Tuesday, 8 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

สตม. จับกุมชาวลาวแอบแฝงเข้ามา รบเร้า ชักชวน เสนอแนะบริการนำเที่ยว หน้าด่านพรมแดน สะพานมิตรภาพไทย – ลาว จ.หนองคาย

ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.สั่งการให้ สตม.สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.สิทธิ์ศิริ กังวานกุล รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.ตม.จว.หนองคาย, พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย ร่วมแถลงข่าวการจับกุมชาวลาวแอบแฝงเข้ามา รบเร้า ชักชวน เสนอแนะบริการนำเที่ยว หน้าด่านพรมแดน สะพานมิตรภาพไทย – ลาว จ.หนองคาย 

วันนี้ (22 พ.ย.66) เวลาประมาณ 09.00 น. ชุดสืบสวน ตม.จว.หนองคาย ออกตรวจสอบคนต่างด้าวเข้ามารบเร้าชักชวนเสนอตัวนำเที่ยวใน สปป.ลาว บริเวณหน้าด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย –ลาว จ.หนองคาย ซึ่งสร้างความรำคาญแก่นักท่องเที่ยว พบ นายวันดี อายุ 60 ปี สัญชาติลาว และนายสวน  อายุ 63 ปี สัญชาติลาว ซึ่งแอบแฝงเข้ามาปะปนกับนักท่องเที่ยวบริเวณหน้าด่านฯ เข้ารบเร้าชักชวนนักท่องเที่ยวจะเดินทางข้ามไป สปป.ลาว ในลักษณะ  ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่นักท่องเที่ยวและสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย จึงได้ควบคุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหา “ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ฯลฯ ” นำตัวส่ง พงส.สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษาเลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

กระบี่-แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจน้องทหารใหม่ ผลัดที่ 2 ประจำปี 2566 หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ “เน้นย้ำให้ดูแลทหารใหม่ให้เสมือนคนในครอบครัว”

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจน้องทหารใหม่ ผลัดที่ 2 ประจำปี 2566 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยมีพันเอก ธนวัฒน์ สายสกุลรัตน์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 พร้อมด้วยรองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 15,ผู้ฝึกทหารใหม่ ตลอดจนส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยม

พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้หน่วยฝึกทหารใหม่ยึดถือปฏิบัติตามหลักสูตรการฝึกทหารใหม่ ให้สอดคล้องกับนโยบายของกรมยุทธศึกษาทหารบก สร้างความภาคภูมิใจแก่น้องทหารใหม่และครอบครัว และในโอกาสนี้ได้นำอาหารพิเศษ (ไก่ย่างเนื้อทอง โดนัท น้ำหวานต่างๆ และไอศกรีม) มามอบให้กับน้องทหารใหม่ พร้อมมอบนโยบายการฝึกและมาตรการต่างๆ ให้หน่วยฝึกทหารใหม่ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พร้อมเน้นย้ำให้ ผู้ฝึก ผู้ช่วยผู้ฝึก ครูนายสิบ ตลอดจนครูทหารใหม่ดูแลน้องทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ใส่ใจในทุกรายละเอียดของน้องทหารใหม่ โดยเฉพาะการติดตั้งมุ้งลวดสำหรับโรงนอน พร้อมกับการติดกล้อง CCTV ภายในโรงนอนให้ครอบคลุมบริเวณจุดต่างๆ รวมถึงความเป็นอยู่ของครอบครัวทางบ้าน จะต้องมีการเข้าไปดูแลครอบครัวของทหารใหม่ที่ทางบ้านประสบปัญหาต่างๆ  รวมถึงให้มีการแนะนำประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเข้าสู่การเป็นนักเรียนนายสิบ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับทหารใหม่ที่จะต่อยอดเข้าสู่การเป็นทหารอาชีพในอนาคต

พร้อมกันนี้ได้ขอให้น้อง ๆ ทหารใหม่ได้เก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ต่างๆ ที่ทางหน่วยฝึกฯ ได้มอบให้มากที่สุด และให้ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ รวมถึงมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จงตั้งใจอดทนจนผ่านการฝึก พร้อมที่จะเป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง

ตำรวจไซเบอร์รวบขบวนการหลอกทำภารกิจ เหยื่ออยากหารายได้ กลายเป็นสูญเงินเฉียดแสน

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ผู้เสียหายต้องการหารายได้พิเศษ จึงได้ค้นหาบนอินเตอร์เน็ต พบเว็บไซต์ชื่อ “หางานพาร์ทไทม์” จึงได้สนใจและสมัครทำงาน ต่อมาเว็บดังกล่าวได้ให้ผู้เสียหาย แอดไลน์ชื่อ “ฝ่ายบริการพลอย” แล้วให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล จากนั้นไลน์ดังกล่าวได้ให้ผู้เสียหายเริ่มทำภารกิจกับบริษัท Asset shop online โดยอ้างว่ามีค่าตอบแทนให้ประมาณวันละ 500 - 3000 บาท โดยการกดจองออเดอร์สินค้าในแพลตฟอร์มชื่อดังต่างๆ เช่น Shopee Lazada และอีกหลายแพลตฟอร์ม

ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้ทดลองทำภารกิจโดยเริ่มต้นจากการโอนเงิน 50 บาท เข้าบัญชีธนาคารคนร้าย ต่อมาปรากฏเป็นภาพบัญชีกระเป๋าตังค์ของผู้เสียหายในเว็บไซต์ของ Asset shop online พบยอดเงินในบัญชี 50 บาท ผู้เสียหายจึงได้กดเข้าไปที่ร้านค้า Shopee ผ่านทางกระเป๋าตังค์และจากนั้นพบว่ามีผลตอบแทนในกระเป๋าตังค์ของผู้เสียหายเพิ่มมาจำนวน 15 บาท แล้วมีการเงินตอบแทนมายังบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย จำนวน 65 บาท ผู้เสียหายจึงมั่นใจว่าเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนจริง จึงโอนเงินเพื่อลงทุนเพิ่มอีกเรื่อยๆ ตั้งแต่ 300 - 500 บาท โดยยังคงได้รับผลตอบแทนกลับมาจริง

ต่อมาผู้เสียหายจึงโอนเงินเพื่อลงทุนเพิ่มอีกเรื่อยๆ อีกหลายครั้ง ตั้งแต่ 800 - 3,500 บาท เมื่อโอนเสร็จผู้เสียหายต้องการถอนเงินแต่ทำไม่ได้ อ้างว่าภารกิจยังไม่สำเร็จ ต้องโอนเงินเพิ่มอีก ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปอีก 12,000 บาท เมื่อทำภารกิจเสร็จ มิจฉาชีพแจ้งว่าผู้เสียหายทำภารกิจผิดพลาด ต้องติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อทำการแก้ไขแผนลงทุน จึงให้โอนเงินเพิ่มอีก 32,520 บาท เมื่อโอนเสร็จยังถอนไม่ได้ ต้องโอนเพิ่มอีก 32,520 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป แต่คนร้ายแจ้งว่าดำเนินการไม่สำเร็จ ให้โอนเงินเพิ่มอีกจำนวน 99,907 บาท แต่ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกหลอกแน่นอน จึงได้แจ้งความกับตำรวจไซเบอร์เพื่อดำเนินคดี โดยผู้เสียหายโดนหลอกโอนเงินไปทั้งสิ้น จำนวน 82,190 บาท 

ต่อมา พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ บก.สอท.3 โดย กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3  ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายบุลากร อายุ 23 ปีชาวบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น 1 ในกลุ่มขบวนการดังกล่าวที่ถูกออกหมายจับ จึงทำการวางแผนเข้าจับกุม จนสามารถเข้าจับกุมตัวได้ขณะเดินอยู่ริมถนนหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.8 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงแจ้งข้อหา“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” จึงนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.,พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.๓,พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.๓ สั่งการให้ พ.ต.ท.ภาคภูมิ บุญเจริญพานิช รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3, พ.ต.ท.เลอศักดิ์ พิเชษฐไพบูลย์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.ต.รุ่งเรือง มีสติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ, พ.ต.ต.ธวัช ทุเครือ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ, ร.ต.อ.อาณัติ เข็มทอง รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ, บก.สอท.3 พร้อมชุดสืบสวนร่วมกันจับกุม

นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย เข้าพบแม่ทัพภาคที่ 4 หารือการจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์สื่อมวลชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวสามเหลี่ยมเศรษฐกิจไทยมาเลเซียอินโดนีเซีย IMTGT

ที่ห้องรับรองกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าพบ พลโท ศานติ ศกุนตนาค  แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี กรกฏ ภู่โชติ  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคณะ เพื่อร่วมปรึกษาหารือและยื่นหนังสือเรื่องการจัดโครงการ "#สานสัมพันธ์สื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวคาบสมุทรมลายูครั้งที่1”กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2566 นี้ 

เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว พร้อมหารือเรื่องการสร้างความเชื่อมั่น การดูแลความปลอดภัย ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการและสื่อมวลชนในโครงการนี้ 

สำหรับ โครงการดังกล่าว สมาคมหนังสือภาคใต้แห่งประเทศไทย ได้นำเครือข่ายผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว สื่อมวลชนจากมาเลเซีย และอินโดนีเซีย มาชมแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นและใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการสัมมนาหัวข้อ”#ความร่วมมือการพัฒนาการท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจIMTGT” ที่จังหวัดสงขลา เพื่อประชาสัมพันธ์แลกเปลี่ยนข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะเขตพัฒนาเศรษฐกิจ IMTGT เชื่อมสัมพันธ์และกระชับมิตรระหว่างสื่อมาเลเชีย อินโดนีเชีย และสื่อไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย 

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่แล้ว ยังมีความตั้งใจอยากจะนำผู้ประกอบการท่องเที่ยว และสื่อมวลชน จากประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซียกว่า 40 คน ได้มาพบปะรับฟังนโยบายการดูแลรักษาความปลอดภัยจาก พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศพลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมให้การสนับสนุนทุกๆ กิจกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

และที่สำคัญยังได้สร้างการรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไปยังสื่อมวลชน และกลุ่มผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศให้เข้าใจถึงบริบทของสถานการณ์ และสร้างความเชื่อมั่น ที่จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ต่อยอดไปสู่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ต่อไปในอนาคต

#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า #กอรมนภาค4ส่วนหน้า #สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประทศไทย #ไชยยงค์มณีรุ่งสกุล #จังหวัดชายแดนภาคใต้ #สานสัมพันธ์สื่อมวลชนไทยมาเลเซียอินโดนีเซีย

เลขาฯ ศอ.บต. เข้าพบผู้นำศาสนา จชต. เพื่อความเป็นสิริมงคล ในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งฯ พร้อมหารือประสานงานการพัฒนา สอดรับบริบทวิถีชีวิต-กิจกรรมทางศาสนา

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2566 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เข้าพบ นายศักดิ์กรียา บิลแสละ ประธานคณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดสงขลา เพื่อขอคำชี้แนะในการประสานงานพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับบริบทวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่และกิจกรรมทางด้านศาสนา โดยมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา และนายซากีย์ พิทักษ์คุมพล สมาชิกวุฒิสภา ร่วมให้การต้อนรับ ณ สำนักงานคณะกรรมการฯ มัสยิดกลางจังหวัดสงขลา 

โดยได้มีการพูดคุยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สอดรับกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งมีการพูดคุยการยกระดับการท่องเที่ยว สืบเนื่องพบว่า แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียเข้าเที่ยวไทยเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้มีจำนวนกว่า 3.6 ล้านคน นอกจากนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. ยังได้เข้าเยี่ยมหลุมฝังศพของนายอาศิส พิทักษ์คุมพล อดีตจุฬาราชมนตรี ที่ถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมาด้วย 

