Friday, 3 July 2026
LITE

29 กันยายน พ.ศ. 2562 ประธานาธิบดีจีน ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์รัฐมิตราภรณ์ แด่กรมสมเด็จพระเทพฯ ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง

วันนี้ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ 'รัฐมิตราภรณ์' จากรัฐบาลจีน เนื่องในวาระครบรอบ 70 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นผู้ถวาย ทั้งนี้ เพื่อแสดงถึงมิตรภาพและความร่วมมือที่ทรงมีให้กับจีนมาอย่างยาวนาน

28 กันยายน พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็น ‘ธงชาติไทย’

วันนี้ เมื่อ 108 ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2460 โดยให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ เนื่องจากในสมัยนั้นไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งส่วนใหญ่ธงจะมีสามสี ธงชาติไทยในสมัยนั้นจึงเป็นรูปสี่เหลี่ยมรี ขนาดกว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน มีแถบสีน้ำเงินแก่กว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 3 ของขนาดกว้างแห่งธงอยู่กลาง มีแถบขาวกว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 6 ของขนาดความกว้างแห่งธงข้างละแถบ แล้วมีแถบสีแดงกว้างเท่าแถบขาวประกอบชั้นนอกอีกข้างละแถบ และเรียกธงนี้ว่า ‘ธงไตรรงค์’ 

ทั้งนี้ ทรงกำหนดความหมายของสีธงชาติไว้ว่า สีแดง หมายถึง ชาติ คือประชาชน สีขาว หมายถึง ศาสนา และสีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ซึ่งธงไตรรงค์ หรือธงชาติไทย ถือเป็นสัญลักษณ์อันสูงสุดของชาติเป็นสิ่งเตือนใจให้อนุชนได้รำลึกถึงการเสียสละเลือดเนื้อของบรรพบุรุษเพื่อรักษาไว้ซึ่งแผ่นดิน และร้อยดวงใจคนทั้งชาติให้เป็นหนึ่ง หล่อหลอมความรักสามัคคี สร้างเสริมความภูมิใจในความเป็นชาติ ก่อเกิดเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการพัฒนาชาติไทยให้วัฒนาสถาพร

จากนั้นคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557 ได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายน ของทุกปีเป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) และเริ่มในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นวันแรก โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ รวมทั้งกำหนดให้มีการชักและประดับธงชาติไทยในวันดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติและเป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานธงไตรรงค์ เป็น ‘ธงชาติไทย’ และถือเป็นประเทศที่ 54 ของโลก ที่มีวันธงชาติอีกด้วย

27 กันยายน พ.ศ. 2448 กำเนิดสมการก้องโลก ‘E=mc2’ เป็นครั้งแรก จากมันสมองอันปราดเปรื่องของ ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’

27 กันยายน ค.ศ. 1905 (พ.ศ. 2448) อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก เผยแพร่บทความเรื่อง ‘Does the Inertia of a Body Depend Upon Its Energy Content ?’ (จริงหรือไม่ที่ความเฉื่อยขึ้นอยู่กับพลังงานภายในของวัตถุ) เป็นครั้งแรก ซึ่งได้นำเสนอสมการก้องโลก E=mc2 สมการนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างมวลและพลังงาน อธิบายได้ว่า เมื่อให้พลังงานกับมวลเพื่อให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น มวลนั้นก็จะมีค่าเพิ่มขึ้นด้วย จากทฤษฎีนี้ทำให้นำสู่ผลที่ว่าไม่มีอะไรเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสง หลักการนี้จึงเป็นหลักการเบื้องต้นของ ‘ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป’ (theory of relativity) 

แม้ว่าไอน์สไตน์จะใช้เวลาเพียงแค่ 4 เดือน ในการสร้างผลงานปฏิวัติโลกด้วยผลงานเด่น ๆ 3 ผลงานในปีนี้ คือ ‘ปรากฏการณ์โฟโตอิเลกตริก’ (Photoelectric Effect) / ‘การเคลื่อนที่แบบบราวเนียน’ (Brownian Motion) และ ‘ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ’ (special relativity) แต่โลกต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษเพื่อทำความเข้าใจและเห็นคุณค่าในผลงานเหล่านี้ 

