Monday, 26 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

17 กรกฎาคม 2461 พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ถูกปลงพระชนม์ จากราชบัลลังก์สู่ห้องใต้ดิน โศกนาฏกรรมซาร์องค์สุดท้ายแห่งรัสเซีย จุดสิ้นสุดราชวงศ์สุดท้ายของรัสเซีย

ราชวงศ์โรมานอฟ เป็นราชวงศ์สุดท้ายของรัสเซีย ปกครองจักรวรรดิรัสเซียตั้งแต่ปี 1613-1917 และมีจุดสิ้นสุดของราชวงศ์เมื่อวันที่ 17 ก.ค.1918 หรือ 104 ปีที่แล้ว

17 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 (Tsar Nicholas II) กษัตริย์พระองค์สุดท้ายของรัสเซีย ถูกปลงพระชนม์พร้อมพระราชวงศ์อีกหลายพระองค์ที่ไซบีเรีย โดยทหารคณะปฏิวัติของกลุ่มมาร์กซิสม์หัวรุนแรงบอลเชวิก (Bolsheviks) ซึ่งนำโดย เลนิน (Vladimir Lenin)

สำหรับ พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 ทรงเป็นพระโอรสของ พระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ ที่ 3 แห่ง ราชวงศ์โรมานอฟ (Romanov Dynasty) พระนามเดิมคือ พระเจ้านิโคลัสที่ 2 (Nicholas II) ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2437 ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2439 พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิที่อ่อนแอ ไม่สามารถจัดการกับสถานการณ์ของประเทศที่กำลังปั่นป่วน หลังจากพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่นใน สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น (Russo–Japanese War) ระหว่างปี 2447-2448

จากนั้นในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2457-2461) ได้ทรงนำรัสเซียเข้าร่วมสงครามแต่ต้องพบกับความพ่ายแพ้อีกครั้ง ส่งผลให้ประชาชนเสื่อมความนิยมในพระองค์และคณะรัฐบาลมาก นอกจากนี้ยังทรงปล่อยให้ รัสปูติน (Gregori Rasputin) พระนอกรีตลึกลับเข้ามามีอิทธิพลในราชสำนัก ประกอบกับเกิดภาวะเงินเฟ้อ เศรษฐกิจตกต่ำมาก ขาดแคลนอาหาร ประชาชนอดอยาก เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูง ส่งผลให้ประชาชนไม่พอใจจึงลุกขึ้นมาเดินขวบต่อต้านและบังคับให้พระองค์สละราชสมบัติในวันที่ 15 มีนาคม 2460 เรียกเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า "การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์” (February Revolution--เพราะนับตามปฏิทินแบบเก่า)

จากนั้นถูกนำไปกักขังไว้และถูกปลงพระชนม์พร้อมพระราชวงศ์ ซึ่งประกอบด้วย พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 พระมเหสีอเล็กซานดรา ฟอโดรอฟนา พระธิดา 4 พระองค์ คือ โอลกา นิโคเลฟนา, ทาเทียนา นิโคเลฟนา, มาเรีย นิโคเลฟนา, อานาสตาเซีย นีคาไลยีฟนา และพระโอรส คือมกุฏราชกุมารอเล็กซี ถูกกลุ่มบอลเชวิกสังหารหมู่อย่างเลือดเย็น ที่บ้านอิปาตเยฟ ในเมืองเยคาเตรินบุร์ก

มหาวิทยาลัยไทยต้องทบทวน!! ดราม่าเงินรุ่น มข. ปัญหาไม่ใช่แค่จ่ายเงิน แต่คือใครมีสิทธิตัดใครออกจากพื้นที่การเรียนรู้ มหาวิทยาลัยไทยต้องแยกให้ชัด อะไรคือสมัครใจ อะไรคือสิทธิพื้นฐาน

เงินรุ่น อำนาจรุ่น และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลการเรียน

ช่องว่างที่มหาวิทยาลัยไทยต้องแก้ ก่อนความสัมพันธ์ในรุ่นจะกลายเป็นการตัดสิทธิทางการศึกษา

กรณีนักศึกษาหญิงคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ออกมาเปิดเผยว่าถูกเพื่อนร่วมรุ่นกลั่นแกล้งและนำออกจากกลุ่มสื่อสาร หลังเกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับการจ่ายเงินส่วนกลางของรุ่น กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์

ล่าสุด คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบุว่าได้รับทราบเรื่องและกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเข้าดูแลนักศึกษาที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าหากพบพฤติกรรมเข้าข่ายการกลั่นแกล้งหรือการกระทำไม่เหมาะสม จะดำเนินการตามระเบียบของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นธรรมและถึงที่สุด

ในระหว่างที่กระบวนการตรวจสอบยังไม่สิ้นสุด สังคมจึงไม่ควรรีบตัดสินว่าใครผิดทั้งหมด หรือเหมารวมว่านักศึกษาทั้งสาขามีส่วนร่วมกับเหตุการณ์

แต่สิ่งที่สังคมไม่ควรมองข้าม คือกรณีนี้ได้เปิดให้เห็นปัญหาใหญ่กว่าความขัดแย้งระหว่างนักศึกษากลุ่มหนึ่ง นั่นคือเส้นแบ่งที่ยังไม่ชัดเจนระหว่าง “กิจกรรมของรุ่น” “อำนาจของคนในรุ่น” และ “สิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงข้อมูลการศึกษา”

เงินรุ่นคือความสมัครใจ หรือภาระที่ปฏิเสธไม่ได้?

