Friday, 3 July 2026
LITE

ประเทศไทยรำลึกถึง “วันกีฬาแห่งชาติ” เพื่อเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถด้านกีฬา ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ เปลี่ยนประวัติศาสตร์กีฬาไทยเป็นวันสำคัญของชาติ

(16 ธ.ค. 68) ทุกวันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปี ประเทศไทยรำลึกถึง "วันกีฬาแห่งชาติ" ซึ่งเป็นวันสำคัญที่ได้รับการกำหนดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถด้านกีฬาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบและได้คว้าเหรียญทองร่วมกันในการแข่งขันกีฬาแหลมทองเมื่อปี พ.ศ. 2510

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงต่อและดัดแปลงเรือใบ "นวฤกษ์" ด้วยพระหัตถ์ และทรงลงแข่งขันจริงในประเภทโอเค เรือลำนั้นชนะควบคู่กับทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทำให้นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ไม่ลืมเลือนในวงการกีฬาไทย

จากความสำเร็จนี้ กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้วันที่ 16 ธันวาคมเป็นวันกีฬาแห่งชาติ เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงการออกกำลังกายและค่านิยมกีฬาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่จำกัดเฉพาะนักกีฬาอาชีพเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันการจัดกิจกรรมกีฬาในวันนี้ยังขยายไปถึงการแข่งขัน อีสปอร์ต และกิจกรรมที่เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น

นอกจากนี้ กีฬาในวันสำคัญนี้ยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของกีฬาในสังคมไทย ทั้งด้านวินัย น้ำใจนักกีฬา การอยู่ร่วมกัน สุขภาพที่ดี และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจกีฬาในประเทศ แม้ในยุคที่ผู้คนเสพติดหน้าจอมากกว่าการเล่นกีฬา วันกีฬาแห่งชาติยังคงเป็น "ข้ออ้างดี ๆ" ให้คนไทยลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวและดูแลสุขภาพ

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ พระองค์ทรงโพสต์รูปคู่ “แบมแบม” หลังเสด็จร่วมงานอีสปอร์ต สร้างความประทับใจแฟนคลับ

(15 ธ.ค. 68) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์รูปพระองค์คู่กับศิลปินหนุ่มชื่อดัง 'แบมแบม GOT7' ผ่านอินสตาแกรมส่วนพระองค์ @nichax หลังเสด็จร่วมงาน PUBG United Festival 2025 ที่จัดขึ้น ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 12–14 ธันวาคม 2568

ในโพสต์ดังกล่าวพระองค์ทรงโพสท่าหัวใจที่แก้มและมินิฮาร์ตกับแบมแบม พร้อมเลือกใช้เพลง "WONDERING" ของแบมแบมประกอบ นอกจากนี้ยังทรงแทรกข้อความแคปชั่นว่า "PUBG United Festival 2025 #BamBam #ESport #ToBeNumberOne #Paragon #เพราะเราเป็นกำลังใจให้กัน #ไม่ว่างไม่ใช่ไม่สวย" ซึ่งสร้างความประทับใจแก่แฟนคลับและชาวเน็ตจนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์

การเสด็จร่วมงานครั้งนี้สะท้อนการสนับสนุนกิจกรรมเยาวชนที่สอดคล้องกับแนวทางโครงการ 'To Be Number One' ที่พระองค์ทรงยึดมั่นและส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง โดย PUBG United Festival 2025 ถือเป็นงานใหญ่ของวงการอีสปอร์ตที่รวมการแข่งขัน PUBG Global Championship และ PUBG Mobile Global Championship ภายใต้เทศกาลเดียวกัน

แฟน ๆ ต่างกล่าวชื่นชมความน่ารักและเป็นกันเองของทูลกระหม่อมหญิงและ 'แบมแบม' ผ่านโพสต์ที่เผยแพร่ออกไป ซึ่งสร้างบรรยากาศอบอุ่นและกระตุ้นความสนใจต่อกิจกรรมอีสปอร์ตในประเทศไทยอย่างมาก

กำหนดให้เป็น “วันชาสากล” ฉบับดั้งเดิมของประเทศผู้ปลูกชาและแรงงานไร่ชา สหภาพแรงงานเรียกร้องความเป็นธรรม ชาไม่ใช่สินค้าแต่คือชีวิตชาวไร

(15 ธ.ค. 68) 15 ธันวาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันชาสากล" ฉบับดั้งเดิมของประเทศผู้ปลูกชาและแรงงานไร่ชา เพื่อสื่อสารถึงคุณค่าและความสำคัญของใบชาในมิติประวัติศาสตร์ สังคม และเศรษฐกิจ จากภูเขาไร่ชา สู่ถ้วยชาในมือผู้บริโภคทั่วโลก

จุดเริ่มต้นของวันชานี้มาจากกลุ่มสหภาพแรงงานชาในเอเชียใต้และแอฟริกา ที่ร่วมกันเรียกร้องความเป็นธรรมทางราคาชาและสวัสดิการแรงงานไร่ชา ผ่านเวที World Social Forum และจัดกิจกรรม International Tea Day ครั้งแรกในปี 2005 ที่อินเดีย พร้อมด้วยประเทศผู้ปลูกชาอื่นๆ ที่สานต่อความสำคัญของวันชานี้ ไม่ใช่เพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่เพื่อให้คนทั่วโลกตั้งคำถามว่า "ชาแก้วนี้...แฟร์กับคนต้นทางแล้วหรือยัง?"

