Saturday, 12 September 2026
TODAY SPECIAL

21 พฤศจิกายน 2410 ‘หนังสือแสดงกิจจานุกิจ’ ต้นแบบหนังสือไทยเล่มแรก ตีพิมพ์สำเร็จโดย 'เจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี'

21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2410 หนังสือแสดงกิจจานุกิจ ตีพิมพ์สำเร็จเป็นครั้งแรก เป็นหนังสือไทยเล่มแรกที่อธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์และศาสนาอย่างทันสมัยที่สุด จัดพิมพ์โดย เจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) 

เหตุที่ท่านจัดทำหนังสือเล่มนี้ เพราะเห็นว่าตำราไทยสมัยนั้นไม่มีสาระแก่นสาร ไม่ทำให้ผู้อ่านนำไปคิดต่อ ความรู้ในหนังสือไม่ทันสมัย ท่านจึงรวบรวมเอาสิ่งที่ขณะนั้นยังไม่ทราบกันมาตีพิมพ์ นอกจากนี้ท่านยังนำเสนอแก่นของพุทธศาสนาเพื่อเป็นการลบล้างการโจมตีพุทธศาสนาของหมอสอนศาสนาที่พยายามเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย 

หนังสือเล่มนี้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในหมู่คนไทยและต่างชาติ และมีผู้สนใจนำบางตอนไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์ที่กรุงลอนดอน เมื่อปี พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) โดยใช้ชื่อว่า เดอะ โมเดิน บุดดิสท์ (The Modern Buddhist) หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องในต่างประเทศ เป็นหนังสือสำคัญที่ให้ความรู้ด้านพุทธศาสนาและเกือบจะนับได้ว่าเป็นหนังสือเล่มแรกของไทยที่ได้มีการนำออกไปแปลและพิมพ์จำหน่ายในต่างประเทศ

20 พฤศจิกายน ของทุกปี “วันกองทัพเรือไทย” วันที่สังคมไทยตระหนักถึง ความสำคัญของความมั่นคงทางทะเล เสาหลักของความมั่นคงชาติ

วันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันกองทัพเรือไทย ซึ่งสังคมไทยใช้วันดังกล่าวเพื่อรำลึกเหตุการณ์สำคัญของราชนาวีและพระมหากรุณาธิคุณการวางรากฐานราชนาวีสมัยใหม่ กิจกรรมนี้จัดขึ้นทั่วประเทศเพื่อระลึกถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ ณ พระราชวังเดิม เขตธนบุรี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาทหารเรือแบบเป็นระบบในไทย

ในอดีตสยามยังไม่มีการแยกเหล่าทัพชัดเจนโดยใช้แม่น้ำและทะเลเป็นสนามยุทธศาสตร์หลัก ก่อนที่ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 จะมีการจัดระเบียบเหล่าทัพแยกเป็นทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ทหารเรือได้รับการพัฒนาเป็นกองทัพเรือสมัยใหม่ มีทั้งกำลังรบและระบบการศึกษา โดยเฉพาะภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และการส่งเสริมของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งกองทัพเรือไทย"

งานวันกองทัพเรือมีการจัดพิธีวางพวงมาลาและถวายราชสักการะ พลเรือเอกกรมหลวงชุมพรฯ และวีรชนทหารเรือ พร้อมการสวนสนามแสดงความพร้อมเพรียงและวินัย รวมถึงกิจกรรมเปิดบ้านฐานทัพเรือ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ และนิทรรศการเผยแพร่ภารกิจความมั่นคงทางทะเล เพื่อย้ำเตือนบทบาททหารเรือในภารกิจสงครามและสันติภาพ

“วันกองทัพเรือ” จึงไม่ใช่เพียงวันที่ทหารเรือระลึกถึงตนเอง แต่เป็นวันที่สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางทะเล ซึ่งเป็นเสาหลักของความมั่นคงชาติ การปกป้องเขตแดนทางทะเล แหล่งทรัพยากรพลังงาน ประมง พาณิชย์ และความมั่นคงของชีวิตผู้คนที่ยืนหยัดเฝ้าทะเลอย่างมุ่งมั่นเสมอมา

