Tuesday, 8 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

เชียงรายเปิดปฏิบัติการ 'เชียงรายฟ้าใส' เพื่อจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ พร้อมออกตรวจ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามนโยบายของรัฐบาล จับคาราโอเกะค้ากาม พบเด็กอายุ 13 ปี

จังหวัดเชียงรายได้รับเรื่องร้องเรียนจาก องค์กรเอกชนด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ว่าสถานประกอบการร้านลาภ คาราโอเกะ ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย มีพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายในเรื่องการตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด และยินยอมให้แสวงหาประโยชน์ทางเพศกับพนักงานของตนซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปี อันเข้าข่ายเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 เวลา 22.30 น. นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จึงได้สั่งการให้นายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1  และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1ร่วมกับ นายศัพทนา อินต๊ะ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองเชียงราย รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองเชียงราย ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย และ ตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เข้าตรวจสอบ โดยได้มีการสืบสวนและตรวจสอบข้อมูลแล้วน่าเชื่อว่ามีการกระทำความผิดจริง จึงได้ทำการวางแผนและเข้าจับกุมโดยวิธีล่อซื้อบริการทางเพศกับเหยื่อเป้าหมาย 

ต่อมาเวลาประมาณ 22.20 น. สายลับได้ทำการล่อซื้อ จำนวน 2 ราย และพาเหยื่อเป้าหมายมาที่โรงแรมฯ เมื่อรวบรวมหลักฐานจนเชื่อว่าครบองค์ประกอบความผิดแล้ว ทางชุดจับกุมได้เข้าทำการช่วยเหลือเหยื่อที่คาดว่าเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้สำเร็จจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเหยื่อ 1 รายมีอายุเพียง 16 ปี และต่อเนื่องในเวลาเดียวกัน ชุดจับกุมได้เข้าตรวจสอบภายในร้านดังกล่าว พบหญิงให้บริการเพิ่มเติมอีก 5 ราย ดื่มกินกับลูกค้าด้วยความสนุกสนาน และ ได้ขอตรวจสอบ พบหญิงให้บริการอายุต่ำกว่า 18 ปี อีก 2 คน ซึ่งมีอายุ 16 ปี 1 คน และพบเด็กอายุ 13 ปี 1 คน ให้บริการกับแขกภายในร้าน และได้ควบคุมผู้ต้องหาได้ 2 คน ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันตั้งร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร

หรือน่าจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการกระทำความผิด, ร่วมกันบังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็ก แสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะ ลามกอนาจาร ไม่ว่าว่าจะเป็นไปเพื่อได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด, ร่วมกันเป็นนายจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18ปี เป็นลูกจ้าง โดยไม่แจ้งการจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงานใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน, ร่วมกันเป็นนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลา 22.00-06.00 น. โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมเป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งคนใดเพื่อให้บุคคลนั้นทำการค้าประเวณี ทั้งนี้สำหรับข้อหาค้ามนุษย์ อยู่ระหว่างการสอบสวนพนักงานบริการจำนวน 7 คน โดยทีมสหวิชาชีพต่อไป 

เชียงใหม่-รมว.ยุติธรรม แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ยึดของกลางยาบ้า 5 ล้านเม็ด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผนึกกำลังฝ่ายตำรวจ ทหาร ปกครอง และ ป.ป.ส. แถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ต้องหา 3 คนพร้อมของกลางยาบ้า 5 ล้านเม็ด ณ อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 เวลา 11.00 น.พ.ต.อ.ทวี  สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.อ.วิชาญ  สุขสง ที่ปรึกษา รมว.ยธ.,นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ที่ปรึกษา รมว.ยธ., นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วย รมว.ยธ. ,นายนิรัตน์  พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่, พล.ต.ท.ภาณุรัตน์  หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.เลขาธิการ ป.ป.ส., นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ ผอ.ป.ป.ส., พล.ต.ต.กฤตธาพล  ยี่สาคร รรท.ผบช.ภ.5 ,พล.ท.นฤทธิ์  ถาวรวงษ์  มทน.3/ผอ.ศอ.ปส.ชน., พล.ท.เสนีย์  ศรีหิรัญ  ผทค.พิเศษ ทบ.,พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์  รรท.รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รองผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.วีรชน  บุญทวี รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล  กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รรท.รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.ดุลเดชา  อาชวะสมิตระกูล รรท.รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.ธวัชชัย  พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่,พล.ต.ต.วรพงศ์  คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , พ.อ.อัศพงษ์ นิลพันธ์ เสธ.ศอ.ปส.ชน.,พ.อ.กิดากร จันทรา รอง ผบ.กกล.ผาเมือง ,พ.อ.เกียรติอุดม นาดี รอง เสธ.กกล.ผาเมือง  และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 2 คนพร้อมของกลางยาบ้า 5 ล้านเม็ด ณ อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ 

