Monday, 7 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

จีนออกกฎใหม่ สนับสนุนกิจกรรมเด็กประถม–ม.ต้น เคลื่อนไหวร่างกายวันละ 2 ชั่วโมง เพิ่มชั่วโมงเรียนพละ–สุขศึกษาในทุกระดับ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

(28 พ.ย. 68) กระทรวงศึกษาธิการของจีนเผยว่านักเรียนระดับประถมและมัธยมต้นในจีนควรเข้าร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน

เอกสารฉบับใหม่เกี่ยวกับการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายของนักเรียน กระตุ้นให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาและสุขศึกษาอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งจัดสรรชั่วโมงเรียนวิชาเหล่านั้นให้เพียงพอ โดยกระทรวงฯ ยังสนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายแบบมีคุณภาพในช่วงเช้า 1 ชุด และช่วงบ่ายระหว่างคาบเรียนอีก 1 ชุด โดยแต่ละช่วงต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที

สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรีจะต้องจัดให้มีวิชาพลศึกษาขั้นต่ำ 144 ชั่วโมงเรียน ส่วนวิทยาลัยอาชีวศึกษาต้องมีวิชาพลศึกษาอย่างน้อย 108 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวยังเรียกร้องการพัฒนาบุคลากรด้านกีฬาเพิ่มขึ้น เพิ่มการผลักดันตำแหน่งครูพละ และปรับปรุงการประเมินผลการสอนของครูสาขาวิชานี้

28 พฤศจิกายน 2451 โรงเรียนเกษตรธิการ รวม 3 โรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ สู่การก่อตั้ง ‘มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์’ปี 2486

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2451 ถือเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์เกษตรไทย เมื่อสยามรวม 3 โรงเรียนด้านเกษตรและการจัดการน้ำเป็นหนึ่งเดียว ณ วังสระปทุม ตั้งชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนเกษตราธิการ”

ในยุคนั้น สยามกำลังเร่งพัฒนาระบบราชการและเศรษฐกิจเกษตรโดยใช้ฐานความรู้ด้านแผนที่ การชลประทาน และเกษตรกรรมสมัยใหม่ โรงเรียนเกษตราธิการจึงถูกออกแบบให้เป็นแหล่งผลิต “ข้าราชการสายเทคนิค” ที่มีความรู้ศาสตร์ผสมผสาน และทำให้เกษตรกลายเป็นวิชาชีพที่มีหลักสูตร มีวุฒิ และเส้นทางราชการรองรับ

โพสต์สำคัญในแง่พัฒนาการนี้คือการประกาศว่า "เราจะยกระดับการเกษตรจากภูมิปัญญาชาวบ้าน สู่ศาสตร์ที่ต้องมีโรงเรียน มีครู มีหลักสูตร มีระบบ เพื่อพัฒนาประเทศทั้งระบบในระยะยาว" ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำไปสู่การตั้ง ‘มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์’ ในปี 2486 ต่อมา

วันนี้ การย้อนดูเหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่รำลึกอดีต แต่เพื่อทบทวนว่าในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เราได้พัฒนาบุคลากรด้านเกษตรได้เข้มแข็งเท่าที่บรรพชนเคยวางรากฐานไว้หรือไม่ และว่ามีแนวคิดใหม่ที่พร้อมรองรับโลกยุคนี้หรือยัง

‘ดร.อานนท์’ ยันการใช้ ม.8 พรบ. อัยการศึก อพยพคนปลายน้ำ จ่ายชดเชย - ขนด้วย GMC หากต้องระเบิดถนนลพบุรีราเมศวร์ ฟันธง! พื้นที่เขต 8 หาดใหญ่ 'ไม่ปกติ'

(26 พ.ย. 68) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เช้านี้ก่อนขึ้นบรรยาย Generative AI สำหรับวิชาชีพพยาบาล ให้สมาคมพยาบาลมะเร็งแห่งประเทศไทย ที่ Centara life ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 

นักข่าวช่องสามมารอสัมภาษณ์
คำถามแรก อาจารย์ยังยืนยันว่าต้องใช้กฎอัยการศึก แล้วต้องระเบิดถนนลพบุรีราเมศวร์หรือไม่

