Sunday, 20 September 2026
ECONBIZ NEWS

'บิ๊กตู่' สั่ง ให้สิทธิค่ายรถเลือกผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก เอื้อลงทุนต่อเนื่อง หลังตลาดในประเทศเติบโตชัด

'บิ๊กตู่' สั่ง ให้สิทธิค่ายรถเลือกผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก หวังดึงดูดลงทุนในไทย

(26 พ.ย.65) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่รัฐบาลกำหนดนโยบายให้การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ติดตามผลสัมฤทธิ์ของนโยบายอย่างต่อเนื่อง และพอใจกับแนวโน้มการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศที่เกิดขึ้นในขณะนี้

โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้รายงานว่าตั้งแต่รัฐบาลได้ประกาศมาตรการส่งเสริมการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าได้มีผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกให้ความสนใจประเทศไทย ประกอบกับไทยเป็นฐานผลิตยานยนต์ทั้งรถยนต์นั่ง กระบะ จักรยานยนต์ ที่สำคัญของโลกอยู่แล้ว ซึ่งผู้ผลิตหลายรายทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนได้ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามายังบีโอไอ และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาพูดคุยกับผู้ผลิตรถยนต์หลายราย จากทั้ง จีน ญี่ป่น และยุโรป ที่ให้ความสนใจมาลงทุนในไทยด้วย

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ข้อมูลของบีโอไอแสดงให้เห็นว่านอกจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจนแล้ว ความต้องการและตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วในไทยเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้ผลิตรถยนต์ แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า สนใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานผลิตเพื่อขายในไทยและส่งออกไปทั่วโลก

ล่าสุด กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้รายงานว่า 10 เดือนแรกของปี 2565 (ม.ค.-ต.ค.)  ทั่วประเทศมียานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) จดทะเบียนใหม่ 15,258 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 230.62 โดยส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่ง และจักรยานยนต์ ที่ 7,046 คัน และ 7,534 คัน ตามลำดับ ส่วนที่เหลือเป็นรถอื่นๆ เช่น รถโดยสาร รถกระบะ รถบรรทุก รถแวน รถสามล้อ เป็นต้น

สภาอุตสาหกรรมภาคกลางหนุนโครงการเพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ (Petchburi Food Valley)

‘อลงกรณ์’ เดินหน้าผลักดันต่อเล็งดึงการลงทุนจากในประเทศและดูไบ ซาอุดีอาระเบียและจีนขับเคลื่อนโครงการเน้นอุตสาหกรรมสีเขียวใช้เทคโนโลยีเมดอินไทยแลนด์

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยภาคกลาง 17 จังหวัด ครั้งที่ 3/2565 โดยมี นายธรรมนูญ ศรีวรรธนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายสุรชัย โสตถีรวรกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง ดร.เลิศจันฑา สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรีและเลขาธิการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 นายสมภพ ธีระสานต์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง นายมานพ โตการค้า ผู้บริหารโครงการเพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคณะกรรมการและที่ปรึกษา สภาอุตสาหกรรมภาคกลาง สภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี  และสระบุรี ฯลฯ.เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมทะเล อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 

นายอลงกรณ์เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้แจ้งมติที่ประชุม ‘กรกอ.’ ครั้งล่าสุดที่เห็นชอบโครงการ เพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ (Petchburi Food Valley ) ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งทางด้านคมนาคม การสื่อสาร ไฟฟ้า และระบบน้ำ โดยพื้นที่ดังกล่าว เคยเป็นโครงการสร้างเมืองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบริการ ปัจจุบันได้ปรับพื้นที่เป็นโครงการพัฒนาเกษตรกรรมและการแปรรูปทั้งพืช ประมงและปศุสัตว์ตามกฎหมายผังเมืองและกฎหมายอื่นๆ ถือเป็นหนึ่งในโครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งเป็นโครงการเรือธง (Flagship Project) ของคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในกลุ่มจังหวัดเพชรสมุทรคีรี (เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงครามและสมุทรสาคร) มีศูนย์ AIC เพชรบุรีคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีให้การสนับสนุน จุดเด่นอีกประการคือการใช้เทคโนโลยีเกษตรเมดอินไทยแลนด์เป็นส่วนใหญ่ เป็นอุตสาหกรรมสีเขียวและหวังว่าจะช่วยสร้างงานสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนและจังหวัดเพชรบุรีเพิ่มขึ้น

