Saturday, 22 August 2026
LITE

ดราม่าหยุดก่อน!! “บอย พิษณุ” ประกาศขายบ้านหรู บ้าน 2 หลัง 5 ห้องนอน 4 ที่จอด ย้ำดราม่า “ไม่ได้ถังแตก” บอกชัดแค่ปรับให้เหมาะกับปัจจุบัน

(22 ธ.ค. 68) นักแสดงและพิธีกร 'บอย พิษณุ นิ่มสกุล' ประกาศขายบ้านหรูราคา 70 ล้านบาทในซอยโพธิ์แก้ว ผ่านโพสต์โซเชียลส่วนตัว พร้อมถ่ายทอดบรรยากาศภายในบ้านอย่างชัดเจน พร้อมชี้แจงว่าไม่ได้ตกอับหรือถังแตก เพียงแค่ต้องการปรับที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับชีวิตปัจจุบัน

บ้านหลังนี้มีเนื้อที่ 268 ตารางวา ตั้งอยู่ในทำเลที่เข้าถึงได้หลายเส้นทาง เช่น ถนนนวมินทร์ ลาดพร้าวซอย 101 และถนนเลียบทางด่วนเอกมัย–รามอินทรา โดยเป็นซอยตันสงบ มีบ้าน 2 หลังในพื้นที่เดียวกัน รวม 5 ห้องนอน และที่จอดรถ 4 คัน

'บอย' เสริมอีกว่า เขาตั้งใจจะย้ายไปอยู่บ้านหลังเล็กกว่า ไม่ใช่เพราะปัญหาการเงิน หรือชีวิตตกต่ำ โดยเขาโพสต์ว่า "ไม่ดราม่านะ แค่ปรับตามความเหมาะสมในปัจจุบัน" และฝากเชิญชวนผู้สนใจให้ติดต่อทางอินบ็อกซ์

โพสต์นี้ได้รับความสนใจอย่างมาก มีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเห็นชื่นชมบ้านพร้อมแซวขำๆ จากเพื่อนในวงการอย่าง 'ต้นหอม ศกุนตลา' ที่เล่นมุก "ขายเสร็จขอยืมเงินสักล้าน" สร้างเสียงหัวเราะในโลกออนไลน์

ก่อนหน้านี้ 'บอย' เคยเป็นที่พูดถึงจากการยุติธุรกิจปลาแซลมอน เนื่องจากปัญหารุมเร้าหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เขาได้ขอบคุณทุกกำลังใจที่ได้รับจากแฟนๆ และติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/5426899/

22 ธันวาคม 2431 สัญญา 9 ข้อ จุดเริ่มยุคเสียดินแดน “สิบสองจุ” ไทเป็นเส้นแบ่งเขต ไทย–ฝรั่งเศส ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคเสียดินแดนในรัชกาลที่ 5 ถูกจารว่าเป็นการเสียดินแดนครั้งแรกของยุครัตนโกสินทร์ใหม่

(22 ธ.ค. 74) วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2431 เป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อสยามและฝรั่งเศสลงนามใน "สัญญา 9 ข้อ" เรื่องเมืองสิบสองจุไท ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคเสียดินแดนในรัชกาลที่ 5

เมืองสิบสองจุไทเป็นแคว้นภูเขาที่รวมกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ ไทขาว และไทแดง อยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามปัจจุบัน โดยแคว้นนี้ถือเป็นพื้นที่กันชนทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างเวียดนาม ลาวเหนือ และจีนยูนนาน สยามไม่ตั้งจังหวัด แต่มีอำนาจบังคับในระบบบรรณาการสั้น ๆ และใช้เป็นฐานร่วมกับการป้องกันภัย

ในช่วงเวลานั้น ฝรั่งเศสเข้ามามีอิทธิพลในอินโดจีน และใช้ฐานการทูตและกำลังทหารแผ่อำนาจในพื้นที่สิบสองจุไท ขณะที่สยามต้องการหลีกเลี่ยงสงครามกับมหาอำนาจฝรั่งเศส จึงเจรจาหยุดรบชั่วคราวผ่านสัญญานี้ แต่หลังลงนาม ฝรั่งเศสเริ่มผนวกสิบสองจุไทโดยอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์และแม่ทัพฝรั่งเศสใช้คำสั่งให้เลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงกับฝรั่งเศส

เหตุนี้ทำให้สัญญา 9 ข้อถูกมองในประวัติศาสตร์ไทยว่าเป็นการเสียเปรียบทางการทูต เป็นจุดเริ่มต้นของการเสียดินแดนที่ตามมาหลังจากนั้น เช่น วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ที่สยามต้องเสียลาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส

"ในโลกที่มหาอำนาจยังมีอยู่เสมอ รัฐไทยต้องเรียนรู้ที่จะรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของตน" นี่คือบทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้ที่ควรจำและนำไปใช้เป็นบทเรียนทางการทูตในทุกยุคสมัย

ที่มา : https://ooylifeiseasy.wordpress.com/

เตือนก่อนสาย!! ญี่ปุ่นประเมินแผ่นดินไหวใหญ่ โอกาสเกิดในโตเกียวสูงภายใน 30 ปี สูญเสียหนักทั้งคนทั้งเศรษฐกิจ มาตรการป้องกันช่วยลดความรุนแรงได้

(21 ธ.ค. 68) รัฐบาลญี่ปุ่นประเมินว่าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.3 แมกนิจูดที่อาจเกิดขึ้นในกรุงโตเกียวและพื้นที่ใกล้เคียงในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 18,000 ราย

คณะทำงานของรัฐบาลแจ้งว่าการประเมินเกิดจากสมมติฐานแผ่นดินไหวศูนย์กลางทางตอนใต้ของใจกลางโตเกียว ซึ่งมีความเสียหายลดลงราว 20% จากการประเมินในปี 2013 เนื่องจากการพัฒนาอาคารที่ทนทานและมาตรการป้องกันอัคคีภัยที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจในกรณีเลวร้ายที่สุดไว้ที่ 82.6 ล้านล้านเยน (ประมาณ 16.65 ล้านล้านบาท) ลดลงจากเดิมที่ 95 ล้านล้านเยน (ประมาณ 19.11 ล้านล้านบาท)

โดยมีโอกาสประมาณ 70% ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7 แมกนิจูดภายใน 30 ปีข้างหน้าในพื้นที่กรุงโตเกียวและรอบข้าง ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุดซึ่งอาจเกิดในช่วงเย็นฤดูหนาว รัฐบาลคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 8,000 รายในโตเกียวเพียงแห่งเดียว หรือมากกว่าร้อยละ 40 ของยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด

คำเตือนนี้สะท้อนผ่านมาตรการป้องกันที่ทำให้ความรุนแรงของเหตุการณ์ลดลง แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่คงอยู่และจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่องในประเทศที่มีความหนาแน่นทางประชากรสูงเช่นญี่ปุ่น

ที่มา : Xinhua

 

ใจบุญของจริง “ไฮโซเมย์” มอบรถพยาบาล เติมกำลังทีม “บุ๋ม ปนัดดา” ลุยช่วยสังคม พร้อมเครื่องมือครบครัน เพิ่มโอกาสช่วยชีวิตได้มากขึ้น

(21 ธ.ค. 68) "ไฮโซเมย์ วาสนา" ร่วมกับ บริษัท ไบโอแอคทีฟ เอ็นแซด 1984 จำกัด มอบรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ครบครัน 1 คัน มูลค่า 1.59 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิองค์กรทำดีของ "บุ๋ม ปนัดดา" เพื่อเสริมศักยภาพการช่วยเหลือภารกิจฉุกเฉินทั่วประเทศ

"บุ๋ม ปนัดดา" เผยผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า "จัดซื้อรถพยาบาลพร้อมใช้งาน 1 คัน…มอบให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี เพื่อนำไปช่วยเหลือเคสต่าง ๆ ในสังคม" พร้อมชื่นชมผู้สนับสนุนที่ทำให้ภารกิจจิตอาสาเดินหน้าได้อย่างเข้มแข็ง

รถพยาบาลไม่ได้เป็นเพียงพาหนะแต่เป็น "ระบบช่วยชีวิตเคลื่อนที่" ที่จำเป็นสำหรับการรับมือผู้ป่วยฉุกเฉินและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทาง ยิ่งทีมองค์กรทำดีซึ่งลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและขยายความช่วยเหลือในหลายจุดพร้อมกัน

ก่อนหน้านี้ บุ๋ม ปนัดดา เคยส่งมอบรถพยาบาลแรงดันลบพร้อมเจ้าหน้าที่ฟรีในช่วงโควิด-19 เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ขณะที่ภาคเอกชนสนับสนุนอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างแคปซูลความดันลบ ช่วยเสริมความมั่นใจในปฏิบัติงานของทีมจิตอาสา

ความช่วยเหลือครั้งนี้ของ "ไฮโซเมย์ วาสนา" ไม่ใช่แค่การให้กำลังใจ แต่เป็นการส่งมอบเครื่องมือที่จับต้องได้ เพื่อเสริมความพร้อมในการทำงานภาคสนาม ช่วยให้ระบบช่วยเหลือสังคมเดินหน้าต่อไปด้วยความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

