Friday, 3 July 2026
LITE

วันปิยมหาราช วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES 

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สร้างความเศร้าโศกแก่ประชาชนและชาติไทยอย่างยิ่ง พระองค์ทรงครองราชสมบัตินาน 42 ปี และทรงพระชนมายุ 58 พรรษา

พระองค์ทรงพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ พระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาศิลปวิทยาและวิชาต่างๆ ตั้งแต่โบราณราชประเพณี รัฐประศาสน์ ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ วิชาปืนไฟ มวยปล้ำ กระบี่กระบอง และวิศวกรรม เพื่อเตรียมรับราชสมบัติ

ก่อนจะบรรลุนิติภาวะ พระองค์ได้เสด็จประพาสต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ชวา และอินเดีย เพื่อทอดพระเนตรระบบการปกครองของชาวยุโรป เพื่อนำมาปรับใช้กับการบริหารราชการไทยให้เหมาะสมยิ่งขึ้น หลังทรงบรรลุนิติภาวะจึงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2416 และทรงพระราชอำนาจเด็ดขาดในการบริหารราชการแผ่นดิน

รัชสมัยของพระองค์เต็มไปด้วยการพัฒนาและสวัสดิการต่อประชาชน เช่น การไฟฟ้า ไปรษณีย์ โทรเลข และโทรศัพท์ ด้วยพระราชกรณียกิจที่ยังความผาสุกให้แก่ประชาชน ทวยราษฎร์จึงถวายพระนามว่า “พระปิยมหาราช” และกำหนดทุกวันที่ 23 ตุลาคม เป็น “วันปิยมหาราช” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

 

22 ตุลาคม พ.ศ. 2493 ไทยส่งทหาร ‘กรมผสมที่ 21’ ร่วมรบสงครามเกาหลี กลายเป็นจุดกำเนิด ‘หน่วยทหารเสือราชินี’

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2493 รัฐบาลไทยในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ตอบรับคำขอขององค์การสหประชาชาติให้ส่งกองกำลังร่วมรบในสงครามเกาหลี เพื่อผลักดันกองทัพเกาหลีเหนือ โดยไทยเป็นประเทศแรกที่ตอบรับ และได้ส่ง “กรมผสมที่ 21” เดินทางออกจากประเทศไทยด้วยเรือของกองทัพเรือ เพื่อเข้าร่วมรบในสมรภูมิเกาหลีร่วมกับกองกำลังสหประชาชาติ

ต่อมา “กรมผสมที่ 21” ได้แปรสภาพมาเป็น กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และย้ายที่ตั้งไปยังจังหวัดชลบุรีในปี 2511 ก่อนจะได้รับพระราชทานชื่อค่ายว่า “ค่ายนวมินทราชินี” เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2519 หน่วยนี้ภายหลังกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะของนายทหารระดับสูงหลายคน เช่น พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งถูกเรียกขานว่า “ทหารเสือราชินี” หรือ “บูรพาพยัคฆ์”

ตลอดสงครามเกาหลี ทหารไทยได้แสดงวีรกรรมอันกล้าหาญจนได้รับการยกย่องจากนานาชาติ โดยมีทหารไทยเสียชีวิตรวม 136 นาย เพื่อธำรงไว้ซึ่งเสรีภาพและสันติสุขของประชาคมโลก ปัจจุบันวันที่ 25 มิถุนายนของทุกปีจึงถูกกำหนดให้เป็น “วันระลึกสงครามเกาหลี” เพื่อรำลึกถึงเกียรติประวัติของเหล่าทหารไทยผู้กล้า

๒๑ ตุลาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของคนไทย เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนไทยตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงมุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร

จากพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ทำให้วันที่ 21 ตุลาคมถูกกำหนดให้เป็น “วันพยาบาลแห่งชาติ” เพื่อยกย่องพระเมตตาและพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ ซึ่งทรงสำเร็จวิชาการพยาบาล และทรงทุ่มเทพัฒนางานด้านสาธารณสุขไทยให้ก้าวหน้า ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลตระหนักถึงคุณค่าของงานบริการสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังเป็น 'วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ' เพื่อรำลึกพระกรุณาธิคุณที่ทรงส่งเสริมงานช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และ 'วันรักต้นไม้แห่งชาติ' ที่สืบสานพระปณิธานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและการปลูกต้นไม้ด้วยพระองค์เอง อันเป็นแบบอย่างของการรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม

