Thursday, 5 November 2026
THE STATES TIMES TEAM

แม่ฮ่องสอน – เกิดพายุฝนกระหน่ำพื้นที่แม่ฮ่องสอน ไฟฟ้าดับทั้งคืน

จากเมื่อเย็นของค่ำวันที่ 16 เมษายน 2564 เวลา  18.30 น.ที่ผ่านมาได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองลมแรงในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับผลกระทบในหลายอำเภอ ต้นไม้ล้มปิดทับเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ระหว่างอำเภอแม่ลาน้อย – อำเภอแม่สะเรียง ทำให้การจราจรติดขัดรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้เจ้าหน้าที่หมวดการทางแม่สะเรียงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรแม่ลาน้อย ตลอดทั้งชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงระดมช่วยกันตัดกิ่งไม้เพื่อเปิดช่องทางจราจรใช้เวลาประมาณ 30 นาทีสามารถเปิดการจราจรได้ และที่บ้านแม่แลบ หมู่ที่ 6 ตำบลแม่ลาน้อย ถูกแรงพายุพักกระหน่ำเอาซู้มประตูทางเข้าหมู่บ้านพังล้มระเนระนาด ที่บ้านท่าผาปุ้ม หมู่ที่ 3 ตำบลท่าผาปุ้ม อำเภอแม่ลาน้อยพายุได้พัดเอาเต็นฑ์ที่กางไว้เพื่อจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์หอบขึ้นไปไว้บนหลังคาบ้านตลอดจนสิ่งของพังระเนระนาดเช่นกัน

ที่บริเวณหมู่บ้านห้วยโป่งกาน ตำบลผาบ่อง ถนนสาย 108 มีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มพาดใส่สายไฟฟ้า  ทำให้เสาไฟฟ้าหักล้มจำนวน 7 ต้น ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่อำเภอขุนยวม ทำให้อำเภอขุนยวมทุกหมู่บ้าน และหน่วยราชการไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ตลอดทั้งคืนเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้งสองอำเภอต่างระดมช่วยกันแก้ไขปัญหาจนสำเร็จลุล่วงสามารถทำการจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ในเวลา 06.00 น.ของเช้าวันที่ 7 เมษายน 2564


ในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องอน ได้เกิดต้นไม้ล้มทับหลังคาบ้านของ นายนิติธร  วิไจยา เลขที่ 71 ถนนนิเวชพิศาล  ตำบลจองคำ  อำเภอเมือง ได้รับความเสียหาย ทาง พ.อ.สุจินต์  ทรัพย์สิน  ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหาราบที่ 7 ม่อนตะแลง จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย นำโดย ร.ท.พิษณุ  ต๊ะนางอย  หัวหน้าชุด ร่วมกับเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าทำการช่วยเหลือตัดกิ่งไม้ชักลากต้นไม้ออกจากหลังคาบ้าน สามารถให้เจ้าของบ้านเข้าพักอาศัยได้ตามปกติ

ภาพ/ข่าว  เกียรติศักดิ์  รักสัตย์  / เกียรติยศ  รักสัตย์ / ทีมข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เชียงใหม่ - ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ อำนวยความสะดวก และความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564

วันที่​ 16 เม.ย.​ 2564 สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ โดย นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564​  ณ​ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 1, 2 และ 3  โดยจัดเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบความพร้อมของตัวรถ และอุปกรณ์ส่วนควบ ด้านความปลอดภัยของรถโดยสาร​ ตามแบบ Checklist  ได้แก่ ล้อและยาง กระจกกันลม ระบบไฟฟ้า ประตูฉุกเฉิน เข็มขัดนิรภัย และค้อนทุบกระจก ตรวจสอบรถ จำนวน 90 คัน พบว่ารถโดยสารมีความพร้อมทุกคัน ไม่พบข้อบกพร่อง

นอกจากนี้ได้ทำการตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ จำนวน 90 ราย พบว่าพนักงานขับรถมีความพร้อมทุกราย ไม่พบการกระทำความผิดกฎหมาย

ในการนี้ได้ให้คำแนะนำ แก่ผู้โดยสารบนรถโดยสารประจำทาง  เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง​ ได้แก่ การคาดเข็มขัดนิรภัย​ การใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน​ ประชาสัมพันธ์การแจ้งร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ ทางสายด่วน 1584 

ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำชับพนักงานขับรถและผู้โดยสารให้ปฎิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID19 อย่างเคร่งครัด  โดยจัดให้มีการวัดอุณหภูมิพนักงานขับรถ  ผู้บริการ และผู้โดยสารทุกคนเพื่อคัดกรอง ,   พนักงานขับรถ  ผู้บริการ และผู้โดยสารทุกคน ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา  ,จัดให้มีเจลหรือแอลกอฮอล์เพื่อล้างมือก่อนขึ้นรถ และทุกครั้งที่มีการสัมผัส ,ทำความสะอาดรถด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังการใช้งาน และต้องเข้มงวดการให้ผู้โดยสารทุกคนต้องลงทะเบียนข้อมูลการเดินทางและสแกนคิวอาร์โค้ดไทยชนะ  และรถขาเข้าทุกคันต้องให้ผู้โดยสารทุกคนสแกนคิวอาร์โค้ด CM - CHANA ก่อนเข้าเชียงใหม่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับทุกคนในการติดตามตัว หากพบผู้ติดเชื้อโควิดด้วย