ที่มา : https://entertainment.trueid.net/detail/n1JA9bJVZw0X

21 ธันวาคม 2484 วันที่ไทยจับมือญี่ปุ่น ลงนามพันธมิตร เปิดสนธิสัญญาพันธมิตรกลางวัดพระแก้ว จุดเริ่มต้นมรสุมสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องเลือกข้างที่ยังถกเถียงกัน

เมื่อ 21 ธ.ค. 2484 วันที่สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อรัฐบาลไทยโดย 'จอมพล ป. พิบูลสงคราม' ลงนามสนธิสัญญาพันธมิตรกับจักรวรรดิญี่ปุ่นที่พระอุโบสถวัดพระแก้วอย่างเป็นทางการ การลงนามครั้งนี้ทำให้ไทยเปลี่ยนสถานะจากผู้วางตัวเป็นกลางในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพันธมิตรกับฝ่ายอักษะ

เริ่มจากเหตุการณ์เมื่อ 8 ธันวาคม 2484 กองทัพญี่ปุ่นยกพลเข้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ในไทย ทหารไทยบางส่วนสู้เต็มกำลังแต่ต้องหยุดยิงเพื่อเปิดทางผ่านให้ญี่ปุ่น จากนั้นรัฐบาลไทยเริ่มเจรจาให้ไทยกลายเป็นพันธมิตรโดยสมัครใจ

สาระสำคัญของสนธิสัญญาคือความร่วมมือทางทหารทั้งเชิงรุกและรับ หากฝ่ายหนึ่งทำสงครามกับประเทศที่สาม อีกฝ่ายต้องช่วยเหลือกัน ไทยได้รับแนวคิดและบทบาทใน "วงไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชียบูรพา" ภายใต้การนำของญี่ปุ่นและยอมให้กองทัพญี่ปุ่นใช้พื้นที่เป็นฐานปฏิบัติการ

แม้ว่าการลงนามนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการเลือกทางที่เสียหายน้อยที่สุดเพื่อรักษาเอกราชและผลประโยชน์ชาติ แต่ก็ทำให้ไทยกลายเป็นพันธมิตรฝ่ายอักษะอย่างชัดเจน เมื่อมกราคม 2485 ไทยประกาศสงครามกับอังกฤษและสหรัฐฯ แต่สหรัฐยังไม่ยอมรับการประกาศสงครามผ่านทางเอกอัครราชทูต ทำให้ไทยถูกมองว่าเป็นประเทศถูกญี่ปุ่นกดดัน

หลังสงคราม สิ่งที่ช่วยให้ไทยรอดโทษหนักคือบทบาทของขบวนการ "เสรีไทย" ที่ร่วมมือกับฝ่ายสัมพันธมิตรและการทูตของสหรัฐฯ ที่สนับสนุนให้ไทยถูกมองเป็นผู้ถูกกดดัน ไม่ใช่ผู้รุกราน ความทรงจำของวันที่ 21 ธันวาคมจึงเป็นบทเรียนเรื่องการเลือกฝ่ายท่ามกลางความขัดแย้งและมหาอำนาจโลก

ที่มา : https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2

 

20 ธันวาคม 2510 สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นมหาวิทยาลัยแรกของภาคอีสาน

(20 ธ.ค. 53) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2510 เป็นวันสำคัญทางการศึกษาของไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่างเป็นทางการ ณ จังหวัดขอนแก่น มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับอุดมศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแห่งแรกที่เปลี่ยนผืนดินอีสานให้เป็น "เมืองมหาวิทยาลัย"

มหาวิทยาลัยขอนแก่นเริ่มมีแนวคิดตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นถูกชะลอไปจนมาเดินหน้าจริงจังในยุคหลัง ปี 2500 ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 ซึ่งมีเป้าหมายสร้างสถาบันการศึกษาภูมิภาคเพื่อตอบโจทย์พัฒนาของภาค พร้อมได้เลือกพื้นที่กว้างกว่า 5,000 ไร่ บริเวณบ้านศรีฐาน จังหวัดขอนแก่น เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัย

ในวันเปิดอย่างเป็นทางการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ทั้งอาคารเรียน ห้องทดลอง และแปลงเกษตร พร้อมปลูกต้น "กัลปพฤกษ์" ซึ่งภายหลังกลายเป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย เป็นสัญลักษณ์ของความหวังและปัญญาของเยาวชนอีสาน โรงเรียนนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการย้ายศูนย์กลางความรู้จากกรุงเทพฯ มาอยู่กลางภูมิภาค