ถึงแม้สหประชาชาติจะรับรองวันชานานาชาติอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 พฤษภาคม เน้นเรื่องลดความยากจนและพัฒนาอย่างยั่งยืน แต่วันที่ 15 ธันวาคมยังคงเป็นวันสำคัญที่เชื่อมโยงกับแรงงานและเกษตรกรที่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมชาทั่วโลก

ใบชา หรือ Camellia sinensis ที่มีประวัติยาวนานหลายพันปี เป็นทั้งเครื่องดื่มและยาที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเครียดและส่งเสริมสมองให้โฟกัส โดยชาแต่ละชนิดมีวิธีการแปรรูปแตกต่างกัน เช่น ชาเขียว ชาดำ ชาอู่หลง ที่ต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

15 ธันวาคม จึงเป็นวันที่สะท้อนความหมายลึกซึ้งและเชื่อมโยงการดื่มชากับประวัติศาสตร์ ความเป็นธรรม และสุขภาพ ที่ต้องการให้ผู้บริโภคใส่ใจทั้งรสชาติและผู้ปลูกชาอย่างแท้จริง

 

วันลงนามหลักการร่วมยุทธ ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ในสงครามมหาเอเชียบูรพา เปิดเกมสงครามโลกครั้งที่ 2 เปลี่ยนประวัติศาสตร์ชาติ

(14 ธ.ค.68) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2484 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยเมื่อ 'จอมพล ป. พิบูลสงคราม' นายกรัฐมนตรี ลงนามใน "หลักการร่วมยุทธระหว่างไทยกับญี่ปุ่น" ที่ผูกมิตรภาพทางทหารอย่างเป็นทางการหลังจากญี่ปุ่นบุกไทยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 จากการยอมให้เดินทัพผ่าน รัฐบาลไทยตัดสินใจร่วมรบเคียงข้างญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2

เอกสารหลักการร่วมยุทธเจาะลึกภารกิจไทยในสงคราม เช่น การร่วมปฏิบัติในพม่า รักษาแนวชายแดน และสนับสนุนเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ พร้อมกันนี้แบ่งเขตยุทธการโดยญี่ปุ่นรับบทใต้ไทยทำหน้าที่เหนือ นอกจากนี้กองทัพอากาศและเรือไทยได้รับบทบาทเฉพาะที่ส่งเสริมการรบในภูมิภาค

ข้อตกลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การร่วมมือทางเทคนิค แต่คือจุดเปลี่ยนที่ไทยกลายเป็นพันธมิตรเต็มตัว จากนั้นในปี 2485 ไทยประกาศสงครามกับอังกฤษและสหรัฐ แม้ความสัมพันธ์หลังสงครามจะมีปัญหา แต่รัฐบาลไทยผ่านขบวนการเสรีไทยเพื่อพิสูจน์ว่าการร่วมมือเป็นผลจากแรงกดดัน

การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ ทิศทางประเทศไทยเปลี่ยนจากผู้ถูกบุกสู่ผู้ร่วมรบเต็มตัวในสงครามโลกครั้งที่ 2 และนำไปสู่คำถามทางประวัติศาสตร์ที่ถกเถียงในปัจจุบันว่าไทยเลือกเองหรือถูกบังคับในการร่วมมือครั้งนี้

417 ปีแห่งความรุ่งเรืองไม่ได้หายไปกับไฟสงคราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นมรดกโลก จากเมืองหลวงเก่าถึงมรดกชาติ ศูนย์กลางการค้าและศิลป์ไทย ภารกิจรักษาและส่งต่อต่อไป

(13 ธ.ค. 68) เมื่อปี พ.ศ. 2534 องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียน "เมืองประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา" เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งยืนยันว่าอยุธยาไม่ได้เป็นเพียงอดีตราชธานีของไทย แต่เป็นสมบัติร่วมของมนุษยชาติทั้งโลก

พระนครศรีอยุธยาก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 1893 โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 เป็นศูนย์กลางทางการเมือง การค้า และศิลปวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้มากว่า 417 ปี ก่อนถูกทำลายจนกลายเป็นซากเมืองร้างในปี พ.ศ. 2310 เมื่อกองทัพพม่าบุกทำลายเมือง

