Monday, 7 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

ปั้นเด็กไทยพูดจีน สพฐ. เปิดประชุมคณะผู้บริหาร หารือยกระดับการเรียนการสอนภาษาจีน หวังใช้ AI ช่วยประเมินผล-ฝึกการออกเสียง ปูพื้นฐานเด็กไทยสู่ทักษะภาษา-การเรียนรู้ยุคใหม่

(25 พ.ย. 68) นายพิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 43/2568 พร้อมด้วย นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเน้นย้ำข้อสั่งการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน โดยมีผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

โดยในที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าภารกิจสำคัญด้านคุณภาพการศึกษา และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการเข้าร่วมประชุม World Chinese Language Conference 2025 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่ง นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี ได้กล่าวปาฐกถาเรื่อง “โอกาสและความท้าทายของการประเมินผลภาษาจีนด้วยระบบอัจฉริยะ AI” พร้อมชี้ถึงบทบาทของเทคโนโลยีต่อการพัฒนาการวัดและประเมินผลในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมองว่า AI จะเข้ามาเป็นเครื่องมือเสริม ไม่ได้มาแทนที่ครู และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบการเรียนรู้แบบผสมผสานตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการในการยกระดับผู้เรียนสู่มาตรฐานสากล

อีกทั้ง สพฐ. ยังเดินหน้ายกระดับการเรียนการสอนภาษาจีน โดยใช้มาตรฐาน HSK และ YCT ในการพัฒนาหลักสูตร การวัดผล และการพัฒนาครู รวมถึงส่งเสริมทั้งห้องเรียนทั่วไปที่เรียนภาษาจีนเป็นรายวิชาเพิ่มเติมและเน้นทักษะสื่อสารพื้นฐาน และห้องเรียนพิเศษภาษาจีนที่ใช้ภาษาจีนสอนวิชาคณิตศาสตร์/วิทยาศาสตร์ เตรียมพร้อมศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ โดยเน้นพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน และสามารถใช้ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินได้ โดยเฉพาะด้านการออกเสียง ความคล่องแคล่ว และการปรับข้อสอบตามระดับผู้เรียน และยังมีศึกษานิเทศก์ให้การสนับสนุน ครอบคลุมทั้ง 245 เขตทั่วประเทศ
 

‘ตรีนุช’ มอบ 5 เสือแรงงาน เร่งบูรณาการช่วยน้ำท่วมภาคใต้ จ่ายเยียวยา 50% พร้อมจ้างงานเร่งด่วน ตั้งศูนย์ซ่อม–ฝึกอาชีพเสริมรายได้หลังน้ำลด ช่วยผู้ประสบภัยฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

‘ตรีนุช’ สั่งศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงแรงงานติดตามความเสียหายจากอุทกภัย 24 ชั่วโมง บูรณาการ 5 เสือแรงงานทุกจังหวัดภาคใต้ มอบประกันสังคมเร่งจ่ายเงินเยียวยาว่างงานเหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ โดยลูกจ้างจะได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้างรายวัน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน พร้อมประสานโรงพยาบาลในเครือข่ายเพื่อให้การรักษาผู้ประกันตนที่บาดเจ็บจากน้ำท่วมอย่างเต็มที่

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการของกระทรวงแรงงานในสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ขณะนี้ ว่า ได้สั่งการให้ 5 เสือแรงงานที่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัดบูรณาการงานร่วมกัน ผ่านศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงแรงงาน ติดตามความเสียหายและผลกระทบตลอด 24 ชั่วโมง ข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับรายงานล่าสุด คือ มีจังหวัดในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด ในจำนวนนี้มี 10 จังหวัดที่ยังคงอยู่ในสถานการณ์ของฝนตกหนักและระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ซึ่งได้สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ประชุมติดตามสถานการณ์และดำเนินการตามแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยของศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงแรงงาน พร้อมสำรวจความเสียหาย และความต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมถึงขอรับการสนับสนุนกิจกรรมจ้างงานเร่งด่วน

ในส่วนของกรมการจัดหางานให้เตรียมพร้อมในการสนับสนุนการจัดหางานในตำแหน่งที่ว่างหลังน้ำลด ในกรณีที่ไม่สามารถกลับเข้าไปทำงานในสถานประกอบการได้ รวมถึงให้สนับสนุนการรับงานไปทำที่บ้านเพื่อทดแทนการขาดรายได้อย่างเร่งด่วนที่สุด