ต่อมาได้มีการประกาศให้ปี 2448 เป็นปีมหัศจรรย์ของไอน์สไตน์และในปี 2548 วงการวิทยาศาสตร์โลกได้ประกาศให้เป็น ‘ปีฟิสิกส์โลก’ (World Year of Physics 2005) และมีการจัดงานฉลองครบรอบ 1 ศตวรรษปีมหัศจรรย์ไอน์สไตน์

26 กันยายน พ.ศ. 2534 ในหลวง ร.9 ทรงพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ แด่ สมเด็จพระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น

วันนี้ เมื่อ 34 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ สมเด็จพระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น พระราชอาคันตุกะ และทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์หมู่ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ  กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ร่วมฉายพระบรมฉายาลักษณ์หมู่ด้วย

25 กันยายน พ.ศ. 2515 รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ พิธีเปิด “ค่ายศรีนครินทรา” ที่ตั้งกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 8

วันนี้ เมื่อ 53ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชดำเนิน พิธีเปิดค่ายศรีนครินทรา  และทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายค่าย "ศรีนครินทรา" อันเป็นที่ตั้งกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 8 (ตชด.42) อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

24 กันยายน พ.ศ. 2472 วันสวรรคตของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

วันนี้ เมื่อ 96 ปีก่อน เป็นวัน วันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

ทั้งนี้ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระผู้ได้รับการถวายพระสมัญญาภิไธยจากแพทย์และประชาชนว่า "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย" และได้ขนานนามวันอันเป็นที่ระลึกสำคัญนี้ว่า "วันมหิดล"

23 กันยายน พ.ศ. 2521 ในหลวง ร. 10 ทรงเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลการกุศล ทีมรวมทหาร-ตำรวจ ระดมเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันนี้เมื่อ 47 ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลการกุศลช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยอยู่ในทีมรวมทหาร-ตำรวจ พบกับทีมฟุตบอลการกุศลรักเมืองไทย ณ สนามกีฬา ศุภชลาศัย เพื่อนำรายได้ไปบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2521 

จากการแข่งขันในครั้งนั้น ได้รับการบริจาคกว่า 1 ล้านบาท และสามารถนำไปบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงที

เมื่อเดือนกันยายน  2521  ได้เกิดอุทกภัยอย่างหนักที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  สร้างความทุกข์ยากแสนสาหัสแก่ประชาชนในพื้นที่  ประชาชนทั่วไปทุกหมู่เหล่าทั่วทั้งประเทศ จึงร่วมกันระดมให้ความช่วยเหลือขณะเดียวกัน บุคคลกลุ่มหนึ่งนำโดย  นายชัยรัตน์ คำนวณ  ได้ร่วมกันก่อตั้งทีมฟุตบอล  “รักเมืองไทย”  ขึ้นประกอบด้วย  อดีตนักฟุตบอลทีมชาติ  พ่อค้า นายธนาคาร  นักธุรกิจ  ข้าราชการ และนักการเมือง  เพื่อจัดให้มีการแข่งขันฟุตบอลการกุศล นำรายได้ไปบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยครั้งนี้ คณะผู้ก่อตั้งได้เข้าพบ  ฯพณฯ พลเอกเกรียงศักดิ์  ชมะนันท์  นายกรัฐมนตรี  ในขณะนั้นได้รับคำแนะนำให้จัดแข่งขันกับทีมรวมทหาร-ตำรวจ  จึงได้จัดให้มีการแข่งขันขึ้นที่สนามกีฬา ศุภชลาศัยใน  23  กันยายน  2521  ซึ่งต่อมาได้ถือเป็นวันสถาปนา “มูลนิธิรักเมืองไทย” อีกด้วย

มิสแกรนด์ประจวบฯ ปลด ‘เบบี๋ สุพรรณี น้อยโนนทอง’ หลังพบ เคยถ่ายโป๊ ด้านเจ้าตัวร่ำไห้ขอโอกาสจากสังคม

เมื่อวันที่ (22 ก.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกของวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา เพจ มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ – Miss Grand Prachuap Khiri Khan ออกประกาศระบุว่า