อีกทั้ง วันที่ 21 ตุลาคม ยังเป็น 'วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ' อันมีจุดเริ่มจากพระราชดำริจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสา 'พอ.สว.' เพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะด้านสุขภาพช่องปาก พระราชจริยวัตรอันงดงามเหล่านี้ ทำให้ 'สมเด็จย่า' ยังคงเป็นแรงบันดาลใจไม่รู้จบ แห่งความเมตตาและการอุทิศตนเพื่อแผ่นดินไทย

20 ตุลาคม พ.ศ. 2520 พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ทำรัฐประหาร ล้มรัฐบาล!! นายธานินทร์ กรัยวิเชียร

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2520 ถือเป็นอีกวันหนึ่งที่จารึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อคณะทหารนำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เลขาธิการคณะ ได้เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลของ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรีที่คณะเดียวกันนี้เคยเชิญให้มาจัดตั้งรัฐบาลหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

ภายหลังการสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อปี 2519 คณะปฏิรูปฯ ได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และแต่งตั้งนายธานินทร์ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อฟื้นฟูความสงบในประเทศ แต่ไม่นาน ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับคณะทหารกลับตึงเครียด เมื่อคณะทหารเห็นว่ารัฐบาลบริหารไม่ตอบโจทย์ และต้องการให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่

ความขัดแย้งยืดเยื้อจนกลายเป็นชนวนให้ทหารตัดสินใจยึดอำนาจอีกครั้ง โดย พล.ร.อ. สงัด ให้เหตุผลว่า “ประเทศกำลังแตกแยก ข้าราชการหวั่นไหว การลงทุนตกต่ำ” หากปล่อยต่อไป “ยากแก่การแก้ไข” การปฏิวัติครั้งนี้จึงเป็นการหวนกลับมาควบคุมอำนาจรัฐด้วยตัวเองของกลุ่มทหาร

หลังการยึดอำนาจ คณะปฏิรูปฯ มีมติแต่งตั้ง พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรีแทน พล.ร.อ. สงัด โดยมีภารกิจสำคัญคือร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งภายใต้รัฐบาลเกรียงศักดิ์ ประเทศไทยได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญในเดือนธันวาคม 2521 และจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนเมษายน 2522

19 ตุลาคม พ.ศ. 2513 ‘วัน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์’ ตึกแฝดแห่งอเมริกา เริ่มเปิดใช้ครั้งแรก ก่อนกลายเป็นโศกนาฏกรรม 9/11

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) อาคาร “วัน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์” (One World Trade Center) ในนครนิวยอร์ก เปิดใช้งานเป็นวันแรก แม้อาคารจะยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์จนถึงปี 2515 แต่ในเวลานั้น มันถูกยกให้เป็น “ตึกที่สูงที่สุดในโลก” ด้วยความสูงกว่า 417 เมตร มีทั้งหมด 110 ชั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น มิโนรุ ยามาซากิ (Minoru Yamasaki) และควบคุมการก่อสร้างโดยวิศวกร เลสลี โรเบิร์ตสัน (Leslie E. Robertson)

ตึกเวิลด์เทรดฯ ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างทางวิศวกรรม หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของอเมริกาและระบบทุนนิยมโลก ที่สะท้อนยุคแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจและพลังของมหานครนิวยอร์ก อย่างไรก็ตาม ตึกแฝดแห่งนี้เคยประสบอัคคีภัยในปี 2518 และถูกโจมตีด้วยระเบิดในปี 2536 ก่อนจะเผชิญโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ 

ในวันที่ 11 กันยายน 2544 เครื่องบินโดยสารที่ถูกผู้ก่อการร้ายจี้ บินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดฯ ทั้งสองหลัง จนถล่มลงภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก สั่นสะเทือนทั้งทางการเมือง ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของมนุษยชาติ

ภายหลังเหตุการณ์ 9/11 พื้นที่เดิมของตึกแฝดได้ถูกสร้างขึ้นใหม่เป็น “วัน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์” หรือ “Freedom Tower” ที่สูงกว่าเดิมถึง 541 เมตร เปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2549 พร้อมอนุสรณ์สถานรำลึกผู้เสียชีวิต เพื่อเตือนใจว่า “แม้ตึกจะพัง แต่ความทรงจำของโลกไม่เคยหายไป”

‘เบสท์ คำสิงห์’ เขินแรง!! กลางไลฟ์ ‘เจนนี่ รัชนก’ แซวตรงๆ หน้าแดง!! มีความรัก หรือกินไฟเบอร์ชาชายน์ ทำคนดูฟิน!! จิกหมอน

(18 ต.ค. 68) สำหรับเทศกาลเจนนี่ ที่เป็นปรากฏการณ์เกินต้าน และล่าสุดได้ เบสท์ คำสิงห์ ไลฟ์สด กับ เจนนี่ รัชนก เมื่อคืนนี้ ขนาดหลังเที่ยงคืน เบสท์ ในฐานะ พรีเซนเตอร์ ไฟเบอร์ ชาชายน์ ระหว่างไลฟ์

เบสท์ก็พูดถึง สรรพคุณ ไฟเบอร์ชาชายน์ ว่าช่วยขับถ่าย ระบายท้อง สำหรับ คนกินเยอะ คนถ่ายยาก 

ไม่ปวดบิด ช่วยล้างสารพิษ เพราะมีไซเลี่ยมฮัสก์ เบสท์ ทานประจำ 1ซอง ก่อนนอน ตื่นมาขับถ่าย สบายท้องมาก ผิวพรรณสดใส ไฟเบอร์ ชาชายน์ มีขายตามร้านญี่ปุ่น เช่น ดองกิ,มัทสึคิโยะ,ซูรูฮะ ฯลฯ 

เบสท์ บอกที่บ้านชอบมาก คุณพ่อ คุณแม่ อายุเยอะ ก็ทานเพราะคนแก่จะถ่ายไม่ออก ทานประจำวันละซอง ก่อนนอน  

เจนนี่ ทักว่า ทำไมดูสวย สดใสขึ้น หรือว่า มีความรัก … 

ทันใดนั้น เบสท์ ก็อึ้ง ช็อคไปเเป๊บ 

เมื่อบิ๊กผู้ใหญ่บ้าน ฟินแลนด์ เข้ามาดู และมากดไลก์ จนเจนนี่ รัชนก ต้องบอกเบสท์ ตั้งสติ แล้วเจนนี่ ก็บอกให้เบสท์พูด

• บิ๊กจ๋า……
• กดรึยังจ๊ะ
• ขึ้นคอนเสิร์ตเหนื่อยมั้ย
• ถ้าเหนื่อยก็คิดถึงหน้าเบสท์น้า
• ลงจากเวทีรีบทักมานะ
• รอนะ ยังไม่ได้นอน
• รอบิ๊กลงจากเวทีก่อน

แล้วยิ้มสวย เสียงก็หวาน เขิน กันทั้งLive  ต้องติดตามกันต่อไปว่า น้อง เบสท์ คำสิงห์ จะพา บิ๋ก ผู้ใหญ่ บ้านฟินแลนด์ ไปไลฟ์กับเจนนี่ เมื่อไหร่ สำหรับ ไฟเบอร์ชาชายน์ มี3รสชาติ มะขาม ส้ม แตงโม เหมาะสำหรับคนขับถ่ายยาก หรือ ท้องผูก

18 ตุลาคม พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ มีพระราชดำรัสผนวช หน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท

วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้โปรดเกล้าฯ ให้ราษฎรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท และมีพระราชดำรัสแก่ประชาชนว่า “ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ท่านทั้งปวงมาร่วมประชุมกัน ณ ที่นี้ ขอถือโอกาสแจ้งดำริที่จะบรรพชาอุปสมบทให้บรรดาอาณาประชาราษฎรทราบทั่วกัน” ซึ่งนับเป็นพระราชดำรัสสำคัญที่ทรงประกาศพระราชประสงค์ต่อพสกนิกรทั้งแผ่นดิน

