Friday, 3 July 2026
LITE

วู้ดดี้ขอโทษปม “นมวัวไทย” ย้ำหลักฐานต้องมาก่อนดราม่า “ไม่ตั้งใจด้อยค่า” ย้ำแค่ชวนคุยสุขภาพ เตรียมเทปใหม่อิงข้อมูลจริง

(12 พ.ย. 68) พิธีกรชื่อดัง วู้ดดี้–วุฒิธร มิลินทจินดา ได้อัดคลิปขอโทษสาธารณะ หลังรายการ Woody Avengers ออกอากาศตอนที่ว่าด้วย "อาหารที่คิดว่าดี อาจกำลังทำร้ายร่างกาย" ซึ่งมีถ้อยคำพาดพิง "นมไทย" กระทั่งเกิดกระแสถกเถียงรุนแรงในสังคม วู้ดดี้ยอมรับว่าสื่อสารไม่รอบด้าน จึงระงับคลิปดังกล่าวชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง โดยย้ำว่า "ไม่มีเจตนาด้อยค่านมไทย" แต่ตั้งใจชวนคนตั้งคำถามเรื่องโภชนาการด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้มากขึ้น

วู้ดดี้แจ้งว่าจะจัดทำตอนพิเศษเชิญแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และตัวแทนอุตสาหกรรมนมไทย มาร่วมพูดคุย "แบบตรงไปตรงมา" เพื่อเคลียร์ประเด็น เช่น เกณฑ์เรียก "น้ำนมโคแท้ 100%" ความแตกต่างระหว่างนมสดและนมคืนรูป ใครควรระวังการดื่มนม และภาพรวมคุณภาพนมไทยเทียบต่างประเทศ รวมถึงเจ้าตัว "น้อมรับคำวิจารณ์เป็นบทเรียน" และขอบคุณทุกเสียงสะท้อนจากเกษตรกร ปศุสัตว์ และนักวิชาการ

ก่อนหน้านี้ คลิปตัวอย่างรายการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประโยคที่ว่า "นมในไทยส่วนมากไม่ใช่นมแท้ เป็นนมผงผสม… บางกล่องอาจไม่เคยแตะวัวจริงเลย" จนบรรดานักวิชาการและสื่อหลายแห่งออกมาชี้แจงว่าสินค้านมในไทยจำนวนมากเป็น "น้ำนมโคสดแท้ 100%" มีการระบุชัดเจนบนฉลาก ขณะที่นมคืนรูปหรือผลิตภัณฑ์นมปรุงแต่งก็ต้องติดฉลากตามกฎหมาย ล่าสุดรายการต้องถอดคลิปออกเนื่องจากเกิดความเข้าใจผิด

กระแสขอโทษของวู้ดดี้เกิดขึ้นควบคู่กับคำถามในโซเชียลเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลด้านโภชนาการและข้อสงสัยเรื่องสปอนเซอร์ ฝ่ายที่ถูกอ้างถึงได้เผยว่า "ให้ข้อมูลไม่ครบ" และยืนยันว่าไม่มีสปอนเซอร์จ้างเชียร์รายการ

ภาพรวม ฝ่ายรายการแสดงความรับผิดชอบโดยการแก้ไขข้อมูลและเปิดเวทีผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่นักวิชาการเรียกร้องใช้หลักฐานและข้อกฎหมายบนฉลากเป็นฐานสื่อสาร เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกกับผลิตภัณฑ์นมไทยเกินจริง กำลังรอติดตามตอนพิเศษที่จะให้ข้อมูลเชิงวิชาการแบบครบถ้วนในเร็ว ๆ นี้

12 พฤศจิกายน 2528 วันเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน มหาดไทย ประกาศให้มี จป. ดูแลความปลอดภัย ในสถานประกอบการทั่วประเทศ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2528 ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง มีผลบังคับใช้วันที่ 12 พฤศจิกายน โดยกำหนดให้ทุกสถานประกอบกิจการมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย เพื่อพัฒนางานด้านความปลอดภัยและสร้างวัฒนธรรมการทำงานปลอดภัย จนนำไปสู่การรวมตัวขององค์กรเครือข่าย และชมรม จป. ทั่วประเทศ

ต่อมาในปี 2536 มีการจัดตั้งกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (เปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงแรงงานในปี 2545) และในปี 2559 ได้ออกกฎกระทรวง พ.ศ. 2549 กำหนดให้ 14 ประเภทกิจการ ต้องมี 'จป.' ตามระดับและขนาดกิจการ
'จป.วิชาชีพ'

จึงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความปลอดภัยในที่ทำงาน ตรวจสอบ แนะนำ และเสนอแนวทางป้องกันความเสี่ยง เพื่อให้ทุกคนทำงานได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานกฎหมาย
 

“สายป่าน” หวนเล่นหนังโรงครั้งแรกในรอบ 8 ปี ประกบ “ทราย เจริญปุระ” บทดราม่าขนลุก บทใหม่ท้าทายศีลธรรม กับภาพยนตร์จากเคสจริง “กิ่งแก้ว”

(11 พ.ย. 68) นักแสดงสาวสายป่าน–อภิญญา สกุลเจริญสุข กลับมารับบทในภาพยนตร์อีกครั้งหลังห่างหายจากจอหนังนานกว่า 8 ปี กับผลงานเรื่อง "กิ่งแก้ว" ที่มีกำหนดฉายในไทยวันที่ 29 มกราคม 2569