ซึ่งโครงการเพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ (Petchburi Food Valley) ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก (Western Economic Corridor: WEC) ตามนโยบายรัฐบาล จากการสร้างฐานการแปรรูปสินค้าเกษตรอาหาร กระจายการลงทุนใน 18 กลุ่มจังหวัด เพื่อการพัฒนาอย่างเท่าเทียมและยกระดับเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรมูลค่าสูงตามหมุดหมายใหม่ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 เป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นครัวโลก พร้อมกับขอบคุณสภาอุตสาหกรรมภาคกลางที่ให้การสนับสนุนโครงการเพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ (Petchburi Food Valley)

S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือไทย BBB+ ชูความน่าเชื่อถือที่ระดับมีเสถียรภาพ

'ทิพานัน' ชี้เศรษฐกิจฟื้นตัว 'พล.อ.ประยุทธ์' บริหารถูกทาง โชว์ S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) จากปัจจัยท่องเที่ยวโตเกินคาด ประมาณ 10 ล้านคนในปี 65 ชี้ EEC การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บริษัท S&P Global Ratings (S&P) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยที่ได้ภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาชาวโลกและจะดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจาก S&P ถือเป็นบริษัทในเครือของ S&P Global Inc สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า โดยจากรายงานของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ระบุเหตุผลสำคัญที่ S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตลอดจนการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของ COVID-19 และอนุญาตให้มีการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย และการที่ประชาชนได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 อย่างทั่วถึง เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดย S&P คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 428,000 คน ในปี 2564 เป็นประมาณ 10 ล้านคนในปี 2565 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ และเศรษฐกิจไทย (Real GDP) จะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 2.9 ในปี 2565 เป็นเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.2 ในช่วงปี 2565-2568

ผู้ประกอบการใจชื้น!! ดัชนีเชื่อมั่น SME โตต่อเนื่อง 3 เดือนติด หลังรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวสำเร็จ

รัฐบาล ชี้ ผลสำเร็จมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ บูมท่องเที่ยว ดันดัชนีเชื่อมั่น SME โตต่อเนื่อง 3 เดือน พร้อมย้ำข่าวดีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำธุรกิจโรงแรมและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) เดือนตุลาคม 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 อยู่ที่ระดับ 53.1 โดยที่เดือนกันยายน และสิงหาคม 2565 มีค่าดัชนีอยู่ที่ 52.9 และ 51.2 ตามลำดับ โดยที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) เดือนตุลาคม 2565 มีปัจจัยบวกมาจากการขยายตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเป็นสำคัญ อีกทั้งราคาน้ำมันและราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ส่งผลดีต่อกำไรของภาคธุรกิจ

'โรงหนัง SF' ท้า!! 28 พ.ย.นำภาชนะใดก็ได้ไปใส่ป็อปคอร์น ข้อแม้!! ลูกค้าต้องสามารถยกไปได้ด้วยตนเองคนเดียว

โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ (SF) ร่วมกับ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด จัดแคมเปญพิเศษ 'SF x COKE เปิดความซ่า ท้าให้ลอง!' มอบความสุขที่ขาดกันไม่ได้กับ 2 คำท้าที่ชวนให้ลูกค้ามาลองร่วมสนุกในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ

ท้าที่ 1 ซ่าจัดหนัก..ป๊อปจัดเต็ม เฉพาะโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิล์ด ซีเนม่า เมื่อซื้อน้ำอัดลม ขนาด 44 ออนซ์ พร้อมป๊อปคอร์น ในราคาพิเศษ 199 บาท รับสิทธิ์เติมน้ำอัดลมฟรี ไม่จำกัดทั้งวัน และรับสิทธิ์เติมป๊อปคอร์นในภาชนะใดก็ได้ ที่จุดขายป๊อปคอร์นเครื่องดื่มโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เท่านั้น

แต่ถึงจะบอกว่าใส่ในภาชนะใดก็ได้ ก็มีเงื่อนไขอยู่สักเล็กน้อย ดังต่อไปนี้...

DES แนะวิธีลงทุนออนไลน์ไม่ให้โดนหลอก ระวังคำชี้ชวน ‘ผลตอบแทนสูง – ใช้ภาพคนมีชื่อเสียง’

วันที่ 25 พ.ย. 2565 น.ส.นพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ปัจจุบันมีการเชิญชวนให้ลงทุนออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจมีมิจฉาชีพเข้าหลอกลวงประชาชนให้ลงทุนออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหุ้น, ลงทุนคริปโทฯ และลงทุนธุรกิจต่างๆ ที่มักจะมีข้อเสนอ เชื้อเชิญ จูงใจชวนให้อยากร่วมลงทุน ซึ่งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงได้แนะนำวิธีการ ‘ลงทุนออนไลน์อย่างไรไม่ให้ถูกหลอก' ดังนี้

1. อย่าด่วนตัดสินใจในการลงทุน โดยเฉพาะการเชิญชวนผ่าน social media หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

