Friday, 3 July 2026
LITE

ละมุนจนคนแซว!! “โต๋-ไบรท์” อุ้มหลานตัวน้อย โมเมนต์อบอุ่นสุดละมุน เผยภาพซ้อมอุ้มเด็กน้อย ต้อนรับสมาชิกใหม่บ้านเวชสุภาพร

(30 ธ.ค. 68) คู่รักคนดัง 'โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร' และ 'ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ' โพสต์ภาพสุดอบอุ่นขณะอุ้มเด็กทารกตัวน้อยผ่านอินสตาแกรมของทั้งคู่ในช่วงคริสต์มาส ส่งความน่ารักทะลุจอจนแฟน ๆ แอบลุ้นว่ามีข่าวดีหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เด็กน้อยที่อุ้มกันนั้นคือ "น้อง Estelle" หลานสาวตัวน้อยของครอบครัวเวชสุภาพร ทั้ง 'โต๋' และ 'ไบรท์' ต่างเขียนแคปชั่นในโทน "มือใหม่หัดอุ้ม" และต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวอย่างเป็นทางการ โดย 'โต๋' แท็กแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ของน้องในโพสต์ด้วย

'ไบรท์' ยังโพสต์ข้อความต้อนรับน้องเอสเทลงดงาม พร้อมบอกว่าเป็นการ "ซ้อมอุ้ม" ของอาป้ายแดง แฟน ๆ ใจละลายกับความน่ารักของเบบี๋ ในขณะที่ 'โต๋' เล่าขำ ๆ ว่าถึงจะเป็น "มือใหม่หัดอุ้ม" แต่หลานสาวนอนหลับนิ่งในอ้อมแขน และยกให้โมเมนต์นี้เป็นของขวัญคริสต์มาสปีนี้

ภาพดังกล่าวสร้างความสุขให้เพื่อน ๆ ในวงการและแฟนคลับที่แห่คอมเมนต์ยินดีอย่างล้นหลาม บางคนแซว "ฝึกไว้ก่อน" และรอลุ้นข่าวดีสมาชิกตัวน้อยของทั้งคู่ในอนาคต

โมเมนต์นี้สะท้อนความอบอุ่นและความรักในครอบครัวของทั้งคู่ พร้อมเปิดทางให้แฟน ๆ ได้มีความหวังและร่วมเชียร์ให้โต๋-ไบรท์มีสมาชิกใหม่ของตัวเองในไม่ช้าอย่างแน่นอน

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9865186/

30 ธันวาคม 2498 วันสุนทรภู่กลับบ้านเกิด วางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์กลางแกลง เปลี่ยนกวีในตำราให้ยืนเด่นบนผืนดินระยอง ประกาศกวีเอกเป็นสมบัติชาติ

(30 ธ.ค. 98) วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2498 รัฐไทยประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์สุนทรภู่ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อยืนยันบทบาทของกวีเอกในฐานะบุคคลสำคัญของชาติ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นที่ทางกายภาพให้กับสุนทรภู่บนแผ่นดินจริง

ในยุคของจอมพล ป. พิบูลสงคราม รัฐบาลไทยใช้วัฒนธรรมและสัญลักษณ์เป็นเครื่องมือสร้างชาติ การยกย่องบุคคลในประวัติศาสตร์และวรรณคดีเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความเป็นไทย สุนทรภู่จึงได้รับเลือกสร้างอนุสาวรีย์ ณ แกลง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและผลงานวรรณกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น นิราศเมืองแกลง

พิธีวางศิลาฤกษ์มีจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นประธาน ด้วยพื้นที่กว่า 8 ไร่เพื่อสร้างเป็นอุทยานวรรณกรรม แต่โครงการนี้สะดุดชะงักไปนานจนกระทั่ง พ.ศ. 2511 จึงมีการฟื้นฟูและสร้างอนุสาวรีย์สมบูรณ์ในปี 2513 พร้อมด้วยรูปปั้นกวีและตัวละครวรรณกรรมพระอภัยมณีที่ช่วยเติมเต็มโลกกลอนสุนทรภู่

