Friday, 6 November 2026
Hard News Team

'ชาวเน็ต' แห่แชร์ #Saveลุงป้อม 'บูรพาพยัคฆ์ผู้ใจดี-ส่งเสริมให้โอกาสคน' แต่พอใครได้เป็นใหญ่ ก็พร้อมใจเนรคุณ เตือน!! อย่าปลุกเสือคำราม

(24 ส.ค. 67) กลายเป็นอีกหนึ่งเนื้อหา (เพลง) ที่ถูกแชร์ออกไปอย่างมากในเวลานี้ กับ คลิปไวรัล 'บูรพาพยัคฆ์ พิทักษ์ลุงป้อม' ซึ่งมีเนื้อหา ดังนี้...

"เกียรติศักดิ์ศรี นี้ไม่ให้ใครเหยียดหยาม
คือเสียงพยัคฆ์คำราม ก้องมาจากป่ารอยต่อ
ชายชาตินักรบ ป้องพื้นดินของพ่อ
วันนี้หมู่มารลวงล่อ ต้องการล้างผลาญทำลาย...

"ตำหน้าตำตา ต้องมาต่อกรราวี
ทําร้ายผู้ชายใจดีอบอุ่น ไม่มีพิษภัย
ทั้งที่เคยช่วยส่งเสริมพวกมึงมากมาย
เพียงเพราะลาภ เพราะยศ เป็นใหญ่
ทำให้ต้องเนรคุณ...

"แล้วมึงจะรู้ ว่าบูรพาพยัคฆ์ 
คือเสือที่คอยปกปัก พิทักษ์แผ่นดินสยาม
หากเป็นคนดีกูส่ง แต่มึงมันชั่วต่ำทราม
วันไหนที่เสือคำราม มึงก็แค่หมาตัวหนึ่ง"

หรือนี่จะคือสัญญาณครั้งใหญ่จาก 'บูรพาพยัคฆ์' ที่ถูกหยามหมิ่น!!

‘วราวุธ’ เร่งช่วยเหลือประชาชน จัดทีมงานลงพื้นที่ ‘ภูเก็ต’ เพื่อ ‘ช่วยเหลือ-ฟื้นฟู-เยียวยา’ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมดินถล่ม

(24 ส.ค. 67) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจากศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) จังหวัดภูเก็ต ว่า เมื่อวันที่ 22 - 23 ส.ค. 67 จังหวัดภูเก็ตมีฝนตกหนักต่อเนื่องในตัวเมืองภูเก็ต ทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและถนนหลายสาย ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากถึง 250 ครัวเรือน และมีดินโคลนถล่มทับบ้านเรือนประชาชน 2 หลัง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย เป็นคนไทย 2 ราย ชาวต่างชาติสัญชาติเมียนมา 3 ราย นอกจากนี้ ยังมีคนสูญหายอีก 6 ราย เป็นคนไทย 1 ราย ชาวต่างชาติสัญชาติเมียนมา 4 ราย และรัสเซีย 1 ราย อีกทั้งมีครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุ อายุ 83 ปี ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากจมน้ำและสำลักโคลน ขณะนี้ได้นำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว 

นายวราวุธ กล่าวว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ขอแสดงความห่วงใยกับผู้ได้รับบาดเจ็บ และพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ซึ่งตนได้กำชับหน่วยงานทีม พม. หนึ่งเดียว จังหวัดภูเก็ต เฝ้าระวังดูแลผู้รับบริการในความคุ้มครองของหน่วยงาน และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ขณะนี้ทางจังหวัดภูเก็ตได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่วัดกะตะ และ วัดกะรน โดยมีหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ร่วมให้ความช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัย ซึ่ง ทีมศรส.จังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานทีม พม.หนึ่งเดียว จังหวัดภูเก็ต ได้ส่งนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาเพื่อให้การฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจและช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมทั้งร่วมกับทีมสหวิชาชีพวางแผนการช่วยเหลือทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะการช่วยเหลือหลังน้ำลด ซึ่งจะมีการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและให้ความช่วยเหลือร่วมกับทีมสหวิชาชีพ อปท. และ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) หากประชาชนประสบปัญหาอุทกภัย สามารถขอความช่วยเหลือ ได้ที่ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) จังหวัดภูเก็ต และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต รวมทั้งหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ในพื้นที่  

