Friday, 3 July 2026
LITE

วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

(5 ธ.ค.68 ) 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และภายหลังการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 สำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เรื่อง กำหนดวันสำคัญของชาติไทย มีใจความสำคัญให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทย ดังนี้ 

1. เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 


2. เป็นวันชาติ 

3. เป็นวันพ่อแห่งชาติ

โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป 

‘5 ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร’ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ประชาชนคนไทยยังคงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันประเสริฐ และเทิดทูนพระองค์ด้วยความรัก ความศรัทธา โดยตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 

‘5 ธันวาคม เป็นวันชาติไทย’ แม้โดยทั่วไปมักจะหมายถึง วันเฉลิมฉลองที่ประเทศนั้น ๆ ได้รับอิสรภาพ เป็นเอกราช หรือเป็นวันสถาปนาประเทศ รัฐ ราชวงศ์ วันพระราชสมภพของกษัตริย์ วันเกิดประมุขของรัฐ หรืออาจจะเป็นวันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อื่น ๆ แต่มักจะถือเป็นวันหยุดประจำของชาติ ซึ่ง ‘วันชาติ’ ของแต่ละประเทศจะเป็นวันใดขึ้นอยู่กับการกำหนดของประเทศนั้น ๆ โดยความเป็นมาของวันชาติไทยนั้น แต่เดิมกำหนดให้เป็นวันที่ 24 มิถุนายน โดยวันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันชาติไทยได้ 21 ปี ต่อมาในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2503 รัฐบาลในขณะนั้นมีความเห็นว่า เพื่อให้เป็นไปตามขนบประเพณีของประเทศ และเป็นการสมัครสมานสามัคคีรวมจิตใจของบุคคลในชาติ จึงให้ถือวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็น ‘วันชาติ’ มาจนถึงปัจจุบัน

‘5 ธันวาคม เป็นวันพ่อแห่งชาติ’ วันพ่อแห่งชาติ มีขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2523 เนื่องจากพ่อเป็นบุคคลผู้มีพระคุณและมีบทบาทสำคัญต่อครอบครัวและสังคม เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ และเพื่อให้ผู้เป็นพ่อสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน ดังนั้นจึงถือเอาวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็น ‘วันพ่อแห่งชาติ’

กำหนดเป็น “วันสิ่งแวดล้อมไทย” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 ทรงเน้นย้ำว่าการดูแลรักษาธรรมชาติ “เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน”

(4 ธ.ค. 68) วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี ตรงกับ “วันสิ่งแวดล้อมไทย” ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้ใช้วันดังกล่าวเป็นวันสำคัญด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชาติ เพื่อรำลึกถึง พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2532 ที่ทรงแสดงความห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศ และทรงเน้นย้ำว่าการดูแลรักษาธรรมชาติ “เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน” ไม่ใช่เพียงภาครัฐเท่านั้น

ภายหลังพระราชดำรัสดังกล่าว รัฐบาลได้กำหนดให้ วันที่ 4 ธันวาคม เป็น “วันสิ่งแวดล้อมไทย” อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา พร้อมใช้เป็น “วันรณรงค์กลาง” เชิญชวนหน่วยงานรัฐ เอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แก้ไขปัญหามลพิษ และลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนั้น วันที่ 4 ธันวาคม ยังถูกกำหนดให้เป็น “วันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ (วัน ทสม.)” เพื่อยกย่องเครือข่ายอาสาสมัคร ทสม. ทั่วประเทศ ที่ทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” ในการดูแลป่าไม้ แหล่งน้ำ ป่าชุมชน รวมถึงการเฝ้าระวังการบุกรุกพื้นที่ป่าและการลักลอบทิ้งขยะหรือมลพิษในชุมชนต่าง ๆ

ทุกปีในช่วงวันสิ่งแวดล้อมไทย หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมมักจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ ปลูกต้นไม้–ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว ทำความสะอาดแหล่งน้ำและชายหาด รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกและโฟม เวทีเสวนาวิชาการเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อน–ฝุ่น PM2.5 ตลอดจนการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติชุมชน–โรงเรียน–องค์กร และอาสาสมัคร ทสม. ที่มีผลงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการและภาคประชาสังคมจำนวนมากเห็นตรงกันว่า “วันสิ่งแวดล้อมไทย” ไม่ควรถูกจำกัดเป็นเพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ปีละครั้งเท่านั้น หากแต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง เช่น ลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง คัดแยกขยะที่ต้นทาง ประหยัดพลังงาน งดการเผาในที่โล่ง และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ท่ามกลางปัญหา โลกร้อน–โลกเดือด น้ำท่วม-แล้งสลับรุนแรง ฝุ่นพิษ และขยะล้นเมือง วันสิ่งแวดล้อมไทยในปีนี้จึงถูกจับตามองว่า จะเป็นเพียง “วันปลูกต้นไม้ถ่ายรูป” หรือจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้สังคมไทยหันมาใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า และเดินหน้าลดวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังในระยะยาว

กำหนดเป็น “วันสิ่งแวดล้อมไทย” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 ทรงเน้นย้ำว่าการดูแลรักษาธรรมชาติ “เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน”

(4 ธ.ค. 68) วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี ตรงกับ “วันสิ่งแวดล้อมไทย” ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้ใช้วันดังกล่าวเป็นวันสำคัญด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชาติ เพื่อรำลึกถึง พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2532 ที่ทรงแสดงความห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศ และทรงเน้นย้ำว่าการดูแลรักษาธรรมชาติ “เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน” ไม่ใช่เพียงภาครัฐเท่านั้น

ภายหลังพระราชดำรัสดังกล่าว รัฐบาลได้กำหนดให้ วันที่ 4 ธันวาคม เป็น “วันสิ่งแวดล้อมไทย” อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา พร้อมใช้เป็น “วันรณรงค์กลาง” เชิญชวนหน่วยงานรัฐ เอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แก้ไขปัญหามลพิษ และลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนั้น วันที่ 4 ธันวาคม ยังถูกกำหนดให้เป็น “วันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ (วัน ทสม.)” เพื่อยกย่องเครือข่ายอาสาสมัคร ทสม. ทั่วประเทศ ที่ทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” ในการดูแลป่าไม้ แหล่งน้ำ ป่าชุมชน รวมถึงการเฝ้าระวังการบุกรุกพื้นที่ป่าและการลักลอบทิ้งขยะหรือมลพิษในชุมชนต่าง ๆ

ทุกปีในช่วงวันสิ่งแวดล้อมไทย หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมมักจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ ปลูกต้นไม้–ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว ทำความสะอาดแหล่งน้ำและชายหาด รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกและโฟม เวทีเสวนาวิชาการเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อน–ฝุ่น PM2.5 ตลอดจนการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติชุมชน–โรงเรียน–องค์กร และอาสาสมัคร ทสม. ที่มีผลงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการและภาคประชาสังคมจำนวนมากเห็นตรงกันว่า “วันสิ่งแวดล้อมไทย” ไม่ควรถูกจำกัดเป็นเพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ปีละครั้งเท่านั้น หากแต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง เช่น ลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง คัดแยกขยะที่ต้นทาง ประหยัดพลังงาน งดการเผาในที่โล่ง และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ท่ามกลางปัญหา โลกร้อน–โลกเดือด น้ำท่วม-แล้งสลับรุนแรง ฝุ่นพิษ และขยะล้นเมือง วันสิ่งแวดล้อมไทยในปีนี้จึงถูกจับตามองว่า จะเป็นเพียง “วันปลูกต้นไม้ถ่ายรูป” หรือจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้สังคมไทยหันมาใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า และเดินหน้าลดวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังในระยะยาว

เข้า กก.4 ปมฉ้อโกง กู้ยืมเงินประชาชน มูลค่าหลายร้อยล้านบาท ยันว่า "ทำธุรกิจเกินตัว"

(3 ธ.ค. 68) เช้าวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. เข้าจับกุม 'นานา ไรบีนา' ที่บ้านพักย่านพระโขนง หลังถูกกล่าวหาคดีฉ้อโกงและกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 400 ล้านบาท จากการชักชวนเพื่อนในวงการลงทุนและปล่อยกู้ดอกเบี้ยสูงผิดปกติ

ก่อนถูกจับ 'นานา' ยอมรับผ่านคลิปและไลฟ์สดว่า "ใช่ค่ะ… ดารา น. หนูคือนานาเอง" ชี้แจงว่าเงินที่ได้มานำไปหมุนธุรกิจและโปรเจ็กต์ต่าง ๆ แต่สุดท้ายบริหารไม่ไหว ดอกเบี้ยทบต้นจนเป็นงูกินหาง พร้อมร่ำไห้ขอโทษเพื่อน ๆ และผู้เสียหายในวงการ ยืนยันว่า "ทำธุรกิจเกินตัว" และไม่ได้คิดหนีไปไหน

ตำรวจได้นำตัว 'นานา' มาสอบปากคำที่ บก.ปอศ. และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ข้อหาไม่ได้หยุดที่ฉ้อโกงธรรมดา แต่ยังมีความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ที่มีโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับสูงสุด 1 ล้านบาท โดยคดีนี้ยอมความไม่ได้

