Friday, 21 June 2024
NEWS FEED

'บริษัทธรรมชาติทรายแก้ว' มองธุรกิจอย่างเข้าใจ ใส่ใจคุณภาพและสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่ธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืน

หากจะพูดถึง 'แร่ทรายแก้ว' ทุกคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้วแร่ทรายแก้วนั้นอยู่ใกล้ตัวมาก เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของเราตั้งแต่เช้าจรดคำ่อันได้แก่อ่างล้างหน้า โถชักโครก ส่วนผสมในยาสีฟัน หลอดไฟ ประตูหน้าต่าง แก้วน้ำ จานชาม ขวด กระเบื้องปูพื้น กระจกรถยนต์และกระจกอาคารซึ่งล้วนแต่มีส่วนผสมของแร่ทรายแก้วทั้งสิ้น อีกทั้งยังเป็นวัตถุดิบหลักที่สำคัญในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำ ซึ่งถือว่าเป็น 1 ใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในประเทศ

'การทำเหมืองแร่' หากใครได้ยิน สิ่งแรกที่จะนึกถึงคือการสร้างมลพิษและการทำลายสิ่งแวดล้อม จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับเจ้าของเหมืองทุกคน ที่จะต้องวางโครงสร้างทางวิศวกรรมและมีทิศทางในการขับเคลื่อนธุรกิจที่ชัดเจน อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงคุณภาพภายใต้มาตรฐานของการทำเหมืองแร่ที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติแร่ด้วย

การขับเคลื่อนที่สำคัญสำหรับการผลิตแร่ทรายแก้ว นอกจากจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพเป็นสำคัญแล้ว ยังต้องยึดหลักธรรมาภิบาลคือการบริหารจัดการที่ดี มีความเป็นธรรม ความสุจริต ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบในภาพรวมทั้งต่อตนเองและลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ ในส่วนของการทำเหมืองแร่นี้จำต้องให้ความสำคัญรวมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน ชุมชนในพื้นที่และสิ่งแวดล้อมที่จะส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแร่อย่างคุ้มค่าและเกิดอรรถประโยชน์สูงสุด

นายวัลลภ การวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธรรมชาติทรายแก้ว จำกัด ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายทรายแก้วคุณภาพดีให้กับลูกค้าเล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการรับซื้อพืชผลการเกษตรมาก่อน ในปี 2528 เมื่ิอรัฐบาลมีโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ Eastern Seaboard Development Program (ESB) ส่งผลให้ที่ดินในจังหวัดระยองมีราคาสูงขึ้น ชาวบ้านบางส่วนขายที่ดินทำการเกษตรในราคาสูงให้กับกลุ่มนายทุน เกิดโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ๆ ทำให้แรงงานหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ พื้นที่ที่เคยทำการเกษตรจึงลดน้อยลง จึงมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ
 
“ปี 2520 พื้นที่ที่มีแร่ทรายแก้วไม่มีราคา เพราะเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถทำการเกษตรได้เลย เนื่องจากดินไม่มีสารอาหารที่จะเอื้อต่อการเจริญเติบโตของพืช จึงมองหาโอกาสที่จะทำธุรกิจเหมืองแร่ทรายแก้วที่มีคุณภาพดีและรองรับการทำแก้วใสเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ทำการศึกษาค้นคว้าและวิจัยว่าหากจะผลิตแร่ทรายแก้วคุณภาพดีที่ยังไม่มีใครผลิตซึ่งเป็นช่องว่างทางการตลาดที่สามารถเจริญเติบโตทางธุรกิจได้ในอนาคตจะต้องวางแผนดำเนินการอย่างไรตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพให้คงที่จวบจนการขนส่งแร่ทรายแก้วถึงมือผู้ใช้ที่จะต้องดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติแร่ สิ่งแวดล้อมและชุมชนให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขนั้นมีความจำเป็นต้องวางแผนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง(conceptual skill)เพื่อมิให้เกิดรอยต่อสะดุดระหว่างทาง

เมื่อเรียนรู้ข้อจำกัดต่างๆ จึงเริ่มวางภูมิทัศน์ และเทคโนโลยีทางวิศวกรรมที่ปลอดภัยสำหรับโรงแต่งแร่ การทำเหมืองแร่ทรายแก้วที่ไม่ให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ แล้วจึงดำเนินการการก่อสร้างตามลำดับขั้นตอน พร้อมศึกษาผลกระทบอย่างครบถ้วนมีความรัดกุมเพื่อให้สามารถผลิตแร่คุณภาพควบคู่ไปกับการอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