จากนั้นพันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ได้เดินทางเข้าพบนายอรุณ อุมาจิ ประธานคณะกรรมอิสลามประจำจังหวัดสตูล และคณะกรรมการอิสลามฯ ณสำนักงานคณะกรรมการอิสลาม จังหวัดสตูล เพื่อหารือประสานความร่วมมือด้านการพัฒนาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับความร่วมมือในการยกระดับการพัฒนาในมิติต่างๆอย่างราบรื่น 

เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า เนื่องจากเป็นวาระในการเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการเข้าพบปะผู้นำศาสนาทั้ง 5 จังหวัด ทุกศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมขอคำแนะนำในการดำเนินงาน ให้ ศอ.บต. มีส่วนร่วมในการพัฒนาและดำเนินกิจกรรมทางศาสนา เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้าน ประธานคณะกรรมการฯจังหวัดสตูล เผย ปลาบปลื้มและดีใจ เมื่อรับรู้ว่าเลขาธิการ ศอ.บต. มีกำหนดเดินทางเข้าพบ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการดำเนินงาน เพื่อประชาชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ขอฝากให้เลขาธิการ ศอ.บต. ผลักดันให้สตูลเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติด การท่องเที่ยว การดูแลเยาวชนในพื้นที่ และขอให้ผลักดันการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ เพื่อเป็นของขวัญแก่คนสตูล

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งมอบไออุ่นผู้มีจิตศรัทธา ยกทัพผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค มูลค่ากว่า 31 ล้านบาท.. สู่ผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร 4 ภาค รวม 43 จังหวัด

ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 17 ธันวาคม 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ห่วงใยผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร มอบหมายให้ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงแผนกสาธารณภัย แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่แจกจ่ายผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี กำแพงเพชร ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ลพบุรี เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร มุกดาหาร นครพนม บึงกาฬ และสกลนคร รวม 43 จังหวัด 

รวมผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 50,500 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 31 ล้านบาท โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ เป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยมูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี นอกจากนี้ มูลนิธิฯ  ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย และอำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์

โดยวานนี้ (วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566)  นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่ อ.พาน อ.แม่จัน อ.ดอยหลวง อ.เวียงเชียงรุ้ง  จ.เชียงราย มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา ฯลฯ บรรจุลงกระเป๋าผ้า รวม 900 ชุด  โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ รวมทั้ง อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย  นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ และนางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ ร่วมในพิธี รวมทั้ง หน่วยงาน สมาคม /มูลนิธิประจำจังหวัดแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว เป็นโครงการที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินการต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 60 ปี รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างครบวงจรชีวิต ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

ตร.ไซเบอร์จับขบวนการหลอกให้เดตสาว พบเชื่อมโยงอีก 12 คดี ความเสียหายรวมกว่า 1 ล้าน

สืบเนื่องจาก ช่วงเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้รู้จักกับคนร้ายผ่านแอปทวิตเตอร์ ต่อมาได้เปลี่ยนมาพูดคุยกันผ่านทางแอปไลน์ โดยคนร้ายใช้ชื่อบัญชี “ติวเตอร์'จีจี้” อ้างว่าเป็นติวเตอร์ ได้ชักชวนผู้เสียหายทำภารกิจนัดเดทสาวในแอปหาคู่ (Bumble) โดยออกอุบายว่า ให้ผู้เสียหายสร้างโปรไฟล์ในแอปหาคู่ดังกล่าว หากมีผู้หญิงในแอปสนใจแล้วกดแมทช์ ผู้เสียหายก็จะได้รับเงินค่าคอมมิชชั่น โดยผู้เสียหายต้องโอนเงินลงทุนกับคนร้ายไปก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตามอุบายดังกล่าว โดยครั้งแรกได้เงินคืนกลับมาจริง จึงได้ลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในยอดที่สูงขึ้น สุดท้ายหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวน 6 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งหมด 76,115 บาท สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ จึงรู้ตัวว่าโดนหลอกแล้วได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 ส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย พบว่าคดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นอีก 12 คดี ซึ่งมีลักษณะในการหลอกโอนเงินทำภารกิจเหมือนกัน มีความเสียหายรวมทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านบาท สุดท้ายสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องหลายราย

