Thursday, 11 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

INTERLINK Group พร้อมแล้ว จะเป็น The No.1 Submarine Cable

ILINK เซ็นรับงาน PEA มูลค่า 1,786.17 ลบ. “ก่อสร้างสาย Submarine Cable ไปเกาะเต่า” เตรียมขึ้นแท่นครองตลาดอย่างแข็งแกร่งที่สุด 

The No.1 Submarine Cable : บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ชนะการประกวดงานโครงการใหญ่ ก่อสร้างสาย Submarine Cable จากเกาะพะงัน ไปเกาะเต่า โดยได้รับหนังสือสั่งจ้างจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1,786.17 ล้านบาท 

งานนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้พิจารณาตกลงให้ “INTERLINK CONSORTIUM” ซึ่งประกอบด้วยบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เพาเวอร์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้ดำเนินการดังกล่าว โดยวันนี้ (1 พ.ย. 2565) นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ได้ร่วมลงนามในสัญญาจ้างกับ นายประพันธ์ สีนวล รองผู้ว่าการวิศวกรรม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ตกลงก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ ระบบ 33 เควี ไปยังเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 48 กิโลเมตร มูลค่างานทั้งสิ้น 1,786,170,260 บาท ซึ่งเป็นมูลค่างานโครงการสายเคเบิลใต้น้ำที่สูงที่สุด เมื่อเทียบกับผลงานในอดีตของบริษัทฯ ที่เคยรับมานานกว่า 15 ปี โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 540 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา   

เลอะเลือนขั้นสุด!! 'โจ ไบเดน' เรียกชื่อนายกฯ ใหม่อังกฤษผิด | THE STATES TIMES Y WORLD EP.14

เลอะเลือนขั้นสุด!!

'โจ ไบเดน' เรียกชื่อนายกฯ ใหม่อังกฤษผิด

จาก 'ริชี ซูนัค' เป็น 'ราชี ซานุก'

.

ไปรับชมความอ๊องได้ใน THE STATES TIMES Y World 

ABAC คืออะไร? ทำไมถึงมีผลกับ APEC 2022 | APEC Insight Part 5

การประชุม APEC 2022 หนึ่งในประเด็นสำคัญของกลไกการขับเคลื่อน APEC อย่าง ABAC ที่กลายเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้เลยก็ว่าได้

.

THE STATES TIMES ‘Y World’ ตอน APEC Insight ชวนมาไขข้อสงสัยกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายกฯ เชื่อมั่น ระบบสาธารณสุขไทย หลัง เป็นประเทศแรก ที่เข้ารับการประเมินศักยภาพระบบบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ลี้ภัย ผู้ย้ายถิ่นฐาน แรงงานต่างด้าว จาก WHO ผลมีระบบการดูแลอย่างดี ช่วงโควิด-19 ระบาด

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบกรณี ไทยเข้ารับการประเมินศักยภาพระบบบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ลี้ภัย ผู้ย้ายถิ่นฐาน และแรงงานต่างด้าว โดยผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก

นายอนุชา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานว่า ไทยเป็นประเทศแรกที่ได้เข้ารับการประเมินศักยภาพระบบบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ลี้ภัย ผู้ย้ายถิ่นฐาน และแรงงานต่างด้าว เนื่องจากมีระบบการดูแลอย่างดี และมีประสิทธิภาพในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 โดยได้มีการลงพื้นที่ในจังหวัดกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย คณะผู้เชี่ยวชาญของไทยและองค์กรระหว่างประเทศ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สืบนครบาลบุกจับหนุ่มวัยรุ่นหลอกขายอะไหล่รถยนต์ สร้างเฟซบุ๊กอวตาร แฝงตัวในกลุ่มซื้อขายอะไหล่ยนต์กว่า 200 กลุ่ม ก่อนใช้บัญชีม้าตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันที่ 30 ต.ค.พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.  พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่  พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ  ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น.  พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น.  ร.ต.อ.ธนพล ม พดโนสร รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. จับกุมตัวนายวัชระ นาคสุข อายุ 34 ปี ที่อยู่ ชาวจ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 552/2565 ลงวันที่ 4 ต.ค. 65 

