Friday, 30 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘จีโน่’ อาฒยา ฐิติกุล: ผู้เขียนตำนานบทใหม่ให้วงการกอล์ฟไทย ผงาดมือ 1 ของโลก

หากจะพูดถึงนักกีฬาที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยมากที่สุดในปี 2568 คงปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของ “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล ยอดนักกอล์ฟสาวขวัญใจชาวไทย คือชื่อที่ถูกจารึกไว้บนจุดสูงสุดของวงการกีฬาโลก ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม THE STATES TIMES ขอยกย่องให้เธอเป็น “นักกีฬาแห่งปี 2568”

 ก้าวสู่จุดสูงสุด: หมายเลข 1 ของโลกอย่างสง่างาม

ในปี 2568 “โปรจีโน่” ได้แสดงให้เห็นถึงทักษะและความมุ่งมั่นอันแรงกล้าในการลงชิงชัยบนเวที LPGA Tour เธอสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและคว้าแชมป์รายการสำคัญได้หลายรายการ ส่งผลให้คะแนนสะสมอันดับโลกพุ่งทะยานจนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง มือ 1 ของโลก (World No. 1) อีกครั้งอย่างเต็มภาคภูมิ การขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จส่วนตัว แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านักกีฬาจากประเทศไทยมีศักยภาพที่เหนือชั้นในระดับสากล

 ราชินีเงินรางวัล: ทำเงินสูงสุดประวัติศาสตร์

นอกจากอันดับโลกที่เป็นอันดับหนึ่งแล้ว ในปี 2568 อาฒยายังสร้างสถิติเป็นนักกอล์ฟหญิงที่ทำ เงินรางวัลสะสมสูงสุด (Official Money List) ของทัวร์อีกด้วย จากการคว้าชัยชนะในรายการระดับเมเจอร์และการติดอันดับ Top 10 ในเกือบทุกรายการที่ลงแข่งขัน ทำให้เธอกลายเป็นนักกีฬาที่ทำรายได้สูงที่สุดใน สะท้อนถึงคุณภาพการเล่นที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและความกดดันที่เธอสามารถก้าวข้ามมาได้ในทุกหลุมของการแข่งขัน

3 มกราคม 2458 จุดเริ่ม “มหาวิทยาลัยของชาวสยาม” รัชกาลที่ 6 ทรงวางศิลาฤกษ์ “โรงเรียนข้าราชการพลเรือน” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ‘จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย’ ในปัจจุบัน

(3 ม.ค. 58) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงวางศิลาฤกษ์พระฤกษ์โรงเรียนข้าราชการพลเรือนที่ปทุมวัน

ซึ่งต่อมาคือมหาวิทยาลัยสมัยใหม่แห่งแรกของไทย

 

พิธีจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติโดยมีการตั้งกองทหารมหาดเล็กกองเกียรติยศ

และเสียงแตรวงบรรเลงสรรเสริญพระบารมีรับเสด็จ

พระองค์ทรงเผยว่า "รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริจะตั้งมหาวิทยาลัยของชาวสยาม

และผมถือว่าการสร้างสถาบันนี้เป็นภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ"

 

โรงเรียนข้าราชการพลเรือนซึ่งเริ่มจากโรงเรียนมหาดเล็ก

ถูกพัฒนาสู่การเป็นแหล่งผลิตบุคลากรที่มีความรู้และคุณธรรมสำหรับรัฐ

และพื้นที่ปทุมวันกลายเป็นเมืองมหาวิทยาลัยกลางกรุง

 

วันที่ 26 มี.ค. 2460 สถาบันนี้ได้รับการยกระดับเป็นเป็น

'จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย' ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยสมัยใหม่

การวางศิลาฤกษ์เมื่อ 3 ม.ค. จึงเป็นรากฐานสำคัญสู่การพัฒนาประเทศผ่านการสร้างคน

ที่มา : https://www.cuartculture.chula.ac.th/news/6098/

พลโท บุญสิน พาดกลาง: นักรบแห่งปี 2568 ผู้ยืนหยัดปกป้องอธิปไตยเหนือสมรภูมิ

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนที่ปะทุขึ้นในปีพุทธศักราช 2568 ชื่อของ พลโท บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับการจารึกในฐานะสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความเด็ดขาด THE STATES TIMES จึงขอยกย่องให้ท่านเป็น "นักรบแห่งปี 2568" ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของท่านในการกุมบังเหียนกองทัพไทยฝ่าฟันวิกฤตความมั่นคงที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย

 ผู้นำในสมรภูมิแห่งความขัดแย้ง

ปี 2568 คือปีที่กองทัพไทยต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา พลโท บุญสิน ในฐานะแม่ทัพและนักยุทธศาสตร์คนสำคัญ ได้แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการบัญชาการรบที่ผสมผสานทั้งความเข้มแข็งทางการทหารและการบริหารจัดการขวัญกำลังใจของกำลังพล ท่ามกลางเหตุการณ์การปะทะที่ดุเดือดในระลอกเดือนกรกฎาคมและธันวาคมที่ผ่านมา

 วีรกรรมและการเสียสละเพื่อมาตุภูมิ

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ท่านได้รับการยกย่องเป็นนักรบแห่งปี คือการยืนหยัดเคียงข้างทหารหาญในพื้นที่อันตราย โดยเฉพาะการจัดการปัญหาหลังเหตุการณ์ลอบวางทุ่นระเบิดที่ทำให้ทหารไทยต้องสูญเสียอวัยวะ และการเป็นผู้นำในการสดุดีและดูแลครอบครัวของวีรชนที่พลีชีพเพื่อแผ่นดิน ท่านไม่ได้เพียงแต่บัญชาการจากส่วนหลัง แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ทำให้กองทัพยังคงความสง่างามและรักษาอธิปไตยของชาติไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

 เกียรติยศสูงสุดสืบสานพระราชปณิธาน

แม้ภารกิจในตำแหน่งหน้าที่ทางกองทัพจะสิ้นสุดลงตามวาระเกษียณอายุราชการ แต่เส้นทางแห่งการรับใช้ชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ของ พลเอก บุญสิน พาดกลาง ยังคงดำเนินต่อไปอย่างสง่างาม ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่ออดีตแม่ทัพผู้นี้

อนุทิน ชาญวีรกูล: ผู้นำแห่งปี 2568 ผู้ประคองนาวาไทยฝ่ามรสุมอธิปไตยและภัยพิบัติ

หากจะกล่าวถึงบุคคลที่เป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์สำคัญในประเทศไทยตลอดปีพุทธศักราช 2568 คงปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล คือชื่อที่ปรากฏเด่นชัดที่สุดในฐานะผู้นำที่ก้าวขึ้นมาแบกรับภารกิจของชาติในห้วงเวลาที่วิกฤตที่สุด ทั้งในด้านความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และความผันผวนทางการเมือง จนได้รับการยกย่องให้เป็น “ผู้นำแห่งปี”

1. ผู้นำภาวะวิกฤต: ผู้พิทักษ์อธิปไตยและวีรชน

บททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนายอนุทินคือเหตุการณ์ สมรภูมิไทย-กัมพูชา ที่ปะทุขึ้นถึง 2 ระลอก ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เขาได้แสดงความเด็ดขาดในการปกป้องดินแดนไทย จุดยืนที่ชัดเจน: ประกาศกร้าวว่า "อธิปไตยไทยต่อรองไม่ได้" หลังเกิดเหตุปะทะรอบ 2
 การดูแลขวัญกำลังใจ: การบริหารจัดการและสดุดีวีรชนทหารกล้า 42 นายที่พลีชีพเพื่อชาติอย่างสมเกียรติ ทำให้เขาวัดใจคนไทยและกองทัพได้สำเร็จ จนกลายเป็นผู้นำที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดในมิติความมั่นคง

 2. มือบริหารภัยพิบัติ: "ถึงที่เกิดเหตุ ถึงใจประชาชน"

ปลายปี 2568 ไทยเผชิญภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ มหาอุทกภัยภาคใต้ในเดือนพฤศจิกายน นายอนุทินได้พิสูจน์ให้เห็นถึงสไตล์การทำงานแบบ "ลงพื้นที่จริง" ด้วยการลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง พร้อมสั่งการเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว ทำให้ภาพลักษณ์ "รัฐมนตรีสายลุย" ยกระดับสู่ "นายกฯ ของประชาชน"

 3. การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างมีวุฒิภาวะ
การยุบสภาด้วยความกล้าหาญ: การตัดสินใจยุบสภาในเดือนธันวาคม 2568 เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกอนาคตใหม่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือการแสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตยและลดอุณหภูมิความขัดแย้งในสภา
 