ในมหาวิทยาลัยไทยหลายแห่ง นักศึกษามักเก็บเงินส่วนกลางเพื่อใช้จัดกิจกรรม เช่น งานรับน้อง งานเลี้ยงรุ่น ของที่ระลึก งานแสดงความยินดีกับรุ่นพี่ หรือกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ภายในคณะ

กิจกรรมเหล่านี้อาจมีคุณค่าและช่วยสร้างความผูกพัน แต่คำถามสำคัญคือ หากเงินดังกล่าวไม่ได้เป็นค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายที่มหาวิทยาลัยประกาศอย่างเป็นทางการ นักศึกษามีสิทธิปฏิเสธหรือขอจ่ายในจำนวนที่ตนเองสามารถรับภาระได้หรือไม่

คำว่า “ทุกคนตกลงกันแล้ว” อาจไม่เพียงพอ หากไม่มีรายละเอียดว่าใครเป็นผู้เสนอ ใครเป็นผู้อนุมัติ มีนักศึกษาที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่ และการแสดงความเห็นต่างทำได้อย่างปลอดภัยเพียงใด

นักศึกษาบางคนอาจมาจากครอบครัวที่มีฐานะดี ขณะที่บางคนต้องพึ่งทุนการศึกษา กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือทำงานพิเศษเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว เงินหลักร้อยต่อเดือนซึ่งดูไม่มากสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง อาจเป็นรายจ่ายสำคัญของอีกครอบครัวหนึ่ง

ดังนั้น หลักการที่ควรชัดเจนคือ การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและการจ่ายเงินกิจกรรมต้องเกิดจากความสมัครใจ การไม่จ่ายหรือจ่ายไม่ครบไม่ควรถูกนำมาใช้ลดคุณค่าความเป็นสมาชิกของรุ่น กดดันให้อับอาย หรือตัดออกจากพื้นที่ซึ่งจำเป็นต่อการเรียน

มหาวิทยาลัยขอนแก่นเองมีระเบียบเกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษา การจัดตั้งกลุ่มนักศึกษา หลักเกณฑ์การจัดโครงการ และแบบบัญชีรายรับรายจ่ายสำหรับการดำเนินกิจกรรมอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ว่า กติกาเหล่านี้ครอบคลุมถึง “เงินรุ่น” หรือเงินที่นักศึกษาเก็บกันเองนอกโครงการทางการมากน้อยเพียงใด และมหาวิทยาลัยควรกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำเพื่อคุ้มครองนักศึกษาหรือไม่

อย่างน้อยควรมีการแจ้งวัตถุประสงค์ จำนวนเงิน ระยะเวลาการเก็บ รายชื่อผู้ดูแลเงิน และบัญชีรายรับรายจ่ายที่ตรวจสอบได้ รวมถึงช่องทางขอยกเว้นหรือลดจำนวนเงินโดยไม่ต้องเปิดเผยปัญหาส่วนตัวต่อเพื่อนทั้งรุ่น

เมื่อกลุ่มแชตส่วนตัวกลายเป็นโครงสร้างการศึกษา

อีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้เรื่องเงิน คือสถานะของกลุ่ม LINE หรือกลุ่มสื่อสารออนไลน์ของนักศึกษา

ในทางชื่อเรียก กลุ่มเหล่านี้อาจเป็นเพียง “กลุ่มรุ่น” หรือ “กลุ่มเพื่อน” ซึ่งก่อตั้งและดูแลโดยนักศึกษา แต่ในทางปฏิบัติกลับถูกใช้แจ้งตารางเรียน วันส่งงาน การเปลี่ยนห้องเรียน การนัดหมายกับอาจารย์ การสอบ กิจกรรมบังคับ และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ

เมื่อเป็นเช่นนี้ กลุ่มที่ดูเหมือนเป็นพื้นที่ส่วนตัวจึงทำหน้าที่เสมือนระบบสื่อสารของหลักสูตรโดยพฤตินัย

ปัญหาจะเกิดขึ้นทันที เมื่อผู้ดูแลกลุ่มซึ่งเป็นนักศึกษาด้วยกันมีอำนาจนำสมาชิกคนหนึ่งออกจากกลุ่ม โดยอาจไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีการเตือน และไม่มีช่องทางอุทธรณ์

หากกลุ่มนั้นใช้พูดคุยเรื่องงานเลี้ยงหรือกิจกรรมสมัครใจเพียงอย่างเดียว การนำผู้ไม่เข้าร่วมออกอาจเป็นเรื่องการบริหารกลุ่มทั่วไป แต่หากมีข้อมูลด้านการเรียนปะปนอยู่ การนำออกอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

นี่คือเหตุผลที่มหาวิทยาลัยไม่ควรปล่อยให้ข้อมูลสำคัญด้านการเรียนขึ้นอยู่กับกลุ่มแชตที่บริหารโดยนักศึกษาเพียงช่องทางเดียว

ประกาศเกี่ยวกับการเรียน การสอบ งาน และการเปลี่ยนแปลงทางวิชาการควรส่งผ่านระบบทางการซึ่งนักศึกษาทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ส่วนกลุ่ม LINE สามารถใช้เป็นช่องทางเสริมเพื่อความสะดวก แต่ไม่ควรเป็นแหล่งข้อมูลเพียงแห่งเดียว

เพราะสิทธิในการรับรู้ข้อมูลการเรียนไม่ควรขึ้นอยู่กับว่า นักศึกษาคนนั้นได้รับการยอมรับจากเพื่อนส่วนใหญ่หรือมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ดูแลกลุ่มหรือไม่

“หัวหน้ารุ่น” มีอำนาจเพียงใด?