พฤติการณ์ของคดีดังนี้ ก่อนเกิดเหตุ พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 ได้บูรณาการประสานการปฏิบัติด้านข้อมูลข่าวสารยาเสพติดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จนทราบว่าจะมีกลุ่มขบวนการลับลอบค้ายาเสพติดทำการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนไปส่งให้กับกลุ่มขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่ตอนในของประเทศ จึงสั่งการให้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนออกทำการสืบสวนติดตามจับกุม ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจกลุ่มขบวนดังกล่าว ใช้รถยนต์กระบะ ทะเบียน ยค 8*** เชียงใหม่ ในการขนลำเลียงยาเสพติด และใช้รถยนต์กระบะทะเบียน ผอ 4*** เชียงใหม่ ในการนำทางตรวจสอบความปลอดภัยในเส้นทางลำเลียงยาเสพติด จึงได้ประสานกับศูนย์ควบคุมและสั่งการการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 ตรวจสอบและวิเคราะห์เส้นทาง พร้อมทั้งดำเนินการประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่เข้าร่วมดำเนินการตรวจสอบข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งวันที่ 31 ตุลาคม 2566 พบรถยนต์กระบะ ทะเบียน ยค 8*** เชียงใหม่ ขับผ่านในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง - อ.แม่จัน จว.เชียงราย - อ.แม่อาย จว.เชียงใหม่ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น 

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ  โดยตั้งเป้ากวาดล้างยาเสดติดให้ลดน้อยลงและหมดไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย รักษา ดูแล และส่งคืนเขากลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปเสพ จนถึงการตรวจยึดยาเสพติดและยึดทรัพย์  ซึ่งหากทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันจะเป็นจุดเริ่มต้นในการขจัดปัญหานี้ออกไปจากสังคมไทย  

พร้อมย้ำทุกหน่วยงานต้องร่วมมือบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง  ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่และท้าทายอย่างมาก  หากทำได้สำเร็จจะสามารถลดความเดือดร้อนของประชาชนได้  เช่นเดียวกับการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้ ที่มีของกลางยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด  ซึ่งหากปล่อยให้หลุดรอดไปได้  จะส่งผลเสียหายกระทบตามมาเป็นวงกว้างอย่างแน่นอน  จึงขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันสกัดจับเครือข่ายครั้งนี้ได้

ด้าน พลตำรวจตรี กฤตธาพล ยี่สาคร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 เปิดเผยถึงการจับกุมในคดีนี้ ว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 พบว่ารถยนต์คันดังกล่าว ขับผ่านพื้นที่ อ.ไชยปราการ, อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ โดยมีรถยนต์กระบะ ทะเบียน ผอ 4*** เชียงใหม่ ขับขี่ในลักษณะนำหน้ามาโดยตลอด โดยรถยนต์ทั้ง 2 คัน มุ่งหน้าเข้าสู่  อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ออกทำการตรวจสอบตามเส้นทางที่คาดว่ารถยนต์ทั้ง 2 คันจะขับผ่าน จนกระทั่งเวลา 04.30 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพบรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ยค 8*** เชียงใหม่ จอดอยู่บริเวณถนนเลียบลำน้ำปิง ใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติ ถนนป่าตัน ต.ป่าตัน อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ โดยในกระบะหลังมีลักษณะเป็นโครงเหล็กเสริมและใช้ผ้าใบคลุม ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้รับแจ้งว่ามีการลำเลียงยาเสพติด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เรียกให้หยุดรถและได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ 

และได้ทำการตรวจสอบรถยนต์กระบะคันดังกล่าว พบนายณัฐพล สงวนนามสกุล ภูมิลำเนา อ.ฝาง จว.เชียงใหม่ เป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สอบถาม  นายณัฐพลฯ โดย นายณัฐพลฯ ได้ให้การยอมรับว่า ตนได้ลำเลียงยาเสพติดจริง จากนั้นจึงได้ขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวนประมาณ 5,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณหลัง รถยนต์กระบะ และในเวลาต่อมาไม่นาน ได้พบรถยนต์กระบะ ทะเบียน ผอ 4*** เชียงใหม่ ขับเข้ามายังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นรถนำสำรวจเส้นทางในการลำเลียงยาเสพติด 