ในช่วงปลายทศวรรษ 2510 กรมศิลปากรเริ่มบูรณะโบราณสถานพร้อมประกาศบางส่วนเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ พ.ศ. 2534 อยุธยาจึงได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ โดยครอบคลุมเกาะเมืองและกลุ่มโบราณสถานสำคัญ รวมทั้งเขตกันชนที่ดูแลโดยร่วม

อยุธยาได้รับการยอมรับว่าเป็นหลักฐานโดดเด่นของอารยธรรมสยามที่เคยรุ่งเรืองและเชื่อมโลกผ่านชุมชนต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่น โปรตุเกส ดัตช์ และเปอร์เซีย สะท้อนภาพเมืองหลวงข้ามวัฒนธรรมที่มีคุณค่าระดับโลก พร้อมประกาศว่า "การได้ป้ายมรดกโลกไม่ใช่แค่ภูมิใจ แต่เป็นภารกิจของคนไทย"

หลังจากขึ้นทะเบียน ต้องมีการบูรณะและอนุรักษ์อย่างถูกวิชาการ พร้อมวางแผนป้องกันภัยและพัฒนาการเมืองโดยคำนึงถึงการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จากนี้อยุธยายังเป็นเวทีสำคัญที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ไทยให้โลกได้รับรู้และสะท้อนความพร้อมในการรักษามรดกวัฒนธรรมนี้ต่อไป

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2

#THESTATESTIMES
#LITE
#CoolLife
#TodaySpecial
#อยุธยา
#มรดกโลก
#ประวัติศาสตร์ไทย

“เทพบิว” สับ 9.94 รอบคัดเลือก ก่อนปิดจ๊อบทอง 100 ม. ด้วยเวลา 10.00 วินาที ถือเป็นการทำลายสถิติประเทศไทยที่เจ้าตัวเคยทำไว้ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กรีฑาไทยในซีเกมส์ ครั้งที่ 33

(11 ธ.ค. 68) "ภูริพล บุญสอน" หรือ "เทพบิว" เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2568 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กรีฑาไทยในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ด้วยการวิ่ง 100 เมตรชาย รอบคัดเลือกทำเวลา 9.94 วินาที ถือเป็นคนไทยคนแรกที่ทำลายกำแพง "10 วินาที" ในรายการนี้ ก่อนขึ้นคว้าเหรียญทองในรอบชิงชนะเลิศด้วยเวลา 10.00 วินาที ถือเป็นการทำลายสถิติประเทศไทยที่เจ้าตัวเคยทำไว้ 10.06 วินาที ในเอเชียนเกมส์ 2023 รวมถึงทำลายสถิติซีเกมส์เดิม 10.17 วินาที ที่ เซอร์โย่ อากุง วิโบโว่ ทำไว้เมื่อปี 2009

เวลานี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่า "ระบบซ้อม + ความมั่นใจ + ความพร้อม" ของนักวิ่งไทยกำลังก้าวหน้า ยังสะท้อนให้เห็นการยกระดับมาตรฐานซีเกมส์ในกรีฑาระดับสูงขึ้นอย่างชัดเจน แม้สถิตินี้จะต้องรอรับรองอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนก็ตาม

หลังเส้นชัย "เทพบิว" แสดงความปลื้มด้วยการชูพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมยืนยันว่า "ไทยมีนักวิ่งต่ำกว่า 10 วินาทีแล้ว" เป็นสัญลักษณ์แรงบันดาลใจใหม่สำหรับวงการกรีฑาไทยและคนรุ่นต่อไปที่ตั้งเป้าท้าใจสู่ความเร็วระดับโลก

เหรียญทองที่ได้ไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกรีฑาไทยทั้งหมด รวมถึงเพิ่มแรงสนับสนุนต่อระบบซ้อมและพัฒนากรีฑา ขณะที่รายการต่อไป "เทพบิว" จะลงแข่ง 200 เมตรและผลัด 4×100 เมตร เพื่อพิสูจน์สมรรถนะเดี่ยวและทีมในระดับซีเกมส์

ค่ำคืนวันที่ 11 ธันวาคม 2568 จึงเป็นคืนสำคัญที่ความเร็วระดับโลก "ไม่ไกลเกินเอื้อม" สำหรับประเทศไทยอีกต่อไป พร้อมเปิดโอกาสให้กรีฑาไทยก้าวสู่เวทีที่สูงขึ้นอย่างมั่นคง

ครบรอบ 5 ปี THE STATES TIMES จากอัตลักษณ์สีแดง สู่ สีเหลือง ย้ำจุดยืน 3 สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่เปลี่ยนแปลง!