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้เตรียมจัดตั้งศูนย์บริการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า พาหนะและเครื่องจักรกลทางการเกษตร รวมถึงเตรียมพร้อมฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเสริมรายได้หลังน้ำลด 

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้สำรวจความเสียหายสถานประกอบการ ลูกจ้างที่ประสบภัย ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการกู้เงินกองทุนความปลอดภัยฯ ช่วยเหลือด้านการคุ้มครองสิทธิที่พึงได้ตามกฎหมายแรงงาน 

ส่วนสำนักงานประกันสังคมให้เร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ประกันตนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย จากภัยธรรมชาติ โดยลูกจ้างได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้างรายวัน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน พร้อมจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้นายจ้างและให้บริการสิทธิประโยชน์ต่างๆแก่ผู้ประกันตน รวมทั้งประสานโรงพยาบาลในเครือข่ายเพื่อให้การรักษาผู้ประกันตนที่บาดเจ็บจากน้ำท่วมอย่างเต็มที่
 

ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวงคนที่ 35 สานต่อมอเตอร์เวย์-โครงข่ายถนนทั่วไทย ยกระดับความปลอดภัย-คุณภาพงานทาง ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานหนุนเศรษฐกิจชาติ

กรมทางหลวงเป็นหน่วยงานหลักภายใต้กระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่วางแผน ออกแบบ ก่อสร้าง ปรับปรุง และบำรุงรักษาทางหลวงและทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เชื่อมโยงเมืองหลัก เมืองรอง และชุมชนทั่วประเทศให้เดินทางได้สะดวกและปลอดภัย พร้อมทั้งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าในทุกภูมิภาคของไทย 

การที่คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล จากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมทางหลวง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 และนับเป็นอธิบดีกรมทางหลวงคนที่ 35 ซึ่งมีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์กรมทางหลวง จึงถูกจับตามองว่าเป็น “แม่ทัพรุ่นใหม่” ที่จะเข้ามาสานต่องานเดิมและยกระดับโครงข่ายทางหลวงไทยให้ก้าวทันความท้าทายในอนาคต 

ในด้านการศึกษา นายปิยพงษ์มีพื้นฐานทางวิชาการที่แข็งแรงด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Ph.D.) จาก Imperial College London สาขาที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรม/นโยบายคมนาคม งานวิทยานิพนธ์หัวข้อ The impact of transport infrastructure investment on regional employment: an empirical investigation ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมกับการจ้างงานในระดับภูมิภาคอย่างเป็นระบบ 

นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์คมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานในวารสารนานาชาติ เช่น บทความ “Marginal productivity of expanding highway capacity” ซึ่งวิเคราะห์ผลผลิตส่วนเพิ่มจากการขยายขีดความสามารถของทางหลวงต่อเศรษฐกิจเอกชน ประสบการณ์วิจัยเชิงลึกเหล่านี้ทำให้เขาเป็นข้าราชการที่มอง “ถนน” ไม่ใช่แค่โครงสร้างกายภาพ แต่เป็นการลงทุนที่ต้องคุ้มค่า โปร่งใส และสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ-สังคมอย่างแท้จริง

เส้นทางราชการของนายปิยพงษ์ถือได้ว่าเป็น “ลูกหม้อกรมทางหลวง” อย่างเต็มตัว เขาเติบโตมาจากสายงานวางแผนและพัฒนาระบบทางหลวง ก่อนมารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ดูแลโครงการมอเตอร์เวย์สายสำคัญหลายสายของประเทศ รวมถึงมีบทบาทในการผลักดันการลงทุนมอเตอร์เวย์รูปแบบใหม่ ๆ ผ่านกลไกให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) 

ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมทางหลวง ดูแลงานด้านมาตรฐานวิศวกรรม ระบบข้อมูล และการบูรณาการความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในโครงการพัฒนามาตรฐานและระบบบูรณาการข้อมูลภูมิสารสนเทศของกรมทางหลวง หรือระบบ DOH One Map ที่รวบรวมข้อมูลโครงข่ายทางหลวงให้อยู่ในรูปแบบ Open Geospatial Data รองรับการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอกและภาคเอกชน ก่อนจะถูกโยกไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามโครงการโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ของประเทศอย่างใกล้ชิด 