ประกาศ การปลดตำแหน่งมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2026 กองประกวด มิสแกรนด์ ประจวบคีรีขันธ์ 2026 ใคร่ขอเรียนแจ้งต่อสาธารณชนว่า ภายหลังจากการติดตามและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ นางสาว สุพรรณี น้อยโนนทอง ผู้ดำรงตำแหน่ง มิสแกรนด์ ประจวบคีรีขันธ์ 2026 พบว่ามีพฤติกรรมบางประการที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์และหลักการที่เวทียึดถือปฏิบัติ จึงมีความจำเป็นต้อง ยุติบทบาทการดำรงตำแหน่ง มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2026 ของ นางสาว สุพรรณี น้อยโนนทอง โดยมีผลทันที

ทางกองประกวดขอแสดงความเสียใจ และขออภัยอย่างจริงใจต่อสาธารณชน ผู้สนับสนุน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่มิได้ตรวจสอบอย่างรอบคอบตั้งแต่แรกเริ่ม จนนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความไม่สบายใจในครั้งนี้

เรายืนยันที่จะพัฒนากระบวนการคัดเลือกและการกำกับดูแลให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรักษามาตรฐาน ความเชื่อมั่น และคุณค่าของเวที มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์

จึงเรียนมาเพิ่อโปรดทราบโดยทั่วกัน
กองประกวด มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์
วันที่ 21 กันยายน 2568

ล่าสุด เบบี๋ น.ส.สุพรรณี น้อยโนนทอง มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ ได้โพสต์ชี้แจงดราม่าดังกล่าว โดยระบุว่า “ชี้แจงนะคะ อยากให้สังคมให้โอกาสบี๋ได้ทำหน้าที่ต่อบี๋พร้อมปรับปรุงแก้ไขคะ”

โดย เบบี๋กล่าวว่า ขอชี้แจงเรื่องที่เป็นประเด็นอยู่ คือเบบี๋ทำจริงๆ เคยถ่ายรูปโป๊จริงๆ แต่ที่ทำก็เพื่อดูแลครอบครัว ดูแลแม่ที่ป่วย และตอนนี้ท่านเสียแล้ว ชีวิตไม่ได้เพียบพร้อม ตอนนี้ต้องอยู่คนเดียว พ่อแม่ก็เสียหมดแล้ว ตนอยากพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถทำได้มากกว่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้อยากทำแบบนั้นเลย ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ หนูอาจจะเดินเส้นสายผิด แต่หนูมีสิทธิ์ที่จะเลือกเส้นสายใหม่ อยากให้สังคมและทุกคนให้โอกาสบี๋ คนเราผิดพลาดกันได้

ก่อนที่จะมาประกวดก็คิดอยู่นานกับเรื่องดราม่า คิดไว้แล้วว่ามันต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่คิดว่าโลกมันเปิดกว้างแล้ว และอยากเปลี่ยนเส้นทางเดิน เรามองเห็นโอกาสก็เลยอยากคว้าไว้ ก็เลยมาสมัครประกวด อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากพิสูจน์ตัวเองคิดว่าถ้าเราไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่กล้าออกไปข้างนอก เพราะคิดว่าเราไปทำอะไรอย่างนี้มา ถ้าไม่กล้าออกไปเผชิญหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตก็คงย่ำอยู่กับที่ ก็เลยตัดสินใจประกวด

อยากให้กองประกวดและสังคมเห็นใจ แล้วเรื่องเว็บพนัน มั่นใจว่าไม่ได้ทำ เชื่อว่ามีคนเอารูปที่ถ่ายไปใช้ และสร้างเพจปลอมมาแชร์เว็บพนันต่างๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บพนันใดๆ ทั้งสิ้น เว็บพนันใช้รูปไปเยอะมาก

อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ เมื่อวานเป็นอะไรที่ดีใจมาก คิดว่าซัคเซสแล้ว จะได้เปลี่ยนชีวิตใหม่แล้ว ซึ่งไม่อยากมีชีวิตที่เป็นอยู่แบบนี้ เพราะมองเห็นโอกาสแล้ว แล้วทุกแคมเปญที่ทำ ตั้งใจที่สุด ขอโอกาสได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ หนูไม่รู้ว่าต่อไปนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่หนูเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ปรับปรุงตัวเองได้ อยากขอโอกาสอยากให้รู้ว่าหนูทำอะไรได้บ้าง อยากขอโทษถ้าทำให้ใคร หรือทำให้จังหวัดเดือดร้อน หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