12 ธันวาคม 2563 ประวัติศาสตร์หน้าแรกของ THE STATES TIMES จุดเริ่มต้นการเดินทางในฐานะสื่อออนไลน์สำหรับคนรุ่นใหม่ กับจุดยืนยึดมั่นใน 3 สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2563 คือวันเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของสำนักข่าว THE STATES TIMES ในฐานะสื่อออนไลน์น้องใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของสังคมไทย 

วันนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้วเป็นมากกว่าการปล่อยคอนเทนต์ชุดแรกสู่สาธารณะ แต่เป็นการประกาศการเข้าสู่สมรภูมิสื่อที่กำลังเผชิญกับคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด

ในช่วงปลายปี 2563 สังคมไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตสุขภาพจากโควิด-19 ควบคู่ไปกับวิกฤตข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวปลอมเกี่ยวกับวัคซีน การรักษา และมาตรการของรัฐบาลแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ประชาชนสับสนและขาดที่พึ่งในการแยกแยะข้อมูลที่ถูกต้อง THE STATES TIMES จึงถือกำเนิดขึ้นด้วยภารกิจที่ชัดเจนในการเป็น "แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้" และเป็น "เสียงแห่งความจริง" ท่ามกลางความวุ่นวาย

การเปิดตัวคอนเทนต์แรกของสำนักข่าวฯ จึงไม่ได้เน้นเพียงแค่การนำเสนอข่าวร้อน แต่เน้นการนำเสนอข่าวสารที่ผ่านการกลั่นกรองและวิเคราะห์อย่างรอบด้าน สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะเป็นสื่อที่ "ชัดเจน เป็นกลาง"  พร้อมยึดมั่นใน 3 สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ 

จากจุดเริ่มต้น เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2563 จวบจนก้าวย่างมาครบ 5 ปี ของ THE STATES TIMES ในวันนี้ แม้หลายสิ่งหลายอย่างในสังคมไทยจะเปลี่ยนไป รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์สำคัญ ของ THE STATES TIMES จากโลโก้สีแดงสู่สีเหลือง แต่จุดยืนที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนั่นก็คือ การยึดมั่นใน 3 สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่จะยังคงอยู่ตลอดไป
 

ลูกชาย 'เปิ้ล นาคร' ลุยงานระดับชาติ พิธีเปิดซีเกมส์ 2025 กลางราชมังคลาฯ โชว์เจ็ตสกีสะท้อนพลังน้ำในอาเซียน ย้ำดีกรีแชมป์เยาวชนระดับโลก!

11 ธ.ค. 68) น้องออก้า – นครา ศิลาชัย ลูกชาย 'เปิ้ล นาคร' โชว์เจ็ตสกีสุดเท่ในพิธีเปิดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ท่ามกลางเสียงปรบมือและคำชมจากคนดูในสนามและชาวเน็ต

สองพ่อ-ลูก ผ่านเวทีระดับชาติครั้งนี้ด้วยความภาคภูมิใจ 'เปิ้ล นาคร' โพสต์ในเฟซบุ๊กถึงโมเมนต์ที่รอลูกขึ้นแสดง พร้อมชื่นชมว่าลูกชาย "เก่งมากลูก" แม้จะพลาดนิดหน่อยแต่ทำดีที่สุดแล้ว และมองว่าการแสดงครั้งนี้คือโอกาสในการพิสูจน์ศักยภาพกีฬาเจ็ตสกีไทยให้ทั่วโลกเห็น

การแสดงเจ็ตสกีนี้สื่อถึง "ท้องทะเลและพลังของสายน้ำ" ในชุด "We are on – Connected by the SEA" ซึ่งสะท้อนภาพรวมการเชื่อมโยงผู้คนอาเซียนผ่านทะเลและกีฬา น้องออก้า วัย 14 ปีคือแชมป์เจ็ตสกีเยาวชนระดับโลก ผู้เป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการที่หลายคนจับตามอง

กระแสตอบรับดีกว่าแค่ลูกดารา เพราะเขาเป็นนักกีฬาที่ผ่านเวทีโลกจริง ๆ เป็นภาพลักษณ์ใหม่ของกีฬาไทยที่ไม่ใช่แค่ฟุตบอลหรือมวย แต่มีกีฬาเจ็ตสกีที่น่าจับตามองในระดับเอเชีย

เส้นทางของน้องออก้าไม่ได้มาเพียงโชว์ความเท่บนเวทีใหญ่ แต่เป็นการสะท้อนครอบครัวนักกีฬาที่ส่งต่อความฝันและแพสชันระหว่างรุ่น และมุมมองใหม่ ๆ ของกีฬาที่ถูกเล่าผ่านเวทีซีเกมส์ในบ้านตัวเองครั้งนี้อย่างทรงพลัง