คำตอบ ของอานนท์ 
น้องน้ำ ทำหน้าที่แทนกฎอัยการศึกไปแล้ว ผมให้ใช้ มาตรา 8 พรบ. อัยการศึก เพื่อให้ทหาร มีอำนาจทำลายเปลี่ยนแปลงสถานที่และขับไล่ผู้คนได้ 

ขับไล่ผู้คนคือ คนปลายน้ำ ที่น้ำจะผ่าน จ่ายเงินชดเชยให้สด ๆ อพยพทันที เอา GMC มาขน 

ทำลายเปลี่ยนแปลงสถานที่คือระเบิด ถนนลพบุรีราเมศวร์ ทางรถไฟ และคันคลอง ร. 1
ไม่ต้องใช้กฎอัยการศึกครับ น้องน้ำ ระเบิดทางรถไฟที่ขวางน้ำออกให้เรียบร้อยแล้ว น้องน้ำทำหน้าที่แทนอัยการศึกแล้ว ลพบุรีราเมศวร์ น้องน้ำแรงไม่ถึง ขอบคันคลอง ร.1 ก็ได้ยินว่าน้องน้ำระเบิดให้

น้ำจะลงอย่างรวดเร็วแล้วครับ โดยไม่ต้องระเบิด โดยไม่ต้องใช้อัยการศึก 
ณ เวลานี้ ไม่จำเป็น เพราะน้องน้ำได้ตัดสินใจประกาศใช้กฎอัยการศึกแทนไปเรียบร้อย แล้ว
ธรรมชาติยิ่งใหญ่กว่ากฎอัยการศึกครับ

คำถามสอง ตรงเขตแปด หาดใหญ่อาจารย์ว่ามีอะไรผิดปกติไหมครับ 

ไม่ปกติ ต้องมีผู้ก่อการร้าย หรือสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด อย่างแน่นอน 
ไม่เช่นนั้นจะไม่ยิงปืนไล่คนเข้าพื้นที่รัว ๆ ทั้งวันทั้งคืน ที่ล่าสุด ยิงใส่กู้ภัยไป 20 นัด มีการปาข้าวของใส่ด้วย
นี่คือไม่ปกติ

หน่วยเสือภูเขา หน่วยรบเก่งกาจมากของกองทัพภาคที่ 4 รู้จักโจรก่อการร้ายเป็นอย่างดี
นาวิกโยธิน นักรบแห่งกองทัพเรือ 
RECON หน่วยลาดตระเวน นักรบสามมิติแห่งราชนาวีไทย
EDD เก็บกู้ระเบิดแห่งกองทัพเรือ 
SEAL นักรบพิเศษจู่โจมใต้น้ำ 
ที่เมื่อคืน สนธิกำลังแบบนี้เข้าไปช่วยชาวบ้านที่น้ำท่วม เขต 8 
นี่คือสถานการณ์ไม่ปกติครับ

น้ำท่วมสามเมตร ฝนตกกระหน่ำทั้งวัน ไฟฟ้าดับหมดเมือง 
จู่ ๆ เมล็ดฝนหล่นโดนน้ำท่วมลุกเป็นไฟ ไหม้ตึกที่น้ำท่วมในหาดใหญ่ได้เองครับ
เหตุการณ์ไม่ปกติจริง ๆ ครับ มีคนวางเพลิงสร้างสถานการณ์แน่นอน 
ไม่มีอะไรปกติเลย

ตอบคำถาม THE STATES TIMES
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ (Historical evidence) คือการสอบถามผู้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยทรงสั่งให้เจาะทางรถไฟและถนนลพบุรีราเมศวร์ จริง ๆ เหตุการณ์ในอดีตคือ พ.ศ. 2543 ยังมีผู้เห็นเหตุการณ์ รับรู้และมีชีวิตอยู่
แต่ผมพิจารณาจากแผนที่ และชี้จุดโดย GIS โดยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยพิจารณา 

ตอบคำถามดราม่าเรื่องคนปลายน้ำ
ก็ไม่ได้จะปล่อยน้ำไปฆ่า แต่จะเร่งอพยพออก มาตรา 8 อัยการศึก ขับไล่คนได้ จับกุมออกไปก็ได้ จ่ายเงินชดเชยให้เต็มที่ ขนด้วย GMC ออกไป ไม่เกินสองชั่วโมง ก็ระเบิด ถนนลพบุรีราเมศวร์ และทางรถไฟได้ แล้ว