การทำธุรกิจแรกเริ่มนั้น บริษัทฯ เริ่มส่งแร่ทรายแก้วให้กับอุตสาหกรรมผลิตหลอดไฟ และเริ่มขยายตลาดด้วยการควบคุมการผลิตแร่ทรายแก้วคุณภาพคงที่อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี บริษัทฯ สามารถส่งสินค้าเข้าสู่อุตสาหกรรมแก้วใส อุตสาหกรรมกระจกรถยนต์และกระจกอาคาร อุตสาหกรรมเซรามิก อุตสาหกรรมหล่อโลหะ และอุตสาหกรรมเคมี

สำหรับองค์ประกอบของความสำเร็จในการประกอบธุรกิจนั้น คุณวัลลภ ได้ยึดหลัก 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.ต้องมีใจรักในงานที่ทำ เพราะหากเริ่มต้นไม่มีใจรักแล้วเมื่อประสบปัญหาและอุปสรรคจะท้อถอย 2.ต้องดูตลาดออกแล้วปรับปรุงเทคโนโลยีตามการเปลี่ยนแปลงกระแสธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่งเพื่อมิให้ตกเทรนด์ซึ่งเป็นการอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคู่ค้ามิให้เสียส่วนแบ่งการตลาดเพื่อความเจริญเติบโตเคียงคู่กัน 3.ต้องมีใจเรียนรู้และศึกษาอยู่ตลอดเวลา 4.ต้องศึกษาสภาวะแวดล้อมทั้งภายนอกและสภาวะแวดล้อมภายใน จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค และ5.การรักษาบุคลากรให้อยู่นานที่สุด และมีสวัสดิการต่างๆ เมื่อบุคลากรมีความเชื่อมั่นจะตั้งใจทำงานให้บริษัทที่คิดว่ามั่นคงอย่างเต็มความสามารถ
 
เกือบ 30 ปีนับแต่บริษัทธรรมชาติทรายแก้วจำกัดดำเนินการมา บริษัทฯ มุ่งมั่นในการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายทรายแก้วคุณภาพดีให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และการมีธรรมาภิบาลที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านรางวัลที่บริษัทฯ ที่ได้รับมากมาย อาทิ รางวัลเหมืองแร่สีเขียว (Green Mining Award) (ตั้งแต่ปี 2554 - ปี 2566) จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม รางวัล ElA Monitoring Awards ปี 2011 ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้การรับรองระบบบริหารคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001 : 2015  ได้การรับรองระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมมาตรฐานสากล ISO 14001 : 2015 Certified ISO 14001:2015 และยังคงมุ่งมั่นต่อไปภายใต้ปณิธาน“ ผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ใส่ใจคุณภาพทรายทุกเม็ด”เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจตลอดไป

‘มูลนิธิยังมีเรา’ ควง ‘ผู้พันเบิร์ด’ จัดกิจกรรม ‘คิดดี ต้นกล้าดีมีคุณธรรม’ ปลูกฝังเยาวชนไทยให้ ‘รู้รักสามัคคี-รักชาติ-ศาสน์-กษัตริย์’

เมื่อวานนี้ (10 มิ.ย.67) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมด้วยมูลนิธิยังมีเรา จัดกิจกรรม Roadshow คิดดี ต้นกล้าดีมีคุณธรรม ณ โรงเรียนปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้คิดดี ทำดี สร้างจิตสำนึกที่ดี พร้อมทั้งปลูกฝังให้เยาวชนไทยรู้รักสามัคคี ปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยหัวใจที่รักชาติ ศาสนา และ สถาบันพระมหากษัตริย์