บุคคลแห่งปี 2568 ในมุมมอง THE STATES TIMES

บทสรุปแห่งปี 2568 (2025) ที่ผ่านมา คือการรวบรวมเรื่องราวของกลุ่มคนผู้ทรงอิทธิพลที่สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวก รวมถึงบุคคลที่โดดเด่นที่สุดในรอบปีในด้านต่าง ๆ ในห้วงเวลาที่ถือได้ว่า เป็นปีแห่งความยากลำบากและสาหัสยิ่งในแทบจะทุกมิติสำหรับประเทศไทย

สะพานแห่งสายสัมพันธ์: ในหลวง-ราชินี เสด็จฯ เปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บริคำไซ)

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 กลายเป็นวันประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิด สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บริคำไซ) ท่ามกลางบรรยากาศอันปีติยินดีของพสกนิกรทั้งสองฝั่งโขง

 สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและอธิปไตยทางเศรษฐกิจ

พิธีเปิดในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้นำระดับสูงของ สปป.ลาว เข้าร่วมถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ ณ บริเวณจุดกึ่งกลางสะพาน ซึ่งทอดข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมระหว่างอำเภอเมืองจังหวัดบึงกาฬ และเมืองปากซัน แขวงบริคำไซ การเสด็จฯ เปิดสะพานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงภารกิจทางการทูต แต่คือการวางรากฐานทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

 จุดเด่นและความสำคัญของสะพานแห่งที่ 5

สะพานแห่งนี้ถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของไทยและลาวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีจุดมุ่งหมายหลักในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ดังนี้:

 ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก: เป็นเส้นทางลัดที่สำคัญในการขนส่งสินค้าจากไทยผ่านลาวไปยังเวียดนามและจีนตอนใต้
 การยกระดับจังหวัดที่ 77: ช่วยผลักดันจังหวัดบึงกาฬให้กลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และจุดผ่านแดนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอีสานตอนบน
 การท่องเที่ยวข้ามพรมแดน: เปิดประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ ส่งเสริมรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น

คืนอำนาจสู่ประชาชน! ย้อนรอยเส้นทาง ‘อนุทิน’ ชิงยุบสภา ตัดหน้าซักฟอก ปูทางเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาฯ 69

ภายหลังจากที่สถานการณ์การเมืองไทยก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ในปี 2569 บรรยากาศการเมืองยังคงร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง ทั่วทั้งประเทศกำลังจับตามองก้าวต่อไปของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินใจประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 ไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อคืนอำนาจให้พี่น้องประชาชนได้ตัดสินอนาคตประเทศอีกครั้ง

 ชนวนเหตุสะบั้นรัก: เมื่อ "ดีลพิเศษ" ถึงทางตัน

จุดเริ่มต้นของการประกาศยุบสภาครั้งนี้ มาจากข้อตกลงประวัติศาสตร์ระหว่าง พรรคภูมิใจไทย และ พรรคประชาชน เมื่อเดือนกันยายน 2568 หลังจากที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยนายอนุทินได้รับเสียงสนับสนุนให้ขึ้นดำรงตำแหน่งภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ "ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน" เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งพุ่งถึงขีดสุดในช่วงต้นเดือนธันวาคม เมื่อเกิดความเห็นต่างอย่างรุนแรงในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องอำนาจ สว. จนนำไปสู่เหตุการณ์สภาล่มซ้ำซาก และพรรคประชาชนเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้นายอนุทินตัดสินใจประกาศยุบสภาทันทีเพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง

พลิกหน้าประวัติศาสตร์! ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ เปิดซีเกมส์ 2025 อย่างยิ่งใหญ่ ชูคอนเซปต์ “We Are One” สานสัมพันธ์อาเซียน

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร กลายเป็นจุดศูนย์กลางแห่งความภาคภูมิใจของชาวไทยและภูมิภาคอาเซียน เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศสุดตระการตาที่ผสมผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมไทยได้อย่างลงตัว

 ความสง่างามแห่งราชวงศ์ไทยในฐานะ “ราชินีนักกีฬา”

ไฮไลต์สำคัญที่สร้างความปลาบปลื้มใจแก่พสกนิกรคือการที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระดำเนินร่วมกับขบวนนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าสู่สนาม ในฐานะทรงเป็นหนึ่งในนักกีฬาตัวแทนทีมชาติไทยที่จะลงแข่งขันในประเภทกีฬาเรือใบ (Keelboat SSL47) ซึ่งนับเป็นภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถและจิตวิญญาณนักกีฬาที่ทรงร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพสกนิกรและเพื่อนนักกีฬาจากทั้ง 11 ประเทศ