ก่อนขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดี นายปิยพงษ์เป็นหนึ่งใน “ตัวหลัก” ที่ผลักดันแผนพัฒนาโครงข่ายมอเตอร์เวย์ระยะยาวของไทย โดยเฉพาะแผนพัฒนาโครงข่ายมอเตอร์เวย์เชื่อมโยงโครงข่ายราง (โครงการ Motorway-Rail Map หรือ MR-MAP) และแผน 20 ปีในการพัฒนาทางหลวงและมอเตอร์เวย์เชื่อมภูมิภาคต่าง ๆ เข้าด้วยกัน 

เขามีบทบาทสำคัญในการนำเสนอแผนลงทุนโครงข่ายถนนใหม่ ๆ ต่อสาธารณะและคณะรัฐมนตรี รวมถึงการผลักดันโครงการมอเตอร์เวย์ขนาดใหญ่หลายโครงการให้เดินหน้าจากระดับการศึกษา ความเป็นไปได้ สู่การอนุมัติงบประมาณและเตรียมก่อสร้างจริง งานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการทำงานเชิงบูรณาการ ทั้งด้านวิชาการ การวางแผนยุทธศาสตร์ และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

เมื่อเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายปิยพงษ์ได้มอบนโยบายการบริหารกรมทางหลวง 9 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับความปลอดภัยในเขตก่อสร้าง การจัดการอุบัติเหตุและความปลอดภัยสาธารณะ การยกระดับคุณภาพงานทางและการบริการประชาชน ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาบุคลากรในองค์กร 

เขายังประกาศเร่งรัดให้ มอเตอร์เวย์ 3 สายสำคัญ เปิดให้บริการภายในปี 2569 ได้แก่ M81 (บางใหญ่-กาญจนบุรี) M6 (บางปะอิน-โคราช) และ M82 (บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว) ควบคู่กับการเดินหน้าโครงการ “เรือธง” เช่น มอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ปากท่อ (M8) และการเตรียมเปิดประมูลที่พักริมทาง รวมถึงสัญญาบริหารและบำรุงรักษา (O&M) มอเตอร์เวย์ เพื่อให้โครงข่ายมอเตอร์เวย์ของไทยสมบูรณ์ทั้งด้านโครงสร้างและบริการผู้ใช้ทาง 

อีกด้านหนึ่ง อธิบดีปิยพงษ์ให้น้ำหนักกับ “ความปลอดภัยและความโปร่งใส” อย่างชัดเจน ทั้งการกำชับให้ปรับปรุงเงื่อนไขในสัญญาก่อสร้างให้รัดกุมขึ้น เพื่อลดช่องว่างที่อาจก่อให้เกิดปัญหาในพื้นที่ก่อสร้างและบนโครงสร้างพื้นฐานที่มีอายุใช้งานนาน รวมถึงการใช้ข้อมูลอุบัติเหตุและสภาพโครงสร้างมาเป็นฐานในการวางแผนบำรุงรักษาเชิงรุก เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนทางหลวง 

ประสบการณ์ด้านวิจัยคมนาคมในเวทีนานาชาติ ประกอบกับบทบาทในฐานะรองอธิบดีฝ่ายวิชาการและผู้ตรวจราชการ ทำให้เขาเป็นผู้นำที่ “คิดบนฐานข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์” มากกว่าใช่เพียงความเคยชินหรือประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อผนวกกับการเป็นลูกหม้อกรมทางหลวงที่รู้เท่าทันทั้งข้อจำกัดและศักยภาพขององค์กร ก็ยิ่งทำให้ภาพของ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ในวันนี้ ชัดเจนในฐานะอธิบดีกรมทางหลวงที่มีความรู้ ความสามารถ และได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบ “ทุกกิโลเมตร” ของทางหลวงไทย เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนในระยะยาว

“เปิ้ล นาคร” หลั่งน้ำตา อุทกภัยหาดใหญ่หนักสุดในรอบ 14 ปี เผย “เกินกำลังผมแล้ว!!” เสียงขอร้องให้ช่วยระงม แต่ไม่สามารถช่วยได้

