ทรรศนะ ‘อาจารย์อุ๋ย’ ชี้น้ำท่วมหาดใหญ่ หนักสุดในรอบ 25 ปี เกิดเพราะรัฐไม่ใช้กฎหมาย ถึงเวลาปฏิรูปอำนาจจัดการน้ำทันที
(27 พ.ย. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟสบุ๊กแสดงความเห็นว่า “ในฐานะนักกฎหมายและผู้ที่ติดตามปัญหาน้ำท่วมมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสภาพทางภูมิศาสตร์หลายส่วนคล้ายคลึงกับเมืองหาดใหญ่ ผมขอยืนยันได้ประการหนึ่งว่า น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงกฎหมายและโครงสร้างอำนาจรัฐ ที่ถูกปล่อยปละละเลย จนเรื้อรังซ้ำซากมานานกว่าสามทศวรรษ
สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ ไม่ได้มีการบังคับใช้ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 อย่างครบวงจร กล่าวคือ แม้กฎหมายให้อำนาจรัฐจัดทำ ‘แผนจัดการน้ำลุ่มน้ำภาคใต้’ อย่างเป็นระบบ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีการกำหนดเขตห้ามรุกล้ำทางน้ำ และเขตซับน้ำตามธรรมชาติ อย่างชัดเจน ทำให้พื้นที่รับน้ำรอบคลองอู่ตะเภาถูกรุกล้ำเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก จนระบบระบายน้ำที่ควรทำงานได้ กลับถูกบีบให้แคบลง เรื่อย ๆ
สาเหตุถัดมาคือ กลไกการบริหารน้ำข้ามหน่วยงานที่ไร้เอกภาพ ระหว่าง อบจ. สงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ชลประทาน และป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ทั้งที่กฎหมายให้อำนาจตั้ง ‘คณะกรรมการลุ่มน้ำ’ เพื่อทำหน้าที่บังคับบัญชาแบบศูนย์เดียว (single command) แต่กลับกลายเป็นเพียงเวทีหารือ ไม่ใช่เวทีสั่งการ
ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน หาดใหญ่ต้องใช้เครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดผลจริง เช่น
1. ประกาศ ‘เขตคุ้มครองทางน้ำ’ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 36 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ ‘คณะกรรมการลุ่มน้ำ’
2. จัดตั้งศูนย์บัญชาการน้ำลุ่มน้ำอู่ตะเภาแบบถาวร โดยอาศัยอำนาจของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เพื่อสั่งการทุกหน่วยงานให้เดินในทิศทางเดียวกัน
3. เร่งรัดแผนแก้มลิงที่รองรับเมืองขนาดใหญ่-อุโมงค์ผันน้ำและระบบเตือนภัยล่วงหน้า ซึ่งกฎหมายเปิดทางไว้แล้ว เพียงแต่ขาดผู้รับผิดชอบทางการเมืองที่จะผลักดันให้สำเร็จและใช้ได้จริง
4. บังคับใช้กฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัด ทั้งการห้ามรุกที่ลุ่มน้ำ และกำหนดภาระผูกพัน (obligations) ให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ต้องลงทุนระบบระบายน้ำร่วม
ทั้งนี้ ผมเห็นว่า หาดใหญ่ไม่จำเป็นต้องจมน้ำทุก 3-5 ปี หากรัฐใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้ครบมือ เพราะวันนี้สิ่งที่ขาดไม่ใช่กฎหมาย แต่คือ เจตจำนงทางการเมืองในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องประชาชนเท่านั้น ด้วยความปรารถนาดี