โดยมี พล.ต.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองทัพไทย หรือ ผู้พันเบิร์ด เป็นผู้บรรยายในช่วง Kiddee Talk กับหัวข้อ คิดดีมีคุณธรรม ซึ่งครั้งนี้ผู้พันเบิร์ด ตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของประวัติศาสตร์ชาติไทย และนำเรื่องราวของข้อเท็จจริงที่กำลังถูกสังคมบิดเบือนมา ถ่ายทอด และสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งการบรรยายในครั้งนี้ฟังและเข้าใจง่าย สอดแทรกสาระด้วยการนำบางฉากของภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร มาเล่าเพื่อให้การบรรยายนั้นมีความสนุกสนานเพิ่มขึ้น และทำให้น้อง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมสนใจในการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ชาติไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมไปถึงเรื่องของ ‘ความเป็นจิตอาสา’ โดยมีการยกตัวอย่างการเป็นจิตอาสา ที่เราสามารถเริ่มต้นได้จากตัวเอง ครอบครัว กลุ่มเพื่อน จนถึง สังคม เป็นการปลูกฝังต้นกล้าให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพด้วยการสร้างจิตสำนึกที่ดีและมีคุณธรรม

หลังจากจบการบรรยายน้อง ๆ นักเรียนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สนุกและได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ในอีกแง่มุม ทำให้รู้ว่าจริง ๆ แล้วประวัติศาสตร์ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด อย่างเช่น ‘น้องแชมป์ ชิษณุพงศ์’ จากโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย กล่าวถึงความประทับใจครั้งนี้ว่า “ยอมรับว่าบางเรื่องไม่เคยได้รู้มาก่อน บางเรื่องได้ยินมาในอีกแง่มุม ทำให้มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การรับฟังการบรรยายครั้งนี้ทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์และเรื่องราวสถาบันพระมหากษัตริย์มากกว่าเดิมขึ้นเยอะ เพราะการบรรยายของผู้พันเบิร์ด สนุกและเข้าใจง่ายอย่างเช่นการหยิบเรื่องราวจากภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาฉายและเล่าให้ฟัง จึงรู้ว่าการถ่ายทอดเรื่องในภาพยนตร์นั้น ต้องมีการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และเป็นข้อเท็จจริงจากประวัติศาสตร์ชาติไทยทั้งนั้น”

ขณะที่ น้องอิคคิว เอื้ออังกูร หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม คิดดีแคมป์ ต้นกล้าดีมีคุณธรรม season2 กล่าวว่า “ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบเรียนวิชาประวัติศาสตร์อยู่แล้ว แต่เมื่อได้มาฟังคำบรรยายของผู้พันเบิร์ด ทำให้เห็นเรื่องราวความเป็นมาอีกด้าน และลึกซึ้งมากขึ้น ส่วนเรื่องการเป็นจิตอาสา พอฟังแล้วก็ยิ่งทำให้ตัวเองได้มองเห็นคุณค่าในตัวเอง และพร้อมที่เสียสละ ทำดีเพื่อส่วนรวม เพราะการจะเป็นเด็กที่มีคุณภาพนั้นเราต้องไม่ใช่แค่เรียนดีอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม และรู้จักแบ่งปันเสียสละเพื่อส่วนรวมด้วย”
 
นอกจากน้อง ๆ นักเรียนได้ฟังการบรรยายอย่างเต็มอิ่มแล้ว ยังสนุกสนานไปกับกิจกรรมในช่วงถามตอบแจกเพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษจากผลิตภัณฑ์ Carebeau ผู้ใหญ่ใจดีที่นำมาฝากน้อง ๆ พร้อมปิดท้ายบรรยากาศด้วยการถ่ายภาพด้วยกัน เรียกว่าอิ่มใจทั้งผู้ให้ สุขใจทั้งผู้รับ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ การแนะแนวทาง และ มิตรภาพที่ดี

‘นักเรียนไทย’ สุดเจ๋ง!! คว้า 1 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก ระดับเอเชีย ณ ประเทศมาเลเซีย

เมื่อวานนี้ (10 มิ.ย. 67) รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่าตามที่ได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับทวีปเอเชีย ประจำปี พ.ศ.2567 ระหว่างวันที่ 3 - 10 มิถุนายน 2567 ณ เมืองกัมปาร์ รัฐเปรัก สหพันธรัฐมาเลเซีย ผลปรากฏว่านักเรียนไทยสามารถทำได้ 1 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง 2 เกียรติคุณประกาศ และ 1 เกียรติบัตรเข้าร่วมการแข่งขัน ดังนี้

-นายภัทรภณ ธนพิทักษ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เหรียญเงิน
-นายทัดภู อุดมเกียรติ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เหรียญทองแดง
-นายธนัสร  วรรณสม โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย เหรียญทองแดง
-นายภพสุข สุเมธเชิงปรัชญา โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง เหรียญทองแดง
-นางสาวธีร์จุฑา สุขแสง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เหรียญทองแดง