ก่อนหน้านั้นเยาวชนอีสานต้องเดินทางไกลไปกรุงเทพฯ เพื่อศึกษามหาวิทยาลัยทำให้เสียโอกาสมหาศาล มข. จึงไม่ได้เป็นแค่สถาบันการศึกษาแต่เป็นสะพานเชื่อมเด็กบ้านนาสู่โลกใหม่ ที่มาพร้อมฐานความรู้ด้านเกษตร วิศวกรรม และสาธารณสุขซึ่งตอบโจทย์การพัฒนาจริงของภาค

มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังเป็นบ่งชี้เชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญว่า รัฐไทยให้ความสำคัญกับอีสานโดยแท้จริง ซึ่งโรงเรียนนี้ได้เติบโตเป็นศูนย์กลางวิชาการและการแพทย์สำคัญในภูมิภาค อันเป็นผลมาจากวันที่ 20 ธันวาคม 2510 อันหมายความถึงโอกาสและอนาคตของคนอีสานที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร

ที่มา : https://web.army2.mi.th/24641/2023/12/20/

ของรางวัลไม่เบา!! สาวหาดใหญ่ดวงปัง จับสลากได้ตู้เย็นกลางสวนลุมฯ แต่ปลายทางอยู่สงขลา ชาวเน็ตแนะ ‘ไปรษณีย์ช่วยได้’

(19 ธ.ค. 68) สาวจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลายเป็นไวรัลในโซเชียล หลังจับสลากขำ ๆ งานกาชาด 2568 ที่สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ได้รางวัลที่ 2 เป็นตู้เย็นขนาดใหญ่ ทำให้ชาวเน็ตสนุกกับคำถามที่ว่า "แล้วเอากลับบ้านยังไง?"

ผู้ใช้ TikTok @mewtanaa เล่าโมเมนต์ที่ได้รางวัลใหญ่ ถึงความช็อกปนขำกับตู้เย็นที่หิ้วกลับบ้านลำบาก โดยมีคอมเมนต์จากชาวเน็ตทั้งแซวและช่วยคิดทางออก ซึ่งส่วนใหญ่แนะนำให้ติดต่อบูธไปรษณีย์ในงานเพื่อจัดส่งกลับบ้านแทน

งานกาชาดปีนี้มีร้านไปรษณีย์ไทยออกร้าน พร้อมบริการส่งพัสดุขนาดใหญ่ (EMS JUMBO) รองรับของรางวัลอย่างตู้เย็น โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทำให้นักเที่ยวงานที่ได้รางวัลชิ้นโตส่งของกลับบ้านสะดวกขึ้นจริง

งานกาชาด 2568 จัดที่สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 11–21 ธันวาคมนี้ เริ่มตั้งแต่ 11.00 น. และมีเวลาปิดแตกต่างระหว่าง 22.00-23.00 น. ตามแต่แหล่งข่าว ธีมปีนี้คือ “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” มีทั้งนิทรรศการ การออกร้าน และการเสี่ยงโชค

ไวรัลนี้สะท้อนว่าแม้จะได้รางวัลใหญ่ง่าย แต่ต้องมีแผนจัดส่งช่วยเหลือเพื่อความสะดวกของผู้รับรางวัลจริงจังในงานกาชาดประจำปีนี้

ที่มา : https://hilight.kapook.com/view/251015

19 ธันวาคม 2423 วันคล้ายวันประสูติ 'เสด็จเตี่ย' พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดากองทัพเรือไทย

(19 ธ.ค. 68) วันที่ 19 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันประสูติของ 'กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์' หรือที่รู้จักในชื่อ 'เสด็จเตี่ย' องค์บิดาของทหารเรือไทย พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 ผู้วางรากฐานกองทัพเรือสมัยใหม่ให้แก่สยาม

 

พระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้าหนุ่มที่ถูกส่งไปศึกษาวิชาทหารเรือที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 13 ปี เพื่อเตรียมการป้องกันประเทศในยุคที่สยามต้องเผชิญความท้าทายจากต่างชาติ หลังการสูญเสียดินแดนจากฝรั่งเศส รัชกาลที่ 5 ทรงเห็นความสำคัญของกองทัพเรือที่ทันสมัยและมอบหมายให้พระองค์รับภารกิจนี้

 