ตำแหน่งหัวหน้ารุ่น ตัวแทนรุ่น หรือผู้ประสานงานของสาขา มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยประสานงานระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อตำแหน่งทางสังคมถูกเข้าใจว่าเป็นอำนาจในการออกกฎ ลงโทษ หรือกำหนดสถานะของสมาชิกคนอื่น

หัวหน้ารุ่นไม่ใช่ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ไม่ใช่อาจารย์ และไม่ใช่เจ้าหน้าที่ฝ่ายวินัย จึงไม่ควรมีอำนาจลงโทษเพื่อนด้วยการกีดกันจากข้อมูล ตัดสิทธิการเข้าร่วมงาน หรือใช้แรงกดดันจากเสียงส่วนใหญ่บังคับให้บุคคลปฏิบัติตาม

มหาวิทยาลัยควรกำหนดบทบาทของตัวแทนนักศึกษาให้ชัดเจนว่า หน้าที่คือการประสานงาน ไม่ใช่การควบคุมสมาชิก และไม่สามารถสร้างบทลงโทษขึ้นเองนอกระเบียบของสถาบันได้

พร้อมกันนั้น อาจารย์ไม่ควรส่งต่อข้อมูลสำคัญให้หัวหน้ารุ่นเพียงคนเดียว แล้วถือว่านักศึกษาทุกคนจะได้รับข่าวสารเอง เพราะเท่ากับฝากสิทธิทางการศึกษาไว้กับความสัมพันธ์ภายในกลุ่มที่มหาวิทยาลัยไม่ได้กำกับดูแล

ปัญหาที่ใหญ่กว่าการใช้คำหยาบ

การกลั่นแกล้งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการด่าทอหรือใช้คำหยาบคาย แต่อาจเกิดจากการกระทำซ้ำ ๆ ที่ทำให้บุคคลถูกลดทอนคุณค่า ถูกโดดเดี่ยว หรือถูกผลักออกจากพื้นที่ส่วนรวม

การนำฐานะครอบครัว เรื่องส่วนตัว หรือความเปราะบางของบุคคลมาพูดล้อเลียน การระดมคนกดดัน การไม่ส่งต่อข้อมูลที่จำเป็น และการทำให้ผู้หนึ่งรู้สึกว่าไม่มีสิทธิเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ล้วนเป็นพฤติกรรมที่มหาวิทยาลัยต้องพิจารณาอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบต้องแยกความรับผิดเป็นรายบุคคล ไม่ควรใช้กระแสสังคมตัดสินคนทั้งรุ่นหรือทั้งสาขาเหมือนกันทั้งหมด

ต้องตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ใช้ถ้อยคำ ใครเป็นผู้สั่งหรือดำเนินการนำออกจากกลุ่ม ใครร่วมกดดัน ใครพยายามช่วยแก้ปัญหา และใครเพียงอยู่ในกลุ่มโดยไม่ได้มีส่วนร่วม

ความยุติธรรมต่อผู้ร้องเรียนต้องเกิดขึ้นพร้อมกับความยุติธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา การต่อต้านการบูลลี่จึงไม่ควรกลายเป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ไล่ล่า หรือรุมประณามคนอีกฝ่ายก่อนข้อเท็จจริงสิ้นสุด

มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีข้อบังคับว่าด้วยวินัยนักศึกษา กระบวนการสอบสวน การอุทธรณ์ และระบบรับเรื่องร้องเรียนเผยแพร่ไว้ผ่านหน่วยงานกิจการนักศึกษา ขณะเดียวกัน กองกฎหมายของมหาวิทยาลัยก็มีแนวปฏิบัติในการจัดการเรื่องร้องเรียนและการสอบสวนข้อเท็จจริง

สิ่งที่สังคมควรติดตามต่อจึงไม่ใช่เพียงว่าใครจะถูกลงโทษ แต่รวมถึงกระบวนการตรวจสอบมีความเป็นอิสระ รวดเร็ว โปร่งใส และป้องกันการตอบโต้ผู้ร้องเรียนได้จริงหรือไม่

ถึงเวลาสร้างมาตรฐานกลางให้มหาวิทยาลัยไทย

กรณีนี้ควรเป็นจุดเริ่มต้นให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศทบทวนอย่างน้อย 5 เรื่อง

ประการแรก เงินกิจกรรมนอกระบบต้องระบุชัดว่าเป็นเงินสมัครใจ พร้อมเปิดเผยบัญชีและห้ามใช้การกดดันทางสังคมบังคับจ่าย

ประการที่สอง ข้อมูลด้านการเรียนทั้งหมดต้องมีช่องทางทางการซึ่งนักศึกษาทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ผูกติดกับกลุ่ม LINE ส่วนตัว

ประการที่สาม ต้องกำหนดบทบาทและขอบเขตอำนาจของหัวหน้ารุ่นหรือตัวแทนนักศึกษาให้ชัดเจน

ประการที่สี่ ต้องมีช่องทางร้องเรียนที่นักศึกษาเข้าถึงได้โดยไม่จำเป็นต้องร้องผ่านอาจารย์ประจำสาขาเพียงช่องทางเดียว พร้อมมีกรอบเวลาตอบกลับและมาตรการป้องกันการตอบโต้

ประการสุดท้าย การสอบสวนต้องพิจารณาความรับผิดเป็นรายบุคคล คุ้มครองผู้ร้อง คุ้มครองพยาน และไม่เปิดเผยข้อมูลเกินความจำเป็น

มหาวิทยาลัยไม่ควรเป็นเพียงสถานที่ถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการ แต่ต้องเป็นพื้นที่ซึ่งคนที่มีฐานะ ความคิด และข้อจำกัดแตกต่างกันสามารถเรียนร่วมกันได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดออกจากสังคมเพราะไม่ทำตามเสียงส่วนใหญ่

ท้ายที่สุด ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่านักศึกษาคนหนึ่งจ่ายเงินรุ่นครบหรือไม่ แต่คือ คนในรุ่นมีสิทธิใช้อำนาจทางสังคมลงโทษผู้ที่เห็นต่างได้มากแค่ไหน