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉ้อโกง ” พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อหัวเหว่ย จำนวน 1 เครื่อง แท็บเล็ตยี่ห้อซัมซุง  จำนวน 1 เครื่อง เมื่อวันที่ 29 ต.ค.เวลาประมาณ 12.15 น. ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจาก “ชุดลาดตระเวนออนไลน์” บก.สส.บช.น. ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผู้เดือดร้อนว่า มีคนร้ายใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “พงศกรอะไหล่ โตโยต้า (Autopart)” ได้โพสต์ขายสินค้าประเภทอะไหล่รถยนต์ ในกลุ่มเฟซบุ๊ก “ EG 3D-4D ห้องซื้อ/ขายอะไหล่ ” ผู้เสียหายสนใจ จึงโอนเงินชำระค่าสินค้าไปยังบัญชีของคนร้าย และไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่หากินสุจริตจำนวนมาก

‘ปวิน’ ไม่เห็นด้วย ข้ออ้างต่างชาติซื้อที่ดินของไทย คือ การขายชาติ เสียอำนาจอธิปไตย ซัด เอาอะไรคิด ปัญญาอ่อน 

นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และผู้ต้องหาคดี 112 ซึ่งหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ว่า

“มันจะอะไรกันนักหนาเรื่องต่างชาติซื้อที่ดินของไทย อะไรคือการขายชาติ คือ เอาอะไรคิดว่า ต่างชาติถือครองที่ดินในไทยคือเราเสียอำนาจอธิปไตย ถ้าจะถึงขั้นนั้น คือแม่งต้องซื้อพื้นที่ขนาดใหญ่ เหมือนที่อเมริกาซื้ออลาสก้าจากรัสเซีย

กรมอู่ทหารเรือ ทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2565 ณ สำนักปฏิบัติธรรมเขาพลอย จังหวัดชลบุรี 

       วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2565 พลเรือโท สุทธิศักดิ์ บุตรนาค เจ้ากรมอู่ทหารเรือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ พร้อมด้วย ภริยาข้าราชการ ลูกจ้าง กรมอู่ทหารเรือ ร่วมกับพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนและส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2565 โดยมียอดเงินรวมทั้งหมด 3,420,020 บาท ณ สำนักปฏิบัติธรรมเขาพลอย ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ผบ.ตร.โชว์ผลระดมกวาดล้างยาเสพติด ภาคเหนือ ยึดทรัพย์กว่า 17 ล้านบาท  รวบผู้ต้องหากว่า 3,648 ราย หมายจับค้างเก่า 544 คดี คดียา 2,392 คดี อาวุธปืน 1,963 คดี ตรวจยึดปืนกว่า 1,004 กระบอก ยาบ้า 1 แสนเม็ด

วันนี้ (30 ต.ค. 65) เวลา 10.00 น. ที่ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 และ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงผลการระดมกวาดล้างยาเสพติด อาวุธปืน และบุคคลตามหมายจับ ในพื้น 8 จังหวัด ภาคเหนือ ของตำรวจภูธร ภาค5 ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในห้วงระหว่างวันที่ 10–29 ต.ค. 65 มีผลการดำเนินการ ดังนี้
.
  1. บุคคลตามหมายจับคดีอาญาได้ 544 หมายจับ ผู้ต้องหา 508 คน 
.
   2.ผู้ต้องหาคดียาเสพติด 2,392 คดี ผู้ต้องหา 2,089 คน ของกลางยาบ้า 100,276 เม็ด ติดตามยึดทรัพย์กว่า 17 ล้านบาท
.
   3.ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุน ทั้งสิ้น 1,963 คดี ผู้ต้องหา 1,051 คน ของกลางอาวุธปืนสงคราม 2 กระบอก ปืนไม่มีทะเบียน 945 กระบอก มีทะเบียน 57 กระบอก วัตถุระเบิด 2,168 รายการ และเครื่องกระสุน 7,222 นัด

ผบ.ตร.ทำงานเชิงรุก ตรวจเยี่ยมชุมชนยั่งยืนเชียงราย ปลื้มคืนคนดีสู่สังคม ด้านผู้บำบัด ยาหอมขอบคุณตำรวจ ที่ให้โอกาส สร้างอาชีพ เหมือนได้ชุบชีวิตใหม่

  เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2565 เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายบัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ,พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย  พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย เข้าตรวจเยี่ยมชุมชนยั่งยืน วัดราษฎร์ชุมพล ม.4 ต.บ้านด้าย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติของจังหวัดเชียงราย
    พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้เข้าไปพูดคุยสอบถามผู้ที่ผ่านการบำบัดของ โครงการชุมชนยั่งยืนวัดราษฎร์ชุมพล อ.เวียงชัย  โดยชื่นชมการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวของตำรวจที่บูรณาการร่วมภาคส่วนอื่นๆ จนประสบความสำเร็จ
     หนึ่งในผู้ที่เข้าเข้าร่วมโครงการ ได้กล่าวขอบคุณ ผบ.ตร.และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีโครงการดีๆแบบนี้ ไม่เช่นนั้น ไม่รู้ว่าจะเลิกยาเสพติดอย่างไร และปัจจุบันตำรวจยังจัดหาอุปกรณ์ตัดหญ้า ให้เป็นอาชีพ ทุกวันนี้มีรายได้พอเลี้ยงชีพตนเอง เหมือนได้ชีวิตใหม่ 
 

วรภพ-วิโรจน์ ก้าวไกล วิจารณ์นโยบายรัฐบาลอนุมัติต่างชาติ 4 กลุ่มซื้อที่ได้ 1 ไร่ ชี้ไม่เป็นธรรมต่อคนไทยหลายล้านที่ไม่มีโอกาสซื้อบ้านเป็นของตัวเอง หวั่นกติกาหละหลวม ผุด “นอมินี” กว้านซื้อที่เอาเปรียบคนไทย

วรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วิจารณ์กรณีคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ ให้ชาวต่างชาติ 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง 2) กลุ่มผู้เกษียณอายุ 3) กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย และ 4) กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ ให้สามารถซื้อบ้านพร้อมที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่ โดยต้องลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาทไม่น้อยกว่า 3 ปี

โดยในส่วนของวรภพ ระบุว่าข้อน่ากังวลหลักของเรื่องนี้ คือเป้าหมายของรัฐบาลในการเพิ่มชาวต่างชาติ 4 กลุ่มเป้าหมายให้ได้ 1 ล้านคน ภายใน 5 ปี ซึ่งจะนำไปสู่ความต้องการซื้อบ้านและที่ดินเพิ่มขึ้นในประเทศไทยอีกเป็นหลายแสนยูนิต ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือราคาบ้านและที่ดินที่จะสูงขึ้น โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก  ขณะที่คนไทยอีกจำนวนมากไม่มีโอกาสแม้แต่จะซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ จากราคาบ้านที่แพงขึ้นทุกวัน

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลควรจะมาควบคู่กันคือ สวัสดิการช่วยผ่อนบ้าน สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อช่วยให้คนไทยที่มีรายได้น้อย สามารถมีบ้านเป็นสินทรัพย์ของตนเองได้ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อย สามารถกู้ซื้อบ้านได้ การสนับสนุนให้คนไทยมีบ้านเป็นของตัวเองจะสร้างความมั่นคงในชีวิต และความเข้มแข็งในสังคม ซึ่งสิงค์โปร์เคยวิธีการนี้เป็นแนวนโยบายที่ทำให้ประชากรมากกว่า 90% มีบ้านเป็นของตัวเองได้มาแล้ว

“ผมเองก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะคิดถึงคนไทยกลุ่มนี้หรือไม่ ที่จะได้รับผลกระทบ ทำให้โอกาสการซื้อบ้านยิ่งยากขึ้นไปอีก จากทั้งราคาบ้านที่จะแพงขึ้นจากความต้องการของต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ถ้ารัฐบาลจะเปิดช่องให้คนต่างชาติ ซื้อบ้านและที่ดินได้ ช่วยมาพร้อมกับมาตรการสวัสดิการอุดหนุนให้คนไทยซื้อบ้านได้ด้วยบ้าง” วนภพกล่าว

ขณะที่วิโรจน์ ระบุว่าในปัจจุบันการถือครองที่ดิน อาคาร และกิจการของชาวต่างชาติ มีการใช้คนไทยมาเป็นตัวแทน หรือ “นอมินี” กันเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว จึงไม่ได้กังวลว่านโยบายนี้จะเป็นการ “ขายชาติ” ได้แบบเทน้ำเทท่า แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่า คือการนำไปสู่ความต้องการซื้อที่ดินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบให้คนไทยต้องซื้อที่ดินในราคาที่แพงขึ้น เป็นเจ้าของที่ดินได้ยากลำบากมากขึ้น

นอกจากนี้ อาจจะทำให้เกิดการตั้งบริษัทนอมินีที่เอารัดเอาเปรียบคนไทยมากขึ้น ในลักษณะของการทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และรับเหมาก่อสร้าง เพื่อสร้างบ้านขายชาวต่างชาติเดียวกัน โดยที่คนไทยได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยจากการจ้างงานพื้นฐานเท่านั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top