Tuesday, 9 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ตร.ไซเบอร์จับขบวนการ Romance Scam ปลอมเป็นฝรั่งหน้าตาดี ตุ๋นเหยื่อผ่าน IG สูญเงินกว่าล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2565 ผู้เสียหายได้รู้จักและสนทนากับคนร้าย โดยใช้บัญชี Instagram และ WhatsApp สร้างโปรไฟล์ปลอมใช้ชื่อ "Roland" อ้างเป็นหนุ่มต่างชาติหน้าตาดี พูดคุยในเชิงชู้สาวเรื่อยมาจนผู้เสียหายตายใจ

จนกระทั่งคนร้ายได้หลอกลวงผู้เสียหายว่าจะส่งของขวัญเป็นเครื่องประดับมีค่าและเงินให้แก่ผู้เสียหาย โดยหลอกให้ผู้เสียหายช่วยชำระค่าใช้จ่ายในการส่งของขวัญออกไปก่อน อาทิ ค่าธรรมเนียม ค่าภาษี และอื่นๆ ตามที่กลุ่มคนร้ายบอก ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของคนร้าย จำนวน 19 ครั้ง รวมเป็นเงินรวม 1,090,000 บาท ภายหลัง ผู้เสียหายรู้ตัวว่าไม่ไม่มีทางได้รับสิ่งของดังกล่าว และรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงแล้ว จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 11 ก.ย. 2566 พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ชูบุญเรือง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 ได้นำกำลังชุดสืบสวนร่วมกันลงพื้นที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นหนึ่งในขบวนการที่ได้เปิดบัญชีธนาคารไว้สำหรับรับโอนเงินจากเหยื่อ จนสามารถจับกุมตัว นายอรุณ อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดสระบุรี ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยสามารถควบคุมตัวได้บริเวณพื้นที่ หมู่ที่ 6 ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ
จ.สระบุรี

เบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่าตนได้ถูกหลอกให้เปิดบัญชีเพื่อรับผลกำไรจากการเล่นการพนันออนไลน์ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจไซเบอร์ จับแก๊งคอลฯ อ้างสรรพากร หลอกกดลิงก์ สูญเงินเกือบ 2 ล้าน

สืบเนื่องจากเมื่อปลายเดือนเมษายน 2566 ที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหายซึ่งตกเป็นเหยื่อของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร โทรศัพท์มาแจ้งให้ผู้เสียหายส่งงบการเงินประจำปี ที่ยังค้างชำระและให้อัพเดทข้อมูลส่วนตัวให้เป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งใช้แอปพลิเคชั่น Line ชื่อ กระทรวงพาณิชย์ ส่งลิงก์มาให้ผู้เสียหายโดยแจ้งว่าเป็นลิงก์เว็บไซต์ของกรมสรรพากร เพื่อให้ผู้เสียหายกดเข้าไปตรวจสอบว่ามีการค้างภาษีหรือไม่ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงกดเข้าไปจากนั้นโทรศัพท์มือถือได้ค้างและดับไป ต่อมาปรากฏว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหาย ผ่าน Mobile Banking จำนวน 2 บัญชี รวมเป็นเงิน 1,968,049 บาท ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงได้มาร้องทุกข์กับ บช.สอท. เพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ และ พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น
รอง ผบก.สอท.1 ได้สั่งการให้ทำการสืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ต่อมาพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.1 ได้สืบสวนสอบสวนจนทราบตัวผู้ร่วมกระทำความผิดดังกล่าว และได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหานี้ไว้

ต่อมาวันที่ 11 กันยายน 2566 พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 และ พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น
รอง ผบก.สอท.1 พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน กก.4 บก.สอท.1 นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายกำชัย หรือ ปุ๊ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ได้ที่ บริเวณบ้านพัก ในซอยเทศบาลบางปู 91 อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน , ร่วมกันโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และ ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์” นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเคยถูกจับกุมตัวมาก่อน

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ฯ กล่าวว่า “ผู้ต้องหาให้การรับว่า ก่อนหน้านี้มีหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งรู้จักกันได้มาขอ
บัตรประจำตัวประชาชนไป โดยไม่ได้แจ้งว่าจะนำไปทำอะไร พร้อมทั้งให้ค่าตอบแทนมาเป็นจำนวนเงิน 200 บาท จึงเชื่อว่าจะมีการนำบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชีธนาคาร หรือลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ (บัญชีม้า ซิมม้า) เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา และกำลังขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลังและขบวนการทั้งหมด”