จึงได้เรียกให้หยุดรถ และได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอทำการตรวจค้น พบในรถยนต์กระบะคันดังกล่าวมี นายธนภัทร สงวนนามสกุล ภูมิลำเนา อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ เป็นผู้ขับขี่ และนายประสิทธิ์ สงวนนามสกุล ภูมิลำเนา อ.ฝาง จว.เชียงใหม่ เป็นผู้โดยสารมาด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจค้นตัว  ผลปรากฏไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด โดยทั้งสองได้ให้การยอมรับสารภาพว่า ทั้งสองเป็นผู้ขับขี่รถยนต์นำทางให้กับนายณัฐพลฯเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยในเส้นทาง จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพงส.สภ.ช้างเผือก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้กำหนด Kick Off การแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล 2 เรื่อง ประกอบด้วย การพิจารณาใช้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 5 (10) ในการกำหนดพื้นที่พิเศษ และโครงสร้างเฉพาะ เพื่อดำเนินการในพื้นที่ที่มีปัญหาการนำเข้ายาเสพติดรุนแรง ใน 15 อำเภอ ของ 3 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย และนครพนม

โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือที่ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ ซึ่งคิดเป็น 57 เปอร์เซ็นต์ ของการนำเข้าทั้งหมดในห้วงปี 2565 ที่ผ่านมา  ซึ่งหากเราสามารถสร้างแนวทางสกัดกั้นที่เข้มแข็งตรงจุดเหล่านี้ได้ จะช่วยลดปริมาณยาเสพติดที่นำเข้าสู่ประเทศไทยได้จำนวนมาก  ขณะเดียวกันจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการ Quick Win ในการนำผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการสำรวจกว่า 32,000 คน เข้ารับการบำบัดรักษา เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ชุมชน และขอฝากประชาชนทุกคนร่วมกันเป็นหูเป็นตา ดูแลครอบครัว คนใกล้ชิด ชุมชน หากพบเห็นเบาะแสยาเสพติดสามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. 1386

ผบ.ตร.จัดสภากาแฟหารือผู้บริหาร ตร. พร้อมด้วย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และอดีตผู้บังคับบัญชา ขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อดูแลตำรวจและประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพ ทั้งหารือแก้ไขคำสั่งระเบียบพนักงานสอบสวน ให้ทำงานคล่องตัวมีประสิทธิภาพ

วันนี้ (7 พ.ย.66) เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. , พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ และ พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช รรท.รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย ผู้ช่วย ผบ.ตร. , ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ , พล.ต.อ.วินัย ทองสอง , พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ , ดร.ประทิต สันติประภพ , อดีตผู้บังคับบัญชา และผู้บัญชาการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมหารือ “สภากาแฟ” ขับเคลื่อนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   

ระหว่างการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ ได้มีการหารือประเด็นการแก้ไขปรับปรุงคำสั่ง 419/2556 เพื่อให้พนักงานสอบสวนทำงานได้คล่องตัวมีประสิทธิภาพ เข้ากับบริบทสังคม ให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด รวมทั้งการเพิ่มค่าตอบแทน ค่าสำนวนให้พนักงานสอบสวนให้เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกระบวนการยุติธรรมหน่วยงานอื่น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้พนักงานสอบสวน 

นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยแนวทางการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภาพรวม ที่ได้รับคำชี้แนะ คำแนะนำที่มีประโยชน์จาก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และอดีตผู้บังคับบัญชา ในการขับเคลื่อนองค์กร ดูแลสวัสดิการ ขวัญกำลังใจ การเจริญเติบโตของข้าราชการตำรวจ รวมถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล

ทั้งนี้ การพูดคุยหารือในรูปแบบสภากาแฟ เป็นดำริของ ผบ.ตร.ที่ต้องการรับฟังความเห็นจาก รอง ผบ.ตร. ,ผู้ช่วย ผบ.ตร. , ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และอดีตผู้บังคับบัญชา ในการขับเคลื่อนนโยบายของ ตร. อีกทั้งเป็นการแสดงถึงความสามัคคี เป็นหนึ่งเดียวขององค์กรในการขับเคลื่อน ตร.เพื่อดูแลข้าราชการตำรวจ และพี่น้องประชาชน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ นำทีมหารือ ตม.ย่างกุ้ง ช่วยเหลือคนไทยกลับประเทศ มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (วันอังคารที่ 7 พ.ย.66) เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศพดส.ตร. ที่รับผิดชอบงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พร้อมด้วยกงสุลไทย ณ กรุงย่างกุ้ง เจ้าหน้าที่ DSI และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. และผู้ช่วยทูตตำรวจไทย ณ กรุงย่างกุ้ง เข้าพบหารือกับนายหม่อง หม่อง ทาน รัฐมนตรีกระทรวงกิจการสังคมและตรวจคนเข้าเมืองย่างกุ้ง ณ ที่ทำการ เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ที่เมืองเล้าก์ก่ายกลับประเทศไทยโดยปลอดภัย ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก 