ต่อมา เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 พ.ย.66 พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ชูบุญเรือง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 ได้นำกำลังชุดสืบสวนร่วมกันลงพื้นที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นหนึ่งในเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ จนสามารถนำหมายจับศาลอาญาเข้าควบคุมตัว นางบุญธรรม อายุ 36 ปี ชาวอุบลราชธานี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคืนอื่น, โดยทุจริตหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมตัวได้ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 และ พ.ต.อ.ศุภรฐโชติ จำหงษ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 สั่งการให้ พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ชูบุญเรือง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม

แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึก ร.5 พัน 2 และพบปะให้โอวาทแก่ กองกำลังป้องกันชายแดน ในพื้นที่ จ.สตูล

วันนี้ 17 พฤศจิกายน 2566 พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4, พันเอกทวีพร คณะทอง เป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 5, พ.อ.ชัยวุฒิ  พรมทอง ผบ.ร.5 พัน.2 ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ จ.สตูล,และคณะเดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยฝึก ร.5 พัน 2 และเดินทางไปยังชุดเฝ้าตรวจชายแดน4301 ต.ตำมะลัง อ.เมืองสตูล เพื่อพบปะกำลังพล และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ ซึ่งจุดดังกล่าวมีกำลังตชด.436 จำนวน  22 นาย ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าตรวจแนวชายแดน และพลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 เดินทางไปสักการะ กรมหลวงชุมพร ต.ตำมะลัง อ.เมืองสตูล หลังจากนั้นเดินทางไปยัง มว.ปล.ที่ 1 ร้อย.ร.5021 อ.ควนโดน จ.สตูล เพื่อเน้นย้ำการปฏิบัติงานตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา และมอบแนวทางการสกัดกั้นและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายบริเวณแนวชายแดน พร้อมทั้งได้มอบของบำรุงขวัญแก่กำลังพลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน 

นอกจากนี้พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 ท่านเดินทางมาที่จังหวัดสตูล บ่อยครั้ง และท่านพร้อมคณะเข้าไปกราบไหว้สักการะ กรมหลวงชุมพร ที่จัดตั้งศาลาให้ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ มากราบไหว้ขอพร บางคนมาบ่นบานสานกล่าวไว้ และพบร่องรอยประทัดกองเต็มไปหมด เป็นสิ่งที่ศักดิ์ที่ทุกคนมาบูชากราบไหว้ ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 มาจังหวัดสตูล ครั้งใดก็จะมาสักการะกราบไหว้ ขอพร และจุดประทัน 10,000 นัดอีกด้วย

กฟผ. ทช. เมืองพัทยา สานพลังร่วมฟื้นฟูอ่าวไทย พร้อมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล ดึงดูดนักท่องเที่ยว ส่งเสริมการประมง สร้างรายได้กระตุ้นเศษฐกิจ

วันนี้ (17 พฤศจิกายน 2566) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และ เมืองพัทยา จัดกิจกรรมจัดวางฐานลงเกาะปะการังจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า โครงการบ้านปลา กฟผ. โดยมี นางจินตนา บำรุง ผู้แทนปลัดเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และกำหนดมาตรการจัดการทรัพยากรทางทะเล กองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (ทช.)  นางสาวสุมิตรา กาญจนมิตร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคกลาง กฟผ. หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชลบุรี ชมรมผู้ประกอบการท่องเที่ยวดำน้ำแบบเดินใต้ทะเล (Sea Walker) นักดำน้ำอาสาสมัคร เข้าร่วมกิจกรรมนำฐานลงเกาะปะการังจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า กฟผ. กว่า 230 ชุด ไปวางบริเวณแนวปะการังพื้นที่เกาะสาก อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