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ฯ ได้ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่าอย่าได้หลงเชื่อหรือตกเป็นเหยื่อ โดยไม่ควรรับแอดเพื่อนในสื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่รู้จัก หากจะรับขอให้ตรวจสอบข้อมูลในบัญชีให้ดี รวมทั้งไม่ควรกดลิงค์จากคนแปลกหน้าหรือผู้ที่ไม่รู้จัก เมื่อมีการติดต่อจากผู้ที่อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ ควรตรวจสอบยืนยันว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ และหากมีการชักชวนลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ และควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของการลงทุนอีกด้วย หากมีข้อสงสัยสามารถปรึกษาสอบถาม สายด่วน ตำรวจไซเบอร์ 1441 ได้ทันที

นายกฯ กำชับ ผบ.ตร.คลี่คลายคดี ผกก.2 ทางหลวง เสียชีวิตในบ้านพัก ทำคดีตรงไปตรงมา เป็นธรรม ผลการสอบสวนเบื้องต้นไทม์ไลน์ที่เกิดเหตุ พยานที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ พบเขม่าดินปืนที่มือผู้ตาย น่าเชื่อว่า ใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย

วันนี้ (12 ก.ย.66) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กล่าวว่า “จากกรณี พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. เสียชีวิต ภายในบ้านพักตนเองพื้นที่ย่านคูคต จ.ปทุมธานีนั้น หลังเกิดเหตุ  นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเสียใจ ต่อการสูญเสียของข้าราชการตำรวจในเหตุการณ์นี้ ซึ่ง ผบ.ตร. เองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน  นายกรัฐมนตรีได้สั่งการ กำกับดูแล ทำข้อเท็จจริงให้ปรากฎ ถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรมที่สุด  เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับคดีที่เกิดขึ้น แล้วรายงานผลให้ทราบ

ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ควบคุมการสืบสวนสอบสวนด้วยตนเอง เน้นการนำหลักนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการทำงาน ทำคดีตรงไปตรงมา ให้ปรากฎข้อเท็จจริง ตามข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี 

ผบช.ภ.1 ได้รายงานผลคดี ให้ทราบในเบื้องต้น มีผลการตรวจที่เกิดเหตุ การสอบสวนปากคำพยาน การตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และ ผลการชันสูตรพลิกศพ โดยมีไทม์ไลน์ที่เกี่ยวข้องทางคดีมีดังนี้ 

ก่อนเกิดเหตุวันที่ 10 ก.ย.66 เวลาประมาณ 18.00 น. พ.ต.อ.วชิราฯ ได้ร่วมรับประทานอาหารกับเพื่อนที่ร้านแห่งหนึ่ง ย่านเมืองทองธานี ก่อนที่เวลาประมาณ 22.00 น. จะขอตัวกลับไปพักที่โรงแรมไอบริส จากการสอบปากคำเพื่อนที่ร่วมรับประทานอาหาร  ในระหว่างที่รับประทานอาหาร พ.ต.อ.วชิราฯ ได้พูดคุยถึงความเครียดในสิ่งที่เกิดขึ้น บ่นตลอดเวลา เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับรุ่นน้องสารวัตรตำรวจทางหลวงที่เสียชีวิต และไม่ค่อยทานข้าว 

ต่อมาเวลาประมาณ 04.23 น.ของวันที่ 11 ก.ย.66 ภาพวงจรปิด พบ พ.ต.อ.วชิราฯ เดินออกจากโรงแรม แล้วเดินไปตามถนนป๊อปปูล่า ซอย 2 แล้วขึ้นรถแท็กซี่ โตโยต้า สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทฬ 806 กทม  จากการสอบปากคำ นายสุจิต ผู้ขับรถแท็กซี่ ให้การว่าไปรับ พ.ต.อ.วชิราฯ จากจุดดังกล่าว มาส่งที่หมู่บ้านกรีนพาร์ค อ.คูคต จ.ปทุมธานี โดยส่งถึงบ้าน เวลาประมาณ 04.50 น. ระหว่างเดินทางไม่ได้คุยอะไรนอกจากบอกเส้นทาง  

เมื่อ พ.ต.อ.วชิราฯ เดินทางมาถึงบ้าน ได้ทำการปีนรั้วบ้านเข้าไปยังบ้านของตนเอง เนื่องจากไม่มีกุญแจรั้วบ้าน จากการสอบปากคำตำรวจซึ่งเป็นพลขับของ พ.ต.อ.วชิราฯ ทราบว่า กุญแจรั้วบ้าน เป็นกุญแจรีโมท ซึ่งอยู่ภายในรถประจำตำแหน่งของ พ.ต.อ.วชิราฯ ซึ่งไม่ได้อยู่ในขณะนั้น  พ.ต.อ.วชิราฯ จึงได้ปีนรั้วเข้าไปภายในบ้าน และกดรหัสประตูดิจิทัล เข้าไปในบ้าน เวลา 04.51 น.