(25 พ.ย. 68) เปิ้ล นาคร ศิลาชัย นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ที่ผันตัวเป็นจิตอาสา ขี่เจ็ตสกีลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างเกิดอุทกภัย ขณะที่น้ำท่วมสูงและกระแสน้ำแรง ทีมเจ็ตสกีของเขาเกิดขัดข้องกลางน้ำ จำต้องปีนขึ้นหลังคาบ้านเพื่อรอความช่วยเหลือ

ในคลิปเหตุการณ์ แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากและความไม่แน่นอนในการลงพื้นที่ของจิตอาสา เปิ้ลเผยว่า "เราไม่พอแล้ว เราไม่รู้จะช่วยใครก่อน… ทุกคนเดือดร้อนหมด" ท่ามกลางเสียงเรียกขอความช่วยเหลือของผู้ประสบภัยที่ดังก้องบริเวณนั้น

แม้ทีมกู้ภัยจะเข้าช่วยเหลือเปิ้ลและทีมได้อย่างปลอดภัย แต่นี่ชี้ให้เห็นว่าความสามารถของจิตอาสายังมีข้อจำกัด และความช่วยเหลือจากภาครัฐยังคงจำเป็นอย่างยิ่ง เปิ้ลย้ำว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นหนึ่งในความท้าทายที่หนักหนาสาหัสที่สุดในรอบ 14 ปีที่เขาลงพื้นที่

ภรรยาของเขา "จูน กษมา" เผยว่า ทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร ทำงานแข่งกับเวลา พร้อมส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประสบภัยผ่านการจัดตั้งโรงครัวทำอาหารช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง

ภาพน้ำตาของเปิ้ลจึงไม่ใช่เพียงความอ่อนแอ แต่คือเสียงแทนผู้ที่กำลังตกอยู่ในความลำบากและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เป็นข้อเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐว่าต้องเพิ่มกำลังสนับสนุนและจัดระบบช่วยเหลืออย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์นี้ซ้ำรอยในอนาคต

สหรัฐฯ ปรับแผน!! ลดแผนสันติภาพเหลือ 19 ข้อ จาก 28 ข้อ…หวังยุติสงคราม ‘ยูเครน’ ยุโรปโล่งใจ ถอดเงื่อนไขยึดทรัพย์รัสเซีย แต่ขู่เคียฟ หากไม่รับแผนจะสั่งงดช่วยเหลือทั้งหมด

(25 พ.ย. 68) แผนยุติความขัดแย้งยูเครนของสหรัฐฯ เดิมมี 28 ข้อ แต่ล่าสุดถูกลดเหลือ 19 ข้อ หลังการพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และยูเครนในกรุงเจนีวา โดยยังเป็นการทำงานต่อจากร่างฉบับเดิมของสหรัฐฯ ไม่ใช่ร่างทางเลือกจากยุโรป และจำนวนข้อสุดท้ายก็ยังไม่สรุปแน่ชัด

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า เขายังไม่เห็นข้อเสนอของยุโรป ขณะเดียวกันสื่อบลูมเบิร์กรายงานว่า ร่างล่าสุดได้ตัดข้อเสนอเรื่องนำทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกแช่แข็งกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ไปใช้ฟื้นฟูยูเครนออกไป ทำให้หลายประเทศยุโรปรู้สึกเบาใจขึ้น เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นที่เห็นต่างกันมานาน

ส่วนเนื้อหาเดิมของแผนสหรัฐฯ เช่น การลดความช่วยเหลือทางทหาร การให้ภาษารัสเซียเป็นภาษาทางการในยูเครน การลดกำลังทหารยูเครน รวมถึงการยอมรับไครเมียและดอนบาสเป็นดินแดนของรัสเซีย ยังเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงต่อ ซึ่งผู้นำรัสเซียก็ส่งสัญญาณว่าแผนใหม่ของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การเจรจาปิดฉากสงครามได้