-นายกันตพิชญ์ เพิ่มวัฒนชัย โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา เกียรติคุณประกาศ

-นายปัณณทัต รัตนะมงคลกุล โรงเรียนเบญจมราษฎร์รังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เกียรติคุณประกาศ
-นายพสธร จินดาวงศ์ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา เกียรติบัตรเข้าร่วมการแข่งขัน

คณะอาจารย์ผู้ควบคุมทีมประกอบด้วย ดร.ธารา เฉลิมทรงศักดิ์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าทีม, ผศ.ดร.มนต์สิทธิ์ ธนสิทธิโกศล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี รองหัวหน้าทีม, ดร.อุชุพล เรืองศรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผู้ช่วยหัวหน้าทีม, รศ.ดร.สุดารัตน์ ชาติสุทธิ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ช่วยหัวหน้าทีม และ นายกฤษชพล ทิวพุดซา สสวท. ผู้จัดการทีม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน 7 ภัยออนไลน์วัยเกษียณ ที่คนร้ายตีเนียนมาหลอกลวง

วันนี้ (11 มิถุนายน 2567) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพที่มีเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นวัยที่มีทรัพย์สินและเงินออมจำนวนมาก ขาดการป้องกันตนเอง และขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์รูปแบบภัยออนไลน์ที่พุ่งเป้ามาที่ผู้สูงอายุวัยเกษียณ เพื่อให้ท่านรู้เท่าทันอาชญากรรม ดังนี้
1. การหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยหลอกให้ซื้อขายสินค้าแต่ไม่มีเจตนาที่จะส่งสินค้าให้จริง
2. การหลอกลงทุน โดยหลอกชักชวนให้ลงทุนที่มีผลตอบแทนสูง ในเวลาอันสั้น ที่ไม่มีอยู่จริง
3. การหลอกให้รัก โดยหลอกเข้ามาตีสนิท สร้างความสัมพันธ์ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อหวังเอาทรัพย์สิน
4. การหลอกให้กลัว หรือ Call Center โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แจ้งว่าท่านเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด หลอกให้โอนเงินให้ตรวจสอบ
5. การหลอกขายยาและอาหารเสริม โดยหลอกขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือยา อ้างว่าสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งอาจไม่ได้ผลจริงและเป็นอันตราย
6.การหลอกขายประกันสุขภาพ โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนจากบริษัทประกันสุขภาพ เพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือขายประกันที่ไม่เป็นความจริง
7. การหลอกรับสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการที่ดูแลเรื่องบำนาญหรือสวัสดิการผู้สูงอายุ และขอข้อมูลส่วนตัวหรือขอให้โอนเงินเพื่อดำเนินการ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในรูปแบบดังกล่าว และขอให้คอยสอดส่องดูแลบุคคลในครอบครัวของท่าน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอกลวงโดยมิจฉาชีพที่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ และสำหรับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘ตลาดปลาจตุจักร’ ไฟไหม้ เสียหายหมด 118 ล็อก  เบื้องต้นไม่พบผู้บาดเจ็บ เตรียมตั้งโต๊ะเยียวยาผู้ค้า

(11 มิ.ย.67) ศูนย์วิทยุพระราม199 รายงานว่า เมื่อเวลา 04.08 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในตลาดปลาจตุจักร เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน เร่งฉีดน้ำสกัดและควบคุมเพลิงไว้ได้ 

นายอนุวัฒน์ อ้นน่วม ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิงและกู้ภัย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปตรวจสอบด้านในอาคาร ยังมีกลุ่มควันอยู่บางจุด และมีส่วนที่หลังคาทรุดลงมา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว แบ่งเป็นห้อง ร้านค้า 118 ล็อก ได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสำรวจสัตว์ในแต่ละร้าน เช่น ปลา กระต่าย เต่า นก ไก่ และ งู เป็นต้น

ด้านนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร  เปิดเผยว่า ผู้อำนวยการเขตจตุจักรตั้งโต๊ะให้ผู้ค้ามาตรวจสอบ ลงทะเบียน และแจ้งความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือและเยียวยา ขณะนี้มีผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบเดินทางมาบางส่วน หลังจากนี้ สามารถไปแจ้งเรื่องได้ที่สำนักงานเขต