อย่ามาเล่นเกมส์ ชีวิตฉันน่าสงสารกันเลยครับ คนปลายน้ำ ไม่ได้มีใครจะมาฆ่าพวกคุณหรอกครับ 

จบคำตอบที่ THE STATES TIMES ไม่ได้ถามอานนท์

คิงส์เกตยุติข้อพิพาท ปิดฉากคดีเหมืองทองอัครา ถอนฟ้องรัฐบาลไทยแล้ว โดยไม่มีคำชี้ขาดตัดสินแพ้–ชนะ หลังยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี

(27 พ.ย. 68) บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทแม่ของเหมืองทองอัครา ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ว่าได้ “ยุติข้อพิพาท” กับรัฐบาลไทยแล้ว หลังจากรัฐบาลไทยเคยใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองเมื่อปี 2560 และคิงส์เกตยื่นฟ้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี

คิงส์เกตระบุว่า บริษัทและรัฐบาลไทยตกลงร่วมกันยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 โดยจะไม่มีคำชี้ขาดตัดสินแพ้-ชนะ คณะอนุญาโตตุลาการได้รับทราบข้อตกลงแล้ว และจะออกคำสั่งยุติคดีอย่างเป็นทางการในเวลาที่เหมาะสม ข้อตกลงนี้ถูกระบุว่าเป็น “การระงับข้อพิพาทโดยฉันมิตร” ระหว่างทั้งสองฝ่าย

แถลงการณ์ย้ำว่า ความตกลงครั้งนี้สะท้อน “ความสัมพันธ์ที่สดใหม่” ระหว่างคิงส์เกตกับประเทศไทย และคาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทย ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากการเดินหน้าดำเนินงานเหมืองทองและเงินที่เหมืองชาตรีอย่างต่อเนื่อง คิงส์เกตยืนยันว่าพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยอย่างสร้างสรรค์และสุจริตใจ เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองระยะยาวให้ทุกฝ่าย

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทระบุด้วยว่า การยอมยุติคดีไม่ได้เป็นการตัดสินใจที่ง่าย แต่เห็นว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างมูลค่าระยะยาวให้ผู้ถือหุ้น ชุมชนรอบเหมืองชาตรี และพนักงานของบริษัท ขณะที่ เจมี่ กิบสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคิงส์เกต เรียกพัฒนาการครั้งนี้ว่าเป็น “ช่วงเวลาประวัติศาสตร์” ของการลงทุนในเหมืองชาตรี และมองว่าเป็นสัญญาณบวกว่าประเทศไทย “เปิดกว้างสำหรับธุรกิจ” อีกครั้ง

CAAT ชี้แจงบินโดรนในพื้นที่อุทกภัยภาคใต้ ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสนับสนุนภารกิจ ช่วยเหลือประชาชนอย่างปลอดภัย

(27 พ.ย. 68) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศอนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติการบินโดรนในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะการบินหลังเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นกรณี “อนุญาตเป็นพิเศษ” สำหรับภารกิจบรรเทาสาธารณภัยเท่านั้น

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ผู้ปฏิบัติการบินต้อง
- ติดตั้งไฟระบุตำแหน่งให้มองเห็นชัดเจน
- ประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ก่อนบินทุกครั้ง
- ไม่ทำการบินที่อาจเป็นการรบกวนเส้นทางบินของอากาศยานของรัฐและอากาศยานฉุกเฉิน

CAAT ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และปลอดภัย

ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง อนุญาตให้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกเพื่อการดำเนินงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พ.ศ. 2568 > https://www.caat.or.th/laws-regulations/191646/

'อิ๊งค์' โพสต์ภาพถ่ายร่วม 'ทักษิณ' ใส่ชุดนักโทษ-ผมเกรียน หลังเรือนจำจัดให้เป็นวันเยี่ยมใกล้ชิดถึงตัว พร้อมฝากความเป็นห่วงถึงทุกคน

(27 แพ.ย. 68) หลังจาก  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พร้อมครอบครัว เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 20 นับตั้งแต่ถูกคุมขังภายในเรือนจำ โดยในวันนี้ทางเรือนจำทุกจังหวัดจัดให้เป็นวันให้เยี่ยมแบบใกล้ชิดถึงตัว เนื่องในช่วงของเทศกาลปีใหม่ นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันได้

