Tuesday, 9 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

นิพนธ์ และ ครอบครัวบุญญามณี รับโล่ประกาศเกียรติคุณ เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2566 ในนามผู้สมทบทุนบริจาคฯและสนับสนุน คณะแพทยศาสตร์ รพ.สงขลานครินทร์(ม.อ.)

วันที่ 22 กันยายน 2566 ที่ห้องประชุมชั้น 14 อาคารเฉลิมพระบารมี โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางกัลยา บุญญามณี ภริยา ร่วมพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้อุปการคุณมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์(ม.อ.) โดยภายในมีการแสดงวีดิทัศน์ "พระราชประวัติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชกรม พระบรมราชชนก" และวีดิทัศน์ "ภารกิจของมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์" มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้อุปการคุณมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2566

ทั้งนี้ ครอบครัวบุญญามณี ได้ร่วมสมทบทุนบริจาคร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย การบริจาคสมทบทุนก่อสร้างศูนย์ผ่าตัดหัวใจรัฐบุรุษ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สมทบทุนก่อสร้างอาคารเย็นศิระ 3 ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของผู้ป่วยและญาติที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จากต่างจังหวัด ที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ตามแนวพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ผ่านมูลนิธิรพ.สงขลานครินทร์ และสมทบทุนโครงการก่อสร้างอาคาร “เกิดมาต้องตอบ แทนบุญคุณแผ่นดิน” ซึ่งจะเปิดเป็นศูนย์บริจาคอวัยวะ 99 ปี รัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ 

นอกจากนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย ได้ประสานขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 604 ล้านบาท ในวงเงินก่อสร้าง 1,499 ล้านบาท ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เพื่อก่อสร้างอาคารศูนย์ความเป็นเลิศและรองรับโรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อีกด้วย 

รมว.พิพัฒน์ เปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาก.แรงงาน ครบ 30 ปี มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน

วันที่ 22 กันยายน 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป เพื่อบำเพ็ญกุศลให้กับอดีตผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานที่ล่วงลับ และเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงแรงงาน ครบรอบ 30 ปี โดยมี นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพระภูมิชัยมงคล และท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ จากนั้น รมว.แรงงาน นำคณะผู้บริหารถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงแรงงาน ประจำปี พ.ศ.2566 โดยมี ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ข้าราชการเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ บริเวณกระทรวงแรงงาน
            
จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบโล่อาสาสมัครแรงงานดีเด่น ระดับภาคและระดับประเทศ จำนวน 14 คน บัณฑิตแรงงานดีเด่น 4 คน มอบประกาศเกียรติคุณข้าราชการดีเด่น ประจำปี 2565 จำนวน 10 คน มอบโล่เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงแรงงานดีเด่นระดับกระทรวง และระดับเขตตรวจราชการ จำนวน 8 คน และมอบของที่ระลึกให้กับผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2566 โดยในปีนี้กระทรวงแรงงานมีผู้เกษียณอายุราชการจำนวนทั้งสิ้น 268 คน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงแรงงาน ครบรอบ 30 ปี ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live ของกระทรวงแรงงาน โดย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ได้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2536 มีภารกิจสำคัญในการดูแลพี่น้องผู้ใช้แรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง เพื่อให้ภาคแรงงานมีความเข้มแข็ง มีทักษะฝีมือ มีศักยภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะแรงงานถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม และความมั่นคงของประเทศให้เจริญก้าวหน้า จากอดีตจนถึงปัจจุบันตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ภารกิจของกระทรวงแรงงานมีการปรับเปลี่ยน และเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ครอบคลุมทั้งด้านการส่งเสริมการมีงานทำทั้งในและต่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ด้านการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ด้านการคุ้มครองแรงงาน และด้านการเสริมสร้างหลักประกันสังคม และในปีนี้รัฐบาลภายใต้การนำของท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีนโยบายสำคัญเพื่อขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงแรงงาน ทั้ง 3 ด้าน 8 นโยบาย เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานภายใต้แนวคิด “ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ดังนี้ ทักษะดี  (1) พัฒนาทักษะฝีมือแรงงานชั้นสูง รองรับการจ่ายค่าจ้างตามความสามารถการปฏิบัติงาน  (2) Up - Skill for More Earn เพื่อการมีงานทำรองรับเศรษฐกิจใหม่ มีงานทำ (3) One Stop Service บริหารการทำงานของแรงงานต่างด้าวครบ จบที่จุดเดียว (4) เพิ่มการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ 100,000 อัตรา หลักประกันทางสังคมเด่น (5) Micro Finance ลดหนี้ เติมทุน สร้างสุขแรงงาน (6) กองทุนมั่นคง แรงงานมั่งคั่ง ประกันสังคมยั่งยืน (7) Best E - Service ประกันสังคมยุคใหม่ สร้างความมั่นคง เพิ่มความมั่นใจ และ (8) สร้างรากฐานเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิต ด้วยการคุ้มครองแรงงาน
            
