Friday, 21 June 2024
NEWS FEED

‘รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง’ เตรียมพร้อมรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน จัดฝึกอบรม ‘รองรับสถานการณ์กราดยิงภายในสถานีรถไฟฟ้า’

(12 มิ.ย. 67) นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินนโยบาย มาตรการต่าง ๆ ที่เป็นการยกระดับด้านการให้บริการรถไฟฟ้า ควบคู่กับการให้ความสำคัญในด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด อีกทั้งในปัจจุบันเกิดเหตุการณ์กราดยิงในพื้นที่สาธารณะ และมีการก่อการร้ายในรูปแบบต่าง ๆ บ่อยครั้ง จึงได้จัดโครงการ ‘ฝึกอบรมการรองรับสถานการณ์กราดยิงภายในสถานีรถไฟฟ้า’ ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น 

โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับกองบังคับการและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมถึงได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรที่มีประสบการณ์ เข้าให้การบรรยายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่พนักงานทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในสถานีรถไฟฟ้า ให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ รวมถึงเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดกรณีเผชิญเหตุการณ์กราดยิง (Active Shooter) และยังได้รับเกียรติจากสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน ซึ่งกำกับดูแลในพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วย โดยจัดให้มีการฝึกอบรมทั้งหมด 4 รุ่น ตั้งแต่วันที่ 10 - 13 มิถุนายน 2567 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดความมั่นใจว่า สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้อย่างปลอดภัย

บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองได้อย่างยั่งยืน

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter, Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ ‘RED Line SRTET’ หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

น่าสลด!! งูนับร้อย ขดตัว ‘กัดตัวเอง’ ก่อนตาย คาด!! ทรมานจากเหตุไฟไหม้ตลาดปลาจตุจักร

(12 มิ.ย.67) จากกรณีไฟไหม้ที่ศูนย์รวมสัตว์เลี้ยง-ปลาสวยงาม ตลาดปลาสวนจตุจักรเผาวอด 118 ร้านค้า ทำให้สัตว์ต่างๆตายนับพันตัวอย่างน่าสลดนั้น ในโลกออนไลน์เฟซบุ๊กชื่อ ‘นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย’ ได้โพสต์ภาพงูกัดตัวเอง ซึ่งคาดว่าจะทรมานที่โดนไฟไหม้ ระบุว่า

“ตอนไฟไหม้ร้าน งูก็คงจะทรมานมาก ถึงขนาดต้องกัดตัวเอง ผมดูลักษณะงูที่ตายเป็นร้อยๆ ตัวในเช้าวันอังคาร 11 มิถุนายน 2567 จำนวนไม่น้อยต้องกัดตัวเอง ขอให้ไปสู่สุคติภูมิ อย่าได้มาเกิดให้มนุษย์กักขังอีกเลย”

‘ชาดา’ รับ!! คนที่ถูกจับคดียาเสพติด คือ ‘หลานชาย’ จริง พร้อมฝากตำรวจดำเนินการเต็มที่ แม้เป็นหลานรัฐมนตรี

เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.67) นายชาดา ไทย​เศรษฐ์​ รมช.มหาดไทย​ ให้สัมภาษ​ณ์ทางโทรศัพท์​ เนื่องจากขณะนี้ร่วมพิธีฮัจญ์ อยู่ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยยอมรับ นายนรเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ที่ถูกจับภายในห้องพักโรงแรมดังย่านห้วยขวาง พร้อมยึดของกลางยาเสพติด อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน เป็นหลานของตนจริงๆ

นายชาดา กล่าวว่า คนนี้มันแสบไปทั่วหมด ก็สมควรแล้ว แม้จะเป็นหลานของรัฐมนตรี ตนก็ต้องขอบอกว่าเอาให้เต็มที่เลย ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้เต็มที่เลย และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตนอยู่แล้ว ที่ผ่านมาตนก็เคยตักเตือน ว่ากล่าวไปตั้งนานแล้ว และไม่ได้เคยเข้าบ้านของตนด้วย เพราะที่ผ่านมาเขาก็เป็นคนเกเรและมีข่าวเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งตนก็เคยตักเตือนไปแล้วด้วย