สายป่านเผยผ่านสัมภาษณ์ว่า "เราอยู่ในช่วงที่อยากท้าทายตัวเอง อยากเล่นบทที่คนไม่คาดคิด พอได้อ่านบทนี้ มันคือความรู้สึกว่า... ถึงเวลากลับมาแล้วจริงๆ" ผลงานนี้เป็นหนังแนวสยองขวัญและดราม่าที่ได้แรงบันดาลใจจากคดีฆาตกรรมจริงของนักโทษหญิงกิ่งแก้ว ลอสูงเนิน ที่ถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2522

นอกจากสายป่านแล้ว ยังมีนักแสดงทราย เจริญปุระ รับบทนำบทกิ่งแก้ว ซึ่งสะท้อนความเจ็บปวดและความจริงหลายด้านของความผิดและระบบยุติธรรม ภาพยนตร์เรื่องนี้มุ่งเน้นการนำเสนอในมุมมองมนุษย์และศีลธรรม ไม่ใช่แค่ความโหดร้ายของคดี

กิ่งแก้ว จึงเป็นการคัมแบ็กที่มีนัยสำคัญต่อสายป่าน และชี้ให้เห็นถึงทิศทางใหม่ของหนังไทยที่หยิบเรื่องจริงมาตีความในเชิงดราม่าละเอียดอ่อน ที่พร้อมสั่นสะเทือนจิตใจผู้ชมไทยและตลาดเอเชียอย่างกว้างขวาง

11 พฤศจิกายน 2536 วันคนโสดแห่งชาติจีน 'กวงกุ้น' ฉลองความโสด จากวันคนไร้คู่ สู่เทศกาลช้อปออนไลน์ครั้งใหญ่ ‘แจ็ค หม่า’ จุดกระแสลดกระหน่ำทั่วแพลตฟอร์ม คนโสดจะไม่เหงาอีกต่อไป!!

11 พฤศจิกายน – วันคนโสดแห่งชาติจีน วันที่คนไม่มีคู่ไม่ต้องเศร้าอีกต่อไป เพราะมีแคมเปญช้อปปิ้งลดกระหน่ำรออยู่ทุกแพลตฟอร์ม!!

วันที่ 11 เดือน 11 หรือวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน ถูกกำหนดให้เป็น วันคนโสดแห่งชาติจีน หรือที่มีชื่อเรียกตามภาษาจีนว่า กวงกุ้น (Guanggun) แรกเริ่มเดิมที วันคนโสดนี้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 โดยกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยหนานจิงของประเทศจีน สาเหตุที่เป็นวันนี้เนื่องจากเมื่อนำตัวเลขของวันและเดือนมาแยกออกจากกันจะได้เลข 1 เรียงกันโดดเดี่ยวมากถึง 4 ตัว ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรอบปี โดยในวันนี้บรรดาคนไร้คู่จะได้มีโอกาสออกมาสังสรรค์ฉลองความภูมิใจในความเป็นโสด และซื้อของขวัญเป็นรางวัลให้กับตัวเอง 

นอกจากนี้ในวันนี้ยังถือว่าเป็นวันช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ ธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์รายใหญ่ ๆ ในจีน อาทิ เว็บไซต์อาลีบาบา, ทีมอลล์ และเถาเป่า ต่างออกโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม กันกระหน่ำในโอกาสพิเศษนี้ เพื่อดึงดูดคนโสดรวมไปถึงคนที่ชื่นชอบของราคาถูก ส่งผลให้มีเงินสะพัดเป็นจำนวนมหาศาลในวันนี้

ทั้งนี้ ต้องนับว่าเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของ 'แจ็ค หม่า' เจ้าของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่ได้มองเห็นโอกาสครั้งสำคัญ จุดกระแสวันคนโสดให้เป็นที่แพร่หลายและนิยมมากขึ้นตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยทำให้วันคนโสดกลายเป็นเทศกาลช้อปปิ้งครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการจัดโปรโมชั่นกระหน่ำลดราคาสุดพิเศษ จนเรียกได้ว่าเป็นวันช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งใหญ่ที่สุดแห่งปีเลยทีเดียว

กระแสการเฉลิมฉลองวันคนโสดนี้แพร่หลายไปอย่างกว้างขวางตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา หลาย ๆ คนเฝ้ารอโอกาสพิเศษนี้เพื่อจัดเต็มการช้อปปิ้งครั้งใหญ่ และสำหรับประเทศไทยก็ไม่พลาดเช่นเดียวกัน บรรดาร้านค้าช้อปปิ้งออนไลน์จำนวนไม่น้อยต่างอิงกระแสวันคนโสดนี้ด้วย พากันกระหน่ำจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม สนั่นเลยทีเดียว รับรองว่าคนโสดไม่มีเศร้าอย่างแน่นอน

บทพิสูจน์ของความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องเร่งรีบ “ใหม่–เต๋อ” เข้าพิธีวิวาห์ในบรรยากาศสุดอบอุ่น หลังรัก 7 ปี จัดงานเรียบง่าย ที่เขาใหญ่พร้อมแหวนเพชร 15 กะรัต