21 กันยายน พ.ศ. 2469 รัชกาลที่ 7 พระราชทานตั้ง 'กรมรักษาสัตว์น้ำ' ถือเป็น 'วันประมงแห่งชาติ' และ 'วันขยายพันธุ์ปลาแห่งชาติ'

วันนี้ เมื่อ 99 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระราชทานพระบรมราชโองการให้ตั้ง 'กรมรักษาสัตว์น้ำ' ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น 'กรมการประมง' และ 'กรมประมง' ตามลำดับ เพื่อดูแลแนะนำการขยายการจับสัตว์น้ำเป็นอาหารและสินค้าภายในภายนอกประเทศ กำหนดเขตและฤดูที่อนุญาตให้จับสัตว์น้ำ ให้มีการขยายพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติมิให้สูญพันธุ์ และยังกำหนดเป็น 'วันประมงแห่งชาติ' และ 'วันขยายพันธุ์ปลาแห่งชาติ' อีกด้วย

22 กันยายน พ.ศ. 2510 ร. 9 พระราชทานนาม “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” พร้อมยึดถือเป็น "วันสงขลานครินทร์"

วันนี้ เมื่อ 58 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช "มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์" ให้กับมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคใต้ 
และใช้อักษรย่อ ม.อ.คืออักษรย่อมาจากพระนาม "มหิดลอดุลเดช" อันเป็นพระนามเดิมของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์ ผู้ทรงมีมหากรุณาธิคุณแด่การศึกษาแพทย์และการพยาบาลของไทย และทรงพระราชทานตราประจำพระองค์ เป็นตราประจำมหาวิทยาลัย 

พร้อมกันนี้ ทางมหาวิทยาลัยจึงถือว่าวันที่ 22 กันยายน ของทุกปี เป็น "วันสงขลานครินทร์"

20 กันยายน ของทุกปี กำหนดเป็น 'วันเยาวชนแห่งชาติ' ของประเทศไทย ด้วยเป็นวันพระราชสมภพสองภูมิบดีจักรีวงศ์ ร. 5 และ ร. 8

วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีนับเป็นวันสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากเป็นวันพระราชสมภพของพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งประสูติตรงกับวันอังคารที่ 20 กันยายน 2396  และ พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 ซึ่งพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2468 เหมือนสมเด็จพระบรมอัยกาธิราช (ปู่) และยังกำหนดให้เป็น “วันเยาวชนแห่งชาติ” ของประเทศไทยอีกด้วย

สืบเนื่องจาก องค์การสหประชาชาติ (UNITED NATIONS) ได้ประกาศให้ปี พ.ศ.2528 เป็นปีเยาวชนสากล และขอให้ประเทศชาติสมาชิกร่วมเฉลิมฉลองปีเยาวชนสากล ภายใต้คำขวัญ “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ” (Participation, Development and Peace) เพื่อที่จะมุ่งเน้นให้เยาวชน ซึ่งหมายถึง หนุ่มสาว ตั้งแต่ 18-25 ปี ได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเองที่จะเป็นพลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต และสามารถช่วยสร้างเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม      

สำหรับประเทศไทย คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2528 กำหนดให้วันที่ 20 กันยายน ของทุกปี เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ โดยถือว่าเป็นวันสิริมงคลอันเนื่องมาจากตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีถึงสองพระองค์ คือ รัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 8 ซึ่งทั้งสองพระองค์ ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในขณะที่ยังทรงพระเยาว์ จึงถือได้ว่าเป็นวันสิริมงคลที่เยาวชนควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ เยาวชนจึงควรกระตือรือร้นในการพัฒนาตัวเองและประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และ ประเทศชาติ เฉกเช่นยุวกษัตริย์ทั้งสองพระองค์