เมื่อเสด็จกลับสยามในปี 2443 พระองค์ไม่ใช่แค่เจ้าฟ้าที่นั่งโต๊ะ แต่ทรงเป็นนายทหารเรือมืออาชีพ ทรงปฏิรูปโครงสร้างกองทัพเรือ วางยุทธศาสตร์ทางทะเล สร้างโรงเรียนนายเรือระดับมาตรฐาน และวางสัตหีบเป็นฐานทัพเรือยุทธศาสตร์เพื่อรับมือภัยคุกคามทางทะเล

 

ด้านอื่น พระองค์ยังทรงเป็น 'หมอพร' หมอของชาวบ้าน ที่สนพระทัยในแพทย์แผนไทยและสมุนไพร รักษาประชาชนไม่เลือกชนชั้น และทรงพระนิพนธ์เพลงปลุกใจลูกนาวีหลายบท เช่น "ดาบของชาติ" และ "เดินหน้า" ที่ยังได้รับการขับร้องจนถึงปัจจุบัน

 

วันที่ 19 ธันวาคมจึงไม่ใช่เพียงวันเกิดของเสด็จเตี่ย แต่ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนระลึกถึงคุณงามความดีของพระองค์ในฐานะนักยุทธศาสตร์ นักพัฒนา และนักให้ที่สำคัญของชาติไทย

 

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_4922

ดราม่ายังเดือด!! “Tokyogurl” ปฏิเสธมาโหนกระแส “พี่หนุ่ม” เผยโทรคุยแล้ว เจ้าตัวยังไม่สะดวกออกสื่อ ทั้งนี้ต้นสังกัดได้ยุติบทบาทนักกีฬาแล้ว

(18 ธ.ค. 68) "หนุ่ม กรรชัย" พิธีกรรายการโหนกระแส เปิดเผยว่าได้ติดต่อ "Tokyogurl" หรือ ณภัทร วราสินธ์ เพื่อเชิญมาชี้แจงดราม่าอีสปอร์ตซีเกมส์ แต่เจ้าตัวปฏิเสธด้วยเหตุผลไม่สบายและอาการแพนิค รวมถึงไม่สะดวกโทรเข้าไลฟ์ผ่านรายการ

หนุ่ม กรรชัย เล่าว่า "ช่วงเช้าวันที่ 17 ธ.ค." ได้โทรเชิญ "Tokyogurl" ให้มาแถลงชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ได้รับคำตอบว่า "ไม่ว่าง" และไม่ยอมโฟนอิน โต้ตอบคำถามอย่างมีน้ำเสียงเปลี่ยนไป ทำให้ไม่ได้รับคำชี้แจงใดๆ

พิธีกรฝากข้อความถึง Tokyogurl ว่า "อยากให้ออกมาพูดข้อเท็จจริง" เพื่อความเป็นธรรมและพิสูจน์ตัวเอง แต่หากทำผิดจริงก็ควร "ออกมาขอโทษ" คนไทยและแฟนๆ ที่ได้รับผลกระทบจากดราม่านี้

ดราม่าเกิดหลัง Tokyogurl ถูกตัดสิทธิ์แข่งขันซีเกมส์ เนื่องจากฝ่าฝืนข้อ 9.4.3 คู่มืออีสปอร์ตที่เกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ผิดกฎ สมาคมกีฬาอีสปอร์ตฯ ยืนยันเน้นหลัก Fair Play พร้อมสอบสวนและยกระดับมาตรฐานเทคนิคและจริยธรรม

ต้นสังกัด TALON TH ประกาศยุติบทบาทนักกีฬา Tokyogurl ทำให้สังคมจับตาคำชี้แจงในอนาคต รวมถึงมาตรการของสมาคมและการฟื้นฟูภาพลักษณ์ทีมชาติ

ที่มา : https://thethaiger.com/th/news/1502822/

18 ธันวาคม พ.ศ. 2536 ไทยทะยานสู่อวกาศเปิดตำนาน “ไทยคม 1” ดาวเทียมดวงแรกของชาติ ทำให้ไทยมีดาวเทียมเป็นของตัวเอง เปลี่ยนแปลงระบบสื่อสารและทีวีทั่วประเทศ

(18 ธ.ค. 36) วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2536 คือวันสำคัญของประวัติศาสตร์เทคโนโลยีไทย เมื่อ "ไทยคม 1" ดาวเทียมสื่อสารดวงแรกของประเทศถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าจากฐานปล่อยจรวดที่เมืองกูรู ประเทศฝรั่งเศส เพื่อประกาศการเป็นเจ้าของดาวเทียมของไทยอย่างเต็มตัว ไม่ใช่เพียงผู้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมจากต่างชาติอีกต่อไป

 