(10 พ.ย. 68) ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ และ เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี เข้าพิธีแต่งงานเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ณ เขาใหญ่ บรรยากาศโรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติ โดยมีครอบครัวและเพื่อนสนิทร่วมงานในพิธีเรียบหรูและเป็นส่วนตัว

ก่อนวันงาน ทั้งคู่ย้ำถึงทิศทางงานว่า "เล็กและเป็นส่วนตัว" เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นและเน้นคนใกล้ชิดเป็นหลัก โดยพิธีในวันจริงเน้นความสุภาพ เรียบง่าย และเป็นกันเองอย่างยิ่ง

ไฮไลต์ของงานคือแหวนหมั้นเพชรราว 15 กะรัต ที่เต๋อคุกเข่าขอใหม่แต่งงานกลางปี 2568 และกลายเป็นจุดสนใจของสังคมอีกครั้งในพิธีสมรสครั้งนี้

ความรักของทั้งคู่ที่เริ่มต้นจากการร่วมงานในวงการบันเทิงและคบหาดูใจมาแล้วกว่า 7 ปี ถ่ายทอดผ่านพิธีงานแต่งครั้งนี้ที่สะท้อนถึงความรักที่เติบโตเงียบ ๆ และมั่นคง โดยให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความเรียบง่ายเหนือสิ่งอื่นใด

10 พฤศจิกายน 2531 'ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์' ศิลปกรรมล้ำค่าจากปราสาทหินพนมรุ้ง คืนสู่แผ่นดินไทย หลังการเรียกร้องขอคืนจาก 'สถาบันศิลปะแห่งชิคาโก สหรัฐอเมริกา'

เมื่อ 37 ปี ก่อน 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ซึ่งถูกลักลอบนำออกไปจากปราสาทหินเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเวลาเกือบ 30 ปี ได้กลับคืนสู่ประเทศไทย หลังการเรียกร้องขอคืนจากสถาบันศิลปะแห่งชิคาโก สหรัฐอเมริกา

โดยทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์นี้ เป็นประติมากรรมศิลาจำหลักบนทับหลังประตูของปรางค์ประธาน ด้านทิศตะวันออกของปราสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งนายมานิต วัลลิโภดม ภัณฑารักษ์พิเศษ แห่งกรมศิลปากร ได้สำรวจและบันทึกภาพไว้เมื่อ พ.ศ. 2503 ซึ่งทับหลังชิ้นนี้นั้น หักออกเป็นสองท่อน ตกอยู่ที่เชิงประตูปรางค์ประธาน ในกาลต่อมา ทับหลังทั้งสองชิ้นนี้ กลับสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2508 จึงได้พบทับหลัง 1 ชิ้นที่ร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง กรมศิลปากรจึงได้ยึดมาเก็บรักษาไว้ แล้วนำไปประดับไว้ที่เดิม

ต่อมาในปี 2515 ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ได้ไปพบทับหลังส่วนที่เหลือซึ่งเป็นรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่สถาบันศิลปะชิคาโก (The Art Institute of Chicaco) ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยบังเอิญ จึงแจ้งให้ทางกรมศิลปากรทราบ จนเกิดการเรียกร้องขอคืนขึ้น ซึ่งในที่สุดผู้ครอบครองวัตถุล้ำค่าชิ้นนี้จึงยอมคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์สู่มาตุภูมิ ในปี พ.ศ. 2531 ทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งพอดี

9 พฤศจิกายน 2499 วันเกิดพระพรหมเอราวัณ ประดิษฐาน ณ โรงแรมเอราวัณ พิธีบวงสรวงยิ่งใหญ่ที่ราชประสงค์ ศูนย์รวมศรัทธากลางเมือง

ทุกปีของวันที่ 9 พฤศจิกายน บริเวณสี่แยกราชประสงค์ในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สวมชุดขาว ถือพานพวงมาลัยดาวเรือง เพื่อเข้าร่วมพิธีบวงสรวงและละครรำแก้บนต่อองค์ท้าวมหาพรหมเอราวัณ ความศรัทธานี้มีมาตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 เมื่อศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณถูกอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน เพื่อแก้เคล็ดความล่าช้าในการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ

พิธีบวงสรวงเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้ามืดโดยพราหมณ์ประจำศาลและเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะจนถึงเวลา 22.00 น. ผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เตรียมเครื่องสักการะเช่นดอกบัว ธูป เทียน และพวงมาลัยดาวเรือง โดยมีกฎการแต่งกายที่สุภาพและเคารพสถานที่ "ทุกปีในเช้ามืดจะมีพิธีบวงสรวงใหญ่โดยพราหมณ์ประจำศาล" เป็นคำยืนยันถึงความสืบสานประเพณีนี้

ราชประสงค์ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังผสมผสานกับความเชื่อและศรัทธาของผู้คนที่นี่ กลายเป็นแลนด์มาร์กทางศาสนาสำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากประเทศใกล้เคียง เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่เดินทางมาขอพรเรื่องงาน ความรัก และโชคลาภ วันเกิดพระพรหมเอราวัณจึงเป็นวันที่ศรัทธาและวิถีชีวิตคนเมืองเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง

‘แบงค์ วงแคลช’ รำลึก วันรองแชมป์กรมพละ 2538 ขอบคุณ ‘อ.สกล’ ครูผู้ให้โอกาส จากเด็กตัวสำรอง สู่นักสู้ชีวิตไม่ยอมแพ้ ส่งแรงใจถึงน้องๆ ฟุตบอล 7 สี วันนี้!!

เมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 68) 'แบงค์ ปรีติ' โพสต์ย้อนเล่าความทรงจำสุดประทับใจถึง 'อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ' ผู้ปลุกปั้นทีมฟุตบอลโรงเรียนราชวินิตบางแก้วในยุค 90 ระบุว่า..

ผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นรูป อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ที่ผมคุ้นชินอยู่เต็มหน้าเพจไปหมด...มาครับผมจะเล่าให้ฟัง

ตอนผมอายุ 12 ปี ผมมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะสอบเข้า รร.ราชวินิตบางแก้วให้ได้ในโควต้านักฟุตบอล ซึ่งผมเข้าร่วมทดสอบทั้งฝีเท้า ร่างกาย และรวมถึงเข้าสอบวิชาการแบบคนอื่นๆ ผมยังจำวันประกาศผลสอบได้ว่าคุณแม่ผมดีใจมากที่สอบวิชาการติด แต่ผมไม่ได้ยินดีอะไรมากนัก เพราะผมสอบโควต้านักฟุตบอล “ไม่ติด”

แต่ผมยังไม่หมดหวัง ตอนมัธยมหนึ่งระหว่างที่เรียนไปในปีนั้นผมพยามคุยกับอาจารย์หลายๆ ท่านเพื่อขอเข้าร่วมทีมเผื่อจะมีโควต้าเหลือ เอาตรงๆ คือขอให้ผมเป็นตัวแถมก็ได้ สรุปผมก็ได้เข้าทีมฟุตบอลของโรงเรียนจนได้

ด้วยอายุ...จริงๆ ผมควรจะต้องอยู่ในทีมรุ่นอายุ 12 ปี แต่ด้วยส่วนสูง 172 cm ของผมในตอนนั้น ทำให้ผมต้องขึ้นไปอยู่ในรุ่นอายุ 14 ปีแทน และนั่นทำให้ผมรู้สึกได้เลยว่าแทบจะไม่มีโอกาสเล่นตัวจริงได้เลย แม้จะดูเก่งอยู่บ้างในฟุตบอลพลาสติกสนามเล็ก แต่มันคนละเรื่องกับฟุตบอลสนามใหญ่ที่มีรุ่นพี่มากประสบการณ์ ร่างกายแข็งแรง กล้ามขากล้ามเนื้อน่องเต่งๆ เป็นมัด รุ่นพี่หลายคนผ่านแชมป์กทม. และเเชมป์กรมพละมาแล้วทั้งสิ้น

ผมยังจำวันที่ได้รองแชมป์กรมพละปี 2538 (ตามภาพ) ที่ทีมราชวินิตบางแก้วพ่ายเทพศิรินทร์ไป 0-2 ภาพจำเต็มไปหมด เราเห็นรถบัสของนักฟุตบอลโรงเรียนต่างๆ เช่นอัสสัมศรีราชาที่เป็นรถโค้ชคันใหญ่ติดแอร์ รถของเทพศิรินทร์ก็สวยงาม เราได้แต่คิดในใจว่า “รร.เหล่านี้รวยจัง เท่ว่ะ”

ตัดภาพมาเรามีรถกระบะ 1 คัน และพวกเราอยู่ในรถตู้ Isuzu Buddy คันเก่าๆที่ถูกดัดแปลงโดยการถอดเบาะทั้งหมดออกและใส่เบาะยาว 2 ข้างเหมือนรถสองแถว ผมนั่งบนพื้นตรงกลางกับกระติกน้ำ ในฐานะตัวสำรองและน้องคนเล็กเลยโดนแกล้งตลอดทางทั้งขาไปและขากลับเป็นเรื่องธรรมดาเฮฮากันไป....ไม่ต้องเดาครับ อาจารย์สกลนี่เเหละที่เป็นคนขับพาเด็กๆ ไปแข่งด้วยตัวเอง

สรุปในวันนั้นผมได้ลงเล่นใน 10 นาทีสุดท้าย ในตำแหน่งกองกลางตัวรับ(ถ้าผมจำไม่ผิด) คำว่า “แบงค์..มึงไปวอร์ม” ยังติดหูผมอยู่จนถึงวันนี้ เพราะเป็นครั้งแรกในนามจริงและเป็นในรอบชิงถ้วยใหญ่ที่สุดของฟุตบอลนักเรียนอีกต่างหาก ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสครับ 🙏🏼

ผมอยู่ในทีมโรงเรียนจนถึงมัธยมสาม หลังจากนั้น อิทธิพลของดนตรีก็เข้าสิงร่างผมอย่างเต็มตัวเลยต้องขอออกจากทีมไป...ทิ้งไว้ด้วยความทรงจำดีๆ ที่โหด มัน ฮา ในทีมฟุตบอลราชวินิตบางแก้ว ที่บอกว่าผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นอาจารย์สกลตามหน้าเพจมากมายในวันนี้ก็เพราะว่าอาจารย์สกลผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ทำทีมคว้าถ้วยรางวัลมานักต่อนัก หลายต่อหลายโรงเรียน แม้ผมจะไม่ใช่นักฟุตบอลที่เก่งกาจของอาจารย์ในวันนั้น แต่ผมมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนอาจารย์สกลคือผมไม่ยอมแพ้และไม่หยุดทำในสิ่งที่รัก ล้ม 8 ครั้ง ลุก 9 ครั้งแล้วจะมีวันของเราสักวัน....ขอบคุณอาจารย์สกลครับ 🙏🏼