บึงกาฬ ไทย-ลาวลงนามข้อตกลง(MOU)ด้านการศึกษาการค้าการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม 

การทำบันทึกข้อตกลงระหว่างศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ หอการค้าบึงกาฬ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวบึงกาฬ(BTA) วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ  โรงเรียนบึงกาฬ โรงเรียนบึงกาฬคริสเตียน ราชอาณาจักรไทย ร่วมกับแผนกศึกษาธิการและกีฬาแขวง แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ลงนามทำข้อตกลง(MOU)ด้านการศึกษา การค้า การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม สภาการค้าและอุตสาหกรรม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมุ่งพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพการศึกษา การค้า การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระดับท้องถิ่นให้เข้มแข็งและยั่งยืนของทั้ง 2 จังหวัด 2 ประเทศ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 10 มิ.ย. ที่หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ว่าที่ร้อยตรี พูนศักดิ์ พระรัตภูมี ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวต้อนรับคณะจากสปป.ลาว ท่านโพนเพด กุนนาวง รองหัวหน้าแผนกศึกษาธิการและกีฬาแขวงบอลิคำไซ ท่านไพวัน สีพันดอน รองประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรม สปป.ลาว ส่วนฝ่ายไทยมี นายบุญเพ็ง ลามคำ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นายบุญทวี สาลี นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ นายอุใด ศรีทุมมา ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงกาฬคริสเตียน นายสุรสิทธิ์ สิทธิอมร ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงกาฬ และนายชาญชัย แสนจันทร์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) โดยมีรายละเอียดข้อตกลงความร่วมมือ ดังนี้ เพื่อมุ่งพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพด้านการศึกษาสู่มาตรฐานสากล เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานด้านการศึกษาร่วมกันให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนาด้านการบริหารการศึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมสนับสนุนร่วมมือในด้านวิชาการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดต่อสื่อสาร และการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณี ทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ทางคณะศึกษาธิการแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ได้ศึกษาดูงานในวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬตามแผนกต่างๆ ด้วย

ว่าที่ ร.ต.พูนศักดิ์ พระรัตภูมี ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การที่เราเห็นความสำคัญของการพัฒนาครั้งนี้ร่วมกันจึงเป็นสิ่งที่ดี เราจะได้พัฒนาความรู้ ให้โอกาสจากความร่วมมือของเราครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองประเทศได้พัฒนาได้ไกลขึ้น ในเรื่องของการศึกษาทางจังหวัดบึงกาฬ ก็อยากจะสร้างความสัมพันธ์และร่วมมือแลกเปลี่ยนทางการศึกษา กับทางสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเช่นกัน  เราจะได้พัฒนาการศึกษาทั้งสองประเทศร่วมกัน 

ด้านนายชาญชัย แสนจันทร์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ได้กล่าวต้อนรับคณะศึกษาธิการแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับต้อนรับคณะฯอย่างเป็นทางการ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬได้จัดการเรียนการสอนทั้งหมด 11 สาขาวิชา ซึ่งมีนักศึกษาจาก สปป.ลาว ที่มาเรียนที่นี่จำนวน 4 คน กล่าวได้ว่าการเรียนเน้นปฏิบัติ มีฝึกงาน มีรายได้ระหว่างเรียน กิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนมากมาย นักศึกษาที่จบจาก วท.บึงกาฬ มีงานทำแน่นอน สามารถรับราชการในหน่วยงานรัฐ หรือสามารถประกอบอาชีพได้ 

ส่วนท่านโพนเพด กุนนาวง รองหัวหน้าแผนกศึกษาธิการและกีฬาแขวง กล่าวช่วงท้ายว่า วันนี้ได้มาเยี่ยมชมทางวิทยาลัยเทคนิคจังหวัดบึงกาฬก็รู้สึกประทับใจและชื่นชม ตลอดจนได้เห็นการเรียนการสอนพร้อมทั้งได้เดินชมสาขาช่างยนต์ สาขาช่างโยธา สาขาวิทยบริหาร สาขาการไฟฟ้า ทำให้รู้ถึงการก้าวหน้าในการเรียนการสอนสายอาชีพของวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ จึงคิดว่าครั้งต่อไปจะเชิญทางผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในสาขาวิชาอาชีพไปที่แขวงบอลิคำไช เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ ของการศึกษาและแลกเปลี่ยนกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนั่นเอง.