‘พรรคประชาชน’ ทำคอนเทนต์ด้อยค่า ทำลายเกียรติภูมิ ‘คนระยอง’ บีบน้ำตา!! ค้านไม่สร้างสรรค์ ชาวเน็ตชี้!! เบอรี่มาก… (ก.ไก่ล้านตัว)

(24 ส.ค. 67)  จากกรณี เพจเฟซบุ๊ก ‘ประชาชน ระยอง - People Party Rayong’ ภายใต้พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความว่า จริงเหรอ !! ที่เกิดระยองต้องรักระยอง ทุกคนเคยคิดจะย้ายออกจากระยองมั้ย ด้วยเหตุผลอะไร ลองพิมพ์มาคนละ 1 ข้อ

ล่าสุด เพจ ความจริงของระยอง โพสต์ข้อความว่า หาเสียงด้วยการ"ด้อยค่าบ้านเกิด"แบบนี้ หยุดสักทีเถอะครับ!!! ได้เห็นแคมเปญหาเสียง นายก อบจ.ระยอง จากพรรคประชาชน ที่set ฉาก สอบถามประชาชนว่าอยากย้ายออกจากระยองไหม แล้วพากันตอบว่า"อยาก"ด้วยเหตุผล ไม่มีความสุข มีความเหลื่อมล้ำฯลฯ

นับว่าเป็นแคมเปญที่ทำลายเกียรติภูมิคนระยองอย่างมากที่สุด!!!

คนระยองที่รักบ้านเกิด ภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และชุมชน คนที่มีความสุขกับท้องถิ่นแห่งความหวัง และความทรงจำที่ดีนี้ เขาจะรู้สึกผิดหวังกับแคมเปญของพวกคุณขนาดไหนได้คิดบ้างหรือไม่ก่อนทำ?

ยังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาอีกเยอะครับสำหรับระยองบ้านเรา สิ่งที่ดีอยู่แล้วก็ควรส่งเสริมรักษา สิ่งที่ไม่ดีก็ควรปรับปรุงพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่หาเสียงด้วยการด้อยค่า ‘บ้านเกิด’ ตนเองครับ

หยุดนำเสนอแต่ด้านเดียว หยุดใช้ความขัดแย้งมาหาเสียงสักทีนะครับ!!!

ด้าน เพจวันนี้พรรคส้มโกหกอะไร โพสต์ข้อความว่า ทุกคนคะ เพจ ประชาชนระยอง ทำคลิปชวนด้อมเลือกตั้ง นายก อบจ. โดยสัมภาษณ์ชาวบ้านให้ด้อยค่าระยอง อยากย้ายออก เพราะ ‘ไม่มีความสุข มันเหลื่อมล้ำ’

หนูก็นึกว่าชาวบ้านจริงๆ ความจริงคือ ทีมงาน สส ระยอง พรรคส้มมาเล่นละครกันเองมีบีบน้ำตาด้วยนะคะ

เบอรี่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

‘Honda Civic Minorchange’ เปิดตัวในงาน ‘BIG Motor Sale’ เน้น!! ขับเคลื่อนฟูลไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 10 ปี