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ผมขอแสดงความยินดีกับอาสาสมัครแรงงาน บัณฑิตแรงงานทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นอาสาสมัครแรงงาน บัณฑิตแรงงานดีเด่น ประจำปี 2566 ซึ่งทุกท่านเป็นผู้มีจิตอาสาอุทิศตนเพื่อสังคม และด้วยคุณความดีนี้ จึงขอให้ท่านได้ดำรงตนเพื่อเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับอาสาสมัครแรงงานคนอื่นๆ ต่อไป ผมขอฝากคำขอบคุณในนามของกระทรวงแรงงานไปยังอาสาสมัครแรงงานทุกท่าน และบัณฑิตแรงงานทุกท่านที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติงานในภารกิจของกระทรวงแรงงานด้วยดีเสมอมา สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของศูนย์บริการร่วมกระทรวงแรงงานที่ได้รับโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติบัตร รางวัลดังกล่าวถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ รวมทั้งยังเป็นการยกระดับศูนย์บริการร่วมกระทรวงแรงงานให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานศูนย์บริการร่วมและเคาเตอร์บริการประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และยกระดับคุณภาพสถานที่ให้บริการประชาชนของศูนย์บริการร่วมกระทรวงแรงงานให้มีมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่พี่น้องประชาชนที่มาติดต่อราชการมากยิ่งขึ้น และในส่วนของข้าราชการและลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุราชการประจำปี 2566 ทุกท่าน การที่ท่านได้รับราชการมาจนครบเกษียณอายุราชการ เป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นว่า ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญ สมควรที่จะได้รับการจดจำ และยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ข้าราชการรุ่นต่อไปได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มอบรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ปี 2566

วันที่ 22 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ว่า เมื่อเวลา 8.30 น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดงานประกาศผลรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2566 Human Rights Awards 2023 จัดงานโดย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนให้กับองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคมและภาคประชาสังคมที่ผ่านการคัดเลือก รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้องค์กรอื่นๆ ในการเสริมสร้างสังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน โดยมี นายดิป มาการ์ หัวหน้าทีมประเทศไทยของสํานักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน ของสหประชาชาติ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ดร.เสรี นนทสูติ กรรมการสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม, ดร.รัชดา ไชยคุปต์ ผู้แทนประเทศไทยในคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็กในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิสตรี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคม และภาคประชาสังคม กว่า 1,000 คน เข้าร่วมงาน

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวเปิดงานว่า รู้สึกยินดี และขอขอบคุณผู้แทนองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคม และภาคประชาสังคม รวมถึงวิทยากร และผู้เข้าร่วมงานฯ ทุกท่าน เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานฯ โดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทุกท่านได้ตระหนักถึงความสําคัญของการดําเนินงานด้วยความเคารพสิทธิมนุษยชน

“รัฐบาลจะสร้างความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยการฟื้นฟูหลักนิติธรรม (Rule of Law) ให้เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ เพราะหลักนิติธรรมที่น่าเชื่อถือเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางความคิดและสังคมที่สําคัญของประเทศ เป็นการลงทุนทําให้ประเทศมีหลักนิติธรรมที่น่าเชื่อถือ ที่ใช้งบประมาณน้อยที่สุด แต่ได้ป ระสิทธิภาพมากที่สุดในการพัฒนาประเทศ”