ปีมหามงคลของคนทั้งชาติ "พัชรวาท" เร่งรัด 2 โครงการจัดงานเฉลิมพระเกียรติยิ่งใหญ่ ถวายในหลวง ร.10 เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค.2567 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง 

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการ ให้หน่วยงานต่างๆ หารือ และเร่งรัดการดำเนินกิจกรรมงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยเฉพาะโครงการหลักซึ่งกระทรวง ทรัพยากรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รับผิดชอบหลัก โครงการรัฐบาล 2 ใน 10 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่าเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยกรมป่าไม้ 2. โครงการแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอัน เนื่องมาจากพระราชดำริ 72 แห่ง โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งที่ประชุมได้รับฟังรายงานความก้าวหน้าทั้งสองโครงการ และความก้าวหน้าของโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรชาติฯ อีกจำนวน 15 โครงการ อาทิ โครงการบำรุงรักษาต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ โครงการสารคดีตามรอยเสด็จฯ ในผืนป่าอนุรักษ์เฉลิมพระเกียรติฯ โครงการประปารวมพลังร่วมใจรักษ์แหล่งน้ำเฉลิมพระเกียรติฯ โครงการภาคีเครือข่ายร่วมใจลดก๊าซเรือนกระจกเฉลิมพระเกียรติฯ และโครงการสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์จากพรรณไม้ทรงปลูกเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด รวมถึงประชาสัมพันธ์ประโยชน์ของโครงการที่เกิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่ และจะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมากที่สุด 

"ผมขอเชิญชวนบุคคลากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทุกท่าน ได้ร่วมกันเป็นจิตอาสา เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เพื่อแสดงออกถึงความสามัคคีและความจงรักภักดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสมหามงคลของคนทั้งชาติ โดยขอให้ร่วมกันกำหนดวันปลูกต้นไม้ โดยพร้อมเพรียงกันทุกหน่วยงานทั่วประเทศเพื่อเป็นการแสดงถึงภาพลักษณ์ของกระทรวงฯ ที่เป็นหน่วยงานในการดูแลรักษาป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ และให้รายงานกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการในโครงการเฉลิมพระเกียรติให้ผมทราบด้วย"พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าว

‘มจร.วัดไร่ขิง’ เปิดสอนหลักสูตร ‘อินฟลูเอนเซอร์สไตล์พุทธ’ ปั้น ‘พระสงฆ์’ เป็นนักสื่อสาร เผยแพร่หลักธรรมที่ถูกต้องให้ ปชช.

(11 มิ.ย.67) พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ รองผู้อำนวยการ วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร.วัดไร่ขิง จ.นครปฐม กล่าวว่า มจร.วัดไร่ขิง จัดโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ และกำลังคนที่มีสมรรถนะ เพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย ปี พ.ศ.2567 ประเภทประกาศนียบัตร ในหลักสูตร ‘อินฟลูเอนเซอร์สไตล์พุทธ’ หรือ Buddhist Influencer สำหรับพระสงฆ์

เพื่อพัฒนาพระสงฆ์เป็นพระนักสื่อสารเพื่อสร้างศรัทธา และนำพาปฏิบัติในการพัฒนาชีวิตที่ดีงามตามแนวพุทธ สร้างแรงบันดาลใจในการนำญาติโยมทำความดี พัฒนาศิลปะการสร้างคาแร็กเตอร์ในพื้นที่สื่อสาธารณะ สร้างคอนเทนต์ความดี ทั้งด้านศาสนธรรม ศาสนบุคคล ศาสนสถาน ศาสนพิธี รีวิวคนดี นำคนที่สนใจธรรมมาพบธรรม

พระมหาบุญเลิศ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สำหรับหลักการเปิดหลักสูตรดังกล่าว เนื่องจากพบว่าพระสงฆ์ที่ต้องการเป็นพระนักสื่อสารเพื่อสร้างศรัทธา และนำพาปฏิบัติในการพัฒนาชีวิตที่ดีงามตามแนวพุทธ ในการเผยแผ่หลักธรรมสู่ประชาชน

สร้างศรัทธาและความเลื่อมใส ยังขาดทักษะการสร้างเนื้อหา การสื่อสารธรรมะที่จูงใจให้พุทธศาสนิกชน แต่ละช่วงวัยเข้าใจในเนื้อหาของธรรมะและปฏิบัติได้ถูกต้อง และสามารถใช้หลักธรรมะในการจัดการอารมณ์หรือรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้เหมาะสมตามจริตของแต่ละบุคคล