เพราะเงินกิจกรรมอาจเป็นเรื่องของความสมัครใจ แต่สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลการศึกษา ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต้องเป็นสิทธิของนักศึกษาทุกคนอย่างเท่าเทียม

และนี่คือช่องว่างที่มหาวิทยาลัยไทยต้องเร่งแก้ ก่อนคำว่า “ประเพณีของรุ่น” จะกลายเป็นข้ออ้างในการสร้างอำนาจที่ไม่มีใครตรวจสอบ

เด็กไทยสร้างชื่อเวทีโลก!! สสวท.ต้อนรับฮีโร่ฟิสิกส์โอลิมปิกไทย คว้า 5 รางวัลฟิสิกส์โอลิมปิกนานาชาติ 2026 ที่โคลอมเบีย 1 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง 1 เกียรติคุณ สร้างความภูมิใจจากเวทีฟิสิกส์โอลิมปิกโลก

สสวท. ต้อนรับผู้แทนประเทศไทย สร้างผลงานระดับโลก! คว้า 5 รางวัลจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 56 (IPhO 2026) ณ เมืองบูการามังกา สาธารณรัฐโคลอมเบีย

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดพิธีต้อนรับคณะผู้แทนประเทศไทย หลังสร้างผลงานยอดเยี่ยมจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 56 (The 56th International Physics Olympiad: IPhO 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–12 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองบูการามังกา สาธารณรัฐโคลอมเบีย

โดยมี นางฤทัย เพลงวัฒนา ผู้อำนวยการสาขาฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์โลก สสวท. เป็นประธานในพิธีต้อนรับ พร้อมด้วย นางสาวรัชดา ยาตรา ผู้อำนวยการฝ่ายโอลิมปิกวิชาการและอัจฉริยภาพ สสวท. คณะครู และผู้ปกครอง ร่วมแสดงความยินดีและต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ผลการแข่งขัน ผู้แทนประเทศไทยคว้า 5 รางวัล ได้แก่ 1 เหรียญทอง  2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง และ 1 เกียรติคุณประกาศ  ดังนี้

 ผู้แทนประเทศไทย

นายภัทรภณ ธนพิทักษ์ — โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา #เหรียญทอง

นายสิรวิชญ์ มุสิกะโสภณ — โรงเรียนกำเนิดวิทย์ #เหรียญเงิน

นายชยพล นนทสูติ — โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย #เหรียญเงิน

นายพุฒิธร วิบูลย์เจริญกิจจา — โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต #เหรียญทองแดง

นายอังกูร ธนาสิทธิกุล — โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย #เกียรติคุณประกาศ

สสวท. ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนผู้แทนประเทศไทยทุกคน ตลอดจนคณาจารย์ผู้ควบคุมทีมและผู้เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันผลักดันศักยภาพเยาวชนไทยสู่เวทีวิชาการระดับโลก สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศ

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1459154656251419&id=100064706947347&mibextid=wwXIfr&rdid=jXYwX4YDLCOupQAR#

“บีโอไอ” หารือ UNIDO Bahrain!! หารือความร่วมมือส่งเสริมลงทุน ถ่ายทอดเทคโนโลยีพัฒนา SMEs สนับสนุนผู้ประกอบการไทยร่วมมือ ผลักดันผ่านเครือข่าย UNIDO

บีโอไอหารือ UNIDO ITPO Bahrain

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางสาวฐนิตา ศิริทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) (ที่ 5 จากซ้าย) ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNIDO ITPO Bahrain

นำโดย Mr. Hashim Hussein (Head of UNIDO ITPO Bahrain) (ที่ 4 จากซ้าย) เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านการส่งเสริมการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนผู้ประกอบการไทยผ่านเครือข่ายของ UNIDO ณ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ถ.วิภาวดีรังสิต

สงครามโลจิสติกส์เดือด!! รัสเซียเดินหน้าโจมตีท่าเรือยูเครน ซัดเรือสินค้า–คลังเชื้อเพลิง–โรงงานผลิตโดรน หวังบั่นทอนกำลังทหารและเศรษฐกิจ ใช้โดรนและอาวุธพิสัยไกลตัดวงจรสนับสนุนกองทัพยูเครน

มอสโก (สปุตนิก) — กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า กองทัพรัสเซียได้โจมตีเรือ 3 ลำที่บรรทุกยุทโธปกรณ์ทางทหารในพื้นที่โอเดสซา

กระทรวงฯ ระบุว่า “การโจมตียังคงดำเนินต่อไปต่อท่าเรือของยูเครน และเรือที่ถูกใช้สนับสนุนกองทัพยูเครน”

ตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย โดรนจู่โจมได้เล็งเป้าไปยังเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ โดยลำหนึ่งถูกโจมตีที่ท่าเรือยูจนี ส่วนอีก 2 ลำจอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่งโอเดสซา เพื่อรอการขนถ่ายสินค้า

ก่อนหน้านี้ในวันพุธ กองทัพรัสเซียยังได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือที่ใช้สำหรับขนถ่ายเชื้อเพลิงและสารหล่อลื่น ถังเก็บเชื้อเพลิง รวมถึงโรงงานผลิตโดรน 2 แห่งในพื้นที่เดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเรือบรรทุกสินค้าอีก 2 ลำที่ส่งกำลังบำรุงให้กองทัพยูเครน ถูกโจมตีที่ท่าเรือเชอร์โนมอร์สก์และดนีโปร-บักสกี

กระทรวงฯ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดทอนขีดความสามารถทางทหารและเศรษฐกิจของยูเครน และดำเนินการโดยใช้โดรนจู่โจมร่วมกับอาวุธความแม่นยำสูงพิสัยไกล

ที่มา : Sputnik

รัสเซียส่งกำลังใจถึงไทย ‘ปูติน’ ส่งสารถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงความอาลัยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ ขอผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้ายแรงในกรุงเทพฯ