ล่าสุด น.ส.แพทองธาร และครอบครัวจะออกมา ได้โพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับนายทักษิณ ที่อยู่ในชุดผู้ต้องขังและตัดผมเกรียน ผ่านอินสตาแกรม @ingshin21 โดยระบุข้อความว่า เกือบ 2 ชั่วโมงที่เหมือนได้กลับมาอยู่ด้วยกันจริงๆ 

วันนี้ทางเรือนจำ จัดกิจกรรม เยี่ยมญาติใกล้ชิด ให้ญาติๆ ได้เข้ามาเจอกัน กอดกัน ทานข้าวด้วยกัน แบบไม่ต้องคุยโทรศัพท์ผ่านกระจก ได้เดินตลาดย่อมๆ ที่พี่ๆ น้องๆ ในเรือนจำทำอาหาร ทำศิลปะมาขาย ได้มีโอกาสอุดหนุนหลายร้านอยู่ค่ะ 

แว๊บนึง รู้สึกเหมือนกลับไปเป็น ด.ญ. แพทองธาร เดินจับมือคุณพ่อ และพี่ๆ เดินตลาดกันแบบตอนเด็กๆ  (จริงๆพ่อจะชอบตลาดสดมาก เพราะได้เลือกเอง ตามเมนูที่จะทำให้ที่บ้านทานตอนวันอาทิตย์)

ถึงคนที่เป็นห่วงคุณพ่อ ท่านสบายดี รับรู้ถึงความรักความห่วงใย และฝากความเป็นห่วงถึงทุกๆ คนค่ะ

ทรรศนะ ‘อาจารย์อุ๋ย’ ชี้น้ำท่วมหาดใหญ่ หนักสุดในรอบ 25 ปี เกิดเพราะรัฐไม่ใช้กฎหมาย ถึงเวลาปฏิรูปอำนาจจัดการน้ำทันที

(27 พ.ย. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟสบุ๊กแสดงความเห็นว่า “ในฐานะนักกฎหมายและผู้ที่ติดตามปัญหาน้ำท่วมมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสภาพทางภูมิศาสตร์หลายส่วนคล้ายคลึงกับเมืองหาดใหญ่ ผมขอยืนยันได้ประการหนึ่งว่า น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงกฎหมายและโครงสร้างอำนาจรัฐ ที่ถูกปล่อยปละละเลย จนเรื้อรังซ้ำซากมานานกว่าสามทศวรรษ 

สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ ไม่ได้มีการบังคับใช้ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 อย่างครบวงจร กล่าวคือ แม้กฎหมายให้อำนาจรัฐจัดทำ ‘แผนจัดการน้ำลุ่มน้ำภาคใต้’ อย่างเป็นระบบ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีการกำหนดเขตห้ามรุกล้ำทางน้ำ และเขตซับน้ำตามธรรมชาติ อย่างชัดเจน ทำให้พื้นที่รับน้ำรอบคลองอู่ตะเภาถูกรุกล้ำเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก จนระบบระบายน้ำที่ควรทำงานได้ กลับถูกบีบให้แคบลง  เรื่อย ๆ 

สาเหตุถัดมาคือ กลไกการบริหารน้ำข้ามหน่วยงานที่ไร้เอกภาพ ระหว่าง อบจ. สงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ชลประทาน และป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ทั้งที่กฎหมายให้อำนาจตั้ง ‘คณะกรรมการลุ่มน้ำ’ เพื่อทำหน้าที่บังคับบัญชาแบบศูนย์เดียว (single command) แต่กลับกลายเป็นเพียงเวทีหารือ ไม่ใช่เวทีสั่งการ

การบ้านในยุค AI ใช้ยังไงให้ไม่กลายเป็นโกง?? เส้นบางๆ ระหว่างช่วยกับลอก ในการศึกษายุคใหม่ที่ห้ามใช้ก็ไม่ได้ แต่ปล่อยฟรีสไตล์ก็คงไม่ไหว

กระแส ChatGPT และโลกแห่ง AI ได้สร้างข้อความกำลังเปลี่ยนวิธีเรียนของเด็กทั่วโลก นักเรียนจำนวนมากหันไปถามเอไอเวลาทำการบ้านหรือเตรียมสอบ แต่ความสามารถของเทคโนโลยีกลับทำให้หลายคนเริ่มสับสนว่า “ตรงไหนคือใช้เป็นเครื่องมือ” และ “ตรงไหนคือโกง” โดยเฉพาะเมื่อในชีวิตประจำวัน เราใช้เอไอแทบทุกอย่าง ตั้งแต่หาข้อมูล ยันสรุปอีเมล