เป็น “วันรัฐธรรมนูญ” วันสำคัญของระบบการปกครอง เส้นทางคู่ขนานของรัฐธรรมนูญไทย และสิทธิมนุษยชนโลก

(10 ธ.ค. 68) วันที่ 10 ธันวาคม คือวันสำคัญระดับชาติและสากล ที่มีความหมายคู่ขนานกันในประเทศและเวทีโลก สำหรับประเทศไทยคือ "วันรัฐธรรมนูญ" ซึ่งระบุแนวทางการปกครองภายใต้กฎหมายสูงสุด ส่วนในระดับนานาชาติคือ "วันสิทธิมนุษยชนสากล" ที่เน้นย้ำถึงศักดิ์ศรีและสิทธิที่เท่าเทียมกันของมนุษย์ทุกคน

วันที่ 10 ธันวาคม 2475 ประวัติศาสตร์ไทยเปลี่ยนผ่านเมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกของไทย ซึ่งกำหนดให้อำนาจอธิปไตยอยู่ที่ปวงชนชาวสยาม และวางกรอบอำนาจบริหารนิติบัญญัติและตุลาการ นับเป็นกุญแจสำคัญที่แสดงถึงอิสรภาพทางประชาธิปไตยและสิทธิพื้นฐานของประชาชน

ในขณะที่ระดับโลก วันที่เดียวกันนี้สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติรับรอง "ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน" เมื่อปี 2488 ซึ่งยืนยันว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมและศักดิ์ศรีไม่อาจถูกละเมิดโดยรัฐหรือผู้มีอำนาจ และได้ประกาศ 10 ธันวาคม เป็นวันสิทธิมนุษยชนสากลเพื่อรณรงค์ความตระหนัก

เทศกาลวันรัฐธรรมนูญในไทยเคยจัดอย่างยิ่งใหญ่เชื่อมกับประชาธิปไตย แต่ปัจจุบันหลายคนมองเป็นแค่วันหยุดปลายปี ขณะที่คำถามคาใจคือ "วันรัฐธรรมนูญ" ยังคงสะท้อนความหมายของ "สิทธิและอำนาจของประชาชน" มากน้อยแค่ไหน นำไปสู่การทบทวนว่า กฎหมายสูงสุดและสิทธิมนุษยชนสมควรมีบทบาทอย่างไรในชีวิตประจำวันของคนไทยและสังคมโลก

สุดท้าย วันที่ 10 ธันวาคม จึงไม่ใช่แค่วันหยุด แต่เป็นวันที่เตือนใจเราให้เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วม "ใช้" และ "ปกป้อง" สิทธิของตนในสังคม เพื่อให้รัฐธรรมนูญและสิทธิมนุษยชนกลายเป็นกุญแจปกป้องศักดิ์ศรีมนุษย์ทั้งในระดับชาติและระดับโลกอย่างแท้จริง

“วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล” โลกไม่ทน “การโกงเป็นเรื่องปกติ” สหประชาชาติย้ำเตือน ให้ตระหนักถึงภัยร้ายของการทุจริต

(9 ธ.ค. 68) วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี คือ "วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล" ที่สหประชาชาติย้ำเตือนให้โลกตระหนักถึงภัยร้ายของการทุจริต ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่กระทบต่อการพัฒนา สิทธิมนุษยชน และอนาคตของประชาชนทุกประเทศและคนรุ่นต่อไป

หัวใจของวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลคือ "อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต" หรือ UNCAC สนธิสัญญาระดับโลกฉบับแรกที่ครอบคลุมตั้งแต่การรับ–ให้สินบน การยักยอก การฟอกเงิน ถึงการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยบังคับให้ประเทศภาคีต้องป้องกัน ปราบปราม ร่วมมือข้ามชาติ และดึงทรัพย์สินที่ถูกยักยอกกลับคืนสู่ประชาชน

วันที่ 9 ธันวาคมในปี 2003 คือวันเปิดไฟสู่การต่อสู้กับคอร์รัปชัน เมื่อสมัชชาใหญ่สหประชาชาติรับรอง UNCAC อย่างเป็นทางการ และกำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล "9 ธันวาคมจึงไม่ใช่แค่วันสัญลักษณ์ แต่เป็นวันที่โลกถูกตั้งคำถามว่า เรากำลังทำอะไรจริงเพื่อหยุดการโกงหรือไม่?"