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน แห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้ส่งสารแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เพลิงไหม้ถึงพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569

ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เพลิงไหม้อันน่าสลดใจที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร

ขอพระองค์ได้โปรดถ่ายทอดคำแห่งความอาลัย ความเห็นอกเห็นใจ และขอส่งกำลังใจอย่างจริงใจจากข้าพเจ้าไปยังครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทุกคน และขออวยพรให้ผู้บาดเจ็บทุกคนฟื้นตัวในเร็ววันจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ด้วยความเคารพอย่างสูง
วลาดีมีร์ ปูติน

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1322018253435142&set=a.287397323563912

“สวนนงนุช” จัดพิธีหล่อเทียน สืบสานพุทธประเพณีเข้าพรรษา 9 วัด 9 ต้น เทียนพรรษามงคล เทศกาลเข้าพรรษาระหว่างวันที่ 16-22 ก.ค. ส่งต่อพลังแห่งศรัทธาและความดีงาม

สวนนงนุชพัทยา จัดพิธีหล่อเทียนพรรษา “9 วัด 9 ต้น 9 พลังแห่งความดี” สืบสานพุทธประเพณี ส่งต่อแรงแห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนา

วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 สวนนงนุชพัทยา จัดพิธีหล่อเทียนพรรษา “9 วัด 9 ต้น 9 พลังแห่งความดี” ณ สวนลอยฟ้า โดยมีนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ร่วมกับ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ  และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 22 กรกฎาคม 2569 เพื่อหล่อเทียนพรรษาจำนวน 9 ต้น นำไปถวายวัด 9 แห่งในพื้นที่ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา โดยได้รับเมตตาจากพระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ภายในงานได้รับเกียรติจากนายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ นายธณพง โคตรมณี นายกเทศมนตรีตำบลเขาชีจรรย์  นายสมบัติ แก้วปทุม นายกเทศมนตรีตำบลเกล็ดแก้ว  และนายภิญโญ สายนภา นายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียน เข้าร่วมพิธีเพื่อร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย

สำหรับเลข 9 ถือเป็นเลขมงคลที่คนไทยเชื่อมโยงกับความก้าวหน้า ความเจริญ และความเป็นสิริมงคล สวนนงนุชพัทยาจึงจัดทำเทียนพรรษาจำนวน 9 ต้น เพื่อนำไปถวายยังวัด 9 แห่ง ประกอบด้วย วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร วัดสัตหีบ วัดสามัคคีบรรพต วัดนาจอมเทียน วัดอัมพาราม วัดบางเสร่คงคาราม วัดเขาคันธมาทน์ วัดหนองจับเต่า และวัดทรัพย์นาบุญญาราม

นอกจากจะเป็นการสืบทอดพุทธประเพณีอันทรงคุณค่าที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนานแล้ว เทียนพรรษาทั้ง 9 ต้น ยังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างทางปัญญา ที่ช่วยนำทางให้ผู้คนดำเนินชีวิตด้วยสติ คุณธรรม และความดีงาม พร้อมส่งต่อพลังแห่งศรัทธา ความหวัง และความสามัคคีไปยังชุมชนโดยรอบสะท้อนให้เห็นถึงการร่วมกันรักษาและส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

พนันออนไลน์กลายเป็นภัยชาติ!! “อินโดนีเซีย” ลุยปราบพนันออนไลน์ ปิดเว็บ–คอนเทนต์ผิดกฎหมายแล้ว 3.7 ล้านรายการ สั่งปิดบัญชีต้องสงสัยกว่า 32,500 บัญชี หลังพบกระทบสังคม–เศรษฐกิจหนัก

จาการ์ตา, 15 ก.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.) เมตยา ฮาฟิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและกิจการดิจิทัลของอินโดนีเซีย กล่าวว่าอินโดนีเซียได้ปิดกั้นเว็บไซต์และเนื้อหาออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมาย 3.7 ล้านรายการแล้ว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 ขณะที่ทางการเดินหน้ายกระดับการปราบปรามทั่วประเทศ

เมตยาระบุว่ารัฐบาลได้รับรายงานเกี่ยวกับบัญชีธนาคารต้องสงสัยว่าเอื้อการพนันออนไลน์ 1.56 แสนบัญชี และหมายเลขโทรศัพท์มือถือ 85,500 หมายเลขที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ในการฉ้อโกง ผ่านแพลตฟอร์มการรายงานของทางการ รวมถึงได้ปิดบัญชีธนาคาร 32,500 บัญชี จาก 38,000 บัญชีที่กระทรวงฯ รายงานต่อสำนักงานบริการทางการเงิน

รัฐบาลกำลังเปลี่ยนจากการตอบโต้ด้วยการลบเนื้อหามาเป็นการตรวจจับความผิดปกติ พร้อมทั้งเสริมสร้างการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อเร่งดำเนินการต่อต้านเครือข่ายการพนันที่ผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้กำหนดให้การต่อต้านการพนันออนไลน์เป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติ เนื่องจากเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน เป็นต้นเหตุของปัญหาสังคม และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

ที่มา : Xinhua

‘ทูเคิล’ โดนวิจารณ์หนัก!! ‘รูนีย์’ จวกทูเคิลขึ้นนำแล้วถอยรับ ทำอังกฤษหมดความเชื่อมั่น หลังส่งกองหลังลงอุดเกมแต่เอาไม่อยู่ จนเสียโอกาสปิดเกมอาร์เจนตินา

เวย์น รูนีย์ อดีตแข้งทีมชาติอังกฤษออกโรงวิจารณ์ โธมัส ทูเคิล กุนซือทัพ “สิงโตคำราม” หลังวางแผนการเล่นที่เน้นตั้งรับจนเกินไปจน อังกฤษ พ่าย อาร์เจนตินา ตกรอบฟุตบอลโลก

