Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

สำนักงานอัยการสูงสุด จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) เนื่องในโอกาสครบรอบ 130 ปี การสถาปนาองค์กรอัยการ เพื่อเป็นการสำรองโลหิต และช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนโลหิต

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 ท่านอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดโครงการบริจาคโลหิต สำนักงานอัยการสูงสุด ครั้งที่ 15 โดยสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับ สมาคมภริยาอัยการ และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล (สภากาชาดไทย) จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต

โดยท่านพรชัย ชลวาณิชกุล อัยการอาวุโสประธานโครงการบริจาคโลหิต สำนักงานอัยการสูงสุด ท่านศศนันท์ เจตน์เจริญรักษ์ นายกสมาคมภริยาอัยการ ซึ่งสํานักงานอัยการสูงสุด และ สมาคมภริยาอัยการ ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น โดยมีข้าราชการอัยการเข้าร่วมงานจำนวนมากพร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิเช่น ดร.พรทิพย์ วงษ์นครินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคม กต.ตร.กทม. คุณสรวีย์ รัฐพิทักษ์ถิรดา คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ผศ.พรทิวา วิจิตรโกเมน อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา และ คุณณิชารัศม์ โชติอนันต์ธิคุณ ผู้ให้คำปรึกษาทางจิตสังคม ศาลอาญากรุงเทพใต้ รวมทั้ง ดารา-ศิลปิน นางงามเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมบริจาคโลหิต เช่น สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย  กรมข่าวทหารบก โรงเรียนช่างฝีมือทหาร ชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทย  RF Security Team เป็นต้น

ในโอกาสนี้ หอการค้าไทย ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในกิจกรรมดังกล่าว และร่วมประชาสัมพันธ์โครงการบริจาคโลหิต เก้าแสน ซีซี 90 ปี ของหอการค้าไทย โดยคุณอภิธร อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันภัย และ กรรมการคณะกรรมการพัฒนาสังคมและ CSR หอการค้าไทย เป็นผู้แทนจากหอการค้าไทย เข้าร่วมในกิจกรรม พร้อมมอบของที่ระลึก และร่วมให้กำลังใจผู้บริจาคโลหิต

โครงการบริจาคโลหิต สำนักงานอัยการสูงสุดมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาวิกฤตเลือดในคลังไม่เพียงพอ และช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความต้องการเลือด โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2566 เวลา 08.30 - 15.30 น. ณ อาคารสมาคมภริยาอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร

พิธีรับ ส่งหน้าที่ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อย่างสง่างามและสมเกียรติ

เมื่อ 27 ก.ย.66 ที่หน้ากองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ทำพิธีรับ-ส่งหน้าที่ พร้อมมอบธงการบังคับบัญชาให้กับ พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ท่านใหม่ ) ซึ่งได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป โดยมี ผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ ทหาร พนักงานราชการ เข้าร่วมในพิธี

พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่า ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ท่านใหม่ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถผ่านการปฏิบัติงานในหน่วยงานต่างๆ ในกองทัพเรือ มาแล้วหลายหน่วยงาน เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมาแล้วหลายตำแหน่ง ซึ่งจากประสบการณ์ของท่านที่ผ่านมา มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะเป็นผู้นำความสำเร็จ ในภารกิจและความเจริญก้าวหน้ามาสู่ ทัพเรือภาคที่ 1 ได้เป็นอย่างดี และมั่นใจว่าผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จะสามารถบริหารจัดการภารกิจ ที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมที่จะพัฒนาแก้ปัญหาทั้งมวล ควบคู่ไปกับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น เพื่อความเจริญก้าวหน้าสืบไป ในภายภาคหน้าได้อย่างแน่นอน

สำหรับทัพเรือภาคที่ 1 นับเป็นหน่วยรบที่มีสรรพกำลังทางเรือ ทางบก และทางอากาศ รับผิดชอบดูแลความมั่นคง รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขตทะเลอ่าวไทยตอนบน ตั้งแต่จังหวัดชุมพร ถึงจังหวัดตราด ถือว่ามีพื้นที่รับผิดชอบอย่างกว้างขวาง

