังคุก โดยตั้งศาลพิเศษ (ญี่ปุ่นซึ่งมีความเจริญไล่ๆกันกับไทย และมีรัฐธรรมนูญท่ีจักรพรรดิ์ มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ ได้นักเรียนทุนกลับมาพัฒนาประเทศ เจริญก้าวหน้าไปกว่าไทย ทั้งท่ีส่งคนไปเรียนพร้อมๆกัน จำนวนคนไปเรียนก็พอๆกันประมาณ400คน)

ในรัชสมัย ร.6 พระองค์ ทรงหาทางแก้ไขการทำสัญญาทางการค้า ที่เสียเปรียบต่างชาติ ดังนั้นพระองค์ทรงใช้พระราชอำนาจ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ประกาศสงครามกับเยอรมัน ท่ามกลางคำคัดค้านของทหาร และขุนนาง เมื่อชนะสงคราม สยามก็ได้รับการค้ำประกันอิสรภาพ ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งองค์การสันนิบาตชาติ และได้รับการแก้ไข สัญญาที่ไม่เป็นธรรมทุกฉบับ รวมถึงการซื้อเครื่องบินจำนวนมาก กลับมาใช้ในราชการไทย ( จอมพล ป.เข้าร่วมกับญี่ปุ่น ประกาศสงครามโลกครั้งท่ี2กับประเทศกลุ่มพันธมิตร

โชคดี ที่ ม.ร.ว.เสนีย์ ทูตไทย ประจำสหรัฐฯไม่ยอมรับคำสั่งรัฐบาล จัดตั้งกลุ่มเสรีไทยขึ้น และส่งคนไปจัดตั้งที่อังกฤษ เพิ่มขึ้นอีก ต่อมานายปรีดี ได้จัดตั้งขบวนการต่อต้านญี่ปุ่นขึ้นในไทย ซึ่งได้กลายเป็นจุดประสานงานของกลุ่มเสรีไทย เมื่อสงครามจบ ไทยยกเอาเรื่องเสรีไทยขึ้นมาอ้าง สหรัฐฯยอมรับ แต่อังกฤษ จะเอาไทยเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษ ประชาชนเดือดร้อนกันมาก ม.ร.ว.เสนีย์ ใช้ความเป็นทูตประจำสหรัฐฯ เจรจาจนสำเร็จแม้จะเสียเปรียบบ้างก็ตาม )

นอกจากนั้น ในหลวง ร.6 ยังทรงระดมสร้างโครงงานพื้นฐานของประเทศต่อจาก ร.5 จนสำเร็จหมดทุกโครงการจากการกู้เงินในตลาดการเงินยุโรปเพื่อนำมาลงทุน เพิ่มเติม รวม 5 ล้านปอนด์ เมื่อโครงงานเสร็จ การค้าขาย นาข้าว การขนส่งฯลฯ ก็เจริญก้าวหน้าขึ้น เศรษฐกิจเริ่มดีมากขึ้น รัฐบาลก็ทยอยได้รับเงินคืนมามากขึ้นเช่นกัน

ลำปาง-มทบ.32 ประกอบพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชา

ลำปาง-มทบ.32 ประกอบพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชา

เมื่อวันอังคารที่ 4 ตุลาคม 2565 มณฑลทหารบกที่ 32 ประกอบพิธีรับ-ส่ง หน้าที่ และมอบการบังคับบัญชา ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ระหว่าง พลตรี อโณทัย ไชยมงคล  ส่งมอบการบังคับบัญชาอย่างเป็นทางการให้กับ พลตรีพรชัย นพรัตน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  

ในการนี้ได้จัดให้มีพิธีสักการะ ศาลเจ้าพ่อดวงทิพย์และศาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีอันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวค่ายสุรศักดิ์มนตรีเคารพนับถือ

ต่อจากนั้น เป็นพิธีสักการะอนุสาวรีย์จอมพลและมหามาตย์เอกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี พิธีลงนามเอกสาร และพิธีรับ - ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชา โดยมี รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 คณะนายทหาร กำลังพลและ ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ พร้อมทั้งรองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านสึกเขตลำปาง ร่วมพิธี ณบริเวณหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32

เชียงใหม่-การแข่งขันบาสเกตบอล 'ยูนนานคัพเชียงใหม่ 2022' ชิงถ้วยเกียรติยศ พร้อม เงินรางวัล

สมาคมชาวเชียงใหม่เชื้อสายยูนนาน ร่วมกับ เทศบาลนครเชียงใหม่ จัดการแข่งขันบาสเกตบอลชิงถ้วยเกียรติยศ พร้อม เงินรางวัล ในรายการ 'ยูนนานคัพเชียงใหม่ 2022'