2. สังเกตสัญญาณเตือนกลโกงจากข้อเสนอการลงทุน โดยส่วนมากมักจะมีข้อเสนอที่อ้างผลตอบแทนสูง, มีการรับประกันผลตอบแทน, เร่งรัดให้ตัดสินใจลงทุน และดึงดูดใจด้วยสินทรัพย์ใหม่ ๆ

กดปุ่ม ‘วังจันทร์ วัลเลย์’ เริ่มเปิดใช้เฟสแรกแล้ว พร้อมเดินหน้าสู่การพลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย

EECi วังจันทร์ วัลเลย์ ศูนย์รวมนวัตกรรม แห่ง EEC เฟส 1 เสร็จแล้ว!!! สมเด็จพระเทพฯ เสด็จเปิด เอกชนเข้าใช้งาน พฤศจิกายน 65 นี้!!!

เพจโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure อัพเดท โครงการ EECi หรืออีกชื่อคือ ‘วังจันทร์ วัลเลย์’ โดยมี ปตท. เป็นแกนนำในการพัฒนาพื้นที่ EECi แห่งนี้ โดยระบุว่า

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 65 ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพฯ ทรงเสด็จมาเปิดอาคารสำนักงานใหญ่ EECi ในพื้นที่วังจันทร์ วัลเลย์ ตามลิ้งค์นี้
https://fb.watch/g-gnbVJeMb/?mibextid=nJa2DX
คลิปประชาสัมพันธ์ EECi
https://youtu.be/9piHc3eis9E

โดยในพื้นที่ EECi วางแผนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับการพัฒนา EEC ทั้งหมด 6 ด้านคือ
1. อุตสาหกรรมแบตเตอรี่และยานยนต์สมัยใหม่
2. อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
3. อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ
4. อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์
5. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ
6. อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย และองค์กรต่างๆ มากกว่า 60 องค์กร

ภายในพื้นที่ EECi ได้ออกแบบสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการพัฒนาองค์ความรู้ และนวัตกรรม พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายให้แก้นักวิจัยและคนครอบครัว 
ขณะเดียวกัน ยังก่อสร้างอาคารและห้องทดลองในการพัฒนาสินค้า และนวัตกรรม เพื่อรองรับการพัฒนาในด้านต่างๆ จากนักวิจัยจากทั่วประเทศ และทั่วโลก

อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่สำคัญในการวิจัย ทางด้านเคมีฟิสิกส์ คือ เครื่องกำเนิดแสงซิงโครตอน ซึ่งก่อสร้างเป็นเครื่องที่ 2 ของประเทศ หลังจากได้รับเครื่องบริจาคที่อยู่ ที่ มหาวิทยาลัยสุรานารี ซึ่งเครื่องนี้จะเป็นตัวดึงดูดนักวิจัยที่จะพัฒนาการวิจัยได้อีกมาก 

ปัจจุบัน มีการก่อสร้าง ในเฟส 1 เสร็จแล้วได้แก่

- อาคารสำนักงานใหญ่ EECi มีพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร

- ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน 'Sustainable Manufacturing Center' หรือเอสเอ็มซี (SMC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนวัตกรรมหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทย เข้าสู่ความยั่งยืนโดยการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับเทคโนโลยีการผลิต ปัจจุบันได้เปิดให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม สามารถใช้ประโยชน์ในรูปแบบการสาธิต การเรียนรู้และการทดลองปฏิบัติจริง รวมไปถึงกิจกรรมวิจัยเพื่อการสร้างนวัตกรรมได้

- ศูนย์นวัตกรรมกรรมการเกษตรของเมืองนวัตกรรมชีวภาพ (EECi BIOPOLIS) ที่สนับสนุนการขับเคลื่อนภาคเกษตร สร้างดุลยภาพระหว่างการเพิ่มปริมาณผลผลิต กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมชีวภัณฑ์ ยา อาหารเสริม เครื่องสำอางและวัสดุชีวภาพ โดยปี 2565 ได้ดำเนินการพัฒนาโรงเรือนปลูกพืชอัจฉริยะ ทดลองปลูกพืชสมุนไพรในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น อาทิ ฟ้าทะลายโจร, ใบบัวบก, ขมิ้นชัน และกระชายดำ

- สนามทดสอบเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle หรือ UAV) ซึ่งมีพื้นที่กว่า 6 ไร่

‘นายกฯ’ ปลื้ม!! ยอดนักท่องเที่ยวในประเทศ ถึงสิ้น ต.ค.65 พุ่งแตะ 200 ล้านคน

โฆษกรัฐบาล เผย ยอดนักท่องเที่ยวในประเทศถึงสิ้น ต.ค. 65 พุ่งแตะ 200 ล้านคน นายกฯ ปลื้มไทยเที่ยวไทยมากขึ้น ช่วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง

(25 พ.ย. 65) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบข้อมูลและยินดีที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ต้นปี 2565 ถึงสิ้นเดือน ต.ค. 2565 มีคนไทยเที่ยวไทยมากถึง 200 ล้านคน-ครั้งแล้ว ขณะที่ตัวเลขก่อนโควิดในปี 2562 คนไทยเที่ยวไทยอยู่ที่ 222 ล้านคน-ครั้ง จากเดิมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าคนไทยเที่ยวไทย ปี 2565 ไว้ 160 ล้านคน-ครั้ง โดย ททท. เตรียมทบทวนเป้าหมายนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวในประเทศใหม่ เพราะคาดว่าตัวเลขจะสูงกว่าช่วงก่อนโควิด ขณะที่รายได้ของตลาดไทยเที่ยวไทย ททท. คาดว่าจะแตะ 8 แสนล้านบาท จากเดิมตั้งไว้ 6.56 แสนล้านบาท เนื่องจากคนไทยมีความต้องการเดินทางเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางเที่ยวแบบครอบครัวและการประชุมสัมมนา

ผลลัพธ์ความสำเร็จจาก APEC 2022 ต่อยอดความพร้อมศูนย์ฯ สิริกิติ์ สู่ เวทีโลก

(24 พ.ย. 65) ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จอย่างงดงามและภาคภูมิใจ สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 29 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (29th APEC Economic Leaders’ Meeting and Related Meetings) ภายใต้แนวคิดหลัก ‘เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล’ หรือ ‘Open. Connect. Balance.’ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยให้การต้อนรับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และผู้แทนจาก 20 เขตเศรษฐกิจ แขกเชิญพิเศษ รวมถึงสื่อมวลชน รวมกว่า 5,000 คน นับเป็นภาพความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในทุกมิติ 

นายธนาธิป อุปัติศฤงค์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ APEC 2022 Task Force กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “เบื้องหลังความสำเร็จของการจัดงาน APEC 2022 Thailand มาจากการร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน ที่มุ่งมั่นเตรียมความพร้อมมาเป็นเวลาหลายปี รวมถึงคนไทยทุกคนที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดแก่ผู้มาเยือน” 

“ผมในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ APEC 2022 Task Force ขอขอบคุณในทุกความทุ่มเท ที่ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในปี 2565 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพความพร้อมของไทยในทุกด้าน ที่สำคัญยังยืนยันความพร้อมของไทยในการจัดการประชุมระหว่างประเทศ ด้วยสถานที่จัดงานที่มีมาตรฐานระดับเวิลด์คลาส ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยี ที่ทันสมัย และบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพที่พร้อมให้บริการด้วยความอบอุ่นแบบไทย” 

นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวว่า “ในฐานะสถานที่จัดประชุม ศูนย์ฯ สิริกิติ์ได้ให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยี และบริการ ความสำเร็จในครั้งนี้ได้ตอกย้ำการเป็น “ที่สุดของอีเวนต์แพลตฟอร์ม” ที่สามารถรองรับการจัดงานได้ทุกรูปแบบอย่างไร้ขีดจำกัด และยังเป็นพื้นที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน” 

นอกจากด้านพื้นที่แล้ว ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ยังได้รับความไว้วางใจให้บริการจัดงานเลี้ยงรับรองในระดับผู้นำ รัฐมนตรี และผู้เข้าร่วมประชุม ไปจนถึงสื่อมวลชน ตลอดทั้งสัปดาห์การประชุม ภายใต้โจทย์ BCG หรือ Bio-Circular-Green Economy เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว 

รมว.สุชาติ มอบ ผู้ช่วยฯ ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ 'แรงงานไทยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคอนโดมิเนียม'

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 เวลา 13.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ 'แรงงานไทยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคอนโดมิเนียม' ในพิธีเปิดงานสัมมนา 'ผ่ากลยุทธ์ธุรกิจคอนโดมิเนียม ปี 2023' เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ให้มีการขยายตัวเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ

นายสุรชัย กล่าวว่า งานสัมมนา 'ผ่ากลยุทธ์ธุรกิจคอนโดมิเนียม ปี 2023' เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญ ไม่ใช่เฉพาะแต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลุ่มคอนโดมิเนียมเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก ที่จะได้รับทราบถึงสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ แนวโน้มการตลาดในอนาคต ซึ่งวันนี้ทุกท่านจะได้รับความรู้และ แนวทางการปรับแผนกลยุทธ์ของธุรกิจท่านให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้ง ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ในช่วงหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top