ต่อเวลาเวลาประมาณ 04.55 น. หลังจากที่ พ.ต.อ.วชิราฯ เข้าบ้านไปประมาณ 5 นาที มีภาพและเสียงจากกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้านข้างเคียง มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด คาดว่าเป็นช่วงที่ พ.ต.อ.วชิราฯ ใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย  ซึ่งตรงกับผลการชันสูตรของแพทย์ที่ระบุว่า ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8-12 ชม.

ผลการตรวจที่เกิดเหตุของกองพิสูจน์หลักฐาน พบผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง พบ อาวุธปืน ที่ตกในที่เกิดเหตุ เป็นอาวุธปืน กึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อกล็อก หมายเลขทะเบียน นฐ.03/4500091 ตรวจสอบแล้ว ผู้ครอบครอง คือ พ.ต.อ.วชิราฯ ผู้เสียชีวิต  

การตรวจสอบร่อวรอยบ้านที่เกิดเหตุ จากผลการตรวจของ พฐ. และจากการสอบปากคำของ พยานตำรวจที่พบศพ  4 คนแรก ให้การสอดคล้องกันว่า ไม่มีร่องรอยการงัดแงะทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน โดยพยานที่มาพบคนแรก ซึ่งเป็นตำรวจเพื่อนสนิทผู้ตาย สามารถเข้าไปยังภายในบ้านได้ เนื่องจากได้โทรสอบถามรหัสกับ ภรรยา ของพ.ต.อ.วชิราฯ เมื่อกดรหัสผ่าน เข้าไปภายในบ้าน พบร่างของ พ.ต.อ.วชิราฯ บริเวณห้องนั่งเล่น หน้าโทรทัศน์ รอยเลือดท่วมตัว จึงได้ออกจากบ้าน และโทรศัพท์แจ้งเหตุ ต่อ ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 แจ้งพนักงานสอบสวนทราบ

ผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางการเดินทางของ พ.ต.อ.วชิราฯ จากที่โรงแรมบริเวณ เมืองทองธานี มาถึงหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ไม่มีใครติดตามพ.ต.อ.วชิราฯ มา และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด หน้าบ้านที่เกิดเหตุ หลังจาก พ.ต.อ.วชิราฯ เข้าบ้านไปแล้ว ไม่มีผู้ใดเข้ามาในบ้านอีก จนกระทั่งพยานเพื่อนสนิทมาถึงบ้านพัก

ผลการชันสูตรพลิกศพของแพทย์นิติเวช รพ.ภูมิพล ทำการผ่าพิสูจน์พบรอยกระสุนเข้าทางศีรษะ ด้านขวา ทะลุ ศีรษะด้านซ้าย แนวเฉียงขึ้น บริเวณรอบๆศพ พบรอยเลือดเป็นแนว
ผลการตรวจเขม่าดินปืน โดยใช้เครื่องมือ AAS (Atomic absorption spectroscopy ) ซึ่งเป็นเครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูง มีผลแม่นยำ เป็นที่ยอมรับสากล พบเขม่าดินปืนที่มือซ้ายและขวา จึงจำลองสถานการณ์ได้ว่า ท่ายิงก่อนเสียชีวิต พ.ต.อ.วชิรา น่าจะนั่งชันเข่า จากนั้นถืออาวุธปืนด้วยมือขวาแล้วจ่อที่ขมับข้างขวา โดยใช้มือซ้ายปะคอง เมื่อยิงเสร็จ ทำให้ตัวผู้ตายหงายหลังกระสุนทะลุและตกอยู่ที่ด้านซ้ายของผู้ตาย (พบหัวกระสุนในเครื่องโรบอททำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุ) พบเศษเนื้อสมองกระเด็นติดที่ผนังบ้านฝั่งซ้าย ขณะชันสูตรสภาพศพแข็งตัวตั้วตั้งแต่ช่วงลำตัวจนสุดด้านล่าง แพทย์สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วระหว่าง 8-12 ชม.