ก่อนหน้านี้ 'นานา' ประกาศขายบ้านหรูราคา 69 ล้านบาท เพื่อหาเงินมาชำระหนี้และแสดงความรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย ด้านสังคมตั้งคำถามถึงความไว้ใจในวงการคนดัง หลังการลุกลามเป็นประเด็นพูดถึงในวงกว้าง ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐอาจตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินมาตรการอายัดทรัพย์สินเพื่อนำเงินชดเชยผู้เสียหายในอนาคต

ถือเป็น "วันคนพิการสากล" เพื่อให้คนตระหนักถึงศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของคนพิการ เปลี่ยนมุมมองจากสงสารเป็นสิทธิ

(3 ธ.ค. 68) ทุกวันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี สหประชาชาติได้กำหนดให้เป็น "วันคนพิการสากล" เพื่อสะท้อนสถานภาพและสิทธิของคนพิการในสังคมทั่วโลก ปัจจุบันมีคนพิการประมาณ 16% ของประชากรโลก หรือราว 1,300 ล้านคน ที่ยังถูกมองว่าเป็นภาระมากกว่าผู้มีสิทธิเท่าเทียม

สหประชาชาติเพิ่งดำเนินมาตรการด้านสิทธิคนพิการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 ผ่าน "แผนปฏิบัติการโลก" เพื่อป้องกัน ฟื้นฟู และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนพิการในสังคมอย่างเต็มที่ และในปี ค.ศ. 1992 ได้กำหนดวันที่ 3 ธันวาคมเป็น "วันคนพิการสากล" เพื่อเตือนใจโลกไม่ให้ลืมกลุ่มคนนี้

ธีมหลักในปัจจุบันคือการเปลี่ยนมุมมองของคนพิการจาก "ความสงสาร" สู่ "สิทธิ" และการขยายบทบาทความเป็นผู้นำของคนพิการในองค์กรและตลาดแรงงาน เพื่อให้พวกเขาเป็นพลเมืองเต็มตัวที่มีส่วนร่วมและนำสังคมได้

แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิคนพิการ เช่น พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และระบบโควตาจ้างงาน แต่ความท้าทายยังมีมากในเรื่องอาคาร สาธารณูปโภค และระบบขนส่งที่ยังไม่รองรับความต้องการอย่างแท้จริง

วันคนพิการสากลไม่ใช่แค่วันแห่งงานพิธีการ แต่เป็นวันที่ต้องทบทวนว่า สังคมได้ก้าวสู่การลงมือจริงเพื่อให้คนเปราะบางที่สุดมีชีวิตที่มีศักดิ์ศรีหรือยัง "สังคมที่ดี...จะวัดกันที่คนเปราะบางที่สุดยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีแค่ไหน"
 

การหวนคืนสู่ประเทศไทยในรอบ 13 ปี รวมหลากหลายศิลปินจาก SM ฉลอง 30 ปี ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ปักหมุดจัดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ 14 ก.พ. 69

(2 ธ.ค. 68) SM Entertainment เตรียมนำโปรเจกต์คอนเสิร์ตใหญ่ "SMTOWN LIVE 2025–2026: The Culture, the Future" มาจัดที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหนึ่งในโชว์ปิดท้ายทัวร์ฉลองครบรอบ 30 ปีของค่าย และเป็นเพียงไม่กี่สเตเดียมในโลกที่ได้รับเกียรติให้เป็นจุดจัดงาน

ซึ่งราชมังคลากีฬาสถานถือเป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่เคยเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกมากมาย รวมถึงเป็นพื้นที่จัด SMTOWN LIVE ครั้งประวัติศาสตร์ในไทยเมื่อปี 2009

รูปแบบโชว์ของ SMTOWN LIVE มักจะเป็นคอนเสิร์ตยาว 3-5 ชั่วโมง ประกอบด้วยโชว์เดี่ยวของแต่ละวงสลับกับเวทีพิเศษที่ศิลปินข้ามวงมาร่วมฟีเจอริ่งกัน โดยในทัวร์นี้มีศิลปินรีเมมเบอร์ทั้งรุ่นตำนานระดับ HYOYEON (Girls' Generation), KEY & MINHO (SHINee), EXO,
Red Velvet (IRENE & SEULGI & JOY), NCT 127, NCT DREAM, WayV ,aespa, RIIZE, NCT WISH ,Hearts2Hearts, XngHan&Xoul, SMTR25⠀⠀