19 พฤศจิกายน 2553 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสิทธิบัตร 'อุทกพลวัต' กังหันผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ ต้นแบบจากโครงการขุดคลองลัดโพธิ์

19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตร 'อุทกพลวัต' สิ่งประดิษฐ์กังหันผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำไหล สืบเนื่องจากพระราชดำริในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ขุดลอกคลองลัดโพธิ์เพื่อเร่งการระบายน้ำออกสู่ทะเล

ต่อมาเมื่อปี 2549 พระองค์ทรงเสนอแนวคิดเพิ่มเติมว่า พลังงานน้ำที่ไหลผ่านคลองลัดโพธิ์นั้น “มหาศาล” อาจนำไปใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ จึงทรงพระราชกระแสให้ศึกษาความเป็นไปได้ และให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทรงติดตามโครงการ

กรมชลประทานร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงได้ศึกษาและพัฒนากังหันต้นแบบ ทั้งแบบหมุนตามแนวแกน (Axial Flow) และแบบหมุนขวางการไหล (Cross Flow) เพื่อหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร โดยติดตั้งที่ท้ายประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ผลการทดลองให้พลังงานสูงสุดถึง 5.74 กิโลวัตต์ต่อวัน

สิทธิบัตร “อุทกพลวัต” ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 และเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานชื่ออย่างเป็นทางการว่า “อุทกพลวัต” หมายถึงการใช้พลังน้ำเคลื่อนที่มาสร้างพลังงานไฟฟ้า ต้นแบบดังกล่าวมีต้นทุนต่ำ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับประตูระบายน้ำทั่วประเทศ เช่น ประตูระบายน้ำบรมธาตุ ประตูระบายน้ำพลเทพ และประตูระบายน้ำมโนรมย์ ช่วยเสริมการจัดการน้ำและพลังงานทดแทนของไทยต่อไป

วันป้องกันและเยียวยาความรุนแรงในเด็ก จุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมกล้าพูด ถึงเวลาต้องยืนข้างเด็ก รณรงค์ร่วมหยุดความรุนแรงทั่วโลก

UN กำหนด 18 พฤศจิกายน เป็น “วันป้องกันและเยียวยาการแสวงประโยชน์ทางเพศและความรุนแรงในเด็กโลก”

องค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ 18 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันป้องกันและเยียวยาการแสวงประโยชน์ทางเพศ การล่วงละเมิด และความรุนแรงในเด็กโลก” เพื่อย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องเด็กจากความรุนแรงทุกรูปแบบ และสนับสนุนการเยียวยาผู้รอดชีวิต

บริซา เด อังกูโล สมาชิก SAGE แห่ง Brave Movement นักกฎหมาย นักจิตวิทยาเด็ก และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ A Breeze of Hope ในโบลิเวีย กล่าวว่า วันนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศในวัยเด็ก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาต้องเผชิญความเจ็บปวดอย่างเงียบงัน ด้วยความอับอายและคำตำหนิที่ไม่ควรเกิดขึ้น

การมีวันสากลนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมกล้าพูด กล้ายอมรับว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น “ไม่ใช่ความผิดของเหยื่อ” และต้องร่วมกันลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
Brave Movement และ Together for Girls เตรียมระดมผู้รอดชีวิตและพันธมิตรจากทั่วโลกในวันที่ 18 พฤศจิกายน เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆ ออกนโยบายป้องกันความรุนแรงทางเพศต่อเด็ก พร้อมผลักดันการรักษาและความยุติธรรมให้เหยื่อเข้าถึงได้จริง

บริซากล่าวปิดท้ายว่า
“เราเจ็บปวดมานานอย่างเงียบๆ วันนี้คือวันที่บอกเราว่า… เราไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป”

 

17 พฤศจิกายน 2514 'จอมพลถนอม' ก่อการรัฐประหารตนเอง ล้มรัฐธรรมนูญ–ปิดสภาในครั้งเดียว รวบอำนาจทั้งประเทศ ปูทางสู่ระเบิดเวลา 14 ตุลา