ต่อมาในวันที่ 22 ตุลาคม ปีเดียวกัน พระองค์เสด็จฯ ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงประกอบพิธีทรงผนวช โดยสมเด็จพระราชชนนีทรงจรดพระกรรไกรเปลื้องพระเกศาเป็นปฐมฤกษ์ ก่อนเสด็จเข้าพิธีอุปสมบทโดยมี สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระศาสนโศภน (จวน อุฏฺฐายี) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระองค์ทรงได้รับฉายาทางธรรมว่า “ภูมิพโล” และเสด็จฯ ไปประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อทรงศึกษาพระธรรมอย่างเรียบง่าย

ระหว่างทรงดำรงสมณเพศ พระภิกษุภูมิพโลทรงปฏิบัติพระราชกิจเช่นเดียวกับพระภิกษุทั่วไป ทรงทำวัตรเช้า–เย็น ฟังพระธรรมเทศนา และทรงเจริญพระวินัยด้วยความเคร่งครัด จนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 พระองค์จึงทรงลาผนวช ณ วัดบวรนิเวศวิหาร รวมเวลาทรงผนวชทั้งสิ้น 15 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สะท้อนพระราชจริยวัตรอันงดงามและสมถะ

17 ตุลาคม ของทุกปี กำหนดเป็น ‘วันตำรวจแห่งชาติ’ ตั้งแต่สมัย ร.๔ ผู้สวมเครื่องแบบสีกากี ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเสมอมา

วันที่ 17 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็น 'วันตำรวจแห่งชาติ' เพื่อรำลึกถึงความเสียสละของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จุดเริ่มต้นของวันตำรวจไทยย้อนกลับไปถึงปี พ.ศ. 2403 ในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อมีการจัดตั้ง “กองโปลิศ” ขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนจะพัฒนาเป็น 'กรมตำรวจ' ในรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2458 ซึ่งภายหลังได้กำหนดให้วันนั้นเป็น 'วันตำรวจไทย'

ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ได้เสนอให้เปลี่ยนวันตำรวจจากวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 มาเป็นวันที่ 17 ตุลาคม เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและให้ความเคารพอย่างสูงสุด วันดังกล่าวจึงกลายเป็นวันสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นวันคล้ายวันสถาปนาของหน่วยงานอีกด้วย

สำหรับอาชีพตำรวจไม่ได้มีเพียงการปราบปรามอาชญากรรมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมภารกิจหลากหลาย ทั้งงานจราจร การป้องกันเหตุร้าย การสืบสวนสอบสวนคดีอาญา การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนดูแลนักท่องเที่ยวและรักษาความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจสายตรวจ 191, ตำรวจทางหลวง, ตชด., ตำรวจท่องเที่ยว หรือ ตม. ล้วนมีบทบาทสำคัญในความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ

“วันตำรวจแห่งชาติ” จึงไม่เพียงเป็นวันรำลึกถึงต้นกำเนิดขององค์กรตำรวจไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นวันแห่งเกียรติยศของผู้สวมเครื่องแบบสีกากี ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ อดทน และเสียสละ เพื่อรักษาความสงบสุขของประชาชนทุกคน เป็นวันที่สังคมไทยควรระลึกถึงและให้เกียรติแก่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อย่างแท้จริง

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 059696

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 955 , 531

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 889 , 476

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 61

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 059695 , 059697 

รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
128154 162002 682686 122579 900683

รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
626340 581115 258578 331208 035294
520988 909135 520909 653010 232638

รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
386120 733483 138533 061998 249376
125382 944269 543434 220290 588743
213198 781407 427382 599367 660548
524868 230962 794084 432251 732485
297369 107130 856766 961292 209956
961383 355712 616676 119998 715480
428086 565140 201495 150733 924140
227683 227359 221569 677274 273253
763118 229201 002789 139994 690684
584896 255671 319360 581331 937360

รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
474724 519400 041158 736771 779790
251736 832537 356063 039686 778141
342744 897762 172315 551624 695477
467387 051152 353406 548277 366408
721572 942551 457865 432156 017642
206216 506835 857330 615792 005419
100291 798063 837309 552374 749797
452022 137506 775018 014301 461425
696009 388123 090692 208934 474094
161317 884912 440698 060497 018964
277401 715521 996578 882838 086490
747493 398705 187835 258859 305386
598541 008137 466608 550515 413692
980830 032482 080594 482166 235300
886335 794638 345632 369721 479129
690359 420854 468988 925245 656224
945441 686230 919491 563034 686955
219697 686420 833448 479700 259463
480311 426198 226211 504003 854378
561055 043508 008600 782976 979823