เมื่อวานนี้ (23 ส.ค. 67) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของฮอนด้า ซีวิคใหม่ ไอคอนยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานของฮอนด้ายกระดับความคุ้มค่าด้วยราคาใหม่ทั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEVรุ่น e:HEVEL+ พร้อมข้อเสนอพิเศษ อาทิดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น0.99%*พร้อมรับ ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์ ได้แก่ ฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ฟรีฮอนด้าอัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน นอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงก่อน) พิเศษ เฉพาะรุ่น e:HEV เท่านั้น และเสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ครั้งนี้มาพร้อมการยกระดับที่หลากหลาย เพื่อสะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานในทุกมิติ และตอบสนอง ทุกความต้องการได้ลงตัวยิ่งขึ้น อาทิ ปรับโฉมดีไซน์ภายนอก เพิ่มฟังก์ชันและเทคโนโลยีล้ำสมัยให้ครบครัน พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ซึ่งซีวิค จะไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ที่ดีเยี่ยมคันหนึ่งเท่านั้น แต่จะมอบประสบการณ์ที่ดีตลอดการใช้งาน โดยจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่จะขับเคลื่อนชีวิตคุณไปสู่ ทุกความสำเร็จ และทำให้คุณภูมิใจในการเป็นเจ้าของอย่างสูงสุด

ภายนอกดีไซน์ใหม่
- กระจังหน้าและกันชนหน้าใหม่ดีไซน์สปอร์ตขึ้น
- ไฟท้าย LED รมดำ ใหม่
- ในรุ่น e:HEV RS มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว Matte Black ดีไซน์ใหม่
- ในรุ่น EL+ เพิ่มขนาดล้ออัลลอยเป็น 17นิ้ว
- สำหรับรุ่น EL+ และ e:HEV EL+ มาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงินแคนยอนริเวอร์ (เมทัลลิก)

ภายในห้องโดยสาร
- ในรุ่น e:HEV RS มาพร้อมเบาะที่นั่งลายใหม่ Prime smooth ด้วยวัสดุเบาะหนังกลับและหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดงอีกทั้งตกแต่งแผงคอนโซลหน้าและแผงประตูด้านข้างสีแดงสไตล์สปอร์ต
- ในรุ่น EL+ และ e:HEV EL+มาพร้อมวัสดุเบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำ
- ช่องปรับอากาศผู้โดยสารตอนหลังในทุกรุ่นย่อย
- เบาะที่นั่งด้านหลัง แยกพับแบบ 60:40 ในทุกรุ่นย่อย
- ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
- Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัวในทุกรุ่นย่อย
- ช่องเชื่อมต่อ USB Type C 4 ช่อง โดยแบ่งเป็น2 ช่องด้านหน้า และ 2 ช่องด้านหลัง ในทุกรุ่นย่อย
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto(TM) แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto ในทุกรุ่นย่อย
- ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ในทุกรุ่นย่อย

เครื่องยนต์ EL+
- ขุมพลังเทอร์โบ 1.5 ลิตร
- ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 4 สูบ 16 วาล์ว VTEC TURBO
- ประเภทน้ำมัน E85
- ความจุ (ซีซี.) 1,498
- กำลังสูงสุด 131 กิโลวัตต์ 178 แรงม้า / 6,000 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร / 1,700-4,500 รอบต่อนาที
- อัตราการประหยัดน้ำมัน 17.2 กิโลเมตร/ลิตร

เครื่องยนต์และแบตเตอรี่ e:HEV EL+ , e:HEV RS
- มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร
- ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 4 สูบ 16 วาล์ว
- พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน
- ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI
- ประเภทน้ำมัน E20
- ความจุ (ซีซี.) 1,993
- กำลังสูงสุด 104 กิโลวัตต์ / 6,000 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร / 1,700-4,500 รอบต่อนาที
- อัตราการประหยัดน้ำมัน 25 กิโลเมตร/ลิตร วิ่ง 800 กิโลเมตร ด้วยน้ำมัน 1 ถัง

สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี
- สีน้ำเงินแคนยอนริเวอร์ (เมทัลลิก) (เฉพาะรุ่น EL+ และ e:HEV EL+)
- สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
- สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)
- สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)
- สีดำคริสตัล (มุก)
- สีขาวแพลทินัม (มุก)
พร้อมภายในสีดำและสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทฮอนด้าและสัมผัส ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ พร้อมด้วยรถยนต์หลากหลายรุ่นได้ที่เทศกาลแสดงยานยนต์ประจำปี BIG Motor Sale 2024 ณ บูทฮอนด้า (A17) ฮอลล์102ศูนย์นิทรรศการและ การประชุมไบเทคตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 – 1 กันยายน 2567 โดยมาพร้อมข้อเสนอพิเศษเดียวกันทั้งในงานและที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ  เมื่อจองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1สิงหาคม 2567 – 1กันยายน 2567(สำหรับ ซีวิค ใหม่ เมื่อจองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 – 30 พฤศจิกายน 2567)

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก ที่ปรึกษาการขายโชว์รูมทั้งในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

สโมสรฟุตบอลสมุทรปราการเอฟซี ต้นแบบ 'สโมสรฟุตบอลสีเขียว'

THE TOMORROW มหาชนต้องรู้ ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES เมื่อวันที่ 24 ส.ค.67 ได้พูดคุยกับ ดร.ก้องเกียรติ สุริเย ประธานกรรมการ บริษัท จีอาร์ดี จำกัด และผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนเครดิต ถึงการรับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุต พริ้นท์ และเครื่องหมายรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ซึ่งเป็นตอกย้ำถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในวงการกีฬาฟุตบอลไทย โดยมี 'สโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ เอฟซี' เป็นสโมสรฟุตบอลแห่งแรกของไทยที่ได้การรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน

ดร.ก้องเกียรติ กล่าวว่า ปัจจุบันวงการกีฬาให้ความสนใจในการลดโลกร้อนมากขึ้น เช่น การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นการจัดโอลิมปิกที่ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำที่สุด ประมาณ 1.75 ล้านตัน ในขณะที่การจัดโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1.9 ล้านตัน การจัดโอลิมปิกที่รีโอเดจาเนโร ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 3.6 ล้านตัน และการจัดโอลิมปิกที่กรุงลอนดอน ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 3.4 ล้านตัน 

ส่วนการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกในปัจจุบัน สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) ได้ออกกฎ Cooling break หมายถึง การเล่นกีฬาฟุตบอลต้องพักเพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดโอเวอร์ฮีท (Over heat) มากเกินไป เนื่องจากตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีนักกีฬาที่วิ่งในสนามแล้วเป็นโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด กว่า 50 คน 

ดังนั้นเมื่ออุณหภูมิในสนามสูงถึง 32 องศาเซลเซียส นักกีฬาต้องหยุดพักก่อน เมื่ออุณหภูมิลดลงถึงจะเริ่มเกมแข่งขันได้ ซึ่งอาจทำให้ความนิยมของแฟนบอลลดลงเนื่องจากการแข่งขันไม่ต่อเนื่องและมีการหยุดพักบ่อยครั้ง แสดงถึงภาวะโลกร้อนเริ่มส่งผลกระทบต่อวงการกีฬาในระดับโลกแล้ว 

ในส่วนของวงการฟุตบอลไทย คุณพีรพัฒน์ ถานิตย์ ประธานสโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ เอฟซี กล่าวถึง ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและแรงบันดาลใจในการสนับสนุนให้สโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ เอฟซี เข้าสู่โครงการลดโลกร้อน ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าสโมสรฟุตบอลกับการลดโลกร้อนห่างไกลกัน แต่จริงๆ แล้วมันใกล้กันมาก เพราะสมัยก่อนเวลาแข่งขันฟุตบอลมันไม่มีการหยุดแข่งขันระหว่างเกมเนื่องจากอากาศร้อน เลยได้ปรึกษากับ ดร.ก้องเกียรติ สุริเย ว่าทางสโมสรฯ อยากเริ่มต้นลดโลกร้อนอย่างจริงจัง เพราะความร้อนสามารถคร่าชีวิตนักกีฬาได้ เนื่องจากการซ้อมฟุตบอลของไทย นิยมซ้อมในช่วงเวลา 3-4 โมงเย็น ซึ่งอากาศยังร้อนอยู่มาก เราเลยเริ่มต้นลดโลกร้อนง่ายๆ จากเสื้อกีฬาของสโมสรที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล (Recycle) รวมถึงการติดแผงโซล่าเซลล์ (Solar cell) ในร้านอาหารบริเวณสนามซ้อมเพื่อประหยัดพลังงาน  หรือแม้แต่สนามหญ้าก็ใช้ปุ๋ยออร์แกนิก (Organic) ในการบำรุงรักษา รวมถึงรณรงค์การแยกขยะของแฟนบอลอีกด้วย 