ตัวแทนแฟนคลับระบุว่า "SMTOWN LIVE ถือเป็นงานที่รวมศิลปินหลากหลายเจเนอเรชันในคืนเดียวอย่างยิ่งใหญ่" ทำให้แฟนๆ ในไทยตั้งตารอคอยอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อนับว่าเป็นการกลับมาของ SMTOWN ที่ราชมังฯ หลังจากครั้งสุดท้ายเมื่อ 17 ปีก่อน

เริ่มจำหน่ายบัตรปิดจำหน่ายบัตร : 𝟮𝟬 ธันวาคม 𝟮𝟬𝟮𝟱 (เสาร์) เวลา 𝟭𝟬:𝟬𝟬 น. – 𝟭𝟲:𝟬𝟬 น.
ส่วนการจำหน่ายบัตรจะมีทั้งรอบ SM ARTIST Official Fanclub และ รอบจำหน่ายทั่วไป
ถ้าหากรอบพรีเซลส์จำหน่ายหมดแล้วก็จะไม่มีการจำหน่ายในรอบทั่วไป

ผังที่นั่ง ราคาบัตร และรายละเอียดอื่นๆ ยังรอติดตามจากผู้จัดในไทย แต่ความคึกคักรอบราชมังคลาคาดว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจเกี่ยวกับคอนเสิร์ตและการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ได้ไม่น้อย โดยงานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญสำหรับแฟน K-POP ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

"วันสากลแห่งการเลิกทาส" UN รณรงค์ให้ทั่วโลกตระหนักว่า "ทาส" ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ แต่คือระบบบีบชีวิตคน

(2 ธ.ค. 68) ทุกวันที่ 2 ธันวาคม สหประชาชาติรณรงค์ให้ทั่วโลกตระหนักว่า "ทาส" ไม่ได้หมดไปตามประวัติศาสตร์ แต่ยังคงอยู่ในรูปแบบทาสสมัยใหม่ที่ไม่ใช่โซ่ตรวนแต่เป็นระบบที่บังคับกดขี่ผู้คนทั่วโลกร่วมหลายสิบล้านคน

ปี ค.ศ. 1949 อนุสัญญาสำคัญเปิดทางสู่ "วันสากลแห่งการเลิกทาส" ซึ่งในปี 1986 ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการ เพื่อทบทวนปัญหาการค้าคนและแรงงานบังคับ รวมถึงการแสวงหาประโยชน์ต่างๆ ที่ยังเกิดขึ้นในโรงงาน เรือประมง และแรงงานบังคับในรูปแบบหลากหลาย เช่น การค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก การแต่งงานบังคับ รวมถึงการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ

"ทาสสมัยใหม่" คือผู้ที่ไม่ได้รับเสรีภาพที่แท้จริง ถูกบังคับให้ทำงานหรือค้าบริการโดยไม่สามารถปฏิเสธได้โดยไม่เสี่ยงต่อความรุนแรง ข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุว่ามีผู้ตกอยู่ในสถานการณ์นี้หลายสิบล้านคนทั่วโลก และแรงงานเหล่านี้อาจแฝงอยู่ในซัพพลายเชนสินค้าทั่วไปที่ผู้บริโภคใช้ทุกวัน

แม้กฎหมายระหว่างประเทศชัดเจนว่า "ไม่มีใครควรถูกทำให้เป็นทาส" แต่การบังคับใช้ยังไม่ทั่วถึงในหลายประเทศ บางส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐและภาคธุรกิจยังมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเพิกเฉยต่อปัญหา วันสากลแห่งการเลิกทาสจึงไม่ใช่เพียงการรำลึกประวัติศาสตร์ แต่เป็นการตั้งคำถามถึงความจริงในปัจจุบันว่าเรากำลังทำพอหรือไม่เพื่อยุติการกดขี่รายวันนี้

ทาสสมัยใหม่สัมพันธ์กับเราทุกคนทั้งในฐานะผู้บริโภคที่ต้องตั้งคำถามกับสินค้าราคาถูก นายจ้างและลูกจ้างที่ต้องร่วมมือหยุดการเอารัดเอาเปรียบ และในฐานะพลเมืองที่ควรกดดันให้ระบบยุติธรรมโปร่งใสและแรงงานได้รับการคุ้มครอง ความสำเร็จในการเลิกทาสยุคนี้จึงเป็นตัวชี้วัดระดับคุณภาพของสังคมและสิทธิมนุษยชนของชาติหนึ่งๆ

จบโทแล้ว ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ฝ่าหลักสูตรโหด 2 ปีเต็ม เรียนหนักควบงานบันเทิง มุ่งมั่นพัฒนาวิชาชีพตัวเอง