อนุสาวรีย์สุนทรภู่ในปัจจุบันกลายเป็นแลนด์มาร์กระดับจังหวัดระยองและสถานที่จัดงานวันสุนทรภู่ประจำปี อีกทั้งได้รับการยกย่องจากยูเนสโกใน พ.ศ. 2529 ว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลก สะท้อนว่ากวีเอกไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่คือเสาหลักทางจิตวิญญาณของชาติ

30 ธันวาคม จึงไม่ใช่แค่วันวางศิลาฤกษ์ธรรมดา แต่เป็นวันที่สุนทรภู่ "ถูกนำลงมาผูกโยงกับภูมิประเทศจริง" สร้างจุดหมายให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสวรรณกรรมอย่างจับต้องได้ และยืนยันว่า "กวีไม่ใช่แค่คนเขียนหนังสือ แต่คือเสาหลักทางจิตวิญญาณของชาติ" อย่างแท้จริง

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%88

จากความกลัวสู่ความจริง!! “พลอย เฌอมาลย์” เผยเหตุผล ที่ต้องกลับมาใส่ใจสุขภาพ หลังรักษามะเร็งเจอผลข้างเคียงหนัก ร่างกายเปลี่ยนชัดเจน

(29 ธ.ค. 68) นักแสดงสาว 'พลอย เฌอมาลย์' เปิดใจผ่านรายการ "โต๊ะหนูแหม่ม" ถึงเส้นทางการต่อสู้โรคมะเร็งระยะ 2 ที่เกี่ยวข้องต่อมน้ำเหลือง พร้อมเผยผลข้างเคียงร้ายแรงที่เจอจากยา tamoxifen ที่ต้องรับประทานหลังรักษา

'พลอย' เล่าวินาทีที่รับรู้โรคว่า "ไม่อยากเชื่อว่ามันเกิดขึ้นกับเรา" และยอมรับว่าช่วงเริ่มต้นเลี่ยงตรวจสุขภาพเนื่องจากกลัวเข็ม ก่อนพบมะเร็งและต้องเข้ารับการรักษาทันที

เธอเปิดเผยถึงผลข้างเคียงที่ทำให้เธอเข้าสู่วัยทองก่อนวัย ได้แก่ ผมหงอกขึ้นเยอะ ประจำเดือนหาย ร้อนวูบวาบ และผิวเหี่ยวง่าย จากผลของยากดฮอร์โมน นอกจากนี้ยังเคยมีอาการอารมณ์แปรปรวนและความเครียดหนักจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช

ภาวะวัยทองจากการรักษามะเร็งด้วยยากดฮอร์โมนเป็นเรื่องที่แพทย์เตือนให้ผู้ป่วยเฝ้าระวัง เนื่องจากสามารถส่งผลต่อร่างกายและจิตใจอย่างมาก โดยอาการรวมถึงร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน และอารมณ์แปรปรวน ความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพนี้จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญของ 'พลอย' ที่เน้นรักและดูแลตัวเองมากขึ้นหลังผ่านวิกฤตนี้ไปได้

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9865126/

29 ธันวาคม 2456 ไทยลุยบินครั้งแรก จุดเริ่มต้นบินไทย เครื่องบินไทยลำแรกขึ้นบินกลางกรุงเทพฯ นักบินไทย 3 นายฝึกบินจากฝรั่งเศส สนามม้าสระปทุมกลายเป็นสนามบินแรก

(29 ธ.ค. 56) วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2456 ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่คนไทยบินเครื่องบินของตัวเองเป็นครั้งแรกที่สนามม้าสระปทุม กลางกรุงเทพฯ นักบินไทยสามนายได้ทดสอบบินเครื่องบิน 8 ลำที่สั่งซื้อจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการบินไทยอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านั้น วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2454 นักบินชาวเบลเยียม ชาร์ลส์ แวน เดน บอร์น ได้นำเครื่องบินปีกสองชั้นบินโชว์ต่อหน้าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้กองทัพบกมองเห็นความสำคัญของการบินและจัดตั้งแผนกการบินขึ้น พร้อมส่งนักบินไทย 3 นายไปฝึกที่ฝรั่งเศส และสั่งซื้อเครื่องบิน 8 ลำ

