Friday, 23 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

สงครามเศรษฐกิจสหรัฐฯ–อิหร่านเดือด!! ขู่โต้กลับมาตรการคว่ำบาตรสหรัฐฯ กระตุ้นจีน-รัสเซีย คัดค้านแรงกดดัน ปากีสถาน เจรจาคุมสถานการณ์ขัดแย้ง หวั่นสงครามเศรษฐกิจบานปลายเร็วนี้

อิหร่านให้คำมั่นตอบโต้กลับมาตรการคว่ำบาตรที่ขยายวงกว้างขึ้นของสหรัฐ โดยอาจใช้กำลัง หรือมุ่งโจมตีผลประโยชน์สหรัฐต่อไป พร้อมแสดงความมั่นใจว่าคู่ค้ารายสำคัญจะต่อต้านแรงกดดันจากวอชิงตัน

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน เมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.) แต่ไม่ได้ระบุถึงมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุด โดยเตือนว่าประเทศที่ยังคงทำการค้ากับอิหร่านมีความเสี่ยงถูกขับออกจากระบบการเงินที่ใช้ดอลลาร์เป็นหลัก

เบสเซนต์ปฏิเสธที่จะระบุชื่อประเทศที่อาจถูกคว่ำบาตร หรือเปิดเผยว่ามาตรการลงโทษจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด โดยกล่าวเพียงว่าเขาจะให้เวลาประเทศ/ธุรกิจเหล่านั้นดำเนินการตามมาตรการใหม่
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อบุคคล นิติบุคคล และเรือจำนวน 60 ราย แต่ในรายชื่อดังกล่าวยังไม่มีสถาบันการเงินของจีนที่ต้องสงสัยว่าอำนวยความสะดวกให้กับการค้าน้ำมันของอิหร่าน

ก่อนขุนคลังสหรัฐประกาศมาตรการดังกล่าว อิหร่านออกมาขู่ว่าอาจใช้กำลังทางทหารตอบโต้ และลดการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียเพิ่มเติมเพื่อต่อต้านมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐ
ต่อมา เมื่อเบสเซนต์ประกาศมาตรการดังกล่าว อาลี มาดานิซาเดห์ รัฐมนตรีพาณิชย์อิหร่านกล่าวว่า

อิหร่านเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่กับการคว่ำบาตรของสหรัฐแล้ว

รัฐมนตรีพาณิชย์เผยกับสื่อโทรทัศน์

"ศัตรูตั้งใจจะโจมตีเราด้วยการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ แต่เราก็มีเครื่องมือของเราเองและรู้วิธีรับมือ การป้องกันของเราไม่ใช่การตั้งรับอีกต่อไป ศัตรูควรเตรียมรอรับการโจมตีมากกว่า”

มาดานิซาเดห์บอกอีกว่า ทั้งจีนและรัสเซียต่างไม่ยอมรับมาตรการของสหรัฐ และคาดว่าประเมศอื่นๆ อาจต่อต้านมาตรการเหล่านั้นเช่นกัน

เพรสทีวี รายงานว่า พลจัตวาฮอสเซน โมเฮบบี โฆษกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ให้คำมั่นว่าจะโจมตีผลประโยชน์ที่สำคัญของสหรัฐอย่างหนัก รวมถึงจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของสหรัฐ หากโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านถูกคุกคาม

อิหร่านและสหรัฐบรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวเมื่อเดือนมิถุนายน แต่อย่างที่ทราบกันดี บันทึกความเข้าใจดังกล่าวล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว หลังทั้งสองฝ่ายกลับมาปะทะกัน และขณะนี้เข้าสู่ศึก “สงครามเศรษฐกิจ” แล้ว

ด้านกองทัพปากีสถานแถลงในวันอังคาร (25 ส.ค.) ว่า ปากีสถาน ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ได้เจรจากับเตหะรานและมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเจรจาเน้นหารือเกี่ยวกับมาตรการสำคัญหลายรายการ อาทิ การป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

โมห์ซิน นาควี รัฐมนตรีมหาดไทย ที่เดินทางไปเยือนเตหะรานพร้อมกับอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานเพื่อเจรจากับฝ่ายอิหร่าน เผยผ่าน X ว่า “ประธานาธิบดีอิหร่านได้แบ่งปันมุมมองของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา และเราได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง”