รัฐประหาร พ.ศ. 2514 เป็นการ รัฐประหารตนเอง ของจอมพลถนอม กิตติขจร หลังเกิดความขัดแย้งภายในพรรคสหประชาไทย และการต่อรองผลประโยชน์ของ สส. รวมถึงแรงกดดันจากการพิจารณางบประมาณปี 2515 ที่ สส. บางส่วนต้องการเพิ่มงบเงินบำรุงท้องที่เกินกว่าที่รัฐบาลจัดสรร ทำให้สถานการณ์ในสภาควบคุมไม่ได้

จอมพลถนอมจึงประกาศยึดอำนาจ ตั้งชื่อว่า 'คณะปฏิวัติ' โดยอ้างภัยต่อประเทศและความวุ่นวายในสภา จากนั้นออกประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2511 ยุบสภา ยุบพรรคการเมือง และประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ คณะปฏิวัติกุมอำนาจจนปี 2515 ก่อนประกาศใช้ ธรรมนูญการปกครอง 2515 ที่ให้จอมพลถนอมเป็นนายกฯ ต่อ และนำ มาตรา 17 กลับมาใช้ ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีเต็มมือ

การรวบอำนาจยาวนานกว่า 10 ปี นับจากรัฐประหารปี 2501 รวมถึงปัญหาทุจริตและการไร้รัฐธรรมนูญถาวร ทำให้เกิดความไม่พอใจสะสมของนิสิต นักศึกษา และประชาชน จนนำไปสู่ เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516

หลังรัฐประหาร สส. อุทัย พิมพ์ใจชน และพวกยื่นฟ้องคณะปฏิวัติฐานกบฏ แต่ถูกจำคุก ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ในสมัยรัฐบาลของสัญญา ธรรมศักดิ์

16 พฤศจิกายนของทุกปี "วันแห่งความอดทนสากล" วิจารณ์ได้ ตรวจสอบได้ ฟ้องร้องได้ โดยไม่ลืมว่าคนคิดต่างคือมนุษย์เหมือนกัน เตือนโลกอยู่ร่วมต่างอย่างเคารพและสันติ

ทุกวันที่ 16 พฤศจิกายนของทุกปี สหประชาชาติได้กำหนดให้เป็น "วันแห่งความอดทนสากล" เพื่อเตือนใจมนุษยชาติให้เคารพความแตกต่างและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ วันดังกล่าวถือเป็นวันครบรอบการรับรอง "ปฏิญญาว่าด้วยหลักการแห่งความอดทน" โดยยูเนสโกในปี 1995 ซึ่งถูกรณรงค์ต่อเนื่องในทุกประเทศสมาชิก

ยูเนสโกระบุว่า ความอดทนนั้นหมายถึงการเคารพ ยอมรับ และเห็นคุณค่าความหลากหลายของมนุษย์ในทุกมิติ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ความคิด และวัฒนธรรม พร้อมย้ำว่าไม่ใช่ความเฉยเมยหรือยอมให้ความอยุติธรรมดำเนินต่อไป แต่คือการจัดการความขัดแย้งบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ

วันแห่งความอดทนสากลยังสะท้อนความท้าทายสำคัญว่า สังคมควรมีวิธีรับมือกับความเห็นต่างอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ศาสนา ชาติพันธุ์ หรือวัฒนธรรม โดยต้องสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ผัดวันประกันพรุ่งในเรื่องความรับผิดชอบ แต่ "ยังวิจารณ์ได้ ยังตรวจสอบได้ ยังฟ้องร้องได้" อย่างเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ "คนคิดต่างก็ยังเป็นมนุษย์เหมือนเรา"

วันดังกล่าวจึงไม่ใช่แค่วันในปฏิทินแต่เป็นการเตือนว่าสังคมโลกยอมรับว่าความหลากหลายคือความจริง ไม่ใช่ปัญหา และความสำเร็จของสังคมขึ้นกับการฝึกฝนการอยู่ร่วมกันอย่างมีสติและเป็นระบบ ข้อคิดสำคัญที่ฝากถึงทุกคนคือ "เราอยากอยู่ในประเทศที่คนเห็นต่างต้อง 'กลัว' หรือปลอดภัยพอจะพูด แล้วให้ข้อเท็จจริงเป็นตัวตัดสิน?"