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ในการบริหารบ้านเมืองที่ดี ที่เรียกว่า “หลักธรรมาภิบาล” ที่ได้ให้ความสําคัญบัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศนั้น คือ การนําสามเสาหลักที่สัมพันธ์ เชื่อมโยง และเสริมสร้างความแข็งแกร่งซึ่งกันและกัน คือ นําหลักสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และหลักประชาธิปไตย ที่เป็นค่านิยมสากล และไม่สามารถแยกออกจากกันได้ที่เป็นหลักการของสหประชาชาติ เป็นคุณค่าสากล ต่างค้ําจุนซึ่งกันและกัน เนื่องจากสิทธิมนุษยชนใด ๆ หากปราศจากหลักนิติธรรม และหลักประชาธิปไตย คือ อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชน การมีส่วนร่วมของประชาชน ในการสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนทุกคน บุคคลย่อมได้รับความเสมอภาค ในกฎหมาย ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมแล้ว สิทธิมนุษยชน “ย่อมเป็นสัญญาว่างเปล่า บนแผ่นกระดาษเท่านั้น”

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระดับปฏิบัติ กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้มีการจัดทํา แผนที่สําคัญ 2 ฉบับ ได้แก่

1. แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 5(พ.ศ. 2566 – 2570) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐยึดถือเป็นกรอบในการทํางาน โดยให้ความคุ้มครองประเด็น สิทธิมนุษยชนใน 5 ด้าน 11 กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งใน 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการเมือง การปกครอง ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และด้านเศรษฐกิจ และธุรกิจ และสําหรับ 11 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย กลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มผู้เสียหาย กลุ่มเด็กและสตรี กลุ่มนักปกป้องสิทธิมนุษยชน กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้เสพยาเสพติด กลุ่มความหลากหลายทางเพศ กลุ่มบุคคลที่มีปัญหาทางสถานะทางทะเบียนและกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้ต้องหา ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ และกลุ่มผู้ป่วยเอดส์และผู้ป่วยจิตเวช 

2. แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ซึ่งมุ่งนําหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจ กับสิทธิมนุษยชน หรือ หลักการ UNGPs (ยูเอ็นจีพีส์) มาเป็นแนวทางส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจ และภาคธุรกิจดําเนินงานด้วยความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน โดยกําหนดประเด็น สําคัญเพื่อเร่งแก้ไข 4 ประเด็น ได้แก่ 1) แรงงาน 2) ชุมชน ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 3) นักปกป้องสิทธิมนุษยชน 4) การลงทุนระหว่างประเทศ และบรรษัทข้ามชาติ ทั้งนี้ รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนระดับชาติทั้ง 2 ฉบับ จะเป็นหลักประกัน และเครื่องมือ สําคัญในการกําหนดทิศทางการดําเนินงานให้กับทุกองค์กรต่อไป

“อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการกระตุ้นให้องค์กรทุกภาคส่วนมีความเข้าใจ การมีส่วมร่วม และเห็นถึงความสําคัญของการนําหลักการสิทธิมนุษยชน และแผนทั้ง 2 ฉบับ มาเป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและปฏิบัติงานในทุกระดับ กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จึงได้จัดทําโครงการองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนขึ้น โดยเปิดรับสมัครองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคม และภาคประชาสังคม เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งกําหนดให้ใช้แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 5 เป็นเกณฑ์ ในการพิจารณาตัดสินของภาครัฐ และกําหนดให้ใช้หลักการ UNGPs (ยูเอ็นจีพีส์) และแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 2 เป็นเกณฑ์พิจารณาตัดสิน ของรัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคม และภาคประชาสังคม โดยมีกระบวนการ พิจารณาคัดเลือกตามลําดับจนได้องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจําปี 2566

สําหรับการจัดงานฯ ในวันนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีอย่างยิ่ง ที่ทุกท่านจะได้ร่วมรับฟังการแลกเปลี่ยน และถ่ายทอดบทเรียนจากองค์กรที่ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้กับองค์กรของตนต่อไป

สุดท้ายนี้ กระผมขอแสดงความยินดีกับองค์กรที่ได้รับรางวัลทั้งระดับดีเด่น ระดับดี และระดับชมเชย และขอขอบคุณทุกองค์กรที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ กระผมขอเป็นกําลังใจให้ทุกองค์กรที่ได้ขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้เกิด ประโยชน์แก่องค์กร ประชาชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป” พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว

DSI จับมือทัพเรือภาค 3 ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบพื้นที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน คดีพิเศษที่ 59/2564