ภาพ/ข่าว นภาพร เชียงใหม่

นราธิวาส - แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ อำเภอสุไหงโกลก ยกระดับมาตรการป้องกัน covid 19 อย่างเข้มงวด พร้อมสร้างความเชื่อมั่น ทุกขั้นตอนแก่ประชาชน

วันนี้ 16 เมษายน 2564 เวลา 11.00 น. ที่ทำการอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส พลโทเกรียงไกรศรีรักษ์แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางตรวจเยี่ยม หน่วยคัดเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ ประจำปี 2564 ของอำเภอ สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยทั้งด้านสถานที่ และความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตลอดจนเน้นย้ำการทำงานที่โปร่งใสของเจ้าหน้าที่ในการตรวจเลือกบุคคล และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มาทำหน้าที่คัดกรองบุคคล เข้ารายงานตัวเพื่อคัดเลือกทหารกองเกินประจำหน่วย ให้เป็นไปตามนโยบายของกองทัพบก และให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยทหาร สร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีชายไทยที่มีหมายเรียกตามเกณฑ์เข้ารับคัดเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการทยอยมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับหน่วยคัดเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาสนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีการคุมเข้ม ยกระดับมาตรการในการระวังป้องกันอย่างเคร่งครัด ทุกคนที่เข้ามายังหน่วยคัดเลือกจะต้องสวมหน้ากากอนามัย Check In ผ่าน App ไทยชนะทุกครั้ง ตรวจวัดอุณหภูมิ เว้นระยะห่าง และแจ้งข้อมูลการเดินทางอย่างละเอียดแก่เจ้าหน้าที่ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำสั่งคุมเข้มเข้ม และยกระดับมาตรการป้องกันโควิด 19 ในทุกขั้นตอนของการตรวจคัดเลือกทหาร โดยทำความเข้าใจชี้แจงต่อผู้ที่มาตรวจคัดเลือกให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ให้มีการแยกสถานที่ออกจากผู้มาตรวจคัดเลือกปกติ รวมถึงผู้ที่ขอยื่นผ่อนผันก็จะใช้มาตรการเดียวกัน เพื่อให้การตรวจคัดเลือกทหารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และปลอดภัยจากโควิด-19


ภาพ/ข่าว  ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาสรายงาน

พังงา - หวั่นเขาตาปูถล่ม...รัฐมนตรีท๊อปสั่งกรมทรัพฯเร่งสำรวจประเมินเสถียรภาพ “เขาตาปู” สัญลักษณ์จังหวัดพังงา

รมว.ทส. 'วราวุธ' ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา ติดตามและมอบนโยบายการปฏิบัติงาน หลังสั่งกรมธรณีเร่งสำรวจและประเมินเสถียรภาพ “เขาตาปู” แลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดพังงา

เมื่อวันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2564 ที่ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมช่ติและสิ่งแวดล้อมและคณะฯ ลงพื้นที่ติดตามและรับฟังการดำเนินงานของกรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) ในการสำรวจธรณีวิทยา ธรณีเทคนิค และประเมินเสถียรภาพบริเวณพื้นที่เขาตาปู ในเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา เพื่อประเมินเสถียรภาพและความเสี่ยงต่อการพังทลายจากการถูกกัดเซาะของน้ำทะเล โดยมีนายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยนายมนตรี เหลืองอิงคะสุต รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และเจ้าหน้าที่ รายงานผลการดำเนินงาน และมีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.พังงา นางกันตวรรณ ตันเถียร สส.พังงา ให้การต้อนรับและเข้าร่วมรับฟัง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความห่วงใยต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวเขาตาปู ซึ่งเป็นอัตลักษณ์สวยงามและโดดเด่นทางธรณีวิทยาแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีรูปร่างคล้าย "ตาปู" เป้นสัญลักษณ์ของจังหวัดพังงาเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่สำคัญของจังหวัดพังงาและของประเทศไทย หลายคนรู้จักในนามเกาะเจมส์บอน ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ปัจจุบันโครงสร้างธรณีวิทยาของเขาตาปูแห่งนี้ อาจมีเสถียรภาพที่เสี่ยงต่อการพังทลายจากหินร่วง ที่ผ่านมาพบเหตุการพังทลายปรากฏเป็นข่าวมาแล้วหลายครั้ง อาทิ บริเวณหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะทะลุ จังหวัดพังงา และปราสาทหินพันยอด จังหวัดสตูล จึงมอบหมายสั่งการให้กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บูรณาการสำรวจอย่างเร่งด่วนเพื่อหาแนวทางอนุรักษ์ต่อไป