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1248941?anf=

ส.ว.เดโมเครตชี้ อิหร่านชนะสงครามแล้ว!! ซัด "D-Day" เป็นฉากบังหน้า ชี้อิหร่านชนะสงคราม ตีตราวอชิงตันล้มเหลว 12 ส.ว.จี้สอบผลกระทบทหาร

ส.ว.สหรัฐฯ ซัด “D-Day เศรษฐกิจ” แค่ฉากบังหน้า หลังสงครามอิหร่านยืดเยื้อ ขณะที่ 12 ส.ว.จี้สอบผลกระทบทหารอเมริกันหลังทำสงครามกับอิหร่านมายาวนาน

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ คริส เมอร์ฟี (Chris Murphy) จากพรรคเดโมแครต ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านระลอกใหม่ของทำเนียบขาว หรือที่เรียกว่า “D-Day” ทางเศรษฐกิจ โดยกล่าวว่าเป็นเพียง “การตกแต่งหน้าต่างอย่างสิ้นหวัง” (desperate window dressing) เพื่อกลบความล้มเหลวของวอชิงตันในสงครามกับอิหร่าน

เมอร์ฟีกล่าวว่า “อิหร่านกำลังชนะสงคราม ทรัมป์กำลังแพ้ และชาวอเมริกันกำลังจ่ายราคาที่สูงมากๆ” พร้อมชี้ว่า ก่อนสงคราม อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ แต่ขณะนี้กลับสามารถควบคุมได้แล้ว พร้อมสรุปอย่างตรงไปตรงมาว่า “สงครามโดยพื้นฐานแล้วมันจบลงไปแล้ว และน่าอับอายที่อิหร่านเป็นฝ่ายชนะ”

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ดังกล่าว แรงกดดันภายในสหรัฐฯ ยังเพิ่มขึ้น เมื่อ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ 12 คน เรียกร้องให้สภาคองเกรสเปิดการไต่สวน ถึงผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่กำลังเกิดขึ้นกับทหารอเมริกันอย่างรุนแรง จากการขยายระยะเวลาประจำการของกำลังพลบนเรือรบและฐานทัพในภูมิภาคออกไปอย่างไม่มีกำหนด

การเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีรายงานต่อเนื่องถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับกำลังพลสหรัฐฯ จากการประจำการที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะกำลังทางเรือที่ต้องอยู่ในพื้นที่เป็นเวลานานกว่ากำหนด ขณะที่วอชิงตันยังคงรักษากำลังทหารจำนวนมากไว้ในตะวันออกกลางเพื่อดำเนินสงครามและกดดันอิหร่านต่อไป

ที่มา: Al Jazeera

https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1382731970681826/?rdid=au2Kak0cmegh7OxG#

เกาหลีใต้ลังเลส่ง PAC-3 !! ยูเครนขอขีปนาวุธสกัดกั้น โซลไม่ปล่อยของหวั่นภัยเกาหลีเหนือ เซเลนสกิย้ำต้องได้อาวุธใหม่ ความขัดแย้งยังคงเพิ่มความตึงเครียด

ยูเครนขอ Patriot PAC-3 จากเกาหลีใต้ แต่โซลยัง “ยึกยัก” ห่วงของตัวเองไม่พอรับมือเกาหลีเหนือ

เกาหลีใต้แสดงท่าทีอึดอัดใจต่อคำร้องขอจากยูเครนที่ต้องการให้โซลสนับสนุน ขีปนาวุธสกัดกั้น PAC-3 สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot

เกาหลีใต้ให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องรักษาคลังขีปนาวุธของตนเองไว้ให้เพียงพอสำหรับรับมือภัยคุกคามและการยั่วยุที่อาจเกิดขึ้นจาก เกาหลีเหนือ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Chosun Ilbo ของเกาหลีใต้

ท่าทีของเก่หลีใต้ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ยูเครนกำลังต้องการขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติมอย่างมาก โดยเซเลนสกีย้ำมาตลอดว่า จะทำทุกวิถีทาง และทุกโอกาสให้การมีขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรับมือการโจมตีของรัสเซียและการผ่านฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2145833696312372&set=gm.827437620395546&idorvanity=194174770388504

รอมฎอน ปันจอร์ พุดถึง นายกฯ อนุทิน!!