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เปิดเผยว่าจากการที่เราได้ร้องขอในการช่วยเหลือคนไทยนี้ ทางการพม่าแจ้งว่า คนไทยทั้ง 162 คน ที่เมืองเล้าก์ก่ายนั้น เข้าเมืองมาผิดกฎหมายทั้งหมด แต่เห็นแก่ความร่วมมืออันดีระหว่างกันที่ผ่านมา ทั้ง ตม.ไทย และ ตม.เมียนมา ทำให้ทางการพม่าจะไม่ดำเนินคดีตามกฎหมายเข้าเมืองกับคนไทยทั้ง 162 คน ที่เมืองเล้าก์ก่าย และจะเร่งรัดส่งกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุด โดยในช่วงบ่ายวันนี้ ทางการพม่าก็จะมีการประชุมหารือกันระหว่าง ตม.เมียนมา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมียนมา เกี่ยวกับกระบวนการส่งกลับคนไทยทั้งหมด และการรักษาความปลอดภัยในเส้นทางส่งกลับ เนื่องจากบ้านเมืองเขายังมีการสู้รบกันอยู่ และก่อนที่จะมีขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยต่อไป 

อีกทั้งการมาเข้าพบหารือครั้งนี้ ยังได้ร้องขอว่าคนไทยที่เมืองเล้าก์ก่ายนั้น มีทั้งคนไทยตั้งครรภ์ และเจ็บป่วย ขอให้ทางการเมียนมาช่วยดูแลรักษาให้ด้วย ซึ่งทางการเมียนมารับปากรับคำเป็นอย่างดีในการที่จะให้การดูแล และการเดินทางมาครั้งนี้ การมาเข้าพบพูดคุยด้วยตนเองนั้น ยังเป็นการเร่งรัดการดำเนินการกับทางการเมียนมาไปในตัว และย้ำความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนว่าเราพร้อมจะประสานงานกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การช่วยเหลือคนไทยเป็นไปด้วยความรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด รวมทั้งได้มีการแลกหมายเลขโทรศัพท์มือถือไว้ติดต่อโดยตรงระหว่างกันกับนายหม่อง หม่อง ทาน ทั้งปัญหาการค้ามนุษย์ แก็งค์คอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อร่วมมือกันรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศให้กับประชาชนทั้งสองประเทศได้อยู่กันอย่างสงบสุขต่อไป

ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรีตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 1,380,000เม็ด ผู้ต้องหา 6 คน พร้อมรถยนต์ 1 คัน

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าวตรวจยึดยาบ้าล๊อตใหญ่ จำนวน 4 กระสอบ จำนวน 1,380,000 เม็ด และขยายผล จับกุมผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จำนวน 6 คน พร้อมรถยนต์กระบะ ที่ใช้ขนยาบ้าจากขบวนการค้ายาข้ามชาติ จำนวน 1 คัน พร้อมรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน บริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้านท่าสีไค ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย พันเอก สุริวัชร์  อัครพรเดชาพงษ์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 เป็นผู้แทน พลตรี นรธิป โพยนอก ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 1 พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ แถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า จำนวน 4 กระสอบ จำนวน  1,380,000 เม็ด และขยายผลจับกุมผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จำนวน 6 คน พร้อมรถยนต์กระบะ ที่ใช้ขนยาบ้าจากขบวนการค้ายาข้ามชาติ จำนวน 1 คัน และรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน บริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้านท่าสีไค ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ 

โดยในห้วงที่ผ่านมาพันเอก สุริวัชร์  อัครพรเดชาพงษ์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไม่ทราบจำนวน จากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติล๊อตใหญ่จากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามายังฝั่งประเทศไทย บริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านท่าสีไค ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อลำเลียงขนส่งเข้าสู่พื้นที่ตอนในให้กับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดภายในประเทศ จึงสั่งการให้ร้อยโท โกวิทย์ วงษ์แสง ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2108 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ทำการบรูณากำลังวางแผนร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ทำการลาดตระเวนซุ่มเฝ้าตรวจตามภาพข่าวที่ได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์กระบะสีดำขับออกจาก บริเวณที่ได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็นเพื่อขอเข้าตรวจสอบรถต้องสงสัย แต่รถยนต์คันดังกล่าว ได้เร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามเส้นทางบ้านท่าสีไค้ ตำบลดงบัง แต่คนขับรถยนต์ได้หักรถยนต์ต้องสงสัยลงข้างทาง และวิ่งหลบหนีไป หน่วยจึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ 

เพื่อเข้าร่วมตรวจสอบรถคันดังกล่าว ตรวจพบสิ่งของต้องสงสัย จำนวน 4 กระสอบ จึงได้ทำการตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัย ผลการตรวจสอบ พบเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1(ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายใน จึงได้ทำการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว มายังกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2108 เพื่อทำการตรวจนับอย่างละเอียด จากขยายผลในครั้งนี้หน่วยพร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้ร่วมจับกุมผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติเป็นชายไทย จำนวน 6 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4 กระสอบ จำนวน 1,380,000 เม็ด รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ไตรตัน สีดำ ทะเบียน บล 3098 กาฬสินธุ์ จำนวน 1 คัน และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ 100 ไอ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน หน่วยพร้อมหน่วยงานความมั่นคงจึงร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งให้ สภ.เหล่าหลวงจังหวัดบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกกหมายต่อไป