สืบเนื่องจากทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน เนื้อที่ 3,763 ไร่เศษ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 ต่อมาทัพเรือภาคที่ 3 ได้ตรวจสอบภายในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต พบว่ามีผู้บุกรุกสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวร รวมจำนวน 49 หลัง จึงได้มีหนังสือร้องทุกข์มายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 59/2564 เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามที่ทัพเรือภาคที่ 3 ได้ร้องทุกข์ดังกล่าว

ด้านพันตำรวจโท อมร หงษ์ศรีทอง ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลของ ร้อยตำรวจเอกปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้มอบหมายให้ พันตำรวจตรี นิมิตร พรหมมา รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และคณะฯ เดินทางลงพื้นที่ประสานข้อมูลกับทัพเรือภาคที่ 3

ผลการปฏิบัติงานในระหว่างวันที่ 18 - 19 กันยายน 2566 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าพบ พลเรือตรี ภุชงค์ รอดนิกร เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 ประชุมร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสอบปากคำผู้แทนทัพเรือภาคที่ 3 ในการให้ข้อมูลและการเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรภายในเขตพื้นที่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยผู้แทนทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 591 และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก.1 (ถลาง) กรมป่าไม้ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบในเบื้องต้น จำนวน 3 จุด พบอาคารสิ่งปลูกสร้างถาวร รวมจำนวน 12 หลัง โดยมีผู้ครอบครองและทำประโยชน์เป็นผู้นำชี้พิกัดที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และพื้นที่ใช้ประโยชน์ พร้อมนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้จัดทำพิกัด แนวเขตสิ่งปลูกสร้างและพื้นที่ใช้ประโยชน์แต่ละรายไว้เป็นหลักฐานแล้ว สำหรับสิ่งปลูกสร้างถาวรที่เหลือนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เข้าตรวจสอบเพิ่มเติมให้ครบถ้วน

ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผบ.ตร.เป็นประธานมอบโล่ และใบประกาศเกียรติคุณ ยกย่องเชิดชูเกียรติ แก่บุคคล หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติดีเด่นโครงการชุมชนยั่งยืนปี 2566 ชื่นชมความตั้งใจ ทุ่มเท เสียสละ จนโครงการประสบความสำเร็จตามนโยบายรัฐบาล นำผู้เสพสู่การบำบัดได้เกือบ 26,000 ราย

วานนี้ (21 ก.ย.66) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติและใบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่บุคคล และหน่วยงานที่มีส่วนร่วมสำคัญในการดำเนินโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยพล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.นพดล ศรสำราญ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. รรท.รอง ผบช.ปส. และข้าราชการตำรวจที่ได้รับรางวัลเข้าร่วม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร.

ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญต่อผู้ติดยาเสพติด โดยให้ถือว่าคือผู้ป่วยที่ต้องนำเข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูเพื่อกลับคืนสู่สังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินโครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นการบูรณาการในหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ  โดยดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ในพื้นที่ทั่วประเทศ สถานีตำรวจละ 1 หมู่บ้าน/ชุมชน  รวมจำนวน 1,483 หมู่บ้าน/ชุมชน ต่อปี มีวัตถุประสงค์เพื่อลดอุปสงค์หรือจำนวนผู้ป่วยยาเสพติดในประเทศลง โดยบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษา ฟื้นฟู และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยยาเสพติด เพื่อคืนคนดีสู่สังคม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน อย่างเป็นระบบและยั่งยืน 

โดยผลการดำเนินโครงการในปี 2566 สามารถค้นหาและนำผู้ป่วยยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคม ได้จำนวน 25,964 คน และจากการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน ที่เข้าร่วมโครงการพบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดยได้รับความร่วมมือจากบุคคลในชุมชน และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญร่วมแรงรวมใจในการดำเนินการโครงการฯ

สำหรับวันนี้ เป็นพิธีมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติและใบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่บุคคล และหน่วยงานที่มีส่วนร่วมสำคัญในการดำเนินโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ชุดปฏิบัติการชุมชนยั่งยืนที่มีผลปฏิบัติงานดีเด่น และเป็นการขอบคุณในความร่วมมือของบุคคล และหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ  โดย ผบ.ตร.เป็นประธานมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติให้แก่ ชุดปฏิบัติการชุมชนยั่งยืน,หมู่บ้าน/ชุมชน , บุคคล และหน่วยงาน จำนวน 77 โล่ และใบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่บุคคลและหน่วยงานจำนวน 203 ฉบับ