ขอนแก่น-มข. มอบหมวกกันน็อกฟรีให้ นศ. ดัน “สวมหมวก 100% ลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์”

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น จัดพิธีมอบหมวกนิรภัยให้นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น การดำเนินงาน “จังหวัดขอนแก่นขับขี่ปลอดภัย  365 วัน” บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันพฤหัสบดีที่  28  กันยายน 2566

ในการนี้ รศ.นพ.ชาญชัย  พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กล่าวต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น โดยระบุว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ขับเคลื่อนงานเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนมาโดยตลอด  ทั้งในส่วนของการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้  การกำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัย  เสริมสร้างวัฒนธรรมในการขับขี่อย่างปลอดภัย ให้กับนักศึกษาและบุคลากร  รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมด้านความปลอดภัยทางการจราจร ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง
 
การที่จังหวัดขอนแก่น โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ประกาศวาระ “จังหวัดขอนแก่นขับขี่ปลอดภัย 365 วัน” และนำหมวกนิรภัย จำนวน 500 ใบมาส่งมอบให้นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นในวันนี้ นับเป็นโอกาสอันดียิ่ง ที่จะช่วยเสริมสร้างให้เกิดพฤติกรรมการขับขี่จักรยานยนต์อย่างปลอดภัย  เป็นส่วนผลักดันที่สำคัญ ในการลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บ ลดความสูญเสียในชีวิต และทรัพย์สินของนักศึกษา ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติร่วมในพิธีมอบหมวกนิรภัยให้นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และขอต้อนรับทุกท่าน ด้วยความยินดียิ่ง
 

ขณะที่ รศ.เพียรศักดิ์ ภักดี รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ กล่าวรายงานว่า ตามที่จังหวัดขอนแก่นได้ประกาศวาระ จังหวัดขอนแก่นขับขี่ปลอดภัย 365 วัน การสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น นักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุระหว่าง 15 – 22 ปีนั้น สอดคล้องกับนโยบายด้านความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ได้จัดทำกิจกรรมรณรงค์เพื่อส่งเสริมป้องกัน รวมถึงการสร้างความตระหนักในการป้องกันการบาดเจ็บจากการใช้รถใช้ถนนของนักศึกษา และบุคลากรมาโดยตลอด

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้สำรวจความต้องการหมวกนิรภัยของนักศึกษาจากทุกคณะ โดยมีนักศึกษาแจ้งความประสงค์ จำนวน 574 คน โดยจังหวัดขอนแก่นได้สนับสนุนหมวกนิรภัยเพื่อมอบให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 500 ใบ และในวันนี้มีตัวแทนนักศึกษาเข้ารับมอบหมวกนิรภัยจำนวน  90 คน
 
ด้าน นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประธานในพิธี กล่าวว่า ทางจังหวัดจึงได้ดำเนินงาน “จังหวัดขอนแก่นขับขี่ปลอดภัย 365 วัน” มาต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยนอกจากการให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายจราจรแล้ว จังหวัดขอนแก่นยังดำเนินการแจกหมวกนิรภัยซึ่งเป็นหนึ่งในการป้องกันอุบัติเหตุ โดยตลอด 2 เดือนที่ทำโครงการมาพบว่า สถิติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลดลงจริงถึงครึ่งหนึ่ง และคาดว่าในเดือนสุดท้ายของโครงการจะมีตัวเลขลดลงต่อไป “หากขับขี่แล้วสวมหมวกนิรภัยอย่างน้อยจะช่วยลดอาการบาดเจ็บจากหนักเป็นเบา ป้องกันการสูญเสีย เพราะเรื่องอุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หวังว่าหมวกนิรภัยนี้จะช่วยปกป้องชีวิตของน้อง ๆ ให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ขอบคุณอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และขอบคุณมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ได้ร่วมผลักดันให้จังหวัดขอนแก่นกลายเป็นจังหวัดสวมหมวกกันน็อก 100%”
 
ภายในงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ยังได้เป็นเกียรติมอบรางวัลแก่ นายวิทวัส นามคำมูล และนายนพพล ช่างชัย นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ ชั้นปีที่ 2 ผู้ได้รับรางวัลจากการประกวดโปสเตอร์รณรงค์และประชาสัมพันธ์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ภายใต้หัวข้อ “การสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์” จัดโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย 