ดร.ก้องเกียรติ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสโมสรฟุตบอลโดยทั่วไปจะปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ประมาณ 100 ตันต่อปี โดยสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ เอฟซี ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ลง 30% ในปี 2568 และปีถัดไปตั้งเป้าลดลง 60% จนกระทั่งเหลือศูนย์เลย สิ่งสำคัญจะทำให้กีฬาฟุตบอลยังคงอยู่กับเราต่อไป การสร้างน้ำใจนักกีฬา และเรื่องของสุขภาพของนักกีฬา เราต้องหาจุดสมดุลใหม่ให้กีฬากับโลกร้อนเดินไปด้วยกันได้ ไม่อยากให้เล่นกีฬาแล้วมีปัญหาเรื่องสุขภาพเนื่องจากอากาศและภาวะโลกร้อน เราต้องรีบดำเนินการตั้งแต่วันนี้ก่อนที่มันจะสายไป สโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ เอฟซี จึงกลายเป็นต้นแบบ 'สโมสรฟุตบอลสีเขียว' แห่งแรกของไทย นอกจาก 'ชัยชนะ' จะเป็นสิ่งที่นักกีฬาทุกคนต้องการ แต่สิ่งสำคัญไม่ควรมองข้าม คือ น้ำใจนักกีฬาที่ควรมีให้กัน และการมีน้ำใจให้กับโลกใบนี้ด้วยครับ

‘อ.สุวินัย’ โพสต์เฟซ ‘วิทยุฉุกเฉิน’ ใช้การได้จริง ลุงตู่!! เคยแนะนำ แต่โดนด้อยค่าจาก ‘ขบวนการเสี้ยม’

(24 ส.ค. 67) รองศาสตราจารย์ ดร. สุวินัย ภรณวลัย นักเขียนชาวไทย และอดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับวิทยุ ว่า …

น้ำท่วมเสาสัญญาณโทรศัพท์ ไฟฟ้าโดนตัด ชาร์จมือถือไม่ได้ การสื่อสารเป็นอัมพาต ... สมัยเป็นนายก ลุงตู่เคยบอกให้หาวิทยุทรานซิสเตอร์เผื่อไว้ จำได้ว่าตอนนั้นแกโดนถล่มยับทางสื่อโซเชียล เพราะมีขบวนการด้อยค่าลุงตู่ทั้งประเทศจากการถูกปั่นถูกเสี้ยม

แต่ประชาชนที่มีสติมีปัญญาจะหา ‘วิทยุฉุกเฉิน’ แบบมานี้ติดบ้านไว้ตั้งแต่ที่ลุงตู่แนะนำ ...สิ่งนี้เป็นทั้งวิทยุ/ไฟฉาย/มีที่เสียบชาร์จโทรศัพท์ได้
ตัวมันเองชาร์จด้วยไฟฟ้า, พลังแสงอาทิตย์/มือหมุนปั่นไฟฉุกเฉินจึงไม่ต้องกลัวไฟหมด

คนที่สนใจ...ในรูปที่แนบสามารถสั่งมาจากแอพส้มได้ ให้พิมพ์ค้นหาว่า ‘วิทยุฉุกเฉิน’ ได้เลย