ในวันที่ 29 ธันวาคม 2456 นักบินไทยทั้งสามนายได้ทำการบินทดสอบเองครั้งแรก เครื่องบินค่อย ๆ ลอยตัวขึ้นเหนือพื้นสนามบินสระปทุม สร้างความตื่นเต้นแก่ประชาชนที่มาชม และถือเป็นการเปิดศักราชการบินในประเทศไทย โดยสนามม้าสระปทุมถูกแปลงเป็นสนามบินชั่วคราว

หลังจากนั้น พื้นที่สนามม้าสระปทุมไม่เหมาะสำหรับขยายการบิน จึงย้ายไปที่ทุ่งดอนเมือง ซึ่งกลายเป็นสนามบินหลักและก่อกำเนิดกองทัพอากาศไทยที่มีบทบาทสำคัญต่อประเทศ ช่วงเวลานี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของยุค "ยุทธศาสตร์ทางอากาศ" ของไทย

แม้วันการบินแห่งชาติในปฏิทินจะอยู่วันที่ 13 มกราคม แต่วันที่ 29 ธันวาคม 2456 คือวันที่คนไทยได้เริ่ม "เหาะได้" อย่างแท้จริง สะท้อนถึงความภูมิใจและการพัฒนาที่ต่อเนื่องของวงการการบินไทยจนถึงวันนี้

ที่มา : https://www.facebook.com/royalthaiarmyRTA/posts/

28 ธันวาคมของทุกปี “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” วันรำลึกวีรบุรุษชาติ พาแผ่นดินไทยลุกขึ้นจากซากสงคราม ฟื้นฟูบ้านเมือง เศรษฐกิจและศาสนา

(28 ธ.ค. 68) ทุกปีในวันที่ 28 ธันวาคม ไทยรำลึก "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" วีรบุรุษผู้กู้ชาติ ที่ไม่ยอมปล่อยให้แผ่นดินไทยสิ้นไปพร้อมกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ. 2310

หลังกรุงแตก "พระยาตาก" หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไม่ได้หนีจากศึกสงครามแต่เลือกฝ่าด่านศัตรูมุ่งสู่เมืองจันทบุรี เริ่มสะสมกำลังพล อาวุธ และวางแผนกอบกู้ชาติจนกลับมาตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานีใหม่ในวันที่ 28 ธันวาคม 2310

พระองค์ฟื้นฟูแผ่นดินที่แตกแยก รวบรวมหัวเมืองจากภาคกลางและภาคเหนือให้กลับเป็นหนึ่งเดียว พร้อมฟื้นเศรษฐกิจที่บอบช้ำจากสงคราม และฟื้นฟูพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางจิตใจของชาติ เพราะเชื่อว่า "ถ้าผู้คนหมดที่ยึดเหนี่ยวทางใจ บ้านเมืองก็ยากจะกลับมายืนอย่างมั่นคงได้"

ทุกปีในวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หน่วยงานราชการจัดพิธีวางพวงมาลา และจัดกิจกรรมรำลึกที่กรุงธนบุรีและจังหวัดสำคัญต่าง ๆ ซึ่งตัวแทนของคนไทยได้ย้อนระลึกวีรบุรุษในอดีต พร้อมตั้งคำถามเตือนใจว่า "ถ้าประเทศต้องการเราในแบบของยุคนี้…เราพร้อมจะก้าวออกมาแค่ไหน?"

วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงไม่ใช่แค่วันสำคัญ แต่เป็นการสะท้อนความกล้าหาญ ที่คนไทยยังต้องยึดถือเป็นต้นแบบเพื่อฟื้นฟูชาติในทุกวิกฤติที่เผชิญในยุคปัจจุบัน

ที่มา : https://www.dhr.go.th/post/publicity/503

อุ่นละมุนส่งท้ายปี!! “ตั๊ก บงกช” ควง “เจ้าสัวบุญชัย” บินฉลองคริสต์มาสออสเตรเลีย อุ้มหลานสาวเที่ยวสุดเอ็นดู น้องข้าวหอมโตหล่อเป็นหนุ่มเต็มตัว