ด้านนายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีเปิดเผยว่า กรมทรัพยากรธรณี ได้ส่งทีมปฏิบัติภารกิจ "SAVE เขาตาปู" เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการพังทลาย โดยใช้วิธีการสำรวจธรณีเทคนิค - ธรณีวิศวกรรม (การวัดรอยแตกรอยแตก คำนวณอัตราการกัดเซาะ โดยเครื่อง 3D Scanner) การสำรวจธรณีฟิสิกส์ ธรณีวิทยาโครงสร้างพื้นผิวท้องทะเล โดยเครื่องวัดคลื่นไหวสะเทือน (marine seismic) หยั่งน้ำลึก (echo sounder) และการสำรวจด้านอุทกศาสตร์ เพื่อวัดทิศทางการไหลของกระแสน้ำและความสูงคลื่น เป็นต้น

สำหรับมาตรการและแนวทางการดำเนินงานของกรมทรัพยากรธรณีเมื่อได้ข้อมูลแล้วจะวิเคราะห์หาหาแนวทางการอนุรักษ์ซึ่งอาจเป็นการเสริมความแข็งแรง เพิ่มเสถียรภาพของฐานราก โดยไม่ให้เสียทัศนียภาพ การใช้หลักเทคนิควิศวกรรมฐานราก ลดความรุนแรงของคลื่นที่จะเข้าปะทะหรือส่งผลต่อฐานราก ทั้งนี้ การดำเนินการจะเป็นแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังติดตามการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต


ภาพ/ข่าว  อโนทัย  งานดี

เชียงใหม่ - ผบช.ภ.5 เป็นประธานการ ประชุมติดตามผลการปฏิบัติงาน ระบบทางไกลผ่านจอภาพ (VDO- Conference)

ผบช.ภ.5 เป็นประธานการประชุมติดตามผลการปฏิบัติในการอำนวยความสะดวกการจราจรห้วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2564  และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ Covid19 ในพื้นที่ ภ.5

วันที่ 16 เมษายน 2564 เวลา 10.30 น.พล.ต.ท.ประจวบ  วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เป็นประธานการประชุมติดตามผลการปฏิบัติในการอำนวยความสะดวกการจราจรห้วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2564  และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ Covid19 ในพื้นที่ ภ.5

โดยมี พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.บัณฑิต  ตุงคะเศรณี  รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล  กรึงไกร  ผบก.อก.ภ.5, พล.ต.ต.สุเทพ ฐาปนวรกุล ผบก.กค.ภ.5, ผกก.ฝอ.1 – 6 บก.อก.ภ.5, ข้าราชการตำรวจ ฝอ.บก.อก.ภ.5 และ บก.สส.ภ.5 ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ภ.5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในส่วนหน่วยงานในสังกัด ภ.5 เฝ้าฟังการประชุมระบบทางไกลผ่านจอภาพ (VDO- Conference)  ณ ที่ตั้ง ของหน่วย


ภาพ/ข่าว  นภาพร เชียงใหม่

ประจวบคีรีขันธ์ - ผวจ.ประจวบฯยันเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดพอเพียง หลังยอดติดเชื้อพุ่งทะลุครึ่งพัน

วันที่ 16 เมษายน นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางไปรับฟังสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ที่ รพ.หัวหิน และตรวจสถานที่รองรับผู้ป่วยโควิดหลังพบคนติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมี นพ.นิรันดร์ จันทร์ตระกูล ผอ.รพ.หัวหิน พาเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ ที่โรงพยาบาลสนามภายในโรงเรียนพาณิชยการหัวหิน และที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล ซึ่งใช้เป็นสถานที่กักตัวผู้ป่วยโควิด

นายพัลลภ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ใน จ.ประจวบฯ ขณะนี้ยังคงพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 98 ราย ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อในการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1- 15 เมษายน 64 รวม 525 ราย ที่ อ.หัวหิน มากสุดจำนวน 385 ราย ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเป็นวัยหนุ่มสาว ซึ่งทางจังหวัดได้เข้มงวดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดด้วยการออกประกาศคำสั่งจังหวัดให้ปิดสถานที่เสี่ยง 13 ประเภทกิจการ/กิจกรรม เป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ในช่วงสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์จะมีประชาชนใน จ.ประจวบฯที่กลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวตามจังหวัดต่างๆเดินทางกลับเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อได้ ดังนั้นจึงสั่งการให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นในทุกอำเภอในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ วางแนวทางเฝ้าระวังคัดกรองประชาชนในหมู่บ้านชุมชนซึ่งเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง หากผลการตรวจปรากฏว่ามีไข้สูงตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียส ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอพื้นที่ทราบ เพื่อเข้าคัดกรอง สอบสวนโรคและพาเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ขณะที่การสั่งล็อกดาวน์จังหวัดหรือไม่ ต้องรอฟังคำสั่งจากหน่วยงานส่วนกลาง