โดย อังกฤษ ต้องจบเส้นทางการลุ้นแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ไว้ที่รอบรองชนะเลิศหลังพ่ายต่อ อาร์เจนตินา แชมป์เก่า 1-2 เมื่อวันที่ 15 ก.ค

อย่างไรก็ตามหลังจากขึ้นนำ โธมัส ทูเคิล กุนซือทัพ “สิงโตคำราม” กลับวางแท็คติกเน้นเกมรับด้วยการส่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟลงสนามพร้อมกัน 4 คนทว่าสุดท้ายยันสกอร์ไว้ไม่อยู่ และถูกแซงชนะไปในช่วงท้ายเกม

หลังการแข่งขัน รูนีย์ ออกโรงวิจารณ์ ทูเคิล แบบไม่ไว้หน้าว่า “มันเป็นความตื่นตระหนก มันเป็นความตื่นตระหนกจริงๆ คุณจะขึ้นนำแล้วยอมแพ้ไม่ได้ คุณจะเสียบอล และเสียโอกาสในการทำประตูที่สอง คุณต้องเป็นฝ่ายรุกเมื่อ อาร์เจนตินา ตกอยู่ในความกดดันเพื่อที่จะกลับมาสู่เกม”

“ถ้าคุณอยู่ในสนามนั้น ขึ้นนำ 1-0 แล้วเห็นผู้จัดการทีมเปลี่ยนตัว คุณจะเริ่มหมดความเชื่อมั่น คุณจะทำแบบนั้นได้แค่ไม่กี่ครั้งหรอก คุณเริ่มคิดว่า เราจะตั้งรับเหรอ เราจะผ่านมันไปได้ยังไง?”

“เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เราตั้งรับ เราปล่อยให้พวกเขาบุกเข้ามา พวกเขาสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แล้วเราก็พลาดไป มันน่าผิดหวังจริงๆ”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10325355

เปิดปม Scope of Certification มาตรฐานเดียวกัน แต่ขอบเขตไม่เท่ากัน ใบรับรอง ISO 14298 ต้องดูให้ชัด คำถามสำคัญของ e-Passport คือ Scope นั้นครอบคลุม “หนังสือเดินทาง” จริงหรือไม่

เจาะมาตรฐาน ISO 14298 ศึก e-Passport ระยะที่ 4 เทียบขอบเขตการรับรอง 3 ผู ้ประกอบการ

หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มิใช่เพียงเอกสารสําหรับการเดินทางระหว่างประเทศอย่างเดียว แต่เป็นส่วน หนึ่งของระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ ความมั่นคงของข้อมูล และความน่าเชื่อถือของรัฐในสายตานานาประเทศ ด้วยเหตุนี้ การจัดทํา e-Passport ระยะที่ 4 จึงต้องพิจารณาทั ้งเทคโนโลยีการผลิต ระบบรักษาความ ปลอดภัย ประสบการณ์ของผู ้ประกอบการ และมาตรฐานที่รองรับกระบวนการทํางานในแต่ละขั ้นตอนอย่าง ครบถ้วน

กระทรวงการต่างประเทศดําเนินการประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่กรมการกงสุลกําหนด เป้าหมายยกระดับระบบหนังสือเดินทางรุ่นใหม่ตั้งแต่การรับคําร้องการจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลชีวมิติ การ ผลิตและออกเล่ม การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ตลอดจนการเชื่อมโยงกระบวนการให้บริการผ่าน ระบบดิจิทัล

เมื่อขอบเขตงานครอบคลุมทั้งเอกสารความมั่นคง ระบบสารสนเทศ และการบริหารข้อมูลอัตลักษณ์ การ ประเมินผู ้ยื่นข้อเสนอจึงต้องพิจารณามากกว่าราคา โดยต้องตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิค ความพร้อมของ โรงงาน ประสบการณ์ ระบบควบคุมคุณภาพ และขีดความสามารถของผู ้ร่วมดําเนินงานทั้งหมด

ISO 14298 ต้องพิจารณาควบคู่กับขอบเขตการรับรอง

มาตรฐานสําคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมงานพิมพ์เพื่อความมั่นคง คือ มาตรฐาน ISO 14298:2021 การบริหาร จัดการกระบวนการพิมพ์เพื่อความมั่นคง ซึ่งกําหนดแนวทางด้านการควบคุมความปลอดภัย การบริหารความ เสี่ยง การจัดการบุคลากร การควบคุมวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การจัดเก็บ และการรักษาความลับของข้อมูล

มาตรฐานดังกล่าวใช้กับผู ้ผลิตเอกสารที่ต้องการการรักษาความปลอดภัยในระดับสูง เช่น หนังสือเดินทาง บัตรประจําตัวประชาชน ธนบัตร เช็ค ใบอนุญาต และเอกสารราชการประเภทต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ใบรับรอง ISO 14298 แต่ละฉบับจะมิได้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทุกประเภทโดยอัตโนมัติ เพราะ จะมีขอบเขตการรับรอง กํากับไว้ว่า โรงงานหรือสถานประกอบการผ่านการตรวจประเมินในกระบวนการและ ผลิตภัณฑ์ประเภทใดบ้าง

ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ถือใบรับรองมาตรฐานเดียวกันอาจมีขอบเขตความสามารถที่แตกต่างกันอย่างมีนัย สําคัญ การพิจารณาจึงต้องอ่านรายละเอียดของใบรับรองควบคู่กับลักษณะงานที่หน่วยงานรัฐต้องการจัดหา

จากฐานข้อมูลของ Intergraf พบผู ้ประกอบการ 3 รายที่ถูกนํามาเปรียบเทียบในบริบทของโครงการ e-Passport ไทย ได้แก่ Thales DIS Schweiz AG, IN Groupe และบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จํากัด