(26 ธ.ค. 68) บรรยากาศครอบครัวอบอุ่นช่วงเทศกาลปลายปีถูกเล่าผ่านโพสต์ของ 'ตั๊ก บงกช' ที่เผยโมเมนต์ทริปคริสต์มาสกับสามี 'เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล' และลูกชายสุดที่รัก 'น้องข้าวหอม' ไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ที่ประเทศออสเตรเลีย

ภาพที่สร้างความประทับใจแก่แฟนๆ คือภาพที่ 'ตั๊ก' อุ้มเด็กหญิงตัวน้อยเดินท่ามกลางความอบอุ่นและความรัก พร้อมเปิดเผยว่าเด็กหญิงคนนี้คือ "หลานสาวของคุณบุญชัย" ซึ่งทำให้แฟนคลับหลายคนรู้สึกซาบซึ้งและยิ้มตามกับความน่ารักของครอบครัวใหญ่

นอกจากนี้ ความหล่อที่เริ่มชัดเจนของ 'น้องข้าวหอม' ที่เติบโตขึ้นตามวัย กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟน ๆ ชื่นชมกันอย่างมาก จนกลายเป็นโมเมนต์ชวนอมยิ้มส่งท้ายปีของบ้านเบญจรงคกุล

ภาพรวมของทริปคริสต์มาสนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงและความรักที่แม่และครอบครัวมอบให้กันช่วงเทศกาลสำคัญนี้ เป็นช่วงเวลาของการพักผ่อนและความสุขสำหรับครอบครัวที่ใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนถึงความอบอุ่นของสายสัมพันธ์ในบ้านใหญ่ของพวกเขา

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9864678/

27 ธันวาคม ของทุกปี วันจิตอาสา วันแห่งผู้อุทิศตน ทำงานเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม หลังคลื่นสึนามิปี 2547 วันที่พิสูจน์ว่าไทยไม่เคยทิ้งกัน

(27 ธ.ค. 67) วันที่ 27 ธันวาคมของทุกปีถูกจดจำเป็น "วันจิตอาสา" ของไทย ซึ่งเริ่มต้นหลังเหตุการณ์คลื่นสึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่ทำลายฝั่งอันดามันและคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก

เช้าวันนั้นตามด้วยวันที่ 27 ธันวาคมเป็นต้นมา คนไทยทั่วประเทศลุกขึ้นมาช่วยเหลือโดยไม่รอคำสั่ง ตั้งแต่รถนำของบริจาคไปลงพื้นที่ นักศึกษาลาหยุดเพื่อเป็นอาสาสมัคร จนถึงทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยลงพื้นที่เพื่อช่วยฟื้นฟูสังคม

ในโพสต์สื่อหลายแห่งมีข้อความว่า "เราต่างลุกขึ้นมาช่วยโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน" ซึ่งสะท้อนแก่นแท้ของจิตอาสา คือการใช้เวลาและแรงกายเพื่อช่วยสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน

วันจิตอาสาจึงถูกนิยามว่าเป็นวันของหัวใจที่รวมพลังคนธรรมดา แม้จะไม่ใช่วันหยุดราชการหรือวันสำคัญทางกฎหมาย แต่เป็นวันที่คนไทยเตือนใจถึงพลังของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง

จากจิตอาสาในเหตุภัยพิบัติสู่การช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน เช่น สอนหนังสือ ดูแลผู้ป่วย ช่วยสัตว์จรจัด หรือใช้ทักษะเฉพาะทางเพื่อสังคม ทำให้วันนี้เป็นวันปลุกหัวใจอาสาที่สะท้อนถึงสปิริตของความเป็นไทยที่พร้อมยื่นมือช่วยเหลือกันเสมอ

ที่มา : https://www.tnnthailand.com/social/99852/

ลุคนี้ยืนหนึ่ง!! “ญาญ่า” เดรสลูกไม้แดงซีทรู ฉลองคริสต์มาสนอร์เวย์ สวยแพงจัดเต็ม ฉลองคริสต์มาสอบอุ่นพร้อมครอบครัว โมเมนต์ดินเนอร์เรียบง่ายแต่สุขเต็มโต๊ะ