นายวิทวัส และ นายนพพล กล่าวว่า หลังจากอาจารย์มาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการนี้ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมประกวด และได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ทั้งเรื่องเทคนิคการจัดวางและการออกแบบโปสเตอร์จนได้รับรางวัลกลับมา ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลมีจุดเด่น คือ การออกแบบ Pop art ผสมผสานกับ Isometric ส่วนอีกชิ้นงานมีจุดเด่น คือ การใช้สี โดยเลือกสีแดงและเขียว เพื่อเป็นการสื่อสารเกี่ยวกับจราจรและเป็นเฉดสีที่โดดเด่นด้วย “หวังว่าโปสเตอร์ของพวกผมจะทำให้คนเล็งเห็นว่าการสวมหมวกนิรภัยเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตประจำวัน เพราะเป็นความปลอดภัยของชีวิตทุกคน”
 
จากนั้นผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น และผู้บริหารจังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมมอบหมวกนิรภัยให้แก่ตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยตัวแทนนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ชั้นปีที่ 3 ระบุว่า ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นนักศึกษาใช้รถมอเตอร์ไซค์เยอะ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ฝนตก หากมีอุปกรณ์ที่มาช่วยป้องกันอุบัติเหตุให้เราได้แบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก ซึ่งนอกจากแจกหมวกกันน็อกแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรและอบรมเกี่ยวกับใบขับขี่มาอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณทางมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักศึกษาจริง ๆ

รมว.แรงงาน “พิพัฒน์”ปาฐกถา เร่งอัพสกิลแรงงาน เสริมซอฟต์พาวเวอร์ บูสต์ท่องเที่ยว

วันที่ 28 กันยายน 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  เป็นประธานกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง นโยบายการยกระดับแรงงานภาคท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในงานประชุมสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) โดยมี นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เข้าร่วม นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว และสมาชิกสมาคมการท่องเที่ยว ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องแคทรียา โรงแรมรามาการ์เด้น ถนนวิภาวดีรังสิต 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลกำลังแรงงานของประเทศ ทั้งด้านการพัฒนากำลังแรงงาน ส่งเสริมการมีงานทำ ดูแลสวัสดิการรวมทั้งสร้างหลักประกันทางสังคมให้แก่แรงงาน ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว โดยมีมาตรการในการพัฒนากำลังแรงงานเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ โดยมุ่งเน้นการศักยภาพแรงงาน ให้มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานด้านการท่องเที่ยว โดย Up skill และ Re skill แรงงานให้สามารถทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีของภาคท่องเที่ยวและบริการ และการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวภายหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยมุ่งเน้นฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้แรงงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นแรงงานที่มีผลิตภาพสูง โดยเติมเต็มทักษะด้านภาษาต่างประเทศ และส่งเสริม นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการหลักสูตรฝึกอบรม เช่น ภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน การสร้างสื่อมัลติมีเดียเพื่อการท่องเที่ยว นวดแผนไทย สปา งานบริการอาหารและเครื่องดื่ม นักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมสปาตะวันตก การจัดการด้านอาหารและโภชนาการบนเรือ การบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวอย่างมืออาชีพ บูรณาการกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน ด้านการท่องเที่ยวและบริการเพื่อสำรวจความต้องการแรงงานและ การพัฒนาทักษะฝีมือในส่วนที่แรงงานยังขาดแคลนเพื่อพัฒนากำลังแรงงานภาคท่องเที่ยวให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบกิจการปี 2566 กำลังแรงงานภาคการท่องเที่ยวและบริการเข้ารับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน จำนวน 288,438 คน เป็นผู้มีงานทำร้อยละ 93.20 ผู้ผ่านการพัฒนาฝีมือแรงงานสามารถรักษาฐานรายได้คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 51,450.19 ล้านบาท/ปี 