ผลกระทบของคอร์รัปชันไม่ใช่แค่ความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่ลามไปถึงสิทธิมนุษยชนและโอกาสที่ถูกพรากไป เช่น เด็กที่พลาดโอกาสทางการศึกษา โรงพยาบาลที่ขาดยา หรือโครงการพัฒนาที่ด้อยคุณภาพ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดและเป็นกลุ่มเจ้าของโลกยุคดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีตั้งคำถามอำนาจและผลักดันความโปร่งใส

ในปี 2024–2025 ธีมของแคมเปญสหประชาชาติคือ "Uniting with Youth Against Corruption: Shaping Tomorrow's Integrity" ซึ่งชูบทบาทคนรุ่นใหม่ไม่ใช่แค่เหยื่อ แต่เป็นกำลังหลักสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมใหม่ ท้าทายการโกงตั้งแต่ระดับชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งแต่ละประเทศเน้นกิจกรรมสร้างความตื่นตัวเพื่อการต่อต้านการทุจริตไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่วันในปฏิทิน

ในฐานะคนธรรมดา สิ่งที่ทำได้คือ ไม่เข้าร่วมระบบเส้นสาย ฝากสินบน หรือจ่ายใต้โต๊ะ ควรถาม ตรวจสอบ และใช้สิทธิในการร้องเรียน เพื่อรักษาความซื่อสัตย์และต่อต้านวัฒนธรรมการโกงที่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ภายในสังคมและองค์กรของตนเอง "คอร์รัปชันไม่ใช่ปัญหาของคนใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสังคมยอมรับการโกงเล็กน้อยจนกลายเป็นเรื่องปกติ"

“ลิซ่า” โพสต์รูปคู่ “กงยู” ครั้งแรก เฟรมเดียวฟาดทุกไทม์ไลน์ โมเมนต์ในฝันแฟนเกิร์ลทั่วโลก แฟน ๆ แห่แซวฝันสำเร็จแล้วแม่!

(8 ธ.ค. 68) ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ 'ลิซ่า BLACKPINK' โพสต์ภาพคู่กับพระเอกเกาหลีชื่อดัง 'กงยู' ลงอินสตาแกรมครั้งแรกจากงานเปิดตัวพื้นที่ใหม่ Louis Vuitton ที่ Shinsegae กรุงโซล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2025 ก่อนภาพโพสต์ลงวันที่ 5 ธันวาคมตามเวลาท้องถิ่น

ภาพนี้กลายเป็นโมเมนต์ที่แฟนคลับทั่วโลกตื่นเต้นอย่างมาก เพราะลิซ่าเคยบอกไว้ว่าฝันอยากถ่ายรูปคู่กับ 'กงยู' สักครั้งในชีวิต งานนี้จึงเป็นเหมือนความฝันที่เป็นจริงท่ามกลางงานใหญ่ของแบรนด์ LV The Place Seoul ซึ่งรวมดาวดังระดับเอเชียทั้ง 'กงยู', 'จอนจีฮยอน', 'ชินมินอา', 'จองโฮยอน', 'J-Hope (BTS)' และ 'Felix (Stray Kids)'

ลิซ่าเคยบอกในรายการ 'Knowing Brothers' ว่า “'กงยู' คือสเปกเลย” และเมื่อสื่อถามฝั่งพระเอกชื่อดัง เขาก็ตอบอย่างเขิน ๆ พร้อมส่งลายเซ็นพร้อมข้อความขอบคุณลิซ่า “ขอบคุณที่ติดตามผลงานผมด้วยความรักแบบนั้น” สร้างความฟินให้แฟน ๆ อย่างมาก

เซ็ตภาพที่ลิซ่าโพสต์มีทั้งหมด 11 รูป ไฮไลต์คือภาพคู่กับ 'กงยู' ที่ใส่ชุดสูทโทนเข้มเรียบง่าย ดูอบอุ่น ในขณะที่ลิซ่าใส่ชุดโทนพาสเทลซีทรูจากคอลเลกชัน Spring/Summer 2026 ที่สื่อมองว่าเป็น 'Louis Vuitton Doll' ลุคสำคัญของงาน

แฮชแท็ก #LisaGongYoo ขึ้นเทรนด์หลายแพลตฟอร์ม ทั้งนี้เพราะทั้ง 'ลิซ่า' และ 'กงยู' ต่างเป็นแอมบาสเดอร์ Louis Vuitton ฝ่ายหญิงและชาย โมเมนต์นี้จึงไม่ใช่แค่ช่วงเวลาฟิน แต่ยังสะท้อนพลังซอฟต์พาวเวอร์เอเชีย และแรงบันดาลใจว่า "การเป็นแฟนเกิร์ล/แฟนบอยไม่ใช่เรื่องไร้สาระ" อย่างที่ 'ลิซ่า' กล่าวไว้ว่า "ถ้าเราตั้งใจทำความฝันของเรา สักวันหนึ่งอาจยืนระดับเดียวกับไอดอลได้"

ไทยพร้อมเต็มร้อย ดึง “แบมแบม” ขึ้นเวทีพิธีเปิด โชว์ศักยภาพบันเทิง–กีฬาในช็อตเดียว นำทัพเปิดซีเกมส์ครั้งที่ 33