ก่อนยุคไทยคม การสื่อสารระหว่างประเทศของไทยและการแพร่ภาพโทรทัศน์ต้องพึ่งพาดาวเทียมต่างชาติ นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายสูงและข้อจำกัดขยายสัญญาณไปยังพื้นที่ห่างไกล ต่อมา รัฐบาลได้ส่งมอบหน้าที่นี้ให้เอกชนไทย คือบริษัทในเครือชินวัตรที่ร่วมมือกับบริษัท Hughes สหรัฐฯ สร้างดาวเทียมไทยคม 1 ขึ้น

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานชื่อ "ไทยคม" ซึ่งหมายถึง Thai Communications สะท้อนปณิธานเชื่อมโยงคนไทยทั่วประเทศและสู่โลกภายนอก เมื่อดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรแล้ว มันกลายเป็นสถานีส่งสัญญาณกลางอวกาศที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางตั้งแต่จีนตอนใต้ถึงเอเชียใต้

 

ไทยคม 1 ช่วยขยายบริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมไปสู่พื้นที่ชนบท ส่งเสริมการสื่อสารโทรศัพท์ทางไกลและข้อมูล เชื่อมโยงธนาคารและหน่วยงานรัฐ รวมถึงวางรากฐานโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ทำให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสทางการศึกษาเทียบเท่ากับเมืองใหญ่

 

การมี "ไทยคม 1" ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ ยังเกี่ยวพันกับอธิปไตยดิจิทัลและความมั่นคงข้อมูลชาติ สร้างบุคลากรด้านดาวเทียมและเปิดทางสู่อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมยุคแรกของโลก ทำให้วันที่ 18 ธันวาคม คือวันที่ก้าวแรกที่ไทยเริ่มขึ้นสู่ยุคอวกาศของตัวเองอย่างแท้จริง

 

ที่มา : https://www.spacebar.th/culture/on-this-day-thaicom-was-sent-to-earth-orbit

“มูลนิธิบุณยะจินดา” ยกย่องสดุดีวีรกรรมครอบครัว "น้องอรินทร์" มอบรางวัลเกียรติยศย้ำคุณค่า สูญเสียพ่อ-ปู่จากเหตุวางระเบิด ให้กำลังใจผ่านคลิปเคียงข้างเสมอ

 

(17 ธ.ค. 68) มูลนิธิบุณยะจินดา เพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัว จัดพิธีมอบ "รางวัลเกียรติยศสดุดีวีรกรรม" และประกาศเกียรติยศสดุดีวีรกรรมให้แก่ครอบครัวของ "น้องอรินทร์" หลังสูญเสียคุณพ่อและคุณปู่ซึ่งเป็นครูตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จากเหตุลอบวางระเบิดระหว่างปฏิบัติหน้าที่

 

ในพิธีจัดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยมี "คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา" ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธาน พร้อมผู้บริหารตำรวจระดับสูงเข้าร่วม โดยรางวัลสดุดีวีรกรรมมอบให้ผู้เสียสละและทายาทจำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 25,000 บาท หนึ่งในกรณีสำคัญคือทายาทของ พ.ต.ท.สุวิทย์ ช่วยเทวฤทธิ์ และ ด.ต.โดม ช่วยเทวฤทธิ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุวางระเบิดและยิงซ้ำเมื่อ 14 มกราคม 2568

 

"ดาว พอฤทัย บุณยะจินดา" กรรมการมูลนิธิฯ โพสต์คลิปสวมกอดและให้กำลังใจน้องอรินทร์กับครอบครัวในโซเชียล พร้อมกล่าวว่า "คุณพ่อจะอยู่ในหัวใจเสมอ" และย้ำว่าเด็กๆ จะช่วยกันดูแลกันต่อไป ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของการส่งต่อความรักและการให้กำลังใจในยามวิกฤต

 

มูลนิธิฯ ยังได้มอบรางวัลและทุนรวมทั้งสิ้น 369 รายการ เป็นเงินกว่า 3,265,000 บาท ในปี 2568 ครอบคลุมถึงรางวัลตำรวจดีเด่นต้นแบบ พลเมืองดี และทุนสงเคราะห์ครอบครัวตำรวจที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ รวมถึงทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจ

 

การมอบรางวัลครั้งนี้นอกจากจะสดุดีวีรกรรมผู้เสียสละแล้ว ยังเป็นหลักประกันทางใจให้ครอบครัวผู้สูญเสียโดยเฉพาะเด็กๆ ที่ต้องเติบโตในความเจ็บปวด เพื่อย้ำว่าการเสียสละเพื่อประเทศจะไม่ถูกลืมหรือปล่อยให้เงียบหายไปตามกระแสข่าว

