Wednesday, 29 July 2026
TODAY SPECIAL

26 กันยายน พ.ศ. 2534 ในหลวง ร.9 ทรงพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ แด่ สมเด็จพระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น

วันนี้ เมื่อ 34 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ สมเด็จพระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น พระราชอาคันตุกะ และทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์หมู่ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ  กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ร่วมฉายพระบรมฉายาลักษณ์หมู่ด้วย

25 กันยายน พ.ศ. 2515 รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ พิธีเปิด “ค่ายศรีนครินทรา” ที่ตั้งกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 8

วันนี้ เมื่อ 53ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชดำเนิน พิธีเปิดค่ายศรีนครินทรา  และทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายค่าย "ศรีนครินทรา" อันเป็นที่ตั้งกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 8 (ตชด.42) อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

24 กันยายน พ.ศ. 2472 วันสวรรคตของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

วันนี้ เมื่อ 96 ปีก่อน เป็นวัน วันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

ทั้งนี้ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระผู้ได้รับการถวายพระสมัญญาภิไธยจากแพทย์และประชาชนว่า "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย" และได้ขนานนามวันอันเป็นที่ระลึกสำคัญนี้ว่า "วันมหิดล"

23 กันยายน พ.ศ. 2521 ในหลวง ร. 10 ทรงเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลการกุศล ทีมรวมทหาร-ตำรวจ ระดมเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันนี้เมื่อ 47 ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลการกุศลช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยอยู่ในทีมรวมทหาร-ตำรวจ พบกับทีมฟุตบอลการกุศลรักเมืองไทย ณ สนามกีฬา ศุภชลาศัย เพื่อนำรายได้ไปบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2521 

จากการแข่งขันในครั้งนั้น ได้รับการบริจาคกว่า 1 ล้านบาท และสามารถนำไปบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงที

เมื่อเดือนกันยายน  2521  ได้เกิดอุทกภัยอย่างหนักที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  สร้างความทุกข์ยากแสนสาหัสแก่ประชาชนในพื้นที่  ประชาชนทั่วไปทุกหมู่เหล่าทั่วทั้งประเทศ จึงร่วมกันระดมให้ความช่วยเหลือขณะเดียวกัน บุคคลกลุ่มหนึ่งนำโดย  นายชัยรัตน์ คำนวณ  ได้ร่วมกันก่อตั้งทีมฟุตบอล  “รักเมืองไทย”  ขึ้นประกอบด้วย  อดีตนักฟุตบอลทีมชาติ  พ่อค้า นายธนาคาร  นักธุรกิจ  ข้าราชการ และนักการเมือง  เพื่อจัดให้มีการแข่งขันฟุตบอลการกุศล นำรายได้ไปบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยครั้งนี้ คณะผู้ก่อตั้งได้เข้าพบ  ฯพณฯ พลเอกเกรียงศักดิ์  ชมะนันท์  นายกรัฐมนตรี  ในขณะนั้นได้รับคำแนะนำให้จัดแข่งขันกับทีมรวมทหาร-ตำรวจ  จึงได้จัดให้มีการแข่งขันขึ้นที่สนามกีฬา ศุภชลาศัยใน  23  กันยายน  2521  ซึ่งต่อมาได้ถือเป็นวันสถาปนา “มูลนิธิรักเมืองไทย” อีกด้วย

21 กันยายน พ.ศ. 2469 รัชกาลที่ 7 พระราชทานตั้ง 'กรมรักษาสัตว์น้ำ' ถือเป็น 'วันประมงแห่งชาติ' และ 'วันขยายพันธุ์ปลาแห่งชาติ'

วันนี้ เมื่อ 99 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระราชทานพระบรมราชโองการให้ตั้ง 'กรมรักษาสัตว์น้ำ' ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น 'กรมการประมง' และ 'กรมประมง' ตามลำดับ เพื่อดูแลแนะนำการขยายการจับสัตว์น้ำเป็นอาหารและสินค้าภายในภายนอกประเทศ กำหนดเขตและฤดูที่อนุญาตให้จับสัตว์น้ำ ให้มีการขยายพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติมิให้สูญพันธุ์ และยังกำหนดเป็น 'วันประมงแห่งชาติ' และ 'วันขยายพันธุ์ปลาแห่งชาติ' อีกด้วย

22 กันยายน พ.ศ. 2510 ร. 9 พระราชทานนาม “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” พร้อมยึดถือเป็น "วันสงขลานครินทร์"