(1 ธ.ค. 68) 'ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์' นักแสดงแถวหน้าของวงการบันเทิงไทย คว้าปริญญาโทด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หลังผ่านการเรียนอย่างหนักตลอด 2 ปี เพื่อฟันฝ่าเส้นทางสายวิทยาศาสตร์ที่ไม่ใช่สายเดิมของเธอ

โดยปันปันโพสต์บน X ว่า "ถ้าเลี่ยงถ่ายเสาร์–อาทิตย์ได้จะขอบคุณมาก เพราะต้องเข้าเรียน" แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างจริงจัง ทั้งยังต้องแบ่งเวลาระหว่างงานในวงการและการศึกษาอย่างเคร่งครัด

ปันปันวางแผนชีวิตอย่างละเอียด ด้วยการเรียนในวันหยุดสุดสัปดาห์ตลอด 2 ปีเต็ม โดยต้องศึกษาทั้งชีวเคมี ระบบฮอร์โมน และการทำงานของเซลล์ ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนสายวิทยาศาสตร์มาก่อน แต่เธอยอมรับความท้าทายเหล่านี้เป็น "ความสนุก" ของการได้พัฒนาตัวเอง

แรงผลักดันสำคัญมาจากความตั้งใจที่จะนำความรู้ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยไปใช้ดูแลพ่อและครอบครัว เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปริญญาโทใบนี้จึงไม่ใช่แค่เครื่องหมายความสำเร็จ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความทุ่มเทและการเลือกเส้นทางชีวิตที่เธอรักอย่างแท้จริง

ปันปันเป็นตัวอย่างชัดเจนของคนรุ่นใหม่ที่กล้าเริ่มต้นใหม่ แม้ต้องเผชิญความยากลำบาก และพิสูจน์ว่าแม้เริ่มจากศูนย์ในสายวิทยาศาสตร์ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยความมุ่งมั่นและความรักในสิ่งที่ทำ

จบโทแล้ว ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ฝ่าหลักสูตรโหด 2 ปีเต็ม เรียนหนักควบงานบันเทิง มุ่งมั่นพัฒนาวิชาชีพตัวเอง

(1 ธ.ค. 68) 'ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์' นักแสดงแถวหน้าของวงการบันเทิงไทย คว้าปริญญาโทด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หลังผ่านการเรียนอย่างหนักตลอด 2 ปี เพื่อฟันฝ่าเส้นทางสายวิทยาศาสตร์ที่ไม่ใช่สายเดิมของเธอ

โดยปันปันโพสต์บน X ว่า "ถ้าเลี่ยงถ่ายเสาร์–อาทิตย์ได้จะขอบคุณมาก เพราะต้องเข้าเรียน" แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างจริงจัง ทั้งยังต้องแบ่งเวลาระหว่างงานในวงการและการศึกษาอย่างเคร่งครัด

ปันปันวางแผนชีวิตอย่างละเอียด ด้วยการเรียนในวันหยุดสุดสัปดาห์ตลอด 2 ปีเต็ม โดยต้องศึกษาทั้งชีวเคมี ระบบฮอร์โมน และการทำงานของเซลล์ ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนสายวิทยาศาสตร์มาก่อน แต่เธอยอมรับความท้าทายเหล่านี้เป็น "ความสนุก" ของการได้พัฒนาตัวเอง

แรงผลักดันสำคัญมาจากความตั้งใจที่จะนำความรู้ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยไปใช้ดูแลพ่อและครอบครัว เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปริญญาโทใบนี้จึงไม่ใช่แค่เครื่องหมายความสำเร็จ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความทุ่มเทและการเลือกเส้นทางชีวิตที่เธอรักอย่างแท้จริง

ปันปันเป็นตัวอย่างชัดเจนของคนรุ่นใหม่ที่กล้าเริ่มต้นใหม่ แม้ต้องเผชิญความยากลำบาก และพิสูจน์ว่าแม้เริ่มจากศูนย์ในสายวิทยาศาสตร์ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยความมุ่งมั่นและความรักในสิ่งที่ทำ

วันเอดส์โลก (World AIDS Day) รณรงค์หยุดการแพร่ระบาดโรคร้าย สู่วันแห่งความเท่าเทียมของผู้ติดเชื้อ ริบบิ้นสีแดงคือสัญลักษณ์ความรัก

(1 ธ.ค. 68) วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันเอดส์โลก" เพื่อนำความเข้าใจและสิทธิมนุษยชนมาสู่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ที่เคยถูกตีตราเป็นตัวปัญหาของสังคม ที่ผ่านมาโรคเอดส์ถูกมองเหมือนคำตัดสินประหารชีวิต แต่วันนี้ผู้ติดเชื้อถูกมองในแง่มนุษย์คนหนึ่งที่มีสิทธิ์ใช้ชีวิตและมีศักดิ์ศรีเหมือนทุกคน