 

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9862838/

 

17 ธันวาคม 2498 วันสวรรคตของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สตรีหนึ่งเดียวที่เชื่อมราชสำนักไทย 4 รัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 จนถึงรัชกาลที่ 9 ด้วยพระชนมายุ 93 พรรษา

 

(17 ธ.ค. 68) วันที่ 17 ธันวาคมเป็นวันสำคัญที่รำลึกถึงการจากไปของ

"สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า"

สตรีผู้เชื่อมราชสำนักไทยถึง 4 รัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ 4

จนถึงรัชกาลที่ 9 ด้วยพระชนมายุ 93 พรรษา ณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม

 

พระนามเดิมคือ "พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา" และเป็น

พระราชธิดาในรัชกาลที่ 4 ที่ต่อมาได้รับพระราชทานพระอิสริยยศ

เป็นพระบรมราชินีในรัชกาลที่ 5 และพระอัยยิกาในรัชกาลที่ 8 และ 9

 

พระองค์ทรงเป็นเสาหลักของราชวงศ์จักรี มีบทบาทสำคัญในงานด้าน

การแพทย์ การกุศล และการสนับสนุนการศึกษาและสตรี

ทั้งทรงเป็นต้นตระกูลสายราชสกุลมหิดลและเป็นพระย่าของ

พระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของไทย

 

ในโอกาสวันสำคัญนี้ เราได้ยินคำกล่าวว่า "พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า"

หมายถึง "พระอัยยิกาผู้ทรงมีพระชนม์ยืนยาวดุจผ่านหลายร้อยปี"

ซึ่งสะท้อนถึงพระอาวุโสและความเคารพสูงสุดในราชสำนัก

 

วันที่ 17 ธันวาคมจึงไม่เพียงแต่เป็นแค่วันในประวัติศาสตร์

แต่เป็นวันที่สื่อความหมายถึงการเปลี่ยนผ่านสำคัญทางประวัติศาสตร์

และคุณค่าของพระองค์ต่อราชวงศ์และสังคมไทยอย่างลึกซึ้ง

 

ที่มา :  https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2

'COCKTAIL' ปิดฉากวง ย้อนชมคอนเสิร์ตสุดอลังการ ปล่อยบน Netflix และของสะสมมีให้เก็บ ทัวร์สุดท้าย 24 ธ.ค. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย วงประกาศยุติปี 2568 จุดจบสมบูรณ์แบบ

 

(16 ธ.ค. 68) วงดนตรีชื่อดัง 'COCKTAIL' กำลังจะปิดฉากการเป็นวงในปี 2568 หลังร่วมสร้างประวัติศาสตร์ดนตรีไทยมานานกว่า 23 ปี โดยวงได้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้าย "COCKTAIL EVER LIVE" เมื่อวันที่ 30-31 มีนาคม 2568 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน และได้นำคอนเสิร์ตนี้กลับมาฉายบนแพลตฟอร์ม Netflix พร้อมจัดทำเป็นสื่อสะสมทั้ง Blu-ray, Vinyl และ CD เพื่อให้แฟนเพลงได้เก็บรักษาความทรงจำ

 

คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ใช่แค่การฉายซ้ำเท่านั้น แต่ยังยกระดับประสบการณ์ด้วยภาพระดับ 4K และเสียงระบบ Dolby Atmos อีกทั้งยังมีมุมกล้องพิเศษที่ช่วยให้เห็นโปรดักชัน แสง สี เสียง และพลุไฟอย่างเต็มตา รวมถึงแขกรับเชิญชื่อดังมากมาย อาทิ 'BOWKYLION', 'ตูน BODYSLAM', 'ปั๊บ POTATO' และวงซิมโฟนี 28 Orchestra ที่เสริมความยิ่งใหญ่ให้บรรยากาศ

 

กลุ่มแฟนเพลงยังสามารถสั่งซื้อของสะสมพิเศษ เช่น Vinyl Box Set ราคา 6,900 บาท Blu-ray 2,900 บาท และ CD 1,290 บาท โดยมีช่วงพรีออร์เดอร์ตั้งแต่ 7–24 ธันวาคม 2568 ผ่านช่องทางออนไลน์ สำหรับแฟนเพลงทุกคนได้เตรียมใจรับการอำลากันอย่างสมบูรณ์

 

นอกจากนี้ 'COCKTAIL' ยังจัดทัวร์ "77 EVER TOUR" และปิดฉากด้วยโชว์สุดท้ายที่สนามกีฬาเทพหัสดิน กรุงเทพฯ ในวันที่ 24 ธันวาคม 2568 โดยเปิดให้แฟนเพลงเข้าร่วมฟรีผ่านระบบลงทะเบียนลุ้นสิทธิ์ ซึ่งเป็นวันที่ตรงกับวันเกิดวง