ขณะที่ความคาดหวังของประชาชน อยากเห็นพระที่เป็นต้นแบบ Influencer ที่มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส สามารถสื่อสารธรรมะจูงใจให้เข้าใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ไม่เน้นการบริจาค เน้นช่องทางในการสื่อสารชักจูงใจให้คนสนใจใฝ่ธรรมะ เข้าถึงได้ง่าย สามารถสร้างความเข้าใจในหลักธรรมะที่ถูกต้อง

“เมื่อผู้เรียนผ่านการเรียนรู้จากหลักสูตรนี้แล้ว จะเป็น Buddhist Influencer ที่สามารถสร้างศรัทธาและนำพาปฏิบัติเพื่อพัฒนาชีวิตที่ดีงามตามแนวพุทธ เสริมสร้างความมั่นคงของพระพุทธศาสนา พระสงฆ์ที่สนใจสามารถสมัครได้ที่ วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี วัดไร่ขิง ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าอบรม และมีที่พักสำหรับท่านที่เดินทางไกล รับจำนวนจำกัด 40 รูปเท่านั้น จะมีการอบรมทุกวันพุธ จำนวน 16 สัปดาห์ สอบถามโทร. 084-5455144, 090-6703835” พระมหาบุญเลิศ กล่าว

‘ชัชชาติ’ ฮึ่ม!! รับไม่ได้เกิดเรื่องทุจริต พ้อ!! ความดีที่ทำสะสมมาไม่เหลือเลย

(11 มิ.ย. 67) เพจเฟซบุ๊กกรุงเทพมหานคร เปิดเผยคลิปวิดีโอ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในที่ประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 9/2567 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 โดยนายชัชชาติ กล่าวตอนหนึ่งว่า 

“อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอาทิตย์ที่ไม่ดี ชีวิตตนทำงานมาก็ไม่เคยเจอเรื่องนี้ เพราะชีวิตตนไม่เคยมีเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เรายืนอยู่ตรงนี้ได้ ที่ตนมาเป็นผู้ว่าฯ เป็นรัฐมนตรี และเป็นหลายตำแหน่งในชีวิตได้ ก็เพราะเราไม่มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตการทำงาน ตนว่าเรื่องความไว้วางใจคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต ถ้าเราไม่มีความไว้วางใจ เราทำงานไม่ได้แน่นอน ฉะนั้นนี่คือเรื่องใหญ่ ขอให้ทุกคนตระหนักไว้ด้วย เรื่องนี้ถ้ามีปัญหาตนรับไม่ได้ เรื่องทุจริต ไม่โปร่งใส”

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า “ขอยืนยันผู้บริหารชุดนี้ไม่มีเรื่องพวกนี้ ถ้าใครจะไปอ้างตน หรือผู้บริหารทั้งหลาย ให้มาบอกเลย ไม่เช่นนั้นตนยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ความดีที่ทำมาทั้งหมดไม่เหลือเลย ตนไม่ได้แคร์ชื่อตนหรอก แต่ตนเป็นตัวแทนองค์กรของ กทม. ตนว่าเรื่องนี้ต้องจริงจัง ท่านรองปลัดทุกท่าน ปลัด ผู้บริหาร ชีวิตเราอยู่ได้ด้วยความไว้วางใจ ไม่ว่าเราจะอยู่ในตำแหน่งในก็ตาม ความไว้วางใจมาพร้อมกัน 2 เรื่อง คือความเก่งงาน และความเป็นตัวตน ฉะนั้นต้องเก่งและดี เราเสียอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ คนเก่งแต่ไม่ดี ก็ไม่ได้ คนไม่เก่งแต่ดีก็ไม่ได้เหมือนกัน ฉะนั้นต้องทั้งเก่งและดี ดังนั้นตนฝากขอให้รักษาเรื่องความไว้วางใจเท่าชีวิต”

‘อ.วีระศักดิ์’ บรรยายสร้างแรงบันดาลใจ ‘ขรก.สำนักเลขาฯ สภาฯ’ แนะใช้ ‘ทัศนคติที่ดี - ทักษะ - ความรู้’ พัฒนางานให้มั่นคง