ผบ.ตร. ได้กล่าวขอบคุณและชมเชย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามโครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ที่ทุ่มเท เสียสละ มีผลการปฏิบัติดีเด่น จนได้รับรางวัลชุดปฏิบัติการชุมชนยั่งยืน,หมู่บ้าน/ชุมชน , บุคคล และหน่วยงาน จำนวน 77 โล่ และใบประกาศเกียรติคุณ จำนวน 203 ราย ขณะเดียวกันได้ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานชุมชนยั่งยืนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าฝ่ายปกครอง และภาคเครือข่ายที่ได้ร่วมบูรณาการการดำเนินโครงการฯ ร่วมกันทั้งประเทศ แม้จะไม่ได้รับรางวัล แต่ก็ถือว่าทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ จนทำให้โครงการเกิดผลสำเร็จอย่างดียิ่ง สามารถนำผู้ป่วยยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคม ได้จำนวน 25,964 คน และมีเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน ทำให้ยาเสพติดในพื้นที่ลดน้อยลง หรือหมดไป ซึ่งถือว่าโครงการชุมชนยั่งยืน เดินมาถูกทาง คือ คำตอบสุดท้ายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล ช่วยให้สังคมปลอดยาเสพติด คืนชุมชนสีขาวให้ประชาชนช่วยกันดูแลรักษาให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

นักรบราชนาวีพันธุ์แกร่ง ในโครงการ Good home and good health เพื่อกำลังพลกองเรือยุทธการ

กองทัพเรือ โดยกองเรือยุทธการและ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดโครงการ Good home and good health เพื่อกำลังพล กองเรือยุทธการ ณ ห้องประชุมภูหลวง หอประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จัดโครงการ Good home and good health โดยความร่วมมือของ กองเรือยุทธการ และโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จัดกิจกรรม "รวมพลังบูรณาการเชิงรุกสู่การดูแลชุมชนทหารเรือ"

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสรุปผลการดำเนินงานต่างๆ ในปี งป.66 และมอบรางวัลให้กับกำลังพลที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดยภายในงานประกอบด้วย การชมวีดีทัศน์ สรุปผลงานโครงการ การเสวนาในกิจกรรมด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาทิ ความเป็นมาและเป้าหมายของโครงการ การรณรงค์ปลูกสมุนไพร เพื่อใช้ดูแลสุขภาพโครงการ Healthy Organization ให้ข้าราชการมีสุขภาพดี โครงการนักรบราชนาวีพันธุ์แกร่ง และการลด BMI ในข้าราชการที่มีน้ำหนักเกิน

ในงานนี้ ได้รับเกียรติจาก พล.ร.ท.วัลลภ เขม้นงาน รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มาเป็นประธานในพิธี และคุณกีรตา พันธุ์เอี่ยม ประธานชมรมภริยากองเรือยุทธการ มาร่วมเป็นเกียรติในงาน

โครงการ Good Home and Good Health นับเป็นโครงการหนึ่งที่มีความสำคัญและเป็นความร่วมมือของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติติ์ พร. กับกองเรือยุทธการ ที่มีเป้าหมายให้กำลังพลมีสุขภาพแข็งแรง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของข้าราชการและครอบครัว กองเรือยุทธการ

บชน.-ตร.ทางหลวง จับมือ สสส. จัดอบรมด้านวินัยจราจรให้ความรู้พนักงานขนส่งแฟลช 

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. กล่าวว่า จากความร่วมมือในปีที่ 3 ต่อเนื่องมาปีที่ 4 บช.น.เล็งเห็นว่า บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส ให้ความสำคัญ และใส่ใจในการควบคุมดูแลให้พนักงานขับขี่ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนน บช.น.ได้พัฒนาหลักสูตรด้านวินัยการขับขี่ และกฎหมายจราจรฉบับล่าสุด ด้วยในปี 2566 นับเป็นปีแห่งการรณรงค์ด้านการลดอุบัติเหตุ ให้เป็นไปตามนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ เพื่อให้โครงการสำเร็จลุล่วงด้วยดี อันจะมีส่วนช่วยให้เกิดการตระหนักรู้กับภาคเอกชนรายอื่นๆ ในภาพรวม เพื่อให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทยลดลงได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาวต่อไป 