โฆษก ตร.กล่าวอีกว่า “จากผลดังกล่าวข้างต้น ทั้งการตรวจพิสูจน์ที่เกิดเหตุ พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด และผลการตรวจชันสูตรพลิกศพ สอดคล้องตรงกัน น่าเชื่อได้ว่า พ.ต.อ.วชิราฯ ใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย ส่วนประเด็นสาเหตุคงต้องรอผลการสอบสวนปากคำพยานเพิ่มเติม  ซึ่งทาง ภ.จว.ปทุมธานี ได้มีคำสั่งที่ 242/2566 ลง 11 ก.ย.66 เรื่องแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร รอง ผบก.เป็นหัวหน้า เพื่อทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานคลี่คลายคดีนี้แล้ว ขอให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ” 

‘มิสแกรนด์’ รุกแจกอาหาร-ถุงยังชีพให้คนไร้บ้าน ร่วมกับ ‘ชัชชาติ’ พร้อมมอบเงินให้ ‘มูลนิธิกระจกเงา’ เพื่อสนับสนุนโครงการจ้างวานข้า

(8 ก.ย.66) เข้าสู่การประกวดและการเก็บตัวของ มิสแกรนด์กรุงเทพฯ ​และ​ มิสแกรนด์​สระบุรี​ 2024​ อย่างเป็นทางการแล้ว​ ‘มอร์ฟีน รัชรินทร์ อุดเมืองคํา’​ แม่ทัพและผู้อำนวยการประกวดมิสแกรนด์​กรุงเทพฯ​ - สระบุรี​ 2024​ ขอพาสาวๆ​ มิสแกรนด์​กรุงเทพ​ฯ​ มาเข้าร่วมกิจกรรม​ดีๆ​ ที่กองประกวดจับมือร่วมกับ​กรุงเทพมหานคร​ โดย​ ท่าน​ผู้ว่าราชการ​กรุงเทพ​มหานคร​ ท่านชัชชาติ​ สิทธิ​พันธุ์​ รวมถึงมูลนิธิ​กระจกเงา​ ร่วมแจกอาหาร​ และถุงยังชีพให้กับคนไร้บ้านบริเวณ​ใต้​สะพาน​พระ​ปิ่นเกล้า​

โดย​ มอร์ฟีน​ รัชรินทร์​ ในฐานะผู้อำนวยการ​กองประกวด​เผยว่า​ ได้รับรู้​และเล็งเห็น​หนึ่งในปัญหา​ของเมืองหลวงที่รอรอยการแก้ไขอย่างยั่งยืนคือ​ ปัญหา​คนไร้บ้าน​ ที่มีเป็นจำนวนมาก​ในกรุงเทพฯ​ และอยากจะเป็นอีกหนึ่งกำลังจะช่วยเป็นกระบอกเสียงเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา​นี้ให้ลดน้อยลง​

ด้าน ผู้ว่าชัชชาติ​ ได้เผยว่าการที่​กอง​ประกวด​มิส​แกรนด์​กรุงเทพ​ฯ​ ได้มาร่วมมือกับทางกรุงเทพมหานคร​ ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีเพราะการประกวดครั้งนี้นอกจากแข่งขันเรื่องความงามด้านจิตใจก็สำคัญและยิ่งการได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสังคมให้น่าอยู่​ยิ่งขึ้นยิ่งเป็นเรื่องที่ดีและขอบคุณ​ทางกองประกวด​มิส​แกรนด์​กรุงเทพ​ฯ ​2024​ ที่มาร่วมแรงร่วมใจกันทำกิจกรรมในวันนี้

นอกจากนี้ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์กรุงเทพฯ-สระบุรี ​2024​ นำเงินจำนวนหนึ่งจากการขายบัตรเข้าชมรอบ Final ของมิสแกรนด์กรุงเทพฯ​ 2024 ที่กำลังจะเกิดขึ้น​ เป็นเงินจำนวน​ 100,000 บาท​ มอบให้ มูลนิธิกระจกเงา เพื่อสนับสนุนโครงการ ‘จ้างวานข้า’

โครงการที่สนับสนุน และเปิดพื้นที่ ให้เกิดการจ้างงาน ในกลุ่มคนไร้บ้าน และคนจนในเมืองหลวงที่มีวิถีชีวิต​คล้ายคนไร้บ้าน​ให้ได้มีงานทำทั้งช่วยเหลือมูลนิธิกระจกเงา​การจ้างงานขององค์กรเอกชน​ที่ต้องการกำลังคนมาช่วยงานในรูปแบบต่างๆ​ เส้นทางกองประกวดเรียนเห็นว่า เป็นโครงการที่ดีและช่วยส่งเสริมในการแก้ไขปัญหาให้กับคนไร้บ้านได้อย่างยั่งยืน

‘ป๋ากิ๊ก’ เผยแง่คิด หลังอดีตชีวิตผ่านมรสุม ครอบครัวเคยล้มละลาย โชคดีพ่อแม่สู้ทำทุกอย่าง พร้อมสอนปล่อยวางให้มีความสุขกับสิ่งที่มี