“ขณะนี้โรงพยาบาลต่างๆในจังหวัดได้มีการเพิ่มจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 เต็มศักยภาพของแต่ละโรงพยาบาล ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดได้พิจารณาสถานที่เพื่อจัดทำโรงพยาบาลสนามและประสานผู้ประกอบการโรงแรมหลายแห่งเพื่อขอใช้เป็นสถานที่กักกันผู้ป่วยโควิด-19 เบื้องต้นมีสถานที่รองรับได้อีก 5 แห่งใน 3 อำเภอ คือ อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี และ อ.เมือง มีจำนวนเตียงเพิ่มขึ้น 456 เตียง ทำให้ขณะนี้ภาพรวมมีเตียงที่สามารถรองรับผู้ป่วยโควิดได้มากกว่า 1,000 เตียง โดยผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาลสนามหรือโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักกันจะเป็นผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยและต้องอยู่จนครบ 14 วันนับตั้งแต่วันที่ทราบผลตรวจเป็นบวก ในช่วง 3 - 4 วันที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อดูเหมือนมาก ผู้ที่มาตรวจหาเชื้อมีถึง 6,500 คน เหตุผลที่มีจำนวนมากเพราะว่าเราต้องการที่จะตรวจเชิงรุก เราได้มีการประกาศไปยังผู้ที่มีความเสี่ยง รู้ว่าตัวเองเสี่ยง เช่น ไปสถานบันเทิง ตอนแรกจากที่เราตรวจพบครั้งแรกพบว่าเขาไปสถานบันเทิงมายาผับ แต่หลังจากที่เราพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม มีการสอบสวนโรคแล้วพบว่าบางท่านก็ไม่ได้ไปแค่ที่แห่งเดียว เพราะฉะนั้นตอนนี้เราประกาศให้เกือบทุกสถานบันเทิงใน จ.ประจวบฯที่ได้ไปเที่ยวมา เพราะว่าบางครั้งผู้ที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงไม่ได้ไปเที่ยวที่เดียว วันนี้เที่ยวที่นี่ อีกวันไปเที่ยวที่อื่น เพราะฉะนั้นตอนนี้ตัวเลขจะมาก ตรงนี้ก็จะทำให้เราสามารถค้นหาผู้ที่มีเชื้อได้รวดเร็ว และก็มีดีอยู่อย่างหนึ่งที่ว่าเชื้อตอนนี้เท่าที่พบยังไม่มีผู้ที่มีอาการหนักเลย ส่วนใหญ่ก็ไม่มีอาการด้วยซ้ำ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นลักษณะของการพบการติดเชื้อในช่วงนี้ ก็ให้ความมั่นใจว่าเรายังควบคุมสถานการณ์ได้ รวมทั้งเรื่องของโรงพยาบาลสนามต่างๆ เราได้มีการเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว” นายพัลลภ กล่าว

ด้าน นพ.นิรันดร์ กล่าวว่าขณะนี้โรงพยาบาลหัวหินมีความพร้อมทุกด้าน รวมทั้งเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดมีความเพียงพอกว่า 400 เตียง ส่วนกรณีมีผู้ป่วยโควิดบางรายหลังทราบผลแล้วและทาง รพ.สั่งให้กักตัวที่บ้านก่อน เนื่องจากต้องรอขั้นตอนความพร้อมด้านเอ็กซเรย์และใช้เวลาซึ่งเจ้าหน้าที่ทำต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืนเนื่องจากมีผู้ป่วยจำนวนมาก ต้องแยกผู้ป่วยชาย-หญิง รวมทั้งความพร้อมของสถานที่จะเข้ากักตัวว่าผู้ป่วยคนไหนเหมาะสมที่จะพักที่ไหน ขณะนี้ทาง รพ.ทยอยเรียกผู้ป่วยเข้ารักษาตัวแล้ว คนไหนไม่มีรถทาง รพ.ก็จะไปรับให้ คนไหนสะดวกก็มาเองได้ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลสนาม ภายในโรงเรียนพาณิชยการหัวหิน 3 ชั้น กว่า 120 เตียงพร้อมรับผู้ป่วยแล้ว ล่าสุดผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดรักษาตัวที่ รพ.หัวหินหายสามารถกลับบ้านได้แล้ว 29 ราย และวันพรุ่งนี้น่าจะประมาณอีก 40 รายกลับบ้านได้ ต้องขออภัยในความล่าช้าเพราะมีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก


ภาพ/ข่าว นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์ / 4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

กระบี่ - ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ระลอกใหม่พุ่งไม่หยุด เพิ่มอีก6 ราย เป็น 21 ราย