 

วงได้ประกาศยุติบทบาทตั้งแต่ต้นปี 2567 โดยระบุว่า หลังปี 2568 จะไม่เล่นในนามวงอีก และ "นี่เป็นบทสรุปที่ตั้งใจ "จบให้ดีที่สุด" และเป็นการบอกลาอย่างสมบูรณ์แบบ"

 

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10060509

ประเทศไทยรำลึกถึง “วันกีฬาแห่งชาติ” เพื่อเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถด้านกีฬา ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ เปลี่ยนประวัติศาสตร์กีฬาไทยเป็นวันสำคัญของชาติ

(16 ธ.ค. 68) ทุกวันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปี ประเทศไทยรำลึกถึง "วันกีฬาแห่งชาติ" ซึ่งเป็นวันสำคัญที่ได้รับการกำหนดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถด้านกีฬาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบและได้คว้าเหรียญทองร่วมกันในการแข่งขันกีฬาแหลมทองเมื่อปี พ.ศ. 2510

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงต่อและดัดแปลงเรือใบ "นวฤกษ์" ด้วยพระหัตถ์ และทรงลงแข่งขันจริงในประเภทโอเค เรือลำนั้นชนะควบคู่กับทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทำให้นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ไม่ลืมเลือนในวงการกีฬาไทย

จากความสำเร็จนี้ กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้วันที่ 16 ธันวาคมเป็นวันกีฬาแห่งชาติ เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงการออกกำลังกายและค่านิยมกีฬาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่จำกัดเฉพาะนักกีฬาอาชีพเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันการจัดกิจกรรมกีฬาในวันนี้ยังขยายไปถึงการแข่งขัน อีสปอร์ต และกิจกรรมที่เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น

นอกจากนี้ กีฬาในวันสำคัญนี้ยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของกีฬาในสังคมไทย ทั้งด้านวินัย น้ำใจนักกีฬา การอยู่ร่วมกัน สุขภาพที่ดี และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจกีฬาในประเทศ แม้ในยุคที่ผู้คนเสพติดหน้าจอมากกว่าการเล่นกีฬา วันกีฬาแห่งชาติยังคงเป็น "ข้ออ้างดี ๆ" ให้คนไทยลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวและดูแลสุขภาพ

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ พระองค์ทรงโพสต์รูปคู่ “แบมแบม” หลังเสด็จร่วมงานอีสปอร์ต สร้างความประทับใจแฟนคลับ

(15 ธ.ค. 68) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์รูปพระองค์คู่กับศิลปินหนุ่มชื่อดัง 'แบมแบม GOT7' ผ่านอินสตาแกรมส่วนพระองค์ @nichax หลังเสด็จร่วมงาน PUBG United Festival 2025 ที่จัดขึ้น ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 12–14 ธันวาคม 2568

ในโพสต์ดังกล่าวพระองค์ทรงโพสท่าหัวใจที่แก้มและมินิฮาร์ตกับแบมแบม พร้อมเลือกใช้เพลง "WONDERING" ของแบมแบมประกอบ นอกจากนี้ยังทรงแทรกข้อความแคปชั่นว่า "PUBG United Festival 2025 #BamBam #ESport #ToBeNumberOne #Paragon #เพราะเราเป็นกำลังใจให้กัน #ไม่ว่างไม่ใช่ไม่สวย" ซึ่งสร้างความประทับใจแก่แฟนคลับและชาวเน็ตจนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์

การเสด็จร่วมงานครั้งนี้สะท้อนการสนับสนุนกิจกรรมเยาวชนที่สอดคล้องกับแนวทางโครงการ 'To Be Number One' ที่พระองค์ทรงยึดมั่นและส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง โดย PUBG United Festival 2025 ถือเป็นงานใหญ่ของวงการอีสปอร์ตที่รวมการแข่งขัน PUBG Global Championship และ PUBG Mobile Global Championship ภายใต้เทศกาลเดียวกัน

แฟน ๆ ต่างกล่าวชื่นชมความน่ารักและเป็นกันเองของทูลกระหม่อมหญิงและ 'แบมแบม' ผ่านโพสต์ที่เผยแพร่ออกไป ซึ่งสร้างบรรยากาศอบอุ่นและกระตุ้นความสนใจต่อกิจกรรมอีสปอร์ตในประเทศไทยอย่างมาก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top