ขอให้น้องๆ ทั้ง 2 ทีมโชคดีในนัดชิงฟุตบอล 7 สีในวันที่ 8 พ.ย.นี้ครับ
“จารย์ครับ...ผมอยากเห็นอาจารย์คุมสโมสร”

8 พฤศจิกายน 2490 พลโท ผิน ชุณหะวัณ นำรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาล ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โค่นกลุ่มปรีดี พนมยงค์ เปิดฉากยุค 'ผู้นำสามเส้า' การเมืองไทย

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 กลุ่มทหารนอกราชการที่นำโดย พลโท ผิน ชุณหะวัณ นำกำลังยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

รัฐประหารดังกล่าวเป็นการร่วมมือระหว่างพันธมิตรกลุ่มจอมพล แปลก พิบูลสงคราม และกลุ่มนิยมเจ้า เพื่อโค่นอำนาจของกลุ่มปรีดี พนมยงค์ (ซึ่งประกอบด้วยอดีตสมาชิกเสรีไทยและทหารเรือบางส่วน) โดยอาศัยช่องจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร 

ผลของรัฐประหารทำให้กลุ่มปรีดีและคณะราษฎรหมดอำนาจไป และแม้จอมพล แปลก พิบูลสงครามจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังจากนั้นแต่ก็ไม่ได้มีฐานอำนาจของตนเอง การเมืองไทยต่อมาอยู่ในช่วง 'ผู้นำสามเส้า' จนถึงปี 2500

เชียงใหม่ฮือฮา!! “ลลิษา มโนบาล” โผล่วัดเจดีย์หลวง ถ่ายโปรโมตท่องเที่ยวไทยให้ ททท. ร่วมงานคืนสุดท้าย “ยี่เป็ง” เชียงใหม่ กลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล

(7 พ.ย. 68) ลิซ่า แบล็คพิ้งค์ หรือ ลลิษา มโนบาล ซูเปอร์สตาร์ชาวไทยระดับโลก โผล่วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ในคืนสุดท้ายของงานประเพณียี่เป็ง เพื่อถ่ายงานโปรโมตการท่องเที่ยวไทยให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

แฟนคลับและชาวเชียงใหม่ต่างตื่นเต้นและถ่ายภาพเหตุการณ์เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกระแสไวรัล แต่ไม่นานหลังจากนั้น เพจต่างๆ ที่แชร์ภาพถูกทีมงานติดต่อให้ลบโพสต์ โดยอ้างถึงปัญหากฎหมายลิขสิทธิ์เพื่อป้องกันความขัดแย้ง

ประเพณียี่เป็งถือเป็นงานสำคัญของเชียงใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอย่างมาก ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่าลิซ่าจะเดินทางมาถ่ายงานโปรโมตกับ ททท.ในช่วงจัดงานจริงตามที่แฟนๆ ตั้งตารอคอย

ดราม่าบอสณวัฒน์!! กลายเป็นระบบการตลาด เป็นเครื่องมือจัดการไลฟ์กระแส ยุทธศาสตร์สื่อสารยุคดิจิทัล ทำให้แบรนด์ และตัวเข้าไปอยู่ในสปอตไลต์ต่อเนื่อง

(7 พ.ย. 68) ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ใช้ไลฟ์สตรีมจุดกระแสดราม่า ผ่านเหตุการณ์สำคัญสองครั้ง ได้แก่ ไลฟ์จากโรงพยาบาลในช่วงโควิด-19 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2564 ที่เล่าว่า "ถูกให้กลับบ้านภายใน 24 ชม." ซึ่งสร้างประเด็นถกเถียงเรื่องการจัดการเตียงผู้ป่วยจนมีหน่วยงานออกมาชี้แจง และไลฟ์พรีอีเวนต์ Miss Universe 2025 เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2568 ที่เกิดข้อขัดแย้งระหว่าง ณวัฒน์กับมิสเม็กซิโก โดยเขายืนยัน "ไม่ได้พูดคำว่า dumb head แต่เป็น damage" พร้อมขอโทษในเวที Welcome Night

เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ณวัฒน์ใช้ดราม่าเป็นเครื่องมือจัดการกระแส ทำให้แบรนด์และตัวเขาอยู่ในสปอตไลต์ต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ต้องมีวินัยในการบริหารความเคลื่อนไหว บทเรียนจากเขาคือ ต้องเตรียม Fact Sheet ภายใน 6 ชั่วโมงหลังเกิดดราม่า เพื่อแยกคำพูดตรงและการตีความ พร้อมสร้างเนื้อหาเชิงบวกภายใน 24-72 ชั่วโมง และวางเงื่อนไขทางแบรนด์กับพาร์ตเนอร์อย่างชัดเจน เพื่อให้จัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อถกเถียงและดราม่าที่เกิดขึ้นกับณวัฒน์ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการนางงาม เช่นเคส Miss Iceland 2016 ที่นางงามลาออกกลางคันอ้างโดนบอกให้ลดน้ำหนัก, Vietnam 2022 ที่มีวิจารณ์เรื่องสัดส่วนของผู้เข้าประกวด หรือกรณี Rachel Gupta ในปี 2025 ที่แฉปัญหาสภาพแวดล้อมองค์กรกลั่นแกล้ง แต่ทั้งหมดยังเน้นให้เห็นว่าดราม่าคือ "ตัวเร่ง" ที่ต้องเปลี่ยนเป็นความเชื่อใจและรายได้อย่างมีระบบ ไม่ใช่แค่การแจ้งเกิดผ่านไฟจากไลฟ์เพียงอย่างเดียว