ด้าน พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผบก.ทล. กล่าวว่า ตำรวจทางหลวง เล็งเห็นด้านความปลอดภัยทางถนน ได้จัดให้เจ้าหน้าที่ของทางหลวง มาให้ความรู้ด้านกฎหมาย และระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ด้านการจราจรเพื่อเป็นประโยชน์แก่พนักงานขนส่ง และประชาชน ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวสามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างเป็นรูปธรรมจริง

ทางด้าน นายคมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ริเริ่มโครงการขับขี่ปลอดภัย มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ด้วยธุรกิจหลักของบริษัทคือ ผู้ให้บริการด้านขนส่ง โดยพนักงานกว่า 70% คือ คูเรียร์ หรือเรียกว่าพนักงานส่งของ ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนตลอดทั้งวัน การเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการขับขี่ถือเป็นเรื่องหลักที่บริษัทฯ ต้องการสร้างให้พนักงานคูเรียร์เกิดความตระหนักรู้ ทั้งในเรื่องกฏระเบียบวินัยจราจร และการปฏิบัติตัวเมื่อต้องใช้ถนนร่วมกับผู้อื่น 

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับปัญหาอุบัติเหตุทางถนน โดยความปลอดภัยทางถนน โดยสสส. ตระหนักถึงอุบัติเหตุในกลุ่มรถขนส่ง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากตามความเติบโตของธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ จึงได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินโครงการขับขี่ปลอดภัยในปีนี้ เนื่องจากเล็งเห็นว่าบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส มีนโยบายการดำเนินโครงการที่สอดคล้องกับการทำงานของ สสส.โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน และถือเป็นตัวอย่างที่ดีในฐานะภาคเอกชนรายย่อยที่แสดงออกถึงความตั้งใจในการร่วมลดอุบัติเหตุ

‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธานรัฐสภา ร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง 74 ปีวันชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อวันพุธที่ 20 กันยายน 2566 เวลา 18.30 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา เข้าร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 74 ปี วันชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคำเชิญของนายหาน จื้อฉียง (H.E. Mr. Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ  ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ในการนี้ ศ.พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง เป็นผู้แทน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมงาน

โอกาสนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาในฐานะแขกเกียรติยศได้กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบวันสำคัญของจีน ในฐานะประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันอย่างมาก มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสด็จฯ เยือนจีนของพระบรมวงศานุวงศ์ของไทย มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยในปี 2566 ครบรอบ 48 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับจีน นอกจากนี้ ไทยกับจีนยังมีความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มีการขยายความร่วมมือเชิงลึกในทุกมิติ จึงควรที่ทั้งสองฝ่ายจะสนับสนุนและพัฒนาให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และพร้อมจะสนับสนุนความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างเต็มความสามารถ เพื่อประโยชน์และความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

ตำรวจไทย คว้ารางวัลความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติเป็นปีแรก จากสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังปราบทุนจีนเทา คอลเซ็นเตอร์ และทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยมี 46 ชาติร่วมแสดงจุดยืน ขณะที่รัฐมนตรีตรีจีนให้คำมั่น นทท.จีนไปไทยทะลุ 10 ล้านคนแน่ หลังไทยเปิดฟรีวีซ่า

หลังจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ มาอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของทุนจีนสีเทาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไปจนถึง ปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นประเทศไทยเพียงด้านเดียว มายาวนาน รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงของจีน ได้ประกาศมอบรางวัลเหรียญสดุดี The Gold Great Wall Commemorative Award (เหรียญทองกำแพงเมืองจีนสดุดีตำรวจชั้นสูงสุด)หรือรางวัลความร่วมมืออันดียิ่งในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการมอบรางวัลนี้ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นอกจากมอบรางวัลการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติแล้ว รัฐบาลจีน ยังได้แสวงหาความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติกับนานาประเทศโดยมี กลุ่มประเทศมากกว่า 46 ประเทศสนใจเข้าร่วม ประชุมความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เมืองเหลียนหยุนก่าง มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นายหวังเฉี่ยว หง รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคำมั่นคงของจีนเป็นประธาน

และจากการพูดคุยแบบทวิภาคีระหว่างรัฐมนตรช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน กับ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มาประชุมในครั้งนี้ ได้มีการพูดคุยถึงแนวทางในการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยระบุว่าขณะนี้รัฐบาลไทยเปิดกว้างให้นักท่องเที่ยวจีนเข้าไปท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และจะ ใช้เทคโนโลยีในการติดตามดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตามหัวเมืองสำคัญในโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน ซึ่งปัจจุบันได้นำร่องในหลายเมืองแล้ว