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.66 นักแสดงและพิธีกรรุ่นใหญ่ ‘กิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ’ หรือที่คนในวงการและแฟนๆ เรียกกันติดปากว่า ‘ป๋ากิ๊ก’ จากภาพความอารมณ์ดีสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับคนดูอยู่ตลอด ไม่เคยเห็นโหมดที่ ‘ป๋ากิ๊ก’ จะเสียน้ำตา แต่ล่าสุดในช่องยูทูบ รายการคุยกับอุ๋ย ของ อุ๋ย บุดดาเบส เจ้าตัวได้เล่าเรื่องราวชีวิตตอนวัยรุ่น ครอบครัวล้มละลาย พ่อแม่เป็นคนสู้ทำทุกอย่าง เรียนรู้ความสุขกับสิ่งที่มี

และในบางช่วงบางตอน ‘ป๋ากิ๊ก’ ได้เล่าถึงมุมมองคำสอนของพ่อที่จดจำมาถึงวันนี้ให้ดูความสุขจากสิ่งที่เป็น ด้วยการเปรียบเทียบระหว่างรถเบนซ์ภาพสุขสบายพ่อแม่ลูกต่างนั่งนิ่งๆ แต่อีกด้านภาพเป็นมอเตอร์ไซค์พ่อแม่ลูกถือห่วงยางกำลังจะไปเล่นน้ำ พ่อถามว่าคันไหนมีความสุขกว่ากัน

จากนั้น ‘ป๋ากิ๊ก’ ได้พรั่งพรูความรักถึงคุณพ่อพร้อมๆ กับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย "ถามว่ารักพ่อไหม ถ้าพูดถึงสิ่งเหล่านี้เราจะใช้ชีวิตให้สบายให้มีความสุขอยู่ที่มุมมองว่าเราเอาไปเปรียบเทียบกับอะไร บางคนอาจมีความสุขกับตัวเลขในบัญชี บางคนอาจจะมีความสุขกับรอยยิ้มของคนในครอบครัว บ้านไหนถึงเรียกว่ารวยจน บ้านใหญ่แค่ไหนก็ไม่เท่ากับบ้านที่เราอยู่สบายใจ เข้ามาแล้วยิ้มมีความสุข กับบ้านที่เข้ามาแล้วไม่มีใครเลยเงียบเหงา ใหญ่ไปก็เท่านั้น สิ่งเหล่านี้หากมองย้อนกลับไป น้องๆ ที่กำลังอยู่ในวัยต่อสู้กำลังสร้างตัว ถามว่าความสำเร็จคืออะไรความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่จุดสุดท้าย เราสำเร็จกับเรื่องที่เล็กๆ น้อยๆ ก็ได้

"บ้านเคยล้มละลายพ่อโดนโกงเป็นหนี้เป็นสินเยอะมาก แม่บอกไม่เป็นไร แม่จะนำครอบครัวนี้ไปให้ได้และแม่ก็ทำได้ ตอนนั้นอายุ 15-16 จากบ้านมีรถหลายคัน พ่อแม่ไม่เคยโทษกันเลย ต่างคนต่างมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไป เพราะว่าแม่เป็นคนที่สู้มาก ถ้ามองย้อนกลับไปพ่อแม่สอนเราจากการกระทำ"

"พ่อแม่ใช้ความสามารถที่มีในการต่อสู้ แม่ทำอาหาร พ่อใช้ความสามารถเรื่องบริหาร คนในครอบครัวของพี่เองเรามีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน เราบอกกันทุกเรื่อง ตอนที่ลำบากเราทำแบบนี้ เรามีคำถามไหมเรามีอยู่แล้ว วันนึงเราจะรู้เอง เราไม่รู้หรอกเขาผ่านอะไรมาบ้าง เราคิดบวกเข้าไว้ ชีวิตเราเลือกคิดด้านดีๆ ดีกว่า"

"ชีวิตเราเราดูแลชีวิตเราเอง บอกตัวเองว่าเราเดินบนความสุขหรือความเศร้า เราสุขเพราะอะไรเราเศร้าเพราะอะไร อยู่กับตัวอยู่กับปัจจุบัน อดีตมองเป็นบทเรียน อนาคตอย่าไปหวังมาก หวังสูงมากเราอาจจะเฟล แต่ถ้าเราหวังน้อยเราประสบความสำเร็จในทุกวันแหละ"

'เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า' กระหึ่มอาเซียน ปลื้ม หม้อแปลงไทย ลดพลังงาน - ลดคาร์บอน กระทรวงพลังงานอาเซียน ยอมรับ มอบรางวัลนวัตกรรม หม้อแปลงเทคโนโลยี ล้ำสมัย ASEAN Energy Awards (Energy Efficiency Building)