7 พฤศจิกายน 2539 พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินทางชลมารค ในรัชกาลที่ 9 ณ วัดอรุณราชวราราม หนึ่งในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก เฉลิมพระเกียรติครองราชย์ครบ 50 ปี

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม พระราชพิธีกาญจนาภิเษกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระองค์ทรงครองราชสมบัติ เป็นปีที่ 50 ถือเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชสมบัติเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีหมายกำหนดการจัดงานพระราชพิธีกาญจนาภิเษก และงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ระหว่างวันที่ 8-10,12,14,23 มิถุนายน ,7พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 รวมทั้งสิ้น 7 วัน

โดย วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2539 เวลา 15.30 น. เป็นพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม

คอนเทนต์ใช้ไฟให้เป็นแสง ขับเคลื่อนการค้นหาการพูดถึง บทเรียนจาก 'บอสณวัฒน์' ในเวที Miss Universe 2025

ดราม่าไม่ใช่อุบัติเหตุของคอนเทนต์อีกต่อไป แต่มันคือ “เครื่องยนต์การตลาด” ที่ขับเคลื่อนการค้นหา การพูดถึง และยอดเข้าถึง—ถ้าคุมกรอบเรื่องและจังหวะได้พอ บทความนี้สรุปเพลย์บุ๊กเชิงธุรกิจ + บทเรียนคมๆ จากเคสจริงของ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล บนเวที Miss Universe 2025

เหตุการณ์สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น
ระหว่างอีเวนต์ก่อนประกวดที่กรุงเทพฯ เกิดปากเสียงบนไลฟ์สตรีมระหว่าง “ณวัฒน์” กับ “มิสเม็กซิโก Fátima Bosch” ประเด็นการโปรโมตเจ้าภาพ มีคำพูดที่ถูกตีความว่าเรียกผู้เข้าประกวดว่า “dummy/dumb head” จนนำไปสู่การวอล์กเอาต์ของผู้เข้าประกวดหลายชาติ และแรงสะท้อนบนสื่อสากล–ไทยจำนวนมาก ต่อมาประธาน MU “Raúl Rocha Cantú” ออกคลิปแถลง “จำกัดบทบาท” ของณวัฒน์ในการประกวดครั้งนี้ ขณะที่เจ้าตัวออกคำขอโทษ/ชี้แจงต่อสาธารณะในเวลาต่อมา (และปฏิเสธบางถ้อยคำที่ถูกกล่าวหา) หมายเหตุ: ประเด็นนี้ยังมีคำอธิบายที่สวนทางกันในรายละเอียดบางส่วน จึงควรยึดคำพูดตรงจากคลิป/ถ้อยแถลง และเปิดสิทธิ์ชี้แจงให้ทุกฝ่ายเสมอ

ดราม่า = การตลาดแบบหนึ่ง (Drama-as-Marketing)
ตรรกะของแพลตฟอร์มตอนนี้: อารมณ์แรง → คอมเมนต์/แชร์พุ่ง → อัลกอริทึมขยายการมองเห็น → เกิด Discovery ฟรีในวงกว้าง กฎเหล็ก: ต้องรีบ “แปลง” ความสนใจให้เป็นทราฟฟิกของเราเอง/ชุมชน/ยอดขาย และต้องมีทางลง (Normalize) ที่รักษาแบรนด์

• AIDA × Algorithm (ฉบับดราม่า):
• Attention: จุดติดด้วยประเด็นสาธารณะ ไม่ใช่ปะทะส่วนบุคคล
• Interest: เสิร์ฟ Fact vs. Spin ให้คนตามต่อบนฐานข้อมูล
• Desire: แปลงการถกเถียงเป็นความต้องการ “รู้จริง/แก้ปัญหา” (Q&A/Explainer/Live ชี้แจง)
• Action: ดึงเข้าช่องทางของเรา (สมัครชุมชน/จดหมายข่าว/ลงทะเบียนอีเวนต์/ซื้อคอร์ส)

Playbook 24–72 ชั่วโมง (เวอร์ชันธุรกิจล้วน)
0–6 ชม.: ออก Fact Note 5–7 บรรทัด + คลิปสั้น 60–90 วินาที + เปิดกล่องรับคำชี้แจง

6–24 ชม.: แตกคอนเทนต์ 3 แบบ: Q&A / Fact vs. Spin / จุดยืนแบรนด์ + เปิดเกตแปลงผล (สมัครชุมชน/ดาวน์โหลด)