(26 ธ.ค. 68) นางเอกสาว 'ญาญ่า' อุรัสยา เสปอร์บันด์ สาดความแซ่บกลางนอร์เวย์ ด้วยเดรสลูกไม้สีแดงซีทรู ฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวที่บ้านพักในนอร์เวย์ วันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นพร้อมหน้าคุณพ่อ คุณแม่ และพี่สาว 'แคทลียา'

ไฮไลต์คือลุค 'ญาญ่า' ที่แม้จะสวยสง่าแต่ยังปล่อยความเซ็กซี่ในเดรสดังกล่าว พร้อมเมคอัพโทนแดงเข้ากับเทศกาลคริสต์มาส โดยเฉพาะลิปสีแดงที่ทำให้ลุคออกมา "สวยแพง" แฟนคลับแห่คอมเมนต์ชื่นชมผ่านโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

แม้การฉลองจะเป็นดินเนอร์ในบ้านแบบเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสุขและความเป็นกันเอง 'ญาญ่า' ยังเผยว่าการได้กลับมาเจอครอบครัวคือการชาร์จพลังเพื่อพร้อมลุยงานในปีหน้า ส่วนฝั่งแม่ปลา โพสต์วิดีโอเผยให้เห็นลูกๆ ช่วยกันเตรียมบ้านและอาสาเป็นเชฟ ทำความสะอาดบ้านก่อนวันคริสต์มาส

โดยรวมไม่เพียงเป็นแฟชั่นคริสต์มาสที่แซ่บสะท้อนลุคที่โดดเด่น แต่ยังเผยให้เห็นมุมอบอุ่นของ 'ญาญ่า' ในโมเมนต์ครอบครัวที่ละมุนใจและเรียบง่าย จนแฟนๆ ต้องยิ้มตามไปกับความสุขครั้งนี้

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9864482/

26 ธันวาคม 2547 ครบรอบ 21 ปี ‘วันสึนามิ’ ถล่มไทย ย้อนมหันตภัยสึนามิคร่ากว่านับพัน เปลี่ยนชายฝั่งไทยตลอดกาล ก่อนลุกขึ้นสร้างระบบเตือนภัยอันดามัน

(26 ธ.ค. 47) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 คลื่นสึนามิจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลขนาด 9.1-9.3 แมกนิจูดถล่มชายฝั่งอันดามันของไทย เป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คร่าชีวิตกว่า 230,000 คนในภูมิภาคประเทศรอบมหาสมุทรอินเดีย ไทยได้รับผลกระทบรุนแรง มีผู้เสียชีวิตกว่า 5,000 คนและบาดเจ็บสูญหายอีกจำนวนมาก

เหตุดังกล่าวเกิดจากแผ่นเปลือกโลกอินเดีย-ออสเตรเลียมุดตัวใต้แผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย ทำให้พื้นทะเลยกตัวอย่างรุนแรง ส่งคลื่นสึนามิถาโถมชายฝั่งสูงหลายเมตร รุนแรงในพื้นที่จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตลอดจนระนอง ตรัง และสตูล

ในวันนั้นน้ำทะเลลดอย่างผิดปกติ ประชาชนบางส่วนไม่ทันรับรู้ถึงอันตราย ก่อนคลื่นน้ำซัดเข้าทำลายบ้านเรือน ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยว กระทบเศรษฐกิจและชีวิตผู้คนอย่างลึกซึ้ง “หลังเหตุการณ์สงบลง เราต้องลุกขึ้นสร้างระบบเตือนภัยสึนามิที่เข้มแข็ง” เป็นคำกล่าวสะท้อนจากการฟื้นฟูและเรียนรู้ของไทย

หลังจากภัยครั้งนั้น รัฐบาลและองค์กรต่างๆ ร่วมกันสร้างระบบเตือนภัย ติดตั้งเสาสัญญาณเตือนภัยและแผนอพยพหนีภัย มีการจัดซ้อมแผนป้องกันอยู่เป็นประจำ ความรู้และการตระหนักรู้เรื่องสึนามิเพิ่มขึ้นในชุมชนชายฝั่ง