(11 มิ.ย.67) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรผู้บรรยายสร้างแรงบันดาลใจให้กับข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในหัวข้อ ‘ข้าราชการรุ่นใหม่กับการพัฒนาศักยภาพของตนเอง’ ตามโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรรุ่นใหม่ เพื่อความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติงาน ที่อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน

โดยนายวีระศักดิ์ได้ยกตัวอย่าง เกี่ยวกับทักษะที่สำคัญมากในยุคนี้ ต้องเรียงลำดับความสำคัญมาจากเรื่อง ทัศนคติที่ดีนำหน้า ตามด้วยทักษะการเรียนรู้ สื่อสาร ส่งพลัง แล้วตามด้วยความรู้ ที่มนุษย์กำลังต้องค้นคว้าเพิ่มมารับมือกับยุควิกฤตใหม่ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และการหลอมละลายแตกหักในระดับสังคม จนถึงการล่มสลายของระบบนิเวศทางชีวภาพ ซึ่งมนุษย์ไม่อาจใช้ทัศนคติ ความเคยชินเดิม ๆ ที่เคยพามนุษย์ พาทุกสิ่งเข้าสู่ยุคการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนมาในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาได้อีกแล้ว 

ข้าราชการประจำฝ่ายรัฐสภามีโอกาสสำคัญยิ่งที่ได้ร่วมงานกับฝ่ายการเมือง ซึ่งมีทั้งมิติพื้นที่ มิติภาค มิติระดับภาค มิติระหว่างประเทศ ทั้งในงานออกแบบกลั่นกรองกฎหมาย การตรวจสอบกำกับฝ่ายบริหาร งบประมาณ การสื่อสารสังคมและการพัฒนานโยบายสาธารณะของฝ่ายการเมือง 

ดังนั้นการใช้โอกาสเหล่านี้ที่มีพร้อมด้วยทักษะงาน ความรู้รอบ และทัศนคติที่เป็นบวก จะช่วยให้เกิดผลดีต่อส่วนรวมได้อย่างดี มีหลักการและความต่อเนื่อง เพราะไม่ว่านักการเมืองจะมาหรือไปกี่ครั้ง แต่ฝ่ายประจำจะยังคงอยู่ อย่างมืออาชีพที่มั่นคงและช่วยประคองการเปลี่ยนผ่านได้อย่างต่อเนื่องเสมอ

3 ข้อควรรู้!! หากมีโอกาสได้เข้าฟังบรรยายจาก 'วิชัย ทองแตง' ทุกครั้งที่เข้าฟัง 'ต้องได้ความรู้-คู่คุณธรรม-ไม่ถูกหลอกลวง'

เมื่อวานนี้ (10 มิ.ย. 67) ช่องติ๊กต๊อก 'Sparkupdate' ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่มีข้อคิดจากคำมั่นสัญญาของ ‘คุณวิชัย ทองแตง’ โดยมีเนื้อหาดังนี้...

‘ใครที่จะมาฟังบรรยายของท่านวิชัย ทองแตง ต้องปฏิบัติตามคำ ปฏิญาณ 3 ข้อ’

1.จะไม่ใช้เทคโนโลยีเพื่อโกงหรือหลอกลวงผู้อื่น
2.จะเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดี มีคุณธรรม
3.จะแบ่งปันความรู้และโอกาสให้กับผู้ที่ด้อยกว่า

นอกจากนี้ ยังเผยอายุที่กำลังย่างเข้าสู่วัย 77 ปี โดยมีเคล็ดไม่ลับในการดูแลสุขภาพให้ด้วยว่า "เดินวันละไม่ต่ำกว่า ‘10,000 ก้าว’ รับรองสุขภาพร่างกายแข็งแรงแน่นอน"

‘ศาลอาญา’ ยกฟ้อง ‘เบนซ์ เดม่อน’  คดีจัดให้เล่นพนัน-ฟอกเงิน เว็บ ‘มาเก๊า 888’