‘อี ยองแอ’ ผู้สมบท ‘แดจังกึม’ บริจาคเงิน 10 ล้านวอน ช่วยนักศึกษาไทยกลับบ้าน หลังป่วยโคม่าเลือดคั่งในสมอง

อี ยองแอ นักแสดงดังจากบทบาท แดจังกึม บริจาคเงินจำนวน 10 ล้านวอน เพื่อช่วยเหลือ สิรินยา นักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวไทยที่ป่วยจากอาการเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมองระหว่างเรียนภาษาเกาหลีในเกาหลีใต้

รายงานจากชมรมอาสา “Rhythm of Hope” มหาวิทยาลัยชอนนัม ระบุว่า สิรินยาซึ่งกำลังเรียนที่สถาบันสอนภาษาของมหาวิทยาลัย ถูกพบหมดสติในหอพักเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมอง และตั้งแต่นั้นมาเธอก็ยังคงอยู่ในภาวะโคม่า และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องในโรงพยาบาล

เมื่อทราบว่าครอบครัวของเธอประสบปัญหาเรื่องค่ารักษาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศ ทางชมรมและสมาชิกมหาวิทยาลัยจึงร่วมกันเปิดระดมทุน ซึ่งตั้งเป้าไว้ 9 ล้านวอน แต่ยอดเงินกลับพุ่งทะลุเป้ากว่าเท่าตัวจากน้ำใจของนักศึกษาและประชาชนทั่วไป

อี ยองแอได้ร่วมบริจาคเงิน 10 ล้านวอนให้กับ “Rhythm of Hope” หลังทราบข่าวอาการของสิรินยา

ขณะนี้สิรินยามีกำหนดเดินทางกลับไทยในวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยสายการบินโคเรียนแอร์และหลายหน่วยงานจะช่วยประสานงานการเดินทางอย่างเต็มที่

อี ยองแอกล่าวว่า “ฉันต่างหากที่รู้สึกขอบคุณนักศึกษาที่ช่วยกันทำเรื่องดี ๆ แบบนี้”

15 พฤศจิกายน 2476 ประเทศไทยจัดให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรก นับเป็น “การเลือกตั้งทางอ้อม" ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 เป็นหมุดหมายสำคัญของประชาธิปไตยไทย เพราะเป็น การเลือกตั้งผู้แทนราษฎรโดยทางอ้อมครั้งแรก และครั้งเดียวของประเทศ ก่อนหน้านั้นรัฐบาลได้ออกพระราชกฤษฎีกาให้จัดเลือก “ผู้แทนตำบล” ทั่วประเทศระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–15 พฤศจิกายน 2476 จากนั้นผู้แทนตำบลเหล่านี้จึงเลือก “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” อีกชั้นหนึ่ง รวมได้ สส. ประเภท 1 จำนวน 78 คน

แม้ในช่วงนั้นประเทศอยู่ในภาวะวุ่นวายจาก กบฏบวรเดช ซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองย่อม ๆ แต่รัฐบาลภายใต้การนำของ พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ยังเดินหน้าจัดการเลือกตั้งจนสำเร็จ

สยามในขณะนั้นมีประชากรราว 18 ล้านคน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 4.2 ล้านคน มีผู้มาใช้สิทธิ 1.77 ล้านคน หรือราว 41% โดยจังหวัดเพชรบุรีมีคนออกมาใช้สิทธิมากที่สุด (78.82%) ส่วนแม่ฮ่องสอนน้อยที่สุด (17.71%) ผู้แทนราษฎรชุดแรกมาจาก 70 จังหวัด บางจังหวัดมีได้มากกว่า 1 คน เช่น เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และนครราชสีมา ส่วนจังหวัดที่ได้มากที่สุดคือ พระนครและอุบลราชธานี จังหวัดละ 3 คน