ครบรอบ 47 ปี กองรักษาความปลอดภัย ฐานทัพเรือสัตหีบ

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 66 ที่กองบังคับการกองรักษาความปลอดภัย ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นาวาเอก ธนลักษณ์ นุกูลกิจ ผู้บังคับกองรักษาความปลอดภัย ฐานทัพเรือสัตหีบ กรมรักษาความปลอดภัยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นประธานจัดกิจกรรมทำบุญ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบปีที่ 47 โดยมีผู้บังคับบัญชา อดีตผู้บังคับบัญชา พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยขึ้นตรง หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมแสดงความยินดีพร้อมมอบกระเช้าดอกไม้

โดย กิจกรรมครั้งนี้ ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดสัตหีบ 10 รูป มาเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมฉันภัตตาหารเพล เพื่อความเป็นสิริมงคล และอุทิศส่วนบุญกุศลแด่ ดวงพระวิญญาณ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตลอดจนข้าราชการที่ล่วงลับไปแล้ว

นาวาเอก ธนลักษณ์ นุกูลกิจ กล่าวว่า การก่อตั้งกองรักษาความปลอดภัย ฐานทัพเรือสัตหีบ เมื่อนับย้อนไปเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2496 กองทัพเรือ ได้จัดตั้งกองปืนใหญ่รักษาฝั่งขึ้น กองโยธาสถานีทหารเรือสัตหีบ (ฐท.สส.ปัจจุบัน) จึงได้แบ่งกำลังส่วนหนึ่งซึ่งมีหน้าที่ในการก่อสร้างพัฒนาตัดถนนหนทาง ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสถานีทหารเรือสัตหีบ ไปเป็นกองรักษาการณ์ปืนใหญ่รักษาฝั่ง โดยมี เรือเอกสิงโต วาสิคุตต์ เป็นผู้บังคับกองรักษาการณ์ปืนใหญ่รักษาฝั่ง 

ต่อมา ได้โอนให้มาขึ้นการบังคับบัญชาต่อสถานีทหารเรือสัตหีบ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น กองรักษาการณ์สถานีทหารเรือสัตหีบ ย้ายที่ตั้งหน่วยมาอยู่ ณ ที่ตั้งปัจจุบันของกอง รปภ.ฐท.สส. จนถึงทุกวันนี้

รองนายกรัฐมนตรีพร้อมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่เมืองช้าง ยืนยันเร่งแก้ปัญหาการคมนาคม และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ที่ ห้องประชุมแขวงทางหลวงสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าและรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการสำคัญของหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่จ.สุรินทร์ พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นำข้าราชการให้การต้อนรับ และร่วมประชุม พร้อมทั้งให้นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รับหนังสือจากข้อร้องเรียนเสนอแนะจากผู้นำในแต่ละพื้นที่เพื่อขอสนับสนุนการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่ต่อรัฐบาลต่อไปอีกด้วย จากการประชุมมีการพูดคุยในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการคมนาคม การบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาความยากจนและเรื่องอื่นๆ ที่ยังจำเป็นต่อการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับฟังจากภาคธุรกิจสิ่งที่ต้องการมากคือ การสร้างสนามบินในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ 

เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่มีประชากรกว่า 1,300,000 คน มี สส. 8 คน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับเรื่องไปตรวจสอบถึงปัญหา อุปสรรค และความเป็นไปได้แล้ว รวมทั้งเรื่องการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านและต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าและรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการสำคัญของหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมที่จังหวัดสุรินทร์ ว่า จากการประชุมมีการพูดคุยในหลายประเด็น 

ทั้งเรื่องการคมนาคม การบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาความยากจนและเรื่องอื่นๆ ที่ยังจำเป็นต่อการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและภาคธุรกิจต้องการให้เกิดขึ้นคือ การสร้างสนามบินในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่มีประชากรกว่า 1,300,000 คน มี สส. 8 คน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับเรื่องไปตรวจสอบถึงปัญหา อุปสรรค และความเป็นไปได้แล้ว ส่วนเรื่องการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง และอ่างเก็บน้ำอำปึล ได้หารือกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในการจัดสรรงบประมาณให้ในปีงบประมาณถัดไป ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้มาติดตามการดำเนินการในส่วนของโครงการคมนาคมในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และก็จังหวัดศรีสะเกษ 