นายกฯ อนุทิน ควรตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ที่จะแนะโดยด่วน คลี่คลายความจริง ป้องกันความขัดแย้งบานปลาย

รอมฎอน ปันจอร์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ที่มา : https://www.facebook.com/100075687798430/posts/1083922077474042/?rdid=qNgntxiil7gaBcP9#

คปท. ดันแก้ปัญหาฟาร์มไก่!! พี่น้องตากฟ้ามอบของขวัญพริกหน่อไม้ ร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลให้แก้ปมฟาร์มไก่ กรมควบคุมมลพิษ-กรมปศุสัตว์ร่วมสังเกตการณ์ ฟาร์มยินดีร่วมประชุมแก้ไขปัญหาร่วมกัน

นายพิชิต ไชยมงคล โพสต์ลงเฟสบุ๊ค

วันนี้ คปท.พาพี่น้องจาก อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ มายื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล เรื่องผลกระทบจากฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยทางศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ประสาน กรมควบคุมมลพิษ และ กรมปศุสัตว์ มาร่วมประชุม มีมติว่า องค์กรส่วนกลางจะลงพื้นที่ร่วมกันกับ คปท.เพื่อแก้ไขปัญหา
ชาวบ้านนำ พริก หน่อไม้ป่า น้อยหน่าฝากมาให้ คปท.
ถือเป็นของขวัญที่ถูกใจที่สุด

ทางฟาร์มเลี้ยงไก่ประสานมาว่าอยากอธิบายในส่วนของฟาร์ม ก็ยินดีครับ เพื่อให้แก้ปัญหาร่วมกันทุกฝ่ายไปพร้อมๆกัน

ที่มา : https://www.facebook.com/100002212974152/posts/27976393002017757/?rdid=48pJ2LjhiopluAwh#

ฉันดีใจที่เราแพ้สงครามกับอิหร่าน หญิงชาวอเมริกันคนหนึ่งได้กล่าว

ฉันดีใจที่เราแพ้สงครามกับอิหร่าน
อิหร่านไม่ได้วางแผนที่จะทำร้ายเราหรอก พวกเขาแค่ต่อต้านรัฐบาลโง่ๆของเราเท่านั้น
ฉันหวังว่าเราจะพ่ายแพ้อย่างยับเยิน จนสหรัฐฯไม่กล้ากระทำการที่น่าละอายเช่นนี้อีกต่อไป

หญิงชาวอเมริกันคนหนึ่ง

ที่มา : https://www.facebook.com/reel/2344894302981792

ไทยเตรียมดัน “เขาวัง” เพชรบุรี!! สู่บัญชีเบื้องต้นยูเนสโก ลุ้นขึ้นทะเบียนมรดกโลก เน้นคุณค่าทางวัฒนธรรม มีชุมชนร่วมอนุรักษ์อย่างใกล้ชิด

ประเทศไทยกำลังเตรียมเสนอชื่อ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี หรือที่รู้จักกันในชื่อ เขาวัง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก

พระนครคีรีสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2402 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 กลุ่มพระราชวังบนยอดเขาแห่งนี้ถือเป็นพระราชวังบนภูเขาแห่งแรกของไทยที่เป็นที่รู้จัก โดยตั้งอยู่ครอบคลุมยอดเขา 3 ยอด มองเห็นทิวทัศน์เมืองเพชรบุรี

ขณะนี้ กรมศิลปากรกำลังศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ และเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นของไทยต่อยูเนสโก โดยมีประเด็นสำคัญที่ใช้พิจารณา ได้แก่ คุณค่าทางวัฒนธรรม คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่

ที่มา : https://www.facebook.com/100083385874935/posts/1060972830025570/?rdid=oTYel1aBq6V4IUQT#

ปตท.จับมือไทยพาณิชย์!! ยุทธศาสตร์บริหารเงินทุน มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์ฯ สัญญายาว 25 ปี สูงสุดในไทย หนุนตลาดการเงินเติบโตยั่งยืน

ปตท. - ไทยพาณิชย์ ฉลองความสำเร็จ USD/THB Cross Currency Swap มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุสัญญา 25 ปี สูงสุดขององค์กรไทย ยกระดับมาตรฐานตลาดการเงินอย่างยั่งยืน

เมื่อเร็วๆ นี้ - นางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) (ที่ 3 จากขวา) และ นายธนพจน์ ภาคสุวรรณ Chief Corporate and Institutional Banking Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) (ที่ 3 จากซ้าย) จับมือทำธุรกรรม USD/THB Cross Currency Swap เพื่อแปลงหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหนี้สกุลบาท มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุสัญญา 25 ปี ซึ่งถือเป็นธุรกรรม Cross Currency Swap ที่มีอายุสัญญายาวนานที่สุดขององค์กรไทย