มหาวิทยาลัยอย่างชิคาโกเตือนชัดว่า AI ควรใช้เพื่อ “ช่วยทำความเข้าใจ” หรือ “ช่วยจุดไอเดีย” ไม่ใช่เอาคำตอบไปส่งแทนตัวเอง เพราะการคัดลอกคำตอบจากแชตบอตไปทั้งดุ้น ก็ไม่ต่างอะไรจากก๊อบงานคนอื่นมาใส่ชื่อเรา ส่วนมหาวิทยาลัยเยลก็ย้ำว่า ถ้าใช้เอไอเขียนคำอธิบาย สรุป หรือวางโครงร่างให้หมด เราจะเรียนรู้น้อยลง และทำผลงานได้แย่ลงเวลาเจอข้อสอบจริง

ขณะที่วิธีที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เอไอเหมือนติวเตอร์หรือเพื่อนช่วยอ่านหนังสือ เช่น ให้ช่วยอธิบายแนวคิดยาก ๆ ช่วยคิดหัวข้อเรียงความ หรือทำแบบฝึกหัดทดสอบตัวเอง ครูมัธยมในแคลิฟอร์เนียคนหนึ่ง แนะนำให้นักเรียนอัปโหลดโน้ตและสไลด์ แล้วสั่งให้บอต “ช่วยออกข้อสอบทีละข้อ แล้วสอนเพิ่มในส่วนที่เราตอบผิด”

หลายมหาวิทยาลัยและโรงเรียนเริ่มออกกติกาเอไอของตัวเอง บางแห่ง เช่น ม.โตรอนโต กำหนดเลยว่าห้ามใช้เอไอหากอาจารย์ไม่อนุญาตในรายวิชานั้น ๆ ขณะที่บางมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ปล่อยให้เป็นสิทธิของอาจารย์แต่ละคนว่าจะให้ใช้มากน้อยแค่ไหน นักเรียนจึงต้องเช็กให้ชัดว่ารายวิชาที่เรียน “ได้ใช้เอไอแค่ไหน” เพื่อไม่ให้เผลอข้ามเส้นโดยไม่รู้ตัว

อีกประเด็นใหญ่คือ “ความโปร่งใส” หลายสถาบัน เช่น ม.ชิคาโก แนะนำให้นักศึกษาระบุในงานเขียน หากใช้เอไอช่วยคิดไอเดีย สรุปบทความ หรือช่วยร่างข้อความบางส่วน เพื่อให้เหมือนการอ้างอิงหนังสือหรือเว็บไซต์ เป็นการยอมรับว่าเราใช้เครื่องมือ แต่ยังรับผิดชอบต่อเนื้อหาหลักที่เป็นงานคิดของตัวเอง

ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน พ่อแม่เองก็ต้องคุยกับลูกเรื่องเอไอด้วย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรตั้งหลักให้ชัดตั้งแต่แรกว่า “เป้าหมายคือการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จ” เอไอใช้ได้ในฐานะติวเตอร์ ช่วยอธิบายหรือแตกโจทย์ให้เข้าใจง่ายขึ้น ช่วยระดมไอเดีย แต่การคิดและเขียนสุดท้ายต้องเป็นของเด็กเอง และควรช่วยกันเช็กด้วยว่า คำตอบของเอไอถูกต้องจริงหรือไม่ เพราะเอไอมีหลุด “มโน” ข้อมูลผิดอยู่เสมอ

เรื่องสำคัญอีกอย่างคือ ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เด็กหลายคนมองแชตบอตเหมือนเพื่อนคุย จนอาจเผลอเล่าปัญหาส่วนตัวหรือส่งรูปบ้าน รูปตัวเองขึ้นระบบ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ไม่ควรใช้เอไอเป็นที่ปรึกษาชีวิตหรือด้านความสัมพันธ์ และไม่ควรแชร์ข้อมูลส่วนตัวเด็ดขาด เพราะเราไม่รู้แน่ชัดว่าข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ต่ออย่างไร