(7 ธ.ค. 68) มหกรรมกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 เตรียมเปิดอย่างเป็นทางการบนแผ่นดินไทย ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยมีซูเปอร์สตาร์ระดับโลกสัญชาติไทย ‘แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล’ ขึ้นแสดงบนเวทีพิธีเปิดร่วมกับศิลปินไทยคนอื่นๆ เพื่อกระตุ้นพลังเชียร์ทั่วประเทศและภูมิภาคอาเซียน

รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมเต็ม 100% สำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งนี้ โดยจะมีนักกีฬาจาก 11 ชาติในอาเซียนเข้าร่วมแข่งขันในกว่า 50 ชนิดกีฬา ชิงเหรียญทองมากกว่า 500 เหรียญ โดยกิจกรรมหลักกระจายอยู่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดชลบุรี การถ่ายทอดสดจะให้สถานีโทรทัศน์ NBT เป็นแม่ข่ายควบคู่กับช่องทางออนไลน์ เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

‘แบมแบม’ จะเป็นหัวใจของโชว์พิเศษในพิธีเปิด ตอกย้ำบทบาทจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์เชียร์ไทยสู่ศิลปินบนเวทีใหญ่ พร้อมคำสัญญาว่าจะมี "บิ๊กเซอร์ไพรส์" สร้างความประทับใจให้แฟนกีฬาทั้งที่สนามและหน้าจอ เขายังสะท้อนความรักบ้านเกิดผ่านเพลงและโปรเจ็กต์ "Hometown" โดยกล่าวว่า "ไปในนามแบมแบม ไปในนามคนไทยครับ"

การกีฬาแห่งประเทศไทยเปิดให้ประชาชนสามารถจองบัตรเข้าชมพิธีเปิดฟรี เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในฐานะเจ้าภาพร่วมของคนไทยทั่วประเทศ แม้การแข่งขันจะจัดในบางจังหวัดก็ตาม ภาพรวมของซีเกมส์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่เป็นโอกาสแสดงศักยภาพทางซอฟต์พาวเวอร์ของไทยที่ผสมผสานกีฬาและวัฒนธรรม สร้างภาพจำใหม่ในสายตาอาเซียนและโลก

ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 แสงไฟและเสียงเพลงของ ‘แบมแบม’ บนเวทีราชมังคลากีฬาสถาน จะไม่ใช่แค่สัญญาณการเปิดการแข่งขัน แต่ยังเป็นประกาศว่าประเทศไทย...ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าภาพที่ใช้กีฬาและวัฒนธรรมเป็นสะพานสู่ความยิ่งใหญ่ในเวทีโลก

วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา

(7 ธ.ค. 68) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 พระองค์เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับพระราชโองการแต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษและเสนาธิการกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจมากมาย ทั้งในด้านสาธารณกุศลผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และด้านกฎหมายที่ทรงมีความเชี่ยวชาญ ด้วยพระกรุณาที่ทรงเสด็จแทนพระองค์อย่างเสมอมา เมื่อครั้งทรงศึกษา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทรงเข้าร่วมงานฟุตบอลประเพณีและเป็นผู้เชิญธรรมจักรสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย รวมถึงทรงทำงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำองค์การสหประชาชาติ

‘มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย’ ก่อตั้งขึ้นในช่วงอุทกภัยปี พ.ศ. 2538 ซึ่งพระองค์ทรงลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบและทำให้เหตุการณ์สงบขึ้น อีกทั้งทรงก่อตั้ง ‘โครงการกำลังใจ ในพระดำริ’ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงและเด็กในทัณฑสถาน โดยทรงนำเสนอร่างข้อกำหนดต่อองค์การสหประชาชาติในชื่อ “Enhancing Life for Female Inmates: ELFI”

นอกจากนี้ พระองค์ยังเป็นประธาน ‘มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ’ ซึ่งมุ่งให้โอกาสและพัฒนาชีวิตผู้ด้อยโอกาสในสังคม รวมถึงอดีตผู้ต้องขัง เพื่อสนับสนุนให้พวกเขากลับสู่สังคมอย่างปกติสุข พระองค์ยังทรงจัดตั้งมูลนิธิอื่น ๆ เช่น มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และเครือข่ายคนรักน้องหมา

พระกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สะท้อนความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคมไทยในหลายมิติ ทั้งการกุศล พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในระดับนานาชาติ ด้วยคำว่า "เสด็จแทนพระองค์อย่างเสมอมา" แสดงถึงความมุ่งมั่นที่ทรงมีต่อภารกิจรับใช้ประชาชนและพระมหากษัตริย์อย่างยิ่งใหญ่

รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้อาราธนาพระภิกษุสงฆ์ มาจำพรรษา "วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม" ที่ถูกกำหนดให้เป็นหัวใจทางศาสนาและสัญลักษณ์สำคัญ ของรัชกาลที่ 5 ที่ยังคงยืนหยัดจนถึงทุกวันนี้

(6 ธ.ค. 68) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร หรือ "วัดหินอ่อน" บนถนนศรีอยุธยา–ดุสิต กลายเป็นวัดประจำพระราชวังดุสิตและพระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2443 หลังจากได้รับการสถาปนาใหม่บนพื้นที่วัดเดิมที่ทรุดโทรม

ในวันดังกล่าว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้อาราธนาพระภิกษุสงฆ์ 33 รูปจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระปริยัติธรรมและวิปัสสนากรรมฐานของกรุงเทพฯ มาจำพรรษาที่วัดใหม่ พร้อมพระราชทานนาม "ดุสิตวนาราม" ต่อท้ายชื่อวัดเดิม "วัดเบญจบพิตร" ให้กลายเป็น "วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม" อย่างสมบูรณ์ในวันเดียวกัน

การอาราธนาพระ 33 รูปนี้ ช่วยให้วัดพร้อมทำสังฆกรรมครบถ้วน ทั้งบวชพระสามเณรและการเรียนปริยัติ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่วัดเปลี่ยนจากวัดราษฎร์เล็ก ๆ สู่พระอารามหลวงเต็มรูปแบบ ภายใต้การออกแบบโดยสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ที่ผสมผสานศิลปะไทยและสถาปัตยกรรมตะวันตกอย่างสวยงาม

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามจึงไม่ใช่แค่สถานที่ทางศาสนา แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคเปลี่ยนผ่านสู่สมัยใหม่ของราชสำนักและเมืองกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพระอุโบสถหินอ่อนที่ชาวต่างชาติเรียกกันว่า "The Marble Temple" ซึ่งสะท้อนถึงศิลปะและความงามควบคู่กับประวัติศาสตร์การเมืองของสมัยพระปิยมหาราช

วันที่ 6 ธันวาคม 2443 จึงมิใช่วันสำคัญเฉพาะในบันทึกประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นวันที่วัดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งถูกกำหนดให้เป็นหัวใจทางศาสนาและสัญลักษณ์สำคัญของรัชกาลที่ 5 ที่ยังคงยืนหยัดจนถึงทุกวันนี้

“ลิซ่า” ปรากฏตัวลุคซีทรู Louis Vuitton จนสื่อเกาหลีเทใจเรียก ‘ตุ๊กตาที่มีชีวิต’ เผยแฟชั่นชิคจาก Spring 2026 ตอกย้ำไอคอนแฟชั่นระดับโลก

(4 ธ.ค. 68) 'ลิซ่า ลลิษา มโนบาล' หรือ 'ลิซ่า BLACKPINK' ปรากฏตัวในฐานะฮาวส์แอมบาสเดอร์ของ Louis Vuitton ที่งาน Louis Vuitton Visionary Journey ที่เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ท่ามกลางสายตาสื่อและแฟน ๆ ทั่วโลก

ลิซ่าสวมใส่ชุดซีทรูจากคอลเลกชัน Louis Vuitton Spring 2026: Home Sweet Home Collection โดยแทบไม่ปรับแต่งจากรันเวย์ ชุดดีไซน์ชิคเผยให้เห็นบราด้านในอย่างชัดเจน ผสมผสานกับสไตลิ่งโทนโมเดิร์นที่เน้นความโฉบเฉี่ยวแต่ดูหรูหรา เสริมด้วยทรงผมลอนหยิกที่ช่วยให้ภาพลักษณ์ดูคล้าย “ตุ๊กตาที่มีชีวิต” ตามคำบรรยายของสื่อเกาหลีและชาวเน็ต

หลังภาพเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตหลายคนยกย่องว่า “ลุคดีกว่านางแบบบนรันเวย์” และยอมรับว่า 'ลิซ่า' นำเสนอชุดนี้ได้มีชีวิตชีวามากขึ้น ความเห็นส่วนใหญ่เชื่อว่า หากลิซ่าขึ้นเดินแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton ก็สามารถทดแทนนางแบบได้สบาย ด้วยคาแรกเตอร์และพลังการนำเสนอชุดที่โดดเด่น

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง 'ลิซ่า' กับ Louis Vuitton ที่ยังคงเดินหน้าสร้างกระแสในแฟชั่นและซอฟต์พาวเวอร์ของ K-pop บนเวทีโลก ชุดซีทรูของเธอจึงไม่เพียงแค่ “เอาอยู่ทุกมุมกล้อง” แต่ยังตอกย้ำการเป็นแฟชั่นไอคอนระดับโลกของศิลปินไทยบนเวทีลักซ์ชัวรีชั้นนำอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top