ด้านผวจ.กระบี่ เตรียมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มแห่งที่2  รองรับผู้ป่วยได้ 140 เตียง ขณะที่สสจ.ประกาศ! ผู้โดยสารเรือสปีดโบ้ทภูเก็ต-กระบี่ ในรอบ15:00 น. วันที่ 5 เม.ย.64 และเกาะพีพี- กระบี่  ในรอบเวลา 15:00 น. วันที่ 7 เม.ย.64  ขอให้ไปรายงานตัว ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ด่วน 

วันที่ 16  เม.ย.64 ศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19  จังหวัดกระบี่ ได้รายงานสถานการณ์การแพร่เชื้อโควิด19 ในจังหวัดกระบี่ ระลอกใหม่  ตั้งแต่วันที่ 1-15  เม.ย.64  พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่มอีก 6 ราย จากเดิม 15 ราย รวม เป็น 21 ราย รอผลตรวจ อีก 60 ราย  ทีมสอบสวนโรคสำนักงาน สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ อยู่ระหว่างลงพื้นที่ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงมาตรวจคัดกรองหาเชื้อ  โดยในนจำนวนนี้มี 5 รายเป็นเด็กนักเรียนหญิงวัย 8- 9 ขวบ   ที่รับเชื้อจากครูสอนภาษา ต่างชาติ วัย 27  ปี  โดยไทม์ไลน์ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มที่เดินทางกลับมาจากจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง อาทิ กทม.  เชียงใหม่  ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น  และมีความเชื่อมโยงกับสถานบันเทิง

ขณะที่สำนักงานสาธารสุขจังหวัดกระบี่ ได้ออกประกาศ! ผู้โดยสารเรือสปีดโบ้ท ภูเก็ต -  กระบี่ ใน รอบ 15:00 น. วันที่ 5 เม.ย.64 และผู้โดยสารเรือสปีดโบ้ท  เกาะพีพี - กระบี่  ในรอบเวลา 15:00 น. วันที่ 7 เม.ย.64  ขอให้ไปรายงานตัว ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 ด่วน 

ด้านพันตำรวจโทหม่อมหลวงกิติบดี  ประวิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  กล่าวว่า  เนื่องจากสถานการการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ทวีความรุนแรง และเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว  ขณะที่โรงพยาบาลสนามที่แรก คืออาคารโกเมน ในพื้นที่ตำบลอ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ สามารรองรับผู้ป่วยได้เพียง  110 เตียง  คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่ ได้ทำการสำรวจโรงพยาบาลสนามแห่งที่2  ภายในค่ายกองพันทหารราบที่ 1  กรมทหารราบที่ 15  (ร.15พัน1 ) พื้นที่อำเภอคลองท่อม  จ.กระบี่  เป็นอาคารชั้นเดียว  สามารถรองรับผู้กักตัวได้จำนวน 40 คน, เกรงว่าจะไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมากได้ จึงต้องหาสถานที่ใหม่ ซึ่งเป็นอาคารกองบังคับการกองร้อยอาวุธเบาที่ 2 ในค่าย ร.15พัน1  ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่เตรียมรับทหารใหม่ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น สามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยได้ 140 เตียงโดยไม่แออัด  ทั้งมีห้องนำห้องสุขากว้างขวาง เป็นอาคารที่อยู่กลางโล่งแจ้ง แต่ทั้งนี้ทางคณะกรรมการจะได้ทำหนังสือขออนุมัติใช้จากกองทัพบกโดยเร่งด่วนแล้ว

ในขณะเดียวกันองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ได้สั่งการให้กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนำชุด ฉก.covid19 ออกพ่นยาฆ่าเชื้อในสถานที่ ราชการ ท่าเรือคลองจิหลาด โรงเรียน  สถานที่กลุ่มเสี่ยงที่มีผู้ติดเชื้อติดเชื้อ เพื่อเป็นการ สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนในจังหวัดกระบี่


ภาพ/ข่าว  ณัฏฐพงษ์  ศรีปล้อง 

ขอนแก่น - โซเชียลจวกยับชาวขอนแก่น เล่นน้ำสงกรานต์ไม่สนประกาศคำสั่งห้ามเรื่องไวรัสโควิด-19 ไร้มาตรการการป้องกันโรค วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบด่วน

เมื่อเวลา 10.00 น..วันที่ 16 เม.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพคลิปกลุ่มชายหญิงทั้งเด็กและผู้ใหญ่กว่า 10 คน เล่นสาดน้ำสงกรานต์ในหมู่บ้าน โดยโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กพร้อมคลิปวีดีโอจำนวนหลายคลิปพร้อมข้อความระบุว่า “สงกรานต์วันสุดท้าย จ๊วดจ๊าด วันรวมญาติ(แต่ไม่ครบ) ปีหน้าว่ากันใหม่ สุขกายสบายใจกันทุกคนนะคะ ปีแรกที่ได้เล่นน้ำสงกรานต์ ถูกใจหลาย สงกรานต์ปีแรกของน้องกัปตัน” ซึ่งในคลิปนั้นปรากฏเป็นภาพของวัยรุ่นทั้งชายหญิง ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่สวมใส่แมส บางรายเอาแมสไว้ที่คาง ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เต้นอยู่กลางถนน พร้อมกับสาดน้ำสงกรานต์เหมือนไม่มีประกาศคำสั่งให้งดและไม่เกรงกลัวโรคระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด

ซึ่งภายหลังผู้โพสต์มีการโพสต์ทั้งคลิปและภาพนิ่งที่เล่นน้ำสงกรานต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแชร์และแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสม และไร้จิตสำนึกของผู้โพสต์รวมทั้งคนที่เล่นน้ำสงกรานต์ในวันดังกล่าว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินคดี เพราะในขณะที่ทุกคนตระหนักถึงการป้องกันโรค แต่ยังมีคนจำนวนนี้ที่นึกถึงแต่ความสนุกความสบายของตัวเองโดยไม่สนใจว่าจะเกิดการแพร่ระยาดของโรคและขัดคำสั่งประกาศของทางเจ้าหน้าที่ที่ไม่ให้มีการเล่นสาดน้ำสงกรานต์ทุกพื้นที่

และภายหลังจากโซเชียลมีการแชร์ออกไปเป็นจำนวนมากผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบพบว่าล่าสุดโพสต์ทั้ง 2 โพสต์นั้นถูกลบออกไปแล้ว แต่จะมีหลายเพจเฟซบุ๊กในจังหวัดขอนแก่นที่เซฟภาพไว้ทันนำมาโพสต์เพื่อให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาตรวจสอบ

พังงา - “กองทัพเรือ พร้อมนักสำรวจ วิจัยจากสถาบันต่าง ๆ ร่วมสำรวจทรัพยากรในพื้นที่เกาะยาวน้อย - เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา”

เมื่อระหว่างวันที่ 3 – 11 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ซึ่งประกอบด้วย กองทัพเรือ นักสำรวจวิจัยจากสถาบันต่าง ๆ และหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมทำการสำรวจวิจัยทรัพยากรในพื้นที่เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่  อ.เกาะยาว จ.พังงา

การสำรวจทรัพยากรในพื้นที่เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ ของ อพ.สธ.และกองทัพเรือ ในครั้งนี้นั้น เป็นการสำรวจใหญ่ประจำปี โดยมีคณะนักสำรวจวิจัยจากสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศ ร่วมด้วยหน่วยงานจากกองทัพเรือ ได้แก่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ และกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ ทำการสำรวจวิจัยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติพื้นที่เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ ทั้งบนบกและในทะเล พร้อมเก็บตัวอย่างพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ต่าง ๆ เพื่อนำมาศึกษาวิจัยของแต่ละพื้นที่ และนำมาใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ตลอดจนพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์  และที่เกาะแสมสาร เพื่อให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่สนใจ ได้ศึกษาหาความรู้ถึงความอุดมสมบูร์ของพันธุ์พืช สัตว์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย

โครงการ อพ.สธ. เป็นโครงการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากร ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงมีสายพระเนตรยาวไกล ทรงให้ความสำคัญและเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปัจจุบัน โดยมีแนวทางการดำเนินงานได้แก่ การปกปักพันธุกรรมพืช การสำรวจเก็บข้อมูลพันธุกรรมพืช การปลูกรักษาพันธุกรรมพืช การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช และการสร้างจิตสำนึก เพื่อให้ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรต่าง ๆ ในประเทศไทยมีอย่างยั่งยืน

นอกจากการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่แล้ว ทางกองทัพเรือ โดยกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ได้มอบอุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์สนับสนุนการเรียน และทุนอาหารกลางวันให้กับน้อง ๆ นักเรียนโรงเรียนบ้านช่องหลาด โดยมี นาวาเอก ชวิช วงษ์รัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เป็นผู้มอบให้แก่นายอรัญ ทำนากล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านช่องหลาด  เพื่อสนับสนุนการออกกำลังกาย และร่วมปลูกจิตสำนึกให้ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ต่อไป


ภาพ/ข่าว  สมนึก เชื้อสนุก

ขอนแก่น - มข.ตั้งรพ.สนาม แห่งแรกของจังหวัด รองรับผู้ป่วยโควิด-19 สนับสนุนประเทศ ก้าวข้ามภาวะวิกฤต

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564  รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล  อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น, รศ.เพียรศักดิ์ ภักดี  รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์  ผศ.ดร.อาวุธ ยิ้มแต้  รองอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม  รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ผศ.ดร.สมพงษ์ สิทธิพรหม  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายรักษาความปลอดภัย  อาจารย์ณัฐสมล ธนกุลรังสฤษดิ์  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และบุคลากร ให้การต้อนรับ ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นพ.สมชายโชติ​ ปิยวัชร์เวลา นายแพทยสาธารณ​สุขจังหวัด​ขอนแก่น​ พร้อมด้วยคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น เดินทางเข้ามาตรวจความพร้อมหอพักที่ 26 มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 แห่งแรกของจังหวัดขอนแก่น