วันเอดส์โลกเริ่มต้นในปี 1988 ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดที่สร้างความกลัวและความไม่เข้าใจ ผู้ติดเชื้อกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ผู้ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน และกลุ่มอื่น ๆ ถูกตีตราอย่างหนัก ริบบิ้นสีแดงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการยืนหยัดข้างผู้ติดเชื้อด้วยความรักและศักดิ์ศรี พร้อมกับข้อความ "ฉันยืนอยู่ข้างผู้ติดเชื้อ" และ "ฉันเชื่อว่าพวกเขาสมควรได้รับโอกาสและศักดิ์ศรีเท่ากับเรา"

ในปัจจุบัน การแพทย์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้เอชไอวีถูกจัดเป็นโรคเรื้อรังที่ควบคุมได้ หากตรวจพบและรักษาอย่างต่อเนื่องตามแนวคิด U=U คือหากระดับไวรัสต่ำจนตรวจไม่พบ โอกาสแพร่เชื้อจะต่ำมากจนแทบเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตาม อคติและความไม่รู้ยังคงเป็นอุปสรรคที่ผู้ติดเชื้อต้องเผชิญ

วันเอดส์โลกไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรม แต่เป็นวันทบทวนทัศนคติของสังคม ว่าเรายังเปิดโอกาสให้ผู้คนกล้าไปตรวจหรือไม่ เรายังมองผู้ติดเชื้อเป็น "คนผิด" หรือเปล่า และรัฐยังจริงจังกับเป้าหมาย "ยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2030" แค่ไหน ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ลดลงและการลดการตีตราเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จ

เบื้องหลังสถิติคือชีวิตของเด็ก วัยรุ่น คุณแม่ และคู่รักที่ไม่อาจมองข้ามได้ ให้เราทุกคนร่วมเรียนรู้ข้อมูลจริง หลีกเลี่ยงคำพูดตีตรา สนับสนุนการตรวจและใช้ถุงยาง เพื่อให้วันเอดส์โลกเป็นวันที่ไม่ใช่แค่วันในปฏิทิน แต่เป็นวันที่เราเห็นความเป็นมนุษย์ และให้เกียรติผู้ติดเชื้อทุกคนอย่างแท้จริง

 

บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านบาท ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ด้าน SM True ร่วมบริจาคด้วย 3 ล้านบาท ให้สภากาชาดไทย

(29 พ.ย. 68) วง Super Junior ประกาศบริจาคเงิน 1,000,000 บาทให้กับสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในภาคใต้ของประเทศไทย พร้อมกับแสดงความห่วงใยและขอบคุณเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ทำงานช่วยเหลือประชาชน

SM True ผู้ดูแลวงในไทยโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเผยว่าการบริจาคครั้งนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่วงจะจัดคอนเสิร์ต "20th Anniversary World Tour ‘SUPER SHOW 10’" ที่กรุงเทพฯ ซึ่งช่วยเพิ่มความหมายทั้งในด้านสาธารณะและความรักแฟนคลับไทย

น้ำท่วมภาคใต้ในปีนี้สร้างความเสียหายหนักและมีประชาชนต้องอพยพเป็นจำนวนมาก การบริจาคของ Super Junior จึงไม่ใช่เพียงเงินช่วยเหลือแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างศิลปินกับแฟนคลับและประชาชนไทย ส่งกำลังใจให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้

วงได้ส่งข้อความตรงผ่าน SM True ว่า "Super Junior ขอแสดงความเสียใจและความห่วงใยอย่างสุดซึ้งต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้" พร้อมฝากกำลังใจให้ "ทุกท่านปลอดภัยและผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็วที่สุด"

อีกทั้งบริษัท เอสเอ็ม ทรู จำกัด ขอแสดงความเสียใจและความห่วงใยอย่างสุดซึ้งต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย ทางบริษัทฯ ได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 3,000,000 บาท (3 ล้านบาท) ให้กับสภากาชาดไทย

ย้อนรอยหมุดหมายกองทัพเรือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ ‘กรมทหารเรือ’ เป็น ‘กองทัพเรือ’ สัญลักษณ์ยุทธศาสตร์ชาติที่มั่นคงและทันสมัย

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อหน่วยกำลังทางเรือของไทยจาก "กรมทหารเรือ" เป็น "กองทัพเรือ" ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้กองกำลังทางทะเลของชาติมีโครงสร้างที่ทันสมัยและเหมาะสมกับภารกิจการป้องกันประเทศในยุคใหม่