เสียง
พล ต อ สุรเชษฐ์ หักพาล
รอง ผบ ตร

ขณะที่รัฐมนตรช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนเปิดเผยว่า ไทยยังคงเป็นประเทศปลายทางที่คนจีน อยากเดินทางไปท่องเที่ยวโดยที่ผ่านมามีคนจีนไปเที่ยวเมืองไทยมากกว่า 12,000,000 คนแต่หลังจากสถานการณ์โควิดทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงแต่เชื่อมั่นว่ามาตรการที่จะทำร่วมกันจากนี้จะทำให้คนจีนมีความมั่นใจและเดินทางไปเที่ยวประเทศไทยมากกว่า 10,000,000 คนอย่างแน่นอน

ทั้งนี้น่าจะเริ่มต้นในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวของชาวจีน โดย กลุ่มจังหวัดที่ชาวจีนอยากแวะไปเยือนอย่างเป็นทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยเฉพาะกระบี่ ภูเก็ต และพังงา

เสียง 
ฉู่ กานลู่
รัฐมนตรช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ จีน

นอกจากนี้ยัง เปิดเผยด้วยว่าจะส่งหน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไปทำงานร่วมกับประเทศไทยในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลังจาก พบเบาะแสว่ามีกลุ่มคนจีนไปแอบฟังคอลเซ็นเตอร์ตามตะเข็บชายแดนระหว่างประเทศไทยกับลาว  เมียนมาร์ และกัมพูชา พร้อมทั้งระบุว่าที่ผ่านมาได้ส่งทีมงานเข้าไปกวาดล้างรอบแรกแล้วในพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยในเมียนมาร์ จึงได้ผู้ต้องหาชาวจีนกลับมานับ 100 คน 

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณ และทุนการศึกษาแก่เยาวชนดีเด่น เนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2566

คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ เนื่องจาก เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของพระมหากษัตริย์ไทยในพระบรมราชจักรีวงศ์ สองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหา อานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ที่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ตั้งแต่ยังทรงเป็นยุวกษัตริย์ จึงถือเป็นวันสิริมงคลแก่การพัฒนาเยาวชนแห่งชาติ

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณ และทุนการศึกษาแก่เยาวชนดีเด่น สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เนื่องในงานวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2566 โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธี ในวันพุธที่ 20 กันยายน 2566 ณ ห้องประชุม ชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในการนี้ได้รับเกียรติจากศิลปิน นักแสดง และรุ่นพี่เยาวชนดีเด่น ร่วมแสดงความยินดี และกล่าวแสดงความรู้สึกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนดีเด่น อาทิ   

🔹คุณอรุณณภา พานิชจรูญ นักแสดงช่อง 3  และลูกกตัญญูฯ ปี 2566 
🔹ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปักนางสาวไทยชลบุรีปีล่าสุด นักร้องลูกทุ่ง และรองสารวัตรกลุ่มงานวิชาการและงานสารบรรณ 
🔹น้องอายจิงจิง ไทดอลมิวสิค-ณัฐฎา กุลกรรณ์  น้กร้องสังกัดค่าย GMM และเยาวชนดีเด่น สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ปี 2560
🔹ว่าที่ร้อยตรี ธนัท ชัชวาลย์ นักแสดงช่อง 3 และลูกกตัญญู ปี 2564 
🔹แพรพลอย เดชชินบัญชร ทูตการท่องเที่ยวและทูตการกีฬาประจำจังหวัดกาญจนบุรี  ปี 2022
🔹คุณภาคภูมิ เปี่ยมปัจจัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีพี ไลเซนส์ จํากัด
🔹คุณพัชมณ สินธนเจริญวงศ์ ผู้แทนบริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้รับเกียรติจาก คุณชรินทร์ ทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา คุณชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ คุณพิริยะ ฉันทดิลด ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย กรรมการอำนวยการ กรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็ก เยาวชน อนุกรรมการคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ครู อาจารย์ และผู้ปกครอง รวมทั้งสมาชิกชมรมเด็กและเยาวชนดีเด่น สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมในงานด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top