อย่างไรก็ตาม จากรายงานข่าวเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ขู่ยูเครนหากไม่ยอมรับแผนนี้ อาจถูกตัดความช่วยเหลือทั้งหมด ตั้งแต่ระบบป้องกันทางอากาศ ไปจนถึงการแชร์ข่าวกรองและการสนับสนุนทางทหารอื่น ๆ ทำให้ความกดดันต่อรัฐบาลเคียฟเพิ่มขึ้นท่ามกลางการเจรจาที่กำลังเข้มข้น

"ครูพี่บลู" ลงพื้นที่ภาคตะวันออก ฟังเสียงคนจันทบุรี - ระยอง – สระแก้ว เตรียมนำข้อมูลจัดทำนโยบายทุกมิติ พร้อมเปิดรับสมาชิกใหม่ร่วมขับเคลื่อนพรรค

เมื่อวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.ศักย์ ทับพลี หรือ "ครูพี่บลู" รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ได้นำทีมงานลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออก อย่างใกล้ชิด ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ระยอง และสระแก้ว เพื่อรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปอย่างเป็นกันเองและได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยครูพี่บลูได้พูดคุยสอบถามถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินชีวิต ทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การเกษตร ราคาผลผลิต รวมถึงความต้องการด้านสวัสดิการและคุณภาพชีวิต เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดนโยบายของพรรคต่อไป

นอกจากนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ยังได้ถือโอกาสเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคใหม่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่น โดยมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจและแสดงความจำนงค์เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพรรคไทยก้าวใหม่ ที่มุ่งเน้นการทำงานด้านการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ทีมงานได้เดินทางไปยัง บ้านหนองจาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ตามแนวชายแดน เพื่อรับฟังปัญหาเฉพาะของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเจาะลึก ตัวแทนประชาชนในบ้านหนองจานได้สะท้อนปัญหาที่สำคัญและแตกต่างจากพื้นที่อื่น อาทิ ปัญหาที่ดินทำกินที่ทับซ้อน  พื้นที่ความมั่นคง ปัญหาด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตามแนวชายแดน ครูพี่บลูได้บันทึกทุกปัญหาและให้ความมั่นใจว่าพรรคไทยก้าวใหม่จะนำประเด็นเหล่านี้ไปศึกษาเพื่อผลักดันเป็นนโยบายในการสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน

แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน ชี้ ทั้ง 3 คน ยังไม่ว้าว!! เปรียบ ‘เท้ง’ เป็นนมจืดที่ไร้จุดขาย แนะหยุดปั้นเป็น ‘เน็กซ์ธนาธร – นิวพิธา’

(24 พ.ย. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข ที่หลายคนรู้จักในนาม 'ใบตองแห้ง' คอลัมนิสต์การเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ซึ่งเปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยว่า 

(มิตรที่ใกล้ชิดพรรค)
เปิดตัวแคนดิเดตนายกพรรคประชาชน

มองอาจารย์ต้นจริงจัง
ครบเรื่องความรู้ ความสามารถ บุคลิกภาพ พูดดีฉะฉาน วันนี้เห็นคาริสมาด้วย 
แต่ยังไม่เห็นชาร์มมิ่ง  
ซึ่งของแบบนี้สร้างได้อยู่ ต้องใช้เวลา เป็นตัวเลือกที่ดีมาก 

ส่วนเท้งจืด เป็นนมจืดแบบแดรี่ควีน 
แบบวัวกินหญ้า วัวอารมณ์ดี ฟรีเคจวิ่งอิสระ 
รสเข้มข้นครบเครื่องคุณประโยชน์ถึงแต่จืด 
ซึ่งจืดก็ดีแบบจืด

หาจุดขาย
คิดเองว่าควรขายลุคเนิร์ด นักเทคโนโลยีไปเลย
มาเวย์นักสู้ก็ไม่แมตช์ เวย์ดาราช่องเจ้าเสน่ห์ก็ไม่ได้ 
สายปราศรัยก็ยังไม่พีก ฟังแล้วยังไม่ขนลุกปลุกฝัน
ยังไม่สั่นความหวังในหัวใจ เป็นคนที่พูดแล้วยังไม่ว้าว
ซึ่งยังไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจำเป็นต้องว้าวมั้ย แต่คิดว่าควร ดีสำหรับตัวเขา
ของมีเด่นชัดทางใดก็ดันไปซักทางน่าจะดี
อย่าไปปั้นเป็นเน็กซ์ธนาธร นิวพิธา 
นึกไม่ออกเหมือนกัน 
ไม่มีข้อมูล ดูจากระยะไกล
อาจจะผิด 
ไม่เคยคุยกันเลยซักคำเดียว