ซึ่งก็ได้เน้นย้ำและติดตามโครงการสำคัญในการก่อสร้างถนนสายหลักเส้นทางในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์-จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ โดยดำเนินการต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน โดยได้กำชับให้มีการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามสัญญาโครงการที่กำหนดอีกทั้งยังให้เพิ่มมาตรการสร้างความปลอดภัยในการใช้สัญจรให้มากที่สุด ส่วนถนนสายหลักที่ทาง ส.ส.ต้องการ 2 โครงการ ก็จะรับเรื่องและนำเสนอให้ในปีงบประมาณหน้าต่อไป

ร้อยเอ็ด...ชมบรรยากาศ “นักตบลูกยางชายหาดชาย-หญิง”จาก 50 ประเทศ ซ้อมก่อนลงสนามจริง

ศึกวอลเลย์บอลชายหาด ชิงแชมป์โลก รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี “Beach Volleyball U21 World Championships 2023 เปิดใจนักศึกษาร้อยเอ็ดยินดีต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากทั่วโลก 

ผู้สื่อข่าวภูมิภาค/ท้องถิ่น เก็บภาพบรรยากาศการฝึกซ้อมของทีมนักตบลูกยางชายหาดชาย-หญิง ทั้งไทยและต่างประเทศ ก่อนจะลงทำการแข่งขัน ศึกวอลเลย์บอลชายหาด ชิงแชมป์โลก รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี “Beach Volleyball U21 World Championships 2023 ก่อนจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 7 พ.ย. 2566 ศกนี้ ศึกการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด ชิงแชมป์โลก รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี “Beach Volleyball U21 World Championships 2023 ระหว่างวันที่ 7-12 พฤศจิกายน 25666 ซึ่งจัดแข่งขันที่ สนามวอลเลย์บอลชายหาดบึงพลาญชัย ลานสาเกตุนคร อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด 

ล่าสุด เมื่อช่วงเวลา 16.00 น. นักตบลูกยางชายหาด ชาย-หญิง ทั้งไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาถึงจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ลงฝึกซ้อมที่สนามที่จะทำการแข่งขันจริง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค/ท้องถิ่น เก็บภาพบรรยากาศการฝึกซ้อม ก่อนที่จะเริ่มทำการแข่งขันจริงในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ เวลา 17.45 น.  

ด้านนักเรียนนักศึกษาที่เป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด และได้เดินทางมาชมการฝึกซ้อมของนักกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดถึงขอบสนามในวันนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจมากที่จังหวัดร้อยเอ็ดได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด ชิงแชมป์โลก รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี “Beach Volleyball U21 World Championships 2023 ยินดีต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากทั่วโลกด้วยความยินดียิ่ง 

ขณะที่นักศึกษาแพทย์ชาวร้อยเอ็ดก็เช่นกันที่ได้เดินทางมาออกกำลังกายที่บึงพลาญชัยและมาชมการฝึกซ้อมฯด้วยกล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนจากทั่วประเทศ ทั่วโลกให้เดินทางมายังจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อมาร่วมชม และเชียร์ให้กำลังใจกับนักกีฬาวอลเลย์บอลชายหายทั้ง 50 ประเทศทั่วโลก ดีใจที่จังหวัดร้อยเอ็ด 

ทุกท่านสามารถรับชมการถ่ายทอดสด การแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด ชิงแชมป์โลก รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี “Beach Volleyball U21 World Championships 2023 ได้ทาง ช่อง PPTV ช่อง 36 ฯลฯ 

พิจิตร-ป.ป.ช. พิจิตร ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนงบ 394 ล้าน สร้างไป ปะไป ชาวบ้านข้องใจมาตรฐานอยู่ตรงไหน?

3 พ.ย. 66 นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยกลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลเบาะแสการทุจริตจากศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ (Corruption Deterence Center) หรือศูนย์ CDC กรณีปรากฏข่าวบนหน้าเพจ facebook ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ระบุว่า 394 ล้าน ทำไป ปะไป ถนน 4 เลน มาตรฐานชั้นทางพิเศษ ระยะทาง 9.150 กม. ทางหลวงหมายเลข 115 กำแพงเพชร-พิจิตร ตอน ต.บึงบัว – บ.คลองโนน งบ 393,975,230 บาท กรมทางหลวง ยังไม่ทันส่งมอบ ถนนเสียหายเป็นช่วง ๆ ทำไปก็พังไป ปะซ่อมกันไป 

จากการตรวจสอบพบว่าโครงการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง เป็นโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 115 สายกำแพงเพชร-พิจิตร ตอน ต.บึงบัว - บ.คลองโนน  ระยะทาง 9.150 กิโลเมตรจุดเริ่มต้น -สิ้นสุดโครงการฯ กม. 57+000.000 – กม. 66+150.000 อยู่ในพื้นที่อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร มาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร ระยะเวลาสัญญา 19 กรกฎาคม 2565 – 9 มีนาคม 2567 ค่างานตามสัญญา 393,092,687 บาท ผิวทาง Asphalt Concrete 2 ชั้น หนาชั้นละ 5 เซนติเมตร ผิวจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางชนิดเดียวกับผิวทาง ด้านนอกกว้างข้างละ 2.5 เมตร ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว ร้อยละ 62.294 ยังคงเหลือดำเนินการอีกกว่าร้อยละ 30 ในระยะเวลา 128 วันตามสัญญา