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0645960906

ทัพเรือภาคที่ 1 ประสานกัมพูชา ช่วยเหลือลูกเรือสินค้าไทยอับปาง 10 ชีวิต

เมื่อ 9 มิ.ย.67 เวลา 12.55 น. ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จาก นายโสภณ วันทอง อายุ 63 ปี ผู้ควบคุมเรือบรรทุกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ “ชื่อเชียงล้าน” พร้อมลูกเรือคนไทยจำนวน 9 นาย ว่าขณะเดินเรือขนส่งสินค้าจากประเทศไทย ไปยังกัมพูชา ได้ประสบเหตุคลื่นลมแรงทำให้เรือรั่วและอับปางลง บริเวณ แลต 10 องศา 48.82 ลิปดาเหนือ ลอง 103 องศา 12.92 ลิปดาตะวันออก บริเวณเกาะรงประเทศกัมพูชา กองข่าว ทัพเรือภาคที่ 1 จึงได้แจ้งข้อมูลและประสานงานกับทางฝ่ายประเทศกัมพูชา โดยใช้ช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ตามที่ได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันเป็นประจำ หลังจากได้รับแจ้ง ทางประเทศกัมพูชาได้จัดกำลังให้ความช่วยเหลือในทันที โดย ออกญา เตียร์ วิจิตร ได้สั่งการเรือเร็ว (เรือหน่วยความมั่นคงทางยุทธวิธี ส่วนหน้าเกาะเปรียบ) ออกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวไทยจำนวน 10 คน ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลืออยู่ในแพชูชีพทันที และนายมัง ศรีเนตร ผู้ว่าราชการพระสีหนุ สั่งการให้ชุดแพทย์และรถพยาบาล เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือ 

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือลูกเรือชาวไทยได้ทั้งหมด จำนวน 10 คน ทุกคนปลอดภัย และนำผู้ประสบภัยมาขึ้นฝั่งที่แพท่องเที่ยว ท่าจังหวัดพระสีหนุ ส่งหน่วยแพทย์ตรวจร่างกายและปฐมพยาบาล ต่อไป

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างประเทศไทย และกัมพูชาที่ให้ความช่วยเหลือทันทีเมื่อได้รับการประสาน จากทัพเรือภาคที่ 1 และต้องขอขอบคุณความช่วยเหลือในฐานะมิตรประเทศของเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องของประเทศกัมพูชา ที่ให้การช่วยเหลือลูกเรือชาวไทยที่ประสบภัยในครั้งนี้ อย่างเต็มกำลังความสามารถและทันท่วงที
นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535646

#เทิดทูนสถาบันยึดมั่นระเบียบวินัยประชาชนภูมิใจทะเลไทยมั่นคง
#FitfortheFuture

ผู้ช่วย ผบ.ตร. เยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจ สภ.เมืองพลับพลา จ.นครราชสีมา กำชับการปฏิบัติหน้าที่ เน้น “หลักการทำงาน 4443”

วันนี้ (10 มิถุนายน 2567) เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจที่ สภ.เมืองพลับพลา ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมาโดยมี พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ รอง ผบช.ภ.3 , พ.ต.อ.ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ,พ.ต.ท.อุทัย เรืองทา สว.สภ.เมืองพลับพลา พร้อมข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.เมืองพลับพลา ให้การต้อนรับ

พล.ต.ท.ธนายุตม์ฯ ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองพลับพลา และเดินเยี่ยมชมที่ทำการสถานีตำรวจ พบว่ามีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย มีการจัดการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำกับประชาชนที่มาใช้บริการหรือผู้มาติดต่อราชการ ห้องน้ำมีความสะอาดพร้อมใช้งาน มีการจัดที่จอดรถเฉพาะสำหรับประชาชนที่มาติดต่อราชการ