ก่อนหน้านั้น หน่วยกำลังทางเรือของไทยมีชื่อว่า "กรมทหารเรือ" ที่ทำหน้าที่หลักคือปกป้องชายฝั่งและเส้นทางเดินเรือ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทยได้ปฏิรูประบบกองทัพให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และเล็งเห็นความสำคัญของการใช้คำว่า "กองทัพ" เพื่อแสดงสถานะกองกำลังหลักระดับยุทธศาสตร์ของชาติ พร้อมกับกองทัพบกและกองทัพอากาศ

ในพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ 7 ระบุว่า "กรมทหารเรือ เปลี่ยนชื่อเป็น กองทัพเรือ" ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาและบังคับใช้ทันที การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ยังส่งผลในการยกระดับสถานะของกองทัพเรือไทย การจัดโครงสร้างใหม่ที่ทันสมัย รวมทั้งส่งเสริมการฝึกอบรมและพัฒนายุทธภัณฑ์ เช่น การจัดซื้อเรือดำน้ำชุดแรกในปี พ.ศ. 2479 และการนำเข้าเรือรบจากต่างประเทศ

กองทัพเรือไทยจึงมีบทบาทสำคัญในการปกป้องอธิปไตยทางทะเลของประเทศ ดูแลพื้นที่น่านน้ำกว่า 300,000 ตารางกิโลเมตร รวมถึงสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมและความมั่นคงภายในภูมิภาค การเปลี่ยนชื่อในปี พ.ศ. 2476 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนายุทธศาสตร์ทางทะเลที่มีผลต่อเนื่องมายาวนานจนถึงปัจจุบัน

29 พฤศจิกายน 2494 รัฐประหารตัวเองของจอมพล ป. วิทยุหนึ่งคืน เปลี่ยนทั้งรัฐธรรมนูญ คณะทหาร-ตำรวจได้อำนาจควบตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นต้นแบบรัฐประหารทางการเมืองไทยยุคใหม่

รัฐประหารเงียบในคืนวันที่ 29 พฤศจิกายน 2494 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการปะทะหรือใช้รถถังในไทย แต่ใช้เสียงประกาศจากสถานีวิทยุเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2492 เดิม และนำรัฐธรรมนูญ 2475 กลับมาใช้กติกาใหม่ชั่วคราวแทน

กลุ่มคณะทหารและตำรวจระดับสูงได้ยึดอำนาจทางการเมืองผ่านแถลงการณ์ทางสถานีวิทยุ พร้อมประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ตั้งคณะบริหารประเทศชั่วคราว โดยอ้างเหตุผลว่า "จำเป็นต้องปฏิรูปกติกาเพื่อรักษาชาติจากภัยคอมมิวนิสต์และความวุ่นวาย" แต่แท้จริงเพื่อฉีกข้อจำกัดทางการเมืองของทหารและขยายอำนาจในระบบการเมือง

แม้ 'จอมพล ป. พิบูลสงคราม' นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นจะปฏิเสธข้อเสนอรัฐประหารช่วงแรก แต่เมื่อเห็นว่ากองทัพและตำรวจสนับสนุนคณะรัฐประหาร และภาคการเมืองอ่อนแอ เขาก็กลับมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อในระบบกติกาใหม่ที่ไม่เคยรับรอง รัฐประหารครั้งนี้จึงถูกเรียกว่า "รัฐประหารตัวเอง" หรือ Self-Coup

ผลลัพธ์คือระบบการเมืองไทยเปลี่ยนไปโดยถาวร กลุ่มทหารและตำรวจได้รับสิทธิ์นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีในขณะที่ยังเป็นผู้บังคับบัญชาทหารและตำรวจ เป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่รัฐมนตรีในเครื่องแบบทหารคุมเกมการเมืองอย่างเปิดเผย การฉีกกติกาเดิมและออกแบบกติกาใหม่กลายเป็นแบบแผนการเมืองไทยตั้งแต่นั้นมา

28 พฤศจิกายน 2451 โรงเรียนเกษตรธิการ รวม 3 โรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ สู่การก่อตั้ง ‘มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์’ปี 2486

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2451 ถือเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์เกษตรไทย เมื่อสยามรวม 3 โรงเรียนด้านเกษตรและการจัดการน้ำเป็นหนึ่งเดียว ณ วังสระปทุม ตั้งชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนเกษตราธิการ”

ในยุคนั้น สยามกำลังเร่งพัฒนาระบบราชการและเศรษฐกิจเกษตรโดยใช้ฐานความรู้ด้านแผนที่ การชลประทาน และเกษตรกรรมสมัยใหม่ โรงเรียนเกษตราธิการจึงถูกออกแบบให้เป็นแหล่งผลิต “ข้าราชการสายเทคนิค” ที่มีความรู้ศาสตร์ผสมผสาน และทำให้เกษตรกลายเป็นวิชาชีพที่มีหลักสูตร มีวุฒิ และเส้นทางราชการรองรับ