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพถนนดังกล่าวมีปัญหาชำรุดหลายจุด บางจุดพบรอยปะ และมีการลดช่องจราจรใช้งานได้ 1 ฝั่งเป็นเลนรถสวนทาง ซึ่งทางสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ได้ชี้แจงว่าตามโครงการกำหนดให้ต้องเทพื้นผิวทาง จำนวน 2 ชั้น ปัจจุบันทางผู้รับจ้างได้ดำเนินการไปแล้ว 1 ชั้น ยังไม่แล้วเสร็จตามกำหนดโครงสร้าง แต่ได้เปิดการจราจรให้ประชาชนใช้สัญจรไปมาก่อน ประกอบกับพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาถนนเสียหายทรุดตัวเป็นช่วง ๆ จึงต้องทำการซ่อมแซมเบื้องต้นให้ใช้งานได้ไปก่อน เมื่อทำการซ่อมแซมจุดที่เสียหายแล้วเสร็จจึงจะดำเนินการต่อในชั้นที่ 2 ให้เป็นไปตามมาตรฐานโครงสร้างที่กำหนดต่อไป 

แนวทางการแก้ไขปัญหาในขณะนี้ ผู้รับจ้างได้ปิดช่องทางจราจรเพื่อเร่งดำเนินการซ่อมผิวทางจำนวน 1 ฝั่งก่อน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ แล้วจะเปิดใช้งานฝั่งที่แก้ไขแล้วไปก่อน จึงปิดทางจราจรอีกฝั่งหนึ่งที่มีการปะซ่อมก่อนหน้านี้ โดยทำการรื้อบดอัดแน่นจนถึงชั้นดินลูกรัง แล้วเท Asphalt Concrete ชั้นที่ 1 และ 2 ตลอดทั้งเส้นทางต่อไป ทั้งนี้ ทางสำนักงานก่อสร้างที่ 1 จะเปิดให้ประชาชนใช้งานถนนทั้ง 4 เลนได้ในช่วงเดือนธันวาคม 66เพื่อรองรับการจราจรหนาแน่นในช่วงปีใหม่ 

ทั้งนี้ ในระหว่างโครงการยังไม่แล้วเสร็จ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร จะติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างถนนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ต่อไป

กาฬสินธุ์โชว์ผ้าไหมแพรวามูลค่า 30 ล้านเปิดงานมหกรรมโอทอปตักบาตรเทโวคาดเงินสะพัด 20 ล้านบาท

ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไหมแพรวา ราชินีแห่งไหมเมืองน้ำดำรุ่นบุกเบิก รุ่นร่วมสมัย และเครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมแพรวา ใน จ.กาฬสินธุ์ นำผลงาน ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญา “ลายผ้าไหมแพรวาประจำอำเภอ” 18 ลาย ฝีมือระดับขั้นเทพ ขึ้นเวทีประชันความประณีต จากการคิดค้นลายผ้า และโชว์ความอลังการ บนเวทีเสวนาผ้าไหมแพรวาผ้าโบราณภูมิปัญญากาฬสินธุ์ พร้อมจำหน่ายบนถนนไดโนโรด เทศบาลตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์  ในงานตักบาตรเทโวโรหณะ บูชาพระประชาชนบาล ระหว่างวันที่ 3-11 พ.ย.66 ขณะที่พัฒนาชุมชนตั้งเป้าเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท

วันที่ 3 พ.ย.66 เวลา 16.00 น. ที่บริเวณถนนสายบุญ-ไดโนโรด เทศบาลตำบลโนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายก อบจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสินค้าโอทอปของดีกาฬสินธุ์ ในงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ บูชาพระประชาชนบาล เจ้าเมืองสหัสขันธ์ (คนแรก)  ประจำปี 2566 โดยมีนายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ นายบุญมี แก่นนาคำ นายก ทต.โนนบุรี นางนฤมล สิงห์เงา ปลัด ทต.โนนบุรี นายวิญญู ขันผง นายก ทต.นิคม พร้อมด้วยส่วนราชการ กรรมการเหล่ากาชาดฯ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอ.สหัสขันธ์ เครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมแพรวาและผ้าพื้นเมืองทั้ง 18 อำเภอใน จ.กาฬสินธุ์ ทั้งรุ่นบุกเบิก รุ่นร่วมสมัย ประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ก่อนเปิดงานมหกรรมสินค้าโอทอปของดีกาฬสินธุ์ ยังได้มีการจัดเวทีเสวนาผ้าไหมโบราณภูมิปัญญากาฬสินธุ์ 18 อำเภอ ดำเนินรายการโดย ดร.สุภาพร เกียรติดำเนินงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ ผู้ร่วมรายการประกอบด้วยปราชญ์ด้านผ้าไหมแพรวา และศิลปินผ้าไหมแพรวา อาทิ นายวิทวัส โสภารักษ์  นายอดุลย์  มุลละชาติ นายจักรวรรดิวัตร ปรีจำรัส ท่ามกลางความฮือฮาของผู้ร่วมงาน เนื่องจากผ้าไหมแพรวาที่นำมาโชว์และนำเสนอความเป็นมาจำนวนกว่า 100 ผืน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ผ้าแพรวาทุกผืนที่นำมาโชว์บนเวทีเสนาฯ ครั้งนี้ ล้วนเกิดจากภูมิปัญญา และเป็นลายผ้าที่เกิดจากไอเดีย ซึ่งเป็นอัตลักษณ์หรือสื่อถึงของดีทั้ง 18 อำเภอ โดยคิดค้นลายผ้า ย้อมสี และถักทอด้วยมือ จึงเป็นผืนผ้าไหมแพรวาที่ทรงคุณค่า เป็นการต่อยอดและขยายผลให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และเครือข่าย ทั้ง 18 อำเภอใจ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีอบจ.กาฬสินธุ์ และพัฒนาชุมน จ.กาฬสินธุ์ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าของผู้ที่มีรสนิยมในผ้าแพรวา ราชินีแห่งไหม ที่กลุ่มผู้ผลิตหรือเจ้าตำรับ ซึ่งเป็นคนกาฬสินธุ์มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ถือเป็นผลิตภัณฑ์พระราชทาน โดยสืบสานพระปณิธานฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จุดประกายจากโครงการศูนย์ศิลปาชีพโดยแท้

ด้านนางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายก อบจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งไหม ถือเป็นผลิตภัณฑ์ของดีล้ำค่า สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ ได้ปีละหลายร้อยล้านบาท  ที่ผ่านมามีการจัดงานนิทรรศการ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผ้าไหม ทั้งระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับปะเทศ ทั้งนี้ อบจ.กาฬสินธุ์ มีแนวทางให้การสนับสนุน ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างโอกาส เปิดช่องทางตลาด ให้มีการหมุนเวียนของเม็ดเงิน ที่สำคัญเพื่อการสร้างงาน สร้างรายได้ตลอดปี ตลอดไป

นางเฉลิมขวัญกล่าวอีกว่า ในส่วนของการจัดเวทีเสวนาผ้าไหมโบราณภูมิปัญญากาฬสินธุ์ 18 อำเภอ ในวันเปิดงานพระเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ บูชาพระประชาชนบาล เจ้าเมืองสหัสขันธ์ (คนแรก)  ประจำปี 2566 หลังวันออกพรรษาครั้งนี้ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-11 พ.ย.นี้ ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเปิดมหกรรมตลาดผ้าไหมแพรวา ราชินีแห่งไหม ของดีเมืองน้ำดำอีกครั้งหนึ่ง  จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ชื่นชอบผ้าไหมแพรวา ได้มาเลือกช็อป ได้อย่างเต็มที่ ตลอด 9 วัน 9 คืน  เพราะมีผู้ประกอบการสินค้าผ้าไหมแพรวา และผ้าผืนเมือง ได้นำผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวาจาก 18 อำเภอมาออกร้านกว่า 50 บูธ โดยมาออกร้านด้วยตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นการซื้อขายระหว่างผู้ผลิต และผู้ประกอบการกับผู้ซื้อโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะได้เลือกสรรและเลือกซื้อในราคาที่เป็นธรรม 

ด้านนายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า งานมหกรรมสินค้าโอทอปของดีกาฬสินธุ์ ในงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ บูชาพระประชาชนบาล เจ้าเมืองสหัสขันธ์ (คนแรก) ประจำปี 2566 สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดงานมหกรรมสินค้าโอทอปของดีกาฬสินธุ์ร่วมด้วย โดยเชิญชวนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นำผลงาน ผลิตภัณฑ์โอทอป ที่หลากหลาย เช่น ผ้าไหมแพรวา ผ้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์คุณภาพอื่นๆ ระดับ 4-5 ดาวร่วมออกร้านจำหน่าย เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยในปีนี้ซึ่งที่ปลอดจากสถานการณ์โควิด-19  และเศรษฐกิจเริ่มกระเตื้องขึ้น คาดว่ามีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าโอทอป โดยเฉพาะผ้าไหมแพรวาไม่น้อยนกว่า 20 ล้านบาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top