1. Thales DIS Schweiz AG . Thales DIS Schweiz AG เป็นบริษัทในเครือ Thales Group กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีจากฝรั่งเศสที่ดําเนิน งานครอบคลุมอุตสาหกรรมการบิน อวกาศ กลาโหม ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบบอัตลักษณ์ดิจิทัล และเทคโนโลยีสําหรับการเดินทางข้ามพรมแดน . ธุรกิจด้านอัตลักษณ์ดิจิทัลและความมั่นคงของ Thales มีพื้นฐานสําคัญจาก Gemalto ซึ่งถูกซื้อกิจการในปี 2562 การควบรวมดังกล่าวทําให้ Thales มีขีดความสามารถตั ้งแต่การผลิตเอกสารความมั่นคง ระบบรับคํา ร้อง การจัดเก็บข้อมูลชีวมิติ การปรับแต่งข้อมูลเฉพาะบุคคลไปจนถึงระบบตรวจสอบเอกสารและการบริหาร จัดการชายแดนอีกมากมาย

ข้อมูลจาก Intergraf ระบุว่า Thales DIS Schweiz AG ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14298 ระดับ Governmental หมายเลขใบรับรอง 202511350 ผ่านการตรวจประเมินโดย SQS ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และใบรับรองมีผลถึงวันที่ 24 ตุลาคม 2571

ขอบเขตการรับรองของบริษัทครอบคลุมผลิตภัณฑ์และกระบวนการสําคัญ ได้แก่ บัตรประจําตัว หน้าข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรสุขภาพ บัตรธนาคาร บัตรผ่านเข้าออก

การระบุหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้โดยตรงแสดงให้เห็นว่ากระบวนการผลิตและการปรับแต่งข้อมูล เฉพาะบุคคลของผลิตภัณฑ์ประเภทดังกล่าวอยู่ภายใต้ขอบเขตที่ผ่านการตรวจประเมิน

ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ Thales มีความโดดเด่นด้านการเชื่อมโยงตัวเอกสารเข้ากับระบบรับคําร้อง ข้อมูลชีว มิติ ระบบออกเอกสาร ระบบอัตลักษณ์ดิจิทัล และระบบบริหารจัดการชายแดน จึงมีลักษณะเป็นผู ้ให้บริการ ระบบแบบครบวงจร (ecosystem)

2. IN Groupe . IN Groupe หรือชื่อเดิม Imprimerie Nationale เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นผู ้ถือหุ ้น และมีพื้นฐาน จากกิจการพิมพ์เอกสารของรัฐมาอย่างยาวนาน

ลักษณะธุรกิจของ IN Groupe เน้นการผลิตเอกสารสําคัญที่ออกโดยภาครัฐและระบบพิสูจน์ตัวตน เช่น หนังสือเดินทาง บัตรประจําตัวประชาชนใบอนุญาตขับขี่ใบอนุญาตพํานักและเอกสารราชการที่ต้องใช้ เทคโนโลยีป้องกันการปลอมแปลงระดับสูง

จุดเด่นของบริษัทอยู่ที่ความเชี่ยวชาญด้านตัวเอกสารตั้งแต่การออกแบบองค์ประกอบความปลอดภัย การ เลือกใช้วัสดุ การผลิตหน้าข้อมูล การผลิตตัวเล่ม การฝังเทคโนโลยีป้องกันการปลอมแปลง ไปจนถึงการปรับ แต่งข้อมูลเฉพาะบุคคล

ข้อมูลจาก Intergraf ระบุว่า IN Groupe ได้รับการรับรอง ISO 14298 ระดับ Central Bank หมายเลข ใบรับรอง 202302646 โดยมีขอบเขตครอบคลุมผลิตภัณฑ์สําคัญ ได้แก่ หนังสือเดินทาง บัตรประจําตัว อัจฉริยะ ใบรับรอง เอกสารสําคัญด้านอัตลักษณ์ของรัฐ

ขอบเขตการรับรองของ IN Groupe ระบุหนังสือเดินทางไว้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับ Thales DIS Schweiz AG (ซึ่งเป็น e-Passport)

ความแตกต่างของทั ้งสองบริษัทอยู่ที่โครงสร้างความเชี่ยวชาญ Thales มีฐานธุรกิจกว้าง เชื่อมโยง เทคโนโลยีดิจิทัล ความมั่นคงชายแดนไซเบอร์และระบบข้อมูลขณะที่ IN Groupe เน้นความเชี่ยวชาญ ด้านการออกแบบผลิตและรักษาความปลอดภัยของหนังสือเดินทางและเอกสารแสดงตนของภาครัฐโดยตรง

3. จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง กับขอบเขตการรับรองที่ไม่ระบุหนังสือเดินทาง

บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จํากัด เป็นผู ้ประกอบการไทยด้านงานพิมพ์เพื่อความมั่นคง และเป็น หนึ่งในบริษัทไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14298 ระดับ Governmental
.
ข้อมูลจาก Intergraf ระบุว่า บริษัทได้รับการรับรอง ISO 14298:2021 ระดับ Governmental หมายเลข ใบรับรอง 202501258 ผ่านการตรวจประเมินโดย VPGI Certification B.V. ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดย ใบรับรองฉบับปัจจุบันเริ่มมีผลวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 และมีอายุถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2571

ขอบเขตการรับรองที่เผยแพร่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ อาทิเช่น เช็ค แสตมป์ แสตมป์ไปรษณีย์ ใบรับรอง คูปอง บัตรของขวัญ ใบอนุญาตขับขี่ เอกสารประกันภัย บัตรประจําตัวประชาชน

เมื่อเปรียบเทียบกับ Thales DIS Schweiz AG และ IN Groupe พบว่า ขอบเขตการรับรองของจันวาณิชย์ที่ เผยแพร่ต่อสาธารณะไม่ปรากฏการระบุถึงหนังสือเดินทางหรือหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง