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด โดย คุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ นำหม้อแปลงไทย ลดพลังงาน - ลดคาร์บอน ได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ระดับภูมิภาคอาเซียน ASEAN Energy Awards 2023 ณ Bali Nusa Dua Convention Center เกาะบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดย บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวด ประเภท Cutting Edge Technology (เทคโนโลยีล้ำสมัย) จากผลงาน "หม้อแปลง Low Carbon" ด้านการอนุรักษ์พลังงานและการประหยัดพลังงาน พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติจาก คุณกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย คุณประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ร่วมแสดงความยินดี

ดร. ประเสริฐ กล่าว ความสำเสร็จเหล่านี้เกิดจากทุกหน่วยงาน ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการลดใช้พลังงานและนี่ คือต้นทางแห่งความสำเร็จของหน่วยงานที่จะเป็นตัวอย่างในการขับเคลื่อน ผลักดัน และสานต่อนโยบานด้านพลังงานเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero)

คุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์  กล่าว ขอขอบพระคุณ ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)  โดยหม้อแปลงดังกล่าว ตอบโจทย์ การประหยัดพลังงาน ของภาคอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการอาคารสถานที่ ที่สามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 11.5% และลดคาร์บอนมากกว่า 100 ล้านตันคาร์บอน คืนทุนภายใน 2-5 ปี เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านการประหยัดพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้านพลังงาน เพื่อผลัดดันการเปลี่ยนผ่านไป สู่พลังงานสะอาด ความยั่งยืนนี้จะส่งเสริมการเติบโตสีเขียวในภูมิภาค ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้องประกาศนโยบายการลดคาร์บอน โดยประกาศเป้าหมายความเป็นกลางของแผนลดก๊าซคาร์บอนในปี 2575 จะเห็นภาพการใช้พลังงานทั้งด้านอุตสาหกรรมและภาคประชาชน ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับการ ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ดังนั้น หม้อแปลงที่กล่าวข้างต้นจึงตอบโจทย์ทุกหน่วยงาน ภาครัฐ และเอกชน ด้านการประหยัดพลังงานและลดคาร์บอน (คืนทุน 2-5 ปี) 

หม้อแปลง Low Carbon เป็นหม้อแปลงบริหารระบบจัดการพลังงาน ที่บริหารจัดการสิ้นเปลืองให้เกิดประสิทธิภาพและมีความเสถียรภาพกับการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มั่นคงและยั่งยืน ทำให้โรงงานอุตสาหกรรม ,อาคาร สถานประกอบการ ลดค่าไฟฟ้า 5-20% (Energy Saving) ลดคาร์บอน 5-20% (Low Carbon) มากกว่า 100 ล้านตัน ลดมลพิษ (Low Emission) ทำให้อุปกรณ์อายุการใช้งานยาวนานขึ้น (Long Life Equipment) เพื่อเป็นการตอบโจทย์ให้กับ ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม สถานประกอบการ เจ้าของอาคาร ตามนโยบายของรัฐบาล ในการลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน”

ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดอาคารที่ทำการ ภ.7 แห่งใหม่ พร้อมอำลาราชการ ตรวจเยี่ยม ให้โอวาท มอบหลวงพ่อโสธรรุ่น “ตร.108 ปี” ให้ตำรวจภูธรภาค 7 ชมเชยการคลี่คลายคดีสำคัญห้วงที่ผ่านมา ฝากเร่งรัดจับกุมคดีคนร้ายยิงสารวัตรทางหลวง พร้อมย้ำในหน้าที่ เป็นตำรวจมืออาชีพ

วันนี้ (7 ก.ย. 66) ณ ตำรวจภูธรภาค 7 จว.นครปฐม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจเยี่ยม อำลาหน่วย พร้อมเป็นประธานเปิดอาคารที่ทำการ ภ.7 แห่งใหม่  โดยมี พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 , รอง ผบช. , ผบก.ในสังกัด ภ.7 ข้าราชการตำรวจ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม 

ผบ.ตร.เดินทางมาถึงที่ทำการ ภ.7 แห่งใหม่ จุดธูปบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ผบช.ภ.7 กล่าวรายงานที่มาของอาคารที่ทำการแห่งใหม่ จากนั้น ผบ.ตร.กดปุ่มเปิดผ้าแพร ป้ายอาคารที่ทำการแห่งใหม่ ต่อด้วยพิธีการทางสงฆ์ เป็นอันเสร็จพิธี  ผบ.ตร.พร้อมแขกผู้เกียรติ เข้าเยี่ยมอาคารที่ทำการแห่งใหม่ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้การทำงานของตำรวจ ภ.7 มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จากนั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้เดินทางไปยังห้องประชุม มอบนโยบายให้ตำรวจ ภ.7 ผบ.ตร. ได้กล่าวขอบคุณและชมเชยการปฏิบัติงานของตำรวจ ภ.7 ในห้วงที่ผ่านมา มีการจับกุมคดีสำคัญได้ต่อเนื่อง ได้ร่วมกันดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพ ขอฝากคดีที่เกิดขึ้นล่าสุด คนร้ายอุกอาจเหิมเกริมยิงสารวัตรตำรวจทางหลวงเสียชีวิต โดยให้ประสานการปฏิบัติกับ บช.ก.เร่งรัดจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ สังคมรับไม่ได้ พร้อมปูพรมเปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างอิทธิพลในพื้นที่ คดีอาวุธปืน ยาเสพติด ความผิดอื่นๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เรียกความศรัทธาของประชาชน 