นางจินตนา บำรุง ผู้แทนปลัดเมืองพัทยา เผยว่า ทช. และ กฟผ. ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นของประเทศไทย โดยฐานลงเกาะปะการังจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าจะเป็นแหล่งยึดเกาะปะการัง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศใต้ทะเลได้รับการฟื้นฟูกลับมาอุดมสมบูรณ์ ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและการประมงที่จะช่วยสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจของ จ.ชลบุรี ต่อไป  

นายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และกำหนดมาตรการจัดการทรัพยากรทางทะเล กองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (ทช.) กล่าวว่า ทช. และ กฟผ. ได้ร่วมมือกันในการฟื้นฟูท้องทะเลไทยทั่วประเทศให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ สร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แก่สิ่งมีชีวิตบริเวณแนวปะการังในโครงการบ้านปลา กฟผ. โดย กฟผ. ได้ให้การสนับสนุนลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าที่ครบอายุการใช้งานมาทำเป็นฐานลงเกาะปะการังและนำไปวางในท้องทะเล เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล นับเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ทะเล และเห็นผลเป็นที่ประจักษ์ในหลายพื้นที่ของ จ.ชลบุรี

นางสาวสุมิตรา กาญจนมิตร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคกลาง กฟผ. เปิดเผยว่า ลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าเป็นหนึ่งอุปกรณ์สำคัญในการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้า ในแต่ละปีจะมีลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าที่ครบอายุการใช้งานเป็นจำนวนมาก กฟผ. ได้พิจารณาหาวิธีนำอุปกรณ์นี้มาใช้ประโยชน์โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงนำมาทำเป็นฐานลงเกาะของตัวอ่อนปะการังเพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล พร้อมประสานกับหน่วยงานทางทะเล และสถาบันการศึกษา เพื่อยืนยันลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ทั้งยังเกิดปะการังตามธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา กฟผ. ร่วมกับ เครือข่ายพันธมิตร นำปะการังธรรมชาติจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า ไปวางไว้ใต้ทะเลไทยทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2554 โดยวางครั้งแรกที่ ต.แสมสาร  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และกระจายไปในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.สงขลา จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต รวมทั้งสิ้นกว่า 5,000 ชุด พร้อมเดินหน้าโครงการร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ได้แก่  ทช. กองทัพเรือ และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 โดยร่วมกันพิจารณาเลือกพื้นที่ที่มีความเหมาะสมเพื่อนำลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้ามาสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและอนุบาลสัตว์ทะเล เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ทะเลตามแนวชายฝั่งให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน

รองผบช.ภาค6 ปล่อยแถวตำรวจ ระดมกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลลอยกระทง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00น. วันที่15 พย. 2566 ที่บริเวณหน้าอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย พล.ต.ต. อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ รองผบช.ภาค 6 เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม อาวุธปืน ยาเสพติด และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่นักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2566  ระหว่างวันที่ 18 พย.-27 พ.ย. โดยมี พ.ต.อ.ประมวล ยิ้มจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมในพิธีดังกล่าว

พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ รองผบช.ภาค6 . กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดให้ทุกหน่วยงาน ระดมกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงก่อนเทศกาลลอยกระทง พร้อมกันทั่วประเทศ จังหวัดสุโขทัยถือว่าเป็นต้นกำเนิดของงานประเพณีลอยกระทง จึงต้องมีมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในทุกประเภท พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เนื่องจากจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในจังหวัดสุโขทัยเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เกิดปัญหาและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยในวันนี้ เป็นการสนธิกำลังจากหลายหน่วยงาน อาทิเช่น ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง,ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจทางหลวง, กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดสุโขทัย, ป้องกันภัยจังหวัดสุโขทัย, อาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดสุโขทัย ,อาสาสมัครตำรวจบ้าน และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่าน ใช้ความระมัดระวังในการปฎิบัติงานแบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของจังหวัดสุโขทัย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top