ทุกปีในวันที่ 26 ธันวาคม พื้นที่ชายฝั่งอันดามันจัดพิธีรำลึกผู้สูญเสีย เพื่อให้สังคมไม่ลืมบทเรียนและยังคงใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างระมัดระวัง ตอกย้ำความเปราะบางของมนุษย์ต่อพลังธรรมชาติและความพร้อมในการรับมือภัยในอนาคต

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_43257

เปิดบ้านที่นอร์เวย์ “ญาญ่า” กลับนอร์เวย์จัดบ้านฉลองคริสต์มาส สองพี่น้องช่วยกันลุยทำความสะอาด ก่อนเสิร์ฟดินเนอร์อบอุ่น โมเมนต์เรียบง่ายแต่พ่อแม่ยิ้ม

(25 ธ.ค. 68) ซุปตาร์สาว 'ญาญ่า อุรัสยา' กลับบ้านที่ประเทศนอร์เวย์เพื่อฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวในบรรยากาศอบอุ่น เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยปีนี้เธอและพี่สาว 'พี่แคท' ต้องช่วยกันทำความสะอาดและจัดบ้านอย่างเร่งรีบหลังมาถึงช้ากว่าปกติ

'แม่ปลา' คุณแม่ของครอบครัว เล่าว่าในมื้อคริสต์มาสดินเนอร์ปีนี้ ลูกๆ อาสารับบทบาทเป็นเชฟแทนพ่อแม่ โดยมีบางช่วงที่แซวเล่นว่า "มาลุ้นกันว่าหมูกรอบจะกรอบแบบนาน 3 วันมั้ย" เสริมความสนุกสนานให้วันพิเศษ

ท้ายที่สุด ผู้เป็นแม่สรุปความรู้สึกไว้ว่าวันนี้เป็นวันที่ "พิเศษและมีความสุข" ที่ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย แม้จะเป็นโมเมนต์ที่ดูธรรมดาแต่กลับเต็มไปด้วยความหมาย

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความสำคัญของการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวในเทศกาลสำคัญ และการแบ่งปันบทบาทกันในบ้านเพื่อสร้างความสุขร่วมกันอย่างแท้จริง

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9864286/

25 ธันวาคม 2514 ในหลวงร.9 เสด็จฯเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่ามูเซอ พระองค์ทรงหนุนปลูกกาแฟ–ลิ้นจี่–แมคคาเดเมีย เลิกฝิ่นเลิกไร่เลื่อนลอย พร้อมพระราชทาน “เหรียญชาวเขา” แทนเลขบัตรประชาชน

(25 ธ.ค. 68) เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2514 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่ามูเซอ ณ หมู่บ้านผาหมี หมู่ที่ 15 ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

การเสด็จพระราชดำเนินของพระองค์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทรงส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกพืชต่าง ๆ เช่น กาแฟ ลิ้นจี่ แมคคาเดเมีย รวมถึงพระราชทานวัวให้ชาวเขาเลี้ยง พร้อมกับหาจุดรับซื้อผลิตผล เพื่อให้ชาวเขาเหล่านั้นไม่ต้องปลูกฝิ่นหรือทำไร่เลื่อนลอย และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ยังทรงยืนยันว่า ชาวเขาเผ่ามูเซอทุกคนคือคนไทย ไม่ใช่คนเร่ร่อนไร้สัญชาติ

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ยังทรงพระราชทาน ‘เหรียญที่ระลึกสำหรับชาวเขา’ ซึ่งมีตัวย่อ ‘ชร’ (หมายถึงจังหวัดเชียงราย) และหมายเลขโค้ด 6 หลักที่ใช้แทนหมายเลขบัตรประชาชน ให้แก่ชาวเขาบ้านผาหมี โดยทรงพระราชทานเหรียญที่ระลึกนี้แก่ชาวเขาในหลายจังหวัดทั่วประเทศประมาณ 20 จังหวัดในปี พ.ศ. 2506 รวมกว่า 200,000 เหรียญ ทุกเหรียญจะมีอักษรย่อของจังหวัดและหมายเลขประจำเหรียญ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการสำรวจสำมะโนประชากรและการพิสูจน์สัญชาติในการทำบัตรประชาชนให้แก่ชาวเขา