16 ตุลาคม พ.ศ. 2336 วันสุดท้ายของ ‘พระนางมารี อ็องตัวแน็ต’ ราชินีฝรั่งเศสผู้ถูกกิโยตินประหารกลางกรุงปารีส

วันที่ 16 ตุลาคม ปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ “พระนางมารี อ็องตัวแน็ต” (Marie Antoinette) พระราชินีแห่งฝรั่งเศส พระมเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งถูกประหารชีวิตด้วย “กิโยติน” กลางกรุงปารีส หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานกบฏต่อแผ่นดินในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส นับเป็นจุดสิ้นสุดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ

พระนางมารี อ็องตัวแน็ต เป็นเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ฮาพส์บวร์คแห่งออสเตรีย อภิเษกสมรสกับเจ้าชายหลุยส์ (ต่อมาคือพระเจ้าหลุยส์ที่ 16) ตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสกับออสเตรีย แม้พระนางจะมีพระสิริโฉมงดงาม เป็นแฟชั่นไอคอนแห่งยุค แต่กลับถูกประชาชนฝรั่งเศสเกลียดชัง เพราะมองว่าใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยและไม่เข้าใจความทุกข์ของราษฎร

เมื่อการปฏิวัติฝรั่งเศสปะทุขึ้นในปี 1789 พระนางและพระสวามีถูกจับกุมและคุมขังที่คุกคองซิแยร์ ก่อนจะถูกนำขึ้นศาลประชาชนในปี 1793 และตัดสินให้ประหารชีวิตในวันที่ 16 ตุลาคม ปีเดียวกัน พระนางก้าวขึ้นแท่นกิโยตินด้วยความสงบ สร้างความสลดใจแก่ผู้เห็นเหตุการณ์และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสิ้นสุดของราชวงศ์บูร์บง

หลังการประหาร พระนางมารี อ็องตัวแน็ตกลายเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่ถูกจดจำทั้งในฐานะ “เหยื่อแห่งการเมือง” และ “ตัวแทนแห่งความฟุ้งเฟ้อของชนชั้นสูง” ชีวิตของพระนางถูกเล่าขานในวรรณกรรม ภาพยนตร์ และบทเพลงมากมาย สะท้อนบทเรียนสำคัญของยุคปฏิวัติว่า “เมื่ออำนาจหลุดพ้นจากประชาชน สุดท้ายประชาชนย่อมทวงคืนด้วยเลือดและน้ำตา”

15 ตุลาคม พ.ศ. 2479 ‘อนุสาวรีย์ปราบกบฏ’ เปิดอย่างเป็นทางการ อนุสรณ์แห่งการสละชีพเพื่อประชาธิปไตย

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2479 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ทรงประกอบพิธีเปิด “อนุสาวรีย์ปราบกบฏ” หรือ “อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ทหารและตำรวจ 17 นายที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปราบกบฏบวรเดชเมื่อปี 2476 ซึ่งเป็นการลุกฮือของกลุ่มทหารที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลคณะราษฎร

หลังเหตุการณ์สงบ รัฐบาลได้จัดพิธีฌาปนกิจวีรชนทั้ง 17 อย่างสมเกียรติเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2477 ณ ท้องสนามหลวง ถือเป็นครั้งแรกที่จัดพิธีศพสามัญชนในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ โดยอัฐิของผู้เสียชีวิตถูกบรรจุไว้ในปลอกกระสุนปืนใหญ่ทองเหลืองก่อนนำกลับมาฝังภายในอนุสาวรีย์เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ

อนุสาวรีย์ดังกล่าวออกแบบโดย “หลวงนฤมิตรเรขการ” อาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งยึดหลักอุดมการณ์ 5 ประการของรัฐบาลในขณะนั้น ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กองทัพ และรัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงถึงความร่วมแรงร่วมใจของราษฎรไทยในการปกป้องระบอบประชาธิปไตย