โพสต์สำคัญในแง่พัฒนาการนี้คือการประกาศว่า "เราจะยกระดับการเกษตรจากภูมิปัญญาชาวบ้าน สู่ศาสตร์ที่ต้องมีโรงเรียน มีครู มีหลักสูตร มีระบบ เพื่อพัฒนาประเทศทั้งระบบในระยะยาว" ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำไปสู่การตั้ง ‘มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์’ ในปี 2486 ต่อมา

วันนี้ การย้อนดูเหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่รำลึกอดีต แต่เพื่อทบทวนว่าในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เราได้พัฒนาบุคลากรด้านเกษตรได้เข้มแข็งเท่าที่บรรพชนเคยวางรากฐานไว้หรือไม่ และว่ามีแนวคิดใหม่ที่พร้อมรองรับโลกยุคนี้หรือยัง

“เมย์ วาสนา” แฉชัด “ดิว อริสรา” ยังไม่ได้เงินเลยแม้แต่สักงวด จับตาผลลัพธ์หลังครบกำหนด 1 ปี ทิ้งท้ายชัด “ผิดเงื่อนไขมีฟ้องใหม่แน่”

(27 พ.ย. 68) มหากาพย์หนี้สินระหว่าง 'เมย์ วาสนา' กับ 'ดิว อริสรา' ยังคงไม่จบ หลังผู้ว่าจ้าง 'เมย์' เปิดใจครั้งแรกว่า ยังไม่ได้รับเงินชำระหนี้แม้แต่สักงวดเดียว แม้ทั้งสองฝ่ายจะเคยตกลงเคลียร์และเซ็นสัญญาผ่อนชำระเงินจำนวน 62 ล้านบาทไว้ พร้อมระบุว่าจะผ่อนภายใน 1 ปี

'เมย์' เผยผ่านสื่อว่า หลังเซ็นสัญญาและคืนทรัพย์สินตามที่ตกลงกันแล้ว ไม่ได้พบหรือติดต่อกับ 'ดิว' โดยตรง ทุกอย่างดำเนินผ่านทนายความและเอกสารสัญญา และย้ำว่า "เท่าที่เช็กตอนนี้ ยังไม่ได้นะ ยังไม่ได้รับสักงวดเลย" โดยสัญญานี้เป็นเครื่องมือทางกฎหมาย หากไม่ชำระครบภายใน 1 ปี ฝ่ายเจ้าหนี้จะนำสัญญามาใช้เดินเกมคดีได้

ตั้งแต่ต้นเรื่อง เริ่มจากความสัมพันธ์ระหว่าง 'เมย์' ที่ทำธุรกิจซื้อขายของแบรนด์เนม กับ 'ดิว' คนในวงการแฟชั่นที่ยืมใช้ของหรูและไม่คืนจนตกเป็นหนี้สินรวมกว่า 62 ล้านบาท ต่อมาได้มีการเจรจาและคืนทรัพย์สินบางส่วน พร้อมถอนฟ้องคดีอาญาสำหรับทรัพย์สินที่คืนแล้ว

แม้สถานการณ์ดูเหมือนจะมีทางออก แต่ 'เมย์' เลือกที่จะมูฟออนและโฟกัสธุรกิจตัวเอง ขณะที่ยังรอดูผลการชำระเงินตามสัญญาเพื่อการตัดสินใจในเกมกฎหมายต่อไป ท่าทีนี้แสดงถึงความเข้าใจต่อสถานการณ์ของ 'ดิว' และมุมมองที่ไม่ใช่แค่เรื่องความขัดแย้ง แต่เป็นเรื่องของระบบสัญญาและกฎหมาย

ขณะเดียวกัน มีข่าวลือเกี่ยวกับการจ้าง 'ดิว' ไลฟ์ขายของครั้งละ 5 แสนบาท ซึ่ง 'เมย์' ได้ปฏิเสธและชี้แจงว่าไม่เกี่ยวข้องกับเธอ และมองว่าทั้งสองควรแยกเดินทางทำงานของตัวเองต่อไป เรื่องนี้ยังสะท้อนการตั้งคำถามในสังคมเรื่องเส้นแบ่งระหว่างมิตรภาพ ธุรกิจ และความน่าเชื่อถือในยุคโซเชียล ขณะที่หลายฝ่ายจับตาว่าเมื่อครบ 1 ปี การชำระหนี้จะเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ หรือจะกลับเข้าสู่สนามกฎหมายอีกครั้ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top