24–48 ชม.: อินโฟ “ไทม์ไลน์ข้อเท็จจริง” + ไลฟ์สั้นชี้แจง → ตัดเป็น Shorts

48–72 ชม.: สรุปบทเรียน + ปล่อยคอนเทนต์ “คุณค่าแกนหลัก” ดึงอุณหภูมิกลับศูนย์

KPI ที่ต้องเฝ้า (รายชั่วโมง → รายวัน): Reach/ผู้ชมใหม่, Watch time/Completion, การค้นหาแบรนด์/เมนชัน, สัดส่วน Sentiment, Conversion (สมัคร/ยอดขาย), EMV คร่าวๆ, การแจ้งเตือนแพลตฟอร์ม

เคสศึกษา “บอสณวัฒน์”: จุดที่พาไปไว และจุดที่พาไปไกล
1) จุดไฟไว: ไลฟ์สตรีมต่อหน้าผู้เข้าประกวด + ถ้อยคำแรง = Hook & Polarize พุ่งระดับโลกใน 24 ชม. (คลิปถูกตัดซ้ำข้ามแพลตฟอร์ม สื่อสากล–ไทยหยิบต่อ)

2) แรงสะท้อนจากพาร์ตเนอร์: ฝั่ง MU ออกแถลงหนุนสิทธิ์และศักดิ์ศรีผู้เข้าประกวด พร้อมจำกัดบทบาทณวัฒน์ชั่วคราว—นี่คือ “ค่าเสียหายเชิงโอกาส (Opportunity Cost)” ของงานร่วม/ลิขสิทธิ์/สปอนเซอร์ในอนาคต

3) พยายามปิดเกม: การออกคำขอโทษ/ชี้แจงในเวลาต่อมา คือความพยายามดึงแบรนด์กลับศูนย์ แต่ก็ทิ้ง “รอยดราม่า” ในบันทึกออนไลน์ ซึ่งภาคสปอนเซอร์ระดับโลกมักอ่อนไหวต่อประเด็นนี้.

4) บทพิสูจน์ของ Drama-as-Marketing: ดราม่า “ป้อน” Earned Media มหาศาล แต่ถ้าไม่รีบแปลงเป็น First-party Data/Community/สินค้าที่มีคุณค่า ก็จะเหลือแค่ “ดังแล้ววืด”.

5) เส้นแดง: เมื่อแตะคุณค่าพื้นฐาน (ศักดิ์ศรี/ความปลอดภัย/ความเป็นมืออาชีพ) — พาร์ตเนอร์จะเข้ามาคุมความเสี่ยงแทนคุณทันที.

กรอบตัดสิน “คุ้มไหม” (ฉบับผู้บริหาร)
EMV คร่าวๆ = Estimated Reach ÷ 1,000 × CPM เฉลี่ย

Drama ROI ≈ EMV + รายได้ตรง (D2C/ตั๋ว/คอร์ส) – ค่าเสียหายภาพลักษณ์ (ดีลสปอนเซอร์ที่หาย + ส่วนลดราคา + เวลาทีมกฎหมาย)

ตั้งเพดานเสี่ยง: ถ้า Sentiment ลบ > 35–40% หรือถูกแจ้งละเมิดเกินเกณฑ์ ⇒ เข้าสู่โหมด Repair/Normalize ทันที

เช็กลิสต์ “เล่นไฟอย่างโปร”
• โจมตี “ประเด็น/ระบบ” แทน “ตัวบุคคล”
• ทำ Fact vs. Spin ทุกครั้ง—แยกคำพูดตรง/หลักฐาน ออกจากความเห็น
• เปิด Right of Reply อย่างเป็นระบบ (ฟอร์ม/อีเมล/หน้ารวมคำชี้แจง)
• ล็อกกฎหมายไทย: หมิ่นประมาท/พ.ร.บ.คอมฯ/PDPA/ลิขสิทธิ์
• Exit Plan ชัดเจน: ใครถือไมค์ 1 เสียงเดียว, ข้อความปิดเกม, คอนเทนต์แกนคุณค่า

สรุปคมๆ
ดราม่าเป็นตัวเร่ง ไม่ใช่ตัวตนของแบรนด์ มันเร่งการค้นพบและการพูดถึง แต่ความยั่งยืนมาจากคุณค่า-ข้อมูลจริง-ความรับผิดชอบ เคส “บอสณวัฒน์” ชี้ชัดว่า—คุณ “ดังได้” ในชั่วข้ามคืน แต่จะ “น่าเชื่อถือ” ไปอีกยาวๆ หรือไม่ ขึ้นกับวินัยในการคุมกรอบเรื่อง แปลงผลเร็ว และรู้จักลงจากเวทีอย่างมืออาชีพ.

หมายเหตุบรรณาธิการ
เหตุการณ์นี้ยังมีข้อมูลอัปเดตต่อเนื่องและถ้อยคำบางช่วงมีข้อโต้แย้งตามคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง เมื่อดึงคำพูด/ข้อเท็จจริงเฉพาะเจาะจง ควรอ้างอิงคลิป/ถ้อยแถลงต้นทางและเปิดสิทธิ์ชี้แจงให้ครบถ้วน

ดราม่า Miss Universe ไทย–เม็กซิโก ไทยเจอบทเรียนราคาแพงบนเวทีโลก สะเทือน Soft Power และภาพลักษณ์ ประเทศในสายตาโลก