ความแตกต่างดังกล่าวมีนัยสําคัญในเชิงการประเมินมาตรฐาน เนื่องจากหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มี ข้อกําหนดเฉพาะด้านวัสดุ การผลิตตัวเล่ม การฝังชิป การจัดทําหน้าข้อมูล การปรับแต่งข้อมูลเฉพาะบุคคล ความทนทาน การป้องกันการแก้ไขดัดแปลง และการตรวจสอบผ่านระบบด่านตรวจคนเข้าเมือง

ดังนั้นการพิจารณาขีดความสามารถของผู ้ยื่นข้อเสนอควรตรวจสอบว่า โรงงานหรือหน่วยงานใดจะ รับผิดชอบการผลิตหนังสือเดินทางโดยตรง และขอบเขตการรับรองของสถานที่ดังกล่าวครอบคลุม กระบวนการที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เงื่อนไขการทดสอบและออกเล่มต้องพิจารณาจากหลักฐานเชิงประจักษ์

ข้อกําหนดของโครงการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบการพิมพ์ การออกเล่ม และการตรวจสอบคุณภาพ หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นองค์ประกอบที่ต้องใช้หลักฐานทางเทคนิคโดยตรง

ด้วยเหตุนี้ การประเมินผู ้ยื่นข้อเสนอควรพิจารณาจากหลักฐานที่เชื่อมโยงกับงานจริง ไม่ว่าจะเป็นขอบเขต การรับรองของโรงงาน ผลงานที่ผ่านมา ประสบการณ์ในการผลิตหนังสือเดินทาง ผลการทดสอบตัวอย่าง ความพร้อมของระบบ และขีดความสามารถของผู ้ร่วมดําเนินงาน

หากผู ้ยื่นข้อเสนอใช้บริษัทในเครือ พันธมิตรต่างประเทศ โรงงานผู ้ผลิตรายอื่น หรือกิจการร่วมค้า หลักฐาน ของหน่วยงานที่รับผิดชอบงานแต่ละส่วนควรถูกนํามาพิจารณาอย่างชัดเจน

ยิ่งระดับ Governmental ต้องอ่านควบคู่กับขอบเขตการรับรอง (Scope of Certification)

การรับรองมาตรฐาน ISO 14298 ระดับ Governmental เป็นมาตรฐานสําหรับผู ้ผลิตผลิตภัณฑ์ความมั่นคง ของภาครัฐ ซึ่งอาจครอบคลุมบัตรประจําตัวหนังสือเดินทางใบอนุญาตและเอกสารราชการประเภทต่างๆ

แต่ถึงอย่างนั้น ระดับ Governmental ไม่ได้เป็นตัวชี้ขาดเพียงลําพังว่าใบรับรองรองรับหนังสือเดินทางหรือ ไม่ สิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กันคือ ขอบเขตการรับรองของใบรับรองแต่ละฉบับ ว่าระบุผลิตภัณฑ์และ กระบวนการใดไว้

ในส่วนของ Thales DIS Schweiz AG และ IN Groupe มีการระบุหนังสือเดินทางหรือหนังสือเดินทาง อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในขอบเขตการรับรองโดยตรง ขณะที่ขอบเขตที่เผยแพร่ของบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จํากัด ครอบคลุมงานพิมพ์เพื่อความมั่นคงหลายประเภท แต่ไม่ปรากฏการระบุผลิตภัณฑ์ประเภท หนังสือเดินทาง

โครงการ e-Passport ระยะที่ 4 ครอบคลุมตั้งแต่ระบบรับคําร้องการจัดเก็บข้อมูลชีวมิติ การผลิตตัวเล่ม การ จัดทําหน้าข้อมูล การปรับแต่งข้อมูลเฉพาะบุคคลการควบคุมคุณภาพระบบดิจิทัล และการให้บริการ ประชาชน

ผู้ยื่นข้อเสนออาจใช้ความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน จึงจําเป็นต้องพิจารณาว่า ผู้ใดเป็นผู ้รับผิดชอบงาน แต่ละส่วน การตรวจสอบใบรับรองจึงควรเชื่อมโยงกับผู ้ปฏิบัติงานจริง มิใช่พิจารณาเฉพาะชื่อของผู ้ยื่นข้อ เสนอในภาพรวมเท่านั้น

สิ่งที่ข้อมูลสาธารณะจาก Intergraf ได้แสดงให้เห็นความแตกต่างของขอบเขตการรับรองระหว่างผู้ประกอบ การทั้งสามรายอย่างชัดเจน

ความแตกต่างดังกล่าวควรถูกนําไปพิจารณาร่วมกับเอกสารประกวดราคาผลการทดสอบทางเทคนิค ประสบการณ์ของผู้ผลิตความพร้อมของโรงงานและโครงสร้างความร่วมมือของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละราย
และประเด็นสําคัญไม่ได้อยู่ที่ชื่อของบริษัทหรือสัญชาติของผู ้ประกอบการอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการพิสูจน์ว่า ผู้รับผิดชอบงานแต่ละส่วนมีมาตรฐานและประสบการณ์สอดคล้องกับภารกิจจริงที่ภาครัฐต้องการด้วย

สําหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกมีความจําเป็นอย่างยิ่งไม่น้อยไปกว่าคุณภาพของเทคโนโลยี การเปิดเผยเหตุผลและหลักฐานประกอบการพิจารณา ในระดับที่เหมาะสมจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าผู้ได้รับการคัดเลือกมีขีดความสามารถรองรับงานด้านความ มั่นคง การพิสูจน์อัตลักษณ์ และการเดินทางของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ผู้ให้ข่าว : สมพล พิมษ์พงษ์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top