โดยโครงสร้างธุรกรรมดังกล่าวออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร ผ่านการนำเครื่องมือทางการเงินประเภทอนุพันธ์ (Derivatives) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือระหว่างสององค์กรชั้นนำของประเทศ เนื่องในวาระครบรอบ 48 ปีของ ปตท. เพื่อร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาตลาดการเงินไทยให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน

สหรัฐฯ เก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่!! กระทรวงความมั่นคงเสนอเก็บ 1.03 แสนดอลลาร์ เพื่อชดเชยต้นทุนบริหารระบบเข้าเมือง รายได้ปีละกว่า 8.8 พันล้านดอลลาร์ กระทบภาคเทคโนโลยีและการเงินใหญ่หลวง

วอชิงตัน, 25 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.) กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ได้เสนอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าเอช-1บี (H-1B) อยู่ที่ 1.03 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.37 ล้านบาท) ต่อคน ซึ่งเป็นการเดินหน้าผลักดันแผนเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าหลังศาลสหรัฐฯ ได้สั่งยกเลิกการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.26 ล้านบาท) ที่มีเสนอก่อนหน้านี้

กระทรวงฯ ระบุว่า ค่าธรรมเนียมที่เสนอใหม่นี้จะช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายบางส่วนของรัฐบาลกลางในการบริหารจัดการระบบการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย ครอบคลุมทั้งต้นทุนในกระบวนการพิจารณาและตัดสินคำร้อง รวมถึงบริการด้านการแปลงสัญชาติ โดยกระทรวงฯ ประเมินว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะสร้างรายได้ราว 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.87 แสนล้านบาท) ต่อปี เมื่ออิงจากจำนวนผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าเอช-1บี ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 85,000 คนต่อปี

อย่างไรก็ดี ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมดังกล่าวจะไม่ใช้กับคำร้องขอวีซ่าเอช-1บี ที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบโควตา เช่น คำร้องที่ยื่นโดยองค์กรวิจัยไม่แสวงหากำไรบางแห่ง องค์กรวิจัยของรัฐบาล และสถาบันอุดมศึกษา
ทั้งนี้ ทางการจะเปิดรับความเห็นจากสาธารณชนเป็นเวลา 30 วันก่อนข้อเสนอดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ โดยเดอะ วอลล์สตรีต เจอร์นัลรายงานว่าหากข้อเสนอใหม่นี้ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้าย ภาคเทคโนโลยีและภาคการเงินจะต้องแบกรับภาระเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นภาคส่วนที่พึ่งพาวีซ่าเอช-1บีเพื่อจ้างงานบัณฑิตต่างชาติที่มีความสามารถจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ

ที่มา : Xinhua

กองทัพลัตเวียซ้อมรบ!! กำลังพล 12,000 นายเข้าร่วม รวมกำลัง NATO หลายชาติร่วมฝึก ฝึกซ้อมทั่วประเทศ 2 ก.ย.- 8 ต.ค. เน้นบินโดรน ฝึกยิงกระสุนจริง

มอสโก (สปุตนิก) — การซ้อมรบครั้งต่อไปของกองทัพลัตเวียและกำลังทหาร NATO ภายใต้ชื่อ “Namejs 2026” ซึ่งจะมีกำลังพลเข้าร่วมราว 12,000 นาย จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 กันยายน ถึง 8 ตุลาคม ทั่วประเทศลัตเวีย ตามรายงานของสำนักข่าวออนไลน์เมื่อวันจันทร์

รายงานระบุว่า จะมีทหารและอาสาสมัครกองกำลังพิทักษ์ชาติของลัตเวียเข้าร่วมประมาณ 12,000 นาย รวมถึงตัวแทนจากแคนาดา สหรัฐอเมริกา เอสโตเนีย ลิทัวเนีย และประเทศสมาชิก NATO อื่น ๆ

สื่อรายงานว่า ในพื้นที่ภาคตะวันออกของลัตเวีย คาดว่าจะมีการบินของโดรนเพิ่มขึ้นระหว่างการซ้อมรบ รวมถึงบริเวณใกล้ชายแดน นอกจากนี้ ยุทโธปกรณ์และกำลังพลทางทหารจะมีการเคลื่อนย้ายทั่วประเทศลัตเวีย และอาจมีเที่ยวบินของอากาศยานทหารในน่านฟ้า รวมถึงการบินในระดับต่ำ ตลอดจนการฝึกยิงกระสุนจริงในสนามฝึกต่าง ๆ ด้วย

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top