19 กันยายน พ.ศ. 2549 คณะทหาร เข้ายึดอำนาจ ‘รัฐบาลทักษิณ’ขณะปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 คณะทหารในนาม “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” (คปค.) ซึ่งมี พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้า ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 

โดยในการรัฐประหารครั้งนี้ คปค. ได้ให้เหตุผลที่ต้องยึดอำนาจว่าการปกครองภายใต้รัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ก่อให้เกิดความขัดแย้งแบ่งฝ่าย สลายความรู้รักสามัคคีของคนในชาติ ต่างฝ่ายต่างมุ่งหวังเอาชนะ ด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ และมีแนวโน้มนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น 

โดยประชาชนส่วนใหญ่เคลือบแคลงสงสัยว่า การบริหารราชการแผ่นดิน ส่อไปในทางทุจริต ประพฤติมิชอบ อย่างกว้างขวาง หน่วยงานอิสระ ถูกการเมืองครอบงำ ทำให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เกิดปัญหา และอุปสรรคหลายประการ ตลอดจนหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นที่เคารพ เทิดทูน ของปวงชนชาวไทย อยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าหลายภาคส่วนของสังคมจะได้พยายามประนีประนอม คลี่คลายสถานการณ์ มาโดยต่อเนื่องแล้ว ก็ไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองได้

โดยทางทหารได้เตรียมการยึดอำนาจเริ่มตั้งแต่ตอนสาย ถึงตอนบ่ายกำลังทหารจากต่างจังหวัดก็เคลื่อนกำลังเข้าประจำการในกรุงเทพฯ ในตอนค่ำกำลังพลติดอาวุธพร้อมรถถัง ฮัมวี่ และบีเอ็มซีก็บุกเข้ายึดสถานีวิทยุโทรทัศน์และตรึงกำลังอยู่ตามสถานที่สำคัญ ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ในเวลา 22.00 น. พ.ต.ท. ทักษิณได้ชิงออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขต กทม. สั่งปลด พล.อ. สนธิ แต่ยังประกาศไม่ทันจบ ทหารก็บุกเข้ามาตัดสัญญาณและออกประกาศการเข้ายึดอำนาจ จากนั้นก็ได้ออกประกาศ คปค. ฉบับต่าง ๆ ออกมา อาทิ...

ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวโดยให้ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้น คปค. ก็ถอยไปอยู่ในฐานะ “คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ” (คมช.) คอยดูแลรัฐบาลชั่วคราวบริหารประเทศและเร่งกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี จากนั้นจะเลือกตั้งใหม่ภายในปี 2550 

รัฐประหารครั้งนี้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่ายที่เห็นว่าประเทศชาติถึงจุดวิกฤติแล้ว รัฐประหารคือทางออกเดียวที่เหลืออยู่ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่ารัฐประหารครั้งนี้เป็นการตัดตอนกระบวนการประชาธิปไตยไทย เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับที่ได้ชื่อว่าเป็นของประชาชนมากที่สุด และนับเป็นการสูญเสียประชาธิปไตยอีกครั้งในรอบ 15 ปีหลังจากรัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เมื่อปี 2535 ซึ่งการรัฐประหารครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 10 ของไทย โดยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และไร้การสูญเสียเลือดเนื้อ

18 กันยายน พ.ศ. 2521 ในหลวง ร. 9 เสด็จฯ วางศิลาฤกษ์ 'เขื่อนบางลาง' จุดกำเนิดโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านสันติ

วันนี้ เมื่อ 47 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จฯ วางศิลาฤกษ์เขื่อนบางลาง ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทำให้เกิดโครงการ “โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านสันติ” ขึ้นบริเวณเหนือเขื่อนบางลาง ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแห่งแรกของภาคใต้ตอนล่าง ให้ได้ใช้ประโยชน์ในการเก็บกักน้ำและสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ในชุมชน

ในช่วงเวลาของการก่อสร้างเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา เต็มไปด้วยความยากลำบากในการก่อสร้าง เนื่องด้วยในขณะนั้นยังมีการต่อสู้กับผู้ก่อการความไม่สงบคอมมิวนิสต์ โดยในระหว่างการก่อสร้างในหลวง ร.9 และพระราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่เขื่อนแห่งนี้หลายครั้ง ด้วยพระราชประสงค์จะพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน 