"ใน ปี 2566 มีการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ผ่าน พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 กระทรวงแรงงาน โดย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ทำการพัฒนาฝีมือแรงงานด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ร่วมกับ ผู้ประกอบการ, ภาคธุรกิจ และ ภาคอุตสาหกรรม เป็นจำนวนมากกว่า 280,000 คน โดยในปี 2567 นี้ กระทรวงแรงงาน โดย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาฝีมือแรงงานด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ร่วมกับ ผู้ประกอบการ, ภาคธุรกิจ และ ภาคอุตสาหกรรม เป็นจำนวน 400,000 คน” นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย 

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน โดย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีความยินดีและพร้อมสนับสนุน อบรม และ พัฒนาฝีมือแรงงาน ตามจำนวนดังกล่าว เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมอย่างเต็มกำลังโดยสามารถติดต่อสายด่วนกระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 1506 กด 4 สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทุกแห่งทั่วประเทศ

ผบช.ทท.รับลูกฟรีวีซ่า! เปิดที่ทำการงานสืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ส่วนหน้า) ภาคตะวันออก

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 กันยายน 2566 ได้มีพิธีเปิดอาคารที่ทำการงานสืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ส่วนหน้า) ภาคตะวันออก อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดแพรคลุมป้าย 

โดยในช่วงเช้าได้จัดพิธีสงฆ์ทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์จำนวน 5 รูป จากวัดชัยมงคลพระอารามหลวงพัทยาใต้ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี พล.ต.ต.ม.ล.สันธิกร วรวรรณ ผบก.ทท.1 พ.ต.ท.ปริญ ศรีภัทรกุลชัย สว.กก.2 บก.ทท.1 และ พ.ต.ท.พิชญะ เขียวเปลื้อง สว.ส.ทท 4 บก.ทท.1 นำคณะเจ้าหน้าที่เข้าร่วมในพิธี

ทั้งนี้ ด้วยกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว มีนโยบายสำคัญในการยกระดับงานสืบสวนที่เป็นโอเปอร์เรชั่นให้สมบูรณ์ ครบวงจร แบบ One Stop Service เพื่อดูแลความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจต่อประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกในการเปิดฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนและอุซเบกิสถาน จึงเกิดการดำเนินการก่อสร้างและเปิดอาคารดังกล่าวขึ้นเพื่อรองรับอนาคต

สำหรับอาคารที่ทำการงานสืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ส่วนหน้า) ภาคตะวันออก ตั้งอยู่เลขที่ 406/357 ถนนสายลงชายหาดจอมเทียน ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จัดสร้างกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวด้วยงบประมาณ 2 ล้านบาท บนที่ดินราชพัสดุ กรมธนารักษ์ 

โดยทางกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ทำเรื่องขอใช้ประโยชน์ปลูกสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดความสูง 3 ชั้น ภายในแบ่งเป็น ชั้นล่างเป็นโซนต้อนรับ, ห้องศูนย์ปฏิบัติการฯ, ห้องทำงาน และห้องจับกุม/ควบคุม บริเวณชั้น 2 เป็นห้องเก็บรักษายุทธภัณฑ์ และห้องทำงานของนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ส่วนชั้น 3 เป็นห้องพักของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด

ผบช.ทท.ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม สร้างความมั่นใจเมืองพัทยา หลังรัฐบาลมีนโยบายฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยว

เวลา 16.30 น.วันที่ 27 ก.ย.66 ที่ลานอเนกประสงค์ ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยา (บาลีฮาย) จ.ชลบุรี พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้เดินทางมาเป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมเพื่อยกระดับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้นักท่องเที่ยวจีน และคาซัคสถาน เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยยกเว้นวีซ่ามีระยะเวลา 5 เดือน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัย ให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในห้วงเวลาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก 

ดังนั้น กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี, กองบังคับการตำรวจน้ำ, กองบังคับการตำรวจทางหลวง, เมืองพัทยา, ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง, เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี, อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว และภาคเอกชนในพื้นที่เมืองพัทยา

ทั้งนี้ เพื่อระดมสรรพกำลังร่วมปฏิบัติภารกิจกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่เมืองพัทยา เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐท.สส. ยกระดับพัฒนาศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล

นาวาเอก ไพรัช ยิตติพินิจ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ (รพ.อากรเกียรติวงศ์ ฐท.สส.) เป็นประธานในพิธี เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล ในหัวข้อ “Organization Development : Alignment and Application” 