ดร.สมศักดิ์  จังตระกุล  กล่าวว่า  “หอพักที่ 26 ที่ใช้เป็นโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 ของจังหวัดขอนแก่น  ถือว่าเป็นโรงพยาบาลสนามที่มีความพร้อมในทุกประการ ซึ่งในหลักคิดของการจัดการผู้ป่วยโควิด-19  คือการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลผู้ป่วย บริหารทรัพยากรพื้นที่ โดยสำนึกว่าทรัพยากรต่างๆนั้นเกิดมามาจากภาษีอากรของประชาชน จึงต้องบริหารจัดการให้ดีที่สุดเพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด  วันนี้โรงพยาบาลสนามแห่งนี้จะเป็นความภาคภูมิใจของความร่วมมือในทุกภาคส่วน ในการดูแล ช่วยแบ่งเบาลดภาระโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมด  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณาจารย์ บุคลากร น้องๆ นิสิต นักศึกษา จะเข้าใจของการที่เราต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ในสังคมที่มีการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ของโรคโควิด-19  ที่สำคัญคือเราจะช่วยกันบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด สนับสนุน ในการบริหารจัดการโรคให้ลุล่วง และบรรลุวัตถุประสงค์ของทางราชการ”

ด้านรศ.นพ.ชาญชัย  พานทองวิริยะกุล  ให้ความมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นว่า  “มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีทรัพยากรที่มีความพร้อมที่จะสนับสนุนภาวะวิกฤตของประเทศ และจังหวัดขอนแก่น ประกอบกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้สั่งการให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้นำทรัพยากรมาสนับสนุนประเทศ  มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงได้ร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น สาธารณสุขจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น  ได้สนับสนุนโรงพยาบาลสนาม โดยนำหอพักที่ 26 ที่ปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จพอดียังไม่มีการจัดนักศึกษาเข้าพัก เป็นโรงพยาบาลสนามมีมาตรฐาน ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ดำเนินการตามมาตรฐานของกระทรวงให้มีความปลอดภัย มีการกำหนดพื้นที่  มีการวางระบบกำจัดของเสียต่าง ๆ เพื่อมิให้มีผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง  ขอให้นักศึกษา และบุคลากรมีความมั่นใจว่า จะไม่มีผลกระทบในด้านความเสี่ยง  ไม่ว่าจะเป็นหอพัก  หรือบุคลากร นักศึกษาที่อยู่พื้นที่อื่นๆ  ด้วยมาตรฐานดังกล่าว โรงพยาบาลสนามที่เปิดมาแล้วทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีโรงพยาบาลสนาม 3 แห่งแรก ประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ  สหรัฐอเมริกา หรือในประเทศไทยที่มีการเปิดที่จังหวัดสมุทรสาครมาแล้ว  ด้วยมาตรฐานเหล่านี้ ไม่พบว่ามีรายงานว่ามีประชาชนติดเชื้อโควิด-19 จากโรงพยาบาลสนามแห่งใดเลย  จึงมั่นใจว่าโรงพยาบาลสนามแห่งนี้จะไม่มีบุคลากร นักศึกษาได้รับผลกระทบ หรือติดโรค ขอให้มีความมั่นใจ เราจะได้ทุ่มเททรัพยากรไปสนับสนุนไปแก้ปัญหาของจังหวัดได้อย่างเต็มที่”

ส่วน รศ.นพ.สมศักดิ์  เทียมเก่า  รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนาม 1 (หอ26) กล่าวให้ความมั่นใจว่า  “สืบเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในระลอกเดือนเมษายน 2564  มีการกระจายตัวไปเป็นอย่างมาก  จำนวนผู้ป่วยในแต่ละโรงพยาบาลมีจำนวนมาก เป็นปัญหาที่หนึ่งของโรคโควิด นอกจากจะมีจำนวนผู้ป่วยโควิดมากขึ้นแล้ว  กลุ่มผู้ป่วยโรคปกติก็ยังมีอยู่  ฉะนั้น หน้าที่ของโรงพยาบาลหลัก เช่น โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์  และโรงพยาบาลชุมชน ต้องรับรักษาผู้ป่วยทุกกลุ่ม  ประกอบกับผู้ป่วยโรคโควิดจำเป็นต้องนอนรับการรักษาในโรงพยาบาลนานอย่างน้อย 14 วัน หรือมากกว่านั้น เพื่อไม่ให้มีโอกาสแพร่เชื้อ  จำนวนผู้ป่วยที่มีจำนวนสะสมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว  ทำให้ใช้จำนวนเตียงในโรงพยาบาลหลักต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก  ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคอื่น ๆ ทำให้ต้องลดการให้บริการ หรือผู้ป่วยโรคอื่น ๆ ไม่สามารถเข้ารับบริการได้  ซึ่งผู้ป่วยโรคโควิดจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่  กลุ่มที่มีอาการหนัก  ที่ต้องอยู่ในห้องความดันลบ  กลุ่มที่สอง มีอาการรุนแรงปานกลาง ต้องให้ออกซิเจน กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มซึ่งไม่มีอาการใดๆ เลย หรือมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอเล็กน้อย  ฉะนั้นโรงพยาบาลสนามจึงมีความสำคัญในการผ่องถ่ายคนไข้จากโรงพยาบาลหลักออกมาสู่โรงพยาบาลสนาม  โดยกลุ่มผู้ป่วยที่เข้าอยู่ในโรงพยาบาลสนาม จะผ่านการดูแลรักษา วินิจฉัย  การดูแลแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จนกระทั่งมีอาการดีขึ้น มีอาการปลอดภัย  จึงจะย้ายคนไข้ออกจากโรงพยาบาลหลักเข้าสู่โรงพยาบาลสนาม  เพื่อให้โรงพยาบาลหลักสามารถรับรักษาผู้ป่วยทั้งโรคโควิด และโรคอื่น ๆ ได้”