ในจำนวนนี้ มี สส. ผู้มีบทบาททางการเมืองสำคัญ เช่น นายเลียง ไชยกาล และ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ สองนักการเมืองคนสำคัญจากอุบลราชธานี ที่ภายหลังมีบทบาทในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น

การเลือกตั้งครั้งนั้นจึงถือเป็นก้าวแรกของการให้ประชาชน “มีเสียง” ในการกำหนดอนาคตของประเทศ

14 พฤศจิกายน 2498 วันพระบิดาแห่งฝนหลวง รำลึกพระอัจฉริยภาพในหลวง ร.9 ทรงจุดประกาย “เทคโนโลยีฝนหลวง” ช่วยเหลือชาวไทยจากภัยแล้งนับไม่ถ้วน

วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงคิดค้น “โครงการฝนหลวง” จากพระราชดำริเมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎรภาคอีสาน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498

พระองค์ทรงเห็นความทุกข์ยากจากภัยแล้งและน้ำท่วม จึงมีแนวพระราชดำริให้สร้างฝายและอ่างเก็บน้ำ พร้อมทั้งทรงทดลองนำหลักวิทยาศาสตร์มาประยุกต์สร้างฝนเทียม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและบรรเทาความแห้งแล้งให้ผืนแผ่นดินไทย

แนวพระราชดำริดังกล่าวได้รับการพัฒนาจนกลายเป็น “โครงการพระราชดำริฝนหลวง” ที่ยังคงดำเนินงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเครื่องยืนยันถึงพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนอย่างหาที่สุดมิได้

13 พฤศจิกายน ของทุกปี วันแห่งความมีน้ำใจโลก ชวนคนไทยส่งต่อรอยยิ้ม เมื่อความดีไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือการลงมือทำ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี

(13 พ.ย. 68) "วันแห่งความมีน้ำใจโลก" จัดขึ้นทุกปีวันที่ 13 พฤศจิกายน โดย World Kindness Movement หรือ WKM ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรความเมตตาจากหลายประเทศ เพื่อส่งเสริมความใจดีในระดับสากล วันที่ 13 นี้ได้รับการกำหนดจากการประชุมครั้งแรกของ WKM ที่โตเกียวในปี 1998 ซึ่งเชื่อมโยงกับขบวนการ "Small Kindness Movement of Japan" จุดประกายปฏิญญาความเมตตาที่ยึดถือจนถึงปัจจุบัน

เป้าหมายหลักของวันแห่งความมีน้ำใจโลกคือการกระตุ้นให้ผู้คนลงมือทำความดีอย่างตั้งใจ โดยให้ความสำคัญกับการกระทำที่สร้างผลดีอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเช่น การช่วยเหลืองานเล็ก ๆ แจกที่นั่งในที่สาธารณะ หรือการบริจาคสิ่งของ โดย WKM กล่าวไว้ว่า "การเห็นความใจดีจะ 'ติดเชื้อดีงาม' ให้คนถัด ๆ ไปอยากทำตาม"

ตั้งแต่ปี 1997–1998 เครือข่ายความเมตตาเริ่มรวมตัวและโปรโมตวันแห่งความมีน้ำใจโลก จนขยายกิจกรรมไปสู่หลายประเทศและชุมชนทั่วโลก โดยเฉพาะในยุค 2000 เป็นต้นมา กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากองค์กรภาคประชาสังคม ในประเทศไทยกิจกรรมที่แนะนำได้แก่ การตั้งโพสต์ #KindnessChallenge ในสื่อออนไลน์ การตั้ง "กระปุกชื่นชม" ในที่ทำงาน หรือการจัด "ตู้ปันสุขวันเดียว" เพื่อแบ่งปันกันในชุมชน

กิจกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับแนวทางของ WKM ที่ต้องการ "วางความเมตตาไว้บนวาระสาธารณะ" เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมความเมตตาในสังคมโดยรวม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top