(11 มิ.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีเว็บพนันออนไลน์ มาเก๊า 888 หมายเลข ดำอ.1140/2566 ที่พนักงานอัยการสำนักงานพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอดิศักดิ์ นวลละออง, น.ส.พชรพร แซ่ตั๊น, น.ส.นันทวรรณ โรจน์สุวรรณชัย, น.ส.หัทยา ลองศิริคง, น.ส.แววเทียน ไทยสงคราม, นายวรุตม์ กาญจนปภากูล, นายธนิตพงศ์ สุรีโชติภิรมย์, นายณัฐพงศ์ ระชินลา และนายชัยวัฒน์ ขจรบุญถาวร หรือ เบนซ์ เดม่อน นักธุรกิจชื่อดัง พี่ชายคนโตพี่น้องตระกูล บ. ที่ 9 เป็นจำเลยที่ 1-9 

ในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน

กรณีพวกจำเลยร่วมกันเปิดเว็บไซต์การพนันชื่อหวยสดพลัส (www.huaysodplus.com) และเว็บไซต์อื่น อาทิ เว็บไซต์พนัน มาเก๊า 888 ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ สู้คดี

โดยศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1-7 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น จำคุกจำเลยที่ 3, 6 คนละ 3 เดือน ฐานร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 

จำคุกจำเลยที่ 3, 6 คนละ 3 เดือน ฐานร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และฐานร่วมกันเป็นผู้เล่น เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษให้ลงโทษฐานร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว 

จำคุกจำเลยที่ 3, 6 คนละ 3 เดือน ฐานสมคบกันกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และฐานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งแต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษให้ลงโทษฐานร่วมกันฟอกเงินบทเดียว จำคุกจำเลยที่ 6 กระทงละ 1 ปี รวม 103 กระทง

จำคุกจำเลยที่ 1  กระทงละ 1 ปี รวม 4 กระทง จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทง จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 4 กระทงละ 1 ปี รวม 8 กระทง จำคุกจำเลยที่ 5 กระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทง จำคุกจำเลยที่ 7  กระทงละ 1 ปี รวม 5 กระทง 

ฐานสนับสนุนร่วมกันช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น จำคุกจำเลยที่ 1, 2, 4, 5, 7 คนละ 2 เดือน ฐานสนับสนุนร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จำคุกจำเลยที่ 1, 2, 4, 5, 7 คนละ 2 เดือน ฐานสนับสนุนร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และฐานร่วมกันเป็นผู้เล่น 

เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1,2,4,5,7 คนละ 2 เดือน จำเลยที่ 1-5 และที่ 7 ยังมีความผิดฐานสนับสนุนการสมคบกันกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และฐานสนับสนุนการร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวของจำเลยที่ 1-5 และที่ 7 อีกคนละ 1 กระทง จำคุกคนละ 8 เดือน จำเลยที่ 6 ให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 1-5 และที่ 7 ให้การรับสารภาพบางข้อหาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานร่วมกันช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น คงจำคุกที่ 3 และที่ 6 คนละ 1 เดือน 15 วัน ฐานร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์

คงจำคุกจำเลยที่ 3 และที่ 6 คนละ 1 เดือน 15 วัน ฐานร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และฐานร่วมกันเป็นผู้เล่นซึ่งลงโทษให้ลงโทษฐานร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ คงจำคุกจำเลยที่ 3 และที่ 6 คนละ 1 เดือน 15 วัน ฐานร่วมกัน ฟอกเงินคงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 6 กระทงละ 6 เดือน รวม 103 กระทง 

คงจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 6 เดือน รวม 4 กระทง คงจำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 6 เดือน รวม 3 กระทง คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 6 เดือน คงจำคุกจำเลยที่ 4 กระทงละ 6 เดือน รวม 8 กระทง คงจำคุกจำเลยที่ 5 กระทงละ 6 เดือน รวม 3 กระทง คงจำคุกจำเลยที่ 7 กระทงละ 6 เดือน รวม 5กระทง

รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 38 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 32 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 18 เดือน 15 วัน รวมจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 62 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 32 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 622 เดือน 15 วัน รวมจำคุกจำเลยที่ 7 มีกำหนด 44 เดือน 

สำหรับจำเลยที่ 6 เป็นกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษอย่างสูงเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ริบของกลาง ยกฟ้องจำเลยที่ 8 และจำเลยที่ 9

‘วราวุธ’ วอน!! ปชช. ‘หยุดให้เงินขอทาน’ ชี้!! ยิ่งให้เหมือนยิ่งหนุนให้ลามเป็นอาชีพ