“หลักการของโรงพยาบาลสนามก็คือ  มีบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าเป็นแพทย์เฉพาะทาง แพทย์ทั่วไป พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เภสัชกร  หรือเรียกว่ายกโรงพยาบาล พร้อมทั้งมาตรฐานของโรงพยาบาลเพื่อควบคุมภาวะปลอดเชื้อต่าง ๆ หรือการกำจัดขยะ หรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ  ยกมาไว้ที่โรงพยาบาลสนามทั้งหมด ฉะนั้น ขอให้มั่นใจว่าโรงพยาบาลสนามจะมีความปลอดภัยทั้งกับผู้ป่วยเองซึ่งได้รับการรักษามาเป็นอย่างดีแล้ว และคนที่อยู่รอบข้างของโรงพยาบาลสนาม  เนื่องจากเป็นสถานที่ปิด มีการจัดทางเดินเข้าออกของรถ ผู้ป่วย ผู้มาให้บริการ เป็นทางอย่างชัดเจน จะไม่มีการเดินสวนกัน ระหว่างคนไข้ กับคนมาให้บริการ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆ  มีการกำจัดเชื้อไม่ว่าจะเป็นน้ำทิ้ง หรือขยะต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของการกำจัดขยะที่มีเชื้อโรคตามมาตรฐาน โดยความร่วมมือของสถานพยาบาล และเทศบาลเมืองขอนแก่น  โรงพยาบาลสนามมีความจำเป็นจริง ๆ ในสภาวการณ์ขณะนี้  และมีความปลอดภัยกับทุกคน และปลอดภัยกับสิ่งแวดล้อมทั้งหมด โดยจะมีบุคลากร และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตลอดเวลา เพื่อควบคุมมาตรฐานต่าง ๆ ความปลอดภัยต่าง ๆ ให้กับผู้ป่วย บุคลากร และชุมชนที่อยู่รอบโรงพยาบาลสนามด้วย”

รศ.เพียรศักดิ์ ภักดี กล่าวถึงความห่วงใยต่อนักศึกษาและบุคลากรว่า  “การใช้หอพักที่ 26 เป็นโรงพยาบาลสนามนั้น  มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีมาตรการเข้มงวด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งต่อนักศึกษาที่พักอาศัยในหอพักที่ 3 หอพักที่ 4 บุคลากร ผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่ โดยได้มีการดำเนินการกั้นพื้นที่ หอพักที่ 3-4 แยกออกจาก หอพักที่ 26 โดยใช้แผงเหล็กกั้น 2 และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอดเวลา  มีการแยกช่องทางในการนำผู้ป่วยมาโรงพยาบาลสนามกับทางเดินของนักศึกษาที่อยู่หอพักออกจากกัน โดยเปิดช่องทางด้านหลังหอพักที่ 26 เป็นการเฉพาะสำหรับผู้ป่วย  ทั้งนี้  หอพัก 3-4 ห่างจากหอพักที่ 26 เกิน 15 เมตร ซึ่งปลอดภัยกับนักศึกษาอย่างแน่นอน”

ความร่วมมือสนับสนุนด้านการสาธารณสุขใช้หอพักที่ 26  เป็นโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยโรคระบาดโควิด-19 เนื่องจาก เป็นหอพักที่แยกจากหอพักอื่น ๆ อย่างชัดเจน ตรงตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด  โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีมาตรการในด้านการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี  มีการควบคุมการเข้า-ออก  มีระบบการสื่อสารที่ดีโดยติดตั้งระบบไวไฟ (WiFi) อำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย   เพื่อให้ประชาชนได้ก้าวข้ามผ่านพ้นวิกฤตโรคระบาดโควิด-19  เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการป้องกัน และดูแลรักษาความปลอดภัย ไม่ให้เกิดผลกระทบ และความเสี่ยงต่อนิสิตนักศึกษา บุคลากร และประชาชนรอบข้าง รวมทั้งสิ่งแวดล้อม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top