ในพิธีเปิด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยทรงอวยพรให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกคนประสบความสำเร็จภายใต้มิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาติสมาชิกอาเซียนให้แน่นแฟ้นสืบไป

2 มกราคม 2488 ระเบิดสะเทือนสะพานพระราม 6 วันที่สงครามโลกบินมาลงกลางเจ้าพระยา ระเบิดจากเครื่องบิน สะพานรถไฟสายใต้ถูกลอบโจมตี ทำลายเส้นเลือดยุทธศาสตร์ญี่ปุ่น

(2 ม.ค. 88) เช้าวันที่ 2 มกราคม 2488 สะพานพระราม 6 ในกรุงเทพฯ ถูกทิ้งระเบิดโดยเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตร ท่ามกลางสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสะพานแห่งนี้ไม่ใช่เพียงโครงเหล็กข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เป็นเส้นเลือดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟสายใต้ของไทยไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างและการเดินรถไฟสายใต้ต้องหยุดชะงัก

ฝ่ายสัมพันธมิตรมองประเทศไทยไม่ใช่ประเทศกลางทาง แต่เป็นฐานลำเลียงสำคัญของกองทัพญี่ปุ่นในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงวางแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ลำเลียงทหารและเสบียง โดยสะพานพระราม 6 กลายเป็นเป้าหมายที่ห้ามพลาดเพื่อทำลายเส้นทางลำเลียงนี้

ตามข้อมูลและภาพรวม เหตุการณ์นั้นทำให้การลำเลียงทหารและยุทธปัจจัยของญี่ปุ่นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกันนั้นยังเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนกรุงเทพฯรับรู้และสัมผัสสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างแท้จริง ด้วยเสียงระเบิดและความเสียหายรอบบริเวณสะพาน พร้อมมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

หลังสงครามสิ้นสุด สะพานพระราม 6 ได้รับการซ่อมแซมและกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่ความทรงจำวันที่ 2 มกราคม 2488 ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจว่ากรุงเทพฯ เคยเป็นสมรภูมิในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสะพานเหล็กแห่งนี้คือพยานเงียบที่ยืนยันถึงบทบาทสำคัญของเมืองหลวงในเหตุการณ์ระดับโลกนี้

"เวลารถไฟวิ่งข้ามสะพาน หรือรถยนต์ลอดใต้โครงเหล็กนี้ ลองหยุดคิดสักครู่ คุณอาจได้ยินเสียงในอดีตที่สะท้อนถึงสงครามและความเปลี่ยนแปลงของเมือง" ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นบทเรียนประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตในเมืองหลวงของเรา

ที่มา : https://url-shortener.me/5PWP

วิกฤตจมบาดาล: มหาอุทกภัยภาคใต้ 2568 บททดสอบความแกร่งของหาดใหญ่และหัวใจคนใต้

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ถูกจารึกไว้ในฐานะวันเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของภาคใต้ เมื่อมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้แผ่ปกคลุมอ่าวไทย ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องแบบไม่ลืมหูลืมตาติดต่อกันหลายวัน จนกลายเป็น "มหาอุทกภัย" ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาลในหลายจังหวัด

จุดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะรับน้ำจากเทือกเขาบรรทัดและเขาคอหงส์ ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมย่านธุรกิจสำคัญอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันแรกๆ ระดับน้ำในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนท่วมมิดชั้นหนึ่งของอาคารบ้านเรือน ย่านการค้าชื่อดังอย่างตลาดกิมหยงและถนนเสน่หานุสรณ์ต้องจมอยู่ใต้บาดาล การสัญจรทุกชนิดถูกตัดขาด และประชาชนนับหมื่นคนต้องติดอยู่ในอาคารโดยขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม

 ความสูญเสียและผลกระทบที่ประเมินค่าไม่ได้รายงานสรุปความเสียหายเบื้องต้นระบุว่า พบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมและดินโคลนจำนวนมาก ขณะที่มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจพุ่งทะยานหลายหมื่นล้านบาท ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจการค้าหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิงในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสิ้นปี นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนนเลียบชายแดนและสะพานหลายจุดถูกกระแสน้ำพัดพังทลาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top