ที่มา : https://www.matichon.co.th/royal/news_204995

กลับบ้านนาแล้วใจละมุน “แอน ทองประสม” เปิดบ้านนาที่เชียงใหม่ ร่มรื่นเต็มไปด้วยธรรมชาติ ปลูกผักปลอดสารพิษแบบง่ายๆ บรรยากาศสงบเรียบง่ายเหมาะเป็นที่ชาร์จพลั

(24 ธ.ค. 68) นางเอกและผู้จัดชื่อดัง 'แอน ทองประสม' เปิดเผยภาพบ้านพักตากอากาศ "บ้านนา" ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพักผ่อนและฮีลใจจากความวุ่นวายในเมืองกรุง โพสต์ดังกล่าวเผยให้เห็นบรรยากาศร่มรื่นและเต็มไปด้วยความสดชื่นของธรรมชาติรอบบ้าน

'แอน ทองประสม' แชร์ภาพพร้อมแคปชั่นว่า "กลับบ้านนา" ซึ่งสะท้อนความอบอุ่นและเรียบง่ายของบ้านหลังนี้ ที่เจ้าตัวตั้งใจปลูกผักปลอดสารพิษไว้นำมาใช้ประโยชน์เอง ทำให้สภาพแวดล้อมนี้ยิ่งช่วยเติมเต็มวิถีธรรมชาติให้กับชีวิต

แฟนๆ ที่ได้ชมภาพต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมบรรยากาศสวยสงบ ซึ่งหลายเสียงบอกว่า "สวย น่าอยู่" และรู้สึกเหมือนได้พักใจไปด้วยกับบ้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบใจในวันที่เหน็ดเหนื่อย

โพสต์นี้ยังมาพร้อมอัลบั้มภาพจำนวนมากที่เผยมุมต่างๆ ของบ้านนา ตอกย้ำความตั้งใจของ 'แอน ทองประสม' ในการสร้างบ้านพักใจที่ใช้ชาร์จพลังเมื่อมีเวลาว่างและต้องการความสงบ

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9863986/

24 ธันวาคม 2483 ย้อนวันประวัติศาสตร์ไทย ประเทศไทยประกาศย้าย "วันขึ้นปีใหม่" จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่เหมือนนานาชาติ

(24 ธ.ค. 68) เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2483 รัฐบาลไทยประกาศย้าย "วันขึ้นปีใหม่" จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคม ส่งผลให้ปี พ.ศ. 2483 มีเพียง 9 เดือนเท่านั้น เนื่องจากปีใหม่ตามระบบเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2484 แต่รัฐบาลได้ตัดเหลือแค่ 31 ธันวาคม 2483 เพื่อให้ปีนับสอดคล้องกับระบบปฏิทินสากล

ก่อนหน้านั้น ประเทศไทยเคยมีปีใหม่หลายช่วงเวลาที่เปลี่ยนตามยุคสมัย เช่น ในระบบจันทรคติใช้ แรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย ต่อมามีการเปลี่ยนเป็นช่วงสงกรานต์ คือ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 และต่อมายึดวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ทางราชการ

ยุคของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ผลักดันการย้ายวันปีใหม่ เพื่อแสดงความทันสมัยและให้สอดคล้องกับนานาชาติ โดยในประกาศย้ำว่า "วันที่ 1 มกราคม ไม่ขัดต่อพระพุทธศาสนา" และเป็นวันขึ้นปีใหม่ที่ใช้ในหลายประเทศ รวมทั้งเพื่อแก้ปัญหาการเหลื่อมของปีงบประมาณและการติดต่อระหว่างประเทศ

ผลคือ ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ฉลองปีใหม่ 2 รอบ คือ วันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินสากล และ ช่วงสงกรานต์ในเดือนเมษายน ที่ยังคงเป็นปีใหม่ในวัฒนธรรมและประเพณีของไทยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวันหยุด แต่สะท้อนถึงความพยายามของผู้นำในการปรับประเทศให้ทันสมัยและเดินไปในจังหวะเดียวกับโลกสากล พร้อมทิ้งมรดกวัฒนธรรมให้คนไทย "มีปีใหม่สองครั้งในหนึ่งปี" ซึ่งยังคงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทย

ที่มา : https://www.senate.go.th/view/386/News/SenateMagazine/252/TH-TH

‘แก้มบุ๋ม’ สดุดีทหารไทย ยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน ลั่นตนเพิ่งเข้าใจคำว่ารักชาติที่สุดก็ปีนี้เอง

(23 ธ.ค. 68) แก้มบุ๋ม - ปรียาดา สิทธาไชย นักแสดงชื่อดัง โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว สดุดีทหารไทย ทึ่งในความกล้าหาญ ยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน ลั่นอายุ 37 ปี ตนเพิ่งเข้าใจคำว่ารักชาติที่สุดก็ปีนี้เอง โดยระบุข้อความว่า 
“คุณเอาร่างกายของตัวเองต้านกระสุน
เพื่อปกป้องประเทศชาติ
จากลูกผู้ชายของใครบางคน

ความกล้าหาญแบบนี้...
ไม่ใช่ใครก็มี แต่คุณมี

และสิ่งที่คุณทำไม่สูญเปล่าเลย
เพราะมีคนอีกหลายคน
ที่รักชาติมากขึ้น จากการเสียสละของคุณ”

“37 ปีที่อยู่บนผืนดินนี้
เพิ่งเข้าใจคำว่ารักชาติที่สุดก็ปีนี้เอง
พอเห็นทหารยอมแลกชีวิตเสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดิน”

ไวรัลกลายเป็นงานจริง!! “เจนิส–แพต” จับมือเปิดตี้ไอ่เพื่อนรัก งานไวรัลกลางทองหล่อ เคมีเพื่อนซี้สายปั่น จุดไฟโซเชียล ด้วยวลี “คอไม่พับไม่กลับบ้าน”

(23 ธ.ค. 68) "เจนิส–เจณิสตา พรหมผดุงชีพ" และ "แพต–ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช" ผนึกรวมความสนุกในงาน "Pat x Janis เปิดตี้ไอ่เพื่อนรัก" ที่จัดขึ้นที่ทองหล่อ พร้อมกิจกรรมร่วมกับ Samsung Galaxy Z Flip7 บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเสียงหัวเราะจากแฟนคลับที่รู้ดีว่าเมื่อทั้งคู่มารวมตัว เรื่องสนุกไม่มีหยุด

จุดเริ่มต้นของงานนี้มาจากโพสต์ของเจนิสที่ประกาศอยากจัดปาร์ตี้ โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวเน็ตที่แท็กเรียก "แพต–ชญานิษฐ์" มาร่วมเล่นด้วย ก่อนที่แพตจะเข้ามารับคำท้าผ่านคอมเมนต์ และ Samsung จะเข้ามาช่วยจัดงานให้กลายเป็นความจริง

ความพิเศษของงานปรากฏตั้งแต่ทางเข้างานที่ทั้งสองสาวจับคู่ "โบกรถเมล์แดง" เป็นคอนเซ็ปต์สร้างเสียงฮือฮา และโดยแฟชั่นลุคของทั้งคู่ที่สร้างมีมใหม่ "จากมอเตอร์ไซค์สู่รถเมล์แดง" ซึ่งกลายเป็นภาพจำไม่เหมือนใครในช่วงงาน

ระหว่างงานมีการท้าดวลฝีปากกันอย่างน่าติดตาม พร้อมทั้งกิจกรรมชาเลนจ์ "พับ" มือถือ Galaxy Z Flip7 ที่ดึงดูดความสนใจจากอินฟลูเอนเซอร์และผู้เข้าร่วมงานอย่างมาก

ที่สุดของงานคือการประกาศต้อนรับ "แพต–ชญานิษฐ์" และ "เจนิส–เจณิสตา" เข้าสู่ครอบครัว #TeamGalaxy อย่างเป็นทางการ พร้อมสัญญาว่าจะมีสิ่งใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์ในปี 2026 ต่อไป

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10071131


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top