คุณไหมเก่งนะ ก็เหมาะสมในหลายด้านแล้วเป็นตัวเลือกที่ OK ไม่มีอะไรแปลกใจ

ส่วนแคนดิเดต ผู้ว่ากทม
สงสารน้อง ๆ ที่ลงสก. 
ส่งกำลังใจให้ละกัน

วันป้องกันและเยียวยาความรุนแรงในเด็ก จุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมกล้าพูด ถึงเวลาต้องยืนข้างเด็ก รณรงค์ร่วมหยุดความรุนแรงทั่วโลก

UN กำหนด 18 พฤศจิกายน เป็น “วันป้องกันและเยียวยาการแสวงประโยชน์ทางเพศและความรุนแรงในเด็กโลก”

องค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ 18 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันป้องกันและเยียวยาการแสวงประโยชน์ทางเพศ การล่วงละเมิด และความรุนแรงในเด็กโลก” เพื่อย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องเด็กจากความรุนแรงทุกรูปแบบ และสนับสนุนการเยียวยาผู้รอดชีวิต

บริซา เด อังกูโล สมาชิก SAGE แห่ง Brave Movement นักกฎหมาย นักจิตวิทยาเด็ก และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ A Breeze of Hope ในโบลิเวีย กล่าวว่า วันนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศในวัยเด็ก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาต้องเผชิญความเจ็บปวดอย่างเงียบงัน ด้วยความอับอายและคำตำหนิที่ไม่ควรเกิดขึ้น

การมีวันสากลนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมกล้าพูด กล้ายอมรับว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น “ไม่ใช่ความผิดของเหยื่อ” และต้องร่วมกันลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
Brave Movement และ Together for Girls เตรียมระดมผู้รอดชีวิตและพันธมิตรจากทั่วโลกในวันที่ 18 พฤศจิกายน เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆ ออกนโยบายป้องกันความรุนแรงทางเพศต่อเด็ก พร้อมผลักดันการรักษาและความยุติธรรมให้เหยื่อเข้าถึงได้จริง

บริซากล่าวปิดท้ายว่า
“เราเจ็บปวดมานานอย่างเงียบๆ วันนี้คือวันที่บอกเราว่า… เราไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป”

 

กมธ.วุฒิสภา ลุยชลบุรี! เปิดปมทิ้งกากพิษ– จี้รัฐฟันเจ้าหน้าที่เอี่ยวทุจริต เร่งสร้างธรรมาภิบาลโปร่งใส

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ (13 พ.ย. 68) ที่ห้องประชุมชลบุรี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี พลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร ประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา นำคณะลงพื้นที่ ศึกษาปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม พร้อมตรวจสอบแนวทางป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่

โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับ และมอบหมายให้ นายอำนาจ เจริญศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมผู้บริหารจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์และแนวทางแก้ไข

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการที่ร่วมลงพื้นที่ประกอบด้วย พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร ประธานคณะกรรมาธิการ นายสุทนต์ กล้าการขาย เลขานุการคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ นางวาสนา ยศสอน กรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธิการร่วมปฏิบัติภารกิจ

การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้น ถอดบทเรียนจากพื้นที่ที่ประสบปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน ตลอดจนวิเคราะห์ช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมาย และพฤติกรรมการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่บางราย เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและยับยั้งการทุจริตอย่างเป็นระบบ

พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการ ให้ความสำคัญกับการสร้างกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็งและโปร่งใส โดยเฉพาะในหน่วยงานที่มีอำนาจอนุญาตหรือกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเห็นถึงธรรมาภิบาลในภาครัฐอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังเสนอแนวทางให้จังหวัดเพิ่มการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ใช้เทคโนโลยีติดตามการขนส่งของเสียอันตรายแบบเรียลไทม์ และเสริมระบบตรวจสอบภายใน เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกันในทุกภาคส่วน

ภายหลังการประชุม คณะกรรมาธิการได้มอบของที่ระลึกแก่รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top