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับการปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน ให้กับผู้ป่วยฉุกเฉินทางทะเล และบูรณาการใช้ทรัพยากรของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้เกิดกลไกการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินที่ประสบอันตรายหรืออุบัติภัยทางทะเล เพื่อให้หน่วยสามารถดำเนินงาน ให้บรรลุวัตถุประสงค์ การจัดตั้งและดำเนินการด้านระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล อย่างมีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน 

เพื่อโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ มุ่งสู่วิสัยทัศน์ “ศูนย์การแพทย์ทางทะเลของกองทัพเรือ ในปี 2572” ณ ห้องประชุมลุมพิกานนท์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566

นาวิกโยธิน จัดพิธีย่ำพระสุริย์ศรีและสวนสนามเทิดเกียรติ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ

วันที่ 26 ก.ย.66 เวลา 17.30 น. พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางมาที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นประธานในพิธีอำลาชีวิตการรับราชการ และพิธีย่ำพระสุริย์ศรี ซึ่งหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ โดยมี พลเรือโท เผดิมชัย สุคนธมัต ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และนายทหารระดับชั้นนายพลเรือเกษียณอายุราชการ นายทหารระดับสูงของกองทัพเรือ และข้าราชการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ให้การต้อนรับ

พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ รับคำกล่าวคำสดุดี จากผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้บัญชาการทหารเรือกล่าวขอบคุณและกล่าวอำลาชีวิตราชการ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พร้อมด้วยคุณ ธนิกา สุคนธมัต ประธานชมรมภริยานาวิกโยธิน มอบของที่ระลึกและมอบช่อดอกไม้ ให้แก่ผู้บัญชาการทหารเรือ และคุณจตุพร ชมเชิงแพทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารเรือ และนายกสมาคมภริยาทหารเรือ มอบของที่ระลึกให้กับ พลเรือเอกเถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ และคุณอรัญญา ศิริสวัสดิ์ อุปนายกสมาคมภริยาทหารเรือ พลเรือเอกวุฒิชัย สายเสถียร ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ และคุณเนตรสุภา สายเสถียร อุปนายกสมาคมภริยาทหารเรือ 

นอกจากนี้แล้ว พิธีการอำลาชีวิตราชการของผู้บัญชาการทหารเรือในวันนี้ กองทัพเรือโดยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ยังได้จัดให้มีการแสดงการกระโดดร่มแบบดิ่งพสุธา จากนักกีฬาโดดร่มกองทัพเรือทั้งหญิงชาย จำนวน 22 นาย ที่ล่าสุดนำทีมนักกีฬาครองถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถ้วยชนะเลิศโดดร่มกีฬากองทัพไทย ครั้งที่ 53 ที่สามารถครองแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกัน การแสดงยิงปืนฉับพลันและท่าบุคคลทำการรบของอาสามสมัครทหารพรานชายและอาสาสมัครทหารพรานหญิง จากหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน พิธีเชิญธงราชนาวีลงจากยอดเสาเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า โดยใช้ชื่อว่า "พิธีย่ำพระสุริย์ศรี" ด้วยความหมายเป็นนัยว่า "เป็นการจบลงอย่างสง่างาม" เพื่อให้ผู้บัญชาการทหารเรือและผู้ที่ต้องอำลาชีวิตราชการ มีความภาคภูมิใจ ประทับใจ และเพื่อความทรงจำที่ดีตลอดไป อีกทั้งเป็นการเชิดชูเกียรติที่ท่านได้ทุมเทแรงกาย แรงใจและสติปัญญา ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองและเพื่อกองทัพเรือ อย่างเต็มขีดความสามารถตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งอำลาชีวิตรับราชการสร้างรากฐานให้กับกองทัพเรือ ให้เป็นหน่วยทหารที่ทรงคุณค่า ให้อนุชนรุ่นหลังจดจำคุณงามความดี ที่ท่านได้กระทำไว้และยึดถือการกระทำของท่าน เป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป

ต่อมาเป็นพิธีสวนสนามทางบก โดยมีการสนธิกำลังหน่วยสวนสนามจาก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง รวม 6 กองพันสวนสนาม ประกอบด้วย การเดินสวนสนาม การวิ่งสวนสนาม และการสวนสนามยานยนต์ ก่อนที่จะจบลงด้วยการจุดพลุและดอกไม้ไฟ จำนวน 9 ชุด ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสวยสดงดงามและสมเกียรติยิ่ง แด่ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้ที่ครบเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2566 ในครั้งนี้

(สุรินทร์) มทบ.25จัดพิธีเทิดเกียรติกำลังพลเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2566 “จากวันที่พากเพียร สู่วันเกษียณที่ภาคภูมิ”

วันที่ 26 กันยายน 2566 พล.ต.ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 ประธานพิธี พร้อมด้วย คุณอุไรวรรณ เจริญพิบูลย์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 25 นายทหาร กำลังพล มณฑลทหารบกที่ 25 จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหาร ให้กับกำลังพลที่เกษียณอายุราชการและกำลังพลที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด จำนวนทั้งสิ้น 20 นาย ประกอบด้วย 2 พิธี ได้แก่ พิธีประดับเครื่องหมายยศ พิธีลอดซุ้มกระบี่และมอบเกียรติบัตร ณ สโมสรค่ายฯ นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบของที่ระลึก เพื่อเป็นการแสดงมุทิตาจิต ซึ่งกันและกัน จากนั้นร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน สร้างความประทับใจให้กับกำลังพล ที่เกษียณอายุราชการ และครอบครัว เพื่อตอบแทนคุณงามความดี และเชิดชูเกียรติ เป็นขวัญและกำลังใจให้กำลังพล ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่มาด้วยความวิริยะอุตสาหะ ตลอดระยะเวลาในการรับราชการทหาร จนครบกำหนดเกษียณอายุราชการ อย่างสมเกียรติและภาคภูมิ               

#ครอบครัวทหาร #oldsoldierneverdie #เกษียณราชการ #กองทัพบก #กองทัพภาคที่2 #มณฑลทหารบกที่25

กงสุลใหญ่สปป.ลาว ณ ขอนแก่นพบผู้ว่ากาฬสินธุ์พร้อมเชื่อมสัมพันธ์การค้าท่องเที่ยววัฒนธรรม กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ ขอนแก่น ราชอาณาจักรไทยเข้าพบผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ พร้อมร่วมมือเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ที่ห้องรับรองแพรวา ชั้น 2 ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ให้การต้อนรับท่านสมสัก วิไลทอน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ ขอนแก่น ราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วยนางคำวา วิไลทอน ภริยา และนายบุนเนือง เกดแก้ว กงสุลฯ ในการเข้าเยี่ยมคารวะ พบปะและแนะนำตัวกับผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ เป็นกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ จังหวัดขอนแก่น คนที่ 7 

โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมทั้ง 20 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมหารือข้อราชการในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในระดับจังหวัด และขยายความสัมพันธ์ด้านต่างๆ เช่น ด้านการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน วัฒนธรรม และด้านการศึกษา ซึ่งมีนายประยูร ศิริวรรณ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมต้อนรับด้วย

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จ.กาฬสินธุ์ยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการเดินทางมาเยือนของกงสุลใหญ่ฯ และคณะในครั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ พัฒนาความร่วมมือกันในหลาย ๆ ด้านโดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  อีกทั้งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและภาษาที่คล้ายกัน เช่น วัฒนธรรมชนเผ่าภูไท 

ทั้งนี้ จ.กาฬสินธุ์มีการจัดงานมหกรรมภูไทนานาชาติ ขึ้นเป็นงานประจำทุกปี โดยได้เชิญชนเผ่าภูไท และศิลปินนักร้อง จากประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมงานทุกปี จึงทำให้มีความผูกพันและใกล้ชิดกันมากขึ้นนอกจากนี้ จ.กาฬสินธุ์ยังเป็นหนึ่งในสมาชิก 3 ประเทศ ที่ใช้เส้นทางหมายเลข 12 (ไทย ลาว เวียดนาม) ซึ่งเป็นแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) เชื่อมมหาสมุทรอินเดียสู่มหาสมุทรแปซิฟิก เชื่อว่าจะได้มีการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการค้าและด้านอื่น ๆ ระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นในโอกาสต่อๆ ไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top