(11 มิ.ย.67) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการปัญหาขอทาน ว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้ร่วมงานกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หรือทางกรุงเทพฯ เอง เราออกตรวจตรากันเดือนละ 5 ครั้ง

โดยในแต่ละครั้งนั้น เราจะมีการดำเนินการจับผู้ที่เป็นขอทาน หากพบว่าเป็นชาวต่างชาติก็จะส่งกลับภูมิลำเนา หากพบว่าเป็นคนไทยจะมีการดำเนินการต่างกันไปคือ จะส่งไปที่สถานดูแลบุคคลไร้ที่พึ่งของกระทรวงฯ มีการฝึกอาชีพและสนับสนุนให้หางานทำ หนึ่งในเหตุผลที่ทางกระทรวงเคยได้สอบถามจากขอทานบางคนที่กลับมาขอทานใหม่ คือเงินค่าปรับถูกกว่ารายได้ และมีรายได้สูง

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ต้องถามว่าการที่ขอทานรายได้ดีจนค่าปรับดูคุ้มที่จะกลับมาขอทานใหม่ ต้องสงสัยว่ารายได้ขอทานมาจากไหน ส่วนใหญ่ก็จะมาจากท่องเที่ยว หรือเราๆ ท่านๆ กันทั่วไป เพราะสังคมไทยของเราเป็นสังคมเอื้ออาทร ขอทานในรูปแบบใหม่ จะมาในรูปแบบของเด็ก หรือใช้สัตว์เลี้ยง และหากพบว่ามีเด็กด้วยนั้น เราจะทำการตรวจสอบว่า ผู้ใหญ่มาด้วยเป็นญาติกันหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็จะมีการดำเนินคดี

นายวราวุธ เปิดเผยว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมานั้น เราจับขอทานไปได้ประมาณ 7,000 กว่าคน ซึ่งประมาณ 30% เป็นชาวต่างชาติ แต่การที่เรามีขอทานวนเข้ามาอยู่เรื่อยๆ เป็นจำนวนที่มากขึ้น ต้องขอความร่วมมือประชาชนหยุดการให้ทาน ทุกวันนี้เรามีการลงพื้นที่ขอทานเดือนละ 5 ครั้ง หากจะให้เจ้าหน้าที่ของเราลงตรวจขอทานทุกวัน คงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าเจ้าหน้าที่ พม.ยังมีหน้าที่อื่นๆ อีก ดังนั้น ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ให้ช่วยแจ้งเข้ามาหากพบเห็นขอทาน ทางกระทรวงฯ พร้อมจะรับเรื่อง และออกไปดำเนินการทันที

เมื่อถามถึงรายได้ที่ขอทานได้จากนักท่องเที่ยว มีประมาณเท่าไหร่ นายวราวุธ กล่าวว่า ยังไม่มีการยืนยัน แต่ในช่วงไฮซีซั่น หากเป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ ด้วยความไม่รู้ ก็จะมีการให้กันอยู่เรื่อยๆ มีบางคนได้เดือนละเกือบ 100,000 บาท ตนไม่แน่ใจว่า เป็นการทำคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม การทำเป็นขบวนการแบบนี้ ผู้ที่เป็นตัวการจะต้องโดนดำเนินคดีตามกฎหมาย บางครั้งการที่มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาแล้ววางขอทานจุดนั้นจุดนี้ เมื่อรวมรายได้กันแล้ว ก็ไม่แปลกใจที่จะได้หลักหมื่น แต่ที่ได้เฉียด 100,000 บาทนั้น อาจจะต้องรวมกันหลายๆ คนเข้ามา สมมติว่า เดือนหนึ่งได้มาคนละ 20,000 บาท แล้วโดนปรับครั้งละ 5,000 บาท ในมุมมองของคนทำอาชีพขอทาน ก็ถือว่าคุ้มค่า ดังนั้น การที่เราให้ทาน เป็นการสนับสนุนให้มีการขอทานมากขึ้น

เมื่อถามว่า หากขอทานที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งถูกส่งกลับภูมิลำเนาไปแล้วยังกลับเข้ามาอีก สามารถจัดการอะไรได้หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า คงต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเราคงไปตรวจตราตะเข็บชายแดนไม่ได้ ต้องสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะทางด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือตามช่องทางธรรมชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร จะให้เราไปอยู่ตามจุดแดน ก็คงไม่ใช่หน้าที่ กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจเรา


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top