‘ALL NEW MG3 HYBRID+’ อวดโฉมในงาน ‘BIG MOTOR SALE’ เผย!! ขับสนุก-เร้าใจ-วิ่งไกล น้ำมันถังเดียว ขับได้มากกว่า 800 กิโลเมตร

เมื่อวานนี้ (23 ส.ค. 67) บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย นำทัพยนตรกรรมหลากหลายขุมพลังขับเคลื่อนมาให้สัมผัส และทดลองขับในงาน BIG MOTOR SALE 2024 โดยชู ALL NEW MG3 HYBRID+ ไฮบริดเจนใหม่ล่าสุดเป็นแม็กเน็ต หลังได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม พร้อมส่งมอบความคุ้มค่าด้วยข้อเสนอพิเศษครบทุกรุ่น ณ บูธ เอ็มจี ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม 2567 – 1 กันยายน 2567

หลังการเปิดตัว ALL NEW MG3 HYBRID+ อย่างยิ่งใหญ่ทั่วทุกภูมิภาค เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์กลุ่มพลังงานทางเลือกเป็นอย่างมาก ด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยีไฮบริดยุคใหม่ที่ผู้ขับขี่จะได้รับทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ขับสนุก เร้าใจ ด้วยกำลังขับเคลื่อน 194 แรงม้า ให้พละกำลังสูงสุดเมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน ทั้งยังมาพร้อมความประหยัด จากบทพิสูจน์บนเส้นทางจริงโดยการขับขี่ของสื่อยานยนต์เมืองไทย น้ำมัน 1 ถัง สามารถทำระยะทางได้มากกว่า 800 กิโลเมตร ALL NEW MG3 HYBRID+ จึงถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลแห่งความภาคภูมิใจของ เอ็มจี ที่จะส่งมอบทั้งเทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค ด้วยราคาพิเศษช่วงแนะนำเริ่มต้นเพียง 559,900 บาท สำหรับลูกค้า 1,000 คนแรก และเตรียมส่งมอบให้กับลูกค้าตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นอกจากโมเดลไฮไลท์อย่าง ALL NEW MG3 HYBRID+ เอ็มจี ยังมียนตรกรรมอีกหลายรุ่น หลายขุมพลังขับเคลื่อนที่นำมาจัดแสดงทั้งกลุ่มรถ อีวี พรีเมี่ยม กับ e-MPV แบบ 7 ที่นั่งรุ่น NEW MG MAXUS 9 ตามด้วยอีวีขวัญใจคนไทยอย่าง NEW MG4 ELECTRIC โดยอีวีทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน หรือ Lifetime Warranty ให้ขับขี่ได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ยังมีสปอร์ตตี้ ไฮบริดเอสยูวี อย่าง NEW MG VS HEV ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอก ภายใน และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก ให้การตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนรถยนต์กลุ่มเครื่องยนต์สันดาปเอ็มจีนำรุ่น NEW MG5 PRO ที่ได้รับการยกระดับดีไซน์สปอร์ตใหม่รอบคัน เท่ โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น โดยทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถภายในงานฯ และออกรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2567

พบกับยนตรกรรม ‘เอ็มจี’ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษในงาน BIG MOTOR SALE 2024 ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A02 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม 2567 – 1 กันยายน 2567 และยนตรกรรม เอ็มจี รุ่นอื่นๆ ได้ที่โชว์รูม และศูนย์บริการคุณภาพของเอ็มจีกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ

'ตลกดัง' เตือนผู้คน!! อย่าเชื่อคำ 'นักร้อง-นักแสดง' แสดงความเห็นทางการเมือง พวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะเรื่องกิจการบ้านเมือง

(24 ส.ค. 67) จากเฟซบุ๊ก 'Sompob Pordi' ของ นายสมภพ พอดี นิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความสะท้อนมุมมองนักแสดงตลกท่านหนึ่งต่อบรรดาศิลปิน ดารา นักร้อง ที่ชอบออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในเวทีสาธารณะบ่อยๆ ดังนี้...