(6 พ.ย. 68) ดราม่า Miss Universe Thailand 2025 กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้อำนวยการกองประกวดถูกกล่าวหาว่าใช้คำว่า “dumb head” ต่อหน้า Fátima Bosch ผู้เข้าประกวดจากเม็กซิโก คำพูดนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดียนำไปสู่การวอล์กเอาต์ของผู้เข้าประกวดหลายชาติและแถลงการณ์จาก Raúl Rocha Cantú ประธาน Miss Universe Organization (MUO) ที่ย้ำว่า “ความเคารพและศักดิ์ศรีของผู้หญิงทุกคน คือหัวใจของเวทีนี้” ฝ่ายไทยชี้แจงในภายหลังว่าเป็นความเข้าใจผิด คำที่พูดคือ “damage” ไม่ใช่ “dumb head” ท่ามกลางกระแสโซเชียลที่ไม่อาจหยุดยั้ง

เหตุการณ์นี้สะท้อนความเปราะบางของ Soft Power ไทยที่ใช้เวทีนี้เป็นเครื่องมือส่งเสริมศักยภาพระดับโลก แต่กลับต้องเผชิญคำถามถึงความพร้อมในการจัดงานที่สื่อถึงความเท่าเทียมและเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม Fátima Bosch กล่าวว่า “I’m not afraid to make my voice heard. We’re in the 21st century.” แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ที่ผู้หญิงในวงการนางงามกล้าพูดและเรียกร้องศักดิ์ศรี

เบื้องหลังเวทีนี้คือธุรกิจพันล้านบาทที่มีสปอนเซอร์และการลงทุนสูง ดราม่าครั้งนี้อาจทำให้แบรนด์โลกชะลอหรือย้ายการสนับสนุนได้ ทางออกเชิงโครงสร้างจึงเป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงต้องมี Charter for Global Pageants in Thailand, การอบรมข้ามวัฒนธรรม, ทีมรับมือวิกฤต และการวัด Soft Power ด้วยข้อมูลจริง เพื่อรักษามาตรฐานและภาพลักษณ์ของชาติ

ดราม่าใน Miss Universe ปีนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า Soft Power ต้องมาพร้อมมาตรฐานการเคารพและความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม มิใช่เพียงการประชาสัมพันธ์ภายนอกแต่เพียงอย่างเดียว

6 พฤศจิกายน 2310 ‘พระเจ้าตาก’ กอบกู้เอกราชไทย ชนะศึกค่ายโพธิ์สามต้น หลังเสียกรุงได้เพียง 7 เดือน เปลี่ยนชะตาประวัติศาสตร์ชาติ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตีแตกค่ายโพธิ์สามต้นที่กรุงศรีอยุธยา คืนกรุงกลับมา หลังเสียกรุงได้เพียง 7 เดือน ถือเป็นวันกอบกู้เอกราชไทยที่สำคัญและจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ชาติอย่างแท้จริง บันทึกเวลาบ่ายโมงเศษของเหตุการณ์ในวันดังกล่าวยังได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนจากเอกสารราชการและกรมศิลปากร

กรมศิลปากรระบุว่า "เป็นวันกอบกู้เอกราชซึ่งแสดงถึงความทรงจำร่วมของคนไทย" ซึ่งสะท้อนความหมายทางยุทธศาสตร์และอัตลักษณ์รัฐชาติ วันที่ 6 พฤศจิกายน นอกจากเป็นวันชัยชนะทางทหาร ยังเป็นวันสร้างเรื่องเล่าร่วมของสังคมไทยหลังยุคอยุธยาที่เชื่อมโยงกับการฟื้นฟูบ้านเมืองและรวมศูนย์อำนาจใหม่

หลังกรุงศรีอยุธยาแตกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2310 พระยาตากสินรวบรวมไพร่พลจากหัวเมืองตะวันออกและจันทบุรี ยกทัพเรือเข้าสู่ปากเจ้าพระยา ตีเมืองธนบุรีคืน แล้วเคลื่อนทัพขึ้นเหนือสู่กรุงศรีอยุธยา จุดหมายค่ายโพธิ์สามต้นซึ่งเป็นฐานทัพพม่าที่ควบคุมเส้นทางน้ำและคมนาคมภาคกลาง ชัยชนะในการตีแตกค่ายโพธิ์สามต้นทำลายกำลังหลักของพม่า เปิดเส้นทางยึดกรุงคืนในวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลาบ่ายโมงเศษ

ค่ายโพธิ์สามต้นตั้งอยู่ในตำบลโพธิ์สามต้น อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันยังคงมีร่องรอยคูค่าย กำแพง รวมทั้งผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าของค่ายฝั่งตะวันตกที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาภาคสนาม เป็นภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ที่เผยให้เห็นบทบาทยุทธศาสตร์ของภูมิประเทศบริเวณนี้ในสงครามยุคอยุธยา

6 พฤศจิกายนจึงไม่ใช่แค่วันชัยชนะทางทหาร หากยังเป็นวันแห่งความทรงจำร่วมและสัญลักษณ์สถาปนาอำนาจใหม่ของชาติไทย หลังจากกอบกู้เอกราชด้วยชัยชนะครั้งสำคัญนี้ การเดินทางไปชมสนามประวัติศาสตร์ค่ายโพธิ์สามต้นในปัจจุบันจึงถือเป็นการสัมผัสกับพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเปลี่ยนทิศทางประวัติศาสตร์ไทยอย่างแท้จริง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top