จากนั้นได้ร่วมประชุมเพื่อทราบปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน และรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ในการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ ทั้งนี้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ฯ ได้ให้คำแนะนำและข้อคิดในการทำงาน โดยให้นำนโยบายรัฐบาลและแนวทางการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปยึดถือปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เน้นย้ำความรักความสามัคคี ร่วมกันทำงานเป็นทีม ยึดมั่นในระเบียบวินัย ดำรงตนอย่างมีเกียรติ , มุ่งบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนด้วยความรวดเร็ว ด้วยจิตใจของการให้บริการที่ดี ด้วยความเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความสุภาพและให้เกียรติ โดยการทำงานให้ยึดตามแนวทาง “หลักการทำงาน 4443” คือ “4 เกาะ” เกาะติดพื้นที่ เกาะติดประชาชน/มวลชน/และชุมชน เกาะติดคนร้ายหรือเกาะติดศัตรูของประชาชน และเกาะติดผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเกาะติดลูกน้อง , “4 ยก” ยกระดับองค์ความรู้ ยกระดับวิธีคิด ยกระดับวิธีการทำงาน ยกระดับการใช้ดุลพินิจ , “4 ทำ” ทำงาน ทำดี ทำบุญ มีภาวะผู้นำ , และ “3 S” Smart Smile Strong

นอกจากนี้ กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ กวดขัน กำกับดูแล สอดส่องความประพฤติ และพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้ปกครองบังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอ โดยใกล้ชิด รวมถึงสร้างขวัญกำลังใจ ความสามัคคีของข้าราชการตำรวจภายใต้ปกครองบังคับบัญชา เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของตำรวจ สร้างความเชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน ให้ประชาชนยอมรับว่าข้าราชการตำรวจคือผู้พิทักษ์ราษฎร์อย่างแท้จริง รวมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับหมั่นตรวจสอบปัญหาอุปสรรค ความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัวอย่างใกล้ชิด สม่ำเสมอ และควบคุม กำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือการกระทำความผิดใดๆ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ห้ามมิให้มีการเรียกรับผลประโยชน์, การจับกุมในลักษณะกลั่นแกล้ง, การเข้ามีส่วนพัวพันกับการกระทำความผิด หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการทั้งทางวินัย ทางปกครอง และทางอาญา อย่างถึงที่สุด

‘สามี-ภรรยา’ ชาวอุทัยฯ ขายข้าวแกง 10 บาท แถมเติมข้าวไม่อั้น หวังช่วยลดค่าใช้จ่ายคนหาเช้ากินค่ำ ในยุคข้าวยากหมากแพง

(10 มิ.ย. 67) ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจยุคข้าวยากหมากแพง ร้านนาย ก. ที่เปิดบริการขายข้าวแกงอยู่บริเวณวงเวียนข้างที่ว่าการอำเภอเมืองอุทัยธานี กลับขึ้นป้ายหน้าร้านว่า ขายข้าวราดแกงอย่างละ 10 บาท แต่ละวันจะมีเมนูกับข้าวให้เลือกมากกว่า 10 อย่าง ทำให้ผู้คนหลากหลายกลุ่มอาชีพพากันแวะเวียนมารับประทานข้าวราดแกงที่ร้านกันตั้งแต่เช้า และเพียงไม่กี่ชั่วโมงกับข้าวที่ร้านก็หมดเกลี้ยงก่อนถึงเที่ยงทุกวัน

นางสาวพิชชาพัชร หงษ์คำ อายุ 33 ปี เจ้าของร้าน นาย ก.ข้าวแกง 10 บาท เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนกับสามีไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด ก่อนกลับมาอยู่บ้านเกิดที่อุทัยธานี ตัดสินใจกันว่าจะลองเปิดร้านขายข้าวแกง แต่ด้วยเศรษฐกิจตอนนี้ราคาข้าวแกงปกติก็จะอยู่ที่จานละ 30-60 บาท (ตามจำนวนอาหาร) ซึ่งตนมองว่าตอนนี้ทุกคนค่อนข้างที่จะแบกภาระค่าใช้จ่ายที่สูงกันมากขึ้นทุกอย่าง จึงตัดสินใจลองขายข้าวแกงในราคา 10 บาทดู

ด้วยหวังว่าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้คนหาเช้ากินค่ำ แบบมีเงิน 10 บาทก็กินเมนูข้าวแกงดีๆ ได้ แต่ละวันที่ร้านจะทำกับข้าวขายไม่ต่ำกว่า 10 เมนู โดยจะสลับสับเปลี่ยนกันไปทุกวัน ส่วนข้าวสวยนั้นก็จะคิดเป็นราคาบุฟเฟต์จานละ 10 บาท ตักได้ไม่อั้นจนกว่าจะอิ่ม