ในการเสด็จพระราชดำเนินวันนี้เมื่อ 47 ปีก่อน เพื่อมาทรงวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างเขื่อนบางลาง โดยมีนายเกษม จาติกวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในขณะนั้นร่วมรับเสด็จ พระองค์ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรฝายละแอ ซึ่งเป็นฝายทดน้ำขนาดเล็กจากคลองละแอที่สร้างด้วยการเจาะอุโมงค์ขนาดเล็กและต่อท่อส่งน้ำไปให้ประชาชนในหมู่บ้านสันติใช้ 

พลอากาศตรีกำธน สินธวานนท์ องคมนตรี ซึ่งเวลานั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กราบบังคมทูลว่า น้ำประปาไหลแรง เพราะต่อน้ำลงมาจากที่สูงทำให้ก๊อกน้ำเสียเป็นประจำ ในหลวง ร.9 จึงทรงมีรับสั่งขึ้นว่า 

"ถ้าน้ำแรง ทำไมไม่คิดทำไฟฟ้าด้วย" 

จากแนวพระราชดำริดังกล่าวนั้นเอง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จึงก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านสันติขึ้นบริเวณเหนือเขื่อนบางลาง โดยติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 1,275 กิโลวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง และติดตั้งท่อส่งน้ำยาว 1,800 เมตร สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ในปี พ.ศ. 2528 

นับเป็นอีกหนึ่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ที่เกิดขึ้นจากแนวพระราชดำริ เพราะทรงห่วงใยต่อพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดารหรือในพื้นที่ห่างไกล ทรงสนพระทัยสอบถามถึงความเป็นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องน้ำบริโภคและทำการเกษตร ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้แต่ละชุมชนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พึ่งพาตนเองได้ และทุกครั้งที่ทรงมองเห็นโอกาสในการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน จะทรงมีแนวพระราชดำริ ให้ใช้ประโยชน์จากการก่อสร้างเขื่อนขนาดเล็ก ที่นอกจากเพื่อเก็บกักน้ำแล้วยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ในชุมชนได้อีกด้วย

17 กันยายน พ.ศ. 2352 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงฯ ให้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันนี้ เมื่อ 216 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และมีพระปฐมบรมราชโองการ คือ “แต่บรรดาพฤกษาและแม่น้ำใหญ่ น้อย และสิ่งของทั้งปวง ซึ่งมีในแผ่นดิน ทั่วขอบเขตแดนพระนคร ซึ่งหาเจ้าของหวงแหนมิได้ให้พระราชทานแก่สมณะพราหมณ อณาประชาราษฎร์ทั้งปวง ตามแต่ปรารถนาเถิด”

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 074646

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 740 , 512

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 308 , 703

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 58

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 074645 , 074647

รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
636583  615770  012457  271502  774457

รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
291138  534258  058764  775719  985798  
064886  123335  488263  602442  850908  

รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
425701  961590  814965  895070  150416  
417262  895106  796993  231142  179633  
651874  190848  176602  629932  053192  
160273  246455  885158  632646  745000  
650340  334867  893080  230247  316152  
997770  058400  023765  684913  076054  
125139  889835  785131  371981  081357  
441879  841310  124693  297198  876371  
962047  136118  842315  224017  683528  
646803  502534  674628  759821  555779  

รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
756105  647378  767284  120956  861583  
043609  455036  702165  539197  593753  
056197  056723  634988  151325  650213  
489735  497475  633324  507850  490909  
300288  968923  617847  043461  218158  
180872  331801  734243  851541  745157  
856309  492492  562503  082243  882141  
542950  319221  007797  909924  163422  
097761  634543  097369  203660  921954  
383853  897367  178990  002769  313341  
282972  705752  505867  359637  465135  
581500  062322  809230  607974  927433  
186408  701606  560522  095658  387462  
017682  420626  636920  586666  180268  
413312  975790  006147  805534  947485  
931979  549360  184548  601752  344253  
810822  547561  288542  493618  169696  
997217  700464  734382  739436  702036  
386335  226892  354797  444812  825301  
663332  700323  966766  705415  906307  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top