แม้อนุสาวรีย์แห่งนี้จะถูกทำให้ “หายไป” จากพื้นที่จริงในเวลาต่อมา แต่เหตุการณ์และเจตนารมณ์ของเหล่าวีรชนยังคงถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ว่าเป็นการเสียสละของประชาชนรุ่นแรกที่ยืนหยัดปกป้องรัฐธรรมนูญ และสัญลักษณ์สำคัญของยุคคณะราษฎรที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยจนถึงวันนี้

14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ‘วันมหาวิปโยค’ เลือดนิสิตพลีชีพเพื่อประชาธิปไตย มหาประชาชนโค่นบัลลังก์เผด็จการทหาร

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของการเมืองไทย เมื่อประชาชน นิสิต และนักศึกษาทั่วประเทศลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลทหารของจอมพลถนอม กิตติขจร หลังจากที่รัฐบาลจับกุมอาจารย์และนักศึกษา 13 คน ซึ่งออกมาเรียกร้องให้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เหตุการณ์ดังกล่าวจุดประกายให้เกิดกระแสต่อต้านทั่วกรุง

การชุมนุมเริ่มขึ้นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม โดยมีผู้คนหลั่งไหลเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ 13 ตุลาคม ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้ยื่นคำขาดให้รัฐบาลปล่อยตัวผู้ถูกจับ แต่เมื่อครบกำหนดเที่ยงวัน รัฐบาลยังนิ่งเฉย กลุ่มนักศึกษาและประชาชนจึงเคลื่อนขบวนออกจากธรรมศาสตร์ไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อชุมนุมกดดันรัฐบาล

รุ่งเช้าวันที่ 14 ตุลาคม การชุมนุมได้บานปลายเป็นเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประท้วง รัฐบาลใช้กำลังและอาวุธเข้าสลายการชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจแก่สังคมอย่างรุนแรง และทำให้รัฐบาลจอมพลถนอมหมดความชอบธรรม ต้องลาออกจากตำแหน่งในที่สุด

เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นจุดเริ่มต้นของการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน และเป็นก้าวสำคัญของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไทยในยุคใหม่

เพลงพระราชนิพนธ์ ในมุมมอง ‘3 ลุง เฉลียง’ พบกับความงดงาม!! ที่มากกว่า ‘เสียงดนตรี’

(13 ต.ค. 68) 🎶 เปิดรายการตอนแรกอย่างอบอุ่นใจ... กับ “ถูกทุกข้อ”
ชวนคุณมานั่งฟังเรื่องราวสุดพิเศษจาก ‘3 ลุงเฉลียง’

พี่แต๋ง พี่เจี๊ยบ และพี่ดี้ ที่จะพาเราย้อนรำลึกถึง

‘เพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๙’

ผ่านสายตา...และหัวใจของคนทำดนตรีมืออาชีพ
🎹✨
เรื่องราวของพระราชอัจฉริยภาพทางดนตรีที่ไม่ได้แค่ ‘ไพเราะ’ 
แต่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจที่ไม่รู้จบ

📌 พรุ่งนี้ (14 ตุลาคม) | เวลา 19.00 น.
อย่าพลาด! รายการ “ถูกทุกข้อ” ตอนแรก
รับชมพร้อมกัน ที่ ‘เฉลียง 3 ลุง’ ตามลิงก์ข้างล่างนี้  

https://www.youtube.com/@Chaliang3Lung  

๑๓ ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

13 ตุลาคม ถือเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 พระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในประเทศไทย โดยสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES ร่วมกับคณะผู้บริหารและพนักงาน น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตลอดรัชสมัยกว่า 70 ปี พระองค์ได้ดำเนินพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรกว่า 4,000 โครงการ และได้รับการยกย่องด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในและต่างประเทศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับ รางวัลเกียรติยศ UNDP Human Development Lifetime Achievement Award จากเลขาธิการสหประชาชาติ นายโคฟี่ อันนัน เมื่อปี พ.ศ. 2549 เพื่อเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตพสกนิกรไทย

ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 พระองค์ทรงแปรพระราชฐานเข้ารับการรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช จนถึงวันสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 15.52 น. สิริพระชนมพรรษา 88 พรรษา 313 วัน ทรงเป็นที่จดจำและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์