วันที่ 4 ตุลาคม 2565 ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 โรงแรมสมายล์ล้านนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายสุนทร ยามศิริ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ นางศิโรรัตน์ ชัยศิริ นายกสมาคมชาวเชียงใหม่ เชื้อสายยูนนาน พร้อมด้วย นายสุพจน์ เจ้าวัฒนพงษ์ ประธานกลุ่มหนุ่มสาว สมาคมชาวเชียงใหม่ เชื้อสายยูนนาน นายวิภาส ยาวุฒิ คณะกรรมการ จัดการแข่งขัน นายมงคล วัฒนาศิลป์ ประธานฝ่ายเทคนิค ร่วมแถลงข่าว

นายวิภาส ยาวุฒิ คณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า สมาคมชาวเชียงใหม่เชื้อสายยูนนาน นำโดยนายสุพจน์  เจ้าวัฒนพงษ์ ประธานกลุ่มหนุ่มสาวสมาคมชาวเชียงใหม่เชื้อสายยูนนาน ร่วมกับ เทศบาลนครเชียงใหม่ โดย นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ จัดแข่งขันบาสเกตบอลรายการ 'ยูนนานคัพ เชียงใหม่ 2022' ขึ้น ในระหว่างวันที่ 17 – 23 ตุลาคม 2565 ณ โรงยิมเนเซี่ยม 3 สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่

ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างและกระชับความสัมพันธ์อันดี ระหว่างหมู่บ้านที่เป็น สมาชิกในสมาคมฯ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ จังหวัดตาก รวมทั้งพี่น้องประชาชนทั่วไป ในจังหวัดเชียงใหม่ จะได้รู้จักสมาคมชาวเชียงใหม่ เชื้อสายยูนนาน มากขึ้น พร้อมทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนให้เล่นกีฬา และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อีกด้วย

การแข่งขันบาสเกตบอล ในรายการ 'ยูนนานคัพเชียงใหม่ 2022' เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทชายทีมหมู่บ้าน(แบบปิด) และ ประเภทประชาชนชายทั่วไป โดย ได้รับสมัครทีมร่วมการแข่งขันไปแล้ว เมื่อวันที่ 1-15 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา โดยมีทีมที่ร่วมการแข่งขัน ประเภทประเภทชายทีมหมู่บ้าน(แบบปิด) จำนวนทั้งสิ้น 13 ทีม จาก 13 หมู่บ้าน ใน 3 จังหวัด และ ทีมประชาชนชาย ทั่วไป จำนวนทั้งสิ้น 16 ทีม

ทางด้าน คุณสมบัติทีมและนักกีฬา ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทางคณะผู้จัดการแข่งขันได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ดังนี้สำหรับทีมประชาชนชาย ทีมหมู่บ้าน ทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ต้องส่งทีมในนามหมู่บ้านที่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ จังหวัดตาก เท่านั้น โดยสามารถส่งได้ หมู่บ้านละ 1 ทีม นักกีฬาทีมละไม่เกิน 12 คน และไม่น้อยยกว่า 7คน และต้องเป็นบุคคลที่มีภูมิลำเนาของหมู่บ้านต้นสังกัดเท่านั้น

และสำหรับ ทีมประชาชนชาย ทั่วไป ทีมเข้าร่วมการแข่งขันต้องใช้ชื่อทีม เป็นชื่อหน่วยงาน หรือชมรมกีฬา ที่มีความเหมาะสม นักกีฬาทีมละไม่เกิน 12 คน และไม่น้อยยกว่า 7คน ให้มีนักกีฬาต่างชาติ , นักกีฬาทีมชาติ, และนักกีฬาอาชีพ (TBL) ได้ 3 คน ลงแข่งขันได้ครั้งละ 2 คน โดย นักกีฬาทีมชาติ และ นักกีฬาอาชีพนับย้อนหลัง 5 ปีปลดล็อค (ปี พศ. 2560 , 2559 , 2558 เป็นต้นไป)


                               
ในด้าน กติกาและการตัดสิน จะใช้กติกาการแข่งขัน ซึ่งสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดใช้ในปัจจุบัน หรือ ตามที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน เป็นผู้พิจารณาการแข่งขัน บาสเกตบอลรายการ 'ยูนนานคัพ เชียงใหม่ 2022' กำหนดพิธีเปิดการแข่งขัน ในวันที่ 17 ตุลาคม 2565 เวลา 13.00 น. และกำหนดปิดการแข่งขันวันวันที่ 23 ตุลาคม 2565 เวลา 13.00 น. ณ โรงยิมเนเซี่ยม 3 สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top