ซึ่งตั้งแต่เปิดร้านมาได้ประมาณเดือนเศษก็ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าดีมากๆ มีลูกค้ามารับประทานข้าวแกงที่ร้านกันตั้งแต่เช้า มีทั้งแบบมาคนเดียวและมากันแบบครอบครัว แต่ละคนนั้นรับประทานกันอิ่มท้องในราคาแพงสุดอยู่ที่ 70 บาท ทำให้ยังเหลือเงินเก็บไว้ในมื้อถัดไปได้อีก

นางสาวพิชชาพัชรบอกว่า ที่ร้านจะเปิดขายตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไปจนถึงบ่ายโมง ซึ่งตั้งแต่เปิดร้านมากับข้าวที่ร้านจะหมดก่อนเที่ยงเกือบทุกวัน ตอนนี้เลยตัดสินใจทำกับข้าวเพิ่มขึ้นอีก เพื่อให้พอลูกค้าที่จะมารับประทานในช่วงเที่ยงและช่วงบ่ายอีกด้วย

สังคมวอน!! ช่วยหญิงสาวหน้าตาดี เร่ร่อนใต้สะพานทางรถไฟ ด้านโซเชียลท้วง!! แล้วคนเร่ร่อนทั่วไป-หน้าตาไม่ดี ไม่ช่วยหรือ?

โซเชียลฯ ตั้งคำถาม หลังพบคลิปพลเมืองดีนำอาหารของใช้จำเป็นไปแจกคนเร่ร่อน กลับพบหญิงสาวหน้าตาดี ผิวพรรณขาว รีบเดินออกมารับสิ่งของ ทำเอาชาวเน็ตหลุดโฟกัสพร้อมตั้งคำถามเหตุใดเธอจึงมาเร่ร่อน ก่อนมีอดีตเพื่อนอ้างเคยสนิทเผยสาวรายดังกล่าวติดยาอย่างหนักถูกไล่ออกจากบ้านพร้อมแฟนหนุ่ม

(10 มิ.ย.67) ช่อง TikTok 'ทำใจให้ชิล' ซึ่งเป็นพลเมืองดี มักลงคลิปนำสิ่งของอาหารไปแจกคนเร่ร่อนตามสถานที่ต่าง ๆ เสมอได้เผยภาพเหตุการณ์ขณะผ่านใต้สะพานทางรถไฟ ย่านประตูน้ำ ได้มีหญิงสาวที่นั่งอยู่ใต้สะพานพร้อมแฟนหนุ่ม วิ่งออกมารับสิ่งของด้วยความดีใจ ทำเอาชาวเน็ตที่รับชมต่างหลุดโฟกัส พร้อมตั้งคำถามว่าเธอคือใคร หน้าตาผิวพรรณดี เหตุใดจึงประสบชะตากรรมแบบนี้ และต่างห่วงใยถึงความปลอดภัยและอยากให้มีหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

ทั้งนี้ พบมีชาวเน็ตรายหนึ่งอ้างตัวเป็นเพื่อนสนิทของหญิงสาว ระบุว่าหญิงสาวเกิดปี 2533 โดยเผยรายละเอียดว่าหญิงสาวและแฟนหนุ่มถูกไล่ออกจากบ้านเนื่องจากสติไม่ดีและพูดจาไม่รู้เรื่องจากเหตุติดยาเสพติดอย่างหนัก โดยเผยอีกว่าหญิงสาวรายดังกล่าวชื่อจุ๊บแจง อดีตเธอสวยและรวยมาก ๆ ขาว หุ่นดี ใครเห็นเป็นชอบทุกคน ล่าสุดมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ พม.ลงพื้นที่ไปตามหาสาวเร่ร่อนรายนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือแล้ว

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้ โลกโซเชียลก็มีการตั้งคำถามเช่นกันว่า...

"แล้วทำไมโฟกัสคนนี้คนเดียว ที่สนามหลวงมีอีกเพียบเลย"

"ช่วยแค่คนเดียวแล้วคนเร่ร่อนที่เหลือล่ะ!!"

"อ่าว!! เห็นหน้าตาดีก็อยากช่วยหรือ คนที่หน้าตาไม่ดีละ ใครจะช่วย"

"ทำร้ายตัวเองทั้งนั้นคนสมัยนี้"


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top