ครอบครัวจึงควรมีกติกาใช้งานเอไอร่วมกัน เช่น ให้ใช้ในพื้นที่ส่วนรวมของบ้าน ไม่ใช้ลับ ๆ ในห้องนอน กำหนดช่วงเวลา “พักจากหน้าจอ” เช่น ระหว่างกินข้าวหรือก่อนนอน และนั่งลองใช้เอไอไปพร้อมกับลูกบ้าง เพื่อให้เด็กเห็นตัวอย่างการถาม–การเช็กข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ

ในมุมของนักเรียนเอง เสียงสะท้อนก็แตกเป็นสองฝั่ง บางคนมองว่าเอไอเป็นเครื่องมือที่ดี ถ้าใช้ช่วยทำโน้ต ทำแฟลชการ์ด หรือวิจารณ์งานเขียนของตัวเอง แต่หลายคนกังวลว่า ถ้าใช้แทบทุกอย่าง สมองจะ “ขี้เกียจคิด” จนกลายเป็นพึ่งเอไอทุกเรื่อง ครูบางคนถึงขั้นกังวลเรื่องพัฒนาการสมองวัยรุ่นในยุคที่ทั้งโซเชียลและเอไอแย่งพื้นที่การคิดไปหมด สุดท้ายแล้ว คำตอบอาจไม่ใช่การปิดประตูใส่เอไอ แต่คือการสอนให้เด็กรู้จักใช้มันอย่างซื่อสัตย์ ฉลาด และไม่ทิ้งทักษะการคิดของตัวเองไปพร้อมกัน

พม.-องค์กรคนพิการ ผนึกกำลัง จัดงานวันคนพิการสากล 3 ธ.ค. นี้ หนุนยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ เน้นตระหนักถึงศักดิ์ศรี-ความเสมอภาค

พม. องค์กรด้านคนพิการ และภาคีเครือข่าย ชวนร่วมงาน “วันคนพิการสากล” 3 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เดินหน้าสร้างสังคมที่ครอบคลุมและเท่าเทียมสำหรับทุกคน  

เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากล ประจำปี 2568 องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดประเด็นหลัก คือ "การส่งเสริมสังคมที่ครอบคลุมและเอื้อต่อคนพิการ เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าและการพัฒนาทางสังคมอย่างยั่งยืน" (Fostering disability inclusive societies for advancing social progress) ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ร่วมกับสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย องค์การคนพิการแต่ละประเภท และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้กำหนดจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2568 ในวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมอ่านคำปราศรัย เนื่องในวันคนพิการสากล ประจำปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะมีมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 2,000 คน ประกอบด้วย ภาคีเครือข่ายองค์กรด้านคนพิการ ผู้ปฏิบัติงานด้านคนพิการ คนพิการ ครอบครัวคนพิการ อาสาสมัคร และบุคคลทั่วไป

การจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2568 มีรูปแบบการจัดงานที่สอดคล้องกับประเด็นหลักขององค์การสหประชาชาติ และคำนึงถึงการเข้าถึงและรองรับคนพิการทุกประเภทอย่างทั่วถึงในการเข้าร่วมงาน โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ 

1) พิธีรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่คนพิการ และหน่วยงาน องค์กรที่มีการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประจำปี 2568  

2) พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ(MOU) ว่าด้วยการส่งเสริมระบบขนส่ง เพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพ เพื่อขยายโอกาสในการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้สำหรับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด 

3) การอ่านสารวันคนพิการสากล ประจำปี 2568 โดย UN Resident Coordinator และนายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย 

4) กิจกรรม Kick off เปิดตัว "ภารกิจเร่งสร้างคุณภาพชีวิตคนพิการ" 

และ 5) การจัดแสดงนิทรรศการวิชาการ เทคโนโลยี นวัตกรรมด้านคนพิการ หรือผลงานที่เป็นผลสำเร็จจากการพัฒนาศักยภาพของคนพิการ สำหรับการจัดงานวันคนพิการ ประจำปี 2568 

ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศนั้น มีการดำเนินการตามกรอบแนวทางการจัดงานที่มีความสอดคล้องกับประเด็นหลัก (Theme) ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งกำหนดจัดงานในช่วงเดือนธันวาคม 2568 - มกราคม 2569ในลักษณะบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานในระดับพื้นที่และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และศูนย์บริการคนพิการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมกับจังหวัดบูรณาการจัดงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top