‘อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า’ เปิดตัว!! คอนเสิร์ตใหญ่ รวมศิลปิน เพื่อนพ้อง จุดไฟ!! กลางขุนเขา อีกครั้ง

เมื่อวันที่ (8 ต.ค. 68)  ที่ร้าน “กระเทียมพริกไทยดำ” เลียบคลองสอง กรุงเทพฯ ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวคอนเสิร์ตใหญ่ “คืนสู่ไร่ แคมป์ไฟดนตรีมาลีฮวนน่า: พี่ เพื่อน น้อง ร้องเพลงรัก” โดย อาจารย์ไข่ – คฑาวุธ ทองไทย หัวหน้าวงมาลีฮวนน่า นำทีมศิลปินรุ่นใหญ่และศิลปินรับเชิญ มาร่วมพูดคุยถึงความตั้งใจในการจัดงานดนตรีครั้งนี้

ภายในงานแถลงข่าวเป็นไปอย่างคึกคัก มีสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมรับฟังแนวคิดจากศิลปินที่ร่วมเวที ไม่ว่าจะเป็น จิระนันท์ พิตรปรีชา, โอ้–โอฬาร พรหมใจ จาก The Olarn Project, ติ๊ก ชิโร่ และ คุณมะลิ น้องสาวของอาจารย์ไข่ ที่มาร่วมเล่าถึงความหมายของ “คืนสู่ไร่” ในครั้งนี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงคอนเสิร์ตกลางแจ้งธรรมดา แต่คือกิจกรรมที่ต้องการใช้พลังของเสียงเพลงและบรรยากาศธรรมชาติ เยียวยาหัวใจผู้คน

คอนเสิร์ต “คืนสู่ไร่” ครั้งนี้ ยังถือเป็นการกลับมาจัดงานกลางแจ้งในรูปแบบ “แคมป์ไฟดนตรี” อีกครั้งของมาลีฮวนน่า โดยรวมเอาศิลปินจากหลากหลายแนว ทั้งป๊อปร็อก เพื่อชีวิต และกวีร่วมสมัย มาร่วมแสดงอย่างอบอุ่นท่ามกลางสายลมหนาว ขุนเขา และบทเพลงที่คุ้นหูของแฟน ๆ ตลอดหลายทศวรรษ

แฟนเพลงเพื่อชีวิตและผู้รักเสียงดนตรีเตรียมสะพายกีตาร์ขึ้นรถ แล้วเดินทาง “คืนสู่ไร่” เพื่อพบกันอีกครั้งท่ามกลางไฟแคมป์ กลิ่นไอของมิตรภาพ และเสียงเพลงที่ไม่เคยลืม

🎤 รายละเอียดคอนเสิร์ต
📅 วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568
📍 ไร่หุบกะพง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
⏰ ตั้งแต่หกโมงเย็นยันหกโมงเช้า — เต็มอิ่มทั้งคืนไม่มีพัก!

ร่วมขับกล่อมเสียงเพลงกับศิลปินเพื่อชีวิตขวัญใจมหาชน
✨ มาลีฮวนน่า
✨ The Olarn Project
✨ ติ๊ก ชิโร่
✨ ไก่ กะละมังส์
✨ วงพริกไทย

🎟️ บัตรราคา 1,900 บาท (พร้อมเก้าอี้สนาม Limited Edition!)
จำกัดเพียง 1,500 ใบเท่านั้น! อย่าช้า...!!

📌 ช่องทางจำหน่ายบัตร
เพจ Maleehuana Official
ร้าน ครัวกระเทียมพริกไทยดำ (เลียบคลองสอง) ☎️ 090-015-8243
ร้าน ครัวกระเทียมพริกไทยดำ (ไร่หุบกะพง ชะอำ) ☎️ 094-407-1440

📞 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท มาลีฮวนน่า อาร์ตเร็คคอร์ด
โทร. 094-407-1440, 032-427-557, 095-340-0035

🌙 เสียงกีตาร์จะดังขึ้นอีกครั้งกลางไร่หุบกะพง
“คืนสู่ไร่” ครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เพลง...แต่มีความทรงจำของเพื่อชีวิตทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ที่จะกลับมาจุดไฟหัวใจให้ลุกโชนอีกครั้ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top