วันนี้ เมื่อ 58 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช "มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์" ให้กับมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคใต้ 
และใช้อักษรย่อ ม.อ.คืออักษรย่อมาจากพระนาม "มหิดลอดุลเดช" อันเป็นพระนามเดิมของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์ ผู้ทรงมีมหากรุณาธิคุณแด่การศึกษาแพทย์และการพยาบาลของไทย และทรงพระราชทานตราประจำพระองค์ เป็นตราประจำมหาวิทยาลัย 

พร้อมกันนี้ ทางมหาวิทยาลัยจึงถือว่าวันที่ 22 กันยายน ของทุกปี เป็น "วันสงขลานครินทร์"

20 กันยายน ของทุกปี กำหนดเป็น 'วันเยาวชนแห่งชาติ' ของประเทศไทย ด้วยเป็นวันพระราชสมภพสองภูมิบดีจักรีวงศ์ ร. 5 และ ร. 8

วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีนับเป็นวันสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากเป็นวันพระราชสมภพของพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งประสูติตรงกับวันอังคารที่ 20 กันยายน 2396  และ พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 ซึ่งพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2468 เหมือนสมเด็จพระบรมอัยกาธิราช (ปู่) และยังกำหนดให้เป็น “วันเยาวชนแห่งชาติ” ของประเทศไทยอีกด้วย

สืบเนื่องจาก องค์การสหประชาชาติ (UNITED NATIONS) ได้ประกาศให้ปี พ.ศ.2528 เป็นปีเยาวชนสากล และขอให้ประเทศชาติสมาชิกร่วมเฉลิมฉลองปีเยาวชนสากล ภายใต้คำขวัญ “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ” (Participation, Development and Peace) เพื่อที่จะมุ่งเน้นให้เยาวชน ซึ่งหมายถึง หนุ่มสาว ตั้งแต่ 18-25 ปี ได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเองที่จะเป็นพลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต และสามารถช่วยสร้างเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม      

สำหรับประเทศไทย คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2528 กำหนดให้วันที่ 20 กันยายน ของทุกปี เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ โดยถือว่าเป็นวันสิริมงคลอันเนื่องมาจากตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีถึงสองพระองค์ คือ รัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 8 ซึ่งทั้งสองพระองค์ ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในขณะที่ยังทรงพระเยาว์ จึงถือได้ว่าเป็นวันสิริมงคลที่เยาวชนควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ เยาวชนจึงควรกระตือรือร้นในการพัฒนาตัวเองและประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และ ประเทศชาติ เฉกเช่นยุวกษัตริย์ทั้งสองพระองค์

19 กันยายน พ.ศ. 2549 คณะทหาร เข้ายึดอำนาจ ‘รัฐบาลทักษิณ’ขณะปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 คณะทหารในนาม “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” (คปค.) ซึ่งมี พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้า ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 

โดยในการรัฐประหารครั้งนี้ คปค. ได้ให้เหตุผลที่ต้องยึดอำนาจว่าการปกครองภายใต้รัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ก่อให้เกิดความขัดแย้งแบ่งฝ่าย สลายความรู้รักสามัคคีของคนในชาติ ต่างฝ่ายต่างมุ่งหวังเอาชนะ ด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ และมีแนวโน้มนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น 

โดยประชาชนส่วนใหญ่เคลือบแคลงสงสัยว่า การบริหารราชการแผ่นดิน ส่อไปในทางทุจริต ประพฤติมิชอบ อย่างกว้างขวาง หน่วยงานอิสระ ถูกการเมืองครอบงำ ทำให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เกิดปัญหา และอุปสรรคหลายประการ ตลอดจนหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นที่เคารพ เทิดทูน ของปวงชนชาวไทย อยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าหลายภาคส่วนของสังคมจะได้พยายามประนีประนอม คลี่คลายสถานการณ์ มาโดยต่อเนื่องแล้ว ก็ไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองได้

โดยทางทหารได้เตรียมการยึดอำนาจเริ่มตั้งแต่ตอนสาย ถึงตอนบ่ายกำลังทหารจากต่างจังหวัดก็เคลื่อนกำลังเข้าประจำการในกรุงเทพฯ ในตอนค่ำกำลังพลติดอาวุธพร้อมรถถัง ฮัมวี่ และบีเอ็มซีก็บุกเข้ายึดสถานีวิทยุโทรทัศน์และตรึงกำลังอยู่ตามสถานที่สำคัญ ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ในเวลา 22.00 น. พ.ต.ท. ทักษิณได้ชิงออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขต กทม. สั่งปลด พล.อ. สนธิ แต่ยังประกาศไม่ทันจบ ทหารก็บุกเข้ามาตัดสัญญาณและออกประกาศการเข้ายึดอำนาจ จากนั้นก็ได้ออกประกาศ คปค. ฉบับต่าง ๆ ออกมา อาทิ...

ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวโดยให้ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้น คปค. ก็ถอยไปอยู่ในฐานะ “คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ” (คมช.) คอยดูแลรัฐบาลชั่วคราวบริหารประเทศและเร่งกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี จากนั้นจะเลือกตั้งใหม่ภายในปี 2550 

รัฐประหารครั้งนี้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่ายที่เห็นว่าประเทศชาติถึงจุดวิกฤติแล้ว รัฐประหารคือทางออกเดียวที่เหลืออยู่ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่ารัฐประหารครั้งนี้เป็นการตัดตอนกระบวนการประชาธิปไตยไทย เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับที่ได้ชื่อว่าเป็นของประชาชนมากที่สุด และนับเป็นการสูญเสียประชาธิปไตยอีกครั้งในรอบ 15 ปีหลังจากรัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เมื่อปี 2535 ซึ่งการรัฐประหารครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 10 ของไทย โดยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และไร้การสูญเสียเลือดเนื้อ

18 กันยายน พ.ศ. 2521 ในหลวง ร. 9 เสด็จฯ วางศิลาฤกษ์ 'เขื่อนบางลาง' จุดกำเนิดโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านสันติ

วันนี้ เมื่อ 47 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จฯ วางศิลาฤกษ์เขื่อนบางลาง ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทำให้เกิดโครงการ “โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านสันติ” ขึ้นบริเวณเหนือเขื่อนบางลาง ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแห่งแรกของภาคใต้ตอนล่าง ให้ได้ใช้ประโยชน์ในการเก็บกักน้ำและสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ในชุมชน

ในช่วงเวลาของการก่อสร้างเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา เต็มไปด้วยความยากลำบากในการก่อสร้าง เนื่องด้วยในขณะนั้นยังมีการต่อสู้กับผู้ก่อการความไม่สงบคอมมิวนิสต์ โดยในระหว่างการก่อสร้างในหลวง ร.9 และพระราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่เขื่อนแห่งนี้หลายครั้ง ด้วยพระราชประสงค์จะพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน 

ในการเสด็จพระราชดำเนินวันนี้เมื่อ 47 ปีก่อน เพื่อมาทรงวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างเขื่อนบางลาง โดยมีนายเกษม จาติกวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในขณะนั้นร่วมรับเสด็จ พระองค์ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรฝายละแอ ซึ่งเป็นฝายทดน้ำขนาดเล็กจากคลองละแอที่สร้างด้วยการเจาะอุโมงค์ขนาดเล็กและต่อท่อส่งน้ำไปให้ประชาชนในหมู่บ้านสันติใช้ 

พลอากาศตรีกำธน สินธวานนท์ องคมนตรี ซึ่งเวลานั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กราบบังคมทูลว่า น้ำประปาไหลแรง เพราะต่อน้ำลงมาจากที่สูงทำให้ก๊อกน้ำเสียเป็นประจำ ในหลวง ร.9 จึงทรงมีรับสั่งขึ้นว่า 

"ถ้าน้ำแรง ทำไมไม่คิดทำไฟฟ้าด้วย" 

จากแนวพระราชดำริดังกล่าวนั้นเอง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จึงก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านสันติขึ้นบริเวณเหนือเขื่อนบางลาง โดยติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 1,275 กิโลวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง และติดตั้งท่อส่งน้ำยาว 1,800 เมตร สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ในปี พ.ศ. 2528 

นับเป็นอีกหนึ่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ที่เกิดขึ้นจากแนวพระราชดำริ เพราะทรงห่วงใยต่อพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดารหรือในพื้นที่ห่างไกล ทรงสนพระทัยสอบถามถึงความเป็นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องน้ำบริโภคและทำการเกษตร ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้แต่ละชุมชนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พึ่งพาตนเองได้ และทุกครั้งที่ทรงมองเห็นโอกาสในการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน จะทรงมีแนวพระราชดำริ ให้ใช้ประโยชน์จากการก่อสร้างเขื่อนขนาดเล็ก ที่นอกจากเพื่อเก็บกักน้ำแล้วยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ในชุมชนได้อีกด้วย

17 กันยายน พ.ศ. 2352 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงฯ ให้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันนี้ เมื่อ 216 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และมีพระปฐมบรมราชโองการ คือ “แต่บรรดาพฤกษาและแม่น้ำใหญ่ น้อย และสิ่งของทั้งปวง ซึ่งมีในแผ่นดิน ทั่วขอบเขตแดนพระนคร ซึ่งหาเจ้าของหวงแหนมิได้ให้พระราชทานแก่สมณะพราหมณ อณาประชาราษฎร์ทั้งปวง ตามแต่ปรารถนาเถิด”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top