ริคกี้ เจอร์เวส (Ricky Dene Gervais) นักแสดงตลกชื่อดัง ได้กล่าวในงานแจกรางวัลลูกโลกทองคำ ปี 2020 ที่ตนเองเป็นพิธีกรว่า...

"ถ้าคืนนี้ยูได้รางวัล ก็ไม่ต้องทะลึ่งแสดงความเห็นทางการเมืองอะไรบนเวทีนี้นะ ยูไม่มีคุณสมบัติใดๆ ที่จะสอนใครในเรื่องอะไรซักกะอย่าง ยู (เป็นแค่นักแสดง) ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับโลกแห่งความเป็นจริงเลย พวกยูส่วนมากเนี่ยเรียนน้อยกว่า เกรต้า ธันเบิร์ก ซะอีก"

แปลว่า ดารา นักร้อง ตัวตลก นักแสดงพูดอะไรก็อย่าไปฟัง อย่าไปเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องกิจการบ้านเมืองที่พวกมันไม่มีความรู้อะไร เพราะส่วนใหญ่โง่กว่าเด็กที่ไม่ยอมเรียนหนังสืออีก

24 สิงหาคม พ.ศ. 2557 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย

หากย้อนกลับไปวันนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของไทย

ประกาศราชกิจจานุเบกษา พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาดังนี้

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

จึงทรงพระราชดำริว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ที่สมควรไว้วางพระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2557 เป็นปีที่ 69 ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

'สภาฯ' ประกาศ!! มุ่งสู่การเป็น Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2032 เดินหน้าต้นแบบหน่วยงานภาครัฐใช้พลังงานที่ได้มาจากธรรมชาติ

(23 ส.ค.67) ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานขับเคลื่อนไปสู่รัฐสภาสีเขียว (Green Parliament) พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อประกาศเจตนารมณ์ รัฐสภาสีเขียวมุ่งสู่การเป็น Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2032 (พ.ศ. 2575) 

ถือเป็นต้นแบบของหน่วยงานภาครัฐของประเทศสำหรับการใช้พลังงานที่ได้มาจากธรรมชาติ ทำให้ประเทศไทยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และจะดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชนจากต่างประเทศ และนำมาสู่การท่องเที่ยว 

ทั้งนี้ การลดก๊าซเรือนกระจกดังกล่าว ไม่ได้เป็นแค่เรื่องการป้องกันภัยพิบัติเท่านั้น แต่เป็นการสร้างโอกาสให้กับคนไทยในด้านอาชีพใหม่ ๆ มากมาย ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่า สภาพอากาศ อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความร้อนที่สูงขึ้นทั่วโลก ปัญหาไฟป่า ปัญหาฝุ่น หมอกควัน ปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น โดย เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์ว่า ยุคโลกเดือดมาถึงแล้ว หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญในประเด็นนี้เป็นอย่างมาก และประเทศไทยได้เข้าร่วมประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

รัฐสภาไทย ในฐานะเป็นศูนย์กลางฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานของส่วนงานรัฐสภา โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ประกาศนโยบายสิ่งแวดล้อม 'รัฐสภามีความตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาสู่การเป็นรัฐสภาสีเขียว' (Green Parliament) ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศไทย เริ่มขับเคลื่อนการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การเป็นรัฐสภาสีเขียว โดยตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้น เพื่อศึกษาแนวทางและการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งด้านนโยบาย การบริหารจัดการด้านการลดปริมาณการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจก และด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

บัดนี้ 'แผนแม่บทการขับเคลื่อนไปสู่ รัฐสภาสีเขียว (Green Parliament) ค.ศ. 2025 - 2032' ดำเนินการจัดทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงนำไปสู่การจัดงานสัมมนาที่จะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 23 ก.ย. 67 ณ อาคารรัฐสภา โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการสัมมนา ในโอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top