ผบ.ตร.ยังฝากข้อคิดการทำงานให้ตำรวจก่อนเกษียณอายุราชการ ใจความว่า หน้าที่สำคัญของตำรวจคือ การบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ สิ่งสำคัญที่สุดที่ตำรวจพึงมีคือทัศนคติการทำงานเชิงบวก ที่จะมุ่งมั่นปฏิบัติงานโดยมีประชาชนเป็นที่ตั้ง มีความเสียสละ สามัคคี อุทิศให้ส่วนรวม เมื่อเรามีทัศนคติที่ดีแล้ว จะเป็นแรงผลักในการทำงาน ไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่คิดว่างานในหน้าที่คือภาระ ไม่บ่น ไม่ย่อท้อ แต่จะเห็นว่าอาชีพตำรวจเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ช่วยเหลือประชาชน เปรียบเสมือนการทำบุญ ทำความดีในทุกวัน เพราะตำรวจมีหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม อำนวยความยุติธรรม ให้บริการช่วยเหลือประชาชน

ตำรวจต้องมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นตำรวจมืออาชีพ ทำงานเชิงรุก โดยศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ หมั่นทบทวนยุทธวิธี วางแผนการทำงาน ทบทวน ประเมินการปฏิบัติ  แสวงหาความร่วมมือ สื่อสารทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนอยู่เสมอ

มุ่งแก้ไขปัญยาเสพติดทุกมิติ โดยเฉพาะการสร้างชุมชนยั่งยืน ทำชุมชนเข้มแข็ง ให้หัวหน้าสถานีลงพื้นที่ จะเห็นปัญหา นำมาบูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อร่วมแก้ปัญหา มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือสำคัญในงานอาชญากรรม เช่น กล้องวงจรปิด ต้องแสวงหาความร่วมมือกับภาคประชาชนในพื้นที่ ส่วนคดีออนไลน์ ฝากเรื่องการแจ้งความออนไลน์ มุ่งปราบปรามจับกุมบัญชีม้าซิมม้า เมื่อจับกุมให้มีการสืบสวนขยายผลติดตามยึดทรัพย์กลุ่มขบวนการที่ทำผิด โดยหลังจากที่มีการออก พรก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มาเป็นเครื่องใช้เครื่องมือในการทำงานของเจ้าหน้าที่ คดีก็มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ขอให้ตำรวจคงความเข้มในการดำเนินการ ทั้งมิติการปราบปราม การป้องกัน สร้างครูไซเบอร์ แสวงหาความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาคดีออนไลน์ให้ลงลงต่อเนื่อง 

หลังมอบนโยบาย ผบ.ตร.ได้มอบพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร รุ่น “ตร.108 ปี” ที่ ตร.จัดสร้างขึ้น ให้ ภ.7 ด้วย พร้อมมอบเหรียญอาร์ม พระพุทธโสธร ให้ข้าราชการตำรวจ ภ.7ทุกนาย เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากที่มอบให้ตำรวจ ภ.6 เมื่อวาน และจะได้ส่งมอบให้ตำรวจทั่วประเทศต่อไปอีกส่วนหนึ่งด้วย 

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รับหนังสือร้องทุกข์-ข้อร้องเรียนจากประชาชน ณ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม ด้วยตนเอง

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับหนังสือร้องทุกข์ ข้อร้องเรียนต่าง ๆ จากประชาชนด้วยตนเองที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น 1 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

ผู้สื่อรายงานเพิ่มเติมว่า ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เป็นการบริการแบบเบ็ดเสร็จ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการงานยุติธรรมด้วยความสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม โดยกระทรวงยุติธรรม มีช่องทางการให้บริการประชาชนในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และรับคำขอใช้บริการด้านงานยุติธรรม ผ่านช่องทางออนไลน์ คู่กันด้วย

ทั้งนี้ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม มีเจ้าหน้าที่ให้บริการ ณ จุดบริการ เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนด้วย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-141-5100 หรือ สายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77

‘รัฐมนตรีพิพัฒน์' ถือฤกษ์ดีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ากระทรวงแรงงานวันแรก ยัน พร้อมเดินเครื่องทำงานทันที

‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ รัฐมนตรี ถือฤกษ์ดี เวลา 08.15 น.เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ในโอกาสรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คนที่ 17 ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา และเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา          

เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 7 กันยายน 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ถือฤกษ์เดินทางเข้ากระทรวงแรงงานหลังถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ ศาลพ่อปู่สุชินพรหมมา โดยมี นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานให้การต้อนรับ 

นายพิพัฒน์ กล่าวภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ ว่า ในวันนี้เป็นวันแรกที่เข้ามากระทรวงแรงงานหลังจากถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ และประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเมื่อวานนี้ (6 ก.ย.66) จึงถือโอกาสฤกษ์งามยามดีเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในกระทรวงแรงงานทั้ง 5 จุด พร้อมได้เข้ามาพบปะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งวันนี้คงไม่ได้ให้นโยบายอะไรมาก เนื่องจากต้องรอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อสภาก่อนในวันที่ 11 – 12 กันยายนนี้ เมื่อได้รับนโยบายจากรัฐบาลแล้ว หลังจากนั้นจะได้มาแถลงนโยบายให้กับข้าราชการกระทรวงแรงงาน รวมทั้งฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายนายจ้างได้ทราบว่า หลังจากนี้ไปอีก 4 ปีข้างหน้ารัฐบาลจะทำอะไรบ้าง และกระทรวงแรงงานได้รับนโยบายจากรัฐบาลจะทำอะไรบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมตั้งเป้าหมายไว้ อยากเห็นกระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ เพราะคำว่าแรงงาน เข้าถึงทุกภาคส่วนองคาพยพในประเทศไทย และหลังจากได้พบกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แล้ว จะได้ไปพบปะหารือกัน 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายสหภาพแรงงาน นายจ้าง และข้าราชการให้ครบ เพื่อนำความคิดเห็นจากทุกฝ่ายมาประมวลว่าเราจะเดินไปในทิศทางไหน ส่วนนโยบายที่ท่านสุชาติ ชมกลิ่น เคยทำเอาไว้และเป็นนโยบายที่ดีอยู่แล้วก็จะทำต่อเนื่อง จะไม่นับหนึ่งใหม่ และจะเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วต่อไป 

จากนั้น นายพิพัฒน์ ได้เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน โดยมี นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต้อนรับและแนะนำตัว จากนั้น อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) แนะนำตัวและนำเสนอภารกิจของแต่ละหน่วยงานตามลำดับ ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน 

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ มีกำหนดการเดินทางไปพบปะหารือกับกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ย.66) ที่อาคารบรรเจิด ชลวิจารณ์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยพบกับนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าไทย  เพื่อรับฟังปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะ นอกจากนี้ยังมีนัดหมายพบปะตัวแทนผู้ใช้แรงงานในสัปดาห์ต่อไปอีกด้วย 

สำหรับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เกิดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2498 เป็นชาวจังหวัดสงขลา ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนที่ 17 สำเร็จการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิต และรัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประวัติการทำงาน เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ได้แก่ เป็นผู้ก่อตั้ง ผู้ถือหุ้นบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันคือ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้ง และผู้ถือหุ้น บริษัท ปิโตรเลียมไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ก่อตั้ง และผู้ถือหุ้น บริษัท อาม่า มารีน จำกัด ประธานกรรมการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการ บริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด ประธานกรรมการ บริษัท รัชกิจ คอร์โปเรชั่น จำกัด ปี 2562 เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และในปี 2566 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนปัจจุบัน

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานพร้อมมอบนโยบายกำลังพล เจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 จังหวัดเพชรบูรณ์

ที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 (อ่านว่าหนึ่งหก) สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานพร้อมพบปะมอบนโยบายกำลังพล เจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี พลเอก อนุสรรค์ คุ้มอักษร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และพลตรี อภิรัชฎ์ รามนัฏ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 1 นาวาอากาศเอก ยุทธศาสตร์ ธรรมเดชศักดิ์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 ให้การต้อนรับ 

สำหรับการตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานพร้อมพบปะมอบนโยบายกำลังพล เจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 จังหวัดเพชรบูรณ์ ของผู้บัญชาการทหารสูงสุดในครั้งนี้ เพื่อเป็นการ ติดตามผลการปฏิบัติงานและปัญหาข้อขัดข้อง และสร้างขวัญและกำลังใจกำลังพล เจ้าหน้าที่ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 อีกทั้งยังเป็นการมอบแนวทางการปฏิบัติภารกิจของหน่วย ในการพัฒนาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ให้กำลังพลมีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน สามารถสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อกองบัญชาการกองทัพไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top